สูตร ขนมหม้อแกง ฟินจนต้องยอมลงพุง


ขนมหม้อแกง ที่มีส่วนผสมหลักๆ คือไข่กับน้ำตาล หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ขนมกุมภมาส แต่เราคุ้นเคยในชื่อขนมหม้อแกงกันมากกว่า ขนมหม้อแกงที่มีรสชาติหวานมัน กลมกล่อมเข้มข้นไปด้วยเผือกบดที่เป็นส่วนผสมหลัก ไปดูขั้นตอนและวิธีการทำกันเลยดีกว่าค่ะ
ส่วนผสม

 

  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • น้ำตาลปี๊บ 3/4 ถ้วย
  • นมข้นจืด 1 กระป๋อง
  • ใบเตย 4-5 ใบ
  • แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
  • เผือกนึ่งบด 1 ถ้วย
  • หอมเจียว 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ผสมไข่ไก่ นมข้นจืด และน้ำตาลปี๊บ ใส่ถุงมือขยำจนน้ำตาลปี๊บละลาย
  2. ใส่แป้งข้าวเจ้าลงไปแล้วก็ขยำด้วยใบเตยอีกครั้ง และกรองด้วยกระชอนเพื่อความเนียนของขนม
  3. ใส่เผือกบดลงไป คนให้เข้ากันจากนั้นก็นำหม้อตั้งไฟ ใส่หอมเจียวพร้อมกับน้ำมันของหอมเจียวด้วย
  4. เทส่วนผสมลงหม้อ แล้วคนจนขนมข้นเหนียว ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
  5. เทใส่พิมพ์สี่เหลี่ยม เคาะเพื่อไล่อากาศออก แล้วนำเข้าเตาอบ ใช้ไฟ 120 องศา ในเวลา 25 – 30 นาที
  6. เสร็จแล้วนำออกมาโรยด้วยหอมเจียวหรือเม็ดบัวก็ได้ค่ะ

เรียบเรียงโดย Food MThai




Create Date : 10 มีนาคม 2560
Last Update : 10 มีนาคม 2560 6:08:42 น.
Counter : 659 Pageviews.
2 comment
(โหวต blog นี้) 
ดับกลิ่นปาก เมื่อ กินกระเทียม เข้าไปอย่างเร่งด่วนทำยังไง มาดู


เคยเป็นไหม เวลาไปกินอาหารที่มีส่วนผสมของกระเทียม หรือแม้แต่การกินกระเทียมสดเข้าไป เพื่อเพิ่มความเผ็ดร้อนให้กับอาหารมื้อนั้นๆ มักจะได้ของแถมมาเป็น กลิ่นปาก ที่รุนแรง จนแทบจะไม่กล้าไปพูดคุยกับใคร และถึงแม้ว่าจะแปรงฟันแล้ว บางทีกลิ่นก็ยังอยู่ในลมหายใจ ยังไม่หมดไปสักที วันนี้เรามีเคล็ดลับการ ดับกลิ่นปาก เมื่อคุณกินกระเทียมเข้าไปมาบอกวิธีการกำจัดกลิ่นแบบเร่งด่วนค่ะ

เมื่อกินอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว หากแปรงฟันได้จงแปรง แต่หากแปรงไม่ได้ ให้ดื่มน้ำตามมากหน่อย แล้วนำมะนาวฝานเป็นเสี้ยวมาอมไว้ในปากจนรสเปรี้ยวจาง ถึงคายทิ้ง หรือจะใช้วิธีการเคี้ยวผักชีฝรั่งตามก็ได้ เพราะสามารถช่วยกลบกลิ่นกระเทียมได้เช่นกัน




Create Date : 10 มีนาคม 2560
Last Update : 10 มีนาคม 2560 6:04:26 น.
Counter : 190 Pageviews.
2 comment
(โหวต blog นี้) 
3 เคล็ดลับง่ายๆ สร้าง ‘ชีวิตคู่ที่มีความสุข’ รักกันยาวนานตลอดไป


ขึ้นชื่อว่า “ความรัก” หลายคนให้ความเห็นที่คล้ายกันคือ “ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม” แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ให้ความเห็นตรงกันข้าม มองความเป็นสิ่งที่น่ากลัวและไม่สวยงามนัก อย่างไรก็ตามความรักมักจะเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ดีๆ เสมอ และบ่อยครั้งที่ความสัมพันธ์ดีๆ ก็มักถูกทำลายลงด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แต่สำหรับคู่รักไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะวันนี้เว็บไซต์ สสส.มีเคล็ด(ไม่)ลับ การสร้างความสุขในชีวิตคู่มาฝากกันค่ะ

ชีวิตคู่ที่มีความสุข

1.พูดจาด้วยภาษาดอกไม้

ไม่ว่าจะเหนื่อยจากงานมากสักแค่ไหนกำลังใจ รอยยิ้ม และคำพูดเพราะๆ จาก(คน)ที่รักก็ช่วยได้เสมอ การรู้จักพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล สบตาพูดคุย มีความรักและปรารถนาดีต่อกัน เปิดโอกาสและรับฟังความคิดเห็นของอีกฝ่าย รวมถึงการให้กำลังใจกันและกันหรือเล่น หยอกล้อกันด้วยอารมณ์ขันบ้าง

สิ่งที่คู่รักไม่ควรทำ คือ หลีกลี่ยงการพูดดูหมิ่นบุคคลที่คนรักนับถือ ท้าทาย ยั่วโมโห กล่าวหาพูดถึงความผิดพลาดในอดีตของอีกฝ่าย พูดกลบเกลื่อนหรือหลีกเลี่ยงปัญหา พูดตำหนิเปรียบเทียบในเชิงลบ เอาเรื่องในชีวิตคู่ไปพูดในทางที่เสียหายอับอาย ด่าทอหรือพูดโต้เถียงเพื่อเอาชนะกัน ที่สำคัญไม่ควรพูดจาตกลงหรือรับปากกันในขณะที่ต่างฝ่ายต่างมีอารมณ์โกรธ เช่น เมื่อเกิดคำถาม “เราเลิกกันเถอะ” และคำว่า “ตกลง” คือคำตอบที่ได้ขณะโกรธ เรื่องจะยิ่งไปกันใหญ่นะ

เมื่อมีความคิดเห็นไม่ตรงกันสิ่งที่คู่รักควรทำคือพยายามเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่าย ซึ่งอาจจะพูดจาถกเถียงกันบ้างแต่ก็ควรเป็นไปเพื่อให้เกิดความเข้าใจกันมากขึ้น ไม่มุ่งเอาชนะกัน หรือหาทางออกที่ทั้งคู่สามารถทำได้ เพราะท้ายที่สุดแล้วการขัดแย้งจะไม่ลุกลามไปใหญ่โตหากต่างฝ่ายต่างรู้จักขอโทษและให้อภัยกัน

2.รู้จักสร้างบรรยากาศ

หลายคนบอกว่าเมื่อคบกันไปนานๆ พอถึงจุดอิ่มตัวความรักที่เคยหวานชื่นก็อาจจืดจางลงได้ ดังนั้นการสร้างบรรยากาศให้ความรักได้เติบโตและเบ่งบานเหมือนดอกไม้บานยามเช้า ก็เปรียบเสมือนการรดน้ำพรวนดินและเติมปุ๋ยให้กับต้นไม้นั่นเอง ซึ่งการสร้างบรรยากาศก็สามารถทำได้ง่ายๆ ทั้งการชักชวนกันผ่อนคลายความเครียด เช่น ออกกำลังกาย หาเวลาดูหนังฟังเพลงบ้าง ช่วยกันทำอาหาร ทำกิจกรรมที่ชอบด้วยกัน หรือแม้แต่การตกแต่งบ้านให้มีชีวิตชีวา จัดบ้านให้น่าอยู่ ปลูกดอกไม้ ติดม่านใหม่หรือเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่ เรื่องเหล่านี้ก็มีส่วนช่วยในการสร้างบรรยากาศความรักให้ดีขึ้นได้

เมื่อรักกันแล้วก็ต้องแสดงออกบ้าง เพราะการแสดงให้อีกฝ่ายรู้เสมอว่ารักก็เป็นการเติมเต็มความรักที่ทำได้ง่ายๆ เช่น โอบกอด หอมแก้ม เอาใจ ให้เกียรติและให้ความสำคัญซึ่งกันและกัน เพราะเมื่อไหร่ที่เราให้ความรู้สึกดีไป ความรู้สึกดีก็จะกลับมาหาเราเช่นกัน

3.รู้จักหลักคิดที่สำคัญ

หลักคิดหรือแนวคิดเปรียบเสมือนเครื่องมือที่ช่วยนำทางอารมณ์ไปสู่เส้นชัยที่เรียกว่าสติ เพราะเมื่อไหร่ที่เรามีสติก็ย่อมควบคุมอารมณ์และความคิดฟุ้งซ่านได้ ซึ่งแนวคิดสำคัญที่จะช่วยประคับประคองความสัมพันธ์ให้ยืนยาวได้ เช่น การให้ความเห็นอกเห็นใจเมื่ออีกฝ่ายมีปัญหา มีจิตใจเข้มแข็งและมั่นคงไม่หวั่นไหวกับคำพูดที่ผู้อื่นให้ร้ายกับชีวิตคู่ของตนเอง ยอมรับความแตกต่างระหว่างกัน มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ร่วมกันแบ่งเบาบทบาทการดูแลบ้านและค่าใช้จ่าย ร่วมมือกันแก้ปัญหาด้วยการยืดหยุ่นตามสถานการณ์ รวมถึงทำความรู้จักญาติพี่น้องและคนรอบข้างของทั้งคู่ ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นแต่ก็ยังมีอีกหลายแนวคิดที่หลายคู่รักสามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ความรักของตนเองได้

อย่างไรก็ตามการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไม่ว่าจะเป็น เพื่อน คนรัก คนในครอบครัว หรือคนรอบข้าง ย่อมเป็นการปลูกมิตรภาพที่ดีและสร้างความสุขได้เสมอ อีกทั้งความสุขยังเป็นอีกหนึ่งมิติของการมีสุขภาวะที่ดีและสามารถทำได้ด้วยตนเอง

ข้อมูล : หนังสือสื่อรักสร้างครอบครัว สน.อนามัยการเจริญพันธุ์
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
เรียบเรียงโดย แพรวพรรณ สุริวงศ์ http://www.thaihealth.or.th




Create Date : 10 มีนาคม 2560
Last Update : 10 มีนาคม 2560 5:52:32 น.
Counter : 192 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
เมี่ยงกลีบบัว ของว่างจากเมนูเมี่ยงคำแสนสวยชวนหลงใหล


ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

          วันหยุดสุดสัปดาห์ อยากจะลองทำเมี่ยงเคี้ยวเล่นเพลิน ๆ กินที่บ้านกับครอบครัว ไหน ๆ ก็คิดจะทำแล้ว ลองมาทำเมี่ยงคำที่เก๋กว่าเดิม เปลี่ยนจากใบชะพลูเป็นกลีบดอกบัว เกาะกระแสละครดังกัน !

ยามนึกอยากจะทานเมี่ยงคำ ก็จะนึกถึงใบชะพลูห่อเครื่องพอดีคำให้รสเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม และเผ็ด เรียกได้ว่าเป็นของว่างไทย ๆ ที่อร่อยครบทุกรส แถมยังได้สุขภาพไปในตัว แต่วันนี้เรามีเมี่ยงคำแนวใหม่สูตรของ คุณบ่งบ๊ง มาฝากกัน ...ที่ต้องบอกว่าเป็นเมี่ยงคำแนวใหม่นั้น ก็เพราะว่า เมี่ยงคำสูตรนี้จะไม่ใช้ใบชะพลู แต่ใช้กลีบบัวหลวงห่อเครื่องแทนน่ะสิจ๊ะ

แต่ไม่ต้องสงสัยไปว่า ดอกบัวจะทานได้หรือ ? เพราะไม่เพียงทานได้เท่านั้น แต่ยังมีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงกำลัง แก้ไข้ มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ฯลฯ และเมื่อนำมาร่วมวงเมี่ยงคำแล้ว ก็ทำให้ของว่างจานนี้หน้าตาสวยหวานน่ารับประทานมาก ๆ เลยล่ะ ยิ่งหากใครที่ไม่ปลื้มรสชาติของใบชะพลูด้วยแล้ว ขอชวนมาทำ เมี่ยงคำกลีบบัว รับประทานกันดีกว่าจ้า มามะ...มาลงมือทำกันเลยยยย

ชมพูเพลินพิศ พรรณราย + เมี่ยงบัวหลวงปทุมธานี & วุ้นแก้วมังกร + โดย คุณบ่งบ๊ง

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

ส่วนผสม เมี่ยงกลีบบัว

          ส่วนผสมน้ำเมี่ยงคำด้างล่างนี้เป็นสูตรของ ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม อาจารย์สาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี อาจารย์ผู้แนะนำการรับประทานเมี่ยงบัวหลวง และสาธิตผ่านรายการต่าง ๆ ทางสถานีโทรทัศน์ ซึ่งสูตรของอาจารย์ จะแตกต่างจาก ส่วนผสมของบ่งบ๊งที่เคยลงเรื่องราวไว้ที่บล็อกเล็กน้อย แตกต่างตรงส่วนน้ำตาล แต่ขอยืนยันว่าน้ำเมี่ยงคำโบราณทั้งสองสูตรนี้อร่อยไม่แพ้กันค่ะ  

      ► น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
      ► น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
      ► น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
      ► น้ำสะอาด 1/2 ถ้วย
      ► กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
      ► รากผักชี 1 ช้อนชา
      ► ข่าคั่วโขลก 1 ช้อนชา

      ★ หมายเหตุ :  ใส่น้ำตาลปี๊บล้วน ๆ โดยไม่ผสมน้ำตาลทรายเลยก็ได้นะคะ

          ภาพด้านล่างนี้เป็นส่วนผสมของบ่งบ๊ง หากสนใจจะลองทำ คลิกที่นี่เลยค่ะ

วิธีปรุงน้ำจิ้มเมี่ยงคำ

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

      ► นำภาพวิธีการปรุงน้ำจิ้มเมี่ยงคำในแบบฉบับย่อ ๆ มาให้ชม เอาส่วนผสมในภาพด้านบนทั้งหมดใส่ในหม้อ แล้วเดินหน้าเคี่ยวไปเรื่อยจนเข้มข้น

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

      ► บ่งบ๊งเคยแนะนำเคล็ด [ไม่ลับ] ในการเคี่ยวน้ำตาลปีบให้เข้มข้นแบบไม่เปลืองแก๊สไว้ที่บล็อก คือ ให้เปิดไฟแรง ๆ แล้วใช้ทัพพีคน ๆ ๆ ๆ น้ำตาลให้เดือดขึ้น ๆ ลง ๆ แบบเร่งไฟ ลดไฟ ไปเรื่อย ๆ เท่านี้เองค่ะ เราก็จะได้น้ำตาลปีบแบบเหนียวเข้มข้นโดยไม่ต้องเคี่ยวนานเป็นชั่วโมง และที่สำคัญไม่เปลืองแก๊สด้วยนะคะ 

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

      ► เสร็จแล้วคะ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเราก็ได้น้ำจิ้มเมี่ยงคำที่เข้มข้นแล้ว 


เครื่องเคียง

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

      ► เครื่องเคียงก็มี ขิง หัวหอมแดง มะนาว ถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้ง และพริกขี้หนูสวน ส่วนผักสดที่รับประทานกับเมี่ยงคำโดยทั่วไป ใบชะพลู ใบทองหลาง ใบคะน้า ฯลฯ

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

      ► หากทานกับกลีบบัวหลวงแบบนี้ต้องล้างทำความสะอาดกันก่อน โดยเอาน้ำสะอาดใส่กะละมัง ใส่เกลือป่นไปสัก 1 ช้อนชา แล้วล้างทีละกลีบ ล้างเสร็จแล้วสะบัดน้ำออกให้หมด หรือใส่กระชอนแล้วแกว่ง ๆ ให้สะเด็ดน้ำ 

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

      ► ดูสีสันของกลีบดอกบัวสิคะ โอย ๆ ๆ สวยงามจริง ๆ นี่หล่ะที่เขาเรียกกับว่า "ชมพูกลีบบัว" 

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

      ► หั่นเครื่องเคียงเสร็จแล้ว ทีนี้เราก็มาจัดสำรับกันเถอะคะ จัดน้ำจิ้มเมียงคำใส้ถ้วยแก้ว วันนี้ขอใช้พริกขี้หนูแดงซอย ๆ เพื่อความสวยงาม 

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

      ► จัดวางบนช้อนแบบสมัยใหม่ สมัยนี้นิยมจัดไลน์อาหารบุฟเฟ่ต์โดยวางไว้บนช้อนกระเบื้องแบบนี้ 

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

      ► หรือจะจัดใส่จานเป็นคำ ๆ

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

      ► เกสรชมพูมะเหมี่ยวจะมีรสเปรี้ยวเล็กน้อย ไม่ขม ไม่ฝาด กินกับข้าวยำปักษ์ใต้ก็แจ่มค่ะ 

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

      ► โปรดสังเกตสีสันของสีชมพูจัดจ้านทั้งของฝ่ายซ้าย และฝ่ายขวา ชมพูของหัวหอมแดง ชมพูของเกสรชมพู่มะเหมี่ยว และชมพูของสีกลีบบัว 

แหม่... เห็นเมี่ยงคำกลีบบัวของคุณบ่งบ๊งแล้ว ขอยกนิ้วให้ในเรื่องของความสวยงามน่าทานจริง ๆ อย่างนี้ต้องลองทำทานเองบ้างสักหน่อยแล้ว 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก 



Create Date : 09 มีนาคม 2560
Last Update : 9 มีนาคม 2560 12:19:36 น.
Counter : 538 Pageviews.
3 comment
(โหวต blog นี้) 
ผลไม้ที่คนท้องควรเลี่ยง รู้แล้วกินให้น้อยเพื่อลูกในครรภ์


ผลไม้ที่คนท้องควรเลี่ยง

คนท้องควรเลี่ยงผลไม้อะไร มาดูลิสต์แล้วกินให้น้อยเพื่อลูกน้อยในครรภ์กันดีกว่า...

          สำหรับคนท้องว่ากันว่าควรรับประทานผลไม้เยอะ ๆ เพราะประโยชน์ของผลไม้จะช่วยบำรุงร่างกายของคุณแม่และบำรุงลูกน้อยในครรภ์ แต่ ! รู้หรือไม่ ? ว่าคนท้องควรเลี่ยงผลไม้อะไร เพราะผลไม้ไม่ได้เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกชนิดเสมอไป บางอย่างกินแล้วก็มีประโยชน์ แต่บางอย่างกินแล้วก็ให้โทษหรือมีผลข้างเคียงต่อการตั้งครรภ์ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ทั้งหลาย กระปุกดอทคอมมีลิสต์รายชื่อผลไม้ที่ควรเลี่ยงรับประทานหรือควรรับประทานให้น้อยที่สุดมาแนะนำกันค่ะ จะมีอะไรบ้าง  ตามมาศึกษากันเลย

คนท้องห้ามกินผลไม้อะไร

1. ทุเรียน

          ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีกำมะถันสูง เมื่อกินเข้าไปจะทำให้ร่างกายเกิดความร้อน และเกิดแก๊สในลำไส้ คุณแม่จะรู้สึกไม่สบายตัว มีอาการจุกเสียด แน่นท้อง หรือแน่นหน้าอกได้ นอกจากนี้ทุเรียนยังมีแป้งและน้ำตาลสูง ซึ่งอาจมีผลต่อน้ำหนักตัวที่มากเกินไป หรือเสี่ยงต่อภาวะโรคเบาหวานได้ค่ะ

คนท้องห้ามกินผลไม้อะไร

2. ฝรั่ง

          จริงอยู่ว่าฝรั่งนั้นเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง แต่เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะใช้เวลาย่อยนานมาก เมื่อคุณแม่รับประทานเข้าไปจะทำให้เกิดอาการท้องอืด แน่นท้อง และไม่สบายตัวได้ง่าย

คนท้องห้ามกินผลไม้อะไร

3. มะม่วง

          มะม่วงในทีนี้รวมทั้งมะม่วงดิบและมะม่วงสุก ซึ่งมะม่วงดิบนั้นจะมีแป้งที่เป็นคาร์โบไฮเดรตสูง ทำให้ใช้เวลาย่อยนาน เมื่อรับประทานเข้าไปจะทำให้ท้องอืด แน่นท้อง ส่วนมะม่วงสุกนั้น จริงอยู่ว่าสามารถย่อยได้ง่ายกว่ามะม่วงดิบ แต่ก็มีปริมาณน้ำตาลสูง หากกินมาก ๆ อาจทำให้น้ำหนักตัวของคุณแม่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดภาวะน้ำหนักเกิน และเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้



คนท้องห้ามกินผลไม้อะไร

4. แตงโม

          หลายคนอาจเคยได้ยินมาบ้างแล้วว่า "คนท้องห้ามกินแตงโม" นั่นก็เพราะว่าแตงโมเป็นผลไม้ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่มากนั่นเองค่ะ เมื่อกินเข้าไปอาจทำให้คุณแม่เกิดอาการบวมน้ำได้ และยังมีปริมาณน้ำตาลค่อนข้างมาก อาจส่งผลให้คุณแม่ตั้งครรภ์มีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเสี่ยงต่อการเกิดภาวะโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้ง่าย

คนท้องห้ามกินผลไม้อะไร

5. ลำไย

          ลำไยถือเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน เมื่อกินเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการร้อนในได้ นอกจากนี้ลำไยยังมีรสหวานจัด ส่งผลให้ฮอร์โมนอินซูลินทำงานไม่ปกติ น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นได้ง่าย ลดน้ำหนักหลังคลอดได้ยาก และเสี่ยงต่อโรคเบาหวานด้วย

คนท้องห้ามกินผลไม้อะไร

6. ผลไม้หมักดอง

          แม้คุณแม่แพ้ท้องกินผลไม้หมักดองแล้วจะช่วยให้อาการแพ้ท้องดีขึ้น แต่ผลไม้หมักดองทุกชนิดเป็นผลไม้ต้องห้ามสำหรับคุณแม่เลยค่ะ เพราะถือเป็นอาหารที่มีรสจัด มีส่วนประกอบของเกลือและน้ำตาลอยู่มาก อีกทั้งยังมีสารบอแร็กซ์ ขัณฑสกร ที่เป็นสารอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้ตัวบวม หรือเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ง่ายมาก

ทีนี้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ทั้งหลายก็คงรู้กันแล้วนะคะว่าคนท้องห้ามกินผลไม้อะไรบ้าง แต่ถ้าหากใครแพ้ท้องเกิดอยากกินผลไม้เหล่านี้ขึ้นมาก็ควรกินให้น้อยเข้าไว้ หรือถ้าอดใจได้ก็ควรเลี่ยงไว้จะดีที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อตัวคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์นั่นเองค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : maerakluke.com, th.theasianparent.com

หมายเหตุ : แก้ไขข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2560 เวลา 18.51 น.



Create Date : 09 มีนาคม 2560
Last Update : 9 มีนาคม 2560 12:16:27 น.
Counter : 216 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  

หนี่งหน่อง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]



All Blog