"ข้าพเจ้าอ่าน..ราวกับกลัวว่า ความกระหายในการอ่าน จะเหือดหายไปในวินาทีข้างหน้า"
Group Blog
 
All Blogs
 

เมื่อหนังสือหล่นลงมาเป็นสาย??!! งานศิลปะสุดมหัศจรรย์กลางกรุงมาดริด


หากคุณกำลังสงสัยว่าจะทำอย่างไรกับหนังสือบรรดาหนังสือเก่าของคุณดี? ลองดูทางนี้




เพราะเดี๋ยวนี้การจะเปลี่ยนหนังสือเก่าเป็นเงินเป็นกอบเป็นกำโดยนำไปขายที่ร้านหนังสือมือสองก็ยากนัก

แต่หากคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้กรรไกรและปืนกาวแล้วล่ะก็ คุณก็อาจสร้างมันเป็นผลงานศิลปะได้เหมือนกันนะเ้อ้อ

ดังเช่นโปรเจคงานศิลปะของศิลปินหญิงชาวสเปนนามว่า อลิเซีย มาร์ติน (Alicia Martin) คนนี้ปะไร เธอใช้หนังสือราว 5,000 เล่ม สร้างเป็นงานศิลปะสุดเจ๋งขึ้นบนตึกสำคัญๆ ทางประวัติศาตร์ในกรุงมาดริด ให้ผู้คนเดินผ่านมาไปมาได้อึ้งทึ่งกันทีเดียว






จากโครงสร้างที่เห็นนี้ ในจำนวนหนังสือส่วนใหญ่ยึดเกาะกันเป็นเสาค้ำอย่างมั่นคง โดยการสานกันเป็นตาข่ายในโครงสร้างภายใน โครงสร้างที่เกี่ยวกระหวัดกันภายในให้รูปทรงที่หลากหลายและยึดเกาะทุกส่วนเข้าไว้ด้วยกันแม้ว่าชิ้นส่วนต่างๆ ดูเหมือนกำลังไหลพรั่งพรูลงมาก็ตาม


"จากโครงสร้างเหมือนตึกโค้งรูปทรงค่อนข้างอิสระ ภายนอกแลดูยุ่งเหยิงนี้ แกนในกลับแข็งแรงมั่นคง ส่วนหน้ากระดาษที่ไม่ได้ถูกยึดไว้จะถูกลมพัดเป่าปลิวไสวส่งเสียงดังกรอบแกรบ". My Modern Met เขียน






หรือนี่จะเป็นสัญลักษณ์ของกาลอวสานของหนังสือ หรือมันจะเป็นดั่งเครื่องรางของขลังกันแน่ ? เอ...หรือว่ามันก็แค่งานศิลปะสุดเจ๋งชิ้นหนึ่ง? อันนี้ก็สุดแต่วิจารณญาณของแต่ละท่านล่ะครับ


ส่วนไอ้เราเห็นแล้วก็เสียดายหนังสือตงิดๆ ถ้าเป็นของส่วนตัวหน่อยไม่ได้จะบริจาคให้เรียบแล่โรงเรียนของหนูทีเดียว....


ที่มา : http://wheelercentre.com




 

Create Date : 29 สิงหาคม 2555    
Last Update : 29 สิงหาคม 2555 10:45:34 น.
Counter : 1020 Pageviews.  

ดีพอต่อทุกสิ่ง - ศิริพงษ์ จันทร์หอม สำนักพิมพ์ ร.ศ.๒๒๙





"วรรณศิลป์สุดคลาสสิคหนึ่งใน 5 เล่มของชุด "คุณค่าชีวิต" ที่เล่าเรื่องราวผ่านกาลเวลา ด้วยมุมมองทางธรรมให้เห็นแก่นแท้ของชีวิต ให้เข้าใจความหมายของชีวิตอย่างแท้จริง …คนดีหรืออะไรที่ดีนั้น
ไม่ได้วัดแค่เฉพาะเราเท่านั้นพอ แท้จริงแล้วต้องดีพอสำหรับทุกสิ่ง ทุกคน จึงจะเรียกว่าดีจริง คมทวน คันธนู เขียนคำนิยม"

คำนำสำนักพิมพ์

จะเดินหน้าหรือถอยหลังก็เท่ากันชีวิต ประโยคนี้เป็นจริงตามที่คุณศิริพงษ์ว่าไว้ทุกประการ ชีวิตนี้ไม่รู้ว่าอนาคตจะมีอีกกี่วัน กี่เดือน กี่ปี เพราะฉะนั้นอยากทำอะไรก็ควรรีบทำ และทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้หากเหนื่อยนักก็หยุดพักอยู่กับที่ แล้วแหงนหน้ามองดูท้องฟ้า ดูคลื่นเมฆ และแสงดาวบ้าง พอให้คลายความล้า แต่เมื่อใดที่ความท้อแท้มันเกาะกินหัวใจคุณขึ้นมา ขอให้ความเข้มแข็งเฮือกสุดท้าย ช่วยพยุงคุณหยุดอยู่ตรงนี้ให้ได้นะคะ เพราะหากคุณไม่อยากหยุดความท้อแท้ และหลับหูหลับตาก้าวถอยไปข้างหลังจะเท่ากับว่ารอยเท้าทุกรอยที่คุณได้ก้าวผ่านพ้นมาแล้วจะไม่มีความหมายใดๆ อีกเลย

อย่าอายเลยที่วันนี้คุณอาจพายแพ้ ล้มเหลว อ่อนแรง มันเป็นเรื่องธรรรมดาที่ชีวิตอาจไม่สมบูรณ์แบบ เหมือนที่เคยได้ตั้งใจไว้ ใครที่คุณมองเขาอย่างชื่นชม เมื่อในวันวานพวกเขาเหล่านั้นก็เคยหกล้มเช่นคุณเหมือนกัน บางคนทำเรื่องน่าเศร้าโดยการนำความผิดหวังของตัวเอง ไปริษยาผู้อื่น หรือคนที่ได้ดีกว่า อย่าหลงกลความคิดติดลบของตัวเองเลยนะคะ เพราะมันจะผลักรังสีความชั่วร้ายออกมาจนคุณเองก็ไม่อาจควบคุมไหว

เรามาเริ่มกันใหม่กับชีวิต คิดมองในมุมอื่น มองแบบเข้าข้างตัวเองดูบ้างว่าบทเรียนจากความผิดหวังของคุณนั้น จะหลายเป็นพลังงานให้ผู้อื่นเกิดความเชื่อมั่นต่อไป

มนุษย์เราจะมีค่ามากหรือน้อย ส่วนหนึ่งเขาวัดกันตรงนี้ ใครที่เคยคิดว่าเราไม่ดีพอสำหรับเขาหรือใคร ให้คุณคิดกลับไปว่าดีแล้ว เพราะเขาก็ไม่ควรมีความหมายใดๆ กับเราอีกเลยเช่นกัน

ดีให้พอกับทุกสิ่ง
อรพรรณ เพ็งฉุย
สำนักพิมพ์ ร.ศ.๒๒๙


ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจต่อคำนำในหนังสือ ดีพอต่อทุกสิ่ง เป็นอย่างมากและเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้กลับบ้าน คุณอรพรรณ เพ็งฉุย เขียนกล่าวนำได้ดีเหลือเกิน ใช้คำพูดแสนเรียบง่าย ทว่าหนุนใจได้ดีนัก

ในช่วงเวลานั้นข้าพเจ้ารู็้สึกต้องการกำลังใจ ชีวิตที่วุ่นวายในกรุงเทพมหานครทำให้สับสน ข้าพเจ้าโหยหาวิถึชีวิตต่างจังหวัด โหยหาความสุขแบบอิ่มใจ ไม่ใช่ความสุขแบบแห้งแล้งฉาบฉวยอย่างที่พบในกรุงเทพมหานคร
ขณะที่ข้าพเจ้าอ่านหนังสือ ดีพอต่อทุกสิ่ง ข้าพเจ้ารู้สึกสงบใจยิ่ง ด้วยว่าผู้เขียนได้บรรยายถึงหนหลังเกี่ยวกับความทรงจำในวัยเด็ก บรรยายถึงวิถีชีวิตผู้คนที่พึ่งพาธรรมชาติ เอื้ออาทรต่อทุกสิ่งรอบกาย ไม่แก่งแย่ง ไม่แข่งขันกันเช่นทุกวันนี้ ข้าพเจ้าได้กลิ่นอายของธรรมชาติลอยมาแตะจมูก กลิ่นของดิน กลิ่นของบ้านไม้เก่า กลิ่นคอกหมู ได้ยินเสียงนกร้อง และเสียงน้ำไหล ใจเกิดความร่มเย็น

ผู้เขียนได้บรรยายภาพภายในบ้านที่เงียบสงบ และละแวกบ้านที่เต็มไปด้วยธรรมชาติสุดสมบูรณ์ มีภาพวิถีชีวิตของศิริพงษ์ จันทร์หอม ครอบครัว และเพื่อนบ้าน เขาและครอบครัวสอยความสุขได้จากทุกสิ่งรอบกาย แม้จะไม่ร่ำรวยวัตถุ หากแต่ร่ำรวยและอุดมไปด้วยสินทรัพย์จากธรรมชาติ คนเราจะต้องการอะไร แค่มีปัจจัยสี่ก็เพียงพอต่อการดำรงชีวิตแล้ว แค่มีที่อยู่ที่พักอาศัย อาหารประทังหิว ยารักษาโรคเวลาเจ็บไข้ มีเสื้อผ้าสวมใส่ให้คลายหนาว 
การที่เราไม่ทะยานอยากใช่ว่าเราจะดีไม่พอสำหรับทุกสิ่ง แต่สำคัญอยู่ที่ว่าเราเป็นผู้เลือกได้ว่าสิ่งใดที่ดีพอสำหรับเรา



ชื่อหนังสือ :
ดีพอต่อทุกสิ่ง

ชื่อผู้เขียน  : ศิริพงษ์ จันทร์หอม
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์ ร.ศ.๒๒๙
พิมพ์เมื่อ    : พิมพ์ครั้งที่ 1  2553




 

Create Date : 27 สิงหาคม 2555    
Last Update : 27 สิงหาคม 2555 19:24:37 น.
Counter : 676 Pageviews.  

ห้องสมุดรถไฟหัวกระสุนที่ อากิชิมะ ประเทศญี่ปุ่น : The bullet train library in Akishima, Japan




ห้องสมุดรถไฟหัวกระสุน อากิชิมะ ประเทศญี่ปุ่น  


ถ้าหากคุณเป็นเยาวชนที่เติบโตมาในประเทศญี่ปุ่น ก็มีโอกาสเป็นไปได้ว่าคุณจะได้อ่านหนังสือการ์ตูนภาพที่ชื่นชอบมากมายบนรถไฟคันประวัติศาตร์เพราะที่อากิชิม่า (Akishima) เมืองที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของนครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มีห้องสมุดที่ถูกดัดแปลงมาจากตู้ขบวนรถไฟชินคันเซ็นที่ปลดระวางแล้วหากแต่ยังถูกอนุรักษ์ไว้โดยรถไฟหัวกระสุนขบวนที่ถูกปลดระวางเหล่านี้ จะถูกทยอยนำไปทาสีเดิม (น้ำเงิน-ขาว) แล้วส่งให้มิวเซี่ยมทั่วโลกซึ่งรวมถึงนำมาทำเป็นห้องสมุดแห่งนี้ด้วย ณ ห้องสมุดรถไฟหัวกระสุนแห่งนี้คุณจะได้อ่านหนังสือที่ชื่นชอบมากมาย 

รถไฟหัวกระสุนขบวนที่ถูกปลดระวางเหล่านี้ จะถูกทยอยนำไปทาสีเดิม (น้ำเงิน-ขาว)


การดัดแปลงรถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็นซี่รี่ส์ 000 ให้กลายเป็นห้องสมุดของเด็กๆ ในเมืองอะกิชิม่าเริ่มตั้งแต่ปี 1992เด็กเล็กๆ สามารถวิ่งเล่นตีลังกาบนรถไฟตู้โดยสารขนาด 25 ที่นั่งได้สบายๆ และยังได้เพลิดเพลินไปกับการอ่านหนังสือที่มีมากมายกว่า 10,000 เล่ม 

จากวีดีโอข้างล่างนี้ จะเห็นได้ว่าเด็กๆ ยังสนุกสนานกับการได้เล่นอุปกรณ์และระบบบังคับรถไฟในห้องคนขับอีกด้วยและห้องสมุดบนตู้รถไฟแห่งนี้ไม่ได้เป็นที่โปรดปรานเฉพาะเด็กๆ เท่านั้น แต่ยังมีชื่อเสียงโดยทั่วไปเพราะว่ารถไฟสายสีน้ำเงิน - ขาว ซี่รี่ส์ 000 นี้ เป็นรถไฟชินคันเซ็นรุ่นแรกและกล่าวได้ว่าเป็นตำนานของรถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็นก็ว่าได้ 

ด้วยความเร็วสูงสุด 130 ไมล์ต่อชั่วโมง รถไฟหัวกระสุนซี่รี่ส์ 000 นี้ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกต่อสาธารณะชนพร้อมกับเปิดวิ่งรถเที่ยวแรก เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2507 วิ่งระหว่างโตเกียว กับ โอซาก้า มีรถวิ่งเข้าวิ่งออก ณ ปีที่เปิดตัว วันละถึง 60 เที่ยว!

สมัยนั้นแบ่งขบวนรถเป็น 2 แบบ คือ 
1. Hikari (ฮิคาริ แปลว่า แสง) วิ่ง Tokyo-Osaka ในเวลา 4 ชั่วโมง จอดแต่สถานีหลัก 
2. Kodama (โคดามะ แปลว่า เสียงสะท้อน) ถึงโอซาก้าในเวลา 5 ชั่วโมง เพราะจอดดะทุกสถานี เป็นชินคันเซนหวานเย็น 




รถไฟหัวกระสุนซี่รี่ส์ 000 นี้ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกต่อสาธารณะชนพร้อมกับเปิดวิ่งรถเที่ยวแรก
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2507

ทาง JR West ผู้ให้บริืการสายรถไฟ ได้จัดงานซาโยนาระขบวนรถไฟซี่รี่ส์ 000 ที่ Hakata อย่างเป็นทางการหลังโตเกียวโอลิมปิกเกมส์เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2551 นี่เอง(ซี่รี่ส์ใหม่ N700 ที่ทันสมัยกว่าเข้ามาแทนที่ด้วยความเร็วสูงสุด 186 ไมล์ต่อชัวโมง)รถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็นและกีฬาโอลิมปิกเป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งวันใหม่ของประเทศญี่ปุ่น แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีอันก้าวหน้าและอำนาจของญี่ปุ่นที่ขึ้นมามีบทบาทสำคัญต่อนานาชาติ หลังจากแพ้สิ้นรูปหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 

ดังนั้นห้องสมุดรถไฟหัวกระสุนแห่งนี้จึงเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นอีกด้วย


เห็นอย่างนี้แล้ว ก็ย้อนนึกถึงรถไฟในบ้านเรา ที่ควรถูกปลดระวาง ไม่ควรนำมาวิ่งนานแล้ว สู้นำมาทำเป็นห้องสมุดเก๋ไก๋ย่างนี้เสียจะดีกว่า เพราะรถไฟของไทยเรามองดีๆ ก็คลาสสิกไม่เบาจริงไหมครับทั่น

>>เด็กกำลังเพลิดเพลินสนุกสนาน ณ ห้องสมุดรถไฟหัวกระสุน ที่ อากิชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ชมได้จากคลิปวีดีโอ <<




 

Create Date : 22 สิงหาคม 2555    
Last Update : 22 สิงหาคม 2555 13:06:26 น.
Counter : 754 Pageviews.  

ร้านวานิลลา การ์เด้น (Vanilla Garden) เอกมัย - Book Cafe คาเฟ่อ่านหนังสือใจกลางกรุงเทพฯ




ป้ายหน้าร้านวานิลา การ์เด้น (Vanilla Garden) เอกมัย


อยากแนะนำสถานที่อ่านหนังสือที่น่าสนใจอีกสักร้าน ร้านนี้ชื่อว่าร้านวานิลลา การ์เด้น (Vanilla Garden) เอกมัย ตั้งอยู่ซอยเจริญใจ (เอกมัย 12)

โดยส่วนตัวแล้วชอบสถานที่แห่งนี้และเคยไปนั่งอ่านหนังสืออยู่หลายครั้ง ชอบที่บรรยากาศอบอุ่นเหมือนบ้าน นอกจากนี้ยังมีร้านหนังสือให้เข้าไปเดินเลือกดูตามอัธยาศัย



ร้านวานิลลา การ์เด้น (Vanilla Garden) เอกมัย แบ่งออกเป็นสองโซน โซนแรกเป็นสไตล์ญี่ปุ่นชื่อ Vanilla Cafe และอีกโซนสไตล์จีนชื่อ Royal Vanilla

เริ่มจากโซนแรก Vanilla Cafe สไตล์การตกแต่งเเป็นแบบบ้านยุคเก่าปี 50’s เฟอร์นิเจอร์แบบ Retro สไตล์ญี่ปุ่นที่เน้นความเรียบง่ายและความเป็นส่วนตัว มีหนังสือให้เลือกอ่านอยู่ทุกมุม ส่วนแสงไฟเน้นโทนสีอบอุ่น ทำให้รู้สึกอยากนั่งนานๆ ไม่อยากลุกไปไหน หรือใครที่อยากจะนั่งรับลมด้านนอก ก็มีต้นไม้น้อยใหญ่ได้บรรยากาศร่มรื่น  ลมพัดเย็นสบาย เคล้าคลอเสียงน้ำพุ รู้สึกสงบใจยิ่งนัก

เมนูอาหารเป็นสไตล์อิตาเลียน-ญี่ปุ่น ที่เด็ดๆ ก็เห็นจะเป็นเมนูเช่น ครีมโคโรเกะปู  เส้นพาสต้าลิงกิวนี่ผัดกับซอสเพสโต้และกุ้งตัวโต ของหวานเป็น คินาโกะดังโงะ+ชาเขียวมัทฉะ สำหรับเครื่องดื่มพลาดไม่ได้กับ ชากุหลาบ ที่หอมหวลชวนดื่ม

ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบ Retro สไตล์ญี่ปุ่น

มีหนังสือให้เลือกอ่านอยู่ทุกมุม


คินาโกะดังโงะ+ชาเขียวมัทฉะ

Royal Vanilla สไตล์การตกแต่งคล้ายกับโรงเตี๊ยมในหนังจีนย้อนยุค


ถัดไปไม่ไกลเป็นโซนจีน Royal Vanilla สไตล์การตกแต่งคล้ายกับโรงเตี๊ยมในหนังจีนย้อนยุค
เน้นอาหารไสตล์จีนฟิวชั่น มีอาหารจีนเด็ดๆ หลายเมนู อาทิ เส้นใหญ่กรอบราดหน้าปูนิ่มพริกไทยดำ และเส้นหมี่ซี่โครงหมูเต้าซี่พริกเซี่ยงไฮ้ และติ่มซำ


มีทั้งซาลาเปา และติ่มซำ

อีกบรรยากาศยามค่ำคืน

นอกจากร้านอาหารทั้งสองโซนแล้วที่ วานิลลา การ์เด้น (Vanilla Garden) เอกมัย แห่งนี้ยังมีร้านหนังสือที่ชื่อว่า   Sauce จำหน่ายทั้งวรรณกรรม นิตยสาร และซีดีเพลง อีกด้วย เรียกว่าใครทานอาหารเสร็จก็ไปเดินดูหนังสือต่อ หรือจะเลือกซื้อหนังสือแล้วไปนั่งชิลด์ในร้านก็ทำได้


ร้านหนังสือที่ชื่อว่า   Sauce

จำหน่ายทั้งวรรณกรรม นิตยสาร และซีดีเพลง


ใครที่ไม่เน้นมาทานอาหาร (ซึ่งราคาค่อนข้างแพง) แต่ตั้งใจจะหาที่จิบกาแฟ เปลี่ยนบรรยากาศในการอ่านหนังสือ ก็แนะนำว่าให้ลองมาที่ร้านวานิลลา การ์เด้น (Vanilla Garden) เอกมัย ดูครับท่าน


ชื่อร้า่น   :
วานิลลา การ์เด้น (Vanilla Garden) เอกมัย
เวลาเปิด : ทุกวัน 11.00 - 23.00 น.
ที่อยู่      : เลขที่ 53 ซ.เจริญใจ (เอกมัย 12) ถ.สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา     
              กรุงเทพฯ 10110




 

Create Date : 18 สิงหาคม 2555    
Last Update : 27 สิงหาคม 2555 19:23:30 น.
Counter : 3336 Pageviews.  

ไดอารี่ของเด็กไม่เอาถ่าน (Diary of a Wimpy Kid) - เจฟฟ์ คินนีย์ (Jeff Kinney)




ชอบเขียนบันทึกกันไหมครับ? ดีครับ สำหรับใครที่เขียน และเขียนเถิดครับ สำหรับใครที่ยังไม่เคยเขียนและไม่คิดจะเขียนทำไมน่ะหรือ? เพราะการเขียนบันทึกประจำวันนี้มีข้อดีหลายประการน่ะสิครับ

เช่นอะไร? อย่างแรก คือ ได้ทบทวนเรื่องราวเหตุการณ์ประจำวัน วันนี้เราเจออะไรมาบ้าง มีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตเราและเรามีท่าทีต่อเหตุการณ์นั้นๆ อย่างไร ก็บันทึกลงไป เมื่อเวลาผ่านไปย้อนกลับมาอ่าน จะได้จำได้ว่า ณ เวลานั้น ขณะนั้น มันเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้

นอกจากนี้ในขณะที่เขียนบันทึก ยังทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ดุจเดียวกับการได้ระบายความในใจให้เพื่อนสนิทฟัง และจิตขณะที่เขียนบันทึกประจำวันก็จะบังเกิดสมาธิเพราะเราจำต้องจดจ่อนึกย้อนทบทวนเหตุการณ์เพื่อเขียนลงไป นี่ยังไม่รวมข้อดีว่า การเขียนบันทึกยังเป็นการฝึกฝนทักษะการเขียนของเราให้ดีขึ้น รวมถึงสมองของเรายังได้ฝึกฝนการจัดเรียงลำดับความคิด เหตุการณ์ ได้อย่างเป็นระเบียบแบบแผน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก

เกร็ก เฮฟฟลีย์ เด็กชายมัธยมหนึ่งคนหนึ่ง ก็เห็นข้อดีของการเขียนบันทึกประจำวันครับ เขาให้เหตุผลการเขียนบันทึกของเขาว่า "เหตุผลเดียวจริงๆ ที่ฉันยอมเขียนก็คือฉันเกิดคิดได้ว่าอีกหน่อยพอฉันรวยและมีชื่อเสียงแล้วนะ ฉันจะได้ไม่ต้องมากคอยตอบคำถามงี่เง่าทั้งวันไงล่ะ สมุดเล่มนี้จะช่วยได้มากเลย"

เหตุผลของ เกร็ก เฮฟฟลีย์ เข้าท่าเข้าทางดีทีเดียว ว่าไหม ?  เกร็ก เฮฟฟลีย์ เป็นตัวละครเอกของหนังสือเรื่อง "ไดอารี่ของเด็กไม่เอาถ่าน" (Diary of a Wimpy Kid) ผลงานเขียนของ เจฟฟ์ คินนีย์ (Jeff Kinney) นักพัฒนาและออกแบบเกมส์ออนไลน์


ไดอารี่ของเด็กไม่เอาถ่าน (Diary of a Wimpy Kid) เป็นนวนิยายสำหรับเด็กผสมการ์ตูนประกอบน่ารักๆ ล้นไปด้วยอารมณ์ขัน

ไดอารี่ของเด็กไม่เอาถ่าน (Diary of a Wimpy Kid) เป็นบันทึกกิจกรรมกระจำวันสุดป่วนของ เกร็ก เฮฟฟลีย์ เด็กชายมัธยมหนึ่งคนหนึ่งที่จะมาเขย่าต่อมอารมณ์ขันมันๆ ฮาๆ

"ตลกเหลือเรือร้ายจริงๆ" -- เดอะนิวยอร์กไทมส์

"หัวเราะจนปวดท้องเลยละ"  -- เดอะคัสรีวิวส์



ไดอารี่ของเด็กไม่เอาถ่าน (Diary of a Wimpy Kid) รับประกันความสนุกด้วยยอดขายถล่มทลายกว่า 2 ล้านเล่มในสหรัฐอเมริกาและติดอันดับหนังสือขายดีของนิวยอร์กไทมส์อย่างยาวนาน

ก็อยากสรุปสั้นง่ายๆ เกี่ยวกับหนังสือ ไดอารี่ของเด็กไม่เอาถ่าน (Diary of a Wimpy Kid) เล่มนี้ว่า
"...เป็นหนังสือที่อ่านแล้วอารมณ์ดีจริงๆ "




ชื่อหนังสือ : ไดอารี่ของเด็กไม่เอาถ่าน (Diary of a Wimpy Kid)
ชื่อผู้เขียน  :
เจฟฟ์ คินนีย์ (Jeff Kinney)
ชื่อผู้แปล   : อาร์.เค. 

สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์แก้วกานต์เยาวชน 

พิมพ์ครั้งล่าสุด : พิมพ์ครั้งที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2555    
Last Update : 13 สิงหาคม 2555 13:36:20 น.
Counter : 1603 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

แกงสับปะรดของแม่
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในการอ่าน แนะนำหนังสือที่ชอบ หรือจะฝากข้อคิดดีๆ จากหนังสือก็ทำได้ "ใครใคร่อ่าน...อ่าน" ใครใคร่วิจารณ์...ก็เชิญตามอัธยาศัย
Friends' blogs
[Add แกงสับปะรดของแม่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.