"ข้าพเจ้าอ่าน..ราวกับกลัวว่า ความกระหายในการอ่าน จะเหือดหายไปในวินาทีข้างหน้า"
Group Blog
 
All Blogs
 
ศาสดาเบสท์เซลเลอร์ HARUKI MURAKAMI, study book ฮารูกิ มูราคามิ โดย ปราย พันแสง

ศาสดาเบสท์เซลเลอร์ HARUKI MURAKAMI, study book ฮารูกิ มูราคามิ โดย ปราย พันแสง


วันนี้ค้นหาข้อมูลบางอย่าง ก็พลันไปเจอกับข้อมูลของหนังสือ ศาสดาเบสท์เซลเลอร์ HARUKI MURAKAMI, study book ฮารูกิ มูราคามิ โดย ปราย พันแสง เข้าโดยบังเอิญ เกี่ยวกับหนังสือ ศาสดาเบสท์เซลเลอร์ HARUKI MURAKAMI จั่วหัวได้อย่างน่าสนใจ

"เขียนอย่างไรให้ขายดีติดเบสท์เซลเลอร์ทั่วโลก ชำแหละคมความคิดและสไตล์การเขียนของ ฮารูกิ มูราคามิ นักเขียนญี่ปุ่นนอกคอก ที่มีผลงานเขียนและงานแปลมากถึง 40 ภาษา กวาดรางวัลมาแล้วมากมาย แถมติดอันดับขายดีหลายล้านเล่มทั่วโลก ว่ากันว่านี่คือนักเขียนรางวัลโนเบลคนต่อไป............. "

โดยส่วนตัวข้าพเจ้าชื่นชอบความคิด คมเขียนของคุณปราย พันแสง อยู่เป็นทุนเดิม ยิ่งคุณปรายมาเขียนเกี่ยวกับฮารูกิ มูราคามิ ยิ่งเกิดอาการกระสันอยากอ่าน ใครก็พอจะทราบว่าฮารูกิ มูีราคามิ เป็นนักเขียนแนวอาร์ทตัวพ่อ คือ ลอยๆ จับต้องได้ยาก ใครหลุดเข้าประตูไปในมิติของเขาได้นับว่ายอดเยียม ใครที่ได้อ่านงานของเขาแล้วคงมีปฏิกริยาตอบสนองอยู่สองอย่าง คือหนึ่ง อุทานว่า "อะไรของมึงวะ?!" และปิดหนังสือ และเลิกอ่้านไปเลย กับสอง คนที่โดนร่ายมนต์มึนๆ งงๆ ตาลอยๆ เหมือนเสพดมกาว กว่าจะได้สติก็อ่านหนังสือของเขาไปแล้วไม่รู้กี่เล่ม  ลามไปถึงอยากรู้จักตัวตนของเขาด้วย เมื่อนักเขียนที่ชื่นอบมาเขียนถึงนักเขียนลึกลับน่าค้นหา เราจึงไม่มีเหตุผลที่จะไม่อ่านหนังสือ ศาสดาเบสท์เซลเลอร์ HARUKI MURAKAMI เล่มนี้


คุณปราย พันแสง มองว่าวิธีเขียนหนังสือของมูราคามิน่าศึกษาและน่าสนใจมากหลังจากที่คุณปรายได้อ่านหนังสือของมูราคามิไปหลายเล่ม จึงเกิดแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้า ค้นหาที่มา และเบื้องหน้าเบื้องหลังในการเขียนหนังสือของเขา จนกระทั่งได้ไปเจอแง่มุมความคิดอะไรต่างๆ มากมาย จนเกิดเป็นเรื่องหลายตอนจบในนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ จนกลายเป็นพ็อคเก็ตบุ๊ค “ศาสดาเบสท์เซลเลอร์” ในที่สุด คุณปรายกล่าวว่า "จนได้ยังจำได้ตอนนั้น มีผู้อ่านบางคนบอกมาอย่างไม่เกรงใจว่า“เมื่อไหร่จะเลิกเขียนเรื่องนี้เสียที” :)"

[1]หลายคนบอกว่าอ่านงานเขียนของมูราคามิไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ อันที่จริงการอ่านงานเขียนของมูราคามินั้นไม่ใช่การอ่านเพื่อความเข้าใจแต่มันเป็นการอ่านเพื่อ“ประสบการณ์”มากกว่า งานเขียนของมูราคามิ ไม่ได้ปฏิวัติปลี่ยนแปลงเพียงรูปแบบภาษาที่ผู้เขียนใช้เล่าเรื่องราวเท่านั้น แต่มันยังเปลี่ยนแปลงประสบการณ์อ่าน รวมถึงวัฒนธรรมการอ่านในโลกเราไปอย่างสิ้นเชิงด้วย!................... 

ฮารูกิ มูราคามิ เริ่มต้นงานเขียนเมื่ออายุได้ยี่สิบเก้าปี ผลจากการเริ่มต้นคราวนี้ คือนิยายเรื่องแรกของเขาที่ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1979 ที่มีชื่อว่า Hear the Wind Sing “ตอนที่ผมยังเป็นวัยรุ่น ผมเคยคิดว่ามันจะยอดเยี่ยมขนาดไหน ถ้าผมสามารถเขียนนวนิยายเป็นภาษาอังกฤษได้ ผมเคยมีความรู้สึกว่า ผมอาจจะสามารถแสดงความรู้สึกและอารมณ์ต่างๆ ของผมได้ชัดเจน และตรงไปตรงมา มากกว่าการที่เขียนในภาษาญี่ปุ่น แต่ด้วยความที่ผมไม่ค่อยชำนาญในภาษาอังกฤษ มันจึงเป็นไปไม่ได้ ซึ่งผมเสียเวลากับมันไปนานมาก ก่อนที่ผมจะเริ่มเขียนนวนิยายในภาษาญี่ปุ่น และนี่คือเหตุผลว่าทำไมผมจึงเขียนนวนิยายไม่ได้สักเล่มจนเมื่ออายุยี่สิบเก้า ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากว่า ผมต้องคิดสร้างภาษาญี่ปุ่นแนวใหม่ให้กับนวนิยายของผมทั้งหมดด้วยตัวผมเอง ผมไม่อยากไปยืมภาษาเดิมๆ ที่มีอยู่แล้วมาใช้เท่านั้นเอง จากเหตุผลนี้ ผมจึงไม่เหมือนคนอื่น”..................... 

ปัจจุบัน ฮารูกิ มูราคามิ มีผลงานเขียนประเภทเรื่องสั้น,นวนิยาย,สารคดี,บทสัมภาษณ์,และผลงานแปล (มูราคามิมีชื่อเสียงในญี่ปุ่น ในฐานะผู้แปลวรรณกรรมอเมริกันเป็นภาษาญี่ปุ่นจำนวนมาก) มากมายหลายสิบเล่ม ทั้งยังได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ ในโลก มากมายถึง 40 ภาษา ยอดจำหน่ายรวมเป็นล้านๆ หลายล้านเล่ม ทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ก็มีการแปลผลงานนวนิยายของเขาออกมาเป็นภาษาไทยครบทุกเล่ม และเริ่มมีการแปลเรื่องสั้นตามออกมาบ้างแล้ว........................ 

การที่นักเขียนเอเชียตัวเล็กๆ ประสบความสำเร็จอย่างกว้างขวางในระดับโลกขนาดนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน!.................... 

"การเขียนทำให้ผมดิ่งลึกเข้าสู่จิตใต้สำนึกของตัวผมเอง" –การเขียน 

"ผมไม่อยากเป็นพระเจ้าหรอกครับ ผมไม่ได้เป็นนักเขียนที่รู้ไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง ผมเขียนถึงทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้หรอกครับ ผมเขียนได้แต่เรื่องตัวผมเองเท่านั้น" - "ผม" กับพระเจ้า 

"ยิ่งผมเครียดเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งเขียนเรื่องพิลึกกึกกือได้มากขึ้นเท่านั้น" – ความลึกลับ 

"ผมชอบการเดินทาง ถ้าคุณเป็นนักเขียน คุณจะอยู่ที่ไหนก็ได้ ผมกับภรรยาไม่มีลูกด้วยกัน ทำให้เรามีอิสระในการที่จะไปไหนต่อไหนก็ได้ ผมย้ายไปอยู่ในที่ต่างๆ ทุกสองปี" -การเดินทางท่องเที่ยว 

"ผมตื่นตอน 6 โมงเช้า และเข้านอนตอน 4 ทุ่ม วิ่งจ๊อกกิ้งทุกวัน ผมว่ายน้ำ ผมเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ เพราะผมเป็นคนเชื่อในความเป็นจริงและเหตุผล"-เคล็ดลับของนักเขียนอัจฉริยะ 

“ผมไม่ได้ต้องการรถเบนซ์ ไม่อยากได้เสื้อผ้าอาร์มานี่ แต่ “เงิน” สามารถซื้อเวลาให้ผมเอาไว้ทำงานเขียนของผมได้" - ความสำเร็จ 

“การเล่าเรื่องที่ดี มันก็เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นเวลาที่ผมเดินอยู่ตามถนนนั่นแหละครับ ผมรักท้องถนน ผมชอบมองสิ่งต่างๆ รอบตัว บางครั้งได้ยินเสียง บางครั้งได้กลิ่น” -มูราคามิกับถนน [1]

*[1]ที่มาจาก http://freeformbooks.blogspot.com/2008/10/blog-post_1122.html 



ชื่อหนังสือ   :   ศาสดาเบสท์เซลเลอร์ HARUKI MURAKAMI
ชื่อผู้เขียน    :   ปราย พันแสง
สำนักพิมพ์   :  
ฟรีฟอร์มสำนักพิมพ์
พิมพ์เมื่อ      :   พิมพ์ครั้งแรก ตุลาคม 2550



Create Date : 10 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2555 20:25:50 น. 2 comments
Counter : 1016 Pageviews.

 
ทำความรู้จักมุราคามิผ่านหนังสือเล่มนี้มาแล้ว
เราก็ยังทำความเข้าใจตัวหนังสือของมุราคามิไม่ได้อยู่ดี
ก็เลยยังอยู่บนชั้นหนังสืออย่างนั้น ไม่ได้อ่านซะที


โดย: นัทธ์ วันที่: 11 พฤศจิกายน 2555 เวลา:8:32:42 น.  

 
ซื้อเล่มนี้มาอ่าน ก่อนจะซื้องานของมูราคามิมาอ่านซะอีกค่ะ

แต่ยังอ่านงานมูราคามิไม่รู้เรื่องอยู่ดีค่ะ


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 11 พฤศจิกายน 2555 เวลา:11:16:41 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

แกงสับปะรดของแม่
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในการอ่าน แนะนำหนังสือที่ชอบ หรือจะฝากข้อคิดดีๆ จากหนังสือก็ทำได้ "ใครใคร่อ่าน...อ่าน" ใครใคร่วิจารณ์...ก็เชิญตามอัธยาศัย
Friends' blogs
[Add แกงสับปะรดของแม่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.