+~* สวัสดี...ความรัก *~+
Group Blog
 
All Blogs
 

นพลักษณ์ o(>.<)o เรื่องลักษณ์ของทุกคน

http://www.enneagramthailand.com/

http://www.senate.chula.ac.th/enneagram.html


มนุษย์โลกเกิดมาพร้อม วัน - เดือน - ปี และเวลาตกฟาก ของใครก็ของมัน เรามีราศีเกิด มีธาตุเจ้าเรือน จะตรงกับโหราศาสตร์ตำรับไหน ดวงใครก็ของคนๆ นั้น

ไม่เพียงท่านี้ คนทุกคนยังมี "ลักษณ์" ประจำตัว ซึ่งไม่ต้องเปิดตำราโหราพยากรณ์ ไม่ต้องผูกดวงปีเกิด คนๆ นั้นก็เกิดมาพร้อม "ลักษณ์" ประจำตัวเฉกเช่นราศีเกิด...

ลักษณ์ หรือลักษณะ คือบุคลิกนิสัยประจำตัว คุณมีความคิด ความรู้สึก อย่างไร อธิบายไว้ในลักษณ์ทั้ง 9 หรือ "นพลักษณ์" ซึ่งปัจจุบันนักวิชาการด้านบริหารบุคคล นักจิตวิทยา จัดให้นพลักษณ์ เป็นศาสตร์แห่งการเรียนรู้ตัวคน เข้าถึงบุคลิกและจิตวิญญาณของคน จะเรียกว่านพลักษณ์คือ "แผนที่มนุษย์" ก็ไม่น่าจะผิด...

นพลักษณ์ เป็นทั้งแผนที่ไว้ดูตัวเอง ดูคนอื่น เพื่อค้นหาและพัฒนาศักยภาพของแต่ละคน เพิ่มความเข้าใจคน เข้าใจชีวิต ลดอัตตา ลดความเป็นตัวของฉัน ของๆ ฉัน หากช่วยเพิ่มความเข้าใจ ความมีเมตตากรุณา และมองเพื่อนมนุษย์ทุกคนด้วยความเข้าใจ

นพลักษณ์เป็นศาสตร์ใหม่แห่งการเรียนรู้มนุษย์ แม้จะยังไม่ได้จัดเข้าหลักสูตรสาขาวิชาจิตวิทยาอย่างเป็นทางการ แต่นักจิตวิทยารุ่นใหม่ กำลังศึกษาให้ถึงแก่นแท้

นพลักษณ์ ไม่ใช่ศาสนา หากมีมรรควิธีในการจัดกรอบและทฤษฎีที่ปรากฏในหลักความเชื่อทางศาสนาสำคัญๆ ของโลก ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้

ปัจจุบัน นักจิตวิทยาจากหลายสำนัก พบว่า นพลักษณ์สอดคล้องอย่างน่าประหลาดกับหลักการอธิบายบุคลิกภาพสมัยใหม่ ด้วยความง่าย แม่นยำ หากลึกซึ้ง และสามารถเชื่อมโยง อธิบาย และชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างของความแตกต่างกันในความเป็น "ตัวฉัน" และ "ของคนอื่น"

ในขณะที่กระบวนการวิเคราะห์ตามหลักจิตวิทยาทั่วไป ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเข้าใจ หากนพลักษณ์สามารถชี้ชัด อธิบาย เดินเรื่อง อย่างกระจ่างแจ้ง...

โลกนี้...มนุษย์ด้วยกันยังไม่ค่อยเข้าใจกัน ไม่รู้ว่าเพื่อนฉันทำไมขี้อวด ทำไมขี้โมโม บางคนขี้น้อยใจ บางคนโผผาง บางคนเงียบ บ้างเห็นแก่ตัว บางคนก็เป็นเส้นตรง บางคนก็เสียสละ ฯลฯ

มนุษย์มีร้อยแปดพันเก้า ยอมรับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่เมื่อรู้ลักษณ์ คุณจะรู้จักและเข้าใจเขา ให้อภัยเขา ปรับเปลี่ยนและให้โอกาสตัวเอง เปิดประตูสู่วิถีแห่งความเข้าใจเพื่อนมนุษย์...

รู้จักนพลักษณ์

นพลักษณ์ หรือ Enneagram (เอ็นเนียแกรม) เป็นศาสตร์ใหม่ในเมืองไทย แต่ในอเมริกามีหนังสือเกี่ยวกับนพลักษณ์กว่า 30 เล่ม พร้อมเทปและวารสารวางจำหน่าย และมีสถาบัน EPTP (Enneagram Professional Training Program) ของ เฮเลน พาล์มเมอร์ ผู้ศึกษานพลักษณ์กว่า 30 ปี และจัดอบรมนพลักษณ์ทุกเดือนมกราคมของทุกปี มีผู้เข้าอบรมจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก
แล้วนำไปขยับขยายตั้งศูนย์ฝึกอบรมเรื่องนพลักษณ์ในประเทศของตนต่อไป

สำหรับในประเทศไทยนั้น...คุณฐิติมา คุณติรานนท์ บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง และผู้อบรมนพลักษณ์ เล่าว่า...

"นพลักษณ์ เป็นศาสตร์โบราณ เกิดขึ้นแถบเอเชียกลางมานานนับพันปีแล้ว โดยอาจารย์กลุ่มซูฟี (Sufis) นักบวชในศาสนาอิสลาม ได้ประมวลวิชานพลักษณ์ที่ศึกษาจากบุคลิกภาพ และแก่นแท้ของมนุษย์ และพัฒนาเป็นศาสตร์ที่ถ่ายทอดเฉพาะระหว่างครูกับศิษย์ เช่น อาจารย์จะแนะนำศิษย์ซึ่งต่างบุคลิกนิสัย ให้แต่ละคนได้รู้จักและเฝ้าสังเกตกระบวนการรู้สึกนึกคิดภายใน

พอถึงคริสต์ศักราชที่ 1920 นพลักษณ์เริ่มรู้จักกันในยุโรป โดยอาจารย์คนหนึ่งนำไปใช้เสริมสร้างพัฒนาจิตวิญญาณให้ลูกศิษย์ของเขา จากนั้นก็เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้นในอีกหลายประเทศ แต่ก็ยังไม่แพร่หลาย

จนกระทั่ง เฮเลน พาล์มเมอร์ นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน นำมาศึกษาเก็บข้อมูลนพลักษณ์ เฮเลนไปสัมภาษณ์คนนับพันๆ คนในทวีปต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจคนทั้ง 9 ลักษณ์ และพบว่าน่าอัศจรรย์ใจมากที่คนแม้อยู่ต่างทวีป ต่างเชื้อชาติวัฒนธรรม แต่มีโครงสร้างร่วมกันอยู่ใน 9 ลักษณ์"

ทั้งนี้เรื่องของลักษณ์เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเรียนรู้ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับคนหลากหลาย เมื่อตนเองรู้สึกว่าเหมือนมีปัญหาหรือมีสัมพันธภาพไม่ราบรื่นกับผู้คน เพราะในความเป็นจริงแล้ววิธีการคิดและแสดงออกของคนแต่ละลักษณ์จะมีความแตกต่างกัน

การศึกษานพลักษณ์ไม่มีวันจบสิ้น เพราะคนเราเหมือนห้องทดลองที่เรียนรู้ไม่จบ ผู้รู้เรื่องนพลักษณ์ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเรารู้ลักษณ์ของเราแล้ว เข้าใจกิเลสของเราแล้ว แต่กิเลสของเราแสดงออกได้หลายรูปแบบ เช่น คนลักษณ์ 5 กิเลสคือความขี้เหนียวหรือความโลภ ซึ่งแสดงออกหลายรูปแบบมาก กิเลสของคนลักษณ์ 4 ก็แสดงออกหลายรูปแบบ เช่น ความอิจฉา ก็แสดงได้หลายแบบ

คุณอยู่ลักษณ์ไหน ?

โครงสร้างนพลักษณ์แบ่งคนออกเป็น 9 แบบ หรือ 9 ลักษณ์ อธิบายด้วยแผ่นภาพวงกลมกับเส้นรอบวงที่ประกอบด้วยตำแหน่งของคนเบอร์ต่างๆ (1-9) แต่ละเบอร์แทนความหมายและอธิบายภาพพื้นฐานอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด พฤติกรรม ร้อยเรียงกันอยู่ในวงกลม

แต่ละลักษณ์จะขนาบข้างด้วยลักษณ์อื่นๆ เรียกว่า "ปีก" ซึ่งหมายถึง อิทธิพลที่ได้รับจากลักษณ์เบอร์นั้น ภายในวงกลมมีเส้นลูกศรวิ่งเข้า-ออก แต่ละลักษณ์ ทิศทางของลูกศรแสดงออกถึงบุคลิกภาพชั่วคราวที่ต่างจากบุคลิกภาพพื้นฐาน เช่น ภาวะเครียดหนักหรือภาวะมั่นคง จะแสดงออกในทิศทางของลูกศรแตกต่างกัน

เมื่อประมวลลักษณ์ทั้ง 9 แล้ว พบว่า มนุษย์บนโลกหลีกหนีไม่พ้นหนึ่งในเก้าลักษณ์ ไม่มีใครหลุดจากกรอบวงกลมนี้ ไม่มีใครมีมากกว่า 1 ลักษณ์ ยกเว้นอาจได้รับอิทธิพลบุคลิกภาพชั่วคราว ซึ่งไม่ใช่แก่นแท้ของตัวคุณ (True self) อยากรู้ว่าอยู่ลักษณ์ไหน สำรวจความคิดและพฤติกรรมของคุณได้ ดังนี้...

คนลักษณ์ 1 : คนเนี้ยบ วิพากษ์ตัวเองและผู้อื่นเสมอ จริงจังกับความรับผิดชอบ เป็นนักจัดการชั้นยอด สามารถชี้จุดบกพร่องได้ทันทีและบอกว่าต้องแก้ไขอย่างไร

โลกทัศน์ของคน 1 คือ...โลกนี้ไม่สมบูรณ์แบบ ฉันต้องปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ความใส่ใจคือต้องถูกต้อง แยกถูกผิด มองอะไรเป็นขาว-ดำ มีมาตรฐาน มีกฎเกณฑ์ มีศีลธรรม

ลักษณะทั่วไป...เป็นคนชอบตัดสินคนอื่น ไม่ยืดหยุ่น มีเพียงวิธีการเดียวที่ถูกต้อง

คนลักษณ์ 2 : ผู้ให้

เป็นคนกระตือรือร้น ชอบช่วยเหลือ มองโลกในแง่ดี มีใจเมตตา อุทิศเวลา พลังกายและทรัพย์ แต่ยากที่จะรู้ความต้องการของตัวเองหรือร้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น ความที่คุ้นเคยกับการให้มากกว่ารับ จึงทำให้บางครั้งเป็นหัวเรือใหญ่ จอมบงการ มีธรรมชาติเห็นใจเข้าใจผู้อื่น

โลกทัศน์ของคน 2 คือ...โลกต้องอาศัยความช่วยเหลือจากฉัน โดยการให้ก่อน

ความใส่ใจของคน 2 คือ ...ความต้องการความรู้สึกของผู้อื่นที่ตนให้ความสำคัญ การแสวงหาการยอมรับ

ลักษณะทั่วไป...เป็นคนมุ่งเอาใจผู้อื่น และการมีได้หลายตัวตน

คนลักษณ์ 3 : นักแสดง


เป็นพวกบ้างาน พลังงานล้น ต่อสู้ชีวิตเพื่อความสำเร็จ นิสัยแข่งขันสูง มุ่งสัมฤทธิผลในทุกสถานะ เช่น เป็นพ่อแม่ที่ประสบความสำเร็จ เป็นคู่ครองที่เชิดหน้าชูตา นักธุรกิจทะลุเป้า แพทย์ผู้มีชื่อเสียง คนเบอร์นี้ไม่มีวันเบื่อหน่าย ต่อการเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม ปลุกพลังพรรคพวกให้เชื่อว่าทุกสิ่งเป็นไปได้

โลกทัศน์ของคน 3 คือ...โลกนี้รักคนเก่ง ให้รางวัลกับผู้ชนะ ความใส่ใจของเขาคือความสำเร็จของงาน มีเป้าหมาย

ลักษณะทั่วไป...เป็นคนทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน พวกบ้างาน และให้กำลังใจตนเองและผู้อื่น การเป็นที่รู้จักและยอมรับ

คนลักษณ์ 4 : คนโศกซึ้ง
มีอารมณ์ศิลปิน หมกมุ่นในอารมณ์ แสวงหาคู่อุดมคติหรืองานอันเป็นแก่นแท้ความหมายแห่งชีวิต มีชีวิตอยู่ท่ามกลางความรู้สึกว่าบางสิ่งที่จำเป็นในชีวิตขาดหายไป แม้ตัวเองจะตกหลุมอารมณ์ปางตายเพียงใด แต่เขาก็สามารถเข้าใจและเกื้อหนุนผู้อื่นที่กำลังทุกข์อย่างดีเยี่ยม

โลกทัศน์ของคน 4 คือ...ฉันถูกทอดทิ้ง คนอื่นมี ฉันไม่มี ความใส่ใจของเขาคือสนใจสิ่งที่ขาดหาย และความไม่เหมือนคนอื่น

ลักษณะทั่วไป...เป็นคนมีอารมณ์ความรู้สึกลึกซึ้ง ไม่มีอารมณ์กลาง ความสัมพันธ์แบบผลักๆ ดึงๆ มีความสุขในความเศร้า โศกซึ้ง

คนลักษณ์ 5 : นักสังเกตการณ์
หลบเลี่ยงภาวะที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ทุกชนิด ชอบความเป็นส่วนตัวมาก จะรู้สึกหมดกำลังและกระสับกระส่ายหากไม่มีเวลาพอสำหรับตัวเองเพื่อใช้ทบทวนสิ่งที่ผ่านมา โปรดปรานการหาข้อมูล แบ่งแยกชีวิตเป็นส่วนๆ สามารถเป็นผู้ตัดสินใจและนักคิดสร้างสรรค์

โลกทัศน์ของคน 5 คือ...โลกนี้รุกล้ำ โลกนี้เรียกร้องมากแต่ให้น้อย ความใส่ใจของเขาคือการคิดวิเคราะห์ การเป็นส่วนตัว ถูกคาดหวังจากคนอื่น

ลักษณะทั่วไป...เป็นคนมีความเป็นส่วนตัวสูง หวงแหนสิ่งที่มีอยู่

คนลักษณ์ 6 : นักปุจฉา

เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีความหวาดกลัวเป็นทุน ด้วยกรอบความคิดที่พกพาแต่ความสงสัย ทำให้เขาเป็นคนผัดผ่อน ลังเลจะทำตามความฝัน หรือสนเท่ห์เจตนาของผู้อื่น บางคนชอบเก็บตัวและปกป้องตัวเองจากภาวะคุกคาม แต่บางคนก็ปกป้องตนเองโดยออกไปเผชิญหน้า เลยกลายเป็นเรื่องก้าวร้าวโดยไม่เจตนา

โลกทัศน์ของคน 6 คือ...โลกนี้อันตราย คุกคาม ความใส่ใจอยู่ที่ความมั่นคงปลอดภัย เขาจึงมองหาอันตรายและสิ่งซ่อนเร้นอยู่เสมอ

ลักษณะทั่วไป...ชอบสงสัย ตั้งคำถามกับอำนาจ มองโลกในแง่ร้าย

คนลักษณ์ 7 : นักผจญภัย

มองโลกในแง่ดี กระฉับกระเฉง มีเสน่ห์ หลบหลีกเก่ง มีคุณสมบัติเหมือนปีเตอร์ แพน เกลียดการติดกับหรือถูกบังคับ และสำรองทางเลือกแห่งความสนุกสำราญไว้มากที่สุดเท่าที่จะคิดได้ มุ่งอนาคตมีแผนในใจ สามารถเป็นนักสร้างเครือข่าย นักสังเคราะห์

โลกทัศน์ของเขา...เต็มไปด้วยโอกาส ความใส่ใจของคนเบอร์นี้อยู่ที่โอกาส ทางเลือก แผนการ สิ่งแปลกใหม่ สิ่งสนุก ตื่นเต้น

ลักษณะทั่วไป...เป็นคนมองโลกแง่บวก ชอบท่องเที่ยว ผจญภัย เบื่อง่าย หลีกเลี่ยงข้อจำกัด

คนลักษณ์ 8 : เจ้านาย กล้าแสดงสิทธิจนถึงก้าวร้าวเป็นครั้งคราว ดำเนินชีวิตแบบต้องได้ทั้งหมดหรือไม่เช่นนั้นจะไม่เอาเลย มักเป็นผู้นำ หรือไม่ก็เป็นตัวเองอย่างดุเดือดกล้าแข็ง สามารถปกป้องเพื่อนหรือคนอื่นได้ รู้ว่าตัวเองคิดอะไร มุ่งยุติธรรม สามารถใช้พลังอำนาจเพื่อสนับสนุนสิ่งที่เขาเห็นว่ามีคุณค่า

โลกทัศน์ของคนลักษณ์นี้คือ...โลกนี้ไม่ยุติธรรม ฉันต้องปกป้องผู้อ่อนแอ ความใส่ใจอยู่ที่อำนาจ การควบคุม ความยุติธรรม

ลักษณะทั่วไป...เป็นคนเต็มที่ ใช้พลังอย่างสุดเหวี่ยง การสั่งสอนให้บทเรียน กล้าพูด กล้าทำ มีพลัง

คนลักษณ์ 9 : ผู้ประสานไมตรี
เป็นคนใฝ่สันติ เข้าใจมุมมองของคนทั้งหลาย แต่ไม่เข้าใจความต้องการของตัวเองดีนัก ชอบชีวิตราบรื่น สะดวกสบาย จึงเห็นคล้อยไปกับแผนการของทุกคนเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง แต่ในภาวะกดดัน คน 9 จะดื้อดึงดันทุรัง โกรธเกรี้ยวอย่างรุนแรงได้ มักจัดลำดับความสำคัญไม่ถูก แต่สามารถเป็นผู้ไกล่เกลี่ย เป็นนักเจรจาต่อรองที่ดี ทำให้การทำงานเป็นทีมร่วมที่ดี

โลกทัศน์ของเขาคือ...โลกมองข้ามเรา คนอื่นสำคัญกว่า ความใส่ใจของเขาอยู่ที่การกลมกลืนกับสิ่งรอบตัว ความต้องการของคนอื่น

ลักษณะทั่วไป...เป็นคนที่มักละเลยกับความสำคัญของตนเอง การเลือกไม่ได้ ไม่รู้ความต้องการของตัวเอง การดื้อเงียบ

รู้ลักษณ์ รับตัวตน
ได้ลักษณ์ประจำตัวแล้วก็ให้เข้าใจและยอมรับตัวเอง ประโยชน์ของนพลักษณ์ในเบื้องต้นคือ เข้าใจตัวเอง แต่ก็มีที่บางคนไม่ชอบลักษณ์ตัวเองและต้องการที่จะอยากเปลี่ยนตัวเอง

ต่อคำถามก็เกิดขึ้นจนได้ว่า ในเมื่อเราเข้าใจตัวเอง เข้าใจผู้อื่นแล้ว แต่ปัญหาคือเราเปลี่ยนผู้อื่นไม่ได้ ข้อด้อยของตัวเองบางทียังค่อยๆ ปรับได้ แต่คนอื่น เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเขาได้

ทั้งนี้จุดสำคัญที่สุดของการศึกษานพลักษณ์ คือการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ซึ่งสอดคล้องกับหลักพุทธศาสนาที่ว่า คือเราไม่สามารถไปจัดการหรือเปลี่ยนแปลงคนอื่นได้ ตัวของเขาเองต้องเป็นคนค้นพบและตระหนักถึงจุดที่เป็น

ปัญหาของเขาและเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น เราเป็นเพียงกระจกสะท้อนแง่มุมบางอย่างได้เท่านั้น จุดเปลี่ยนแปลงต้องตัวคนนั้นเอง

เมื่อเราเข้าถึงตัวเราเองแล้วเราจะเข้าใจคนอื่นๆ ยิ่งขึ้น จุดสำคัญคือเปลี่ยนแปลงตัวเอง บางคนคิดว่า นพลักษณ์มีปัญหาคือเอาเครื่องมือนี้ไปใช้เหมือนกับหรี่ตาให้คนอื่น เธอเป็นลักษณ์นี้แล้วเธอจึงเป็นอย่างนี้ แบบนี้ เหมือนเอาไปสรุป

ความจริงเป็นโอกาสให้เราเข้าใจคนอื่นมากขึ้นมากกว่า เวลาเราศึกษาแล้วจะรู้ว่ามูลเหตุจูงใจ วิธีกังวลหรือใส่ใจของคนแต่ละลักษณ์แตกต่างกันไป

เราเองถ้าอยู่ศูนย์ หัวเราชอบคิดวิเคราะห์ ถ้าศูนย์ใจจะอยู่เรื่องความสัมพันธ์ มีพื้นฐานแตกต่างกันอยู่แล้ว เพียงแต่ทำให้เราเปิดใจยอมรับคนที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

จุดสำคัญคือเราต้องยอมรับตัวเองก่อน และทุกลักษณ์มีจุดมืด จุดเด่น ไม่มีลักษณ์ไหนที่ดีกว่า ดีที่สุด หรือเพียบพร้อม แต่พอเป็นลักษณ์เราแล้ว เราเห็นตัวเองมาก เราไม่อยากยอมรับตัวเอง เหมือนกับพอเราส่องกระจกเราเห็นจุดตำหนิ ข้อติ ด่างพร้อยของตัวเองแล้ว เราจะปรับตรงนั้นได้อย่างไร มีกระบวนการต่อไปอีก




 

Create Date : 19 สิงหาคม 2549    
Last Update : 19 สิงหาคม 2549 13:22:43 น.
Counter : 803 Pageviews.  

+-*สิ่งต้องห้ามยามท้องว่าง*-+




http://saranair.com/article.php?sid=7496

ถ้าคุณเป็นอีกคน...ที่มักจะทำงานเพลินจนลืมเวลาหม่ำ หรือกำลังควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก เมื่อเหตุผลข้างต้น ทำให้การทานอาหารของคุณไม่ตรงเวลาจนกระทั่งส่งผลให้เกิดอาการท้องว่างนั้น...เรื่องนี้ต้องจำให้ขึ้นใจเลยค่ะว่าเมื่อท้องของคุณว่างแล้วมีการทานอาหารเข้าไป อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพของคุณได้ เพราะฉะนั้น...ก่อนที่จะทานอะไร ควรเลือกชนิดของอาหารก่อนนะคะ ทีนี้ก็ไปดูกันว่าอาหารที่ไม่ควรทานขณะท้องว่างมีอะไรบ้างค่ะ

นม และ นมถั่วเหลือง...
แม้ว่านมถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยโปรตีน แต่จะเกิดประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อ กระเพาะอาหารมีสารประเภทแป้งอยู่

เหล้า...
หากดื่มเหล้าในขณะท้องว่าง จะไปกระตุ้นกระเพาะอาหาร ทำให้เป็นโรคกระเพาะ อาหารอักเสบ และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้

น้ำตาลหรืออาหารหวาน...
ไม่ควรทานอาหารหวานหรือน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ลูกอม ช๊อกโกแลต เพราะ หากทานขณะท้องว่างจะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาลส่งผลต่อการดูดซึมโปรตีนทุกชนิด และลดสมรรถภาพ การทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต

ชาที่แก่เกินไป...
ชาทำให้กรดเกลือในน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง ส่งผลให้การทำงานของระบบ ย่อยอาหารลดลง และเกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ มือเท้าไม่มีแรง จิตใจไม่สงบ

ลูกพลับ...
ไม่ควรทานลูกพลับในขณะที่ท้องว่าง เพราะกระเพาะอาหารจะหลั่งกรดเกลือออกมามาก หากไปรวมตัวกับยาง และสารแขวนลอยในลูกพลับแล้ว...จะทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร

กล้วย...
เพราะกล้วยอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม การทานกล้วยขณะที่ท้องว่าง จะทำให้ปริมาณธาตุแมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น...ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไป เป็นการยับยั้งการทำงานของหลอดเลือด หัวใจ เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

กระเทียม...
เพราะจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารได้รับการกระตุ้น เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบอย่างรุนแรง

ผัก...
การทานผักอย่างเดียวในขณะที่ท้องว่าง จะทำให้กระเพาะอาหารเกิดอาการผิดปกติ

นอกจากนั้น...ยังไม่ควรอาบน้ำและออกกำลังกายด้วยเช่นกัน เพราะการอาบน้ำและการออกกำลังกายในขณะที่ท้องว่าง จะทำให้เกิดอาการช็อกเนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่ายค่ะ




 

Create Date : 04 ตุลาคม 2548    
Last Update : 4 ตุลาคม 2548 0:30:53 น.
Counter : 191 Pageviews.  

``` อะจ๊ากกก...งูกัด```


อันที่จริงถ้าเราไม่ไปในที่รกๆ แล้วละก้อ...โอกาสจะถูกงูกัดก็มีได้น้อยมากนะคะ แต่ถ้าโชคร้ายเกิดถูกงูกัดขึ้นมาให้ทำอย่างนี้ค่ะ...

สิ่งแรกเลย...จับงูตัวนั้นมาให้ได้ เพราะจะช่วยให้ระบุชนิดของงูได้สอดคล้องกับเซรุ่มแก้พิษ

สอง...อย่าประคบเย็นลงบนที่แผลงูกัด

และสาม...ถ้าอยู่ไกลแพทย์มากเกินกว่าหนึ่งชั่วโมง
ให้กรีดแผลแล้วดูดพิษออกมา แต่ต้องแน่ใจว่าที่ปากไม่มีแผล ไม่มีตุ่มน้ำหรือไม่ได้เป็นร้อนใน เมื่อดูดพิษออกแล้วก็อย่าเผลอกลืนเข้าไปเชียวนะคะ ให้รีบคายทิ้งทันทีค่ะ !






 

Create Date : 18 กันยายน 2548    
Last Update : 15 กรกฎาคม 2549 13:05:55 น.
Counter : 201 Pageviews.  

+!+ มันอยู่ในทิชชู +!+




http://saranair.com/article.php?sid=3907

ไปอ่านเจอเรื่องของกระดาษทิชชู...แบบที่มีไว้บริการตามร้านอาหารเป็นแผ่นๆ มาค่ะ

เค้าบอกว่ามันเป็น"เยื่อกระดาษ" และมันก็ต้องผลิตออกมาทีละมากๆ เพื่อจะได้ต้นทุนต่ำ...ก็เลยจำเป็นต้องมีที่เก็บขนาดใหญ่ทั้งในโรงงาน และที่เก็บตามยี่ปั๊วทั้งหลาย

เยื่อกระดาษ...เป็นอาหารโปรดของ "ปลวก" ซึ่งโรงงานผู้ผลิตและยี่ปั๊ว ก็คงไม่อยากให้มีปลวกอยู่ในโกดังของเค้า เลยต้องกำจัดและป้องกัน "ปลวก" ซึ่งปกติแล้วก็จะใช้สารฉีดพ่นสำหรับการฆ่าแมลง

แล้ว...กระดาษทิชชู ก็อย่างที่เรารู้กันดีแหละค่ะ ว่ามันซึมซับได้มาก การฉีดยาฆ่าแมลงเพื่อป้องกันปลวกมากัดกินทิชชู ต้องฉีดลงบน "ห่อบรรจุกระดาษทิชชู" แบบตรงๆ

แล้วไม่ค่อยจะมีบรรจุภัณฑ์กระดาษทิชชู...จากผู้ผลิตหีบห่อรายไหนที่เป็นสูญญากาศซะด้วยสิ

ซึมซับได้มาก นุ่ม หนา เหนียว หมายถึง...เส้นใยพวกนี้จะดูดซึมสารละลายต่างๆ ได้มากกว่าน้ำหนักของมันเอง

จากโกดัง...มาถึงโต๊ะอาหารในร้าน

เธอคนนั้น...ไม่ชอบให้มีคราบสกปรกอยู่บนจาน จึงหยิบทิชชูมา "เช็ดจาน"

เค้าคนโน้น...ทานอาหารเลอะที่มุมปาก จึงหยิบทิชชูมา "เช็ดปาก"

และนั่น...ใครนะ อยากประหยัดตอนเข้าห้องน้ำ เลยหยิบทิชชูไปเป็นกำมือ เพื่อ "เช็ด......"

" ไม่เชื่ออย่าลบหลู่...อืม "





 

Create Date : 08 กันยายน 2548    
Last Update : 15 กรกฎาคม 2549 13:08:45 น.
Counter : 178 Pageviews.  

* Chocolate *



http://saranair.com/article.php?sid=10674

พูดถึงช็อคโกแล็ตขึ้นมา...หลายคนอาจจะสงสัยอยู่เหมือนกันนะคะ ว่าขนมสุดโปรด สีน้ำตาลเข้มกลิ่นหอมมันรสขมอมหวานเนี่ย มันมีแค่ชนิดเดียวเองเหรอ? ค่ะ...นอกจากที่เราจะรู้กันอยู่แล้วว่า ช็อคโกแล็ตที่อร่อยที่สุดในโลก ต้องเป็นของประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งคนทำช็อคโกแล็ตระดับแนวหน้าในเบลเยี่ยมเค้าแนะนำว่า...ถ้าเจอช็อคโกแล็ตที่ทำท่าว่าจะละลายในมือนั่นถือว่า เป็นช็อคโกแล็ตที่ดีนะคะ เพราะแสดงว่ามีเนยโกโก้ผสมอยู่ในปริมาณสูง และควรจะมองหาชิ้นที่มีผิวเรียบเป็นมันค่ะ อย่าซื้อที่กัดแล้ว...ร่วงกราวเป็นเศษเล็กเศษน้อยหรือนิ่มเหลวเชียว

ทีนี้ก็ถึงเรื่องชนิดของช็อกโกแลตแล้วค่ะ...ก็คือมีอยู่ 3 ชนิด ได้แก่ *ช็อกโกแลตทั่วไป (Dark Chocolate) *ช็อกโกแลตขาว (White Chocolate) และ*ช็อกโกแลตนม (Milk Chocolate)

ช็อกโกแลตขาว...จะมีส่วนผสมเหมือน ช็อกโกแลตทั่วไปแต่ใช้เนยโกโก้ลิเควอร์ จึงทำให้ช็อกโกแลตมีลักษณะ เป็นสีขาว และมีรสหวานมาก ในขณะที่...ช็อกโกแลตนมจะลดปริมาณโกโก้ลิเควอร์ และเติมนมผงลงไป

ลองมาดูตัวอย่างชื่อเรียกของช็อคโกแล็ต...ที่แตกต่างด้วยส่วนผสม และความอร่อยกันหน่อยมั้ยคะ

*Chocolate Liquor เป็นผลผลิตจากเมล็ดโกโก้นำมาบดละเอียด แล้วนำมาคั้นเอาแต่น้ำ...เจ้าน้ำช็อกโกแลตนี้สามารถทำให้เย็นและทำให้แข็งตัวโดยใส่พิมพ์ไว้ แต่ช็อกโกแลตที่ได้...เป็นชนิดที่ไม่หวานนะคะ น้ำช็อกโกแลตจะมีส่วนผสมของ โกโก้บัทเตอร์ประมาณ 53%

*Semi-Sweet (แบบหวานน้อย) ช็อกโกแลตชนิดนี้อยู่ในรูปของเหลว...แล้วเพิ่มความหวานและใส่ cocoa butter ลงไปด้วย สีของช็อกโกแลตจะเข้มตามมาตรฐานของสหรัฐฯ มีส่วนผสมของน้ำช็อกโกแลตประมาณ 35% และไขมัน ประมาณ 27%

*Milk Chocolate (ช็อกโกแลตนม) ช็อกโกแลตชนิดนี้มีส่วนผสมของ cocoa butter , นม และยังเพิ่มความหวานกับรสชาติลงไปด้วย ช็อกโกแลตนม...ใช้สำหรับแต่งหน้าขนมได้เป็นอย่างดี ช็อกโกแลตนมที่ทำในประเทศสหรัฐฯ ต้องประกอบด้วยน้ำช็อกโกแลตอย่างน้อย 10% และนมที่ไม่ได้เอามันเนยออก 12%

*Sweet Chocolate (ช็อกโกแลตชนิดหวาน) ช็อกโกแลตชนิดนี้...จะเพิ่มความหวานลงไปมากกว่าช็อกโกแลตแบบหวานน้อย และมีส่วนผสมของน้ำช็อกโกแลตอย่างน้อย 15 % ใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำขนมและตกแต่งขนม และยังมีไขมันเท่าๆ กับช็อกโกแลตแบบหวานน้อย

*White Chocolate ช็อกโกแลตชนิดนี้...มีส่วนผสมของ cocoa butter แต่ไม่มีโกโก้ที่อยู่ในรูปของไขมัน แต่จะประกอบไปด้วยน้ำตาล , cocoa butter , นมสด และ ใส่กลิ่นวานิลลาลงไปด้วย White chocolate นี้จะแตกหักง่าย ถ้าเป็นของปลอมจะทำมาจากน้ำมันพืชมากกว่า cocoa butter

*Liquid Chocolate เป็นช็อกโกแลตที่ไม่หวาน...ส่วนใหญ่จะบรรจุขายเป็นขวดๆ ละ 1ออนซ์ และเนื่องจากมันไม่ละลายจึงสะดวกในการใช้มาก โดยพัฒนาขึ้นมาสำหรับใช้ทำขนมอบ อย่างไรก็ดี...เนื่องจากมีส่วนผสมของน้ำมันพืชมากกว่า cocoa butter เนื้อช็อกโกแลตจึงต่างกัน ปกติแล้วช็อกโกแลตชนิดนี้จะมีรสไม่หวาน

*Couverture ช็อกโกแลตชนิดนี้เป็นชนิดที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวคือ...เป็นมันเงา โดยปกติจะมีส่วนผสมของ cocoa butter อย่างน้อยที่สุด 32% ทำให้มันสามารถคงตัวอยู่ในรูปของไขได้ดีกว่าชนิดเคลือบ ปกติแล้วจะใช้เฉพาะในร้านที่ทำขนมหวานเท่านั้น...ส่วนใหญ่จะพบอยู่ในรูปของส่วนที่เคลือบอยู่ภายนอกผลไม้หรือหุ้มไส้ช็อกโกแลตอยู่

*Ganache ช็อกโกแลตชนิดนี้...จะมีลักษณะข้นมาก นิยมนำไปทำเค้กช็อกโกแลต Ganache ทำโดยการหั่นช็อกโกแลต และใส่วิปปิ้งลงไปตีในครีมร้อนๆ ผสมกันจนช็อกโกแลตละลายและส่วนผสมข้นและแข็งขึ้น

*Confectionery Coating (เคลือบลูกกวาด) เป็นช็อกโกแลตที่ไว้สำหรับเคลือบลูกกวาด...โดยนำไปผสมกับน้ำตาล นมผง น้ำมันพืช และสารปรุงแต่งรสชาติต่างๆ มีสีสันหลากหลาย ลูกกวาดที่ได้นี้ผงโกโก้จะมีไขมันต่ำ แต่จะไม่มีส่วนผสมของ cocoa butter เหมือนชนิดอื่นๆ จึงแยกออกมาเป็นอีกประเภทหนึ่งได้

ช็อกโกแลต...เป็นขนมที่มีคุณค่าทางโภชนาการค่อนข้างสูงนะคะ นอกจากจะให้พลังงาน จากคาร์โบไฮเดรตและไขมันแล้ว ยังมีวิตามิน เอ ดี เค และธาตุเหล็ก อีกไม่น้อยแต่ยังไง...การทานช็อกโกแลตก็ควรจะอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะพอดีนะคะ ไม่งั้น...อ้-ว-น แน่ๆ ค่ะ !




 

Create Date : 07 กันยายน 2548    
Last Update : 7 กันยายน 2548 2:28:16 น.
Counter : 279 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

ระนาดแก้ว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




" ผู้หญิงราศีกุมภ์....อีกหนึ่งคนบนโลก "











Google



all webpantip















Friends' blogs
[Add ระนาดแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.