Thenok @ P-Kong Club
Group Blog
 
All blogs
 

รักนี้สี ส้มเขียว # 2 "หวั่นไหว"

รักนี้สี ส้มเขียว # 2 Smiley "หวั่นไหว"





.
.
.
“เป็นไงมั่งว-ะ นะ วันนี้ ดีขึ้นไม๊” ผมถามขณะเปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นไอ่นะนั่งทำหน้าเซ็งๆ อยู่บนเตียงคนไข้
“แย่ว่-ะ”
“ทำไมว-ะ แค่วันนี้อ้ายแม็คมันมาไม่ได้นี่ เอ็-งแย่ขนาดนี้เลยเหรอว-ะ”
“เออสิวะ แอร๊ยยย อารัยของเอ็งงง...” “ข้าคิดถึงก้องเค้าเว้ยยย”
“อ้าวทำไมล่ะ น้องก้องเค้าไปไหนล่ะ ก้อเค้าเป็นนักกายภาพฯ ประจำตัวเอ็-งไม่ใช่เหรอ” ผมพูดไป ใจก็กระตุก...
...วันนี้ผมจะไม่ได้เจอคนหน้าหวานเหรอเนี่ย
“เออว่-ะ วันนี้น้องเค้ามีเครสพิเศษข้างนอกทั้งวัน เฮ้อออ”
“อ้าว แล้วเอ็-งล่ะ เอ็-งต้องทำกายภาพฯ ทุกวันไม่ใช่เหรอ แล้วเค้าก้อเป็นนักกายภาพประจำตัวเอ็-งด้วยนี่ จะทิ้งไปเฉยๆ ได้ไง”
“ก้องเค้าก้อไม่ได้ทิ้งไปเฉยๆ เค้ามาบอกข้าแล้ว แล้ววันนี้ข้าก้อต้องไปทำกับนักกายภาพอีกคน ทำไงได้เจอลูกอ้อนของเค้า ข้าก็อ่อนไม่เป็นท่าแล้วว่-ะ”
“อ่อ...เข้าใจแล้ว”
“ไม่ต้องมาทำหน้าล้อเลียนข้าเลย เอ็-งไม่เป็นข้า เอ็-งไม่รู้หรอกว่าข้ารู้สึกอย่างไง”
“ทำไมข้าจะไม่เข้าใจ...” ขนาดแค่มาเยี่ยม ไม่เจอ ยังรู้สึกผิดหวังยังไงชอบกล ใจมันแกว่งๆ ยังไงก็ไม่รู้ ประโยคหลังนี่ผมแค่คิด...แต่ไม่ได้พูดออกไป
“อะไรนะ เอ็-งบอกว่า เอ็-งเข้าใจเหรอ ข้าได้ยินไม่ถนัด”
“เออ ข้าเข้าใจ...แต่ไม่ต้องถามอะไรหรอก ข้าเข้าใจเอ็-งก็แล้วกัน”
“อืมมม ขอบใจก็แล้วกันว่ะ”
.
.
.
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าในความรู้สึกของผม ผมใช้เวลาอยู่เป็นเพื่อนไอ่นะทั้งวัน เพราะวันนี้ไอ่แม็คต้องไปสนามแข่ง
ผมพาไอ่นะไปทำกายภาพฯ นั่งดูมันทำกายภาพฯ ก็เพลินดี แต่ก็ยังรู้สึกเบื่อ ทั้งๆ ที่นักกายภาพคนที่มาทำแทนน้องก้องของไอ่นะ ก็เป็นผู้ชาย
แถมผมยังดูออกด้วยว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายทั้งแท่ง ผมว่าไอ่นะมันก็ดูออกนะ ผมว่ามันเกร็งๆ และระวังตัวยังไงก็ไม่รู้
ทั้งๆ ที่น้องคนนี้ เค้าดูออกจะอ่อนหวาน และแสดงออกว่าชอบๆ ไอ่นะ...ก็ไม่เชิง
แต่...เขายิ้มหวานไปไม๊ สายตาที่มองไอ่นะมันอ่อนโยนอย่างบอกไม่ถูก

ผมดูไปก็คิดถึงหน้าของใครอีกคนไปด้วย คนนั้นน่ะ ไม่ต้องทำหน้าหวาน ไม่ต้องยิ้มหวาน ก็ยังดูหวานได้นะ
เค้าไม่ได้แสดงออกว่าเค้าไม่ใช่ผู้ชายเลย แต่ไอ้ผู้ชายอย่างเราๆ นี่แหละ ไปคิดซะได้ว่าน้องเค้าหวาน น้องเค้าน่ารัก
เฮ้อ เค้าจะรู้ตัวหรือเปล่าผมก็ยังไม่แน่ใจ ไอ่นะมันก็ไม่แน่ใจ ส่วนคนนี้...เมื่อกี้แนะนำตัวว่าชื่ออะไรนะ เฮ้อ ดันลืมซะได้ เอาไว้เดี๋ยวค่อยถามไอ่นะใหม่ละกัน
จะว่าไปน้องเขาก็หน้าตาน่ารักดี แถมปากนั่น ยังมีลอยลิปกลอสมันๆ วาวๆ และแก้มก็แดงๆ เรื่อๆ อย่างดูออกว่าเขาปัดแก้มอย่างที่สาวๆ เขาปัดกันน่ะ แล้วอย่างนี้จะดูไม่ออกได้ยังไงว่าน้องเขาไม่ใช่
แต่กับอีกคน คนนั้นหน้าใสวิ้ง ไม่ได้ทำอะไรเลยมั้ง อย่างมากผมว่าก็คงเป็นแค่แป้งฝุ่นธรรมดา
โอยยย ผมว่าผมจะฟุ้งซ่านไปแล้ว นี่ผมจะมานั่งเปรียบเทียบเอาอะไร ผมชักจะสนใจคนหน้าใสมากไปแล้ว

พอเถอะ เพราะหน้าที่นี้มันเป็นของไอ่นะ ไม่ใช่ของผมซักหน่อย เฮ้ออออ
.
.
.
“ไงว-ะ ไอ่พี เบื่อไม๊ อยู่กับข้าทั้งวัน ที่จริงก็ไม่มีอะไรแล้ว เอ็งกลับไปพักผ่อนเถอะ”
“เออว่-ะ ข้าขอกลับไปเตรียมตัวหน่อย คืนนี้ข้ามีนัดกินข้าวกับลูกค้าด้วยว่-ะ ไม่ค่อยอยากไป แต่พี่ข้าไม่อยู่ก็เลยต้องไปแทน”
“อ้าวเหรอ เออๆ ไปเหอะ ขอบใจนะเอ็ง แล้วเจอกัน”
“เออ พรุ่งนี้เจอกัน”
.
.
.

ผมมาถึงร้านอาหารก่อนเวลานัดเกือบ 2 ชั่วโมง
เพราะว่าผมรู้สึกเบื่อๆ อยากมานั่งฟังเพลงให้อารมณ์เย็นๆ ลงหน่อย วันนี้ทั้งวัน ผมฟุ้งซ่านยังไงก็ไม่รู้ เดี๋ยวจะคุยกับลูกค้าไม่รู้เรื่อง
ที่จริงก็ไม่มีอะไรหรอก เรื่องงานพี่ผมเขาจัดการเรียบร้อยไปแล้ว เพียงแต่ลูกค้าคนนี้เขาอยากอยู่เที่ยวต่อก่อนที่จะบินกลับก็เท่านั้นเอง
วันนี้ผมก็เลยต้องมานั่งกินข้าว หรือถ้าเขาอยากจะไปไหนต่อ ผมก็ต้องพาเขาไปตามใจเขาน่ะ
ส่วนร้านนี้ เลขาของพี่ชายผมเขาเป็นคนจองให้ ผมเองก็จำได้ว่าเคยมาที่นี่หลายครั้ง ช่วงที่กลับมาเที่ยวเมืองไทยครั้งก่อนๆ
แต่ตั้งแต่กลับมาครั้งนี้ก็ยังไม่เคยมาเลย ไม่รู้เปลี่ยนแปลงไปยังไงมั่ง
จำได้ว่าตอนมาครั้งก่อนๆ ผมประทับใจบรรยากาศไม่ใช่น้อย ผมชอบที่ร้านดูเงียบๆ รอบๆ ร้านมีแต่ต้นไม้ มีโต๊ะให้นั่งทั้งข้างนอก และข้างใน มีเพลงฟังเบาๆ ทั้งเปิดแผ่น และเป็นวงเล่นสด เพลงที่เล่นก็จะเข้ากับบรรยากาศ เป็นเพลงสากลบ้าง เพลงไทยบ้าง ตั้งแต่คนเล่นกีตาร์ร้องเพลงคนเดียว ไปจนถึงเป็นวงตอนดึกๆ ก็คึกคักไม่น้อย
คิดได้ยังงี้ ผมเลยรีบมาก่อนแต่หัววัน เพื่อระลึกความหลังซะหน่อย เห็นคุณเลขาเขาบอกว่าร้านนี้เปิดตั้งแต่ 11 โมง ยาวจนถึงเที่ยงคืนเลยทีเดียว นี่ก็ยังไม่หกโมงเย็นเลย หวังว่าบรรยากาศคงจะชิวๆ นะ
.

โต๊ะที่เลขาพี่ผมจองไว้ให้ โอเคเลยทีเดียว อยู่ด้านนอกตรงระเบียงที่มีต้นไม้ แต่ด้านขวาก็ติดกับหน้าต่าง กระจกที่เปิดออกเพื่อให้เราสามารถได้ยินเสียงเพลง และมุมนั้นก็เห็นเวทีชัดเจน มีแค่หน้าต่าง และโต๊ะ ที่อยู่ด้านในอีกโต๊ะ เป็นตัวคั่นเท่านั้น ซึ่งตั้งแต่ผมเข้ามาก็ยังไม่มีใครมานั่งโต๊ะตัวนั้น อาจเป็นเพราะมันใกล้เวทีมากเกินไปหรือเปล่า

ผมสั่งอาหารเบาๆ พร้อมกับกาแฟแก้วโต ก็นะ คืนนี้คงจะอีกยาวไกล ถ้าให้ผมดื่มแอลกอฮอล์แต่หัววัน ต่อให้ผมคอแข็งแค่ไหน ก้อคงไม่ไหวเหมือนกัน เพราะผมเองก็ต้องเทคแคร์ลูกค้าซะด้วย คงต้องเตรียมตัวให้พร้อมไว้ก่อน
เพลงในร้านเปลี่ยนจากที่เปิดแผ่น เป็นนักดนตรีเล่นกีตาร์และร้องสด สไตล์อะคูสติก

เอ๊ะ คนนี้ผมจำได้ ผมชอบที่เขาเล่นกีตาร์และร้องเพลงได้ถูกใจผมมาก ผมจำได้ว่าผมเรียกเขามาคุยที่โต๊ะด้วยทุกครั้ง
ผมขอเพลงอะไรเขาก็เล่นได้ เขาเทพมาก ขนาดผมขอเพลงที่ไม่น่ามีใครรู้จักเขาก็ยังเล่นได้ ใช่ๆๆ ผมจำเขาได้ มีครั้งนึงผมยังเคยขึ้นไปร้องเพลงแจมกับเขาเลย ผมรู้สึกเหมือนเขาเป็นเพื่อนคนหนึ่งเลยล่ะ
ใช่ๆ วันสุดท้ายที่ผมมาแล้วผมบอกเขาว่าผมจะไปอยู่เมืองนอก วันนั้นเขายังร้องเพลงให้ผมตั้งหลายเพลง
...ไม่คิดว่าหลายปีแล้ว เขาจะยังร้องเพลงอยู่ที่นี่อีก
ซา...ใช่ เขาชื่อซา ถึงตรงนี้ผมจำได้เพราะผมมักจะแซวชื่อเขาว่าซาอะไร ซาหริ่มหรือเปล่า
เขาก็บอกว่าไม่ใช่ ซาเฉยๆ เหมือนกับว่า ฝนซา อะไรทำนองเนี้ย ผมก็เลยบอกไปว่า ซาหริ่มแหละเหมาะแล้ว แล้วเราก็พากันหัวเราะ
อะใช่...นี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมชอบร้านนี้มาก มันเป็นความทรงจำดีๆ ที่ผมเกือบจะลืมไปซะแล้ว


.
.
.
เฝ้าคิดถึงเธอ
ไม่รู้ว่าจะเจอเมื่อไหร่
เป็นคำถามที่ค้างคาใจ
ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอ

เธอคงไม่รู้จะทำอย่างไรก็ไม่รู้
ว่ามีฉันนั้นคอยห่วงใย
แต่จะยากเย็นเพียงไร
จะอีกนานซักเท่าไร
อยากให้เธอรู้และให้เธอเข้าใจ

……………..
เลยมีแค่คำถามโง่ๆ ปิดบังเรื่องที่ซ่อนในใจ
ไม่ได้ลึก ไม่ได้ซึ้ง ไม่ได้สมความคิดถึงที่เก็บไว้

สบายดีไหม จะไปทางไหน เดินมายังไง มากับใครหรือเปล่า
อยากจะพูดคุยกับเธอให้นานที่สุด แต่ก็ไม่มีเรื่องที่จะพูดคุยได้ยาว
พยายามคิด คิดสักเท่าไร ก็วนกลับไปได้แค่คำถามเก่า
ก็ความรัก ความคิดถึงที่ลึกซึ้ง ถูกเปิดเผยจากใจเขา

…………………

ทั้งทีฉันก็รัก ทั้งที่ฉันก็รู้สึก
แต่ส่วนลึกข้างในยังไม่กล้า

ทุกครั้งที่เราพบกัน ทุกครั้งที่เธอหันมา
ที่ฉันเฉยๆ รู้มั้ยฉันฝืนแค่ไหน

ได้ยินไหม หัวใจฉัน มันกำลังบอกรัก รักเธออยู่
แต่ฉันไม่อาจ จะเปิดเผยใจออกไป ให้ใครได้รู้
ได้ยินไหม หัวใจฉัน ยังคอยอยู่ตรงนั้น รอให้เธอเปิดดู
หวังเพียงแค่เธอรู้ สักวันหนึ่ง...

............................


นั่นไง...เมดเลย์ บอย โกสิยพงษ์ ผมว่าเขาคงจะเห็นผมแล้วล่ะ ถึงจัดเต็มเพลงที่ผมชอบมาขนาดนี้
และจะไม่มีเพลงนี้ได้ยังไง เพลงที่ผมใช้เป็นเสียงรอสาย และริงโทนนั่นเอง นั่นไงว่าแล้ว

มองปฏิทินที่เปลี่ยนเข้ามาใหม่ มองคนรักเขาเดินเคียงใกล้
ฉันคงได้แต่มอง อยู่ตรงนี้

ใครสักคนที่เกิดมาเพื่อผูกพัน ใครที่เกิดมาคู่กับฉัน
ใครคือคนนั้นช่วยมา บอกฉันที
ให้ใจที่หวั่นไหวได้พึ่งพิงซักที่ ให้รู้ว่าซักวันฉันจะเจอคนๆนี้
และใครที่รอคนนี้ มีจริงใช่ไหม

ใครสักคนที่เกิดมาเพื่อผูกพัน ใครที่เกิดมาคู่กับฉัน
ใครคือคนนั้นช่วยมา บอกฉันที
ให้ใจที่หวั่นไหวได้พึ่งพิงซักที่ ให้รู้ว่าซักวันฉันจะเจอคนๆนี้
และใครที่รอคนนี้ มีจริงใช่ไหม

และใครที่รอตอนนี้ เขาอยู่ที่ไหน…….

-------------

ใครสักคนที่เกิดมาเพื่อผูกพัน ใครที่เกิดมาคู่กับฉัน~
ใครคือคนนั้นช่วยมา ~บอกฉันที ให้ใจที่หวั่นไหวได้พึ่งพิงซักที่~
ให้รู้ว่าซักวันฉันจะเจอคนๆนี้~ และใครที่รอคนนี้ มีจริงใช่ไหม ~
~ใคร...สักคนที่ ~

“ฮัลโล...พีพูดครับ” เฮ้อตกใจหมด เสียงโทรศัพท์เข้ามาตอนซากำลังร้องเพลงนี้พอดี
“เอ่อ ครับ เหรอครับ ตามสบายครับ ไม่เป็นไรครับ ครับๆ ไม่เป็นไรครับ ไว้โอกาสหน้าก็ได้ครับ ครับๆ ขอให้สนุกนะครับ สวัสดีครับ”
เอาละสิ ลูกค้าเบี้ยวนัดผมซะงั้น...อืมมม แต่ก็ดีเหมือนกัน วันนี้ผมจะได้ลัลล้าได้เต็มที่หน่อย ไหนๆ ก็มาเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันซะนาน ต้องรื้อฟื้นความหลังกันซะหน่อยแล้ว
“น้อง....เครื่องดื่มที่สั่งไว้ ยกมาได้เลยยยย”

.
.
.
โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โน โน .. โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โน โน .. โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โน โน .. โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โน โน .. โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โน โน

เอ๊ะ! เพลงนี้ ซาร้องเพลงแบบนี้ด้วยเหรอ ไม่นี่ ไม่ใช่เสียงของนายซา เอ๊ะใครกัน อ้าวนี่มันเป็นวงตั้งแต่เมื่อไหร่
ผมนั่งกรึบเพลินจน ไม่ได้สังเกตเลยว่ามีมือกลอง มือเบส และมือกีตาร์อีกตัวขึ้นไปแจมกับซา และนั่นนักร้องอีกคน
ใครกันนะหน้าคุ้นๆ ผมชอบเพลงนี้จัง ถ้าลุกขึ้นเต้นจะผิดไม๊เนี่ย ชักเสียดาย นี่ถ้าไอ่แม็คมาด้วยผมคงไม่ต้องแคร์อะไร ฮ่ะๆ
เพราะรายนั้น มีแต่จะดึงให้ผมลุกขึ้นไปเย้วด้วย โดยไม่แคร์ใครจะมองทั้งนั้น มันบอกว่าเราหล่อ ไม่ต้องไปแคร์ เออ เอากะมัน

..


รู้ก็ทั้งรู้ว่าเธอเป็นใคร และฉันก็ไม่คิดจะปีนขึ้นไป
คงไม่มีทางจะเป็นไปได้ ก็เรานั้นมันต่างกัน
ทำได้แค่เพียงเจียมตัวมันไป วัน วัน ฉันเข้าใจ
.
แต่ฉันก็ไม่รู้เพราะความบังเอิญ
หรืออันที่จริงฉันนั้นจงใจ
เวลาที่เธอมายืนใกล้ ใกล้ ก็ยังเผลอไปสบตา
รู้ก็ทั้งรู้ว่าคงไม่มีปัญญา คงไม่มีหวัง ไม่อยากจะเหลียวมอง
ฉันคอยบอกตัวเอง แต่ยังทำไม่ได้

ไม่อยากจะสนใจ รู้ว่าไม่มีทาง แต่ก็ไม่รู้ต้องทำอย่างไร
อดใจไม่ไหวเมื่อได้พบหน้า ยิ่งเธอส่งยิ้มคืนมายังหวั่นไหว
ยังเป็นอย่างนี้อยู่ทุกวัน ฉันต้องคอยหักห้ามใจ
อดใจไม่ไหวทุกทีที่เจอ เพียงแค่แอบเผลอมองตา
จะผิดไหม เก็บเอาไปฝันอยู่ทุกคืน ฉันต้องทำตัวเช่นไร ช่วยบอกได้ไหมเธอ

“โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โน โน .. โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โน โน .. โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โน โน .. โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โน โน.. โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โน โน”
“อดใจไม่ไหวเมื่อได้พบหน้า”
“ยิ่งเธอส่งยิ้มคืนมายังหวั่นไหว ววววว”


ผมแหกปากร้องไปกับนักร้องหน้ามน หน้ามน ฮ้า..า ผม ผมรู้แล้ว ผมนึกออกแล้ว ว ว
ว่าผมเคยเห็นเค้าที่ไหน
“ก้องงงงงงงงง” ผมเผลอตะโกนออกไป

นักร้องหนุ่มหน้ามลคนนั้นหันมาแล้ว ยิ้มมมมม ให้ผม นั่นคือคำตอบใช่ไหม แสดงว่าผมจำคนไม่ผิดใช่ไม๊ ผมไม่ได้เพ้อไปเองใช่ไม๊
นั่นมัน น้องก้อง นักกายภาพบำบัดหนุ่มหน้าหวาน ของไอ่นะ คนที่ผมเจอเมื่อวาน จนกระทั่งวันนี้ผมยังมีแต่หน้าน้องเค้าวนเวียนอยู่ในหัว
ผม...ตาฝาด หรือเพ้อไป หรือว่าผมจะเมาซะแล้ว

ขาไวกว่าใจคิด....ตอนนี้ผมมายืนอยู่หน้าเวทีเรียบร้อย

ไม่อยากจะเหลียวมอง…

ฉันคอยบอกตัวเอง แต่ยังทำไม่ได้
ไม่อยากจะสนใจ รู้ว่าไม่มีทาง แต่ก็ไม่รู้ต้องทำอย่างไร

อดใจไม่ไหวเมื่อได้พบหน้า ยิ่งเธอส่งยิ้มคืนมายังหวั่นไหว
ยังเป็นอย่างนี้อยู่ทุกวัน ฉันต้องคอยหักห้ามใจ
(มันยังอดใจไม่ได้ มันยังห้ามใจไม่ได้)

อดใจไม่ไหวทุกทีที่เจอ
เพียงแค่แอบเผลอมองตา จะผิดไหม เก็บเอาไปฝันอยู่ทุกคืน
ฉันต้องทำตัวเช่นไร ช่วยบอกได้ไหมเธอ
โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โน โน.. โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โน โน .. โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โน โน .. โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โน โน .. โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โน โน..
โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โน โน.. โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โน โน .. โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โน โน .. โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โน โน .. โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โน โน


ผม ไม่ได้ฝันไป...



Free TextEditor




 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2554 1:24:34 น.
Counter : 331 Pageviews.  

รักนี้สี ส้มเขียว # 1 "ใคร"

รักนี้สี ส้มเขียว # 1 Smiley "ใคร"




ผม...เหงาจัง
วันนี้จะไปไหนดีนะ
สนามแข่งเหรอ เบื่อแฮะ ทำไมรู้สึกเบื่ออย่างนี้นะ
ตั้งแต่กลับมา ผมก็ไปแต่สนามแข่ง และจบลงด้วยปาร์ตี้ทุกคืน
เฮ้อ... มีอะไรที่น่าทำมากกว่านี้อีกไม๊นะ อะไรก็ได้ที่ทำให้ผมรู้สึกมีชีวิตชีวากว่านี้หน่อย
ผมไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย เพราะเหมือนมันกำลังจะบอกผมกลายๆ ว่าผมมันขี้แพ้ ผมไม่สามารถเอาชนะความรู้สึกนี้ได้
แม้ผมจะอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูง หรือมีกิจกรรมที่ให้ทำแทบทุกวัน ผมคิดว่าความรู้สึกแบบนี้มันจะหายเมื่อผมกลับมาเมืองไทย
แต่ไม่ใช่...ทำไมนะ ผมยังต้องการอะไร หรืออาจจะเป็นใครบางคน อย่างที่พวกเพื่อนๆ ผมมันบอก แต่คนๆ นั้นจะเป็นใครล่ะ
คนๆ นั้น จะหน้าตาแบบไหน เป็นคนยังไง และผมจะเจอเขาเมื่อไหร่...ในเมื่อผมเองก็เคยมีแฟนมาแล้วหลายคน
แต่ผมรู้ดีว่าพวกเธอไม่ใช่ใครคนนั้น...คนที่ผมกำลังรอที่จะได้พบ ใครคนที่จะมาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป
คนที่จะทำให้ผมไม่ต้องมีความรู้สึกแบบนี้อีก...

ใครคนนั้น...
ผมจะเจอเค้าเมื่อไหร่กันนะ...

.
.
.


ใครสักคนที่เกิดมาเพื่อผูกพัน ใครที่เกิดมาคู่กับฉัน~
ใครคือคนนั้นช่วยมา ~บอกฉันที ให้ใจที่หวั่นไหวได้พึ่งพิงซักที่~
ให้รู้ว่าซักวันฉันจะเจอคนๆนี้~ และใครที่รอคนนี้ มีจริงใช่ไหม ~
~ใคร...สักคนที่
~

“ฮัลโหล พีพูดครับ”

“อะไรนะแม็ค ไอ่นะน่ะเหรอ ได้ๆ จะไปเดี๋ยวนี้ โรง’บาลอะไรนะ อืมม โอเค โอเค”

เออไปโรง’บาลเปลี่ยนบรรยากาศมั่งก้อดีนะเผื่อผมจะหายเบื่อได้บ้าง
หึหึ นึกแล้วก้อขำตัวเอง โรงพยาบาล จะมีอะไรน่าสนใจล่ะ มีแต่คนป่วย กับ คนป่วย เฮ้อออ

“อ้าวเฮ้ยไอ่พี ทางนี้”
“เออเป็นงัยมั่งว -ะแม็ค เจอไอ่นะหรือยัง”
“ยังเลยว่-ะ..กำลังให้เขาเช็คให้อยู่ เพราะกรูไปดูมันที่ห้องแล้วไม่เจอว่-ะ”
-

“เอ่อ คุณนทีน่าจะกำลังทำกายภาพบำบัด อยู่ที่ตึกกายภาพชั้น3 น่ะค่ะ”
“อ้าว ทำไมน่าจะล่ะคร้าบ แสดงว่าอาจจะไม่ได้อยู่ อย่างนี้ถ้าผมไปไม่เจอจะทำยังงัยล่ะครับคุณคนสวยยย”

“พอดีว่าเลยเวลาทำกายภาพบำบัดแล้วน่ะค่ะ แต่คุณนทียังกลับไม่ถึงห้อง เอาอย่างนี้ดีกว่าค่ะ คุณไปรอที่ห้องคุณนทีดีไหมค่ะ คิดว่าอีกสักครู่คุณนทีคงมาถึงน่ะค่ะ”
.
.
.

“เอ่อ คุณพยาบาลครับ นี่จะให้พวกผมรอไปถึงเมื่อไหร่กันครับ นี่มันครึ่งช.ม.แล้วนะคร้าบบ”

“ทางเราโทรเช็คแล้วค่ะ จนท.แจ้งว่าคุณนทีออกมาจากตึกตามเวลานะคะ”
“อะไร ขามันไม่ดียังงั้น จะต้องมีคนพากลับมาไม่ใช่เหรอคร้าบบ”
“ค่ะ จนท.แจ้งว่าคุณนทีออกมากับจนท.กายภาพบำบัดน่ะค่ะ”
“อ้าววว แล้วอย่างนี้...”
“เดี๋ยวทางเราจะให้จนท.ออกไปตรวจดูให้นะคะ เพราะอาจจะเป็นไปได้ ที่ อาจจะมีการทำกายภาพกันต่อที่สนามของโรงพยาบาล ซึ่งนักกายภาพของเราจะพาคนไข้ไปทำกายภาพกันบ่อยๆ ค่ะ”
“แล้ว... อุบบบ”
“เอ่อ ไม่เป็นไรก็ได้ครับ เดี๋ยวไงพวกผมจะออกไปดูเองก็แล้วกันนะครับ ขอบคุณนะครับ”
พีบอกกับจนท.พร้อมกับมือที่ปิดปากแม็คและลากออกมา ก่อนที่แม็คจะกวนพยาบาลสาวไปมากกว่านี้
“อะรัยว้า...กำลังหนุกเลย ดึงกรูออกมามัยว้าเนี่ยย”
.
.
.

“ฮ่าๆๆ จิงเหรอก้อง ตลกอ่ะ”
“จริงสิพี่นะ ก้องจะโกหกพี่นะทำไม”
“แต่พี่ว่าหน้าก้องมันยังงัยๆ อยู่นะ เหมือนๆ จะไม่จริงยังงัยก้อไม่รู้”
“อ้าวเหรอๆๆๆ หน้าก้องมันบ่งบอกอย่างนั้นเลยเหรอ เหอะๆๆ”
“ว่าแล้วเชียว เรานี่น๊า...”

ภาพผู้ชายที่นั่งบนรถเข็น หัวเราะและเอามือยีหัวเด็กหนุ่มหน้าละอ่อนที่กำลังส่งเสียงหัวเราะที่ใสที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินมา
กับท่านั่งคุกเข่าอยู่หน้ารถเข็น รอยยิ้มของเด็กหนุ่มกับแสงอาทิตย์ที่สาดสะท้อนกับบ่อน้ำพุข้างสนาม
ยิ่งทำให้ภาพนั้นน่ามอง และสวยงามมากในความรู้สึกของผม
มันตรึงให้ผมเหมือนตกอยู่ในภวังค์


“อ้าวเฮ้ย นั่นไงไอ่นะ .... อยู่นี่เองเมิง ให้พวกกรูตามหาตั้งนาน กว่าจะได้เจอตัวนะเมิง”
“เป็นไงมั่งว-ะ ท่าจะมีความสุข ไม่เจ็บไม่ปวดแล้วนี่หว่า”

“เออ โทษที เพลินไปหน่อย อากาศดีว่-ะ”
นทีหันมาพร้อมๆ กับเด็กหนุ่ม ที่มองมาพร้อมก้มหน้ายิ้มน้อยๆ ให้แม็ค และพี
เนิ่นนานในความรู้สึก ผมว่าผมถูกตรึงไว้ที่สายตาของเขา ที่ผมไม่สามารถละออกไปจากดวงตาคู่นั้น เด็กนั่นจะเป็นเหมือนผมไหมนะ ในเมื่อผมก้อเห็นหน้าของผมสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น

“เออก้อง นี่เพื่อนพี่เอง แม็ค กับ พี ส่วนนี้ก้อง...นักกายภาพบำบัดของข้าเอง”
“สวัสดีครับคุณก้อง...เอ่อ”
“ก้องบดินทร์ครับ สวัสดีครับพี่แม็ค พี่...พี”
“อ้าวเฮ้ย ไอ่พี เป็นรัยว-ะ น้องเขาหวัดดีเมิงแน่ะ”

“เอ่อ สวัสดีครับ คุณก้อง...บดินทร์”
“เรียกก้องเฉยๆ ก้อได้ครับ”
เอาอีกแล้ว สายตาของเรามันแปลกๆ ก้องเขาจะรู้สึกแบบผมหรือเปล่านะ

“ก้องเค้าเป็นรุ่นน้องข้าตั้งแต่สมัยม.ต้นน่ะ”
“ก้อถึงว่า ว่าทำไมสนิทกันนักว-ะ”

นักกายภาพบำบัดของข้า...ผมรู้สึกยังงัย ยังงัยกับคำนี้ไม่รู้ มันขัดหูชอบกล
เหมือนไอ่นะมันกำลังจะบอกว่า...ก้องคนนี้เป็นของมัน
“ข้าเคยเล่าเรื่องรักแรกของข้าให้พวกเอ็-งฟังแล้วไม่ใช่เหรอว-ะ”
“ เฮ้ยยย ที่เมิงบอกว่า รักเค้าแต่เค้าไม่รู้ตัว จนไม่ได้เจอกันน่ะเหรอ อ้าวเฮ้ยยย ก้องเค้าเป็นผู้ชายนะเมิง เออหรือกรูเข้าใจผิดว-ะ หรือว่าเขาเป็นทอม”
“ไปใหญ่แล้วอ้ายแม็ค ก้องเค้าเป็นผู้ชายเว้ย”
“งั้นแสดงว่าเมิงเป็น....เฮ้ยยย กรูไม่เห็นรู้เรื่องเร่ยว-ะ แฟนเมิงแต่ละคนก้อเป็นผู้หญิงนี่หว่า”
“ข้าก้อไม่รู้เหมือนกันว่-ะ ข้าก้อรู้สึกกับเค้าคนเดียว กับผู้ชายคนอื่นข้าก้อไม่เคยรู้สึก จนข้าคิดไปว่าคงไม่ใช่...แต่เพิ่งแน่ใจตอนได้เจอกันอีกทีนี่แหละ”
“แล้วไงวะ งงว่-ะ” “ตกลงเมิงชอบผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่” “หรืองัยว-ะอ้ายพี เมิงงงกับอ้ายนะมันมั้ยเนี่ยยย”

“นั่นสิ” ผมตอบไปด้วยความรู้สึกอยากรู้เหมือนกัน ประหนึ่งว่าผมอยากจะรู้ความรู้สึกของตัวเอง
“ฮ่าๆๆ ข้าก้อไม่รู้เหมือนกัน คงต้องใช้โอกาสนี้แหละที่ข้าจะได้พิสูจน์ความรู้สึกของตัวเอง...ว่าแต่พวกเอ็งรับได้ใช่ไม๊ว-ะ ถ้าข้า...ชอบ...ผู้ชายด้วยกัน”
“โอ้ยยย เพื่อนตุ๊ดเพื่อนเกย์ของกรูมีเยอะแยะ จะมารับดงรับได้อาไรว-ะ ว่าแต่น้องก้องของเมิงแม่งโคดน่ารักอ่ะ”
“ใช่ไม๊...ข้าโคดชอบบบ แล้วเอ็-งว-ะ พี รู้สึกยังงัย”
“เฮ้ย...ย อะรัย รู้สึกอะรัย ข้าไม่ได้รู้สึกอะรัยนี่”
“ข้าหมายถึงเอ็-ง รับได้หรือเปล่า เอ็-งจะตกจัยทำไมเนี่ย”
“อ๋อ ข้าก้อไม่ได้มีปัญหาอะรัยนี่หว่า ความรักเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะกับเพศไหน หรือสถานะอะไร”
...
“ว่าแต่น้องก้องเค้าชอบเมิงหรือป่าวว-ะ อ้ายนะ” แม็คถาม

ไม่มีคำตอบจากอ้ายนะ แต่ผมสังเกตเห็นว่ามันอมยิ้ม ผมสัมผัสได้ว่าเป็นยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง
ผมเองก็อยากมียิ้มแบบนั้น ...
ปกติผมไม่เคยสนใจเรื่องที่อ้ายนะมันจะไปจีบ หรือไปคบกับใคร เพราะมันเป็นคนค่อนข้างเจ้าชู้
ไม่พูดมากเหมือนอ้ายแม็ค แต่เห็นพูดทีสาวๆ ก้อติดกันตรึม ส่วนหน้าตา...ไม่ต้องพูดถึง
เมื่อหลายปีก่อนเคยมีแมวมองติดต่อให้มันไปเล่นหนัง ถ่ายโฆษณากันหลายราย แต่มันก้อไม่สน มันบอกว่ามันไม่อยากดัง จนอ้ายแม็คยังแซวว่าเป็นกรูหน่อยไม่ได้ เพราะกรูอยากดัง จะว่าไปอ้ายแม็คก้อใช่ว่าหน้าตาขี้เหร่อะไร ผมว่ามันก้อหล่อใช่ได้ เสียแต่ว่าปากมันเสียไปหน่อยเท่านั้น อ้ายนี่เป็นประเภทหมาหยอกไก่ ได้ก้อเอา ไม่ได้ก้อไม่เป็นไร มันบอก ตัวเลือกมันเยอะ เหอะๆ

ใช่...ผมไม่เคยใส่ใจเรื่องสาวๆ หรือแฟนทั้งหลายของมันทั้งสองมาก่อน
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน...เพราะนี่ตั้งแต่ผมออกจากรพ.แวะทำธุระหลายที่ จนตอนนี้ผมขับรถจนใกล้จะถึงบ้านอยู่แล้ว ผมยังตัดเรื่องนี้ออกไปจากหัวไม่ได้เลย
ผมจะคิดอะไรนักหนา หรือผมจะรับที่อ้ายนะเป็นแบบนี้ไม่ได้ ก็ไม่น่าใช่ ผมไม่เคยอคติกับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว เพื่อนตุ๊ดเพื่อนเกย์ของอ้ายแม็ค ส่วนมากก็เป็นเพื่อนผมด้วยทั้งนั้น ใช่ ผมแค่ออกจะช็อคนิดหน่อย เพราะไม่คิดว่าคนอย่างไอ่นะจะชอบผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิง
เพราะมันไม่เคยมีท่าทีอย่างนี้มาก่อนเลย คงเป็นเพราะเรื่องนี้ละมั้งที่ทำให้ผมยังคิดวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนี้
แต่...ไอ่ที่หน้าหวานๆ ของคนที่อ้ายนะมันปลื้มนักปลื้มหนา ลอยไปลอยมาอยู่ในหัวผมด้วยนี่
มันยังงัยกันนะ ผมเป็นอะไร โอยผมอยากจะบ้าตาย

แต่อย่างหนึ่งที่ผมรู้คือ...วันนี้ผมหายเบื่อหายเหงาไปเลย ใครจะไปคิดว่า ที่โรงพยาบาล จะมีอะไรดึงดูดความสนใจของผมทำให้ผมอยู่ได้ทั้งวันโดยไม่เบื่อยิ่งกว่าสนามแข่งซะอีก
พรุ่งนี้ผมคงต้องไปหาเหตุผลให้กับตัวเองอีกซักที ว่ามันเป็นเพราะอะไรกันแน่...
เฮ้อออ ว่าแล้วก็อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆ จัง

.
.
.







Free TextEditor




 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2554 1:10:59 น.
Counter : 243 Pageviews.  


thenok
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มีนา...ตาพายายไปฮันนีมูน Photobucket ก่อนไปฮันนีมูน@Beijing แอร๊ยยย Photobucket Photobucket "รักนี้สีส้มเขียว" #ปก Photobucket ภาพประกอบตอน#2 "หวั่นไหว" Photobucket ภาพประกอบตอน#3 "เพ้อ" Photobucket
Friends' blogs
[Add thenok's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.