นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
Group Blog
 
All blogs
 

คัมภีร์ที่ชาวพุทธควรอ่าน เพิ่มเติมได้แก่อะไรบ้าง?

นอกจาก พระไตรปิฎกและอรรถกถาแล้ว
คัมภีร์เถรวาทที่น่าสนใจ ที่ชาวพุทธน่าจะได้อ่านเพิ่มเติมกัน
ก็มีดังนี้นะครับ


๑. อภิธัมมัตถสังคหะ
(เป็นการปูพื้นอภิธรรม ก่อนจะไปศึกษาอภิธรรมปิฏก ท่านเรียกคัมภีร์นี้ว่า คัมภีร์อภิธรรมนิ้วก้อย)
link1
link2
link3


๒. วิสุทธิมรรค
(เป็นการย่อคำสอนที่เป็นศีล สมาธิ ปัญญา จากพระไตรปิฎกอรรถกถา มาอยู่ในคัมภีร์นี้)
link1



๓. มิลินทปัญหา
(เป็นการ ถาม ตอบ ของพระนาคเสนและพระยามิลินทร์
ผู้ถามมีปัญญาตั้งคำถามประดุจลูกคลื่นในแม่น้ำที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ส่วนผู้ตอบก็มีปัญญาประดุจฝั่งแม่น้ำที่ทำให้ลูกคลื่นแตกสลายไปได้หมด)
link1
link2
link3



นอกจากนี้ มีคัมภีร์ เถรวาท ที่น่าสนใจอีกมาก เช่น

เนตติปกรณ์ (รจนาโดยพระมหากัจจายนะ ในครั้งพุทธกาล)
จักรวาฬทีปนี
โลกทีปกสาร
อนาคตวงศ์
ฯลฯ

(จะมา update อีกทีเรื่อยๆครับ)




 

Create Date : 10 เมษายน 2554    
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2555 22:55:52 น.
Counter : 477 Pageviews.  

ความสำคัญของ อรรถกถา (๑)

พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า
พวกเธอควรสนใจทั้งในการศึกษาพุทธพจน์พร้อมทั้งอรรถกถา ดังที่แสดงว่า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุปัชฌายะพึงสงเคราะห์ อนุเคราะห์
สัทธิวิหาริก ด้วยสอนบาลีและอรรถกถา ด้วยให้โอวาทและอนุศาสนี.
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=4&A=1679&Z=1776

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย อีกประการหนึ่ง กุลบุตรผู้เคยเป็นอัญญเดียรถีย์
เป็นผู้สนใจในการเรียนบาลี ในการเรียนอรรถกถา
ในอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา แม้เช่นนี้ ก็ชื่อว่า
เป็นผู้ปฏิบัติให้สงฆ์ยินดี"
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=4&A=2764&Z=2875

--------------------------------------------------

คำว่า "การเรียนบาลี" ในบทนี้ มาจากคำว่า "อุเทศ" ได้แก่ พระพุทธพจน์
คำว่า "การเรียนอรรถกถา" นี้ มาจากคำว่า "ปริปุจฉา" เช่น การให้อรรถธิบายต่างๆ
เพื่ออธิบายขยายความ พระบาลีหรือพระพุทธพจน์ ที่มี อรรถะอันลึก

ปริปุจฉา หรือ อรรถกถา ในที่นี้อาจจะแบ่งออกเป็น ๔ อย่าง ได้แก่


1. "ปริปุจฉา" ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงเอง (เรียก "พุทฺธสํวณฺณิตอฏฺฐกถา")
ตัวอย่าง http://84000.org/tipitaka/read/?1/32-37
ดูที่ข้อ ๓๓ ถึง ๓๗ ซึ่งเป็นการให้ อรรถาธิบาย ด้วยพระองค์เอง
เป็นการอธิบายถึง "อุเทศ" ที่พระองค์ทรงตรัสไว้ในบทก่อน


2. "ปริปุจฉา" ที่พระมหาเถระทั้งหลาย มีพระสารีบุตร พระมหากัสสปปะ พระกัจจายนะเป็นต้น
อธิบายไว้ (เรียก "อนุพุทฺธสํวณฺณิตอฏฺฐกถา")
เช่น ในขุททกนิกาย มหานิทเทส, จูฬนิทเทส
http://84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=29&A=0&Z=486
พระสารีบุตรได้ยกพระพุทธพจน์ขึ้นตั้งแล้ว ได้ให้อรรถาธิบายต่อไปเป็นลำดับ

นอกจากนี้ พระมหากัสสัปปะ พระอุบาลี พระอานนท์ ภายหลังจากปฐมสังคายนาเสร็จสิ้น
ท่านก็ได้สังคายนาปกิณกเทศนา อันเป็นคำอธิบายขยายความพระไตรปิฎกนั้น ต่อ
โดยเรียกว่า “มหาอรรถกถา” ซึ่งสืบทอดกันมาด้วย "มุขปาฐะ" คือ การทรงจำด้วยปากเปล่า
จากเหล่าพระอรหันต์ปฏิสัมภิทาทั้งหลาย
ตัวอย่างเช่น คัมภีร์ อัฏฐสาลินีอรรถกถา ที่อธิบายขยายความ พระอภิธรรมปิฎก
คัมภีร์แรกนี้ พระมหากัสสปะ ได้เป็นผู้ร้อยกรองก่อนแต่ครั้งนั้น พระอรรถกถาจารย์
ในภายหลังก็ได้ใช้เป็นแนวในการร้อยกรองสืบต่อมา


3. อรรถกถาที่พระสาวกทั้งหลายทรงจำจาก ข้อ1 และ ข้อ2
และสั่งสอนสืบต่อกันและได้รับการรวบรวมผ่านการสังคายนา 3 ครั้ง
แล้วพระมหินทเถระนำพระไตรปิฎกรวมทั้งอรรถกถา
ไปสั่งสอนที่เกาะสิงหล (เรียก "โปราณอรรถกถา")


4. อรรถกถาที่พระพุทธโฆสาจารย์ลงไปแปลจากอรรถกถา
ภาษาสิงหลกลับเป็นภาษามคธ ซึ่งได้รับนำสืบต่อมาถึงปัจจุบัน
และเป็นอรรถกถาส่วนใหญ่ที่เราได้ศึกษากันอยู่ (เรียก "อภินวอรรถกถา")
(หรือ เรียก “สังคหัฏฐกถา” อรรถาธิบายประมวลความ)


--------------------------------------------------------
ตัวอย่างนึงที่เห็นได้ง่ายที่สุดของความสำคัญของอรรถกถาก็ได้แก่

ชาดกต่างๆ เช่น
ชาดก พระเวสสันดร
http://84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=28&A=6511
อรรถกถา ชาดก พระเวสสันดร
http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=28&i=1045

ถ้าเราตัดอรรถกถาทิ้งแล้ว ผู้ที่อ่านครั้งแรก จะไม่มีทางรู้เรื่องเลย
ว่าแต่ละคาถานี้ใครเป็นผู้กล่าว

--------------------------------------------------------

อีกอย่าง อรรถกถา คือ คำอธิบายขยายความนั้นจะมีขึ้นก็แต่ในช่วง พันปีแรก
ซึ่งศาสนายังตั้งมั่นอยู่ด้วยอำนาจของพระอรหันต์ปฏิสัมภิทาทั้งหลาย

--------------------------------------------------------

พระสัทธัมโชติกะ ผู้ก่อตั้ง อภิธรรมโชติกวิทยาลัย
อันเป็นศูนย์กลางการศึกษาพระอภิธรรมในประเทศไทยขณะนี้
ท่านได้เคยอธิบายไว้ว่า

เมื่อจะทำการค้นคว้าหาความรู้ธรรมะในพระพุทธศาสนาให้กว้างขวางอย่างถูกต้องได้นั้น
จะศึกษาความรู้เฉพาะแต่ในบาลี(อุเทศ)อย่างเดียวนั้น ไม่มีทางที่จะได้รับความรู้อย่างกว้างขวางถูกต้องได้
จำเป็นจะต้องทำการศึกษาพระไตรปิฎกที่เป็นอรรถกถาและฎีกา
พร้อมกับได้ฟังคำอธิบายจากอาจารย์ที่มีวิทยฐานะโดยถูกต้อง
จึงจะช่วยทำให้มีความรู้ที่ถูกต้องอย่างกว้างขวางได้

ที่เป็นดังนี้ก็เพราะว่าพระบาลีนั้นแสดงแต่หลักสำคัญๆ
ท่านอรรถกถาจารย์ก็ช่วยแสดงข้อธรรมที่ลึกซึ้งที่ยังมิได้ขยายนั้น
ทำให้แจ่มกระจ่างพร้อมกับชี้แจงแนะนำอีกด้วย
ท่านฎีกาจารย์ก็อธิบายขยายความในพระอรรถกถาที่ยังไม่แจ่มแจ้ง
ให้แจ่มแจ้งชัดเจนกว้างขวางยิ่งต่อไปอีก

อนึ่งท่านอรรถกถาจารย์และฎีกาจารย์ทั้งสองพวกนี้
เมื่อจะว่ากันในด้านวิทยฐานะก็ดี
ในด้านความประพฤติและนิสัยใจคอก็ดี
หาใช่เหมือนกันกับพวกเราในทุกวันนี้ไม่
กล่าวคือ เป็นผู้มีความรู้อย่างแตกฉานใน
พระวินัย พระสูตร พระอภิธรรม และบาลีไวยากรณ์
ความประพฤติทางกาย วาจา ก็ตั้งอยู่ในสิกขาบทอย่างเคร่งครัด
เป็นสุปปฏิปันนะ อุชุปฎิปันนะ ญายปฎิปันนะ สามีจิปปฎิปันนะ
เป็นที่น่าเคารพ น่านับถือ น่าเลื่อมใส น่าเชื่อถือในพุทธศาสนิกชนทั้งหลายทั่วไป
จิตใจก็สูงไม่อยู่ใต้อำนาจ ตัณหา มานะ ทิฏฐิ อิสสา มัจฉริยะแต่ประการใด
ทั้งนี้ก็เพราะว่าบางท่านก็เป็นพระอริยะบางท่านก็เป็นทั้งพระอริยะและฌานลาภี อภิญญาลาภี
สำหรับบางท่านแม้ว่าจะมิใช่เป็นพระอริยะและมิใช่เป็นฌานลาภี อภิญญาลาภีก็จริง
แต่จิตใจนั้นคงตั้งอยู่ในเรื่องศีล สมาธิ ปัญญา ที่เป็นฝ่ายปริยัติอย่างเดียว มิได้แลเหลียว
ถึงเรื่องทางโลกและกามคุณอารมณ์แต่ประการใด ดังนั้น ปกรณ์พระอรรถกถาและฎีกา
จึงมีเนื้อความที่ประกอบไปด้วยสิ่งที่น่าเชื่อ น่าเลื่อมใส ความรู้ควรศึกษาเป็นอย่างยิ่ง
ไม่มีข้อความที่จะต้องแก้ไขเท่าใดนัก คล้ายๆกับจะไม่มีเสียเลยก็ว่าได้




 

Create Date : 10 เมษายน 2554    
Last Update : 25 สิงหาคม 2554 16:11:54 น.
Counter : 753 Pageviews.  


ชาวมหาวิหาร
Location :
Germany

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




Thepathofpurity.com
Friends' blogs
[Add ชาวมหาวิหาร's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.