สูตรทำฮ่อยจ๊อ เมนูของทอดไส้แน่นอร่อยระดับเซียน



ฮ่อยจ๊อ

กรอบอร่อยเคี้ยวดังกร๊วบ ! เสิร์ฟฮ่อยจ๊อหอมอร่อย จับฟองเต้าหู้ไปห่อไส้แน่น ๆ ทอดให้กรอบ ทำไม่ยากกินคู่กับน้ำจิ้มบ๊วย ใครเห็นก็ท้องร้องโครกครากแล้ว

     เคยไหม ? รู้สึกผิดหวังกับรสชาติของฮ่อยจ๊อ (หอยจ๊อ) ที่เขาขายกันทั่วไป เมนูอาหารว่างที่ไปซื้อจากปากซอย ทั้งไส้น้อย อมน้ำมัน และเนื้อนิ่มไม่กรอบอร่อย แถมราคาต่อลูกก็ดูไม่ค่อยคุ้มค่า เอาล่ะ... ไปซื้อฟองเต้าหู้รอเลยดีกว่า กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำฮ่อยจ๊อ รับรองทุกลูกไส้แน่น ทอดกรอบ ๆ กินตอนร้อนอร่อยแรง

ฮ่อยจ๊อ

1. ฮ่อยจ๊อ

     วันหยุดมีเวลาเหลือเฟือมาทำเมนูฮ่อยจ๊อกันดีไหม สูตรจาก คุณ Rin's Cookbook (#Rinscookbook) สูตรนี้ผสมเนื้อปูกับเนื้อไก่ พ่วงแห้วให้ความกรอบ จะทำลูกเล็กหรือลูกใหญ่ก็ตามชอบเลยค่ะ

ส่วนผสม ฮ่อยจ๊อ

     • พริกไทยขาวเม็ด 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
     • กระเทียมสด 5 ช้อนโต๊ะ
     • ก้านผักชี หรือรากผักชีซอย 2 ช้อนโต๊ะ
     • เนื้อไก่บดติดมัน (เนื้อไก่บด 250 กรัม ผสมมันไก่บด 250 กรัม)
     • น้ำมันหอย 4 ช้อนโต๊ะ
     • เกลือป่น 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำตาลทรายป่น 1 ช้อนโต๊ะ
     • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3 ช้อนโต๊ะ
     • ไข่ไก่ 2 ฟอง
     • ต้นหอมซอย 5 ช้อนโต๊ะ   
     • แห้วหั่นเต๋าเล็ก 170 กรัม
     • เนื้อปูนึ่งสุก 1 กิโลกรัม
     • ฟองเต้าหู้สด
     • น้ำมันพืช (สำหรับทอด)
     • น้ำจิ้มบ๊วย หรือซอสพริก
     • ฟ็อกกี้ใส่น้ำเปล่า (สำหรับฉีดฟองเต้าหู้สด)
     • เชือกปอ (สำหรับผูกอาหาร)

วิธีทำฮ่อยจ๊อ

     1. ปั่นหรือโขลกพริกไทยเม็ดจนป่นละเอียด (จะกลิ่นหอมมากกว่าใช้พริกไทยป่นสำเร็จรูป) ใส่กระเทียมสด ก้านผักชี หรือรากผักชีลงไปปั่นให้ละเอียดเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
     2. ใส่เนื้อไก่บดติดมันลงในอ่างผสม ตามด้วยส่วนผสมที่ปั่นไว้แล้วนวดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย เกลือ และน้ำตาลทรายแล้วนวดให้เข้ากันอีกรอบ
     3. ใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์และไข่ไก่ลงไปนวดให้เข้ากัน
     4. ใส่ต้นหอมซอยและแห้วลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน
     5. ใส่เนื้อปูลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปิดด้วยพลาสติกถนอมอาหาร นำไปแช่ตู้เย็นจนกว่าจะนำมาใช้

วิธีห่อฮ่อยจ๊อ

     1. เริ่มต้นห่อฮ่อยจ๊อ วิธีการห่อต้องเบามือเพราะฟองเต้าหู้สดมีลักษณะบางและขาดง่าย ก่อนอื่นเอาฟองเต้าหู้ออกมาจากซองทั้งหมดแล้วหยิบออกมาแค่ 1 แผ่น ส่วนฟองเต้าหู้ที่เหลือเอาเข้าไปเก็บไว้ในถุงเดิม นำไปแช่ตู้เย็น หรือเอาผ้าหมาดห่อ เพราะถ้าโดนลมแล้วจะทำให้แตกตัวเอามาห่ออีกไม่ได้
     2. ใช้ฟ็อกกี้ฉีดน้ำลงไปบนแผ่นฟองเต้าหู้สดเล็กน้อยแล้วใช้มือลูบให้นิ่มตัวลง และใช้กรรไกรตัดแผ่นฟองเต้าหู้สดให้ได้ความยาวประมาณ 1 ฟุต
     3. ใส่ส่วนผสมไส้ลงไปตรงขอบของแผ่นเต้าหู้ ความใหญ่ของฮ่อยจ๊อ 1 ลูก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1+1/2 นิ้ว (ชอบลูกเล็ก หรือลูกใหญ่ตามชอบ)
     4. ม้วนเป็นแท่ง ปิดหัวและท้าย
     5. ใช้เชือกมัดเป็นปล้อง ๆ อย่าผูกให้แน่นเกินไปเพราะอาจแตกได้ แต่ถ้าผูกหลวมเกินไปจะไม่เป็นปล้อง
     6. เอามาเรียงใส่ที่นึ่งที่ทาน้ำมันพืชไว้เล็กน้อยกันติดแล้วเอาไปนึ่งบนน้ำเดือดพล่านประมาณ 15-17 นาที นำออกมาผึ่งลมจนเย็นสนิท
     7. หั่นตรงปล้องที่มีเชือกผูกอยู่และดึงเชือกออก
     8. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชลงไป ความร้อนประมาณ 350 องศาฟาเรนไฮต์ นำฮ่อยจ๊อไปทอดประมาณ 5-7 นาที หรือจนสุกสีเหลืองทอง ตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มบ๊วย
เจี่ย หรือซอสพริก

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ฮ่อยจ๊อ อาหารว่างไทยสไตล์จีน กรอบอร่อยเต็มคำทำเองเถอะ

+++++++++++++++++++

ฮ่อยจ๊อ

3. ฮ่อยจ๊อเจ

     สำหรับใครที่ไม่อยากกินเนื้อสัตว์ก็มาทำเมนูฮ่อยจ๊อเจกันเลย ทีเด็ดคือ ใส่เส้นหมี่ เผือก และเห็ดหอม เพิ่มความเผ็ดจากพริกไทย ทอดร้อน ๆ กินกับซอสพริกก็เข้ากันค่ะ

ส่วนผสม ฮ่อยจ๊อเจ

     • แป้งหมี่กึง 1/2 ถ้วยตวง
     • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/4 ถ้วยตวง
     • เต้าหู้ถั่วเหลืองชนิดหลอด 220 กรัม (1 หลอด)
     • พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
     • น้ำ1/4 ถ้วยตวง
     • เห็ดหอมแห้งแช่น้ำจนนุ่มหั่นบาง 1/2 ถ้วยตวง
     • เผือกหั่นเป็นเส้น 1 ถ้วยตวง
     • แครอทขูดเป็นเส้น 1/2 ถ้วยตวง
     • เส้นหมี่แช่น้ำจนนุ่มลวกสุก 1+1/3 ถ้วยตวง
     • ผงซุปผักเจ 2 ช้อนชา
     • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
     • ซอสเห็ดหอม 1 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
     • ฟองเต้าหู้แผ่นใหญ่  1 แผ่น
     • ผ้าขาวบางชุบน้ำพอหมาด
     • เชือกฟางสำหรับมัด
     • น้ำมันพืช 4 ถ้วยตวง
     • น้ำจิ้มบ๊วย

วิธีทำฮ่อยจ๊อเจ

     1. ผสมแป้งหมี่กึงกับแป้งสาลีเข้าด้วยกัน
     2. บดเต้าหู้ให้ละเอียด ใส่พริกไทยป่น ส่วนผสมแป้ง และน้ำเปล่า คนผสมให้เข้ากัน ใส่เห็ดหอม เผือก แครอท และเส้นหมี่ ปรุงรสด้วยผงซุปผักเจ ซีอิ๊วขาว ซอสเห็ดหอม เกลือป่น และน้ำตาลทราย คนผสมให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ ประมาณ 20 นาที เตรียมไว้
     3. วางฟองเต้าหู้บนผ้าขาวบางพักไว้จนนุ่ม ตัดออกเป็นแผ่น ตักส่วนผสมวางบนฟองเต้าหู้เป็นแนวยาว ม้วนเป็นแท่ง ใช้เชือกฟางมัดเป็นปล้อง ๆ ประมาณ 1 นิ้ว นำไปนึ่งประมาณ 15 นาที ยกลงพักไว้จนเย็น
     4. นำฮ่อยจ๊อลงทอดในน้ำมัน ใช้ไฟปานกลาง ทอดจนสุกเหลืองกรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มบ๊วย

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ฮ่อยจ๊อเจ อาหารเจหอม กรอบ อร่อย

ใครไม่กลัวอ้วน มาทำเมนูฮ่อยจ๊อทอดกรอบ ๆ กันเถอะ โดยเฉพาะฮ่อยจ๊อปู ถ้าทำเองรับรองไส้แน่น สะอาดและอร่อย กินได้ทั้งครอบครัว



Create Date : 02 มีนาคม 2560
Last Update : 2 มีนาคม 2560 10:35:33 น.
Counter : 777 Pageviews.
3 comment
(โหวต blog นี้) 
ผมเหม็นง่าย มีกลิ่นไม่หาย อาจป่วย Smelly Hair Syndrome !


โรคผมเหม็น

แม้สภาวะแวดล้อมตอนนี้อาจมีหลายปัจจัยที่ทำให้เราหัวเหม็นกันง่ายขึ้น ทว่าหากสระผมก็แล้ว ทำวิธีไหน ๆ ก็แล้ว อาการผมเหม็นก็ยังอยู่แบบนี้อาจไม่ใช่ภาวะปกติแล้วล่ะ

  เคยไหมคะที่สระผมเสร็จใหม่ ๆ ยังไม่ทันได้ออกจากห้องไปไหน แต่จมูกกลับได้กลิ่นไม่ค่อยน่าอภิรมย์บนศีรษะเราซะก่อน จนบางทีก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าผมจะรีบเหม็นไปไหน นี่ยังไม่ได้ออกไปเจอสภาวะอากาศภายนอกเลยนะเนี่ย เฮ้อ...ใครกำลังประสบปัญหาอย่างนี้คงหมดความมั่นใจกันตั้งแต่ยังไม่พ้นจากประตูบ้านใช่ไหมล่ะ ทว่ายังมีประเด็นที่น่าห่อเหี่ยวใจไปมากกว่านั้นอีก เพราะเรากำลังจะบอกกับทุกคนว่า ภาวะผมเหม็นง่ายกว่าปกติ สระผมก็เหมือนยังไม่หาย แบบนี้อาจเข้าข่ายอาการ Smelly Hair Syndrome ก็เป็นได้
โรคผมเหม็น

ผมเหม็นง่าย (Smelly Hair Syndrome) เกิดจากอะไร

ต้องบอกก่อนว่าภาวะ Smelly Hair Syndrome (SHS) ไม่ถึงกับเรียกว่าเป็นโรค แค่เป็นภาวะผิดปกติของร่างกายที่ทำให้ผมและหนังศีรษะเกิดกลิ่นเหม็นได้ง่าย ซึ่งสาเหตุของอาการผมเหม็นก็จำแนกได้ดังนี้

1. ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินไป

Glenn Lyons ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเส้นผมและหนังศีรษะจาก Philip Kingsley Trichological Clinic เผยว่า ภาวะผมเหม็นง่ายในบางคนอาจเกิดจากต่อมไขมันที่อยู่ติดกับรากผมผลิตไขมันออกมามากจนเกินไป ทำให้หนังศีรษะมันและดูดกลิ่นในอากาศเอาไว้ จึงเป็นสาเหตุให้ผมมีกลิ่นเหม็นง่ายกว่าคนอื่น ๆ

2. หนังศีรษะผลิตต่อมเหงื่อมากเกินไป

สำหรับคนที่ไม่ได้มีปัญหาผมมัน แต่กลับมีกลิ่นติดผมได้ง่ายมาก ๆ นั่นอาจเป็นเพราะต่อมเหงื่อบนหนังศีรษะผลิตเหงื่อออกมามากเกินไปก็ได้ค่ะ ทำให้เกิดภาวะอับชื้นบนหนังศีรษะ เป็นต้นเหตุของกลิ่นเหม็น ๆ ได้เช่นกัน

3. ผมเส้นเล็กเกินไป

กับคนที่มีผมเส้นเล็ก เล็กมาก ๆ จนใกล้กับคำว่าเส้นผมเรียงตัวละเอียด ก็อาจมีแนวโน้มสูงที่ผมและหนังศีรษะจะมันกว่าปกติด้วยเช่นกัน และแน่นอนว่าอาจตามมาด้วยกลิ่นไม่พึงประสงค์บนผมเราด้วย

4. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

สำหรับคนที่ไม่เคยเกิดอาการผมเหม็นมาก่อนเลยในชีวิต แต่เพิ่งจะมาเป็นเมื่อไม่นานมานี้ ก็เป็นไปได้ว่าช่วงนี้ฮอร์โมนในร่างกายของคุณไม่ปกติ ซึ่งอาจเกิดได้จากความเครียดหรือยาบางชนิด ที่ส่งผลให้เกิดภาวะผมมัน และเกิดกลิ่นเหม็นบนผมได้ ทั้งนี้อาจมีอาการขนดก หรือสิวขึ้นมากกว่าปกติร่วมด้วย

5. ผลข้างเคียงจากโรคเซ็บเดิร์ม

โรคเซ็บเดิร์ม (Seborrheic dermatitis) หรือโรคผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณผิวมัน อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุของภาวะผมเหม็นได้ด้วยนะคะ เพราะผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการอักเสบของหนังศีรษะซึ่งถ้าเผลอไปแกะหรือเกาอาจมีน้ำเหลืองเยิ้ม หรือถ้าทิ้งไว้นาน ๆ ไม่รักษา สะเก็ดจะหนามากขึ้นเรื่อย ๆ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงและเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้

โรคผมเหม็น

อาการของภาวะผมเหม็น เช็กซิใช่เราไหม

โดยปกติแล้วเมื่อเราไปยืนอยู่ใกล้ ๆ ร้านปิ้งย่าง หรือใกล้บริเวณที่ทำอาหาร ผมของเราอาจติดกลิ่นอาหาร กลิ่นควัน หรือกลิ่นมลพิษตามท้องถนนมาบ้าง ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป (ไม่เกิน 1 วัน) กลิ่นเหม็นเหล่านั้นจะค่อย ๆ จางลงไปได้เอง หรือเมื่อสระผมกลิ่นเหม็นก็จะหายไป ทว่าหากคุณเป็นเคสที่ต่างออกไป และมีอาการตามบรรทัดด้านล่างนี้ ก็อาจสันนิษฐานได้ว่าอาจกำลังมีภาวะผมเหม็นหรือ Smelly Hair Syndrome อยู่

- สระผมไม่ทันไรผมเหม็นอับอีกแล้ว ทั้ง ๆ ที่ก็เป่าผมจนแห้งสนิททุกครั้ง

- กลิ่นของผมเหมือนกลิ่นอับของฟองน้ำเก่า ๆ หรือบางครั้งก็อับเหมือนกลิ่นสุนัขตอนขนเปียก

- สระผมแล้วกลิ่นเหม็นของผมไม่หายไป แม้จะสระผมหลาย ๆ ครั้งและใส่ผลิตภัณฑ์บำรุงผมกลิ่นหอม ๆ ก็ตาม

- กลิ่นเหม็นของผมจะติดทนนาน ไปสระผมที่ร้านเสริมสวยก็ไม่หาย

- กลิ่นเหม็นของผมไม่สามารถดับได้ด้วยกลิ่นสมุนไพร เช่น หมักมะกรูดแล้วกลิ่นจะดีขึ้นเพียงชั่วคราว แต่ก็กลับมาหัวเหม็นอีกในไม่นาน

โรคผมเหม็น

วิธีแก้ผมเหม็น

แม้ยังไม่มียารักษาภาวะผมเหม็น (Smelly Hair Syndrome) ที่แน่ชัด แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะก็แนะนำวิธีแก้ผมเหม็นมาดังนี้

1. สระผมให้บ่อยขึ้น โดยอาจจะต้องสระผมอย่างน้อยวันละครั้ง ด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยน หรือแชมพูที่มีค่า PH อ่อน ๆ เพื่อทำความสะอาดผมโดยที่ไม่ทำร้ายผมหรือหนังศีรษะ

2. ไม่ควรใช้แชมพูที่เข้มข้นจนเกินไป เพราะอาจทำให้หนังศีรษะมีการผลิตไขมันออกมามากขึ้น ซึ่งจะยิ่งทำให้ผมเหม็นมากขึ้นไปอีก

3. ควรหลีกเลี่ยงการใช้ครีมนวดผมบริเวณใกล้กับรากผมด้วย เพื่อลดการกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน

4. อย่าลืมเป่าผมและหนังศีรษะให้แห้งสนิททุกครั้งหลังสระผม หรือทุกครั้งที่ผมเปียกชื้น เพราะถ้าหากปล่อยให้ผมชื้นนาน ๆ อาจทำให้แบคทีเรียแพร่กระจายมากขึ้น ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่จะทำให้เกิดปัญหาผมอับชื้นและส่งกลิ่นเหม็นได้ง่าย

5. หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนจัด เพราะความร้อนจะกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันให้ผลิตไขมันออกมามาก

โรคผมเหม็น

6. หลีกเลี่ยงการทำสีผม การดัด และการยืดผม เพราะสารเคมีที่อยู่ในผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีผลต่อการอักเสบของต่อมน้ำมัน ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผมเหม็นได้ง่ายมากขึ้นนั่นเอง

7. พยายามลดการใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม​ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จำพวกออยล์ชนิดต่าง ๆ ซึ่งอาจทำให้ผมและหนังศีรษะมันมากขึ้นได้

8. งดอาหารที่มีเครื่องเทศกลิ่นฉุน

9. ควรเปลี่ยนปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน รวมทั้งผ้าเช็ดผมบ่อย ๆ เพื่อลดการอับชื้น

10. พยายามตัดผมให้สั้นเพื่อให้มีการระบายอากาศได้ดี ลดการขับเหงื่อจากต่อมเหงื่อให้น้อยลงและง่ายต่อการทำความสะอาด

นอกจากนี้เราก็มีสมุนไพรแก้ผมเหม็นมาบอกต่อกันด้วยนะคะ ตามนี้เลย

สมุนไพรแก้ผมเหม็น

1. มะกรูด

โรคผมเหม็น

ใช้มะกรูดประมาณ 3-4 ลูก มาบีบเอาน้ำออกและนำไปชโลมบนหนังศีรษะให้ทั่ว จากนั้นคลุมด้วยหมวกอาบน้ำทิ้งไว้ราว ๆ 20 นาที จึงสระผมด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยนและเป่าผมให้แห้งสนิท ทำเป็นประจำสักสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งอาการผมเหม็นก็จะดีขึ้นเรื่อย ๆ

2. ขิง

โรคผมเหม็น

ใช้ขิงสดมาเผาไฟแล้วบดให้ละเอียด จากนั้นนำมาผสมน้ำแล้วชโลมให้ทั่วศีรษะทุกวัน ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง สูตรนี้นอกจากช่วยดับกลิ่นผมเหม็นได้แล้ว ยังช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมด้วยนะคะ

3. ว่านหางจระเข้

โรคผมเหม็น

        วุ้นในว่านหางจระเข้มีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ให้นำว่านหางจระเข้ที่แก่จัดปอกเปลือกแล้วนำเนื้อมาปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาสระผม ทิ้งไว้ 3-5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จากนั้นเป่าผมให้แห้งสนิท

4. ทองพันชั่ง

โรคผมเหม็น

        สูตรนี้สำหรับคนที่มีปัญหาเชื้อราบนหนังศีรษะ ให้นำรากหรือใบทองพันชั่งมาโขลกให้ละเอียด ชโลมหนังศีรษะแล้วหมักทิ้งไว้ 1 คืนแล้วล้างออก ทำทุกวันประมาณ 1 เดือน เชื้อราบนหนังศีรษะจะค่อย ๆ หายไปเอง

5. เปลือกส้ม

โรคผมเหม็น

ในเปลือกส้มมีน้ำมันหอมระเหยอยู่หลายชนิด ทั้งซิตรัล (citral) เจอรานิออล (geraniol) และไลนาโลออล (linalool) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในการทำความสะอาด ซึ่งหากต้องการนำมาสระผมเพื่อกำจัดกลิ่นเหม็น ให้ล้างเปลือกส้มให้สะอาด จากนั้นนำเปลือกส้มไปบดละเอียด ผสมน้ำต้มสุกเล็กน้อยแล้วนำมาชโลมหนังศีรษะ หมักไว้นาน 20-30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เสร็จแล้วอย่าลืมเป่าผมให้แห้งสนิทด้วย

อีกสูตรสำหรับสาวผมมัน ให้คุณใช้ไข่ขาวผสมกับน้ำอุ่นดูค่ะ โดยผสมไข่ขาว 1 ฟองกับน้ำอุ่นในปริมาณที่เท่ากัน หลังจากนั้นนำไปชโลมให้ทั่วศีรษะ แล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นให้สระผมด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยน ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ความมันบนเส้นผมและหนังศีรษะจะค่อย ๆ ดีขึ้นค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ความรู้รอบตัว, dailymail, huffingtonpost, top10homeremedies



Create Date : 02 มีนาคม 2560
Last Update : 2 มีนาคม 2560 10:32:02 น.
Counter : 232 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
สับสนไหม... คะ ค่ะ คำไทยง่าย ๆ แต่ทำไมใช้ผิดกันบ่อยจัง





ใครมั่นใจว่าตัวเองเป็นเซียนภาษาไทย ลองตอบหน่อยซิว่า คำต่อไปนี้เขียนถูกหรือผิดกันแน่จ๊ะ?..."สวัสดีคะ", "ไปไหนกันค่ะ", "ขอบคุณมากนะค๊ะ", "ไม่ทราบเหมือนกันคะ"

            เอ...ประโยคเหล่านี้ดูแล้วก็ไม่น่าจะเขียนผิดตรงไหนเลยใช่ไหมคะ ใครให้คำตอบแบบนี้ ต้องมารื้อฟื้นความรู้ภาษาไทยเสียใหม่แล้วล่ะ เพราะคำพวกนี้เขียนผิดล้วน ๆ แถมสมัยนี้เรายังเห็นคนใช้ คะ ค่ะ นะคะ ผิดกันเป็นแถว ๆ (อ่านแล้วก็แอบขัดใจเนอะ) พอไม่มีใครทักท้วงก็เลยใช้ผิดกันจนชินไปเลย ขืนปล่อยไว้แบบนี้ ไม่ดีแน่ ๆ

ถึงเวลาต้องมาทำความเข้าใจกันใหม่แล้วล่ะจ้ะ ด้วยเคล็ดลับการเขียน คะ ค่ะ นะคะ แบบง่าย ๆ รับรองว่าใช้ได้ถูกต้องทุกสถานการณ์ ไม่สับสนแน่นอน

ก่อนอื่น หลายคนคงสงสัยว่า คำว่า คะ ค่ะ นะคะ เขียนอย่างไรถึงถูกต้องกันแน่ บางคนเขียน "ค๊ะ" ใส่ไม้ตรีก็มี ซึ่งใครที่สงสัยเรื่องนี้ ต้องย้อนกลับไปดูหลักภาษาไทยพื้นฐานสมัยประถมกันก่อนค่ะ โดยเฉพาะเรื่อง "อักษรสูง-อักษรต่ำ", "คำเป็น-คำตาย" และการผันวรรณยุกต์

            ปกติแล้ว ที่เราผันวรรณยุกต์ 5 เสียงกันจนชิน อย่าง กา ก่า ก้า ก๊า ก๋า หรือ ปา ป่า ป้า ป๊า ป๋า เพราะตัว "ก" และ "ป" ที่ยกตัวอย่างมานี้เป็นอักษรกลาง คำเป็น เราเลยผันได้ 5 เสียงเต็ม ๆ แต่สำหรับ "ค" นั้น ตามหลักภาษาจัดให้เป็น "อักษรต่ำ" และถ้ามาผสมสระอะ เป็นคำว่า "คะ" จะถือเป็น "คำตาย" เพราะเป็นคำที่มีสระเสียงสั้น

เมื่อเป็นแบบนี้ เท่ากับว่า คำว่า "คะ" เป็นอักษรต่ำด้วย และเป็นคำตายด้วย การผันวรรณยุกต์จึงผันได้เพียงแค่ 2 เสียงเท่านั้น คือ "ค่ะ" (เสียงเอก) กับ "คะ" (เสียงตรี) ดังนั้น ถ้าเห็นที่ไหนเขียน "ค๊ะ" หรือ "นะค๊ะ" เติมไม้ตรีละก็ อันนี้ผิดแน่นอนค่ะ เพราะอักษรต่ำอย่าง "ค" จะผันด้วยไม้ตรีไม่ได้เชียว เขียนได้แค่ "คะ" กับ "ค่ะ" เท่านั้น


แล้ว "คะ", "ค่ะ" ใช้ต่างกันอย่างไรล่ะ ?

ถ้าให้ออกเสียงพูด ทุกคนคงพูดถูกอยู่แล้วล่ะ ว่าประโยคไหนควรจะใช้ "คะ" หรือ "ค่ะ" แต่ถ้าให้เขียน เชื่อว่าคนเกินครึ่งต้องสับสนกันบ้างแน่ ๆ เพราะฉะนั้น มาดูหลักการจำง่าย ๆ เลย นั่นคือ

            - "คะ"
ใช้กับประโยคที่ต้องการแสดงเสียงสูง อาจเป็นประโยคคำถามหรือเรียกด้วยความสุภาพ เช่น ไปไหนกันคะ ทางนี้ใช่ไหมคะ ทานได้ไหมคะ พี่คะมาทางนี้หน่อย เข้าใจไหมคะ ฯลฯ

- "ค่ะ" (ออกเสียง ขะ) ใช้กับประโยคที่ต้องการเสียงต่ำ อย่างประโยคบอกเล่า ตอบรับ ตอบคำถาม เช่น สวัสดีค่ะ ขอบคุณค่ะ ทางนี้ค่ะ ไม่ชอบค่ะ ขอทางหน่อยค่ะ เชิญค่ะ รับทราบค่ะ เห็นด้วยค่ะ

- นะคะ ใช้กับประโยคบอกเล่า หรือตอบรับเช่นกัน แต่จะดูสุภาพและเป็นทางการกว่า เช่น ขอบคุณมากนะคะ คิดถึงนะคะ ไม่เข้าใจก็บอกนะคะ ไปแล้วนะคะ

เห็นตัวอย่างการใช้คำ "คะ" "ค่ะ" "นะคะ" แล้วก็คงพอนึกภาพออกแล้วใช่ไหมค่ะ อุ๊ย...ใช่ไหมคะ ต่อไปนี้เวลาส่งอีเมล แชท เล่นไลน์กับเพื่อน ก็ฝึกใช้คำเหล่านี้ให้ถูกต้องด้วยนะคะ... ไหน ๆ ลองยกตัวอย่างการเขียน คะ ค่ะ แบบถูกต้องให้ดูหน่อยซิ ^^



Create Date : 02 มีนาคม 2560
Last Update : 2 มีนาคม 2560 10:28:47 น.
Counter : 214 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
เส้นบุกผัดขี้เมากุ้งสด เมนูไม่อ้วนประโยชน์แน่นแคลอรีเบา ๆ


เส้นบุกผัดขี้เมากุ้งสด

แค่เห็นก็ซี้ดปาก ! เมนูเส้นบุกผัดขี้เมากุ้งสด อาหารลดน้ำหนัก เครื่องแน่นประโยชน์เพียบ รสเจ็บจัดจ้านสุด ๆ แม้น้ำตาเล็ดก็ยอม

     อย่างที่รู้กันว่าคนควบคุมน้ำหนักจะชอบทำเมนูเส้นบุกลดความอ้วน เพราะแคลอรีต่ำและอิ่มท้องนาน สำหรับคนชอบอาหารรสแซ่บจะให้ทำเมนูยำเส้นบุกทุกมื้อคงไม่ไหว ลองเปลี่ยนสไตล์มาทำเมนูผัดขี้เมากันบ้างดีกว่า กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำเส้นบุกผัดขี้เมากุ้งสด สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน ใช้เส้นบุกแทนเส้นแป้ง ผัดกับกุ้งและผักสารพัด ใครจะดัดแปลงเป็นผัดขี้เมาไก่ก็แจ่มนะคะ

     หมายเหตุ : พลังงานที่ได้รับโดยประมาณ 278 kcal

ส่วนผสม เส้นบุกผัดขี้เมากุ้งสด (สำหรับ 2 ที่)


     • เส้นบุกชนิดเส้นเล็ก 150 กรัม
     • กุ้งทะเลขนาดกลาง (ปอกเปลือกผ่าหลัง) 5 ตัว
     • แครอท (หั่นแท่งสั้น) 30 กรัม
     • ข้าวโพดอ่อน (ผ่าครึ่งหั่นยาว 1 นิ้ว) 30 กรัม
     • ดอกกะหล่ำ 30 กรัม
     • แขนงคะน้า ผ่าครึ่ง 30 กรัม
     • น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
     • พริกขี้หนูบุบพอแตก 15 เม็ด
     • กระเทียมไทยสับ 1 ช้อนโต๊ะ
     • ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
     • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
     • น้ำพริกเผาสูตรเผ็ด 1 ช้อนโต๊ะ
     • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำตาลทราย 1+1/2 ช้อนชา
     • ใบโหระพา 1/4 ถ้วย
     • ใบมะกรูดฉีกหยาบ ๆ 3 ใบ
     • พริกไทยอ่อน (หั่นท่อนสั้น) 2 ช่อ
     • พริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นแฉลบ 1 เม็ด
     • น้ำมันรำข้าว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำเส้นบุกผัดขี้เมากุ้งสด

     1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันรำข้าวพอร้อน ใส่กระเทียมและพริกขี้หนูสวนลงผัดพอหอม ใส่กุ้งผัดพอสุก
     2. ใส่แครอท ข้าวโพดอ่อน ดอกกะหล่ำ และแขนงคะน้า เติมน้ำเปล่า ผัดให้เข้ากันจนผักเริ่มสุก ใส่เส้นบุกลงผัดพอเข้ากัน
     3. ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว น้ำพริกเผา ซอสหอยนางรม และน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากัน
     4. ใส่ใบโหระพา ใบมะกรูด พริกไทยอ่อน และพริกชี้ฟ้า ผัดพอเข้ากัน ตักใส่จาน

ตอนนี้กำลังลดน้ำหนักคงต้องขอบายเส้นใหญ่ผัดขี้เมาหรือผัดขี้เมามาม่าไปก่อน ลองเปลี่ยนมาใช้เส้นบุกทำผัดขี้เมาก็ดีไม่น้อย ถ้าไม่กินเนื้อสัตว์ก็ใส่เต้าหู้หรือเห็ดก็ได้เนอะ จะทำกินเองหรือทำให้คนพิเศษก็ไม่หวงสูตรจ้า

ดูเพิ่มเติมได้ที่

     • Facebook : Maeban
     • MAEBAN TV
     • Instagram maebanmag

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

เรื่อง : เชฟตั้ม, ภาพ : ชุลีภรณ์



Create Date : 01 มีนาคม 2560
Last Update : 1 มีนาคม 2560 9:53:21 น.
Counter : 464 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
ดูดวง โหงวเฮ้ง ใบหน้า ลักษณะแบบไหนที่บอกว่าคุณจะได้ "สามีรวย"


ดูดวง โหงวเฮ้ง ใบหน้า ดูดวง โหงวเฮ้ง ใบหน้า ลักษณะของ โหงวเฮ้งผู้หญิงวาสนาดี ที่จะเป็นคุณนายได้สามีรวยเป็นแบบไหน รีบมาเช็กกันเลย...

          ลักษณะของใบหน้าหรือที่เรียกว่า "โหงวเฮ้ง" ว่ากันว่าสามารถบอกวาสนาหรือสามารถทำนายดวงชะตาของคนคนนั้นได้ และถ้าใครที่อยากจะรู้ว่าโหงวเฮ้งของคุณจะเป็นผู้หญิงที่มีวาสนาดีหรือไม่ วันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีดูโหงวเฮ้งใบหน้า ตามหลักโหราศาสตร์จีน จากเว็บไซต์ Horoworld.com มาฝากกันแล้ว ตำรานี้จะบอกว่าโหงวเฮ้งแบบไหนที่มีเกณฑ์จะได้สามีรวย จะใช่คุณหรือไม่ เตรียมกระจกให้พร้อมแล้วตามมาส่องดูกันเลย

ดูดวง โหงวเฮ้ง ใบหน้า

หน้าผาก

          เรามาเริ่มพินิจพิจารณาจากหน้าผาก ตามตำรากล่าวไว้ว่าลักษณะหน้าผากที่ดีจะต้องกว้าง เต็ม และอิ่มเอิบ คนที่หน้าผากสวยมักจะได้สามีที่ช่างเอาอกเอาใจ เลี้ยงดูคุณเป็นอย่างดี ที่สำคัญคือกระเป๋าหนัก

ดูดวง โหงวเฮ้ง ใบหน้า

ดวงตา

          ลักษณะของดวงตาที่ดี นัยน์ตาจะต้องเปล่งประกายสดใส รูปตาเรียวเล็กและเฉียงขึ้น จะเป็นตาชั้นเดียวหรือตาสองชั้นก็ได้ เน้นว่าหางตาต้องชี้ขึ้น สำหรับสาวตาโตหรือตาโปนมักจะอาภัพรัก ให้แก้เคล็ดด้วยการแต่งงานตอนอายุ 30 ปีขึ้นไปหรือแต่งงานกับคนที่เป็นพ่อหม้ายหรืออายุห่างกับคุณเกิน 12 ปีขึ้นไป

ดูดวง โหงวเฮ้ง ใบหน้า

จมูก

          จมูกบ่งบอกเรื่องคู่และหลักทรัพย์ คนที่ปีกจมูกใหญ่ ๆ หนา ๆ มักจะไม่ขัดสนในเรื่องเงินทอง เศรษฐีส่วนใหญ่ก็มักจะมีลักษณะจมูกเเบบนี้ ที่สำคัญสันจมูกจะต้องกว้าง เหมือนเราปีนภูเขา ถ้าเราปีนภูเขาแล้วมีเนินที่สบาย ๆ เราก็เดินง่ายมาก


ดูดวง โหงวเฮ้ง ใบหน้า

แก้ม

          ลักษณะของแก้มคุณหญิงคุณนายจะต้องอิ่มเอิบ เต็ม และลากยาวไปถึงคาง ถือว่าเป็นโหงวเฮ้งที่ดีสุด ๆ

ดูดวง โหงวเฮ้ง ใบหน้า

ปาก

          ปากใหญ่ถือว่าดี เปรียบเสมือนปลาที่สามารถกินเหยื่อคำใหญ่ ๆ ได้ คนแบบนี้มักจะเก่งเรื่องการเจรจาและโน้มน้าวใจคน นอกจากนี้ริมฝีปากบนและล่างจะต้องอิ่มพอ ๆ กัน จะถือว่าดีมาก

ชาวโฮโรเวิลด์คนไหนมีโหงวเฮ้งตรงตามนี้บ้าง มาแสดงตัวกันหน่อยค่ะ สำหรับใครที่ไม่ได้มีโหงวเฮ้งแบบนี้ก็อย่าเพิ่งน้อยใจไปนะคะ เชื่อเถอะว่าถ้าเราขยันทำมาหากินก็มีโอกาสเป็นเศรษฐีนีได้เหมือนกัน...




Create Date : 01 มีนาคม 2560
Last Update : 1 มีนาคม 2560 9:50:59 น.
Counter : 893 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  

หนี่งหน่อง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]



All Blog