สอบใบขับขี่ใหม่ 2560 อบรม 15 ชั่วโมง จ่ายค่าเรียนไม่ต่ำกว่า 6,000 บาท


ใบขับขี่

กรมการขนส่งทางบก เผย สอบใบขับขี่ใหม่ เพิ่มความเข้มข้นขึ้นเป็นอบรม 15 ชั่วโมง และกำหนดเพดานค่าเรียนไม่ต่ำกว่า 6,000 บาท คาดเตรียมใช้กฎสอบใบขับขี่ใหม่ ภายในปี 2560

              เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2560 เฟซบุ๊ก กรมการขนส่งทางบก ได้โพสต์ข้อความแจ้งข่าว สอบใบขับขี่ใหม่ 2560 โดยระบุว่า... ครม. ผ่านร่างกฎหมายใหม่ จะขอใบอนุญาตต้องเรียน 15 ชั่วโมง

              กฎกระทรวงดังกล่าวจะกำกับการบำรุงรักษารถและการขับขี่รถให้ปลอดภัยมากขึ้น และเมื่อมีการประกาศใช้แล้วผู้ที่ต้องการขออนุญาตขับขี่รถยนต์ทุกคนจะต้องผ่านการฝึกอบรมจากโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกให้การรับรองเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 90 แห่งทั่วประเทศ โดยจะต้องเข้ารับการฝึกอบรมรวม 15 ชั่วโมง จากนั้นจึงจะสามารถเข้ารับการขอใบอนุญาตขับขี่จากกรมการขนส่งทางบกได้

              เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อธิบายว่า ที่ประชุม ครม. มีมติกำหนดกฎเกณฑ์ในการขอ-ต่อใบทะเบียนอนุญาตขับรถ พ.ศ. 2548 ให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยปกติจากที่เคยต้องมาอบรมและสอบทฤษฎีที่กรมการขนส่งทางบก เป็นเวลา 5 ชั่วโมง ก็ให้ไปอบรมและสอบกับโรงเรียนสอนขับรถเอกชนได้เลย แต่ต้องเป็นโรงเรียนสอบขับรถที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกรมการขนส่ง โดยในกรุงเทพฯ มีอยู่กว่า 50 แห่ง ต่างจังหวัดกว่า 30 แห่ง และได้มีการปรับเพิ่มเวลาในการอบรมสอบใบขับขี่จากเดิม 5 ชั่วโมง เป็น 15 ชั่วโมง หรือใช้เวลา 2 วันครึ่ง

              ส่วนคนที่ต้องการต่อใบขับขี่ หรือขาดการต่ออายุใบขับขี่ไม่เกิน 1 ปี ต้องอบรมอย่างน้อย 1 ชั่วโมง กับโรงเรียนสอนขับรถและขนส่งจังหวัด จากนั้นทางโรงเรียนจะส่งข้อมูลการผ่านการอบรมมาที่กรมการขนส่ง โดยประชาชนสามารถแสดงบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อรับการทดสอบเพื่อขอใบอนุญาตขับขี่ต่อไป

              นอกจากนี้ ครม. ยังได้กำหนดโรคติดต่อที่เป็นลักษณะต้องห้ามในการขอรับใบอนุญาตขับรถสาธารณะ เช่น โรงหอบหืด เท้าช้าง ลมชัก

              ขณะที่ นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวถึงการแยกหลักสูตรการอบรมไปให้โรงเรียนสอนขับรถที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมการขนส่งทางบก ว่า เป็นการเพิ่มความเข้มข้นในการอบรมมากยิ่งขึ้นจาก 5 ชั่วโมง เป็น 15 ชั่วโมง ซึ่งผู้เรียนจะได้ความรู้อย่างเต็มที่ สำหรับโรงเรียนสอนขับรถ กรมได้มีการกำหนดเพดานค่าเรียนไม่ต่ำกว่า 6,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าโรงเรียนต้องใช้หลักสูตรการเรียนการสอนที่กรมการขนส่งเป็นผู้กำหนด


              นอกจากนี้ต้องมีการเชื่อมระบบกล้องวงจรปิด หรือซีซีทีวี เพื่อให้กรมขนส่งฯ สามารถตรวจสอบได้ ส่วนต่างจังหวัดโรงเรียนสอนขับรถอาจมีไม่เพียงพอ ประชาชนสามารถเดินทางมาได้ที่ขนส่งประจำจังหวัดได้ ขณะที่เอกชนที่สนใจจะเปิดโรงเรียนสอนขับรถสามารถประสานมาทางกรมการขนส่งเพื่อรับหลักสูตรอบรมได้ 

              อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนให้โรงเรียนสอนขับรถเอกชนมีบทบาทยิ่งขึ้นนั้น จะเป็นหนทางให้สามารถควบคุม กำกับดูแลโรงเรียนสอนขับรถเถื่อนได้อีกด้วย ซึ่งกฎดังกล่าวหลัง ครม. มีมติเห็นชอบแล้ว จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎี คาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ภายในปีนี้

ภาพจาก เฟซบุ๊ก กรมการขนส่งทางบก

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
, ข่าวช่อง 8



Create Date : 15 มีนาคม 2560
Last Update : 15 มีนาคม 2560 10:34:54 น.
Counter : 299 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
เช็ก 15 อาการตกขาวผิดปกติ สาว ๆ ต้องกังวลหรือไม่


ตกขาว

หลากปัญหาตกขาวที่เล่นเอาสาว ๆ เป็นกังวล ทั้งที่จริงแล้วอาการตกขาวที่เป็นอยู่อาจไม่ผิดปกติก็ได้ แล้วตกขาวผิดปกติเป็นแบบไหนมาดูกัน

ตกขาว ปัญหาที่แก้ไม่ตกของสาว ๆ ทั้งอาการตกขาวสีเหลือง ตกขาวเป็นน้ำ หรือตกขาวที่ผู้หญิงหลายคนคาดเดาว่าอาจเกิดจากการตั้งครรภ์ วันนี้เรามาดูกันค่ะว่า ปัญหาตกขาวแบบไหนเรียกว่าผิดปกติ ตกขาวแบบไหนบอกโรค หรือตกขาวแบบไหนเป็นกลไกตามธรรมชาติ

* ตกขาว เรื่องปกติของสาว ๆ

          ตกขาว คือของเหลวสีขาวใสหรืออาจเป็นของเหลวสีขาวขุ่นที่ออกมาจากช่องคลอด ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนต้องมี เพราะตกขาวเป็นของเหลวที่ถูกผลิตโดยต่อมภายในช่องคลอด เพื่อนำพาเอาเซลล์ที่ตายแล้วและแบคทีเรียในช่องคลอดออกมา ทั้งนี้ก็เพื่อความสะอาดและป้องกันการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์นั่นเอง

* ตกขาวผิดปกติ มีลักษณะยังไงกันนะ

แม้อาการตกขาวจะต้องเกิดกับผู้หญิงทุกคน แต่ก็มีตกขาวบางลักษณะที่ไม่น่าไว้ใจนักค่ะ เพราะอาจบอกใบ้เป็นนัย ๆ ได้ว่า ระบบสืบพันธุ์ของสาว ๆ อาจมีอะไรไม่ชอบมาพากลอยู่ เอาเป็นว่าเรามาลองเช็กกันเลยดีกว่าว่า ตกขาวผิดปกติ มีลักษณะยังไงกันแน่

ตกขาว

1. ตกขาวสีเหลือง

          ตกขาวสีเหลือง นับเป็นปัญหาตกขาวที่พบได้บ่อยที่สุดในหญิงวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งอาการตกขาวสีเหลืองก็จะแยกย่อยออกไปอีก เช่น ตกขาวสีเหลืองเข้ม ตกขาวสีเหลืองอ่อน หรือตกขาวสีเหลืองใส ๆ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการตกขาวสีเหลืองที่สามารถจำแนกได้หลายปัจจัย โดยตกขาวสีเหลืองเกิดได้จากอะไรบ้างนั้น ลองดูจากลิงก์ด้านล่างได้เลยค่ะ

          - ตกขาวสีเหลือง เป็นเพราะอะไร ? เรื่องใกล้ตัวที่สาว ๆ ควรรู้

2. ตกขาวสีน้ำตาล

เป็นตกขาวอีกชนิดที่พบได้บ่อยเหมือนกัน แต่ส่วนมากจะพบตกขาวสีน้ำตาลในช่วงหลังประจำเดือนหมดไปแล้ว ทว่าการมีตกขาวสีน้ำตาลหลังเป็นประจำเดือนก็สามารถบอกความผิดปกติของผนังมดลูกได้เช่นกันนะคะ แต่จะเป็นความผิดปกติในด้านไหน ลองศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากนี่เลย

          - ตกขาวสีน้ำตาล ปัญหาสุขภาพที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม

3. ตกขาวเป็นน้ำ

          สาว ๆ บางคนตกใจที่ตัวเองมีตกขาวเยอะ ไหลเหมือนเป็นน้ำ ซึ่งอาการตกขาวเป็นน้ำก็ไม่เชิงว่าอันตราย แต่จะเกิดได้จากอะไรนั้นตามมาดูเลย

          - ตกขาวเป็นน้ำ ไขปัญหาเรื่องภายในของผู้หญิง

ตกขาว

4. ตกขาวสีเขียว

ไม่น่าเชื่อว่าอาการตกขาวสีเขียวก็เป็นอาการที่พบได้บ่อยเหมือนกัน และที่น่าตกใจคือสาเหตุของการตกขาวสีเขียวอาจเป็นเพราะการติดเชื้อมาจากเพศสัมพันธ์ก็ได้ หรือเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย ว่าแล้วเราก็มาเจาะลึกอาการตกขาวสีเขียวกันดีกว่า

          - ตกขาวสีเขียว สัญญาณนี้บอกอะไร ?

5. ตกขาวเป็นเมือกใส

          สำหรับสาว ๆ ที่สังเกตเห็นว่าตกขาวของเราเป็นมูกใส มีความเหนียวยืด ไร้กลิ่น และหลั่งออกมาค่อนข้างมาก นั่นอาจเป็นสัญญาณของอาการไข่ตก ซึ่งเป็นผลจากฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนไป เช่นเดียวกับในผู้หญิงตั้งครรภ์ ตกขาวก็จะมีปริมาณเยอะขึ้นด้วย เพราะฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง ซึ่งการที่มีตกขาวเยอะอย่างนี้ก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ แต่เมื่อไรก็ตามที่ตกขาวมีลักษณะเปลี่ยนไป มีกลิ่นเหม็น มีอาการคันช่องคลอดร่วมด้วย หรือมีปัสสาวะแสบขัดร่วมด้วย ลักษณะนี้ถือว่าผิดปกติ อาจมีการติดเชื้อในช่องคลอดหรือบริเวณปากมดลูก ให้รีบปรึกษาแพทย์จะดีกว่า

ตกขาว

6. ตกขาวเป็นสีขาว มีปริมาณเยอะ หรือมีก้อนสีขาวเล็ก ๆ ปะปน

หากตกขาวมีลักษณะดังกล่าว ร่วมกับมีอาการคันบริเวณช่องคลอดหรืออวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกร่วมด้วย อาการนี้อาจเกิดจากการอักเสบติดเชื้อจากเชื้อรา ซึ่งพบได้ค่อนข้างบ่อย โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางช่องคลอดอันเนื่องมาจากฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนไป ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดี และเราก็ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ดังนั้นหากพบว่าตกขาวผิดปกติ ลองตรวจภายในกับแพทย์อีกครั้งนะคะ

7. ตกขาวมีกลิ่นแรงมากผิดปกติ

          ตกขาวมีกลิ่นแรงมาก เหม็นมากผิดปกติ อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเชื้อแบคทีเรียภายในช่องคลอด (ความเป็นกรด-ด่างไม่เท่ากัน) กล่าวคือมีเชื้อแบคทีเรียชนิดไม่ดีมากกว่าเชื้อแบคทีเรียชนิดดี ซึ่งภาวะนี้อาจเกิดได้หลายปัจจัย ทั้งการสวนล้างช่องคลอด การนอนแช่อ่างน้ำที่มีฟองสบู่มาก การใช้น้ำยาเฉพาะที่ หรือใช้สเปรย์ดับกลิ่นอวัยวะเพศ การสวมใส่กางเกงในที่ซักล้างไม่สะอาด การสูบบุหรี่ หรือกระทั่งการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย รวมทั้งการใช้ปากกับอวัยวะเพศของฝ่ายหญิง เพราะปัจจัยเหล่านี้เป็นเหตุให้ความเป็นกรด-ด่างในช่องคลอดเกิดความไม่สมดุล ส่งผลให้เชื้อแบคทีเรียไม่ดีจู่โจมเราได้

อย่างไรก็ตาม อาการตกขาวมีกลิ่นเหม็นอาจมีอาการตกขาวมากร่วมด้วย ทว่าโดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีอาการแสบคันบริเวณช่องคลอดให้ต้องกังวล แต่ทั้งนี้ก็ควรตรวจภายในเพื่อความแน่ใจอีกสักครั้งจะดีกว่านะคะ

ตกขาว

8. ตกขาวไหลออกมาเรื่อย ๆ และคัน

อาการตกขาวไหลเป็นน้ำ และไหลอย่างต่อเนื่องร่วมกับอาการแสบ ๆ คัน ๆ ช่องคลอด อาจบอกเป็นนัยได้ว่าคุณกำลังติดเชื้อไวรัสเฮอร์ปี ซิมเพลกซ์-2 ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่มักพบในอวัยวะเพศทั้งชายและหญิง โดยเชื้อไวรัสชนิดนี้อาจทำให้ตกขาวมีปริมาณมากกว่าปกติได้ อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ตกขาวมีมากผิดปกติ ก็เกิดจากการมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในช่องคลอด เช่น ผ้าอนามัยชนิดสอด ห่วงอนามัย เป็นต้น ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุของการติดเชื้อไวรัสบางชนิดได้เช่นกัน

          แต่อีกสาเหตุที่น่าเป็นกังวลก็คือ อาการตกขาวมีมากกว่าปกติ ชนิดที่ไหลอย่างต่อเนื่อง อาจมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของมดลูก ซึ่งอาจเกิดอาการอักเสบ ติดเชื้อ ทำให้มีตกขาวปริมาณมากได้ หรือท่อรังไข่มีอาการอักเสบ สาเหตุนี้ก็อาจทำให้มีตกขาวมากได้ ซึ่งทางที่ดีให้รีบไปตรวจสุขภาพภายในกับแพทย์จะดีกว่า


9. ตกขาวเกาะกันเป็นก้อนเหมือนแป้งเปียก

          อาการตกขาวเป็นก้อนคล้าย ๆ แป้งเปียก บ่งบอกได้ว่าคุณอาจติดเชื้อราในช่องคลอด โดยอาการตกขาวเป็นก้อนมักจะมาพร้อมกับอาการคันช่องคลอด หรือมีอาการบวมแดง รู้สึกเจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์ แต่ทั้งนี้อาการตกขาวเป็นก้อนคล้ายแป้งเปียกอาจเกิดขึ้นกับคนที่รับประทานยาบางชนิด โดยเฉพาะยาที่ให้ฤทธิ์การรักษาเกี่ยวกับมดลูก โพรงมดลูก ระบบภายในของผู้หญิง เป็นต้น ซึ่งหากพบว่ามีอาการตกขาวเป็นก้อน น่าจะปรึกษาแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุของอาการที่แท้จริงนะคะ

ตกขาว

10. ตกขาวมีสีเหลือง คล้ายหนอง

หากตกขาวมีสีเหลืองข้น ลักษณะคล้ายหนอง หลั่งออกมาในปริมาณค่อนข้างมาก แต่ไม่มีอาการคัน ไม่มีกลิ่นเหม็น เคสนี้อาจมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อบริเวณปากมดลูก หรือการติดเชื้อที่มาจากเพศสัมพันธ์ เช่น ติดเชื้อหนองในมาจากคนรัก เป็นต้น ทว่าเพื่อความแน่ใจ ให้สูตินรีแพทย์ตรวจซ้ำอีกทีนะคะ

11. ตกขาวสีเทา มีกลิ่นคาวปลา

          อาจเกิดจากอาการช่องคลอดอักเสบเนื่องจากติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ขาดความสมดุลในช่องคลอด ก่อให้เกิดตกขาวสีขาวขุ่นหรือสีเทา มีลักษณะเป็นเมือกบาง ๆ และเปียก ร่วมกับมีกลิ่นคาวปลาเค็ม บางคนอาจมีอาการคันบริเวณปากช่องคลอด และเจ็บช่องคลอดเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และจะสังเกตได้ชัดว่ากลิ่นเหม็นของตกขาวจะรุนแรงหลังการร่วมเพศ หรือหลังหมดประจำเดือนใหม่ ๆ หรือบางคนอาจมีตกขาวสีเทาที่ไม่มีกลิ่นเลยก็เป็นได้

ตกขาว

12. ตกขาวเป็นฟอง

บางคนจะพบว่าตกขาวของตัวเองมีสีเหลือง ลักษณะคล้ายฟอง หรือบางคนอาจมีตกขาวสีเขียวและเป็นฟองก็ได้ ซึ่งอาการตกขาวเป็นฟองดังกล่าวสันนิษฐานได้ว่าเกิดจากเชื้อพยาธิตัวเล็ก ๆ ในช่องคลอด ทำให้ตกขาวมีปริมาณเยอะ มีอาการคัน และหากคุณสาว ๆ เกาให้หายคัน ก็อาจเจอกับอาการแสบตอนปัสสาวะได้ด้วยนะคะ

13. ตกขาวสีชมพู

          แม้จะเป็นตกขาวสีมุ้งมิ้งแต่ผู้หญิงก็เป็นกังวลกันมาก ซึ่งตกขาวสีชมพูแบบนี้มักจะพบในคุณแม่หลังคลอดบุตรค่ะ เนื่องจากตกขาวสีชมพูอาจเป็นการหลุดลอกของเยื่อบุมดลูกหลังคลอดนั่นเอง

ตกขาว

14. ตกขาวมาก ร่วมกับมีตุ่มบวมแดง

หากสาว ๆ มีตกขาวมากกว่าปกติ ร่วมกับสังเกตเห็นตุ่มบวมแดงรอบอวัยวะเพศด้วย ก็เป็นไปได้ว่าคุณกำลังติดเชื้อเริมที่น้องสาว รีบพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาโดยด่วนเลย

15. ตกขาวมีลิ่มเลือดปนออกมา

          อาการตกขาวที่มีลิ่มเลือดปนออกมา ตกขาวมีกลิ่น หรือมีสีที่ผิดปกติ อาจบอกเป็นนัย ๆ ได้ว่าช่องคลอดของคุณสาว ๆ อักเสบและติดเชื้อก็เป็นได้ ซึ่งสาเหตุของการอักเสบก็เกิดได้หลายปัจจัยค่ะ เช่น ภูมิต้านทานร่างกายต่ำ ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ หรือบางคนเข้าห้องน้ำสาธารณะที่ค่อนข้างสกปรก มีสุขอนามัยที่แย่ ก็อาจติดเชื้อได้เช่นกัน ดังนั้นสาว ๆ คนไหนสังเกตพบว่าตกขาวของเรามีลิ่มเลือดปนออกมาด้วย ก็ขอให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพให้ชัดเจนดีกว่า

โปรดพึงระลึกอยู่เสมอว่าอาการตกขาวผิดปกติเกิดได้จากหลายสาเหตุ หลากปัจจัย ดังนั้นอย่าวินิจฉัยโรคด้วยตัวเอง และซื้อยามากินเองโดยเด็ดขาดนะคะ แต่หากพบอาการผิดปกติควรพบแพทย์เพื่อตรวจภายในไปเลย ทั้งนี้ก็เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและปลอดภัยกับตัวสาว ๆ เองนั่นแหละ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
เฟซบุ๊กใกล้มิตรชิดหมอ



Create Date : 15 มีนาคม 2560
Last Update : 15 มีนาคม 2560 10:31:13 น.
Counter : 256 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
เมนูปลาสลิด หอมเย้ายวนกรอบอร่อยไม่น่าเบื่อ


เมนูปลาสลิด

เปิดเตารอเลย พอทอดปลาสลิดเสร็จปุ๊บจะได้ทำเมนูปลา ย่อยง่ายอิ่มโปรตีน ทั้งหอมและกรอบอร่อย ใครอยากร่วมวงเข้ามาด่วนจี๋

     คงมีเพื่อน ๆ หลายคนชอบกินเมนูปลาลดน้ำหนัก โดยเฉพาะปลาสลิดที่หลายคนเอามาทำเมนูต้มโคล้งปลาสลิดใบมะขามอ่อนหรือเมนูต้มยำปลาสลิด แต่กินบ่อยคงเอียนเนอะ ลองมาทำเมนูจานปลาง่าย ๆ แบบอื่นบ้างดีไหม กระปุกดอทคอมขอนำเสนอเมนูปลาสลิด มีทั้งเมนูยำและอาหารจานเดียว แค่เห็นภาพก็น้ำลายสอแล้วค่ะทุกคน

เมนูปลาสลิด

1. ยำผักกูดปลาสลิดกรอบ

     สำหรับสาว ๆ ที่กำลังมองหาเมนูปลาสลิดกินมื้อเย็น อยากให้ลองทำเมนูยำผักกูดปลาสลิดกรอบ สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน ผักกูดกรอบ ๆ ใส่ถั่วลิสง ราดหัวกะทิ คลุกเคล้ากับน้ำยำรสจัดจ้าน ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ปลาสลิดกรอบ จานนี้ดีงามสุด ๆ

ส่วนผสม ยำผักกูดปลาสลิดกรอบ

     • ผักกูด (หั่นท่อนยาว 1 นิ้ว) 100 กรัม
     • ถั่วลิสงคั่วบด 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
     • หัวกะทิ 1/4 ถ้วยตวง
     • ปลาสลิดกรอบ 100 กรัม
     • หอมแดงเจียว 1+1/2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม น้ำยำ

     • พริกชี้ฟ้าแห้ง 3 เม็ด
     • หอมแดง 4 หัว
     • กระเทียม 5 กลีบ
     • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำตาลปี๊บ 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำยำผักกูดปลาสลิดกรอบ

     1. ทำน้ำยำ โดยคั่วพริกชี้ฟ้า หอมแดง และกระเทียม ให้หอมแล้วนำมาโขลกให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน
     2. เคล้าผักกูดกับน้ำยำเบา ๆ ให้เข้ากัน ใส่ถั่วลิสง ตักใส่จาน ราดหัวกะทิ โรยปลาสลิดกรอบกับหอมแดงเจียว จัดเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ยำผักกูดปลาสลิดกรอบ จานเด็ดพื้นบ้านพร้อมสูตรน้ำยำครบรส

+++++++++++++++++++

เมนูปลาสลิด

2. สปาเกตตีปลาสลิด

     ใครชอบเมนูเส้นอยากให้มาทำเมนูสปาเกตตีปลาสลิด สูตรจาก นิตยสาร Gourmet & Cuisine คิดค้นโดย เชฟยีสต์-นกุล กวินรัตน์ เฮดเชฟประจำร้าน The Never Ending Summer และ The Summer House Project จับสปาเกตตีผัดกับปลาสลิดกรอบ ปรุงรสด้วยน้ำมันพริกแห้งและน้ำมันโหระพา เผ็ดแซ่บแบบนี้ต้องโดน !

ส่วนผสม สปาเกตตีปลาสลิด

     • เส้นสปาเกตตีต้มสุก 150 กรัม
     • น้ำมันพริกแห้ง 1/2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำมันโหระพา 1/2 ช้อนโต๊ะ
     • ใบโหระพา 10-15 ใบ (สำหรับผัดและตกแต่ง)
     • พริกแห้ง 5 เม็ด (สำหรับผัดและตกแต่ง)
     • กระเทียมสับละเอียด 2 กลีบ
     • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
     • พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
     • เนย 2 ช้อนชา
     • ปลาสลิดทอดกรอบ 2 ตัว

วิธีทำสปาเกตตีปลาสลิด

     1. ทำน้ำมันพริกแห้งโดยใส่พริกแห้งลงในน้ำมัน นำไปตั้งไฟให้เริ่มร้อน ยกลง พักไว้ให้เย็น กรองน้ำมันไว้ (น้ำมันโหระพาใช้วิธีทำเดียวกัน)
     2. ใส่น้ำมันพริกแห้งและน้ำมันโหระพาทั้ง 2 ชนิดลงในกระทะ ใส่กระเทียมสับลงไปเจียวให้หอม เร่งไฟแรง ใส่เส้นสปาเกตตี
     3. ใส่เกลือ พริกไทย และเนย ตามด้วยใบโหระพาและปลาสลิดทอดกรอบ คลุกเคล้าให้เข้ากันเร็ว ๆ ตักใส่จาน
     4. ตกแต่งด้วยพริกแห้งและใบโหระพา เสิร์ฟ

    หมายเหตุ : การทอดปลาสลิดให้กรอบควรทอดรอบแรกพอสุกแล้วทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นทอดด้วยไฟแรงอีกครั้ง ปลาสลิดที่ได้จะทั้งหอมและกรอบ เก็บไว้ได้นาน แถมไม่เหม็นหืน

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ สปาเกตตีปลาสลิด เมนูเส้นฟิวชันหอมอร่อยมัดใจ

+++++++++++++++++++

เมนูปลาสลิด

4. มาม่าปลาสลิด

     จากที่เคยทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปผัดไข่ ลองเปลี่ยนมาผัดกับปลาสลิดกรอบ ๆ บ้างดีไหม สูตรจาก เฟซบุ๊ก iCooK ส่วนผสมน้อยมาก ๆ แต่หน้าตาเลอค่า กินมื้อไหนก็อร่อย

ส่วนผสม มาม่าปลาสลิด

     • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสตามชอบ 1 ซอง
     • หน่อไม้ฝรั่ง (หรือผักอื่น ๆ ตามชอบ)
     • พริกชี้ฟ้าแดงหั่น
     • ปลาสลิดทอดกรอบ

วิธีทำมาม่าปลาสลิด

     1. ลวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับหน่อไม้ฝรั่งจนสุก ตักขึ้นสะเด็ดน้ำจนแห้ง
     2. ใส่ผงปรุงรสบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและพริกชี้ฟ้าแดงลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จาน
     3. วางปลาสลิดทอดกรอบบนเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลวก แต่งด้วยใบโหระพา พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ มาม่าปลาสลิด เปลี่ยนเมนูมาม่าให้มีสาระแบบง่าย ๆ

     อูย… ขนาดเห็นภาพปลาสลิดกรอบ ๆ ยังน้ำลายสอ ถ้าหากได้กินเมนูปลาสลิดคงฟินสุด ๆ ขอตัวไปจ่ายตลาดซื้อวัตถุดิบก่อนนะคะ



Create Date : 13 มีนาคม 2560
Last Update : 13 มีนาคม 2560 13:28:06 น.
Counter : 504 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
ไขข้อข้องใจ ! ใช้น้ำเกลือเช็ดหน้า ดีจริงหรือ... ?



"น้ำเกลือ" สามารถนำมาเช็ดหน้าได้หรือไม่ ? คำถามนี้ยังคงก้องอยู่ในหัวของสาว ๆ หลายคน แต่ก็มีสาว ๆ อีกหลายคนที่นิยมนำน้ำเกลือมาเช็ดหน้า และใช้เช็ดทำความสะอาดหัวสิว โดยเธอเหล่านั้นใช้น้ำเกลือเช็ดหน้าแทนโทนเนอร์เลยก็ว่าได้ ส่วนผลที่ได้รับจะดีจริงสมคำเล่าลือหรือไม่ หรือเป็นแค่ความเข้าใจผิดของคุณสาว ๆ นั้น วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาไปหาคำตอบกันค่ะ



          "นํ้าเกลือ" ประกอบด้วยเกลือชนิดที่ใช้ผลิตยา 0.9% ผสมในน้ำกลั่นบริสุทธิ์ และผ่านการนึ่งฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูง ไม่ผสมสารเคมีอื่นใด หรือสารกันบูด จึงมั่นใจได้ ว่าจะไม่ทำให้เกิดการแพ้ ซึ่งสิวบนใบหน้า ถือเป็นแผลชนิดหนึ่ง หากได้รับการดูแลทำความสะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่ดีและสะอาด เนื้อเยื้อจะสมานตัวได้ดี แผลจะหายเร็วและเกิดริ้วรอยแผลเป็นน้อย ดังนั้นปกติแล้วการทำความสะอาดแผลในสถานพยาบาลจะใช้น้ำเกลือ 0.9% ชนิดปราศจากเชื้อในการทำความสะอาดแผล ซึ่งจะไม่ระคายเคือง ไม่ทำลายเนื้อเยื่อผิวทำให้แผลสะอาด และหายเร็ว อย่างไรก็ตาม น้ำเกลือไม่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ แต่เป็นน้ำเกลือที่สะอาดมาก เนื่องจากผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูง ในขวดจะไม่มีการปนเปื้อนเชื้อและสิ่งแปลกปลอม เหมาะสำหรับใช้ทำความสะอาดผิวที่บอบบาง



รู้อย่างนี้แล้ว เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนคงหันมาใช้น้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าแทนโทนเนอร์กันแล้วใช่ไหมล่ะคะ เพราะนอกจากจะช่วยทำความสะอาดผิวที่บอบบางได้เป็นอย่างดี ช่วยให้สิวหายเร็ว และทำให้เกิดรอยแผลเป็นน้อยลงแล้ว ที่สำคัญราคาก็ยังน่ารักอีกด้วย ^^



          สำหรับวิธีใช้นั้นก็ง่ายแสนง่าย หลังจากล้างหน้าให้สะอาดแล้ว ใช้น้ำเกลือเทลงบนสำลีเช็ดบริเวณที่เป็นสิวหรือทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ให้แห้ง จากนั้นจึงใช้ครีมบำรุงผิวหน้าตามปกติ โดยไม่ต้องล้างน้ำเกลือออกด้วยน้ำเปล่าซ้ำค่ะ ส่วนใครที่กังวลว่าใช้น้ำเกลือเช็ดหน้าแล้วจะเหนียวเหนอะหนะไหม ? หน้าจะแห้งเกินไปหรือเปล่า ? งานนี้บอกเลยว่า... ไม่มีปัญหา ! เพราะปกติความเข้มข้นของเกลือที่ 0.9% จะเท่ากับน้ำในเซลล์ร่างกายหรือเซลล์ผิว จึงไม่ทำให้รู้สึกเหนอะหนะ ส่วนความรู้สึกว่าผิวแห้งนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้าของผู้ใช้ โดยผู้ใช้ที่มีพื้นฐานหน้าแห้งอาจทำให้รู้สึกแห้งได้บ้าง



แม่ก็คือแม่ ! ชั่วโมงนี้บอกเลย "น้ำเกลือ" นี่แหละคือไอเทมสำคัญของสาว ๆ ยุคใหม่ไปแล้ว ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปไหน ก็สามารถพกพาน้ำเกลือไปได้ทุกที่ เพราะเขามีไซส์เล็กด้วย โดยเมื่อเปิดใช้แล้วควรเก็บให้ถูกวิธีและใช้ให้หมดภายใน 30 วัน เนื่องจากน้ำเกลือปราศจากเชื้อ ไม่ใส่วัตถุกันเสีย หากเก็บไว้นานกว่านั้น น้ำเกลืออาจไม่สะอาดนะคะ นอกจากนี้ น้ำเกลือยังมีประโยชน์อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นใช้ล้างโพรงจมูก ล้างแผล และล้างคอนแทคเลนส์ก่อนใส่เข้าดวงตา เรียกได้ว่าใช้ได้ทุกคนในครอบครัว ควรมีเก็บไว้ประจำบ้าน ฟันธง !



Create Date : 13 มีนาคม 2560
Last Update : 13 มีนาคม 2560 13:21:03 น.
Counter : 247 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
ทายาทกษัตริย์พม่า ไม่พอใจ เพลิงพระนาง ชี้ดูหมิ่นกันมาก โดยเฉพาะฉากตบตีในวัง


เพลิงพระนาง

เพลิงพระนาง

            เหลนของพระเจ้าธีบอ กษัตริย์องค์สุดท้ายของเมียนมา เผยทายาทไม่พอใจละคร เพลิงพระนาง เหตุดูหมิ่นราชวงศ์อย่างมาก แม้ผู้สร้างจะบอกว่าเป็นเมืองสมมุติ

            ดูเหมือนว่าละครเรื่อง เพลิงพระนาง ทางช่อง 7 สี ที่กำลังมาแรงในบ้านเราตอนนี้ จะมีดราม่านอกจอขนานใหญ่เสียแล้ว เมื่อล่าสุด (12 มีนาคม 2560) สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาว่า ทายาทของ "พระเจ้าธีบอ" กษัตริย์องค์สุดท้ายของเมียนมา ได้ให้สัมภาษณ์แสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับละคร "เพลิงพระนาง" ของไทย ซึ่งสร้างโดยมีแรงบันดาลใจจากเรื่องราวในรั้ววังของบรรพบุรุษของพวกเขา

เพลิงพระนาง



            ทั้งนี้ นายซอ วิน เหลนของพระเจ้าธีบอ กษัตริย์องค์สุดท้ายของเมียนมา ได้เผยกับ เอเอฟพี ว่า ครอบครัวของเขารู้สึกโกรธละครเรื่องนี้มาก ที่มีการนำเสนอเรื่องราวการนองเลือด เกี่ยวกับการแย่งชิงอำนาจในราชวงศ์ของพวกเขา แม้ว่า "เพลิงพระนาง" จะกล่าวถึงเมืองสมมุติ แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ก็คล้ายคลึงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงปลายราชวงศ์คองบองของพม่า ของพระมเหสีและเจ้าหญิง ที่ทำการสังหารหมู่เกือบ 100 ราย เพื่อให้พระเจ้าธีบอได้สืบทอดราชบัลลังก์ ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของพระราชบิดา

            แม้ว่าเรื่องราวดังกล่าวจะเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ แต่พวกเขาก็ไม่พอใจที่เรื่องราวถูกนำเสนอโดยคนในประเทศที่ปกป้องราชวงศ์ของพวกเขาจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์ โดยนายซอ วิน ได้ตั้งคำถามถึงชาวไทยว่า พวกเขาจะยอมรับได้ไหม หากมีบริษัทของเมียนมา ทำในสิ่งเดียวกันนี้กับประเทศของเขา และกล่าวด้วยว่า หากไม่มีการดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ เราจะขอความช่วยเหลือจากราชวงศ์ของไทยให้จัดการเกี่ยวกับเรื่องนี้

            นอกจากนี้ นายซอ วิน ยังเปิดเผยด้วยว่าพวกเขารู้สึกโกรธมากกับฉากใน เพลิงพระนาง ที่บรรดาคนในราชวงศ์มีการตบตีกัน ซึ่งทำเหมือนกับว่าพวกเขาเป็นพวกป่าเถื่อน

เพลิงพระนาง

            อนึ่ง ก่อนหน้านี้ ประเด็นที่ว่าทางทายาทของกษัตริย์เมียนมา ไม่พอใจ "เพลิงพระนาง" เคยเป็นข่าวมาแล้ว และทาง ตุ๊กตา กันตนา ผู้ผลิตละครเรื่องนี้ ก็เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เรื่องเพลิงพระนาง เป็นเรื่องสมมุติของเมืองสมมุติในจินตนาการเท่านั้น

เพลิงพระนาง

เพลิงพระนาง

เพลิงพระนาง

ภาพจาก Instagram kantanagroup, tuktakantana, ch7dramasociety

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
, , yahoo.com



Create Date : 13 มีนาคม 2560
Last Update : 13 มีนาคม 2560 13:10:03 น.
Counter : 727 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  

หนี่งหน่อง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]



All Blog