เลขที่บ้าน บอกชีวิต! บ้านเลขที่ ที่คุณอาศัยอยู่ตอนนี้ ดี – ไม่ดี? คำตอบอยู่นี่จ้า


ในทางโหราศาสตร์ ตัวเลข กำหนดชีวิตคนเราได้ในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะวัน เดือน ปีเกิด เวลาตกฟาก เลขที่บัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ หรือเลขทะเบียนรถ และแน่นอนไม่เว้นแม้กระทั่ง บ้านเลขที่ โดยมาก บ้านเศรษฐี หรือ คนใหญ่คนโต ก็มักจะสร้างตามหลักฮวงจุ้ย มีบ้านเลขที่สวยๆ ตัวเลขงามๆ แบบที่คนทั่วๆ ไป เขาไม่มีกันนั่นแหละค่ะ แล้ว บ้านเลขที่ ดี – ไม่ดี เขาดูกันยังไงนะ ? ซินแสหวาง มีคำตอบ อยากรู้ตามมาๆ

บ้านเลขที่

ตามความรู้ของศาสตร์จีน ฮวงจุ้ย หรือที่อยู่อาศัยดี มีผลกับความสำเร็จ 33% ฮวงจุ้ยเลขที่บ้าน ก็เกี่ยวข้องและส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนภายในบ้านได้เช่นกัน (แต่มิได้มีผลกับเจ้าของบ้านถ้ามิได้อาศัยในบ้านหลังนั้น) เรามาดูความหมายของบ้านเลขที่กันว่าทำให้คนในบ้านอยู่สงบสุข หรือ ทุกข์เข็ญ

ประตูบ้าน

วิธีดูชะตาบ้าน : ซึ่งเลขที่บ้านดังกล่าวสามารถคำนวณได้จากการนำเลขที่บ้านทั้งหมดมาบวกกัน จนกระทั่งได้หมายเลขสุดท้ายเป็นหมายเลขเดียว

1.นำตัวเลขท้ายทุกตัวของบ้านเลขที่ (เลขที่หมู่ไม่นำมาคำนวณ)

2.ทั้งตัวเลขด้านหน้าและหลังเครื่องหมายทับ ( / ) ถ้ามี

3.นำมาหาผลรวมให้ได้เลข 1 หลัก

4.ถ้าท่านได้เลขศูนย์ ให้คำนวณใหม่ เพราะแปลว่าท่านคำนวณผิด 555

เช่น 321/60 = 3+2+1+6+0 = 12 = 1+2 = 3 ผลรวมได้เท่าไหร่ ให้ดูผลดวงชะตาเจ้าของบ้านในแต่ละเลข 1-9

หมายเหตุ : ตามตำราโบราณจะใช้เฉพาะเลขหลังทับเท่านั้น ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกความแตกต่างของบ้านเรากับเพื่อนบ้านเช่น 321/60 = 6+0 = 6 ดังนั้นถ้าเป็นไปได้เพื่อความสบายใจ ข้าพเจ้าแนะนำให้พิจารณาทั้ง 2 แบบ คือทั้ง นำเลขก่อนทับมารวม และ ไม่มารวม

ความหมายแต่ละหมายเลข เลขทะเบียนบ้าน สงบสุข หรือ ทุกข์เข็ญ

ครอบครัวสุขสันต์

เลข 1
หมายความว่า เจ้าของบ้าน หรือ ผู้อยู่อาศัยภายในบ้านหลังนี้ มักมีความเป็นผู้นำสูง ใจร้อน กล้าคิดกล้าทำ อีกทั้งยังเป็นคนใจอ่อนชอบช่วยเหลือคนอื่นๆ เสมอ จึงทำให้มีเรื่องไม่สบายใจอยู่บ่อยครั้ง ส่วนในเรื่องของหน้าที่การงานของผู้ที่อยู่อาศัยภายในบ้านหลังนี้จะมีความเจริญรุ่งเรืองดี หากรับราชการก็จะมีผู้คนนับหน้าถือตา มีความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน

เลข 2
หมายความว่า เจ้าของบ้าน หรือ ผู้อยู่อาศัย เป็นคนที่ชอบพบปะผู้คน ชอบเข้าสังคม เนื่องจากเป็นคนอบอุ่น จึงเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนฝูงและมีเพื่อนมากพอสมควร อีกทั้งยังเป็นคนที่มีเสน่ห์ อ่อนไหวง่าย ผู้ที่อาศัยบ้านหลังนี้มักจะมีหน้าที่การงานที่ราบรื่น แต่มักจะพบกับปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ หรือเรื่องหนี้สิน ดังนั้นจึงต้องมีความรอบคอบ ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท

เลข 3
หมายความว่า เจ้าของบ้าน หรือ ผู้อยู่อาศัย มักเป็นคนเฉลียวฉลาด แต่ก็เป็นคนใจร้อน ตรงไปตรงมา ชอบใช้กำลัง มักจะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งจนอาจจะถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลเลยทีเดียว ผู้ที่อยู่อาศัยบ้านหลังนี้มักประสบแต่ความทุกข์ คนในบ้านเจ็บป่วยบ่อย และไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องของการงาน หรือหากประกอบกิจการต่างๆ ก็มักจะล้มเหลวไม่รุ่งเรือง

เลข 4
หมายความว่า เจ้าของบ้าน หรือ ผู้อยู่อาศัย มักเป็นคนช่างเจรจา ชอบในเรื่องการติดต่อสื่อสาร มีสติปัญญาแหลมคม แต่จะเป็นคนที่ขาดความระมัดระวังรอบคอบและขาดความอดทนเท่าที่ควร จึงควรระมัดระวังเรื่องนี้ให้ดี นอกจากนี้แล้วบ้านหลังนี้ยังเป็นบ้านที่ดี ให้โชคลาภแก่ผู้ที่อยู่อาศัย ลูกหลานมีการศึกษาที่ดี อีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขาย จะมีกิจการที่รุ่งเรืองดี

เลข 5
หมายความว่า เจ้าของบ้าน หรือ ผู้อยู่อาศัย มักเป็นที่รักของบรรดาญาติมิตรและเพื่อนๆ อีกทั้งยังเป็นคนที่มีเสน่ห์ ชอบช่วยเหลือผู้อื่นเสมอๆ แต่การช่วยเหลือคนอื่นมากเกินไป ก็ถือเป็นข้อเสียของผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านหลังนี้ เพราะจะนำพาแต่ความทุกข์มาให้ ส่งผลทำให้มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจอยู่บ่อยครั้ง ประกอบธุรกิจก็จะประสบความสำเร็จเจริญรุ่งเรืองได้

เจ้าของบ้าน

เลข 6
หมายความว่า เจ้าของบ้าน หรือ ผู้อยู่อาศัย เป็นคนที่มีเสน่ห์ เป็นที่รักของผู้คนมากมาย มักมีผู้หลักผู้ใหญ่ให้การเกื้อหนุนอยู่เสมอ แต่ก็เป็นคนค่อนข้างใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่ถึงอย่างไร บ้านหลังนี้ก็เป็นบ้านที่ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขาย หรือเป็นเจ้าของกิจการ จะยิ่งเจริญรุ่งเรือง เงินทองไหลมาเทมา ประสบความสำเร็จ

เลข 7
หมายความว่า เจ้าของบ้าน หรือ ผู้อยู่อาศัย มักเป็นคนหนักแน่น แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นคนมีเคราะห์กรรม เนื่องจากเลข 7 นั้นเป็นเลขของอุปสรรค ผู้ที่อยู่อาศัยภายในบ้านหลังนี้มักพบเจอกับอุปสรรคต่างๆ มากมายกว่าที่จะประสบความสำเร็จ หรือ ต้องทำงานหนัก แต่มักไม่มีเงินเหลือเก็บ อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องความขัดแย้งภายในครอบครัว หากมีลูกน้องบริวารก็มักจะไม่ซื่อสัตย์

เลข 8
หมายความว่า เจ้าของบ้าน หรือ ผู้อยู่อาศัย ควรเป็นคนที่กล้าตัดสินใจ มีสติอยู่เสมอ ไม่ลุ่มหลงอยู่ในกิเลสเพราะจะทำให้มีแต่ความทุกข์ใจ อีกทั้งบ้านหลังนี้จะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับดวงชะตาของผู้ที่อยู่อาศัยเอง หากเป็นคนดวงแข็งและอยู่ในช่วงดวงดี ก็จะทำให้ส่งผลแต่เรื่องดีๆ แต่หากเป็นคนที่มีดวงไม่แข็งพอหรืออยู่ในช่วงดวงตก ก็จะพบแต่ความทุกข์หนัก อาจจะมีเคราะห์เกี่ยวกับอุบัติเหตุ

เลข 9
หมายความว่า ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้าน หรือ ผู้อยู่อาศัย มักเป็นคนที่มีอำนาจบารมี มีคนเคารพ ยกย่อง นับหน้าถือตาอยู่เสมอ สำหรับเลข 9 นั้นเป็นเลขที่เป็นมงคลอย่างมาก เป็นเลขของคุณงามความดี ไม่ว่าจะทำการสิ่งใดก็มักจะมีคนคอยเกื้อหนุนรับใช้อยู่เสมอ ผู้ที่อยู่อาศัย มักมีอายุยืนยาว หากประกอบธุรกิจหรือกิจการของตนเองก็จะประสบความสำเร็จมีกิจการใหญ่โต

บ้านเลขที่

วิธีแก้ แบบที่ 1

1. แปะสติ๊กเกอร์ตัวเลขที่ต้องการ (เล็กๆ) ด้านท้ายบ้านเลขที่เดิม

2. เพื่อให้ผลรามเป็นเลขที่ต้องการ

เช่น เลข 223 ให้แปะเลข 2 ต่อท้าย เพื่อผลรวม = 9

วิธีแก้ แบบที่ 2

1.ซื้อแผ่นทองคำเปลว 1 แผ่นเล็ก (ทองคำแท้)

2.นำมาแปะบนตัวเลขที่ไม่ต้องการผลรวม 1 ตัว (ไม่ต้องปิดมิดก็ได้)

3.แปะทับเป็นรูป สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด หมายถึงมุมแหลมขึ้นบน

4.ให้นำเทียนไขมาถูบริเวณที่แปะแผ่นทอง เพราะแปะปกติจะไม่ติด

5.แปะครั้งเดียวใช้ได้ตลอดชีวิต แม้แผ่นทองจะหลุดออกหลังฝนตก

***อย่าลืม แปะเลขไหนก็ได้ที่ไม่ต้องการนับรวม แต่ให้คำนึงถึงผลรวมเลขที่เหลือ ให้ได้ความหมายที่ต้องการได้

และทางที่ดี เจ้าของบ้านไม่ควรอยู่บ้านตลอดเวลาในกรณีที่ได้เลขผลรวมไม่ดี เช่น 3 หรือ 7

ข้อมูลจาก  ซินแสหวาง www.sinsaehwang.com




Create Date : 09 มกราคม 2560
Last Update : 9 มกราคม 2560 8:02:22 น.
Counter : 1091 Pageviews.
2 comment
(โหวต blog นี้) 
นวดนิ้วมือ สลาย เครียด ภายใน 5 นาที สูตรลับฉบับญี่ปุ่น


นิ้วมือ

ในยุคปัจจุบันความ เครียด อยู่รอบตัวเรา จนกลายเป็นสิ่งที่บั่นทอนชีวิตประจำวันและสุขภาพร่างกายเราอย่างมาก หลายๆ โรคที่มนุษย์ยุคนี้กำลังเผชิญ เกิดจากความเครียดก็ดี หรือ ป่วยแล้วจึงเกิดภาวะเครียดก็ดี ไม่ว่าจะมีสาเหตุจากความเครียดหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อไหร่ที่เครียด ก็จะพาให้สุขภาพกายและสุขภาพใจอ่อนแอ ทรุดโทรมตามไปด้วย เราค้นพบว่า ชาวญี่ปุ่นในสมัยโบราณ มีวิธีผ่อนคลาย สลายเครียด ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ ภายใน 5 นาที และ สามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยการ นวดนิ้วมือ เพียงเท่านั้นเอง แต่ก่อนอื่น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจกันเสียก่อนว่า นิ้วมือแต่ละนิ้วของเรา เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง ลอง ชมภาพด้านล่างนี้ค่ะ

นิ้วมือ
นิ้วโป้ง  เชื่อมโยงกับความรู้สึกวิตกกังวล การนวดนิ้วโป้งจะช่วยบรรเทาความตื่นตระหนก วิตกกังวลได้ค่ะ

นิ้วชี้   เชื่อมโยงกับความรู้สึกกลัว

นิ้วกลาง  เชื่อมโยงกับความรู้สึกโกรธแค้น ขุ่นเคือง ไม่พอใจ

นิ้วนาง  เชื่อมโยงกับความรู้สึกหดหู่ ซึมเศร้า โศกสลด การนวดนิ้วนาง จะช่วยให้คุณรู้สึกเข้มแข็งขึ้น


นิ้วก้อย  เชื่อมโยงกับความรู้สึก ความภาคภูมิใจในตนเอง การนวดนิ้วก้อย จะช่วยบรรเทาความวิตกกังวล เพิ่มภาวะการมองโลกในแง่ดี และ เสริมสร้างความมั่นใจในตัวเองได้มากขึ้น

โดยสามารถนวดนิ้วได้ตามภาพดังต่อไปนี้

วิธีนวดนิ้วมือ

เพื่อเป็นการปรับสมดุลพลังงานในร่างกาย ทำได้ง่ายๆ โดย ใช้มืออีกข้างกำนิ้วมือแล้วใช้นิ้วโป้งค่อยๆ นวดคลึงไปทีละนิ้วเป็นเวลา 1 – 2 นาที คุณจะรู้สึกดีขึ้นเมื่อประสาทสัมผัสได้รับการกระตุ้น

และหากต้องการปรับอารมณ์ให้สงบลง ให้ใช้นิ้วโป้งของมืออีกข้าง นวดคลึงที่กลางฝ่ามือ อย่างน้อยเป็นเวลา 1 นาที  ปฏิบัติอย่างนี้เป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้รู้สึกสงบ และปรับสมดุลในตัวเองได้ค่ะ

ที่มาจาก brightside.me




Create Date : 09 มกราคม 2560
Last Update : 9 มกราคม 2560 7:54:31 น.
Counter : 339 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
สูตรทำขนมไทยสีเขียว สดใสหวานละมุนอร่อยไม่ต้องเบรก


15 สูตรทำขนมไทยสีเขียว

เจอสัญญาณไฟเขียวผ่านตลอด แต่ถ้าเจอขนมไทยสีเขียวต้องหยุดแวะชิม ทั้งสีสวยสดใสมาพร้อมความอร่อยหลากหลาย พลาดไปเสียดายแน่

     เอ่ยถึงขนมไทยที่มีสีสันสบายตา หลายคนต้องนึกถึงขนมไทยสีเขียวแน่นอน วันหยุดนี้ลองเลือกสักสูตรแล้วมาทำกินกับครอบครัวกัน กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำขนมไทยสีเขียว ยกตัวอย่างเช่น ขนมชั้นใบเตย มะพร้าวแก้วใบเตย ขนมครกใบเตย และสูตรขนมไทยสีเขียวอื่น ๆ อีกเพียบ รับรองทำไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ

15 สูตรทำขนมไทยสีเขียว

1. ขนมชั้นใบเตย

     ขนมไทยสีเขียวสุดคลาสสิกที่อยากให้ลองทำคือ ขนมชั้นใบเตย สูตรจาก คุณ RinS Cook Book (#Rinscookcook) เนื้อเหนียวนุ่ม ปรับลดความหวานได้ตามชอบ เวลากินจะดึงแต่ละชั้นออกมากินก็ได้นะคะ   

ส่วนผสม ขนมชั้น

     • น้ำตาลทราย 2+1/2 ถ้วย
     • น้ำกะทิ 4 ถ้วย
     • แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
     • แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วย
     • แป้งท้าวยายม่อม 1+1/2 ถ้วย (หรือแป้งถั่วเขียว)
     • น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 1/2 ถ้วย
     • น้ำหอมกลิ่นมะลิผสมน้ำ 1/2 ถ้วย
     • ถาดหรือพิมพ์สี่เหลี่ยมสำหรับนึ่งขนม (ขนาด 10x10 นิ้ว หรือ 8x8 นิ้ว)

วิธีทำขนมชั้น

     1. ใส่น้ำตาลทรายและกะทิลงในหม้อ คนผสมให้เข้ากัน นำขึ้นตั้งไฟปานกลางประมาณ 5 นาที จนน้ำตาลทรายละลาย (ไม่ต้องรอให้เดือด) ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น
     2. นึ่งถาดหรือพิมพ์ในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด ประมาณ 15 นาที เตรียมไว้
     3. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งท้าวยายม่อมเข้าด้วยกัน ค่อย ๆ เทส่วนผสมน้ำกะทิลงไป ใช้มือนวดแป้งให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว นวดประมาณ 15 นาที จนแป้งไม่จับตัวเป็นก้อน จากนั้นนำไปกรองด้วยตะแกรง
     4. แบ่งแป้งเป็น 2 ถ้วย โดยถ้วยที่ 1 ผสมกับน้ำใบเตย และถ้วยที่ 2 ผสมกับน้ำมะลิ คนผสมให้เข้ากัน เตรียมไว้
     5. ทำชั้นที่ 1 โดยเทส่วนผสมสีขาว (เทส่วนผสมทุกชั้นประมาณ 1/3 ถ้วย) ลงในพิมพ์ ปิดฝา นึ่งประมาณ 5 นาที เปิดฝา เทส่วนผสมสีเขียวลงไป ปิดฝา นึ่งประมาณ 5 นาที ทำซ้ำเช่นเดิม สลับชั้นกันจนหมดแป้ง จะได้ประมาณ 9-10 ชั้น โดยชั้นสุดท้าย ให้นึ่งประมาณ 7 นาที ยกออกจากชุดนึ่ง วางพักทิ้งไว้จนเย็นสนิท (ประมาณ 3 ชั่วโมง)
     6. นำขนมออกจากถาด จุ่มมีดลงในน้ำร้อน กดลงบนขนมเป็นชิ้น ๆ จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ขนมชั้นใบเตย ขนมไทยสีสันสดใส เนื้อเหนียวนุ่ม

+++++++++++++++++++

15 สูตรทำขนมไทยสีเขียว

2. ลอดช่องน้ำกะทิ


     ยามบ่ายมาเพิ่มความสดชื่นจากขนมไทยสีเขียวนามว่าลอดช่องน้ำกะทิ สูตรจาก คุณ RinS Cook Book (#Rinscookcook) มาพร้อมวิธีทำลอดช่องให้เหนียวนุ่มและน้ำกะทิหอมหวาน ใส่น้ำแข็งสักหน่อย เย็นชื่นใจจริง ๆ

ส่วนผสม ลอดช่อง

     • ใบเตยหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ 1 ปอนด์ (ประมาณ 450 กรัม)
     • น้ำปูนใส 9+1/2 -10 ถ้วย
     • แป้งข้าวเจ้า 3 ถ้วย
     • แป้งมันสำปะหลัง 1 ถ้วย
     • แป้งถั่วเขียว 4 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำเย็นจัด
     • น้ำแข็งทุบ

ส่วนผสม น้ำกะทิ

     • น้ำตาลปี๊บ 3+1/2 -4 ถ้วย
     • เกลือป่น 1 ช้อนชา
     • กะทิ 5 ถ้วย

วิธีทำลอดช่องน้ำกะทิ

     1. ทำน้ำกะทิ โดยใส่น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น และกะทิลงในอ่างผสม ใช้มือขยำส่วนผสมเข้าด้วยกันจนน้ำตาลปี๊บละลายเข้ากันดี กรองด้วยตะแกรง
     2. นำส่วนผสมน้ำกะทิขึ้นตั้งไฟปานกลาง เคี่ยวจนน้ำกะทิใกล้เดือด (ให้ส่วนผสมเดือดเฉพาะตรงกลาง ไม่เดือดพล่าน เพื่อไม่ให้กะทิแตกมัน) ประมาณ 10-15 นาที ปิดไฟ ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น เตรียมไว้ (สามารถทำไว้ล่วงหน้าหรือทำทิ้งไว้ข้ามคืนได้)
     3. ใส่ใบเตยลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำปูนใส 6-7 ถ้วย ปั่นจนละเอียด จากนั้นคั้นเอาเฉพาะน้ำ เตรียมไว้
     4. ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งถั่วเขียวลงไปในน้ำใบเตย โดยปล่อยให้แป้งค่อย ๆ จมลงไปในน้ำจนหมด (เทคนิค : ปล่อยให้แป้งจมลงไปในน้ำเอง รอประมาณ 1 นาที โดยไม่ต้องคน เพื่อให้มั่นใจได้ว่า แป้งจะได้ไม่จับตัวเป็นก้อน และละลายเข้ากับน้ำทั้งหมด) พอแป้งจมลงหมดแล้ว ค่อย ๆ คนผสมจนเข้าดี จากนั้นกรองด้วยตะแกรง เตรียมไว้
     5. ใส่ส่วนผสมลงในกระทะก้นลึกขนาดใหญ่ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง กวนผสมตลอดเวลา ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง พอแป้งเริ่มเหนียว ค่อย ๆ เทน้ำปูนใสที่เหลือลงไปจนหมด กวนจนส่วนผสมเหนียว และมีสีใส
     6. ตักส่วนผสมแป้งใส่เครื่องกดลอดช่อง กดแป้งเป็นเส้น ๆ ลงในน้ำเย็นจัด จากนั้นตักส่วนผสมขึ้น ใส่ลงในถ้วย ตามด้วยน้ำกะทิที่เตรียมไว้ และน้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ

หมายเหตุ : สูตรนี้ใส่แป้งถั่วเขียว เพื่อทำให้ลอดช่องมีเนื้อเหนียว นุ่ม และสีสวยมากขึ้น เก็บไว้กินนาน ๆ จะไม่คืนตัวและเป็นน้ำ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ลอดช่องน้ำกะทิ สูตรขนมไทยดับร้อนสีสันสดใส

+++++++++++++++++++
15 สูตรทำขนมไทยสีเขียว

4. ขนมครกใบเตย

     นึกอยากทำขนมครกใบเตย หรือขนมครกสิงคโปร์มอบให้คนพิเศษกันไหม บอกเลยว่าทำไม่ยาก สูตรจาก เฟซบุ๊ก พาทำ พาทาน ขนมไทยสีเขียวพอดีคำ หน้าตาสวยงามตามพิมพ์ กินเป็นขนมล้างปากก็เหมาะ

ส่วนผสม ขนมครกใบเตย (สำหรับ 18-20 ชิ้น)

     • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/2 ถ้วย + 2 ช้อนโต๊ะ
     • แป้งมัน 1/4 ถ้วย
     • ผงฟู 1ช้อนชา
     • น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
     • เกลือ 1/4 ช้อนชา
     • ไข่ไก่ 1 ฟอง
     • กะทิ 1/4 ถ้วย
     • น้ำใบเตยคั้นแบบเข้มข้น 1/3 ถ้วย
     • น้ำมันพืชสำหรับทาพิมพ์

อุปกรณ์

     • เตาขนมครกสิงคโปร์ (หรือใช้พิมพ์รูปอะไรก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นรูปดอกไม้)
     • ผ้าสำหรับชุบน้ำมันทาเตา

วิธีทำขนมครกใบเตย 

     1. ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ แป้งมัน และผงฟูเข้าด้วยกัน ใส่น้ำตาลทรายและเกลือลงไป คนผสมเข้าด้วยกัน จากนั้นใส่ไข่ลงไปตีผสมให้เข้ากัน
     2. เทกะทิลงไปตีผสมให้เข้ากัน ตามด้วยน้ำใบเตยคนผสมให้เข้ากันอีกครั้งจนเนื้อเนียนละเอียด พักไว้ 10 นาที
     3. นำพิมพ์วางบนเตาแก๊ส (ใช้พิมพ์รูปอะไรก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นรูปดอกไม้) เปิดไฟอ่อนสุด เอาผ้าชุบน้ำมันทาเบ้าบาง ๆ จากนั้นตักแป้งหยอดลงไปไม่ต้องเต็ม (เพราะเดี๋ยวขนมจะฟูขึ้นมาเอง) ปิดฝา (เพื่อให้ขนมสุกไวขึ้น) รอจนขนมสุก
     4. เมื่อขนมสุกแล้วใช้ไม้ปลายแหลมหรือไม้จิ้มฟันแซะขึ้นมา จัดใส่จาน

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ขนมครกใบเตย เหนียว ๆ นุ่ม ๆ สีสันสดใส ใคร ๆ ก็ชอบกิน

+++++++++++++++++++

15 สูตรทำขนมไทยสีเขียว

5. ขนมเปียกปูน


     ทำไมบนท้องตลาดมีแต่ขนมเปียกปูนสีดำ การตามหาขนมเปียกปูนสีเขียวยากยิ่งกว่างมเข็ม ลองหาเวลาว่าง ๆ มาทำเองก็ได้เนอะ ส่วนผสมไม่เยอะมีแค่แป้งกับใบเตย อาจต้องใช้แรงกวนเนื้อขนมจนแห้งเหนียว แต่เชื่อเถอะว่าถ้าทำเสร็จภูมิใจแน่นอน

ส่วนผสม ขนมเปียกปูน

     • แป้งข้าวเจ้า 500 กรัม
     • แป้งเท้ายายม่อม (หรือแป้งมัน) 150 กรัม
     • น้ำปูนใส
     • น้ำตาลปี๊บ 1+1/2 กิโลกรัม (ปรับเพิ่ม-ลดความหวานได้ตามชอบ)
     • น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น
     • มะพร้าวทึนทึกขูดเป็นเส้น สำหรับโรยหน้า

วิธีทำขนมเปียกปูน

     1. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งเท้ายายม่อม และน้ำปูนใสเล็กน้อยพอให้เหลว ๆ คนให้ละลายเข้าด้วยกัน
     2. ใส่น้ำใบเตยลงไป คนให้เข้ากัน ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ คนให้ละลาย จากนั้นนำไปกรองผ่านกระชอน
     3. เทส่วนผสมลงในกระทะทองเหลือง หรือกระทะเทฟลอน นำขึ้นตั้งไฟแรงกวนจนส่วนผสมงวดและแห้งเหนียว
     4. ตักส่วนผสมใส่พิมพ์ พักทิ้งไว้จนเซตตัว ตัดเป็นชิ้น ๆ โรยมะพร้าวขูด พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ขนมเปียกปูน สูตรขนมไทยเหนียวนุ่ม เห็นชัด ๆ ทุกขั้นตอน

+++++++++++++++++++




Create Date : 08 มกราคม 2560
Last Update : 8 มกราคม 2560 7:28:31 น.
Counter : 1404 Pageviews.
3 comment
(โหวต blog นี้) 
10 วิธี เพิ่มเสน่ห์เติมความหวานให้กับความรัก


ความรัก

สำหรับผู้หญิงที่กำลังรู้สึกว่าแฟนตัวเองไม่ค่อยสนใจเหมือนก่อน ก็อย่าเพิ่งน้อยอกน้อยใจไป เพราะไม่ได้หมายความว่าเขาหมดรักคุณหรอก แต่ความเคยชินของคุณสองคนอาจทำให้ความหวาน ความน่าสนใจ และความตื่นเต้นลดน้อยลงก็ได้ เพราะฉะนั้นจากนี้คุณก็น่าจะเพิ่มสีสันและเติมเสน่ห์ให้กับความรักของคุณกันบ้างดีกว่า


1. อย่าหยุดที่จะคบหาเพื่อนใหม่ และหากเป็นไปได้ก็ควงเพื่อนหนุ่ม (และแอ๊บหนุ่ม) ออกไปเที่ยวบ้าง เขาจะได้รู้ว่าในชีวิตของคุณไม่ได้มีเขาแค่คนเดียวนะ แต่ยังมีหนุ่ม ๆ อีกมากมายที่ให้ความสนใจคุณ และเขาก็จะไม่เห็นคุณเป็นของตายอีกต่อไป ที่สำคัญการได้ออกไปกับหนุ่ม ๆ ก็ยังทำให้คุณได้เรียนรู้ทัศนคติและความคิดในแบบผู้ชายอีกด้วย

2. ก่อนที่จะทำให้เขาภูมิใจในตัวคุณ คุณก็ควรภูมิใจในตัวเองซะก่อน ทั้งรูปร่าง หน้าตา การแต่งกาย ความสามารถ และมั่นคงทางความคิด เพราะผู้ชายชอบผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเอง และมีความเป็นตัวของตัวเองมากกว่าผู้หญิงขี้อาย หรือเดินตามเขาแบบไม่ลืมหูลืมตา ฉะนั้นอะไรที่คุณรู้สึกไม่เห็นด้วย หรือไม่สะดวกใจที่จะทำก็ปฏิเสธไปบ้าง เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ไม่ทำให้คุณกับเขาเลิกกันหรอกค่ะ

3. หากแฟนชวนคุณออกไปเที่ยวก็เล่นตัวบ้างอะไรบ้าง ไม่ควรออกไปทุกครั้งที่เขาเอ่ยปากชวน เพราะหากคุณว่างให้เขาตลอด ไม่ว่าจะรถติดฝนตกแค่ไหนก็อุตส่าห์มา ก็ไม่ต่างอะไรกับของเล่นของเขาหรอก ดังนั้นหากตั้งแต่ที่คบกันมาคุณไม่เคยปฏิเสธเขาเลย คราวหน้าก็ลองปฏิเสธดูบ้างสักครั้ง แล้วคุณจะเห็นว่าเขาสนใจคุณมากขึ้นจริง ๆ

10 วิธี เพิ่มเสน่ห์เติมความหวานให้กับความรัก

4. เวลาอยู่ต่อหน้าเขาพยายามทำให้ตัวเองดูดีและมีความสุขเข้าไว้ ทั้งการแต่งตัว การพูดการจา รวมไปถึงความคิด เพราะใคร ๆ ก็อยากจะอยู่ใกล้ ๆ คนที่สดชื่น สดใส ร่าเริง มากกว่าคนที่ทำหน้าตาบูดบึ้งตลอดเวลาอยู่แล้ว เพราะผู้หญิงแบบแรกมีเสน่ห์กว่าเป็นไหน ๆ ยิ่งมีมุกขำ ๆ มาเล่าให้ฟังด้วยยิ่งทำให้คุณน่าสนใจมากขึ้น...รู้แบบนี้แล้วก็ยิ้มโลดเลยจ้า

5. ก็เข้าใจดีว่าผู้หญิงต้องการความมั่นคงในชีวิต เห็นคู่อื่นแต่งงานก็รู้สึกอยากจะแต่งบ้าง แต่ทั้งนี้คุณควรเก็บความรู้สึกเอาไว้ในใจซะก่อน แล้วรอให้เขาเป็นฝ่ายเริ่มพูดเองดีกว่า เพราะหากคุณพูดออกไปตอนที่เขายังไม่พร้อม ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เขากับคุณเลิกกันได้ง่าย ๆ เลยนะ ปล่อยให้เป็นเรื่องของเวลาดีกว่า


6. ถึงแม้คุณจะเป็นผู้หญิงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องให้คนอื่นมาปกป้องดูแลเสมอไป เพราะหากคุณทำแบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากเป็นภาระเลย ดังนั้นจากนี้ก็ควรแสดงให้เขารู้บ้างว่าคุณสามารถอยู่ได้ตัวเอง เพราะอย่างน้อยในวันที่เขาไม่ได้อยู่ข้าง ๆ เขาก็สามารถวางใจได้ว่าคุณสามารถดูแลตัวเองได้ โดยที่เขาไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังอีกแล้ว

7. อย่าบอกเลิกเขาทุกครั้งที่ทะเลาะกัน เพราะผู้ชายจะไม่บอกเลิกพร่ำเพรื่อเหมือนผู้หญิง ถ้าเขาพูดแสดงว่าเขาหมายความตามนั้นจริง ๆ และหากคุณพูดบ่อย ๆ ก็จะกลายจะเป็นความเคยชิน และบั่นทอนความรักที่เขามีต่อคุณไปเรื่อย ๆ จนหมด สุดท้ายแล้วคนที่เสียใจก็จะกลายเป็นตัวคุณนั่นเอง ฉะนั้นหากทะเลาะหรือโต้เถียงกันก็พยายามข่มใจเอาไว้ สงบสติอารมณ์ก่อนแล้วค่อยมาคุยกันดีกว่า

10 วิธี เพิ่มเสน่ห์เติมความหวานให้กับความรัก

8. อยู่ข้าง ๆ เขาในยามที่เขากำลังเศร้าและเสียใจ เพราะเป็นช่วงที่ต้องการกำลังใจมากที่สุด เพื่อที่จะยืนได้อีกครั้ง ฉะนั้นหากคุณรักเขาจริงก็ไม่ควรทอดทิ้งหรือปล่อยให้เขาต้องจมอยู่กับความรู้สึกนั้นเพียงลำพัง ซึ่งถ้าหากคุณปลอบคนไม่เก่ง หรือไม่รู้จะทำอะไร แค่นั่งลงแล้วบอกเขาว่าเราจะผ่านมันไปด้วยกัน...ซึ่งพอแล้วล่ะ

9. ถึงแม้คุณจะไม่ใช่ผู้หญิงสวยหวาน น่ารักแอ๊บแบ๊วเหมือนคนอื่น ๆ แต่หากเขาทำอะไรเซอร์ไพรส์คุณหรือมีของพิเศษ ๆ มามอบให้คุณ ก็อย่าวางท่าเก๊กอย่างเดียว ทำท่าเขินบ้างอายบ้าง ก็จะทำให้เสน่ห์ที่มีอยู่ในตัวของคุณเพิ่มขึ้นไปอีก และยังทำให้เขามั่นใจว่าเขานี่แหละที่เหมาะกับคุณมากที่สุดแล้ว

10. อย่างที่รู้ ๆ กันว่าผู้ชายไม่ค่อยพูดอะไรมาก (นอกจากตอนที่อยู่กับกลุ่มเพื่อน) และมักจะเก็บอารมณ์เอาไว้มากกว่าแสดงออกมา ดังนั้นหากเขาพูดหรือแสดงความคิดเห็น คุณก็ควรทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี ด้วยการตั้งใจฟัง สบตาทุกครั้งที่พูด และเก็บคำพูดของคุณไว้ เพราะจะทำให้เขารู้สึกว่าคุณจริงใจกับเขาจริง ๆ ที่สำคัญยังได้เรียนรู้ความคิดใหม่ ๆ ด้วย

นอกจากวิธีที่เรานำเสนอไปแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือคุณควรรักตัวเองให้ได้ก่อน ก่อนที่จะหวังให้ใครคนอื่นมารักคุณ และความรักที่คุณให้กับเขาก็จะไม่ใช่ความรักที่ขาดสติอีกต่อไป เพราะอย่างน้อยคุณก็รู้แล้วว่าคุณจะรักเขาได้อย่างไร โดยที่ไม่ทำให้ตัวเองเจ็บ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
wmnlife.com และ wikihow.com



Create Date : 08 มกราคม 2560
Last Update : 8 มกราคม 2560 7:25:27 น.
Counter : 256 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
พบกับ 5 แผนการลอบสังหารที่บ้าบอที่สุดเท่าที่เคยมีมา ..เชื่อหรือไม่อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศสเคยถูกยิง


พบ 5 แผนการลอบสังหารสุดยอดผู้นำโลกที่บ้าบอที่สุดเท่าที่เคยมีมา ใครเลยจะรู้ว่า อดีต ปธน.ฝรั่งเศส เคยถูกกระหน่ำยิง 140 นัด แต่ไม่เป็นอะไร มีของดีใช่ไหม ตอบ!

ฟิเดล คาสโตร : กล่าวกันว่าคาสโตรคือบุคคลที่ทางการสหรัฐฯ ต้องการลบเลือนเขาให้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะผ่านมากี่สิบปี กล่าวกันว่าหน่วยข่าวกรองของพญาอินทรีย์ใช้ความพยายามถึง 638 ครั้งเพื่อลอบสังหารอดีตผู้นำคิวบารายนี้ ที่กล้าประกาศตัวว่าขอเป็นอริเบอร์หนึ่งกับทางการสหรัฐฯ ตลอดไป ครั้งหนึ่งสหรัฐฯ เคยใช้สาวคนรักของคาสโตรในแผนลอบสังหาร แต่ทุกอย่างผิดที่คาดไว้ เหตุผลเดียวคือความรัก ที่ทำให้สายลับสาวสองหน้าไม่กล้าลงมือกับคาสโตร

topfive-assassination-crazy-pics-1

แฟรงคลิน เดลาโน รูสเวลท์ : ราวปี ค.ศ.1933 ขณะที่รูสเวลท์กำลังหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีในเมืองไมอามี่อยู่นั้น ”จูเซปเป้ แซงการา” มือปืนชาวอิตาเลียนได้ฉวยโอกาสทองลอบสังหารว่าที่ ปธน.สหรัฐฯ กระสุนนัดแรกถูก แอนตัน เซอร์มาร์ค นายกเทศมนตรีประจำเมืองชิคาโก้ ในขณะที่แซงการากำลังเตรียมจะกระหนำยิงชุดที่สอง ฝูงชนได้เข้ามากรูและล้อมจับตัวเข้าได้สำเร็จ โชคดีที่รูสเวลท์รอดชีวิตมาได้ แต่เซอร์มาร์คไม่ได้โชคดี เขาเสียชีวิตในอีก 6 สัปดาห์ต่อมาเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว

topfive-assassination-crazy-pics-2

อดอลฟ์ ฮิตเลอร์ : ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังมีชาวเยอรมนีจำนวนไม่น้อยที่เกลียดชังผู้นำของตัวเอง ด้วยเหตุผลสุดเรียบง่าย ”เพราะฮิตเลอร์กำลังพาประเทศชาติไปลงนรก” ด้วยเหตุนี้จึงมีแผนลอบสังหารท่านผู้นำเกิดขึ้น โดย ”โอเบิรสท์ คลอส วอน สตัฟเฟนเบิร์ก” เป็นหัวโจกในแผนการลอบสังหารท่านผู้นำด้วยระเบิดที่ถูกซ่อนในกระเป๋าเอกสาร โดยเจ้าตัวจะนำกระเป๋าที่ซุกซ่อนระเบิดไปวางไว้ใกล้กับเก้าอี้ของท่านผู้นำเพื่อรอเวลาระเบิดทำงาน แต่แผนการล้มเหลว ท่านผู้นำได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย บทสรุปก็คือผู้เกี่ยวข้องในแผนลอบสังหารครั้งนี้ถูกไล่ล่าและประหารชีวิตทุกคนในข้อหากบฏ!

topfive-assassination-crazy-pics-3

วิลเลียม เฮช.เซเวิร์ด : รมต.ต่างประเทศ ของรัฐบาลอับราฮัม ลินคอล์น ที่เกือบเสียชีวิตในวันเดียวกับ ปธน.ลินคอล์น กล่าวกันว่าเขาเป็นหนึ่งในเป้าหมายของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ต้องการจำกัดบุคคลสำคัญ ๆ ในรัฐบาลสหรัฐฯ เซเวิร์ดเป็นอีกหนึ่งในเจ้าหน้าที่คนสำคัญของรัฐบาลที่ตกเป็นเป้าหมาย และผู้ร้ายก็กล้าลงมือสังหารเขาต่อหน้าลูก ๆ ราวกับบ้านเมืองไม่มีกฏหมาย แต่โชคดีที่ลูก ๆ ของเซเวิร์ดได้เข้ามาช่วยและจับกุมผู้ร้ายได้สำเร็จ ในขณะที่เซเวิร์ดได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกแทงเข้าที่ใบหน้าและลำคอ

topfive-assassination-crazy-pics-4

ชาร์ล เดอ โกล : ราวปี ค.ศ.1962 ปธน.ชาร์ล เดอ โกล และภรรยา ได้เดินทางจากพระราชวังเอลีซีมุ่งหน้าไปยังสนามบินออร์ลี ทันใดนั้นได้มีกลุ่มผู้ก่อการร้ายกระหน่ำยิงเขาและภรรยาด้วยอาวุธปืน ที่ต่อมากองพิสูจน์หลักฐานนับได้ถึง 140 นัด! เข้าที่รถซิตรอง ดีเอส บอดี้การ์ดสองคนเสียชีวิตคาที ในขณะที่รถยนต์ประจำตัวถูกยิงจนพรุนและยางแตก แต่เรื่องนาเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นเมื่อ ปธน.เดอโกลรอดชีวิตได้อย่างหวุดหวิด หลังจากเหตุการณ์นี้ ปธน.เดอ โกล จึงโปรดปรานที่จะใช้รถของค่ายซีตรองเป็นพาหนะประจำตัวจนสิ้นอายุขัย

topfive-assassination-crazy-pics-5

ที่มา : complex.com




Create Date : 08 มกราคม 2560
Last Update : 8 มกราคม 2560 7:22:01 น.
Counter : 154 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  

หนี่งหน่อง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]



All Blog