"ข้าพเจ้าอ่าน..ราวกับกลัวว่า ความกระหายในการอ่าน จะเหือดหายไปในวินาทีข้างหน้า"
Group Blog
 
All Blogs
 

Quotes เด็ดๆ โดนๆ เกี่ยวกับการอ่าน

ไปเจอเว็บหนึ่งที่รวบรวม Quotes เกี่ยวกับการอ่าน มีหลายประโยคที่เด็ดโดนใจ จึงอยากเอามาแบ่งปันทุกท่าน เผื่อจะได้เอาไปใช้โก้ๆ แต่เนื่องจากภาษาอังกฤษย่ำแย่จึงขอไม่แปลเอาไว้ที่นี้ (เก็บไว้อ่านเอง เข้าใจเออเอง) หากเพื่อนๆ คนใดที่เก่งภาษาอังกฤษจะช่วยแปลจะยินดีมาก

Reading Quotes #1 : I Love Reading Quotes!

 

“To read is to fly: it is to soar to a point of vantage which gives a view over wide terrains of history, human variety, ideas, shared experience and the fruits of many inquiries.”

 - A C Grayling, Financial Times (in a review of A History of Reading by Alberto Manguel)


 “A capacity and taste for reading gives access to whatever has already been discovered by others.”

 - Abraham Lincoln

 


 “The things I want to know are in books; my best friend is the man who'll get me a book I ain't read.”

 - Abraham Lincoln

 


 “To read a writer is for me not merely to get an idea of what he says, but to go off with him and travel in his company.”

 - Andre Gide


 “Reading a book is like re-writing it for yourself. You bring to a novel, anything you read, all your experience of the world. You bring your history and you read it in your own terms.”

 - Angela Carter

 


 “Give me a man or woman who has read a thousand books and you give me an interesting companion. Give me a man or woman who has read perhaps three and you give me a dangerous enemy indeed.”

 - Anne Rice, The Witching Hour

 


 “If you can read this, thank a teacher.”

 - Anonymous teacher

 

 “The habit of reading is the only enjoyment in which there is no alloy; it lasts when all other pleasures fade.”

 - Anthony Trollope

 


 “All the best stories in the world are but one story in reality -- the story of escape. It is the only thing which interests us all and at all times, how to escape.”

 - Arthur Christopher Benson

 


 “Reading is sometimes an ingenious device for avoiding thought.”

 - Arthur Helps


 “Wear the old coat and buy the new book.”

 - Austin Phelps

 

 “The ability to read awoke inside me some long dormant craving to be mentally alive.”

 - Autobiography of Malcolm X, 1964

 

 “He that loves a book will never want a faithful friend, a wholesome counselor, a cheerful companion, an effectual comforter. By study, by reading, by thinking, one may innocently divert and pleasantly entertain himself, as in all weathers, as in all fortunes.”

 - Barrow

 

 “Life-transforming ideas have always come to me through books.”

 - Bell Hooks

 


 “We read to know we are not alone.”

 - C.S. Lewis

 


 “The fluent reader sounds good, is easy to listen to, and reads with enough expression to help the listener understand and enjoy the material.”

 - Charles Clark, "Building Fluency: Do It Right and Do It Well!" (1999)

 


 “You're the same today as you'll be in five years except for the people you meet and the books you read.”

 - Charlie "Tremendous" Jones

 


 “When you sell a man a book you don't sell him just 12 ounces of paper and ink and glue - you sell him a whole new life.”

 - Christopher Morley

 

 “No matter how busy you may think you are, you must find time for reading, or surrender yourself to self-chosen ignorance.”

 - Confucius

 


 “I used to walk to school with my nose buried in a book.”

 - Coolio

 

 “It is better to read a little and ponder a lot than to read a lot and ponder a little.”

 - Denis Parsons Burkitt

 


 “The reading of all good books is like conversation with the finest men of the past centuries.”

 - Descartes

 


 “The connection between reading speed and comprehension; a film is made up of still images flashed in rapid succession to simulate movement. Slow down the film, and the movement and meaning slows and the film's impact is diminished. Viewers won't learn as much about the film as if it were shown at normal speed. With reading the same thing can happen. When a person reads word by word, like frame by frame, they are not reading on the level of ideas. You need to read on some level that's more conversational and allows things to coalesce into ideas themselves.”

 - Doug Evans, Institute of Reading Development

 


 “The more you read, the more things you will know. The more that you learn, the more places you'll go.”

 - Dr. Seuss, "I Can Read With My Eyes Shut!"

 


 “Reading without reflecting is like eating without digesting.”

 - Edmund Burke

 

 “A book is the only place in which you can examine a fragile thought without breaking it, or explore an explosive idea without fear it will go off in your face. It is one of the few havens remaining where a man's mind can get both provocation and privacy.”

 - Edward P. Morgan

 


 “This will never be a civilized country until we expend more money for books than we do for chewing gum.”

 - Elbert Hubbard


 “The greatest gift is a passion for reading.”

 - Elizabeth Hardwick

 

 “Children are made readers on the laps of their parents.”

 - Emilie Buchwald

 


 “How my life has been brought to undiscovered lands, and how much richer it gets - all from words printed on a page.... How a book can have 560 pages, but in only three pages change the reader's life.”

 - Emoke B'Racz, Writing in Malaprop's Newsletter

 


 “Reading has given me more satisfaction than really anything else.”

 - Fashion designer Bill Blass, quoted in Worth (September 1999)

 


 “Reading will give you lasting pleasure.”

 - First Lady Laura Bush (quoted in U.S. News & World Report)

 


 “Some people will lie, cheat, steal and back-stab to get ahead... and to think, all they have to do is READ.”

 - Fortune

 

ยังมีอีกหากใครสนใจก็ลองเข้าไปดูเพิ่มเติมกันได้ตามลิงก์ข้างล่าง

Reading Quotes #2 : I Love Reading Quotes!

Reading Quotes #3 : I Love Reading Quotes!




 

Create Date : 28 มิถุนายน 2555    
Last Update : 28 มิถุนายน 2555 19:26:52 น.
Counter : 1725 Pageviews.  

นวนิยายจีนชุด คนขุดสุสาน เล่ม1-4(จบ) ถ้าพร้อมแล้วร่วมออกตามล่าหาสมบัติด้วยกันเถอะ!

นวนิยายจีน คนขุดสุสาน

คนขุดสุสาน

 

ว่ากันว่าอาชีพที่เก่าแก่คร่ำครึที่สุดในโลกอาชีพหนึ่งก็คือ อาชีพคนขุดสุสาน หรือที่ฝรั่งเรียกว่า tomb robbers นั่นแล เป็นรองก็เพียงอาชีพโสเภณีเท่านั้น และประเทศที่มีสุสานให้ขุดมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นประเทศจีนนี่แหละ เพราะมีประวัติศาสตร์ชนชาติยาวนานกว่า 5,000 ปี มีฮ่องเต้มาแล้วไม่รู้กี่พระองค์

แต่ละพระองค์ก็เชื่อแบบหลับหูหลับตาซะด้วยว่า ตนเองเป็นโอรสสวรรค์ เป็นอมตะ ไม่มีวันตายเสียหรอก อย่างที่ได้ยินในหนังจีนเวลาขุนนางเข้าเฝ้าฮ่องเต้แล้วถวายพระพรว่า "ขอพระองค์ทรงพระเจริญ อายุยิ่งยืนนานนับหมื่นๆ ปี!" ฮ่องเต้ก็ชอบอกชอบใจ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แต่เอาเข้าจริงไม่เห็นมีองค์ใดอายุเกินร้อยปีสักพระองค์

ในเมื่อฮ่องเต้ไม่สามารถเอาชนะวัฏจักรของชีวิตได้ พระองค์ก็คิดว่าอย่างน้อยก็ขอให้สุขสบายหลังตายก็แล้วกัน ว่าแล้วก็สั่งให้อำมาตย์ขุนนางกะเกณฑ์ไพร่พลมาก่อสร้างสุสานเป็นการใหญ่ ยิ่งอลังการวิจิตรพิสดารเท่าไหร่ยิ่งดีนัก

 

ยกตัวอย่าง สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ นั่นปะไร ความใหญ่โตอลังการไม่ต้องพูดถึงเพราะขึ้นชื่อว่าเป็นสุสานโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตามบันทึกโบราณบันทึกว่าพระองค์ใช้ไพร่พล แลทาสในการก่อสร้างสุสานกว่า 700,000 คน คิดดูเถิดพี่น้องสมัยโบราณ 700,000 คนนี่ไม่ใช่เล่นๆ นะท่าน

ภายใต้พื้นดินที่มีความลึกถึง 47 เมตร ลักษณะของสุสานเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าครอบคลุมอาณาเขตพื้นที่กว่า 56 ตร.กม. แต่ละส่วนแบ่งออกเป็นห้องต่าง ๆ บริเวณกลางสุสานเชื่อกันว่าคือสถานที่สำหรับฝังพระบรมศพของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตามบันทึกโบราณอีกนั่นแหละที่ได้บันทึกเอาไว้ว่า เพดานของสุสานนั้นมีการประดับด้วยเพชรพลอยจำนวนมากเป็นรูปท้องฟ้าในยามค่ำคืน

 

และเหมือนจิ๋นซีฮ่องเต้จะคาดการณ์ล่วงหน้าเผื่อไว้เป็นพันปี ว่าอนาคตข้างหน้าอาจจะมีพวกมิจฉาชีพ หรือพวกโลภมากจนหน้ามืด คิดจะลงมือขุดสุสานและขนทรัพย์สมบัติของพระองค์ออกไป จึงสั่งให้ช่างฝีมือซ่อนค่ายกล ป้องกันพวกลักขโมย เมื่อเข้าใกล้บริเวณสุสานเกาทัณฑ์ก็จะพุ่งเข้าใส่ทันที ยังแค่นี้ยังไม่สะใจพระองค์

จากการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์พบว่า บริเวณพื้นดินส่วนกลางของสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ มีรังสีจากสารปรอทปริมาณมากที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ สารปรอทนั้นแผ่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ 1,200 ตร.ม. ซึ่งสอดคล้องกับบันทึกของซื่อหม่า เสี่ยน ตอนหนึ่งที่ว่า ปรอทใช้บรรจุไว้แทนทะเลและแม่น้ำ เรียกว่าต้องการกำจัดแบบหวังผล หากขืนบุกรุกมีหวังซี้แหงแก๋

 

ด้วยสถาปัตยกรรมการก่อสร้างอันแยบยล ปัจจุบันก็ยังไม่มีใครสามารถขุดห้องที่ฝังพระบรมศพจิ๋นซีฮ่องเต้ได้ นักโบราณคดีก็ยังคงต้องทำงานหนักต่อไป นี่เป็นแค่ตัวอย่างสุสานของฮ่องเต้เพียงเพราะองค์เดียว อย่างที่บอกว่าประเทศจีนมีฮ่องเต้มาไม่รู้กี่พระองค์ ท่านคิดว่าจะมีสุสานยิ่งใหญ่แบบนี้เพียงสุสานเดียวหรือ? ไม่อย่างแน่นอน พวกคนขุดสุสานก็คิดเช่นเดียวกันนี้ จึงดั้นด้นเสาะหาสุสานเพื่อขุด เจาะ หวังจะเจอแจ็กพอตก้อนโต 

 

แต่มันก็ไม่ง่ายดายขนาดนั้น การจะเอาชนะสติปัญญาระดับฮ่องเต้และขุนนางฝ่ายบุ๋นเจ้าปัญญาไม่ง่ายนัก  ต้องอาศัยวิชาตวามรู้อยู่ไม่น้อย ตั้งแต่การใช้เคล็ดวิชา ฮวงจุ้ย เพื่อค้นหาตำแหน่งที่ตั้งของสุสาน การใช้ทักษะเอาตัวรอดจากค่ายกล และพิษ เป็นต้น ซึ่งคนที่จะมีเคล็ดลับวิชาดังกล่าวได้ จำต้องอาศัยประสบการณ์ รวมถึงการใช้ไหวพริบปฏิภาณด้วย ซึ่งวิชาเหล่านี้เองก็ได้ถ่ายทอดจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลานในเวลาต่อมา

 

เช่นเดียวกับ หูป๊าอิ จากหนังสือเรื่อง คนขุดสุสาน   เขาเป็นชายหนุ่มผู้เติบโตมาในยุคท่ามกลางเปลี่ยนผ่านวัฒนธรรมจีน เขาได้รับตำราครึ่งเล่มตกทอดมาจากปู่ตั้งแต่สมัยเด็กคือ "ตำราฮวงจุ้ยหยินหยางสิบหกอักษร" ตำราฮวงจุ้ยโบราณที่รวมเอาศาสตร์ที่สาบสูญและช่วยเปิดโลกใหม่ให้กับเขาแต่เขาก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ออกเสาะหาและขุดสุสานจริงๆ เสียที แต่หลังจากเขาปลดระวางจากการเป็นทหาร ในที่สุดโอกาสของเขาก็มาถึง ศาสตร์ที่เขาแอบท่องจำร่ำเรียนแต่เด็กได้เวลานำมันออกมาใช้แล้ว ประตูบานใหม่และเรื่องราวแสนลึกลับเกินกว่าใครจะคาดเดา กำลังรอเขาอยู่!!

 

นวนิยายจีนชุด คนขุดสุสาน เป็นหนังสือที่ซื้อเพราะชื่อหน้าปกโดยแท้ เห็นคำว่า "สุสาน" แว๊บๆ ก็เดาว่าต้องเป็นเรื่องลี้ลับ โดยส่วนตัวแล้วชอบนวนิยายประเภทนี้มากพอลองได้อ่านก็รู้สึกสนุก อ่านแล้วก็มันหยดติ๋งตั้งแต่เล่ม 1-4 โดยเฉพาะเล่มแรก สนุกมาก ลุ้นไปด้วยตลอด พอมาถึงเล่ม 2 เริ่มเนือยๆ ลงมาหน่อย และกลับมาตื่นเต้นสุดๆ อีกครั้งในเล่มที่ 3 ส่วนเล่ม  4 ตอนจบเป็นบทสรุปของตัวละครหูป๊าอิ

 

ส่วนตัวแล้วคิดว่าหนังสือ คนขุดสุสาน เป็นหนังสือที่อ่านสนุกกว่า นวนิยายใกล้ๆ กัน อย่าง รหัสลับหลังคาโลก  อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัว คงแล้วแต่คนชอบ แต่ที่ชอบหนังสือ คนขุดสุสาน มากกว่า เพราะเดินเรื่องได้เร็วและกระชับฉับไวกว่า คนที่เป็นแฟนนวนิยายจีนไม่ควรพลาด



ชื่อหนังสือ : คนขุดสุสาน

ชื่อผู้แต่ง : เทียนเซี่ยปาชั่ง

ชื่อผู้แปล : ชิวเยี่ย

สำนักพิมพ์ : สยามอินเตอร์บุ๊คส์

ครั้งที่พิมพ์ล่าสุด : พิมพ์ครั้งที่  1



v

 





 

Create Date : 27 มิถุนายน 2555    
Last Update : 28 มิถุนายน 2555 10:36:05 น.
Counter : 3497 Pageviews.  

ร่วมตามหาความสุข กับ เอ็กเตอร์กับการตามหาความสุขที่หายไป

"คุณมีความสุขหรือเปล่า?" ทุกคนคงจะตอบคำถามนี้ได้ไม่ยาก แต่หากถามว่า "คุณเข้าใจความสุขดีแค่ไหน?" และ "อะไรที่ทำให้คุณมีความสุข?" คุณอาจนิ่งงันไปสักพักเพื่อหาคำตอบ ทุกคนเหมือนกันหมด บางครั้งเราก็ไม่แน่ใจหรอกว่า "ความสุขคืออะไร?" แต่เรารู้และมั่นใจว่ามันอยู่รอบๆ ตัวเรานี่แหละ ทั้งนี้ก็เพราะ "ความสุข" เป็นเรื่องของจิตใจ เป็นลักษณะนามธรรม ให้เปรียบก็เหมือนความเชื่อเรื่องผี แบบเดียวกันเป๊ะ คือเรารู้ว่าผีมีอยู่จริง แต่สัมผัสจับต้องไม่ได้ ขืนจับต้องได้คงสนุกกันล่ะท่าน


"แล้วเราจะค้นพบความสุขได้อย่างไร?" รวมถึง "เอ็กเตอร์เป็นใคร?" เอ็กเตอร์เป็นจิตแพทย์และเป็นตัวละครเอก ในหนังสือ  เอ็กเตอร์กับการตามหาความสุขที่หายไป ผลงานเขียนของ ฟร็องซัวร์ เลอลอรด์  จิตแพทย์ชื่อดัง ซึ่งในการรักษาเขาต้องพบเจอคนไข้ที่เป็นโรคซึมเศร้า มีความทุกข์ วิตกกังวลมากมายนับไม่ถ้วน เขาเริ่มเห็นความไม่แน่นอนของสรรพสิ่ง จึงตัดสินใจออกเดินทางไปค้นหาคำตอบของชีวิต และรหว่างที่เขาเดินทางไปฮ่องกงเขาก็ได้เขียนหนังสือ เอ็กเตอร์กับการตามหาความสุขที่หายไป ขึ้น


อ็กเตอร์กับการตามหาความสุขที่หายไป เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องราวผ่านตัวละครที่ชื่อ เอ็กเตอร์ ซึ่งในเรื่องเอ็กเตอร์เป็นจิตแพทย์ที่ต้องพบเจอผู้ป่วยเป็นประจำทุกวัน คนเราเมื่อพบเจออะไรมากเข้าๆ ย่อมเิกิดหวั่นไหว เกิดคำถามในใจขึ้นเป็นธรรมดา แม้ว่าตนเองจะเป็นจิตแพทย์ก็ตามที เขาเริ่มไม่แน่ใจในชีวิต ทั้งเรื่องอาชีพการงาน และีชีวิตส่วนตัว ว่าแล้วเขาจึงเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า ออกเดินทางไปรอบโลก โดยหวังว่าจะค้นหาคำตอบให้ได้ว่าอะไรทำให้คนเป็นสุข หรือทุกข์ และหากมีเคล็ดลับที่ทำให้มีความสุข เขาต้องรู้ให้ได้ว่าเคล็ดลับนั้นคืออะไร


เอ็กเตอร์กับการตามหาความสุขที่หายไป ผู้เขียนถ่ีายทอดออกมาได้อย่างน่ารักน่าชัง แฝงไว้ด้วยถ้อยคำเสียดสีเบาๆ ให้ได้อมยิ้มเกือบทั้งเล่ม  นับเป็นหนังสือจิตวิยาที่อ่านสนุกอีกเล่มหนึ่ง


เอ็กเตอร์กับการตามหาความสุขที่หายไป..



ชื่อหนังสือ : เอ็กเตอร์กับการตามหาความสุขที่หายไป

ชื่อผู้แต่ง    : ฟรองซัวร์ เลอลอร์ด

ชื่อผู้แปล   : สุทิษา โรจนอนันต์

สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์อมรินทร์ How to

พิมพ์ล่าสุด : พิมพ์ครั้งที่ 1มี.ค.2555








 

Create Date : 26 มิถุนายน 2555    
Last Update : 26 มิถุนายน 2555 14:40:18 น.
Counter : 1210 Pageviews.  

เข้าใจตัวเองใน 1 นาที Instant Analysis

เข้าใจตัวเองใน 1 นาที Instant Analysis

ทำไมฉันถึงกินทั้งๆ ที่ไม่หิว? ทำไมฉันถึงขี้เกียจ? ทำไมฉันถึงไม่เป็นตัวของตัวเองเสียเลย?

ทำไมฉันถึงรู้สึกโดดเดี่ยวทั้งที่อยู่ท่ามกลางผู้คน? และอีกสารพัดปัญหาค้างคาใจ หนังสือ "เข้าใจตัวเองใน 1 นาที" Instant Analysis มีคำตอบ


"เข้าใจตัวเองใน 1 นาที" ของสำนักพิมพ์วีเลิร์น เป็นผลงานขายดีเล่มล่าสุดของดร.เดวิด เจ.ไลเบอร์แมน ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมมนุษย์ ผู้เขียน "คู่มือสะกดใจคน" อันโด่งดังมาแล้ว "เข้าใจตัวเองใน 1 นาที" เป็นหนังสือจิตวิทยากึ่ง How-to มีเนื้อหาสาระว่าด้วยการวิเคราะห์อารมณ์ความรู้สึกนึกคิดในแบบต่างๆ เอาไว้อย่างน่าสนใจ


และทำไมจะต้องวิเคราะห์ตัวเองด้วย? ก็เพราะว่าบ่อยครั้งคนเราก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันยังไงล่ะท่าน อันนี้เป็นกันทุกผู้คน ไหนใครไม่เคยยกมือขึ้น


คุณลองสำรวจดู คุณเคยมีพฤติกรรมแบบนี้บ้างไหม? แบบที่ว่าไม่เคยเติมน้ำมันรถเต็มถังเล้ย..(ทั้งที่ต้องใช้อยู่ดี) ขับปุเลงไปโน่นมานี่จนน้ำมันเกือบหมดโน่นแหละ ถึงจะแวะเข้าปั๊ม ดร.เดวิด เจ.ไลเบอร์แมน ก็ได้อธิบายว่า ที่คุณมีพฤติกรรมเช่นนี้ บ่งชี้ว่าคุณอาจรู้สึกกลัวและไม่มั่นใจอย่างไร้เหตุผล คุณอาจคิดว่า ถ้ารถของฉันโดนขโมยล่ะ...ถ้ารถฉันเสียล่ะ


แน่นอนว่าเรื่องพวกนี้เกิดขึ้นได้ แต่มีความเป็นไปได้อันน้อยนิด นั่นคือคุณกำลังมีปัญหาในการแยกแยะระหว่างเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้สูง กับเรื่องที่ไม่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น และยังหมกมุ่นกับคำว่า "ถ้า" มากเกินไปอีกด้วย เอาล่ะสิ แก้ยังไงล่ะทีนี้


ดร.เดวิด เจ.ไลเบอร์แมน บอกว่า เรื่องนี้แก้ไม่ยาก แค่อย่าปล่อยให้ความกังวลอย่างไร้เหตุผลมาครอบงำชีวิตเราได้เป็นพอ และช่วยตรวจสอบสถานการณ์ตามความเป็นจริงหน่อย ยิ่งหากคุณเป็นคนขี้ระแวงด้วยแล้ว ก็ควรหาทางป้องกันด้วยวิธีต่างๆ เช่น ถ้ากลัวรถหายก็หาอุปกรณ์กันขโมยมาติดซะก็สิ้นเรื่อง แต่ถ้ายังกังวลอีก นั่นก็มีความเป็นไปได้ว่าลึกๆ ในใจคุณอาจจะคิดว่าตัวเองไม่มีค่าพอจะเป็นเจ้าของรถคันนี้ก็เป็นได้


Instant Analysis


นี่เป็นแค่หนึ่งตัวอย่างในการวิเคราะห์อารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้น ยังมีอารมณ์ความรู้สึกอีกหลายรูปแบบที่ผู้เขียนได้วิเคราะห์ไว้ น่าสนใจทั้งสิ้น เช่น ทำไมฉันจึงยึดติดกับอดีต? ทำไมฉันถึงคิดแต่เรื่องในแง่ลบ? ทำไม ทำไม และทำไม อยากรู้คำตอบต้องไปซื้อมาเองเอาเองนะท่าน


สรุปเบ็ดเสร็จ หนังสือ"เข้าใจตัวเองใน 1 นาที" Instant Analysis นั้น อ่านสนุก ชวนติดตาม ด้วยสำนวนการเขียนที่อ่านง่าย ทำให้เรื่องจิตวิทยากลายเป็นเรื่องบางเบาไปเลย นอกจากนี้ยังมีความตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ค้นพบใหม่ๆ เกี่ยวกับจิตใจตนเอง ที่สำคัญนอกจากจะวิเคราะห์ว่า "อะไรเป็นอะไร"แล้ว ยังช่วยบอกวิธีพัฒนาปรับปรุงตนเอง ("อย่างไร") เข้าไว้ด้วยกัน


"เข้าใจตัวเองใน 1 นาที" Instant Analysis จึงเป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับคนที่อยากจะเข้าใจตัวเอง และอยากจะเข้าใจผู้อื่น ทำไมถึงต้องเข้าใจตัวเองน่ะหรือ? ก็เพื่อให้รู้เท่าทันจิตใจตนเอง จะได้ก่อเกิดสติปัญญาในการรับมือกับอารมณ์ตนนั่นไง เรื่องนี้ต้องอาศัยการฝึกฝน หากมุ่งมั่นแล้ว รับรองว่าคุณจะมีจิตใจที่หนักแน่นมั่นคงขึ้นมากอย่างแน่นอน


Instant Analysis

ชื่อหนังสือ : "เข้าใจตัวเองใน 1 นาที" Instant Analysis

ชื่อผู้แต่ง    : David J.Lieberman

ชื่อผู้แปล   : พูนลาภ อุทัยเลิศอรุณ และวิกันดา พินทุวชิราภรณ์

สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์วีเลิร์น

พิมพ์ล่าสุด : พิมพ์ครั้งที่ 1 ต.ค.2553




 

Create Date : 25 มิถุนายน 2555    
Last Update : 26 มิถุนายน 2555 12:58:00 น.
Counter : 1024 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

แกงสับปะรดของแม่
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในการอ่าน แนะนำหนังสือที่ชอบ หรือจะฝากข้อคิดดีๆ จากหนังสือก็ทำได้ "ใครใคร่อ่าน...อ่าน" ใครใคร่วิจารณ์...ก็เชิญตามอัธยาศัย
Friends' blogs
[Add แกงสับปะรดของแม่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.