เมื่อความลับของ ‘นกหัวขวาน’ ที่เอาหัวโขกต้นไม้ทั้งปีทั้งชาติ แต่ไม่เคยเป็นไร ถูกเอามาพัฒนาหมวกกันน็อ


นกหัวขวานเป็นนกที่พบได้ในป่าทั่วโลก ยกเว้นในเขตออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และมาดากัสการ์ โดยพบทั่วโลกประมาณ 200 ชนิด สิ่งที่ทำให้นกหัวขวานเป็นที่น่าสนใจก็คือพฤติกรรมของมัน ที่จะส่งเสียงด้วยการใช้จะงอยปากเคาะกับลำต้นของต้นไม้ให้เกิดเสียงดังด้วยความเร็ว 21.6 กม./ชม. ที่ทำแบบนี้มีหลายเหตุผล เช่น เจาะต้นไม้ให้เป็นโพรงเพื่อทำรัง ส่งเสียงเรียกคู่เพื่อผสมพันธุ์

specie Dinopium benghalense subspecie psarodes

ร่างกายของนกหัวขวานก็น่าสนใจเช่นกัน พวกมันมีลิ้นที่ยาวมากๆโดยจะมีช่องเก็บลิ้นที่เป็นโพรงรอบกะโหลกและปลายลิ้นก็จะอยู่ที่โพรงจมูกด้านใน และที่คาดไม่ถึงก็คือส่วนที่เก็บสมองของนกหัวขวานจะมีลักษณะพิเศษที่ธรรมชาติออกแบบมาเพื่อลดแรงสะเทือนจากพฤติกรรมในการใช้จะงอยปากเจาะต้นไม้ โดยกะโหลกของนกหัวขวานจะมีกระดูกที่ห่อหุ้มสมองที่มีลักษณะคล้ายฟองน้ำ หนาแน่นและยืดหยุ่นลักษณะเป็นรูพรุนมีอากาศอยู่ด้านใน จึงทำให้ทุกครั้งที่นกหัวขวานใช้จะงอยปากเจาะต้นไม้พวกมันจึงไม่เป็นอะไร

Offroad adventure motorcycle enduro trip protection helm glasses

ด้วยเหตุนี้นักวิจัยของมหาวิทยาลัยโปลีเทคนิคฮ่องกงจึงนำหลักการของกะโหลกนกหัวขวานมาเพื่อพัฒนาหมวกกันน็อคที่สามารถลดแรงกระเทือนไปสู่สมองให้ได้ผลยิ่งขึ้น

เรียบเรียง : SpokeDark.TV





Create Date : 17 มกราคม 2560
Last Update : 17 มกราคม 2560 7:58:32 น.
Counter : 368 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
แจกสูตร ขนมปังปิ้งสังขยาเยาวราช ซอสเยิ้มๆ หวานฉ่ำ


15872022_848498261956762_6535576694885489693_n

ขนมปังปิ้งสังขยาเยาวราช ที่ต่อคิวซื้อกันยาวเหยียด ใครไปย่านนั้นเป็นต้องซื้อมาถ่ายรูปเช็คอินกันเป็นแถว คนที่รักการทำขนมทั้งหลายเห็นเมนูนี้แล้วคันไม้คันมืออยากเข้าครัวแล้วล่ะก็ เรามีสูตรชนิดที่เรียกว่าก็ก็อปเหมือนจริง เจ้าของสูตรบอกว่าเป็นงานก็อปเกรด A+ จะอร่อยเหมือนกันหรือไม่ต้องลองทำตามขั้นตอนดังนี้ดู

ขนมปังซื้อเป็นขนมปังกะโหลกที่ขายตามร้านทั่วไป หรือบ้านใครมีอุปกรณ์พร้อมก็ทำตามสูตรนี้เลยค่ะ

ขนมปังสูตร Hokkaido Milk Toast

 

A . Tangzhong
-น้ำสะอาด   250 มล.
-แป้งขนมปัง  50 กรัม

B.
-แป้งขนมปัง 540 กรัม
-น้ำตาลทราย 86 กรัม
-เกลือป่น 8 กรัม
-ไข่ไก่ เบอร์ 2 2 ฟอง
-นมผง  15 กรัม
-นมสดจืด 54 กรัม
-วิปปิ้งครีมแบบนมโคแท้  59 กรัม
-ยีสต์ 11 กรัม
-เนยละลาย  49 กรัม
-Tangzhong 184 กรัม

ซอสนมสด
-นมข้นจืด  1/4 ถ้วย
-นมข้นหวาน  1/4 ถ้วย
-นมสด  1 ถ้วย
-น้ำตาล 1/4 ถ้วย + 2 ช้อนโต๊ะ
-แป้งข้าวโพด  15 กรัม
-วิปปิ้งครีมนมโคแท้ 1 ถ้วย
-เนยสด 25 กรัม

สังขยาชาไทย 
A. น้ำชาไทยเข้มข้น
– ผงชาไทย 7-8 ห่อ
– น้ำร้อน 3/4 ถ้วย

B.
-ไข่ (เบอร์ 0) 2 ฟอง
-น้ำตาล  1 ถ้วย
-นมสด  1/2 ถ้วย
-กะทิ  1/2 ถ้วย
-น้ำชาไทยเข้มข้น
-แป้งข้าวโพด  20 กรัม
-เนยสด butter 25 กรัม

วิธีทำสามารถดูในคลิปแล้วทำตามได้เลยค่ะ

15781546_848498288623426_2317429620015648058_n

ขอบคุณสูตรและรูปภาพจาก Pimmy ชวนกินของอร่อย




Create Date : 16 มกราคม 2560
Last Update : 16 มกราคม 2560 5:56:56 น.
Counter : 2406 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
10 ความลับ ของ คู่รัก ที่ คบกันได้ยืนยาว และ มีความสุข


ว่ากันว่า การได้รักกันนั้นมันไม่ยาก แต่สิ่งที่ยากคือการรักษารักครั้งนี้ไว้มากกว่า ถ้ารู้ว่ารักครั้งนี้มันช่างมีความหมายกับคุณเสียเหลือเกิน คุณต้องเรียนรู้วิธีที่จะรักษามันไว้ให้ยาวนานที่สุด ซึ่งวิธีเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากหากคุณรักเขาจริงๆและพร้อมจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต มาเริ่มกันเลยดีกว่า

คู่รัก

1.พวกเขาเรียนรู้กันและกันในทุกๆวัน

ทุกคนเปลี่ยนในทุกๆวัน เราเปปลี่ยนแปลงมุมมองความคิดทุกวัน บางครั้งเราก็เปลี่ยนพฤติกรรม เชื่อว่าหลายคนที่เคยมีแฟนต้องเข้าใจ เช่นกันบางคู่อาจจะพังไประหว่างทางเนื่องจากรับไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่าย เพราะเชื่อมั่นเสมอว่าเขาจะไม่เปลี่ยนไป แต่คู่ที่รักได้ยืนยาว เขาพร้อมจะเรียนรู้แฟนเขาใหม่ในทุกวัน ยิ่งเข้าใจกันขึ้นก็ยากที่จะทำให้รู้สึกแย่ เพราะฉะนั้นเปิดใจและพยายามทำความเข้าใจกันเข้าไว้นะ

2.อยู่บนโลกแห่งความเป็นจริงและเข้าใจว่าทุกคนล้วนเคยทำพลาด

ชีวิตคนเราเฉยๆนั้นก็ว่ายากแล้ว แต่เมื่อสองชีวิตต้องมาอยู่ด้วยกันนั้นยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เพราะฉะนั้นการให้อภัยจึงสำคัญมากๆ หากอีกฝ่ายเคยทำพลาดครั้งใหญ่ หากคุณกล้าพอที่จะให้โอกาสเขา เชื่อเถอะว่าความรักของคุณต้องไปได้รอดฝั่งแน่นอน

3.ไม่โกหกกัน

ถ้าคุณอยากทำลายความสัมพันธ์ให้พังเรียบล่ะก็ ลอง “โกหก” ดูสิคะ เพราะนี่คือความเลวร้ายที่สุดของความสัมพันธ์เลยล่ะ เพราะการไม่โกหกกันคือการให้เกียรติและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด

4.พวกเขาเปิดใจกับความเห็นที่ต่าง

แม้แต่คนที่มีชีวิตแต่งงานที่ดีที่สุด อย่างไรพวกเขาก็ต้องมีปัญหากันอยู่ดี แต่ขึ้นอยู่กับว่า คุณเอาเรื่องความไม่เข้าใจกัน ความเห็นที่ต่างกันมาเป็นประเด็นหรือไม่ต่างหาก  คุณพร้อมจะให้อีกฝ่ายคิดเหมือนเดิม โดยไม่พยายามยัดเยียดสิ่งที่คุณคิดให้เขาคิดตรงกับคุณหรือเปล่า ?

5.ชื่นชมในสิ่งที่อีกฝ่ายทำดีเสมอๆ

เมื่อคบกับแฟนไปนานๆ สิ่งที่เห็นกลับกลายเป็นจุดบกพร่องของอีกฝ่าย ที่พร้อมจะจับผิดเอามาพูดอยู่เสมอ แต่อย่าลืมว่า ที่คุณอยู่ด้วยกันทุกวันนี้ นั่นก็เพราะความรักไม่ใช่หรือ เพราะฉะนั้นคู่รักที่คบกันนานๆ จะชื่นชมเรื่องดีๆของกันและกันอยู่เสมอ เพื่อให้เขามีกำลังใจในการอยู่ด้วยกันไปได้อีกนานเลยล่ะ

6.พวกเขาฟังกัน

ในยามที่มีปัญหา จุดสำคัญของความสัมพันธ์ก็คือ “การฟัง” กัน  อย่าทำให้เขารู้สึกแย่กับสิ่งที่เขาพยายามจะสื่อกับคุณ แต่จงฟังและอยู่ข้างๆเพื่อช่วยกันแก้ปัญหา อย่าซ้ำเติมหรือพูดให้รู้สึกแย่ลงไป เพราะความบาดหมางอาจจะทำให้คุณสองคนเลิกกันได้

7.พวกเขาทำสิ่งดีๆให้แก่กัน

อาหารโปรดของเขา ขนมร้านนี้เธอชอบ พวกเขาจะไม่หลงลืมและจะหยิบติดไม้ติดมือมาให้ สร้างความสุขเล็กๆน้อยๆ ให้แก่กันในวันหนึ่ง แม้จะเล็กน้อย แต่ถ้าทำเป็นประจำ โรแมนติกน่าดูเลยใช่ไหมล่ะ

8.พวกเขาสื่อสารกันเสมอ

การสื่อสารกันนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ของคุณสองคนไปได้รอด ช่วงเวลาสำคัญที่หนีไม่พ้นก็คือ  “มื้อเย็น” แชร์เรื่องราวที่ได้พบเจอให้กันและกันฟัง ที่สำคัญเวลาอีกฝ่ายเล่า เราต้องฟังเขาเสมอ แต่ถ้ามื้อเย็นยากเกินไปสำหรับคุณสองคน อาจจะเลือกเวลาที่คุณสองคนสะดวก แค่นั้นก้ทำให้ความสัมพันธ์คุณแข็งแรงได้แล้ว

9.พวกเขาปกป้องกันและยืนหยัดจะทำเพื่ออีกฝ่าย

แม้แต่คู่รักที่ดีที่สุดก็อาจจะถูกทำร้ายความรู้สึกจากอีกฝ่ายได้อยู่ดี แต่ที่สำคัญคือแล้วคุณพร้อมจะยังอยู่ไปด้วยกันหรือไม่ มั่นคงพอที่จะจับมือไปพร้อมกันหรือเปล่า

10.พวกเขาใช้ชีวิตของตัวเอง

คู่รักที่ดีและไปได้ยืนยาว คือคู่รักที่ให้ “ระยะห่าง”แก่กัน ซึ่งเป็นระยะห่างที่เหมาะสม ในการทำสิ่งที่แตะละฝ่ายอยากทำ เพราะแน่นอนไม่มีทางที่ผู้หญิงผู้ชายจะมีงานอดิเรกหรือการงานที่ชอบทำเหมือนกันเปี๊ยบ และนั่นคือความสวยงามของความแตกต่าง ที่คุณสองคนต้องยอมรับมันให้ได้

ที่มา lifehack

เรียบเรียงโดย Women Mthai Team




Create Date : 16 มกราคม 2560
Last Update : 16 มกราคม 2560 5:48:50 น.
Counter : 267 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
รู้ไหมว่า มี วาฬนาร์วาล ยูนิคอร์น กี่ % ที่จะมี ‘สองงา’ จนกลายเป็นสัตว์สุดหายากแห่งอาร์กติก มาดูกัน


หากใครเคยชมสารคดีเกี่ยวกับทวีปอาร์กติกหรือขั้วโลกเหนือมาบ้าง คงจะเคยเห็นภาพของวาฬขนาดเล็กที่เรียกว่า Narwhal หรือ วาฬนาร์วาล ซึ่งมีงาที่ยาวกว่า 2 เมตร ซึ่งงอกออกมาจากส่วนหัวของมัน (แท้จริงเขายาวๆ นั่นเป็นฟันที่ยื่นยาวออกมาจากปากของมัน) จนได้รับสมญานามที่ตั้งโดยนักเดินเรือในยุคแรกว่าเป็น ‘ยูนิคอร์นแห่งท้องทะเล’ อีกด้วย

A group of narwhal whales undersea - 3d render.

ถึงจะมีความโดดเด่นที่งาขนาดใหญ่นี้ แต่นั่นยังไม่ใช่ความมหัศจรรย์ทั้งหมดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลชนิดนี้ เพราะท่ามกลางประชากรประมาณ 75,000 ตัวที่เหลืออยู่ในธรรมชาตินั้น ยังมีกรณีหายากที่พบได้ในวาฬนาร์วาลตัวผู้เพียง 1 ใน 500 ตัวเท่านั้นที่จะสามารถมีงา 2 แท่งงอกออกมาจากปาก แบบเดียวกับตัวอย่างซากของมันที่ถูกล่าโดยชาวเอสกิโมที่ชื่อว่า Aron Aqqaluk Kristiansen ข้างล่างนี้

Sealer Aron Aqqaluk Kristiansen from the settlement Kangersuatsiaq, Upernavik commune 12 May 2007 poses with the head of a narwhal, with an unusual two tusks. The Narwhal is known for it's long twisted tusk, but this one had a pair, the longest 2,41 metre and the other one a little bit shorter. / AFP PHOTO / SCANPIX DENMARK / Nikolaj Svendsen

อาจดูเป็นเรื่องโหดร้ายและนับเป็นการสูญเสียยีนส์หายากของสัตว์ที่พบได้เพียงแห่งเดียวในโลกนี้ แต่สำหรับชาวพื้นเมืองในอาร์กติกแล้ว การล่านั้นนับส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตบนดินแดนอันห่างไกลความเจริญของพวกเขา และถึงแม้พวกเขาจะเป็นคนกลุ่มเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ล่าวาฬและสัตว์อื่นๆ ในทวีปนี้ได้ แต่พวกเขาก็แค่เพื่อประทังชีวิตเท่านั้น หาใช่การล่าหรือฆ่าเพื่อเกมกีฬาหรือธุรกิจใดๆ

เรียบเรียง : SpokeDark.TV




Create Date : 16 มกราคม 2560
Last Update : 16 มกราคม 2560 5:43:03 น.
Counter : 268 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
ไม่ได้คิดไปเอง...9 สิ่งในบ้านนี่แหละ ที่ทำให้เกิดอาการคัน !


ของใช้ในบ้าน

อย่าปล่อยให้บ้านเป็นสถานที่ที่ไม่ปลอดภัยเพราะสิ่งของที่เราเคยไว้วางใจมาตลอดอีกเลย ไปดูกันดีกว่าว่ามีสิ่งของอะไรบ้างที่ทำให้เกิดอาการคันและภูมิแพ้ เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงจากมันซะ

เคยสังเกตไหมว่า ขนาดอยู่ในบ้านแท้ ๆ ทำไมถึงเกิดอาการคันตามผิวหนังขึ้นมาได้ ไม่ได้คิดไปเองหรอก...เพราะภายในบ้านของทุกคนต่างก็มีตัวการที่ทำให้เกิดอาการคัน นอกจากยุงแล้ว ก็เหล่าสิ่งของใกล้ตัวทั้ง 9 อย่างนี่แหละที่เราต้องสัมผัสและใกล้ชิดอยู่ทุกวัน ถ้าไม่อยากให้คนในบ้านต้องเผชิญกับอาการคันและโรคภูมิแพ้ แนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงทั้ง 9 อย่างนี้ซะ

ของใช้ในบ้าน

1. เทียนหอม

          แม้เทียนหอมจะช่วยปรับอากาศในบ้านให้มีกลิ่นหอมและรู้สึกผ่อนคลาย แต่มีอันตรายที่แฝงมาจากสารเบนซินและสารโทลูอีนที่ถูกใช้ในกระบวนการอุตสาหกรรม ซึ่งเสี่ยงทำให้เกิดอาการหอบหืดได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs : Volatile organic compounds) ที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจและระคายเคืองต่อดวงตา ดังนั้นสิ่งที่ควรทำหลังจากจุดเทียนก็คือ เมื่อกลิ่นหอมเริ่มกระจายไปทั่วห้องแล้ว ก็ให้รีบดับเทียนทันที จะช่วยลดปริมาณของสารพิษได้

ของใช้ในบ้าน

2. สเปรย์ปรับอากาศและเครื่องทำละอองน้ำ

          เพราะสารเคมีที่พ่นออกมาจากสเปรย์ปรับอากาศและเครื่องทำละอองน้ำนั้น เป็นสารเคมีชนิดเดียวกับเทียนหอม ซึ่งทำให้เกิดอาการแพ้และอาการคัน โดยเฉพาะสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs : Volatile organic compounds) เป็นสารพิษ ต้นเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการหอบหืด

ของใช้ในบ้าน

3. หมอนและแผ่นรองนอน

          ใช่ว่าห้องนอนจะปลอดภัยไปเลยซะทีเดียว เพราะบรรดาหมอนและแผ่นรองนอนเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นและสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “ไรฝุ่น” ซึ่งเป็นสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ผิวหนังแห้ง เป็นสะเก็ดและเกิดอาการคันตามมา ยิ่งคนที่เป็นภูมิแพ้ด้วยแล้วจะทำให้อาการกำเริบได้ง่าย ทางที่ดีควรทำความสะอาดทุกสัปดาห์ด้วยการนำหมอนและแผ่นรองนอนไปซักในน้ำร้อนอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส และหาซื้อปลอกหมอนรวมไปถึงผ้าคลุมที่มีคุณสมบัติป้องกันไรฝุ่นมาสวมใส่ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการคันและภูมิแพ้ได้

ของใช้ในบ้าน

4. ตุ๊กตาและของเล่น

          สิ่งของชนิดนี้ก็ก่อให้เกิดอาการคันเช่นเดียวกับหมอนและแผ่นรองนอน นอกจากจะเป็นแหล่งสะสมฝุ่นชั้นดีแล้ว ตุ๊กตาและของเล่นที่มีผิวสัมผัสนุ่มนิ่มเหล่านี้ ยังนำมาซึ่งอาการคันผิวหนังอีกด้วย โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว ก็จะยิ่งเป็นอันตรายเข้าไปใหญ่ ดังนั้นจึงควรหมั่นทำความสะอาดบ่อย ๆ โดยการนำไปซักในน้ำร้อนอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ประมาณเดือนละครั้ง

ของใช้ในบ้าน

5. ผ้าเช็ดตัว

          เรียกได้ว่าเป็นของใกล้ตัวที่หลีกเลี่ยงได้ยากจริง ๆ เพราะเป็นสิ่งที่ต้องใช้ทุกวัน หากไม่ได้ทำความสะอาดนาน ๆ หรือนำมาใช้ต่อทั้ง ๆ ที่ผ้าเช็ดตัวยังชื้น เมื่อเรานำไปเช็ดร่างกาย ผิวหนังก็จะเริ่มมีอาการระคายเคืองและคันตามมา ยิ่งถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวด้วยแล้ว ผิวจะแห้งเป็นพิเศษและจะทำให้รู้สึกคันยุบยิบเข้าไปใหญ่ ดังนั้นควรนำไปซักอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือหลังจากใช้ประมาณ 6 ครั้ง เพื่อลดการก่อตัวของแบคทีเรีย 

ของใช้ในบ้าน

6. สัตว์เลี้ยง

          คงน่าเศร้าใจไม่น้อย ถ้าหากคนรักสัตว์ต้องมาแพ้สัตว์เลี้ยงซะเอง ซึ่งสาเหตุเกิดจากสะเก็ดผิวหนังเล็ก ๆ ของน้องหมาและน้องแมวมักจะหลุดปลิวไปในอากาศ และเมื่อเราสัมผัสหรือหายใจเข้าไปก็เสี่ยงก่อให้เกิดอาการคันผิวหนัง หายใจผิดปกติ และอาการอื่น ๆ ที่จะตามมา ถ้ายังอยากมีสัตว์เลี้ยงอยู่เคียงข้างตลอดไป ก็ต้องหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของเครื่องปรับอากาศ ทำความสะอาดเศษขยะกับฝุ่นในบ้าน สร้างที่อยู่นอกบ้านให้สัตว์เลี้ยง และไม่นำสัตว์เข้ามาห้องนอน ก็จะช่วยลดสาเหตุของอาการเหล่านี้ลงได้

ของใช้ในบ้าน

7. โซฟาหนัง

          เราอาจจะไม่ค่อยได้ยินกันบ่อยว่า โซฟาหนังคือสาเหตุที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ผิวหนัง ขอยืนยันอีกเสียงว่าเป็นเรื่องจริง เนื่องจากโซฟาหนังหรือเฟอร์นิเจอร์บุหนังมีการนำสารไดเมธิลฟูมาเรท (Dimethyl fumarate) มาใช้เพื่อป้องกันเชื้อรา และสารนี้เองที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการแพ้เมื่อเราไปสัมผัส โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็อาจทำให้เกิดอาการคัน จาม หรือมีผื่นที่ผิวหนังได้

ของใช้ในบ้าน

8. เครื่องดูดฝุ่น

          แทบไม่อยากเชื่อเลยใช่ไหมว่า เครื่องดูดฝุ่น จะเป็นตัวการที่ทำให้เกิดอาการคันและโรคภูมิแพ้ได้ แม้เครื่องดูดฝุ่นจะช่วยกำจัดฝุ่นได้ก็จริง แต่ก็อย่าลืมนึกไปว่าเครื่องดูดฝุ่นนี่แหละคือแหล่งสะสมฝุ่นตัวยงเลย เอาเป็นว่าถ้าบ้านไหนจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องดูดฝุ่นก็ขอให้ตรวจเช็กก่อนจะซื้อว่า เครื่องดูดฝุ่นนั้นมีมาตรฐานรับรองแผ่นกรองฝุ่นด้วยหรือไม่ และหมั่นทำความสะอาดตัวเครื่องและไส้กรองบ่อย ๆ เพื่อลดสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการคัน

ของใช้ในบ้าน

9. ต้นไม้

          ถึงแม้ต้นไม้ที่ใช้ปลูกในอาคารจะช่วยฟอกอากาศและปรับบรรยากาศในบ้านให้สดชื่นได้ก็จริง แต่ความชื้นที่อยู่ในดินซึ่งรวมไปถึงสวนขวดด้วยนั้น คือตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดอาการแพ้และคันผิวหนัง บางครั้งการปลูกต้นไม้ในบ้านก็อาจกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อราชั้นดี หากมีคนเป็นภูมิแพ้จึงควรเลี่ยงการปลูกต้นไม้ในบ้านจะดีกว่า ถ้าคนในบ้านเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วก็จะทำให้เกิดอาการคันตามผิวหนัง หายใจติดขัด และอาการแพ้อื่น ๆ อีกก็เป็นได้

สิ่งของที่เรานำมาบอกต่อกันในวันนี้อาจจะทำให้ใครหลายคนตกใจ เพราะมันใกล้ตัวมากกว่าที่คิด ถ้าไม่อยากให้คนในบ้านเจ็บป่วยเพราะสิ่งของเหล่านี้ ก็ควรหลีกเลี่ยงและทำตามคำแนะนำกันด้วยนะคะ เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนในบ้าน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก housebeautiful และ prevention



Create Date : 15 มกราคม 2560
Last Update : 15 มกราคม 2560 6:57:25 น.
Counter : 552 Pageviews.
2 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  

หนี่งหน่อง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]



All Blog