4 จุดสะอาดรับวันตรุษจีน เฮงมาก สะอาด Max



ฮัลโหลล... เป็นเหมือนกันมั้ยคะ ใกล้ถึงเทศกาลตรุษจีนทีไรรู้สึกแฮปปี้ทุกที แต่พอนึกว่าต้องทำความสะอาดบ้านด้วย น้ำตามันก็เอ่อขึ้นมา ไหลสั่งได้อย่างกับนางเอกตำนานรักดอกเหมยเลยทีเดียว ไหนบอกว่าใกล้ถึงช่วงตรุษจีนห้ามทำงานหนักไง แล้วไอ้งานทำความสะอาดบ้านเนี่ยมันเบาซะเมื่อไหร่กันเล่า ฮือออ... แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพราะสาวยุคใหม่บ้านไกลเวลาน้อยอย่างเราไม่ต้องทำความสะอาดบ้านทั้งหลังอีกแล้ว เราทำความสะอาดเฉพาะ 4 จุดที่เสริมเฮงก็พอ นี่สิ Work Smart ส่วน Work Hard อ่ะเอาท์แล้ว อิอิ

          ทั้ง 4 จุดที่ว่า เริ่มจากจุดปังที่สุดก่อนเลย หน้าบ้านนั่นเองค่ะ เพราะหน้าบ้านไว้รับทรัพย์รับโชค จึงต้อง โปร่ง โล่ง สะอาด และควรทำความสะอาดในจุดนี้อยู่ตลอดนะคะ ทั้งโชคทั้งทรัพย์จะได้รับเข้ามาทั้งปี ที่บอกว่าจุดนี้ปังที่สุด คือมันเหนื่อยสุดค่ะ หน้าบ้านทั้งกวาดพื้น ถูผนัง เช็ดกระจก ทำความสะอาดประตู แล้วถ้าหน้าต่างมีเหล็กดัดอีกนะ อ๋อย... ไม่อยากจะ said  แต่เรามีเคล็ดลับมาฝากกันค่ะ แค่มี foggy ที่ฉีดตอนรีดผ้า ใส่น้ำผสมน้ำสบู่อ่อน ๆ และ กระดาษทำความสะอาดอเนกประสงค์ ก็พอ



มือซ้ายฉีดพรมเข้าไป มือขวาเช็ด ๆ แป๊บเดียวสะอาดวิ้งค่ะ ที่ใช้กระดาษทำความสะอาดอเนกประสงค์เพราะมันสะดวกกว่าผ้าขี้ริ้วมาก ๆ ตรงที่แทบไม่ต้องเช็ดซ้ำ เพราะผ้าขี้ริ้วจะอมคราบอมฝุ่นต้องไปซักบ่อย ๆ อาจทำให้พื้นผิวที่เราทำความสะอาดมีคราบได้ มากไปกว่านั้นกระดาษอเนกประสงค์สามารถพับเป็นชิ้นบาง ๆ ทำความสะอาดซอกเล็ก ๆ ได้อีก ชิลอะไรเบอร์นี้



          จุดที่ 2 ต่อจากหน้าบ้าน ก็จะเป็นจานชามค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องของการรับโชคลาภที่ดีเข้ามาในครอบครัว เราไม่ควรใช้จานชามที่บิ่นหรือแตกร้าว เชื่อกันว่าจะนำความอัปมงคลมาให้ ทำให้เกิดเรื่องเพราะคำพูด และทำให้การงานเสียหาย ในทางการใช้งานที่ไม่ใช่ความเชื่อก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะเปลี่ยนมาใช้จานชามสวย ๆ เซตใหม่ ให้บรรยากาศภายในบ้านสดชื่นขึ้นด้วยนะคะ ส่วนการทำความสะอาดก็ตามอัธยาศัย หรือจะใช้กระดาษอเนกประสงค์อีกก็สะดวกดีค่ะ



จุดที่ 3 เข้ามาสู่บริเวณห้องนอนค่ะ เชื่อกันว่าถ้าผ้าปูที่นอนและผ้าม่านหอมสะอาดอยู่เสมอ จะเกิดพลังที่ดีในเรื่องสุขภาพและความสัมพันธ์ของคนในบ้าน ในทางวิทยาศาสตร์ก็ควรเอาไปซักบ้าง ตัวอมฝุ่นเลยอะพวกนี้ ใครที่เป็นภูมิแพ้ลองเอาผ้าม่านและผ้าปูที่นอนไปซักทีนี่ เห็นผลเลยนะคะ เป็นกับตัวเองเลยคร่า หรือถ้าเกิดไม่อยากซักมีวิธีสะดวกมาแนะนำค่ะ เอากระดาษอเนกประสงค์ม้วนเดิมที่ใช้

          มาตั้งแต่จุดแรกนั่นแหละ มาถู ๆๆๆ กับพื้นผิวพลาสติก (เช่น ขวดน้ำ) ให้เกิดไฟฟ้าสถิตเล็ก ๆ แล้วเช็ดไปที่ผ้าม่านเลยค่ะ ฝุ่นจะถูกไฟฟ้าสถิตเพิ่มแรงดูดติดมากับกระดาษ ก็เป็นอีกวิธีที่พอช่วยได้นะ



          จุดสุดท้ายแล้ว ! นั่นคือ เสื้อผ้า หน้า ผมของเราเองค่ะ ความเชื่อในวันตรุษจีน เราควรใส่เสื้อผ้าใหม่ที่สะอาด เข้าทางขาช้อปอย่างเรา ๆ ล่ะ ^^  เรื่องของสีสัน ต้องสดใส เน้นสีแดง หรือสีทอง ซึ่งเป็นสีแห่งความสุขและความมงคล ถือเป็นการเพิ่มพลังที่ดีให้กับตัวเราและครอบครัวจะได้มีชีวิตที่สดใสราบรื่นตลอดทั้งปี

          ทั้งหมดก็เท่านี้แหละค่ะ ง่าย ๆ 4 จุดสะอาด เฮงมาก สะอาด Max เก็บครบทุกเรื่องโชคตามเทศกาล และไม่เหนื่อยเกินจำเป็นคร่า ^ ^



Create Date : 06 มกราคม 2560
Last Update : 6 มกราคม 2560 8:24:53 น.
Counter : 356 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
นี่คือ 5 เครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก เห็นแล้วจะทึ่ง บางลำดูเทอะทะจนยากจะเชื่อว่ามันจะบินขึ้นฟ้าได้


พบ 5 เครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก แถมบางลำยังดูเทอะทะจนยากจะเชื่อว่ามันจะบินขึ้นฟ้าได้

Antonov An-124 : เครื่องบินสัยชาติรัสเซียลำนี้เป็นเครื่องบินขนาดใหญ่ที่ถูกใช้เพื่อลำเลียงสิ่งของ ที่กล่าวกันว่ามันสามารถบรรทุกสิ่งของได้หนักถึง 150 ตัน เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังสามารถรองรับผู้โดยสารได้อีก 350 คน

topfive-largest-airplanes-pics-1

TupolevTu-160 : ในปี ค.ศ.1980 สหภาพโซเวียตได้ทำการสร้างเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ ที่ถูกกล่าวว่ามันคือเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนั้น และสามารถบรรทุกระเบิดที่มีน้ำหนักถึง 40 ตัน และจรวดนำวิถึ และบินด้วยความเร็วในระดับที่น่าพอใจ

topfive-largest-airplanes-pics-2

Boeing 747-8 : ราวปี ค.ศ.1970 เครื่องบินรุ่นนี้ได้ถูกแนะนำให้โลกรู้จักเป็นครั้งแรก ด้วยขนาดที่ใหญ่โตของมัน จึงทำให้มันถูกใช้เป็นเครื่องบินลำเลียงสินค้าระหว่างประเทศที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในยุคสมัยนั้น ก่อนที่มันจะถูกพัฒนาต่อยอดให้มีขีดความสามารถที่มากกว่าเดิมในรุ่นหลัง ๆ

topfive-largest-airplanes-pics-3

Airbus A-380 : เมื่อดูรูปร่างหน้าตาของมันแล้ว แทบไม่อยากเชื่อเลยว่ามันจะสามารถบินขึ้นฟ้าได้ ด้วยขนาดที่ใหญ่เทอะทะของมันนี่เอง ทำให้มันสามารถจุผู้โดยสารได้ถึง 500 คน และรับน้ำหนักได้ถึง 300 ตัน

topfive-largest-airplanes-pics-4

Antonov AN-225 : เครื่องบินขนส่งสัญชาติรัสเซียที่ใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนี้ กล่าวกันว่ามันสามารถบรรทุกรถถังประจัญบาน 4 คันที่มีน้ำหนักรวมกันถึง 280 ตัน ได้อย่างง่ายดาย และบริษัทผู้สร้างยังกล่าวด้วยว่า ในอนาคต พวกเขาจะสร้างเครื่องบินขนส่งที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมออกมาอีกแน่นอน

topfive-largest-airplanes-pics-5

ที่มา : TheRichest




Create Date : 06 มกราคม 2560
Last Update : 6 มกราคม 2560 8:16:23 น.
Counter : 254 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
อัพเดท 11 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่งแบบฟินกระจาย



ใกล้จะกลับมาอีกครั้งแล้วค่ะสำหรับเทศกาลชมดอกพญาเสือโคร่ง หรือที่เราขนานนามกันว่า "ซากุระเมืองไทย" ซึ่งในปีนี้ได้ยินมาแว่ว ๆ ว่าดอกซากุระจะบานในช่วงกลางเดือนมกราคม แต่ยังไงก็ต้องรอการคอนเฟิร์มจากเจ้าหน้าที่ในแต่ละสถานที่ว่าดอกนางพญาเสือโคร่งจะบานในช่วงวันที่เท่าไร เพราะแต่ละสถานที่จะมีช่วงเวลาการบานที่ไม่เหมือนกัน
แต่ก่อนที่จะไปเช็กว่าดอกซากุระเมืองไทยจะบานช่วงไหน เรามาเช็กลิสต์กันก่อนดีกว่าค่ะ ว่าเราสามารถไปสัมผัสบรรยากาศโรแมนติกของเส้นทางสีชมพูนี้ได้ที่ไหนบ้าง ว่าแล้วก็เตรียมปากกา สมุด จดข้อมูลกันได้เลยค่ะ พร้อมแล้วตามเรามาเลย

1. ภูลมโล จังหวัดเลย

10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง

10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง

ภูลมโล เป็นภูเขาสูงอยู่ในเขตอุทยานภูหินร่องกล้าทางฝั่งตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ที่มีต้นนางพญาเสือโคร่งมากที่สุดในเมืองไทย ครอบคลุมเนื้อที่กว่า 1,200 ไร่ พอถึงฤดูกาลที่ดอกนางพญาเสือโคร่งเบ่งบาน หุบเขาแห่งนี้ก็จะกลายเป็นสีชมพู สวยงามมาก ยิ่งถ้าอากาศหนาวเย็นก็จะยิ่งมีบรรยากาศที่โรแมนติกขึ้นไปอีก โดยในทุก ๆ ปีดอกนางพญาเสือโคร่งจะบานในช่วงเดือนมกราคม และจะบานเพียงแค่ 1-2 สัปดาห์เท่านั้น หากไม่อยากพลาดช่วงเวลาดี ๆ ควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งในช่วงปลายเดือนธันวาคม

          สำหรับการขึ้นไปเที่ยวภูลมโล ทางอุทยานไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขับรถขึ้นไปเอง เพราะอาจเกิดอันตรายและไม่สะดวกในการท่องเที่ยว ซึ่งในปี 2560 อัพเดท ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2559 เริ่มมีดอกบานแล้ว ทางเจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าจะบานสะพรั่งในช่วงกลางเดือนมกราคม-ปลายเดือนมกราคม

          ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 10 ข้อควรรู้ภูลมโล

ที่ตั้ง : ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

โทรศัพท์ : องค์การบริหารส่วนตำบลกกสะทอน โทรศัพท์ 0 4203 9867, อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า โทรศัพท์ 0 5535 6607, 08 1596 5977

การเดินทางสามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง

1. จากทางจังหวัดเพชรบูรณ์ ขับรถตรงไปยังอุทยานภูหินร่องกล้า เพื่อต่อรถเจ้าหน้าที่เข้าไปยังภูลมโล

2. จากอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ผ่านหมู่บ้านน้ำพุง เลี้ยวเข้าสู่หมู่บ้านน้ำหมัน ตำบลกกสะทอน สู่ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลกกสะทอน เพื่อต่อรถของเจ้าหน้าที่ขึ้นไปยังภูลมโล

2. สถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน จังหวัดเชียงใหม่

10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง

10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง

สถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านขุนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 28 กิโลเมตร อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200-1,300 เมตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 262 ไร่ โดยภายในแปลงพืชหลักมีกาแฟอะราบิก้า ไม้ผลเมืองหนาว พืชผักเมืองหนาว และพืชอื่น ๆ ให้ได้เที่ยวชม ยิ่งไปกว่านั้นบริเวณโดยรอบที่โอบกอดไปด้วยขุนเขา และอากาศหนาวเย็น ดินแดนแห่งสายหมอกแห่งนี้ยังมีต้นนางพญาเสือโคร่งมากมาย นั่นจึงทำให้ในช่วงเดือนมกราคมของทุกปี ที่นี่จะกลายเป็นสถานที่สุดโรแมนติก เพราะจะเต็มไปด้วยสีชมพูสะพรั่งของดอกนางพญาเสือโคร่ง ซึ่งออกดอกบานเต็มหุบเขา ไล่สลับซับซ้อนกันลงมาตามแนวภูเขา สลับกับสีเขียวน้ำตาลของต้นไม้บางต้น และบางจุดยังขึ้นแซมกับบ้านของชาวเขา จึงเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม หาชมได้ยากมาก ๆ

          การบานของดอกซากุระต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีระยะเวลาในการบานเพียงช่วงสั้น ๆ และไม่แน่นอน ดูรายละเอียดเกี่ยวกับขุนช่างเคี่ยนเพิ่มเติมได้ที่ 16 ข้อควรรู้ขุนช่างเคี่ยน หรือสอบถามที่สถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน โทร. 0 5394 4053

          อัพเดท ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2559 เริ่มมีดอกตูมแล้ว คาดว่าจะบานสะพรั่งช่วงกลางเดือนมกราคม 2560 ทั้งนี้สามารถติดตามการบานได้ที่เฟซบุ๊ก นางพญาเสือโคร่ง ขุนช่างเคี่ยน

ที่ตั้ง : ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

โทรศัพท์ :  0 5394 4053

การเดินทาง : ขับรถไปตามเส้นทางถนนห้วยแก้ว อำเภอเมืองเชียงใหม่ แล้วขับขึ้นเขาผ่านดอยสุเทพ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เลี้ยวขวาที่สามแยกหมู่บ้านม้งดอยปุย แล้วตรงไปสถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน เส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยวต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่

3. สถานีวิจัยเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ จังหวัดเชียงใหม่

10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง

สถานีวิจัยเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ ตั้งอยู่บนสันเขาสูง ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,560 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 60 ไร่ และด้วยที่ตั้งอันอยู่บนภูเขาสูงจึงทำให้ที่นี่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เป็นจุดที่สามารถมองเห็นดอยหลวงเชียงดาวได้อย่างชัดเจน และสวยงามมาก รวมทั้งมีทะเลหมอกสุดอลังการให้ได้ชม

          นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นจุดที่ปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งไว้มากมาย จึงทำให้ในช่วงหน้าหนาวจะกลายเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวในการมาท้าลมหนาว และชมดอยหลวงเชียงดาว ไปพร้อม ๆ กับชมความงดงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง ซึ่งบนสถานี มีที่พักและลานกางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว ส่วนระยะเวลาการบานของดอกนางพญาเสือโคร่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม สามารถสอบถามรายละเอียดการบานของดอกนางพญาเสือโคร่งได้ที่สถานีวิจัยเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะดอยเชียงดาว โทร. 0 5322 2014, 0 5394 4052

          อัพเดท ณ วันที่ 29 ธันวาคม เริ่มมีดอกสีชมพูบ้างแล้ว และจะค่อย ๆ ทยอยบานไปเรื่อย ๆ คาดว่าจะบานสะพรั่งสวยงามช่วงเดือนมกราคม 2559 ติดตามการบานได้ที่เฟซบุ๊ก ดอยแม่ตะมาน สันป่าเกี๊ยะ

ที่ตั้ง : บ้านสันป่าเกี๊ยะ ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

โทรศัพท์ : 0 5322 2014, 0 5394 4052

การเดินทาง : จากเชียงใหม่ ใช้เส้นทางหมายเลข 107  ผ่านแม่ริม แม่มาลัย เลี้ยวซ้ายที่แยกแม่มะนี มีป้ายเขียนว่าหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน ขับไปเรื่อย ๆ จะพบทางแยกให้เลี้ยวขวา ผ่านหมู่บ้านปางโฮ่ง ปางฮ่าง ด่านหน่วยพิทักษ์ป่าเด่นหญ้าขัด โรงเรียนบ้านสันป่าเกี๊ยะ จนถึงสถานีวิจัยเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ

4. หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง

ดอยขุนแม่ยะ หรือหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ ตั้งอยู่ในเขตตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่บนดอยสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,020 เมตร จึงทำให้โดยรอบพื้นที่นั้นมีอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของต้นนางพญาเสือโคร่ง ซึ่งทางหน่วยจัดการต้นน้ำฯ ได้ปลูกไว้โดยรอบพื้นที่มากมายหลายสิบต้น เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวที่อากาศเหมาะสมต่อการบานของดอกนางพญาเสือโคร่ง ทั่วทั้งดอยแห่งนี้ก็จะเต็มไปด้วยดอกสีชมพูของซากุระเมืองไทย บานสะพรั่งไปทั่วทั้งหุบเขา และบริเวณโดยรอบ

          นอกจากดอกนางพญาเสือโคร่งที่บานสะพรั่งแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ทอแสงในยามเช้าได้อย่างงดงาม เป็นบรรยากาศที่โรแมนติกสุด ๆ ซึ่งทางหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะก็มีบ้านพัก พร้อมกับลานกางเต็นท์ไว้บริการอีกด้วย สอบถามรายละเอียด โทร. 0 5321 7453, 08 2184 0878

          อัพเดท ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2559 เริ่มมีดอกตูมที่ปลายกิ่ง คาดว่าจะบานช่วงกลางเดือนมกราคม 2560 ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด โดยการโทร. สอบถามเจ้าหน้าที่

ที่ตั้ง : ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

โทรศัพท์ :  0 5321 7453, 08 2184 0878

การเดินทาง : จากอำเภอเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางถนนทางหลวงหมายเลข 107 พอถึงหลัก กม.34 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1095 ทางไปอำเภอปาย ผ่านทางเข้าอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะพบกับด่านตรวจแม่ยะ แล้วเลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร จะถึงหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ


5. ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่


10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง

ดอยอ่างขาง หรือสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่สามารถชมดอกนางพญาเสือโคร่งได้อย่างสวยงามที่สุด ตามถนนที่ขึ้นไปยังดอยอ่างขางสองข้างทางที่คดเคี้ยวเลี้ยวลดไปมา จะแต่งแต้มไปด้วยสีชมพูหวานสะพรั่งเต็มตาของดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่นี่จึงกลายเป็นเส้นทางสุดโรแมนติกที่นักท่องเที่ยวอยากมาเที่ยวชมให้ได้สักครั้งในชีวิต

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานีวิจัยเกี่ยวกับพืชผัก ผลไม้เมืองหนาว รวมทั้งดอกไม้เมืองหนาว ภายในสถานีมีการตกแต่งอย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถขับรถเที่ยวชมได้โดยรอบสถานี หรือจะขี่ล่อเพื่อเที่ยวชมสวนในส่วนแรกของสถานีก็ได้เช่นกัน ในช่วงหน้าหนาวของทุกปี โดยเฉพาะช่วงที่ดอกนางพญาเสือโคร่งเบ่งบาน ที่นี่จะมีผู้คนหมุนเวียนขึ้นมาเที่ยวชมไม่ต่ำกว่าวันละพันคน เพราะจะได้ชื่นชมกับดอกนางพญาเสือโคร่งที่เผยโฉมสีชมพูบานสะพรั่งไปทั่วทั้งดอย และสองข้างทางระหว่างขึ้นมายังสถานีและบริเวณถนนโดยรอบของสถานีแห่งนี้

          ช่วงที่ดอกนางพญาเสือโคร่งบานจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม แต่จะเป็นช่วงไหนของเดือนนั้นต้องคอยติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะแต่ละปีอากาศจะเปลี่ยนแปลง หนาวไม่พร้อมกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวอ่างขาง โทร. 0 5396 9489

          อัพเดท ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2559 เริ่มมีดอกตูมบ้างแล้ว คาดว่าจะบานสวยงามช่วงกลางเดือนมกราคม 2560 ส่วนซากุระญี่ปุ่นที่ปลูกในสถานีนั้น ตอนนี้เริ่มบาน 30-50% แล้ว ติดตามการบานของดอกนางพญาเสือโคร่งและซากุระญี่ปุ่นในสถานีเกษตรหลวงอ่างขางได้ที่เฟซบุ๊ก ดอยอ่างขาง360องศา

ที่ตั้ง : ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

โทรศัพท์ : 0 5396 9489

การเดินทาง : จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 มุ่งหน้าสู่อำเภอฝาง เมื่อถึงอำเภอเชียงดาวบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 137 ให้เลี้ยวซ้าย จะเห็นป้ายบอกทางดอยอ่างขาง ให้ขับตรงขึ้นไปอย่างระมัดระวัง เพราะทางแคบและชัน รวมทั้งมีโค้งค่อนข้างเยอะ ต้องมีความเชี่ยวชาญในการขับรถและเส้นทางพอสมควร

6. ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)

10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง

          ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ก่อเกิดจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช เพื่อต้องการที่จะให้ชาวบ้านในพื้นที่เลิกปลูกฝิ่น และหันมาปลูกพืชผัก ผลไม้ รวมทั้งดอกไม้เมืองหนาวแทน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 450 ไร่ ภายในศูนย์วิจัยมีแปลงไม้ผลเมืองหนาว อาทิ สาลี่ พลัม ท้อ เนคทารีน หรือสตรอว์เบอร์รีให้ได้เที่ยวชม ซึ่งถ้ามาในช่วงเก็บเกี่ยวนักท่องเที่ยวจะสามารถเด็ดชิมได้แบบสด ๆ

แต่ช่วงที่ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) จะคึกคักมากที่สุดคือช่วงเดือนมกราคมของทุกปี เพราะจะมีอากาศหนาวเย็น อีกทั้งยังเป็นช่วงที่ดอกนางพญาเสือโคร่งเบ่งบานอีกด้วย ซึ่งบนศูนย์วิจัยจะมีต้นนางพญาเสือโคร่งปลูกอยู่ตามสองข้างทางของถนน และบริเวณโดยรอบมากมายหลายสิบต้น เมื่อถึงเวลาที่ดอกนางพญาเสือโคร่งเบ่งบานพร้อม ๆ กัน ที่แห่งนี้จะกลายเป็นสวรรค์ของคนรักดอกไม้ไปเลยทีเดียว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 5311 4133, 0 5311 4136

อัพเดท ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2559 เริ่มมีดอกตูมนิด ๆ เจ้าหน้าที่คาดว่าดอกจะบานเต็มที่ช่วงหลังจากวันที่ 15 มกราคม 2560 ทั้งนี้สามารถติดตามการบานได้อย่างใกล้ชิดที่เฟซบุ๊ก ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)

ที่ตั้ง : หมู่ที่ 10 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

โทรศัพท์ : 0 5311 4133, 0 5311 4136

การเดินทาง : จากจังหวัดเชียงใหม่ ขับรถมุ่งตรงไปทางอำเภอสันป่าตอง เข้าสู่ถนนหมายเลข 1013 ผ่านอำเภอแม่วาง แล้วเลี้ยวซ้ายลัดเลาะขึ้นภูเขา ไปจนถึงศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) หรือจากตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ขับไปยังอำเภอจอมทอง แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลย 1009 ขึ้นไปบนดอยอินทนนท์ จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 31 เลี้ยวขวา ไปประมาณ 17 กิโลเมตร ก็จะถึงศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)

7. ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย

10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง

ดอยแม่สลอง มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าดอยสันติคีรี ตั้งอยู่ในหุบเขาสูง ในเขตอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ชาวบ้านในชุมชนส่วนใหญ่เป็นชาวจีนจากกองพล 93 ที่อพยพเข้ามาอยู่บนดอยแม่สลอง บรรยากาศทั่วไปของดอยแห่งนี้จึงมีกลิ่นอายของความเป็นจีนยูนนาน เป็นเสน่ห์ที่หาดูได้ยากในเมือง พร้อมทั้งอากาศบนดอยแห่งนี้มีความหนาวเย็นตลอดทั้งปี เต็มไปด้วยทัศนียภาพของไร่ชาสีเขียวไกลสุดลูกหูลูกตา และพืชผลเมืองหนาวมากมาย อาทิ บ๊วย ท้อ พลัม เป็นต้น

ยิ่งในฤดูหนาวดอยแม่สลองจะมีความงดงามมาก ด้วยดอกไม้เมืองหนาวจะผลิบานกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะดอกนางพญาเสือโคร่งที่ขึ้นอยู่ริมถนน รวมทั้งที่ขึ้นแซมอยู่ในไร่ชาของชาวบ้าน สีเขียวของไร่ชา ตัดสลับกับสีชมพูของดอกนางพญาเสือโคร่ง เป็นภาพที่สวยงามจนมิอาจลืมเลือนได้เลยทีเดียว ซึ่งในช่วงประมาณวันที่ 28 ธันวาคม-4 มกราคมของทุกปี จะมีงานเทศกาลมหัศจรรย์ชา ซากุระบาน อาหารชนเผ่า ดอยแม่สลอง นักท่องเที่ยวจะได้จิบชาร้อน ๆ รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมทั้งชมดอกซากุระบานทั่วทั้งดอย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อบต.แม่สลองนอก โทร. 0 5376 5129

ที่ตั้ง : ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

โทรศัพท์ :  0 5376 5129

การเดินทาง : จากตัวเมืองจังหวัดเชียงราย ขับรถมุ่งหน้าไปทางอำเภอแม่จัน เมื่อผ่านอำเภอแม่จันมาประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงบ้านป่าซาง ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 860 ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1130 ซึ่งต่อกับทางหลวงหมายเลข 1234 ผ่านศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา หมู่บ้านผาเดื่อ บ้านอีก้อ เลี้ยวซ้ายไปดอยแม่สลอง

8. ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

          ทิวสนริมทะเลสาบอันเงียบสงบ เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ "ปางอุ๋ง" หรือโครงการพระราชดำริปางตอง 2 ยังคงน่าหลงใหลมาจนถึงปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ อากาศหนาวเย็น สามารถสูดอากาศบริสุทธิ์ได้แบบเต็มปอด ยามเช้าจะได้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงนกร้องที่ข้างบ้านพัก ชมไอหมอกลอยละล่องอยู่บนผืนน้ำ มีแสงพระอาทิตย์ทอแสงลงมาเป็นลำแสงสีทองสวยงาม พร้อมกับสัมผัสรสชาติกาแฟนุ่ม หอมกรุ่นภายในหมู่บ้านรวมไทย สิ่งที่ห้ามพลาดก็คือ การนั่งแพชมทัศนียภาพโดยรอบทะเลสาบ และการเที่ยวชมสวนดอกไม้รอบ ๆ ปางอุ๋ง

          ในช่วงหน้าหนาวนักท่องเที่ยวนิยมที่จะมานอนกางเต็นท์ในลานต้นสน โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคมที่ดอกนางพญาเสือโคร่งเบ่งบาน ที่นี่จะมีบรรยากาศที่โรแมนติกมาก เพราะสีชมพูของดอกซากุระเมืองไทย เมื่อรวมกับบรรยากาศอันอบอุ่นของปางอุ๋ง จึงทำให้ที่นี่มีแต่ความอ่อนหวาน ละมุนละไม น่าไปสัมผัสกันให้ได้สักครั้ง ซึ่งช่วงเวลาการบานของดอกนางพญาเสือโคร่งในแต่ละปีจะบานไม่พร้อมกัน ต้องโทร. สอบถามเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โทร. 0 5361 2982-3, 0 5361 2984 หรือโครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) โทร. 0 5361 1244, 08 5618 3303

ที่ตั้ง : โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

โทรศัพท์ : 0 5361 1244, 08 5618 3303

ารเดินทาง : เริ่มต้นจากตัวเมืองเชียงใหม่จะสะดวกที่สุด โดยเริ่มจากทางหลวงหมายเลข 107 ผ่านอำเภอแม่ริม บ้านมาลัย แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1095 ตรงไปอำเภอปาย อำเภอปางมะผ้า-ถ้ำปลา แล้วเลี้ยวขวาไปบ้านหมอกจำแป่ ผ่านบ้านห้วยขาน พระตำหนักปางตอง บ้านนาป่าแปก จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปบ้านห้วยมะเขือส้ม เข้าสู่บ้านรวมไทย ไปจนถึงโครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)

9. สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน จังหวัดน่าน

ขุนสถาน

สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน ตั้งอยู่บนดอยสูงในเขตตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ห่างจากตัวเมืองน่านประมาณ 40-50 กิโลเมตรเท่านั้น ที่แห่งนี้เป็นป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชพรรณต่าง ๆ มากมาย โดยส่วนมากเป็นป่าดิบเขา ประกอบไปด้วยต้นไม้ชนิดต่าง ๆ เช่น จำปีป่า เหมือดคน และมณฑา มีการฟื้นฟูสภาพของต้นน้ำ ทางสถานีนำต้นไม้มาปลูกเพิ่มมากขึ้น อาทิ ยูคาลิปตัส คามาลดูเลนซิส และสนสามใบ

          ซึ่งต้นนางพญาเสือโคร่งถือได้ว่าเป็นนางเอกของที่นี่ เพราะเมื่อถึงหน้าหนาว มันจะพากันผลิดอกออกมาให้ได้ยลโฉม ทั่วทั้งบริเวณสถานีต้นน้ำขุนสถานก็จะเต็มไปด้วยสีชมพูหวาน พร้อมทั้งบรรยากาศเย็นสบาย และทิวทัศน์ที่งดงามของขุนเขา กลายเป็นอีกจุดที่ห้ามพลาด ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถพักค้างแรมได้ที่สถานี สอบถามรายละเอียดบ้านพัก ช่วงเวลาการบานของดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือเส้นทางได้ที่สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน โทร. 08 1602 3199

          อัพเดท ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2559 เริ่มมีดอกตูมเล็ก ๆ บ้าง คาดว่าจะบานในช่วงกลางเดือนมกราคม ถึงประมาณปลายเดือนมกราคม

ที่ตั้ง : ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

โทรศัพท์ : 08 1602 3199

การเดินทาง : จากอำเภอเมืองน่านวิ่งเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1024 ขับไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1217 ขับมุ่งไปที่อำเภอนาน้อย เมื่อถึงแยกไปอำเภอนาน้อยให้เลี้ยวขวา ขับไปสักระยะจะมีป้ายบอกทางไปสถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน เลี้ยวขวาอีกครั้ง ผ่านหมู่บ้านขุนสถาน จนถึงสถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน

10. ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (แม่จอนหลวง) จังหวัดเชียงใหม่

          ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (แม่จอนหลวง) ตั้งอยู่ที่ หมู่ 6 ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ภายในสถานีมีพืชพรรณเมืองหนาวนานาชนิด ผลัดกันออกดอกออกผลตลอดทั้งปี โดยเฉพาะผักสดที่สามารถเก็บทานกันได้สด ๆ ปราศจากสารพิษ และนักท่องเที่ยวยังสามารถเดินเที่ยวชมโดยรอบสถานี ซึ่งมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ แปลงปลูกสาลี่ แปลงปลูกดอกเยอบีร่า ดอกสแตติส ดอกพิทูเนีย แปลงปลูกสตรอว์เบอร์รี แปลงปลูกชา เป็นต้น

          ในช่วงเดือนมกราคมที่นี่จะคึกคักมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงที่ดอกนางพญาเสือโคร่งจะเผยโฉมออกมาให้ได้เห็นทั่วทั้งหุบเขา บริเวณโดยรอบสถานีจะถูกแต่งแต้มสีสันไปด้วยสีชมพูหวานนุ่มนวล ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าสดใสอย่างสวยงาม ช่วงเวลาการบานของดอกนางพญาเสือโคร่ง การเดินทางและรายละเอียดที่พัก สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (แม่จอนหลวง) โทร. 0 5311 4133, 0 5311 4136


          อัพเดท ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2559 เริ่มออกดอกบางส่วน แต่จะบานเต็มที่ช่วงกลางเดือนมกราคม 2560
ที่ตั้ง : บ้านม้งขุนแม่วาง หมู่ที่ 6 ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

โทรศัพท์ :  0 5311 4133, 0 5311 4136

การเดินทาง : จากตัวเมืองเชียงใหม่ขับไปตามถนนสายเชียงใหม่-ฮอด ผ่านอำเภอจอมทอง แล้วเลี้ยวขวาไปทางดอยอินทนนท์ ให้สังเกตหลักกิโลเมตรที่ 31 จากนั้นเลี้ยวขวา ขับไปเรื่อย ๆ ผ่านโครงการหลวงดอยอินทนนท์ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) แล้วเลี้ยวซ้ายขึ้นไปยังสถานีเกษตรที่สูงแม่จอนหลวง

11. ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่



          ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เกิดขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ให้ที่นี่เป็นสถานที่เพาะพันธุ์และวิจัยเกี่ยวกับพันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี

          นอกจากนี้ภายในศูนย์ยังมีการปรับแต่งภูมิทัศน์อย่างสวยงาม เต็มไปด้วยป่าเขาและอ่างเก็บน้ำที่เงียบสงบ รวมทั้งมีต้นดอกนางพญาเสือโคร่งปลูกอยู่รอบอ่างเก็บน้ำและโดยรอบ ๆ ศูนย์ ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งแหล่งชมดอกนางพญาเสือโคร่งห้ามพลาดของเมืองไทย

          อัพเดท ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2559 ดอกนางพญาเสือโคร่งเริ่มบานแล้ว 70% และคาดว่าจะบานสะพรั่งช่วงปีใหม่นี้ ติดตามการบานได้ที่เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ใครไปเที่ยวเชียงใหม่ในช่วงปีใหม่ ก็ห้ามพลาดนะคะ

ช่วงที่ดอกนางพญาเสือโคร่งเบ่งบานการจราจรของแต่ละสถานที่จะแน่นขนัดไปด้วยรถยนต์ของนักท่องเที่ยว และเส้นทางในการขึ้นดอยนั้นค่อนข้างคับแคบ จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ แต่ละสถานที่จะมีลานกางเต็นท์ให้นักท่องเที่ยวได้นอนพักค้างแรม แต่ควรโทรศัพท์สอบถามรายละเอียดก่อนการเดินทาง และควรเตรียมเต็นท์ไปเอง เพราะบางสถานที่มีเต็นท์ไม่เพียงพอต่อนักท่องเที่ยว โดยปกติแล้วดอกนางพญาเสือโคร่งจะบานในช่วงเดือนมกราคม แต่ในแต่ละปีจะมีสภาวะอากาศที่ไม่เหมือนกัน และแต่ละสถานที่ก็จะบานไม่พร้อมกัน จึงควรโทร. สอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนการเดินทางทุกครั้ง

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบอีกครั้งก่อนเดินทาง ข้อมูล ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2559

ขอขอบคุณข้อมูลจาก



Create Date : 05 มกราคม 2560
Last Update : 5 มกราคม 2560 8:43:44 น.
Counter : 540 Pageviews.
3 comment
(โหวต blog นี้) 
ไก่อบน้ำผึ้งมัสตาร์ด อาหารฝรั่งเมนูอร่อยจากผลิตภัณฑ์โครงการหลว


ไก่อบน้ำผึ้งมัสตาร์ด

หน้าตาอินเตอร์ ! ชวนทำไก่อบน้ำผึ้งมัสตาร์ดที่ใช้วัตถุดิบจาก "โครงการหลวง" เนื้อนุ่มหวานหอม เข้ากันดีกับมันฝรั่งอบ มาพร้อมผักเคียง จัดเต็มมื้อเย็นกันเลย

     ถ้าเบื่อเมนูไก่ โดยเฉพาะไก่ทอดที่ถ้าได้ทอดทีทำเอาหน้ามันหมดสวยก็ลองเปลี่ยนมาทำไก่อบดูสิคะ นอกจากหน้าไม่เยิ้มแล้วก็ไม่ต้องกลัวน้ำมันกระเด็นระคายผิวอีกด้วย กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำไก่อบน้ำผึ้งมัสตาร์ด สูตรจาก นิตยสาร @Kitchen จุดเด่นคือ ใช้วัตถุดิบโครงการหลวง แค่จับไก่มาอบกับเครื่องปรุงแบบฝรั่ง กินกับมันฝรั่งและผักเคียง รับรองอร่อยเลิศ

Roasted Bress Chicken with Honey Mustard, Rosemary Potato and Garlic Butter Needle Bean เมนูอร่อยจากผลิตภัณฑ์โครงการหลวง (The Goods of Royal Project) จากนิตยสาร @Kitchen

ส่วนผสม ไก่อบน้ำผึ้งมัสตาร์ด (สำหรับ 4 ที่)

     • ไก่เบรสฝรั่งเศส 1/2 ตัว
     • มันฝรั่ง 600-800 กรัม
     • น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำผึ้ง 5 ช้อนโต๊ะ
     • โฮลเกรนมัสตาร์ด 3 ช้อนโต๊ะ
     • ถั่วเข็มลวก 200 กรัม
     • กระเทียม 3 กลีบ   
     • เนยจืด 2 ช้อนโต๊ะ
     • เลมอน 1/2 ลูก
     • โรสแมรี่ 2-3 ก้าน       
     • เกลือ
     • พริกไทย            

วิธีทำไก่อบน้ำผึ้งมัสตาร์ด

     1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส และหั่นมันฝรั่งเป็นชิ้น ๆ ขนาด 1.5-2 นิ้ว คลุกด้วยน้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ตามด้วยใบโรสแมรี่
     2. ผสมน้ำผึ้งและโฮลเกรนมัสตาร์ดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือกับพริกไทย ทาเนื้อไก่ให้ทั่วแล้วพักไว้ (เก็บส่วนผสมที่เหลือไว้สำหรับทำซอส)
     3. ใช้หม้อที่เข้าเตาอบได้ เคลือบก้นหม้อด้วยน้ำมันมะกอกที่เหลือ จัดเรียงมันฝรั่งลงไปให้ทั่ว ตามด้วยไก่ที่หมักเรียบร้อยแล้ว ปิดหม้อด้วยกระดาษฟอยล์ อบประมาณ 20 นาที
     4. นำส่วนผสมของน้ำผึ้งและมัสตาร์ดที่เหลือผสมกับน้ำเลมอน
     5. เมื่อครบ 20 นาทีเปิดฟอยล์ออก ราดส่วนผสมน้ำเลมอนให้ทั่ว นำเข้าเตาอบแบบไม่ปิดฟอยล์จนไก่มีสีสวยงาม
     6. ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่เนยลงไป ตามด้วยกระเทียมซอย พอเริ่มมีกลิ่นหอมใส่ถั่วเข็มลงไปผัด ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ใช้เสิร์ฟเป็นเครื่องเคียง

เคล็ดลับ :

     สามารถใช้ไก่บ้านไทยแทนได้ และก่อนที่วางมันฝรั่งลงไปในชามอบให้นำชามเข้าเตาอบให้ร้อนประมาณ 5-10 นาที


ถ้าวันหยุดนี้ใครมีโอกาสแวะไปโครงการหลวง ลองสอยส่วนผสมต่าง ๆ มาลองทำไก่อบน้ำผึ้งมัสตาร์ดกันนะคะ รับรองว่าทำง่าย กินเพียว ๆ ข้าวสวยไม่ต้อง

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

เรื่อง : Petchlda Pragattakomol, ภาพ: Kawin Thongsomboon และ สไตล์ลิสต์: Cholada  Ananaweenusorn



Create Date : 05 มกราคม 2560
Last Update : 5 มกราคม 2560 8:41:48 น.
Counter : 402 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
เป็นไปได้!? พลิกโฉมวงการไมโครอิเล็กทรอนิกส์ กับ ‘แบตเตอรี่กระดาษ’ สร้างพลังงานไฟฟ้าจาก ‘เชื้อแบคทีเร


จะดีขนาดไหนหากว่ากระดาษแผ่นบางๆ จะสามารถสร้างพลังงานไฟฟ้าได้ แม้จะได้เพียงน้อยนิดก็ตามแต่มันคือ ความก้าวหน้าที่จะพลิกโฉมไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจะต้องพึงพาเจ้านี่ก็เป็นได้

ผลงานดังกล่าวเป็นของมหาวิทยาลัย บิงแฮมตัน นักวิจัยได้พัฒนารูปแบบใหม่ของแบตเตอรี่ที่จะปฏิวัติไมโครอิเล็กทรอนิกส์ โดยทำมาจากกระดาษแผ่นเดียวและของเหลวที่มีลักษณะคล้ายแบคทีเรีย
ที่จะให้พลังงานได้เป็นสัปดาห์ แบบใช้แล้วทิ้ง เออง่ายดีนะ

1

เจ้าแบตเตอรีกระดาษนี้ประกอบด้วยชิ้นส่วนของกระดาษโครมาโต ริบบิ้นของซิลเวอร์ไนเตรท ชั้นของขี้ผึ้งบางๆ เพื่อสร้างแคโทด (ปฏิกิริยาไฟฟ้าเคมี) และโพลิเมอร์จะมีหน้าที่นำไฟฟ้าไปอีกครึ่งหนึ่งของกระดาษ เมื่อพับอย่างทุกต้องแล้วหยดเชื้อแบคทีเรียลงไปไม่กี่หยด มันก็จะเป็นการเริ่มกระบวนการสร้างเซลล์ของจุลินทรีย์สำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างช้าๆ กระดาษดังกล่าวจะต้องมีรูปแบบการสร้างแบบ PEM เซลล์เชื้อเพลิงแบบพกพา ร่วมกับแคโทด สำหรับการผลิตไฟฟ้า

2

เมื่อทั้ง6 แผ่นพับเชื่อมต่อกันจะสามารถสร้างพลังงานได้ 44.85 ไมโครวัตต์ แม้มันจะไม่ได้สร้างพลังงานจำนวนมากแต่อย่างน้อยเจ้านี่จะเป็นแหล่งพลังงานให้แก่การใช้งานของอุปกรณ์ขนาดเล็ก จำพวกไบโอเซนเซอร์ได้ ในยามเกิดเหตุเช่นในยามสงครามหรือภัยพิบัตินั้นเอง ซึ่งเจ้ากระดาษนี้สามารถพบเก็บได้เหมือนไม้ขีดพกสะดวก

ที่มา : binghamton.edu




Create Date : 05 มกราคม 2560
Last Update : 5 มกราคม 2560 8:34:33 น.
Counter : 231 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  

BlogGang Popular Award#13



หนี่งหน่อง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]



All Blog