เช็กคำศัพท์อังกฤษ VS แบบอเมริกัน ที่ยังคงทำให้เราสับสน !


 

  ถ้าคุณคิดว่าเป็นคนเก่งคำศัพท์ภาษาอังกฤษพอตัว ลองมาเช็กสกิลภาษากันสักนิดค่ะว่า คำศัพท์ภาษาอังกฤษต่อไปนี้ที่เคยเข้าใจมา ตกลงแยกออกไหมว่าเป็นภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ หรือภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน !

ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลที่เราได้เรียนกันมาตั้งแต่ชั้นอนุบาล ผ่านคำศัพท์และช่วงท่องศัพท์มากันก็หลายครั้งหลายครา ทว่ามีใครเป็นเหมือนกันไหมคะที่ไม่ว่าจะตอนเด็กหรือตอนโตมาจนทุกวันนี้ ก็ยังสับสนไม่หายสักทีว่าคำศัพท์ด้านล่างนี้เป็นศัพท์อังกฤษสไตล์บริติช หรือศัพท์อังกฤษสไตล์อเมริกันกันแน่ เอ้า..ว่าแล้วก็มาเช็กกัน !


    ภาพจาก Grammar Check

 

รูปภาพ - 8 วันที่ผ่านมา

 

รูปภาพ - 8 วันที่ผ่านมา

 

รูปภาพ - 8 วันที่ผ่านมา

 

รูปภาพ - 8 วันที่ผ่านมา

 

รูปภาพ - 8 วันที่ผ่านมา

 

รูปภาพ - 8 วันที่ผ่านมา

 

รูปภาพ - 8 วันที่ผ่านมา

 

รูปภาพ - 8 วันที่ผ่านมา

 

รูปภาพ - 8 วันที่ผ่านมา

 

รูปภาพ - 8 วันที่ผ่านมา

 

รูปภาพ - 8 วันที่ผ่านมา

 

รูปภาพ - 8 วันที่ผ่านมา

 

รูปภาพ - 8 วันที่ผ่านมา

 

รูปภาพ - 8 วันที่ผ่านมา

 

รูปภาพ - 8 วันที่ผ่านมา

 

รูปภาพ - 8 วันที่ผ่านมา

 

รูปภาพ - 8 วันที่ผ่านมา

 

รูปภาพ - 8 วันที่ผ่านมา

 

รูปภาพ - 8 วันที่ผ่านมา

 





Create Date : 01 มีนาคม 2560
Last Update : 1 มีนาคม 2560 9:48:26 น.
Counter : 216 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
เที่ยวกรุงเทพฯ เดินเล่นย่านเก่า กินเที่ยวแบบจัดเต็ม


เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า

เที่ยวกรุงเทพฯ พร้อมตะลุยชิมอาหารอร่อย ๆ ระดับตำนานในย่านเก่าแก่ ที่จะทำให้คุณได้พบถึงความคลาสสิกของกรุงเทพฯ และวิถีชีวิตชาวบ้านแบบดั้งเดิม รับรองถูกใจทั้งขาเที่ยวและขาชิม

กรุงเทพฯ ไม่ได้มีดีแค่สีสันยามค่ำคืนเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเก่า ๆ ที่แฝงอยู่ในทุกซอกมุม ที่เผยให้เห็นความคลาสสิกและมีเสน่ห์อย่างยากที่จะพบจากที่ไหนในโลก และขาดไม่ได้อีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือ "ของกินกรุงเทพฯ" แสนอร่อยในระดับตำนาน ยากที่ใครจะลอกเลียนแบบสูตรความอร่อยไปได้ และนอกจาก "เยาวราช" แล้วของกินอร่อย ๆ ในกรุงเทพฯ ยังมีอีกเพียบ วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ลัดเลาะย่านโซนเก่าแก่ หาของกินอร่อย ๆ ถูกปากทานกัน รับรองว่างานนี้ไม่มีผิดหวัง
1. ตลาดน้อย

ย่านค้าเก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญที่ขยายมาจากสำเพ็ง ในช่วงเวลาปกติใครหลายคนอาจมองว่าที่นี่เป็นชุมชนธรรมดาแบบคนไทยเชื้อสายจีนทั่วไป และมีย่านการค้าที่คนทั่วประเทศต่างรู้จักกันดีในชื่อ "เซียนกง" แต่ถ้าเป็นช่วงเทศกาลกินเจ ชุมชนแห่งนี้จะมีเสน่ห์และโดดเด่นขึ้นมาไม่แพ้ชุมชนไหนเลยทีเดียวเชียว

พาทัวร์ที่เที่ยว : นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวย่านตลาดน้อย ต้องห้ามพลาดกับเส้นทาง Street Art สวย ๆ อันเกิดจากโครงการย่านจีนถิ่นบางกอกและกลุ่มคนรักตลาดน้อย ที่บอกเล่าเรื่องราวของซอยศาลเจ้าโรงเกือก

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Note

นอกจาก Street Art เก๋ ๆ แล้ว ย่านนี้ยังมีเส้นทางชมสถาปัตยกรรมอื่น ๆ ได้แก่ โบสถ์กาลหว่าร์หรือวัดแม่พระลูกประคำ, ธนาคารไทยพาณิชย์ (ตลาดน้อย), ศาลเจ้าโรงเกือก และตึกแถวเก่าถนนทรงวาด เป็นต้น

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Note

พาทัวร์ที่กิน : ภายในตลาดน้อยนอกจากจะได้ชื่นชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมเก่าแก่แล้ว ที่นี่ยังมีร้านอาหารอร่อย ๆ ที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นอยู่มากมาย พลาดไม่ได้ต้องลองไปชิมเป็ดตุ๋นระดับตำนาน "เป็ดตุ๋นเจ้าท่า" เปิดมานานกว่า 40 ปี

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า

หรือจะเป็น "กวยจั๊บน้ำใสตลาดน้อย" ที่อัดแน่นพร้อมด้วยเครื่องในไม่มีกลิ่นคาว น้ำซุบกลมกล่อมกำลังดี ไม่ต้องปรุงก็อร่อยล้ำอย่าบอกใคร นอกจากนี้ยังมี "ก๋วยเตี๋ยวรู ร้อยปี" และ "กะหรี่ปั๊บคุณปุ๊" ที่รอให้ขาชิมทั้งหลายได้มาลิ้มลอง

2. เจริญกรุง

อีกหนึ่งถนนสายประวัติศาสตร์ของไทย ในอดีตช่วงต้นรัตนโกสินทร์ย่านนี้เคยเป็นท่าเรือสินค้าแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ ต่อมาได้มีการสร้างถนนเส้นแรกของประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 4 และตั้งชื่อว่า "ถนนเจริญกรุง" และกลายเป็นอีกหนึ่งย่านการค้าที่เฟื่องฟู ด้วยเพราะติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา

พาทัวร์ที่เที่ยว : มาเที่ยวย่านเจริญกรุง ย่านที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งกรุงเทพฯ ทั้งที บอกเลยว่ามีที่เที่ยวที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย พลาดไม่ได้กับ Wall Art เรื่อยมาตั้งแต่ BTS สถานีสะพานตากสิน บริเวณกำแพงข้างโรงแรมแชงกรี-ล่า ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว Wall Art เหล่านี้จะแฝงตัวอยู่ตามตรอกซอกซอย แต่ที่เยอะเป็นพิเศษอยู่ตรงบริเวณซอยเจริญกรุง 32 และซอยเจริญกรุง 28

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า

นอกจากศิลปะบนกำแพงสวย ๆ แล้ว อาคารสถาปัตยกรรมบริเวณนี้ก็น่าสนใจ น่าไปแชะรูปอยู่ไม่น้อย ทั้ง "ไปรษณีย์กลางบางรัก" ที่โดดเด่นด้วยงานสถาปัตยกรรมโมเดิร์น เน้นความเรียบง่าย ตรงไปตรงมา "วัดสวนพลู" โดดเด่นด้วยหมู่กุฏิสงฆ์ไม้ฉลุลายหรือที่เรียกว่าขนมปังขิง ประดับอยู่บนอาคารไม้สองชั้นสีครีมตัดด้วยสีน้ำตาลแดง รวมถึงลายลูกกรงและแผงกันแดดก็เป็นไม้ฉลุเช่นเดียวกัน

พาทัวร์ที่กิน : เป็นที่รู้กันดีว่า ย่านเจริญกรุงเต็มไปด้วยร้านอาหารเก่าแก่ ความอร่อยระดับตำนาน ได้แก่ "เป็ดย่างนายสูง" ร้านเป็ดย่างในตำนานที่ถือว่าอยู่คู่กับถนนเจริญกรุง
เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า

หรือจะเป็น "ร้านทิพหอยทอดภูเขาไฟ" เมนูของที่นี่มีทั้ง หอยแมลงภู่ทอด หอยนางรมทอด ออส่วน และข้าวไข่เจียวหอยนางรม

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า

หรือจะเป็น "โจ๊กปรินซ์" โจ๊กร้านดังที่มอบความอร่อยมายาวนาน จนเป็นที่ถูกอกถูกใจของลูกค้า

3. สามแพร่ง

ย่านนี้ประกอบด้วยแพร่งภูธร แพร่งนรา และแพร่งสรรพสาตร์ โดยทั้งสามแพร่งนี้อยู่ละแวกเดียวกัน เลยรวมเรียกกันว่า "สามแพร่ง" แต่ละชื่อมาจากชื่อเจ้านายสามพระองค์ ซึ่งเป็นพระราชโอรสของรัชกาลที่ 4 ที่มีวังประทับอยู่บริเวณนี้ คือพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์

พาทัวร์ที่เที่ยว : เสน่ห์ของ "สามแพร่ง" เห็นจะหนีไม่พ้นเสน่ห์ของบ้านเก่าที่ยังคงความสวยงามตามแบบสถาปัตยกรรมโบราณ

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า

อย่างจุดเด่นที่ "แพร่งภูธร" อยู่ที่แนวตึกแถวเก่าที่เรียงรายล้อมรอบ "สุขุมาลอนามัย" ที่เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2471 เพื่อให้เป็นสถานีอนามัย ซึ่งปัจจุบันก็ยังเป็นที่รักษาพยาบาลของคนในชุมชน

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า

มาที่ "แพร่งนรา" คุณจะพบกับ "โรงเรียนตะละภัฏศึกษา" อาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า

และสุดท้ายที่ "แพร่งสรรพสาตร์" โดดเด่นด้วยซุ้มประตูวังเก่า "วังสรรพสาตรศุภกิจ" ที่ตั้งเด่นเป็นสง่า

พาทัวร์ที่กิน : เริ่มต้นที่แพร่งภูธร ต้องแวะมาที่ "ร้านไทยทำ" อุ่นท้องด้วยก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น-มันสมองหมู ที่ให้เครื่องพูนล้นชาม หรือจะเป็น "ร้านอุดมโภชนา" เต็มอิ่มด้วยข้าวหมูแดงและข้าวแกงกะหรี่ ถัดมาที่แพร่งนรา เน้นที่ขนมหวานอย่าง ขนมเบื้องไทยโบราณ บัวลอยไข่เค็มไข่หวาน และปาท่องโก๋อร่อย ๆ สุดท้ายที่แพร่งสรรพสาตร์ พลาดไม่ได้กับการชิม "ไก่ย่างโบราณหอมกลิ่นสมุนไพร" และ "ราดหน้า 40 ปี" ที่ใช้หมูหมักนุ่มละมุนลิ้น บอกเลยว่าสามแพร่งอัดแน่นไปด้วยของทานอร่อย ๆ ที่ไม่ทำให้คุณต้องผิดหวัง

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า
4. ชุมชนกุฎีจีน

ชุมชนเก่าแก่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ผู้คนที่อาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนี้ประกอบด้วยหลากหลายเชื้อชาติ วัฒนธรรม และศาสนา หล่อหลอมผสมผสานเกิดเป็นแนวการดำรงชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ มีทั้งชาวจีนฮกเกี้ยน ชาวมุสลิม ชาวโปรตุเกส และชาวไทย

พาทัวร์ที่เที่ยว : ด้วยเพราะชุมชนกุฎีจีนประกอบด้วยคนในชุมชนหลากหลายเชื้อชาติ จึงทำให้มีมนตร์เสน่ห์ในการท่องเที่ยว ซึ่งมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่หลายจุด เช่น "ป้อมวิไชยประสิทธิ์" "วัดโมลีโลกยาราม"

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า

หลังจากนั้นสามารถเดินลัดเลาะมาริมแม่น้ำเจ้าพระยา จนถึง "โบสถ์ซางตาครู้ส" และ "บ้านเก่าของหลุยส์วินเซอร์"

พาทัวร์ที่กิน : ไฮไลท์ของการมาเที่ยวกุฎีจีนที่พลาดไม่ได้เลย นั่นคือการได้ลองลิ้มชิมรส "ขนมฝรั่งกุฎีจีน" ขนมโบราณ ที่มีต้นตำรับจากชาวโปรตุเกส เป็นขนมลูกผสมระหว่างจีนกับฝรั่ง ตัวขนมเป็นตำรับของโปรตุเกส และหน้าของขนมเป็นจีน ใช้วัตถุดิบ คือ แป้ง ไข่ และน้ำตาล ตีให้ส่วนผสมเข้ากันจนขึ้นฟู โรยด้วยลูกเกด ลูกพลับ ฟักเชื่อม และน้ำตาลทราย แล้วนำไปเทใส่แม่พิมพ์แล้วอบจนสุก ใครที่ไปเที่ยวย่านนั้นต้องลองแวะไปทานให้ได้ เพราะมีไม่กี่บ้านแล้วเท่านั้นที่ยังทำขนมนี้อยู่

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า

5. ถนนพระอาทิตย์

ชุมชนสำคัญที่เติบโตพร้อมกับการสร้างพระนคร ตัวถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ความเจริญรุ่งเรืองของชุมชนถนนพระอาทิตย์ผูกพันอย่างต่อเนื่องกับประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ เรื่อยมา ปัจจุบันตึกอาคารบ้านเรือนของถนนพระอาทิตย์ได้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นอาคารที่ทันสมัย ซึ่งรวมถึงวิถีชีวิตชุมชนที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน

พาทัวร์ที่เที่ยว : ตลอดเส้นถนนพระอาทิตย์เต็มไปด้วยสถานที่ที่ให้เราได้หยุดแวะได้เกือบตลอดทั้งเส้น นอกจากอาคารที่ยังคงความคลาสสิกแล้ว ใครที่ชอบบรรยากาศชิล ๆ แนะนำให้คุณลองไปนั่งเล่น นอนเล่นที่ "สวนสันติชัยปราการ" สวนสาธารณะที่อยู่บริเวณรอบป้อมพระสุเมรุ แถมวิวดีติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า
ภาพจาก Tompost / shutterstock.com

พาทัวร์ที่กิน : ในละแวกนี้มีตั้งแต่ร้านกาแฟ ร้านนั่งชิล ร้านอาหารตามสั่งสารพัดอย่าง พลาดไม่ได้กับการได้ลองชิม เช่น "คุณแดงก๋วยจั๊บญวน" เสิร์ฟกันมาแบบร้อน ๆ น่าทาน น้ำซุปเหนียวข้น เส้นนุ่ม

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า

"คาริม โรตีมะตะบะ" มีให้เลือกหลากหลายรสชาติ เช่น มะตะไก่ มะตะบะเนื้อ และมะตะบะทะเล เป็นต้น

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า

ปิดท้ายด้วยการหาคาเฟ๋เก๋ ๆ นั่งสักร้านอย่าง "CoCo Chaophraya" ร้านกาแฟสบาย ๆ บรรยากาศน่านั่ง ตัวหน้าร้านสีขาว แลดูสะอาดตา นอกจากเมนูเครื่องดื่ม ที่นี่ยังมีเบเกอรี่โฮมเมดอร่อย ๆ ให้ได้ลองชิมอีกด้วย

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า

6. นางเลิ้ง

ตลาดบกแห่งแรกในประเทศไทย แต่เดิมเรียกย่านแห่งนี้ว่า "ย่านสนามกระบือ" จนกาลเวลาได้ผันเปลี่ยนเรียกย่านนี้ว่า "อีเลิ้ง" เนื่องด้วยบริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษมบรรจบคลองเปรมประชากร มีชาวมอญล่องเรือนำตุ่มอีเลิ้งมาวางขายและกลายเป็นชื่อคุ้นปากจวบจนถึงยุคสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการเปลี่ยนชื่อให้สุภาพขึ้นว่า "นางเลิ้ง"

พาทัวร์ที่เที่ยว : มนตร์เสน่ห์ที่พบเห็นในย่านนางเลิ้งเห็นจะหนีไม่พ้นตัวอาคารสถาปัตยกรรมแบบเก่าที่สวยงาม เช่นที่ "ศาลาเฉลิมธานี" หรือ "โรงหนังนางเลิ้ง" โดดเด่นด้วยอาคารไม้เก่าแก่หลังใหญ่ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งศูนย์รวมความเจริญของย่านนี้

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า

พาทัวร์ที่กิน : พลาดไม่ได้กับการแวะหาของอร่อย ๆ ในตลาดนางเลิ้ง ที่นี่มีของกินอร่อย ๆ ให้เหล่านักชิมเลือกซื้อหาอยู่เพียบ ไม่ว่าจะเป็น "ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นนางเลิ้ง" มีเมนูทั้งเนื้อสด เนื้อเปื่อย เอ็นแก้ว, ก๋วยเตี๋ยวเป็ดเจ้าอร่อย "ร้าน ส.สำราญ", "ร้านข้าวแกงรัตนา" ร้านข้าวแกงที่มีสารพัดกับข้าวให้เลือก และพลาดไม่ได้กับ "ร้านข้าวตังเมี่ยงลาว สาคูไส้ปลาและหมูแม่สะอิ้ง" โดยเฉพาะข้าวตังกรอบ ๆ ทานคู่กับเมี่ยงลาว บอกเลยว่าอร่อย เหมาะจะซื้อกลับไปเป็นของกินเล่นที่บ้าน

7. คลองบางหลวง

ชุมชนเก่าริมน้ำตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายในอดีตและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวบ้านแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวรูปทรงเก่าแก่ วัดวาอารามที่แสนสงบร่มเย็น หรือแม้แต่เด็ก ๆ ที่วิ่งเล่นกันสนุกสนาน

พาทัวร์ที่เที่ยว : สิ่งที่น่าสนใจในย่านชุมชนคลองบางหลวง เห็นจะหนีไม่พ้น "บ้านศิลปิน" สถานที่ที่แสดงงานศิลปะทั้งภาพวาดและภาพถ่ายให้ได้ชมกัน และยังถือเป็นบ้านไม้แห่งแรกที่ปลุกชีวิตให้ชุมชนคลองบางหลวงกลับมาคึกคักอีกครั้ง

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า

นอกจากนี้ยังมี "ร้านขายสินค้าโอทอป" "บ้าน ศ.จิตรกร" บ้านเก่าแก่โชว์ผลงานศิลปะ เป็นต้น

พาทัวร์ที่กิน : มาถึงย่านนี้ต้องไม่พลาดหาของอร่อย ๆ ที่ร้าน "ก๋วยจั๊บน้ำข้นคลองบางหลวง" เมนูเด็ดอยู่ที่กวยจั๊บหมู อัดแน่นครบเครื่องทั้ง ไข่ต้ม หมูกรอบ หมูชิ้น ไส้หมู ตับหมู เต้าหู้ทอดกรอบ และกากหมู

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า

8. วังหลัง

ปัจจุบันเรารู้จักย่านวังหลังในฐานะแหล่งช้อปปิ้ง ที่มีผู้คนมากมายมาจับจ่ายใช้สอย เป็นที่รู้จักดีของคนวัยทำงาน นักศึกษา นักเรียน เพราะมีทั้งของอร่อยและสินค้าทันสมัย กับสินค้ามือสองที่มีคนมาเลือกซื้อมากมาย

พาทัวร์ที่เที่ยว : มาเยือนวังหลัง พลาดไม่ได้กับการมาเดินเที่ยว "ตลาดวังหลัง" ตรอกเล็ก ๆ ที่เชื่อมระหว่างท่าน้ำศิริราชกับถนนอรุณอมรินทร์ ตามตรอกจะทะลุถึงกัน ที่สำคัญไม่มีวันไหนเลยที่ตลาดวังหลังจะเงียบเหงา เพราะแต่ละวันจะมีคนนับร้อยนับพันแห่แหนกันไปอุดหนุนสินค้ามากมายกันจนแน่นขนัด

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า
ภาพจาก Phawat / shutterstock.com

พาทัวร์ที่กิน : ที่นี่มีร้านอาหารอร่อยเรื่อยไปตั้งแต่อาหารคาวยันอาหารหวาน บางร้านขายมานาน และบางร้านก็จัดได้ว่าเป็นของอร่อยซิกเนเจอร์แห่งวังหลัง พลาดไม่ได้กับ "วังหลัง เบเกอรี่" มีไส้ให้เลือกเพียบ เช่น สลัดปูอัด สลัดแฮมล้วน เบคอน เนยสด ครีมนมสด สังขยาใบเตย ไส้หรอกหมู ลูกเกด เป็นต้น

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า

หรือจะเป็น "ร้านสายไหม บะหมี่เกี๊ยวกุ้ง ซ่าหริ่ม ทับทิมกรอบ" ทีเด็ดอยู่ที่เกี๊ยวกุ้ง ที่แป้งเกี๊ยวสั่งทำแบบพิเศษ

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า

หรือจะเป็น "ร้านหมูทอดชาววัง" ร้านขายหมูทอดเล็ก ๆ ที่คนยืนรอต่อคิวซื้อกันแน่นขนัด

9. สำเพ็ง

สำเพ็งเป็นไชน่าทาวน์ (China Town) แห่งแรกของกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ทั้งในหมู่คนจีน คนไทย และคนชาติอื่น ๆ ปัจจุบัน เป็นแหล่งขายสินค้าทั้งปลีกและส่ง เป็นย่านที่คนทุกเพศทุกวัยมาจับจ่ายซื้อสินค้า อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่มาของธุรกิจหลายประเภท เช่น การรับจ้างปะ-ชุนผ้า การตัดเย็บเสื้อผ้า การย้อมสีผ้า และการรับจ้างขัดรองเท้า เป็นต้น

เที่ยวกรุงเทพย่านเก่า
ภาพจาก Patipat Boonlae / shutterstock.com

พาทัวร์ที่เที่ยว : พลาดไม่ได้กับการแวะช้อปที่ "ตลาดสำเพ็ง" ตั้งอยู่ในซอยวานิช 1 โดยมีถนนราชวงศ์ตัดผ่านกลาง และเปิดขายกันตั้งแต่เช้ามืด โดยมีสินค้าให้เลือกมากมายหลากหลายชนิดด้วยกันทั้ง กิ๊บติดผม ที่คาดผม เครื่องประดับผม กระเป๋าสะพาย กระเป๋าเป้ เครื่องสำอาง รวมทั้งบรรดาเครื่องเขียนที่มีครบทุกอย่าง

พาทัวร์ที่กิน : นอกจากร้านค้าที่เรียงรายไปตลอดสองฝั่งแล้ว ร้านของกินอร่อย ๆ อย่าง "ขนมไข่ หน้าร้านคิคูยา" ร้านขายขนมไข่ร้านเก่าแก่ ทำขนมไข่อบร้อน ๆ หรือจะเป็น "บ๊ะจ่างเจ้เกียง" ร้านขายบะจ่างแสนอร่อย อย่างบ๊ะจ่างไส้ไก่ ข้าวเหนียวบ๊ะจ่างที่คลุกเคล้ามาอย่างดี ใส่ไก่ ใส่เครื่องเคียงแบบเต็มอิ่ม ทั้งไข่แดงเค็ม แปะก๊วย ปิดท้ายด้วย "เจ๊น้อย เย็นตาโฟ" ร้านขายก๋วยเตี๋ยว ที่อร่อยทั้งก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำใส ก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรโบราณ มีให้เลือกกินตามชอบใจ

เป็นยังไงบ้างคะ ? น่าจะถูกใจทั้งเหล่านักเที่ยวและนักชิมกันอยู่ไม่น้อยเลย เพราะนอกจากจะได้เที่ยวสัมผัสวิถีกรุงเก่าแล้ว ยังได้ทานของอร่อย ๆ ระดับตำนาน เห็นอย่างนี้แล้วต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองเสียแล้ว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
thai.tourismthailand.org, thai.tourismthailand.org, เฟซบุ๊ก Note, เฟซบุ๊ก Kriengkai Ratchatamukayanant, เฟซบุ๊ก มณฑณัช ธรรมพาปรีดา, เฟซบุ๊ก Letsgetfatty, เฟซบุ๊ก Jinny Heng, เฟซบุ๊ก สามแพร่งfacestreet, เฟซบุ๊ก Araya Piyapattanakul, เฟซบุ๊ก Sutthirak Sreesanguan, เฟซบุ๊ก บ้านศิลปิน คลองบางหลวงartisthousebkk, เฟซบุ๊ก ข้าวเหนียวมะม่วงป้าหนูเล็ก&ก๋วยจั๊บน้ำข้น คลองบางหลวง



Create Date : 28 มกราคม 2560
Last Update : 28 มกราคม 2560 15:19:03 น.
Counter : 465 Pageviews.
3 comment
(โหวต blog นี้) 
อาหารไหว้ตรุษจีน กินอย่างไร ไม่ทำให้ป่วยเพิ่ม


อาหารไหว้ตรุษจีน

อาหารไหว้ตรุษจีนที่แฝงไปด้วยความหมายมงคล หากกินเน้นความอร่อยมากกว่าการคำนึงถึงประโยชน์ที่ควรได้รับ อาจเป็นการสะสมโรคเพิ่มได้ โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว

คำอวยพรในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปีนั้น คงหนีไม่พ้นเรื่องการขอให้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เพราะหากมีสุขภาพดีแล้ว เราย่อมทำอะไรได้อีกหลายอย่าง และเป็นที่รู้กันดีว่า อาหารไหว้ตรุษจีนนั้น ส่วนใหญ่เน้นหนักไปทางน้ำมัน แป้ง และน้ำตาล ซึ่งคนรักสุขภาพอาจทำใจยากสักหน่อยหากต้องกินเลี้ยงกับครอบครัว­­­ในช่วงเทศกาลนี้ แต่ก็อย่ากังวลไป ลองมาอ่านคำแนะนำของกรมอนามัยกันก่อน ว่ามีหลักในการเลือกกินอย่างไรบ้าง หรือ ถ้าหากคนในครอบครัวของเรามีใครเป็นโรคประจำตัว เราก็จะได้แนะนำวิธีกินได้อย่างถูกต้องอีกด้วย
อาหารไหว้ตรุษจีน ที่คนมีโรคประจำตัวควรเลี่ยง

          สำหรับในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ ฝ่ายโภชนาการกองส่งเสริมสาธารณสุข สำนักอนามัย ได้พูดถึงอาหารไหว้ตรุษจีนว่า ส่วนใหญ่เป็นอาหารที่มีปริมาณไขมันสูง แต่ก็ใช่ว่าต้องงดกินไขมันอย่างเด็ดขาดเลย ความจริงแล้ว กินได้ แต่ควรอยู่ในประมาณที่เหมาะสม นั่นคือ อย่างน้อยร้อยละ 15–20 เพื่อให้ร่างกายได้ดูดซึมนำไปใช้ในการรักษาสุขภาพและการทำงานขอ­­­งร่างกาย เช่น นำไปใช้ในการทำงานของวิตามินเอ ดี อี และ เค ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตในวัยเด็ก และการรักษาสุขภาพผิวพรรณของผู้ใหญ่ เป็นต้น 

ในขณะเดียวกัน หากเราบริโภคไขมันมากเกินที่ร่างกายต้องการ ก็จะถูกสะสมเป็นไขมันส่วนเกิน ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา ได้แก่ โรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือด ข้อเข่าอักเสบ โรคเบาหวาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ควรเพิ่มความระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหารมากเป็นพิเศษ เพราะส่วนประกอบหรือสารประกอบบางอย่างในอาหาร มีผลต่ออาการของโรคให้เป็นหนักขึ้น โดยเฉพาะอาหารต่อไปนี้

1. กุนเชียง

          - มีส่วนผสมของเกลือไนไตรท์ (Nitrite) และ มันหมู 

          - ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคตับอักเสบ และกลุ่มที่มีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง 

2. มันหมู หนังเป็ด และหนังไก่

อาหารไหว้ตรุษจีน กินอย่างไร ไม่ทำให้ป่วยเพิ่ม

          - มีส่วนผสมของ คอเลสเตอรอล และให้พลังงานสูง
          - ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคตับอักเสบ และกลุ่มที่มีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง 

3. เห็ด

          - มีส่วนผสมของพิวรีน 

          - ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคเก๊าท์ 

4. ขนมเทียน ขนมเข่ง และขนมมัดไต้ 

อาหารไหว้ตรุษจีน กินอย่างไร ไม่ทำให้ป่วยเพิ่ม

          - มีส่วนผสมของแป้ง น้ำตาล กะทิ และเกลือ 

          - ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคไต และโรคตับอักเสบ 

5. ขนมเทียน ขนมเข่ง (ชนิดมีไส้) และขนมมัดไต้

          - มีส่วนผสมของพิวรีน (ในถั่วที่ใช้ทำไส้) 

          - ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคเก๊าท์ 

6. ผัดหมี่ซั่ว

อาหารไหว้ตรุษจีน กินอย่างไร ไม่ทำให้ป่วยเพิ่ม

          - มีส่วนผสมของเกลือ (พบในเส้นหมี่ซั่ว) 

          - ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคความดันโลหิต โรคไต และโรคเบาหวาน 

7. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

          - มีส่วนผสมของพิวรีนสูง และให้พลังงานสูง 

          - ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคเก๊าท์ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน และโรคตับอักเสบ 

นอกจากนี้แล้ว กรมอนามัยยังบอกอีกด้วยว่า ไม่ใช่แต่เฉพาะเทศกาลตรุษจีนเท่านั้นที่ควรระมัดระวังเรื่องการ­­­บริโภคอาหาร การกินเลี้ยงในเทศกาลอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน ซึ่งทั้งคนที่มีสุขภาพแข็งแรงดีแล้ว และมีโรคประจำตัว ก็ควรจะใส่ใจถึงข้อปฏิบัติโภชนบัญญัติ 9 ประการ ดังต่อไปนี้ 

1. กินอาหารครบ 5 หมู่ กินแต่ละหมู่ให้หลากหลาย และหมั่นดูแลน้ำหนักตัว 
2. กินข้าวเป็นอาหารหลัก สลับกับอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อ 
3. กินพืชผักให้มาก และกินผลไม้เป็นประจำ 
4. กินปลา เนื้อสัตว์ ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ 
5. ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย 
6. กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร 
7. หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสหวานจัดและเค็มจัด 
8. กินอาหารที่สะอาดปราศจากการปนเปื้อน 
9. งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 

การกินเลี้ยงฉลองเทศกาลตรุษจีนกับครอบครัวจะไม่ทำให้สุขภาพของเ­­­ราแย่ลงเลย ถ้าหากเราใส่ใจเรื่องโภชนาการเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่น ลดปริมาณการใช้น้ำมัน และเกลือในการปรุงอาหาร เช่น เมนูไก่รวน จิบชาร้อนเพื่อกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน เน้นกินเนื้อปลา เห็ด และไก่ มากกว่าเนื้อหมู รวมถึงการกินขนมหวาน เช่น ขนมเข่ง ขนมเทียน ขนมสาลี่ ซาลาเปาอย่างพอดี อย่างน้อยวันละ 1-2 ชิ้นก็พอแล้ว เพียงเท่านี้เราก็ได้ทั้งความอร่อยและไม่ทำร้ายสุขภาพด้วย 



Create Date : 28 มกราคม 2560
Last Update : 28 มกราคม 2560 15:16:29 น.
Counter : 280 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
จริงดิ ? ผู้ชายควรช่วยตัวเองที่ออฟฟิศ ช่วยให้ทำงานดีขึ้น


ประโยชน์ของการช่วยตัวเอง

ผู้เชี่ยวชาญชี้ การช่วยตัวเองที่ออฟฟิศของผู้ชาย ช่วยปลดปล่อยความเครียดจากงาน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น

เชื่อเลยว่าหนุ่มวัยทำงานจำนวนไม่น้อยมีออฟฟิศในฝัน ที่สามารถนอนหลับเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อพักสายตาและผ่อนคลายสมองจากความเครียดระหว่างวัน พร้อมทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าพร้อมสำหรับการทำงาน แต่ในความเป็นจริง หลายคนไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ แม้แต่ในช่วงพักกลางวัน เพราะกว่าจะกินมื้อเที่ยงเสร็จ ก็หมดเวลาพักแล้ว แต่ล่าสุดมีผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีผ่อนคลายความเครียดที่ออฟฟิศ แบบใช้เวลาไม่นาน แต่ได้ผลดีแล้วครับ นั่นก็คือการสำเร็จความใคร่นั่นเอง ว่าแต่จะเป็นอย่างไรบ้าง ไปชมพร้อมกันเลยครับ

          โดยด้าน ดร.มาร์ค เซอร์เจียนท์ (Dr.Mark Sergeant) ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม เทรนท์ (Nottingham Trent University) ประเทศอังกฤษ ชี้ว่า การสำเร็จความใคร่ที่ออฟฟิศ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผู้ชายได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากช่วยปลดปล่อยความเครียดและผ่อนคลายความกังวลที่เกิดขึ้นจากการทำงานได้เป็นอย่างดี

ประโยชน์ของการช่วยตัวเอง

ส่วนทางนักจิตวิทยาชาวอังกฤษอย่าง ดร.คลิฟฟ์ อาร์นัลล์ (Dr. Cliff Arnall) เสริมว่า เขาเห็นด้วยกับ ดร.มาร์ค เซอร์เจียนท์ เพราะการช่วยตัวเองที่ออฟฟิศเป็นสิ่งที่ช่วยลดความเบื่อหน่ายและความกดดันได้ดีเยี่ยม ส่งผลให้มีสมาธิในการทำงานมากขึ้น แต่ ดร.คลิฟฟ์ ก็ยังเป็นห่วงเรื่องเวลาพักเบรกในวันทำงาน ว่าอาจไม่เพียงพอที่จะช่วยตัวเองได้สำเร็จ รวมไปถึงบางคนอาจจะเร่งตัวเองมากเกินไป จนทำให้การสำเร็จความใคร่เป็นเรื่องชวนปวดหัวกว่าเดิม นอกจากนี้ ยังแนะนำว่าหากอยากสำเร็จความใคร่ที่ออฟฟิศจริง ๆ ไม่ควรจินตนาการถึงเพื่อนร่วมงานโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เครียดมากยิ่งขึ้นก็เป็นได้

ประโยชน์ของการช่วยตัวเอง

          ไม่เพียงเท่านี้ บริษัทเซ็กส์ทอยเจ้าของบูธช่วยตัวเองที่เรียกว่า GuyFi ในกรุงนิวยอร์ก เผยผลการสำรวจที่น่าสนใจว่า หนุ่มออฟฟิศในเมืองดังกล่าวยอมรับว่าแอบช่วยตัวเองที่ออฟฟิศสูงถึงเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงมีผลงานวิจัยชี้ว่า การสำเร็จความใคร่วันละ 15 นาที สามารถช่วยบรรเทาความเครียดและอาการซึมเศร้าได้ดีเลยทีเดียว

เมื่อได้ทราบอย่างนี้แล้ว ต้องยอมรับว่าเป็นไอเดียที่ดีไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะครับ แต่ไม่ใช่ว่าให้ไปช่วยตัวเองทุกครั้งที่รู้สึกเครียดนะ เพราะยังมีวิธีอื่น ๆ อีกเช่น การฟังเพลงและการยืดเส้นยืดสาย เป็นต้น ก็ช่วยคลายความกังวลได้เหมือนกัน (อ่านเรื่อง 11 วิธีคลายเครียดง่าย ๆ แบบไม่ต้องลุกจากโต๊ะทำงาน คลิกที่นี่)


ข้อมูลจาก metro.co.uk, mirror.co.uk, menshealth.com



Create Date : 28 มกราคม 2560
Last Update : 28 มกราคม 2560 15:12:45 น.
Counter : 293 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
เช็กแคลอรีในขนมไหว้ตรุษจีน กิน 1 ชิ้น ต้องวิ่งเบิร์นกี่นาที ?


ขนมไหว้ตรุษจีน

ไม่อยากอ้วนเพราะขนมไหว้ตรุษจีน ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเช็กแคลอรีในขนมเหล่านี้ก่อนจะกิน

วันตรุษจีนกี่ปี ๆ ก็ทำเอาน้ำหนักขึ้นเพราะอาหารและขนมไหว้ตรุษจีนล้วน ๆ แต่ปีนี้เราจะมาควบคุมน้ำหนักให้อยู่หมัด ! เพราะเรามีข้อมูลมาให้เช็กแล้วว่าขนมไหว้ตรุษจีนแต่ละอย่างฟาดพลังงานไปกี่กิโลแคลอรี แล้วถ้าไม่อยากอ้วนเราควรปฏิบัติตัวอย่างไรดีกับขนมไหว้ตรุษจีนเหล่านี้กัน

          เอาล่ะ...มาเช็กให้ชัดเลยดีกว่าว่าขนมไหว้ตรุษจีนแต่ละอย่างให้พลังงานมหาศาลเพียงใด และข้อมูลจากแอพ foodieat ซึ่งเป็นโปรแกรมที่พัฒนาโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ร่วมกับสํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จะมาบอกให้เราได้รู้ว่า กินขนมไหว้เจ้าแต่ละชนิดเข้าไป จะต้องเบิร์นออกนานแค่ไหนถึงจะไม่เสี่ยงอ้วน

ขนมไหว้ตรุษจีน

ขนมเข่ง

ขนมเข่ง 1 ชิ้น มีทั้งแป้ง ทั้งน้ำตาล ให้พลังงานมากถึง 150-200 กิโลแคลอรี เทียบให้เห็นง่าย ๆ ก็เหมือนเรากินข้าวสุก 2 ทัพพี (1 ทัพพีประมาณ 60 กรัม = 80 กิโลแคลอรี) ดังนั้นกินไปเพียง 1 ชิ้น ก็ต้องวิ่งจ๊อกกิ้งราว ๆ 25-30 นาที ถึงจะเบิร์นหมด (วิ่งจ๊อกกิ้ง 1 นาที ใช้พลังงาน 6 กิโลแคลอรี)

ขนมไหว้ตรุษจีน

ขนมเทียน

          ขนมเทียน 1 ห่อ ให้พลังงานราว ๆ 100 กิโลแคลอรี กิน 1 ชิ้นก็ต้องวิ่งจ๊อกกิ้งนาน 16 นาที ถึงจะเบิร์นแคลอรีจากขนมเทียน 1 ห่อได้หมด

ขนมไหว้ตรุษจีน

ขนมไข่

ขนมไข่ 1 ชิ้นเล็ก ๆ ให้พลังงานประมาณ 17 กิโลแคลอรี กิน 1 ชิ้นก็ต้องวิ่งจ๊อกกิ้งนาน 3 นาที แต่ถ้าใครกินมากกว่า 1 ชิ้นก็คูณเวลาที่ต้องจ๊อกกิ้งเพิ่มไปยาว ๆ

ขนมไหว้ตรุษจีน

ขนมสาลี่ชิ้นใหญ่

          1 ชิ้นใหญ่ ๆ ของขนมสาลี่จะให้พลังงานอยู่ที่ 154 กิโลแคลอรีโดยประมาณ ซึ่งก็ถือว่าเป็นขนมไหว้ตรุษจีนที่ให้พลังงานสูงพอตัว และหากกินเข้าไปเพียง 1 ชิ้น งานนี้ก็ต้องวิ่งจ๊อกกิ้งประมาณ 25 นาทีถึงจะเบิร์นแคลอรีจากขนมชนิดนี้ได้หมด

ขนมไหว้ตรุษจีน

ซาลาเปาหมูสับ

ซาลาเปาหมูสับ 1 ลูก ให้พลังงานราว 130 กิโลแคลอรี ถ้าอยากเบิร์นพลังงานจากซาลาเปาให้หมดก็ต้องวิ่งจ๊อกกิ้งนาน 22 นาทีต่อการกินซาลาเปาหมูสับ 1 ลูก

ขนมไหว้ตรุษจีน

ซาลาเปาหมูแดง

          ซาลาเปาหมูแดง 1 ลูกให้พลังงานประมาณ 107 กิโลแคลอรี กินเข้าไป 1 ลูกต้องวิ่งจ๊อกกิ้งไถ่บาปนาน 18 นาที แต่ถ้าเผลอกินมากกว่านั้นก็ต้องจ๊อกกิ้งให้นานกว่าเดิมด้วยนะ

ขนมไหว้ตรุษจีน

ซาลาเปาไส้ครีม

มีส่วนผสมทั้งไข่แดงและน้ำตาล เลยทำให้ซาลาเปาไส้ครีม 1 ลูก ให้พลังงานสูงถึง 174 กิโลแคลอรี พอ ๆ กับขนมเข่ง 1 ชิ้น กิน 1 ลูกเต็ม ๆ ก็รีบหยิบรองเท้าออกไปวิ่งราว ๆ ครึ่งชั่วโมงได้เลย

ขนมไหว้ตรุษจีน

ปุยฝ้าย

          แม้จะเป็นขนมที่ไม่มีไส้ ดูไม่มัน แต่ปุยฝ้าย 1 ชิ้นก็ให้พลังงานราว ๆ 39 กิโลแคลอรีทีเดียวนะคะ ดังนั้นหากกินปุยฝ้าย 1 ชิ้น ก็เชิญไปจ๊อกกิ้งสัก 6-7 นาทีได้เลย

ขนมไหว้ตรุษจีน

กุยช่าย

ขนมกุยช่ายนึ่งไส้ผัก 1 ชิ้นเล็ก ๆ ให้พลังงานราว ๆ 51 กิโลแคลอรี หากทานไป 1 ชิ้น ก็ต้องไปวิ่งจ๊อกกิ้ง 9-10 นาที ดูเหมือนไม่เยอะ แต่ของอร่อยแบบนี้ชิ้นเดียวไม่เคยพอ ทานเพลินก็ต้องวิ่งเบิร์นต่อไปอีก ยิ่งถ้าเอาไปทอดน้ำมัน คราวนี้คูณพลังงานกันไม่ทันเลย

นอกจากนี้เรายังมีวิธีกินขนมไหว้ตรุษจีนยังไงให้อ้วนน้อยที่สุดมาฝากกันด้วย ตามมาดูได้เลย

ขนมไหว้ตรุษจีน

ทิปส์กินขนมตรุษจีนยังไงไม่ให้อ้วน

          - พยายามกินขนมให้น้อยที่สุด ถ้าเป็นไปได้กินขนมเพียงชิ้นเดียวก็พอ แล้วเน้นกินผัก-ผลไม้ หรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมันแทน

          - ถ้าจะกินขนมเข่งก็ควรจำกัดปริมาณให้ตัวเองกินได้เพียง 1 ชิ้นต่อวัน และที่สำคัญอย่ากินขนมเข่งชุบแป้งทอด เพราะจะยิ่งเพิ่มปริมาณไขมันและพลังงานส่วนเกิน

          - ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ ซึ่งนอกจากจะช่วยชะล้างสารพิษในอาหารที่รับประทานเข้าไปแล้ว น้ำเปล่ายังช่วยเติมเต็มความรู้สึกอิ่มในท้องให้คุณได้ด้วยนะ

          - หากกินขนมตรุษจีนแล้ว ควรต้องลดปริมาณอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลในระหว่างวันลงด้วย

          - กินแล้วต้องขยับร่างกายบ่อย ๆ ลุกขึ้นมาออกกำลังกายเพื่อเบิร์นแคลอรีจากขนมที่กินไปให้ได้มากที่สุด


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กองโภชนาการ กรมอนามัย
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย



Create Date : 27 มกราคม 2560
Last Update : 27 มกราคม 2560 8:23:38 น.
Counter : 414 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  

หนี่งหน่อง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]



All Blog