ผ่านไปเป็นร้อยปี มาดูกันว่าเทคโนโลยี ‘หมวกเหล็ก’ ของทหารมาไกลแค่ไหน และหมวกของชาติใดที่ถูกยกย่องว่าด


1

หมวกเหล็กของทหาร (Combat Helmet) เริ่มใช้กันมาตั้งแต่มนุษย์รู้จักการทำสงคราม เพื่อป้องกันอาวุธของข้าศึกอย่างเช่นธนู แต่เริ่มมาเห็นประโยชน์จริงจัง ก็ในสงครามสงครามโลกครั้งที่ 1ที่สู้รบกันในสนามเพลาะ (สนามเพลาะคือพื้นที่ที่ขุดหลุมลงไปเพื่อหลบกระสุนของอีกฝ่าย) ทหารจึงจำเป็นที่จะต้องมีเกราะเพื่อป้องกันศีรษะจากกระสุนปืนใหญ่ที่สามารถกระจายสะเก็ดระเบิดออกมาพุ่งปักเข้าที่หัวได้ ซึ่งเริ่มมาพัฒนากันอย่างจริงจังก็หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 สงครามโลกครั้งต่อมาหมวกเหล็กจึงกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับทหาร

3

หมวกเหล็กของทหารในสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากจะใส่ไว้เพื่อป้องกันศีรษะแล้ว หมวกเหล็กของแต่ละประเทศยังมีลักษณะเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์ หลังจากสงครามเวียดนาม กองทัพสหรัฐได้เปลี่ยนจากหมวกที่ทำจากเหล็กรูปทรงกลมๆ เปลี่ยนมาใช้วัสดุที่แข็งแรงกว่าและเบากว่าอย่าง “เคฟล่า” หรือเส้นใยไฟเบอร์สังเคราะห์ โดยนำแบบของหมวกเหล็กกองทัพนาซีมาเป็นต้นแบบ ซึ่งหมวกเหล็กของกองทัพนาซีได้รับการยอมรับว่าเป็นหมวกที่ออกแบบได้ดีที่สุดในโลกเพราะป้องกันได้ทั้งหลังคอและใบหู จนได้หมวกที่มีชื่อเรียกว่า K-POT หลังจากนั้นหลายประเทศก็เริ่มหันมาใช้หมวกทหารที่ทำจากเคฟล่าเข้าประจำการในกองทัพมากขึ้น

5

ปัจจุบันหมวกทหารได้พัฒนาไปไกลกว่าเดิม นอกจากจะเน้นเรื่องน้ำหนักและความแข็งแรงแล้วยังเพิ่มรางติดอุปกรณ์เช่น กล้อง ไฟฉาย แว่นมองกลางคืน เข้าไปเพื่อให้ผู้สวมใส่ใช้งานได้อย่างสะดวก

2

เรียบเรียง : SpokeDark.TV




Create Date : 21 มกราคม 2560
Last Update : 21 มกราคม 2560 16:07:30 น.
Counter : 185 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
เมนูไข่ในน้ำ สูตรอาหารแหวกแนว อร่อยจนหยดสุดท้าย


เมนูไข่ในน้ำ

มีไข่ไก่อยู่ในตู้เย็น แต่ช้าก่อน ! อย่าเพิ่งด่วนจับไข่ไปทอดซ้ำเดิมอีกเลย เปลี่ยนมาทำเมนูไข่ในน้ำ สูตรอาหารไม่น่าเบื่อ อร่อยคล่องคอ ยกซดได้ไม่ต้องเกรงใจ

     เย็นนี้อยากทำเมนูไข่ง่าย ๆ กินกับคนพิเศษ สูตรอาหารที่นึกออกคือเมนูไข่บ้าน ๆ อย่างไข่เจียวหรือไข่ดาว แค่นึกถึงก็แอบเซ็งเหมือนกันนะเนี่ย อยากได้เมนูไข่รูปแบบใหม่กินไม่จำเจมีบ้างไหม กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำเมนูไข่ในน้ำ ถ้าได้ลองกินจะต้องติดใจแน่นอน ลองติดตามรับชิมกันด้านล่างนี้เลยจ้า

เมนูไข่ในน้ำ

1. ต้มข่าไข่นึ่ง

     จากที่เคยกินต้มข่าไก่ลองเปลี่ยนมาทำต้มข่าไข่นึ่ง สูตรจาก เฟซบุ๊ก กินดี อยู่ดี By เนรัญชลา นำไข่นึ่งใส่ลงไปในน้ำซุปต้มข่า เติมสีสันจากน้ำมันน้ำพริกเผา ฟินมากบอกเลย

ส่วนผสม ไข่นึ่ง (สำหรับ 4 ที่)

     • ไข่เป็ด 5 ฟอง
     • น้ำปลาอย่างดี 1/2 ช้อนชา

ส่วนผสม ต้มข่า

     • กะทิกล่องขนาด 250 กรัม 1 กล่อง 
     • เห็ดฟางผ่าครึ่ง 150 กรัม 
     • ข่า 7 แว่น
     • ตะไคร้ทุบหั่นท่อน 1 ต้น 
     • ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ 
     • หอมแดง (แกะเปลือกทุบพอแตก) 2 หัว 
     • ผักชีฝรั่งหั่น 10 กรัม
     • ผักชีไทยหั่น 5 กรัม 
     • น้ำปลาดี 3 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำมะนาว 2+1/2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำมันน้ำพริกเผา 2 ช้อนชา 
     • พริกขี้หนูแห้งทอด 8 เม็ด 
     • น้ำสต๊อกผัก หรือน้ำเปล่า 2+1/2 ถ้วยตวง

วิธีทำต้มข่าไข่นึ่ง

     1. ทำไข่นึ่ง โดยตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จากนั้นนำไปนึ่งจนสุก ใช้เวลานึ่งโดยนับจากหลังน้ำเดือดประมาณ 15 นาที พักทิ้งไว้พออุ่น ๆ ใช้ช้อนแซะไข่ออกจากภาชนะ หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอดีคำ
     2. ทำต้มข่า โดยใส่น้ำสต๊อกและกะทิลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟกลาง ใส่ข่า ตะไคร้ และหอมแดงลงไปต้มให้เดือด ใส่ไข่นึ่งลงไปและรอให้เดือดอีกครั้ง หรี่ไฟลงเหลือไฟอ่อน ทิ้งไว้ให้เดือดสัก 5 นาที
     3. เร่งไฟกลาง ปรุงรสด้วยน้ำปลากับน้ำมันพริกเผา ตามด้วยเห็ดฟางและใบมะกรูด รอให้เดือดอีกครั้ง ปิดไฟ ใส่ผักชีฝรั่ง ผักชีไทย และน้ำมะนาวลงไป คนให้เข้ากัน ก่อนเสิร์ฟโรยพริกแห้งทอด

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 10 เมนูไข่ ไร้เนื้อสัตว์ ทำง่าย ๆ อิ่มปากอิ่มท้องสไตล์เด็กหอ

+++++++++++++++++++

เมนูไข่ในน้ำ

2. ต้มซุปไข่น้ำ

     ลืมแกงจืดไข่น้ำที่เคยทำไปได้เลย ขอนำเสนอต้มซุปไข่น้ำ สูตรจาก เฟซบุ๊ก กินดี อยู่ดี By เนรัญชลา สูตรนี้ใส่มันฝรั่ง หอมใหญ่ และมะเขือเทศทำให้น้ำซุปมีรสชาติกลมกล่อมมากขึ้น เตรียมข้าวสวยรอเลยดีไหม

ส่วนผสม ต้มซุปไข่น้ำ (สำหรับ 4 ที่)

     • ไข่ไก่ 3 ฟอง 
     • มันฝรั่ง (ปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นพอคำ) 100 กรัม 
     • หอมใหญ่ (หั่นชิ้นสี่เหลี่ยมใหญ่) 50 กรัม
     • มะเขือเทศราชินี 50 กรัม 
     • ขึ้นฉ่าย (หั่นเป็นท่อน) 30 กรัม 
     • น้ำสต๊อกผัก หรือน้ำเปล่า 1 ลิตร
     • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา 
     • ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนชา 
     • พริกไทยขาว (ทุบพอแตก) 10 เม็ด 
     • น้ำมันพืช (สำหรับทอด)

วิธีทำต้มซุปไข่น้ำ

     1. ตอกไข่ไก่ใส่ชามตีให้เข้ากัน นำน้ำมันพืชใส่กระทะตั้งไฟให้ร้อน นำเอาไข่ลงเจียวให้หอมเหลือง แต่ระวังอย่าให้ไข่กรอบ นำขึ้นสะเด็ดน้ำมัน แล้วหั่นเป็นชิ้นพอคำพักรอไว้
     2. นำน้ำสต๊อกผักหรือน้ำเปล่าใส่หม้อตั้งไฟ ใส่มันฝรั่งและเกลือป่นลงไปต้มให้เดือด ต้มจนมันฝรั่งสุกดี แล้วจึงใส่มะเขือเทศ หัวหอมใหญ่ ลงไปต้มให้เปื่อยนุ่ม
     3. พอผักทั้งหมดเปื่อยนุ่มดีแล้ว ให้ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว พริกไทย และขึ้นฉ่าย ต้มต่อไปอีกสักพัก จนรสชาติชิมแล้วได้ที่พอดีจึงใส่ไข่ที่เจียวไว้ลงไป ปิดฝารอให้เดือดอีกครั้งจึงยกลง

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 10 เมนูไข่ ไร้เนื้อสัตว์ ทำง่าย ๆ อิ่มปากอิ่มท้องสไตล์เด็กหอ

+++++++++++++++++++

เมนูไข่ในน้ำ

3. ไข่พะโล้

     แม้ไข่พะโล้จะมีขายตามร้านข้าวแกง แต่ถ้าทำเองรับรองกินได้จุใจกว่าเยอะ สูตรจาก เฟซบุ๊ก iCook ทีเด็ดคือ จับเครื่องพะโล้ไปคั่วจนมีกลิ่นหอม ใส่เนื้อสัตว์ลงไปต้มกับน้ำพะโล้จนสุก สุดท้ายใส่ไข่ต้มลงไป

ส่วนผสม ไข่พะโล้

     • ไข่ต้ม (ใส่ไข่ลงไปในน้ำก่อนแล้วค่อยนำไปตั้งไฟประมาณ 9-10 นาที)
     • เนื้อสัตว์ตามชอบ (ปีกไก่หรือเนื้อหมูก็ได้)
     • น้ำเปล่า
     • เต้าหู้ (หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม)
     • เครื่องพะโล้ ได้แก่ โป๊ยกั๊ก 2 ดอก และอบเชย 2 แท่ง
     • เครื่องปรุงรส ได้แก่ ซอสปรุงรส, น้ำตาลทราย, ผงคนอร์ และซีอิ๊วดำ
     • น้ำมันพืช (เล็กน้อย)

วิธีทำไข่พะโล้

     1. ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อยลงในหม้อ ใช้ไฟอ่อน ๆ ใส่เครื่องพะโล้ลงไปผัดให้กลิ่นของเครื่องพะโล้หอมออกมาเล็กน้อย
     2. ใส่เนื้อสัตว์ลงไปผัดพอมีกลิ่นหอม (ในสูตรใช้ปีกกลางไก่)
     3. ใส่น้ำเปล่าลงไปพอท่วม นำขึ้นตั้งไฟกลางต้มจนไก่สุก ช้อนฟองทิ้ง (ฟองที่เกิดจากต้มไก่)
     4. ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงรส ได้แก่ ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย ผงคนอร์ และซีอิ๊วดำ ชิมรสตามชอบ
     5. ใส่ไข่ต้มลงไป ลดเป็นไฟปานกลาง-อ่อน ตั้งไฟทิ้งไว้ให้เนื้อสัตว์สุกนุ่มมากขึ้น ชิมรสอีกครั้ง เพราะถ้าตั้งไฟไว้นานจะทำให้รสชาติเค็มขึ้นกว่าตอนแรกที่ปรุง ถ้าเค็มไปใส่น้ำเปล่าเพิ่มได้ ใส่เต้าหู้ลงไปแล้วปิดไฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ไข่พะโล้ เมนูแห่งความทรงจำตั้งแต่วัยเยาว์

+++++++++++++++++++

เมนูไข่ในน้ำ

4. ก๋วยเตี๋ยวเห็ดซุปไข่

     สำหรับคนกินอาหารมังสวิรัติลองมาทำก๋วยเตี๋ยวเห็ดซุปไข่ สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน ใส่เส้นโซบะกับเห็ด โปะไข่ลวก ราดน้ำซุปร้อน ๆ ชามเดียวก็อิ่มแปล้

ส่วนผสม ก๋วยเตี๋ยวเห็ดซุปไข่

     • น้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง
     • ซุปก้อนรสเห็ด 1 ก้อน
     • เห็ดต่าง ๆ ตามชอบ น้ำหนักรวม 100 กรัม
     • เกลือป่นหยาบ 1/2 ช้อนชา
     • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
     • เส้นโซบะ 200 กรัม
     • ไข่ไก่ 2 ฟอง
     • น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำเปล่าสำหรับลวก
     • ผักชี
     • ต้นหอม

วิธีทำก๋วยเตี๋ยวเห็ดซุปไข่

     1. ต้มน้ำเปล่าพอเดือด ใส่ซุปก้อนรสเห็ดลงไป พอละลาย ใส่เห็ดต่าง ๆ ลงไป ตามด้วยเกลือป่น และซีอิ๊วขาว เคี่ยวด้วยไฟอ่อน ประมาณ 10 นาที
     2. ลวกเส้นโซบะในน้ำเดือดพอสุก จัดใส่ชาม เตรียมไว้
     3. ต้มน้ำเปล่าพอเดือด เติมน้ำส้มสายชู คนให้เข้ากัน ตอกไข่ไก่ลงลวกพอสุก ตักขึ้น วางบนเส้นโซบะ ตักน้ำซุปราด โรยต้นหอม และผักชี จัดเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ก๋วยเตี๋ยวเห็ดซุปไข่ เมนูมังสวิรัติซดร้อน ๆ อร่อยมีประโยชน์

+++++++++++++++++++

เมนูไข่ในน้ำ

5. ไข่เจียวน้ำ

     ถ้าเอียนไข่เจียวก็จับมาใส่น้ำซุปกลายเป็นเมนูใหม่แจ่มกว่าเดิมนั่นคือ ไข่เจียวน้ำ สูตรจาก เฟซบุ๊ก กินดี อยู่ดี By เนรัญชลา จะดัดแปลงใส่เนื้อสัตว์ลงไปเจียวกับไข่ก็ได้นะคะ กินได้บ่อยไม่เบื่อแน่นอนจ้า

ส่วนผสม ไข่เจียวน้ำ (สำหรับ 2 ที่)

     • ไข่ไก่ 2 ฟอง 
     • ต้นหอมหั่นท่อน 10 กรัม 
     • น้ำสต๊อกผัก หรือน้ำเปล่า 1+1/2 ถ้วย
     • น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ 
     • น้ำมันถั่วเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ
     • พริกไทย 1/4 ช้อนชา

วิธีทำไข่เจียวน้ำ

     1. ตอกไข่ไก่ใส่ชามตีให้เข้ากัน นำน้ำมันถั่วเหลืองใส่กระทะกลิ้งให้ทั่วกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน พอกระทะร้อนให้ใส่ไข่ลงทอดให้เหลืองทั้งสองด้าน จากนั้นใช้ตะหลิวยีไข่ออกเป็นชิ้นพอคำ
     2. ใส่น้ำสต๊อกหรือน้ำเปล่าลงไป พอเดือดให้ปรุงรสด้วยน้ำปลา และพริกไทย สุดท้ายใส่ต้นหอมลงไปคนให้เข้ากันแล้วยกลงจากเตา

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 10 เมนูไข่ ไร้เนื้อสัตว์ ทำง่าย ๆ อิ่มปากอิ่มท้องสไตล์เด็กหอ

+++++++++++++++++++

เมนูไข่ในน้ำ

6. แกงจืดไข่ม้วนหมูสับวุ้นเส้น

     แกงจืดไข่เจียวน้ำกินนานก็ชักจะเริ่มเอียน ลองแปลงร่างเป็นไข่ม้วนกันดีไหม ขอนำเสนอแกงจืดไข่ม้วนหมูสับวุ้นเส้น สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน จับแผ่นไข่ห่อไส้หมูสับกับวุ้นเส้น หั่นเป็นชิ้นพอคำ โรยกระเทียมเจียวก็ยิ่งอร่อยจ้า

ส่วนผสม แกงจืดไข่ม้วนหมูสับวุ้นเส้น

     • หมูสับ 150 กรัม
     • วุ้นเส้น (แช่น้ำพอนิ่มตัดเป็นท่อนสั้น) 1/3 ถ้วยตวง
     • ซีอิ๊วถั่วเหลือง 1 ช้อนชา
     • น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
     • ผงซุปรสหมู 1 ช้อนชา
     • แครอท (กดเป็นดอก) 5 ดอก
     • ขึ้นฉ่าย (หั่นท่อน) 1/4 ถ้วยตวง
     • ต้นหอม (หั่นท่อน) 1 ต้น
     • ไข่ไก่ 3 ฟอง
     • ก้านขึ้นฉ่ายลวก (สำหรับมัดไข่ม้วน)
     • น้ำมันพืช เล็กน้อย

วิธีทำแกงจืดไข่ม้วนหมูสับวุ้นเส้น

     1. ผสมหมูสับ วุ้นเส้น และซีอิ๊วถั่วเหลือง นวดพอเหนียว นำเข้าแช่เย็น เตรียมไว้
     2. ตอกไข่ไก่ตีพอแตกกรองด้วยกระชอน จากนั้นตั้งกระทะ ทาน้ำมันพืชให้ทั่ว พอร้อนนำไข่ไก่ ลงกลอกให้เป็นแผ่นกลมบาง พอสุกตักขึ้น พักไว้
     3. วางไข่ไก่ที่ทอดเสร็จไว้บนเขียงตักส่วนผสมในข้อที่ 1 ใส่ลงบนไข่ ห่อให้เป็นเป็นแท่งกลม แล้วมัดด้วยก้านขึ้นฉ่ายลวกให้แน่น
     4. ต้มน้ำเปล่าพอเดือด ใส่ผงซุปรสหมู คนพอละลาย ใส่ไข่ม้วนลงต้ม ประมาณ 10 นาที หรือจนสุก ใส่แครอท ขึ้นฉ่าย และต้นหอม คนให้เข้ากัน ตักเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ แกงจืดไข่ม้วนหมูสับวุ้นเส้น เมนูไข่ไม่ธรรมดา

+++++++++++++++++++

เมนูไข่ในน้ำ

7. ไข่น้ำในซอสเทมปุระ


     เอาใจคนชอบกินอาหารญี่ปุ่นด้วยเมนูไข่น้ำในซอสเทมปุระ สูตรจาก เฟซบุ๊ก ICook by KuCook เป็นอีกสูตรที่แปลกเก๋ไม่ซ้ำใครจริง ๆ อยากรู้ว่าอร่อยแค่ไหนพิสูจน์กันเลย

ส่วนผสม ไข่น้ำ

     • น้ำมันพืช เล็กน้อย (สำหรับทากระทะ)
     • น้ำ (สำหรับต้มไข่)
     • น้ำส้มสายชู เล็กน้อย
     • ไข่ไก่ 1 ฟอง
     • กุ้งสด (ปอกเปลือกเหลือแต่หาง ลวกสุก) 1 ตัว
     • ขิงขูด
     • ไช้เท้าขูด

ส่วนผสม ซอสเทมปุระ (Tempura Sauce)

     • โชยุ 1 ถ้วย
     • น้ำซุปดาชิ (หรือน้ำซุปไก่) 3 ถ้วย
     • น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
     • เหล้าสาเก 3 ช้อนโต๊ะ
     • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำซอสเทมปุระ

     1. ผสมโชยุ น้ำซุปดาชิ น้ำตาลทราย เหล้าสาเก และเกลือป่นเข้าด้วยกันในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนเดือดและน้ำตาลทรายละลาย
     2. ยกลงจากเตา ทิ้งไว้จนเย็น กรอกใส่ขวดแช่ตู้เย็น

วิธีทำไข่น้ำในซอสเทมปุระ

     1. ทาน้ำมันพืชในหม้อ หรือกระทะก้นลึกให้ทั่ว (เพื่อไม่ให้ไข่ขาวติดหม้อ) ใส่น้ำลงไปประมาณ 2-3 นิ้วจากก้นภาชนะ จากนั้นใส่น้ำส้มสายชูลงไปเล็กน้อย ปิดฝาตั้งไฟจนน้ำเดือด
     2. ตอกไข่ไก่ใส่ถ้วย เตรียมไว้
     3. ใช้ช้อน หรือทัพพีคนน้ำวน ๆ ในกระทะให้น้ำหมุน ลดไฟลงให้น้ำเดือดแบบธรรมดา จากนั้นเทไข่ลงในน้ำในขณะที่น้ำหมุน (ถ้าน้ำยังหมุนอยู่ ไข่จะออกมากลมสวย) ปิดฝา ต้มนานประมาณ 3-4 นาที
     4. ตักซอสเทมปุระใส่ถ้วย ขูดขิงและหัวไช้เท้าใส่ลงไป ตักไข่น้ำใส่ลงไป ตามด้วยกุ้ง แต่งให้สวยงาม

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ไข่น้ำในซอสเทมปุระ เมนูไข่สไตล์ญี่ปุ่นไอเดียดี

+++++++++++++++++++



Create Date : 19 มกราคม 2560
Last Update : 19 มกราคม 2560 8:35:00 น.
Counter : 1056 Pageviews.
2 comment
(โหวต blog นี้) 
7 เรื่อง ที่มั่นใจ ว่าคุณไม่เคยรู้ เกี่ยวกับ ขนน้องสาว !


ขนน้องสาว นั้น ไม่ว่าจะสาวๆ คนไหน เชื่อเถอะว่าต้องมีกันหมด หากแต่ต่างกันที่ดีไซน์ แตกต่างกันไปตามความชอบ บ้างก็ปล่อยให้เป็นธรรมชาติ บ้างก็เข้าร้านเพื่อแว็กซ์ แต่แว็กซ์ก็มีทรงต่างๆให้เลือกสรรอีกมากมาย นอกจากความสนุกในการสรรสร้างดีไซน์แล้ว ขนน้องสาวนั้นมีประวัติศาสตร์และข้อดีมากมายที่คุณอาจไม่เคยรู้ มาดูดีกว่าว่าจะมีอะไรบ้าง….

ขนน้องสาว

1.เป็นเกราะป้องกันอวัยวะภายในที่ดี

การที่เรามีขนบริเวณน้องสาวนั้นก็เพราะมันช่วยให้การปกป้อง หรือเป็นเกราะกำบังให้กับเนื้อเยื่อบอบบางบริเวณนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่มีรอยเปิดตรงนั้น

2.ลดการเสียดสีได้

นอกจากจะเป็นเกราะกำบังแล้ว ยังทำให้ผิวของคุณไม่เสียดสีกันอีกด้วย ซึ่งทำให้คุณไม่รู้สึกเจ็บหรือคันง่ายนั่นเอง

3.การกำจัดขนกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นในตอนนี้

แม้ว่าการกำจัดขนนั้นจะนำมาซึ่งอาการเจ็บมากมาย เช่น รอยแดง จุดฝีเล็กๆ ผื่นคัน  แต่กลับกลายเป็นที่นิยมของหมู่สาวๆ มากยิ่งขึ้น สังเกตได้จากปริมาณของสาวๆ ที่ไปหาหมอเพราะการกำจัดขนนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 5 เท่าเลยทีเดียว (ตั้งแต่ปี 2002-2010)

4.ในช่วงศตวรรษที่19 ผู้หญิงมักจะโกนขนและสวมวิกให้น้องสาวด้วย

ซึ่งวิกนั้นมีชื่อภาษาอังกฤษที่เรียกว่า ” Merkin ” มีลักษณะเหมือนวิกขนปลอมที่สามารถใช้แปะผิวหนังได้ ซึ่งสาวๆ ในสมัยวิคตอเรียนั้นใช้กัน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรค

5.สาวๆ ที่ชอบออรัลเซ็กซ์มักจะกำจัดขนน้องสาว

ตามผลการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ใน Journal of Sexual Medicine สาวๆ ส่วนใหญ่ที่ได้รับการออรัลเซ็กซ์ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมามักจะเลือกที่จะกำจัดขนน้องสาวมากกว่าคนอื่นๆ

6.อย่าแว็กซ์ขนน้องสาว ในช่วงมีประจำเดือน

นั่นก็เพราะเมื่อฮอร์โมนของคุณเปลี่ยน ร่างกายของคุณจะมีสภาวะที่อ่อนแอมากขึ้น เพราะฉะนั้นหากเลือกที่จะแว็กซ์ในช่วงนั้น คุณจะมีอาการเจ็บมากกว่าปกติ

7.เคยมีคนสะสมขนน้องสาวเป็นที่ระลึกด้วย

ในช่วงศตวรรษที่ 18 และ 19 ในสหราชอาณาจักรนั้นผู้ที่หลงรักขนเหล่านี้ มักจะเก็บเป็นที่ระลึกและแสดงให้เห็นในที่สาธารณะเช่น ไว้ที่หมวก หรือ ทำเป็นเข็มเกียรติยศ อีกด้วย

ที่มา seventeen

เรียบเรียงโดย Women MThai Team




Create Date : 19 มกราคม 2560
Last Update : 19 มกราคม 2560 8:28:24 น.
Counter : 326 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
หากโลกจะพบจุดจบ นี่คือ 5 หนทางที่เป็นไปได้มากที่สุด บอกเลยไม่ว่าทางไหนก็หายนะทั้งนั้น


หากโลกจะพบจุดจบ นี่คือ 5 หนทางที่เป็นไปได้มากที่สุด บอกเลยไม่ว่าทางไหนก็หายนะทั้งนั้น

what-if-earth-go-to-collapse-pics

ภาวะโลกร้อน : ภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวที่สุด นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าสภาพภูมิอากาศของโลกจะมีความรุนแรงมากขึ้นจนทำให้ระบบนิเวศล่มสลาย และท้ายที่สุดโลกจะกลายเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งและไม่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตอีกต่อไป

อุกกาบาตชนโลก : นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ต่างแสดงความเห็นว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกของเราตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เมื่อมีรายงานว่าภายใน 100 ปี ต่อจากนี้ โลกจะถูกอุกกาบาตชน อย่างที่ทราบกันดีว่าครั้งหนึ่งโลกเคยถูกอุกกาบาตชนจนทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์มาแล้ว

เชื้อโรคระบาด : นักดาราศาสตร์กล่าวว่าเชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกปี โดยเฉพาะโรคซาร์สและไข้หวัดนกที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก นักดาราศาสตร์ยังอธิบายด้วยว่า ยิ่งวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ของมนุษย์ก้าวหน้ามากเท่าใด เชื้อโรคร้ายเหล่านี้ต่างวิวัฒนาการขึ้นไปอีกขั้นเสมอ ราวกับว่าพวกมันต้องการเอาชนะมนุษย์อย่างพวกเราให้ได้!

สงครามนิวเคลียร์ : กล่าวกันว่าสงครามโลกครั้งที่สามจะมีความรุนแรงกว่าสงครามโลกครั้งที่ผ่านมาชนิดเทียบไม่ติด เพราะประเทศมหาอำนาจจะระดมยิงหัวรบนิวเคลียร์ใส่กัน และโลกทั้งใบจะพังพินาศด้วยหายนะจากนิวเคลียร์ จนไม่มีสิ่งมีชีวิตใดใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้อีก

ประชากรล้นโลก : ความหวาดกลัวว่ามนุษย์จะล้นโลกเกิดขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 โทมัส มัลธัส นักวิชาการชื่อดังกล่าวว่าจำนวนประชากรที่มากเกินไปจะทำให้เกิดความอดอยากและปัญหาไร้ที่อยู่อาศัยและทำกิน นักอนุรักษ์นิยมบางคนระบุว่าการเติบโตของจำนวนประชากรมนุษย์เป็นภัยคุกคาม และกล่าวว่าภายในอีก 50 ปีข้างหน้า มนุษย์จะพบกับปัญหาดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เรียบเรียง : SpokeDark.TV




Create Date : 19 มกราคม 2560
Last Update : 19 มกราคม 2560 8:24:17 น.
Counter : 171 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
นอกจากปฏิบัติภารกิจที่อันตรายถึงชีวิตสุดๆแล้ว รู้มั้ยว่านักบินอวกาศยังต้องเสี่ยง ‘ตาบอด’ เมื่อกลับสู


Brave astronaut at the spacewalk on the mars. This image elements furnished by NASA.

จากรายงานขององค์กรนาซ่า ระบุว่าราวร้อยละ 20 ของนักบินอวกาศที่อยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ ประสบปัญหาการมองเห็น อันเนื่องมาจากในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงของเหลวในร่างจากส่วนบนจะไม่ไหลลงสู่เท้า ทำให้ความดันในกะโหลกศีรษะเพิ่มมากขึ้นส่งผลต่อประสาทดวงตา แต่นั่นเป็นเพียงสาเหตุหนึ่งที่พบ

จากผลงานวิจัยใหม่โดยนักวิจัยด้านโภชนาการได้ทำการศึกษาตัวอย่างในเลือดและปัสสาวะ ของ 20 นักบินอวกาศก่อนเดินทางนอกโลกและหลังกลับมาจากปฏิบัติภารกิจ พบว่า นักบินอวกาศที่ประสบปัญหาการมองเห็น มีโฟเลตต่ำอย่างต่อเนื่อง ที่พบได้ในผักใบเขียว และเมล็ดธัญพืชตระกูลถั่ว รวมถึงขาดสารอาหารจำพวกวิตามินบี 12 ที่พบได้ในในเนื้อสัตว์ นม ไข่แดง ประโยชน์คือป้องกันสภาวะของสมองและระบบประสาท ของนักบินอวกาศนั่นเอง

สก็อตต์ สมิธ นักโภชนาการศูนย์โภชนาการชีวเคมีนาซ่าระบุว่า ยังต้องทำการศึกษากันต่อไปว่าปัญหาที่พบนั้นส่งผลมากแค่ไหนต่อปัญหาด้านการมองเห็นของนักบินอวกาศ แต่การค้นพบผลลัพท์นี้อาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญสำหรับนักบินอวกาศและประชาชนทั่วไป ในการรักษาจอประสาทตาและเส้นประสาทตาภายในอนาคตซึ่งกำลังทำการวิจัยกันอย่างต่อเนื่องอยู่ในขณะนี้

เรียบเรียง : SpokeDark.TV




Create Date : 18 มกราคม 2560
Last Update : 18 มกราคม 2560 8:19:44 น.
Counter : 248 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  

หนี่งหน่อง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]



All Blog