บันทึกของพ่อลูกสาม
Group Blog
 
All Blogs
 

แอบได้ยิน

เรื่องมีว่าผมกำลังจะไปเข้าห้องน้ำ หลังบ้านเกิด ได้ยินสามีภรรยาเขาคุยกันข้างบ้าน เรยเงี่ยหูฟัง ได้ยินไม่ชัดเลยเอาหูแนบกับฝาบ้านจึงได้ยินอะไรชัดขึ้น
ชาย "เธอยังไม่เสร็จเรยเหรอ"
หญิง "อืมม ไม่เป็นไรคะ เดี๋ยวน้องจัดการเองได้"
ชาย "ให้พี่ช่วยเธอนะ จะได้เสร็จ นะ"
หญิง "ไม่เป็นไรคะ เดี๊ยวมีใครเห็นเข้าไม่ดี"
ชาย "จะมีใครมาเห็น เห็นก็ไม่เป็นไรหรอก"
หญิง "ไม่เอานะเขาจะว่าน้องเป็นคนไม่ดีซิ"
ชาย "จะว่าไม่ดีได้ไง ช่วยกันทำให้เสร็จ นะ เธอจะได้สบาย"
ชาย " เธอขยับมานิดหนึ่งซิ พี่จะได้เข้าในได้นะ นะ ช่วยกัน"
หญิง " ไม่เอาอะ ใครมาเห็นจะว่าน้องไม่ดีนะ"
ชาย "นะ นะ ไม่มีใครมาเห็นหรอก พี่ก็เต็มใจนะ"
ชาย "ขยับมาซิ ไม่ขยับพี่เบียดเข้าเรยนะ"
หญิง " อุ๊ย พี่ เบียดเข้าเรยเหรอ อู๊ย"
หญิง " ก็ได้ก็ยอมแล้วรอเดี๋ยวนะ งั้นพี่ล้างจาน น้องไปกวาดบ้านนะ"
ชาย " นั่นแหละ ดีแล้วช่วย ช่วยกันทำได้เสร็จ ๆ แหมผู้ชายล้างจานผิดตรงไหน "
หญิง " แหม เดี๋ยว ญาติ ๆ พี่มาเห็นเข้าจะไม่ดี ว่าน้องเป็นแม่บ้านไง ใช้สามีล้างจาน "
ชาย " เอาน่าไม่เป็นไรพี่ไม่ถือ พี่เต็มใจช่วย "
อืมม แล้วผมว่าฟังไรอยู่เนียะ ก็คนเขาจะช่วยกันล้างจานเท่านั้นเองไม่มีอะไรซะหน่อย เฮอ นึกว่าอะไร
ไม่รู้ตลกป่าวแต่งเอง เกิดขึ้นตอนกำลังช่วยภรรยาที่บ้านล้างจาน แล้วเธอมาพูดว่า ใครมาเห็นแย่เรย ขอบใจนะ อิ





 

Create Date : 19 ธันวาคม 2553    
Last Update : 19 ธันวาคม 2553 17:36:50 น.
Counter : 111 Pageviews.  

กล่องใส่กล้องสำคัญนะ

แรกเริ่มเดิมทีไม่มีกล้องใช้ครับ เพราะว่ากล้องที่ซื้อมาใช้ คือแคนนอนรุ่น power short A 70 ตอนซื้อใหม่ ๆ จำได้อินเทรนมากเรย ไปเที่ยวด้วยกัน ทริปนั้นมี รุ่นเดียวกันประมาณ สี่ห้าตัวได้ แต่หลังจากเที่ยวไม่นาน ทุกคนเป็นอาการเดียวกันคือจอกระพริบ ส่งศูนย์ ซ่อมฟรี แต่ก็ไม่นานก็เป็นอีก เรยเก็บเข้ากรุ ว่าจะซ่อมเห็นขอ้มูลบอกแพงซื้อใหม่ดีกว่า
ที่จริงตอนนั้นไม่รู้เพราะว่างมากหรือเปล่ไม่รู้ได้ ทั้งที่ไม่คอ่ยมีเงินมากมายนะครับแต่บังเอิญมีช่องทางยืม เรยนึกอยากเล่นกล้องขึ้นมาครับ ทั้งที่ไม่มีความรู้ ยืมเงินเพื่อนไปซื้อ canon 450d มา ตอนได้มาใหม่ ๆ เห่อมากเรยไปไหนก็เอาไปด้วย เกะกะก็ทน อ่อตอนซื้อ ก็ไม่ได้ไปซื้อเองนะ แล้วก็รู้เพียงว่า เป็นกล้องdslr ดี ราคาเอื้อมถึง แล้วก็พอดีมีคนให้ยืมตังค์ ด้วย พอครบหนึ่งปี ที่ซื้อมาปรากฏว่า ไม่ค่อยได้ใช้เรย ถ่ายไปไม่เกินห้าร้อยรูปมั้ง มีโอกาสไปเมืองนอกก็พาไปด้วย ยังนึกอิจฉาคนอื่นว่าไม่ต้องมาแบกกล้อง อย่างเราอะ แถมพอเข้าไปดูพวกอุปกรณ์เสริม พวกเลนส์ นู่นเลนส์นี ราคาเริ่มเอื่อมไม่ถึงแล้วเพราะ ตังค์ ไม่มี ก็เล่นอยู่แต่เลนส์คิดที่ติดมากะกล้อง จึงค้นพบสัจจธรรมว่าเราไม่ใช่ คนที่จะใช้กล้องพวกนี้ คือถึงไม่รวยแต่ต้องมีรายได้พอที่จะจ่าย มีโอกาสออกไปใช้กล้อง สนใจในการถ่ายภาพจริง ๆ ยิ่งถ้ามี ความเป็นศิลปในตัวยิ่งดี ซึ่งต้องสั่งสมมานานแล้วเหมือนกัน สุดท้ายทำใจ ขายดีกว่า พอจะขายในเน็ตก็ ตั้งราคาแบบ ขายขาดทุนเรยซื้อมาสองหมื่น ตั้งขายหมื่นห้า คือกล้องต้องบอกว่าแทบไม่ได้ใช้ มีคนสนใจมาติดต่อเข้ามือถือหลายราย ส่วนใหญ่ติดตรง กล่องกระดาษใส่กล้องตอนซื้อมาหายไป เรยเพิ่งรู้ว่าสำคัญมาก ถึงขนาดขอต่อรองลงไปสามสี่พันเรย ตรงที่ไม่มีกล่องนี่แหละ เพราะเขาบอกว่าเวลาจะขาย ต่อจะได้เข้าร้านได้ ซึ่งเราก็เพิ่งรู้มีแบบนี้ด้วย แต่ทำใจไม่ได้หายไปต้องสามพัน ใจแข็งไม่ปล่อยซะงั้น จนเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีโทรศัพท์เข้ามาถามว่ากล้องขายไปหรือยัง เป็นเสียงของคนที่เรายืมเงินเขาซื้อแล้วก็เป็นคนไปหิ้วกล้องมาให้ด้วย พอดีตอนจะขายโทรไปบอกเขาด้วยเขาเกิดอยากได้ขึ้นมา ที่จริงเราก็ทำใจไม่ขายแล้วเพราะมีโทรมาเหมือนกันบอกไปว่าขายไปแล้ว แต่พอเพื่อนคนนี้โทรมาเรยต้องบอกความจริงรวมทั้งเรื่องกล่องด้วย เขาบอกไม่เป็นไร แต่จะขายให้เท่าไหร่ ก็เลยบอกไปว่า หมื่นสาม ราคาที่มีต่อรองไว้เพราะไม่มีกล่อง แต่พอบอกราคาไปข้ามคืน คิดไปว่าเพื่อนคนนี้ช่วยผมหลายเรื่อง รวมทั้งให้เงินผมยืมทำเลสิคด้วยห้าหมื่นแหนะ ตอนเช้าเรยโทรไปบอกเพื่อนว่าขอหมื่นเดียว เพื่อเพื่อนน้อยกว่านี้ได้ไง ก็เลยกลายเป็นว่าเพราะไม่มีกล่อง แคนนอน 450 d สภาพเยี่ยม เลยเหลือราคาแค่หมื่นเดียวเองครับ แต่ส่วนหนึ่งผมคิดว่าตอบแทนเพื่อนคนนี้ ที่เป็นนายทุนให้ผมหลายครั้งเลยนะ ทั้งใส่หลังคากระบะรถ ซื้อกล้อง a 70 ซื้อ คอม ซื้อกล้อง 450 d ทำเลสิคตา แต่ผมก็ใช้เงินคืนเขาหมดแล้วนะ แต่ถ้าไม่มีให้ยืมก่อนผมคงทำไม่ได้ คงไม่มากไปถ้าตอบแทนกันครับ ผมเรยยอม
พอได้เงินมาหนึ่งหมื่นบาท ตอนนี้ก็มาถึงตอนที่คิดว่าแล้วบ้านเราจะเอากล้องที่ไหนใช้ ที่จริงเรื่องนี้ผมคิดไว้นานแล้วว่า ถ้าหลุดจากกล้องdslr ผมคงหันไปหากล้อง compact เพื่อจะได้ไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเติมอีกแล้วแต่ในฐานะคนที่เคยใช้กล้องใหญ่มาแล้ว ( แค่กระพีก ของความสามารถกล่อง) เรยอยากได้กล่องคอมแพค ที่มีคุณภาพหน่อย ใจผมอะตั้งไว้ที่แคนนอน ซีรีย์ g เพราะมีญาติสนิทใช้ g10 แล้วได้ลองไปจับดู ไม่รู้หรอกว่ามีไรดีหรือไม่ดี แค่จับแต่ใจก็คิดว่ารุ่นนี้แหละอยากได้ เลยมาหาข้อมูล เลยเจอกับ g12 ซึ่งมีข้อมูลละเอียดยิบเรย ดีไม่ดี เทียบกับรุ่นหรือยี่ห้ออื่น ตัวไหนดีกว่าหรือด้อยกว่าตัวไหน แต่ไม่เคยคิดเปลี่ยนใจไปดูรุ่นอื่นเลย เช็คราคาร้านไหน ที่ไหน ขายถูก ที่ไหนขายแพง ต้องซื้อร้านนี้ ห้างนี้ถูกแน่นอน แล้วก็เชื่อหรือไม่ว่า ได้ความรู้เยอะเลย ว่ากล้องที่ขายกันมีสองประเภท คือกล้องที่ทางศูนย์ หรือตัวแทนศูนย์ รับจากศูนย์มาขาย กับ กล้องที่ทางร้านหิ้วมาจากเมืองนอก ทำให้มีราคาต่าง ๆ กันไป ตามรูปแบบการขายและการเอาประกัน ถ้าประกันศูนย์ ราคาจะแพง เหมือนซื้อประกันไปในตัว ถ้าประกันร้านจะถูกหน่อย ถ้าร้านที่น่าเชื่อถือ ก็จะ ราคาแพงนิดหนึ่ง ร้านที่ดูเน้นขายเยอะ ๆ ก็จะราคาถูกแต่ดูไม่น่าเชื่อถือนะ เท่าที่ดูมา แต่ที่สาธยายมาปรากฎว่าในวันไปซื้อจริง ไปเดินที่ห้างแถวรังสิต เดินได้แค่สองร้านซื้อเลย ไม่ได้ทำตามแผนเลยที่วางไว้จะไปเช็คทั้งสองห้างย่านรังสิตมี ประมาณห้าถึงหกร้านค้า ไม่รู้เพราะมีรายละเอียดเยอะไปหรือ ว่าพอใจกะกล้องตัวที่เห็น เลยซื้อเรย ทั้งที่ราคาน่าจะหาได้ลดลงไปอีกนิดหน่อย เท่าที่มาจับความรู้สึกคิดว่าซื้อเพราะราคาไม่แพงมากกว่าที่อื่นนัก กล้องที่เห็นข้างหน้าพอใจแล้วไม่อยากเสี่ยงอีก เพราะที่ร้านมีกล้องหนึ่งตัวแรกเห็นแล้วไม่ถูกชะตางานดู ไม่เรียบร้อย แต่พอแกะเอาตัวที่ซื้อออกมาเหมือนบอกเราว่าซื้อเหอะตัวนี้แหละ เลยบอกเอาตัวนี้ ทั้งที่คนขายก็ไม่เก่งขายไม่เก่งเรย ซื้อเพราะกล้องจริง ๆ อ่อตัวแรกที่เห็นติดที่วางนิ้วด้านหน้าเอียงนิดนึงอะเรยบอกเอาตัวใหม่ พอเห็นตัวใหม่ ใช่เรย จ่ายตังค์ เรยกล้องยังไม่เสร็จเรย กลับมาก็มาลองกล้อง พอใจมากรู้สึกว่านี่แหละกล้องสำหรับครอบครัวแค่นี้พอแล้ว มีไรถามเรื่องกล้อง g 12 ได้นะจะตอบให้




 

Create Date : 10 ธันวาคม 2553    
Last Update : 10 ธันวาคม 2553 20:01:50 น.
Counter : 146 Pageviews.  

ที่มาของการเริ่มต้น

ที่มาแห่งการเริ่มต้น คือเกินไปเห็นอะไรบางอย่าง แล้วอยากหาที่เก็บความคิดอันนั้นไว้ แต่เพื่อให้เข้ากับสมัยนิยมเลยอยากมี blog ไว้เขียนโน่นนี่ ทั้งที่ไม่มีความรู้เอาเรย แต่ก็มั่ว ๆ ไปก่อนแล้วกัน
เรื่องก็มีว่า วันหนึ่งพอมีเวลาว่างได้นั่งดูการทำงานของ ชาวต่างชาติ ซึ่งก็ไม่ใช่พวกฝรั่ง หรือชาวเอเชีย อย่างญี่ปุ่น หรือเกาหลี หรอกนะ แต่เป็นพวกเพื่อนบ้านเรานี่แหละ ไม่ทราบได้ว่าแท้จริงเป็นเพื่อนคนไหน แต่พอเดาได้ว่า ไม่พม่า ก็กัมพูชา หรือลาว เนียะแหละ เห็นเขาทำงานกันไปเล่นกันไปมีความสุข งานที่ว่าก็คืองานเก็บขยะ ซึ่งได้ฟังมาว่าหาคนไทยทำไม่ได้ ยกเว้นคนคุมเป็นคนไทยหาได้ เขาก็ทำกันแบบ เก็บสามส่วน เลอะเทอะหนึ่งส่วนปล่อยให้เพื่อนที่ทำหน้าที่กวาดก็เก็บกันไป ดูเขาทำกันสนุกสนานโดยอยู่ภายใต้การควบคุมของหัวหน้าคนไทยซื่ง นั่งมองพร้อมพ่นบุหรี่ สบายใจเช่นกัน แล้วความคิดผม ก็เกิดขึ้นมาว่า เขาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างชาติ ของเขาเหล่านั้นหรือเปล่า วันหนึ่งเมื่อบ้านเมืองของเขาเข้ารูปเข้ารอย เขาเหล่านี้ อาจเป็นกำลังสำคัญ เพราะเป็นแรงงานที่มีความรู้ความสามารถในการทำงานโดยการฝึกฝน จากคนไทย แล้วเมืองไทยเราหละจะเป็น อย่างไร ใครจะมาทำงานที่เขาเหล่านั้นเคยทำให้ ถึงมีก็ไม่มีประสบการณ์ เท่าเขาเหล่านั้นที่จากไปสร้างบ้านเมืองเขา หรือเป็นงานที่ต่อไปแต่ละคนจะต้องรับผิดชอบกันเอง แล้วเราจะอยู่กันได้หรือไม่ หรือผมคิดมากไปเอง




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2553    
Last Update : 3 ธันวาคม 2553 11:47:56 น.
Counter : 118 Pageviews.  

1  2  

3jfather
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add 3jfather's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.