+~* สวัสดี...ความรัก *~+
Group Blog
 
All Blogs
 

เพลงเจริญอัปปมัญญา



นี่คือบทเพลงสวดแผ่เมตตาค่ะ...สามารถคลิกเพื่อฟังได้ที่นี่นะคะ

http://www.dhammathai.org/radio/illimitable.php

คำแปลค่ะ...

Aham avero homi
อะหัง อะเวโร โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าจงเป็นผู้ปราศจากเวร

abyapajjho homi
อัพยาปัชโฌ โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากการพยาบาทเบียดเบียน

anigho homi
อะนีโฆ โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ

sukhi - attanam pariharami
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุข บริหารตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ

Mama matapitu
มะมะ มาตาปิตุ ขอให้มารดาบิดาของข้าพเจ้า

acariya ca natimitta ca
อาจาริยา จะ ญาติมิตตา จะ ครูอาจารย์ และญาติมิตร

sabrahma - carino ca
สะพราหมะจาริโน จะ ผู้ประพฤติธรรมทั้งปวง

avera hontu
อะเวรา โหนตุ จงปราศจากเวร

abyapajjha hontu
อัพยาปัชฌา โหนตุ จงปราศจากการพยาบาทเบียดเบียน

anigha hontu
อะนีฆา โหนตุ จงปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ

sukhi - attanam pariharantu
สุขี อัตตานัง ปะริหรันตุ ขอให้ท่านจงมีความสุข บริหารตนให้พ้นจากทกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ

Imasmim arame sabbe yogino
อิมัสมิง อาราเม สัพเพ โยคิโน ขอให้ท่านโยคี ( ผู้ทรงสมาธิทั้งปวงในเขตนี้ )

avera hontu
อะเวรา โหนตุ จงปราศจากเวร

abyapajjha hontu
อัพยาปัชฌา โหนตุ จงปราศจากการพยาบาทเบียดเบียน

anigha hontu
อะนีฆา โหนตุ จงปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ

sukhi - attanam pariharantu
สุขี อัตตานัง ปริหรันตุ ขอให้ท่านจงมีความสุข บริหารตนให้พ้นจากทกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ

Imasmim arame sabbe bhikkhu
อิมัสมิง อาราเม สัพเพ ภิกขู ขอพระภิกษทั้งหลายทั้งปวงที่อยู่ในเขตนี้

samanera ca
สามะเณรา จะ และสามเณร

upasaka - upasikaya ca
อุปาสะกา อุปาสิกายา จะ ทั้งอุบาสกและ อุบาสิกา

avera hontu
อะเวรา โหนตุ จงปราศจากเวร

abyapajjha hontu
อัพยาปัชฌา โหนตุ จงปราศจากการพยาบาทเบียดเบียน

anigha hontu
อะนีฆา โหนตุ จงปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ

sukhi - attanam pariharantu
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ขอให้ท่านจงมีความสุข บริหารตนให้พ้นจากทกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ

Amhakam catupaccaya - dayaka
อัมหากัง จะตุปัจจายะทายะกา ขอทายกทายิกา ผู้ให้ปัจจัย๔ แก่พวกเราทั้งหลาย

avera hontu
อะเวรา โหนตุ จงปราศจากเวร

abyapajjha hontu
อัพยาปัชฌา โหนตุ จงปราศจากการพยาบาทเบียดเบียน

anigha hontu
อะนีฆา โหนตุ จงปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ

sukhi - attanam pariharantu
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ขอให้ท่านจงมีความสุข บริหารตนให้พ้นจากทกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ

Amhakam arakkha devata
อัมหากัง อารักขา เทวาตา ขอเทวดาผู้อารักขาเราทั้งหลาย

Ismasmim vihare
อิมัสมิง วิหาเร ในวิหารแห่งนี้

Ismasmim vihare
อิมัสมิง อาวาเส ในอาวาสแห่งนี้

Ismasmim arame
อิมัสมิง อาราเม ในอารามแห่งนี้

arakkha devata
อารักขา เทวาตา ขอเทวาผู้รักษาสถานที่เหล่านี้

avera hontu
อะเวรา โหนตุ จงปราศจากเวร

abyapajjha hontu
อัพยาปัชฌา โหนต จงปราศจากการพยาบาทเบียดเบียน

anigha hontu
อะนีฆา โหนตุ จงปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ

sukhi - attanam pariharantu
สุขี อัตตานัง ปะริหรันตุ ขอให้ท่านจงมีความสุข บริหารตนให้พ้นจากทกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ

Sabbe satta
สัพเพ สัตตา ขอสัตว์ทั้งหลาย ทั้งปวง

sabbe pana
สัพเพ ปาณา ขอสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย

sabbe bhutta
สัพเพ ภูตา ขอภูติทั้งหลาย

sabbe puggala
สัพเพ ปุคคะลา ขอบุคคลทั้งหลาย

sabbe attabhava - pariyapanna
สัพเพ อัตตภาวา ปริยาปันนา ขอผู้มีอัตภาพทั้งหลาย

sabba itthoyo
สัพพา อิตถีโย ขอสตรีทั้งหลาย ทั้งปวง

sabbe purisa
สัพเพ ปุริสา ขอบุรุษทั้งหลาย ทั้งปวง

sabbe ariya
สัพเพ อริยา ขอพระอริยเจ้าทั้งหลาย ทั้งปวง

sabbe anariya
สัพเพ อนริยา ขอผู้ยังไม่เข้าถึงความเป็นพระอริยเจ้าทั้ง
หลาย ทั้งปวง

sabbe deva
สัพเพ เทวา ขอเทวาทั้งหลาย ทั้งปวง

sabbe manussa
สัพเพ มนุสสา ขอมนุษย์ทั้งหลาย ทั้งปวง

sabbe vinipatika
สัพเพ วินิปาติกา ขอสัตว์วินิปาติกะทั้งหลาย ทั้งปวง

avera hontu
อะเวรา โหนตุ จงปราศจากเวร

abyapajjha hontu
อัพยาปัชฌา โหนตุ จงปราศจากการพยาบาทเบียดเบียน

anigha hontu
อะนีฆา โหนตุ จงปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ

sukhi - attanam pariharantu
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ขอให้ท่านจงมีความสุข บริหารตนให้พ้นจากทกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ

Dukkha muccantu
ทุกขา มุจจันตุ ขอสัตว์ทั้งหลายจงปราศจากความทุกข์

Yattha-laddha-sampattito mavigacchantu
ยถาลัทธาสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ จงอย่าพลัดพรากจากสมบัติที่ได้มา

Kammassaka
กัมมัสสะกา ตนย่อมเป็นเจ้าของกรรมนั้น

Purathimaya disaya
ปุรถิมายะ ทิสายะ ขอสัตว์ทั้งปวง ในทิศบูรพา ( ทิศตะวันออก )

pacchimaya disaya
ปัจฉิมายะ ทิสายะ ในทิศปัจฉิม ( ทิศตะวันตก )

uttara disaya
อุตตรายะ ทิสายะ ในทิศอุดร ( ทิศเหนือ )

dakkhinaya disaya
ทักขิณายะ ทิสายะ ในทิศทักษิณ ( ทิศใต้ )

purathimaya anudisaya
ปุรถิมายะ อนุทิสายะ ในทิศอาคเนย์ ( ทิศตะวันออกเฉียงใต้ )

pacchimaya anudisaya
ปัจฉิมายะ อนุทิสายะ ในทิศพายัพ ( ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ )

uttara anudisaya
อุตตระ อนุทิสายะ ในทิศอิสาน ( ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ )

dakkhinaya anudisaya
ทักขิณายะ อนุทิสายะ ในทิศหรดี ( ตะวันตกเฉียงใต้ )

hetthimaya disaya
เหฎฐิมายะ ทิสายะ ในทิศเบื้องล่าง

uparimaya disaya
อุปาริมายะ ทิสายะ ในทิศเบื้องบน

Sabbe satta
สัพเพ สัตตา ขอสัตว์ทั้งหลาย

sabbe pana
สัพเพ ปาณา ขอสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย

sabbe bhutta
สัพเพ ภูตา ขอภูติทั้งหลาย

sabbe puggala
สัพเพ ปุคคะลา ขอบุคคลทั้งหลาย

sabbe attabhava - pariyapanna
สัพเพ อัตตภาวา ปริยาปันนา ขอผู้มีอัตภาพทั้งหลาย

sabbe itthiyo
สัพพา อิตถีโย ขอสตรีทั้งหลาย

sabbe purisa
สัพเพ ปุริสา ขอบุรุษทั้งหลาย

sabbe ariya
สัพเพ อริยา ขอพระอริยเจ้าทั้งหลาย

sabbe anariya
สัพเพ อนริยา ขอผู้ยังไม่เข้าถึงความเป็นพระอริยเจ้าทั้งหลาย

sabbe deva
สัพเพ เทวา ขอเทวา ทั้งหลาย

sabbe manussa
สัพเพ มนุสสา ขอมนุษย์ทั้งหลาย

sabbe vinipatika
สัพเพ วินิปาติกา ขอสัตว์วินิปาติกะทั้งหลาย

avera hontu
อะเวรา โหนตุ อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

abyapajjha hontu
อัพยาปัชฌา โหนตุ อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

anigha hontu
อะนีฆา โหนตุ อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

sukhi - attanam pariharantu
สุขี อัตตานัง ปะริหรันตุ จงมีความสุข บริหารตนให้พ้นจากทกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ

Dukkha muccantu
ทุกขา มุจจันตุ ขอสัตว์ทั้งหลายจงปราศจากความทุกข์

Yattha-laddha-sampattito mavigacchantu
ยถาลัทธา สัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ จงอย่าพลัดพรากจากสมบัติที่ได้มา

Kammassaka
กัมมัสสะกา ตนย่อมเป็นเจ้าของกรรมนั้น

Uddham yava bhavagga ca
อุทธัง ยาวะ ภะวัคคา จะ และสัตว์ที่อยู่สูงขึ้นไปจนถึงภวัคคภูมิ

adho yava aviccito
อโธ ยาวะ อวิจจิโต และสัตว์ที่อยู่เบื้องล่างจนถึงอเวจีมหานรก

samanta cakkavalesu
สมันตา จักกะวาเลสุ สัตว์ทั้งหลายในจักรวาล

ye satta pathavicara
เย สัตตา ปถวิจารา ไม่ว่าสัตว์ใดที่อุบัติบนพื้นปฐพี

abyapajjha nivera ca
อัพยาปัชฌา นิเวรา จะ ขอจงปราศจากการพยาบาทเบียดเบียน

nidukkha ca nupaddava
นิทุกขา จะ นุปัททวา ปราศจากทุกข์ และอุปัทวันตราย

Uddham yava bhavagga ca
อุทธัง ยาวะ ภะวัคคา จะ ขอสัตว์ที่อยูสูงขึ้นไปถึงภวัคคภูมิ

adho yava aviccito
อโธ ยาวะ อวิจจิโต และสัตว์อยู่เบื้องล่างในอเวจีมหานรก

samanta cakkavalesu
สมันตา จักกะวาเลสุ สัตว์ทั้งหลายในจักรวาล

ye satta udakecara
เย สัตตา อุทักเขจารา ขอสัตว์ทั้งหลายผู้เกิดในน้ำ

abyapajjha nivera ca
อัพยาปัชฌา นิเวรา จะ ขอจงอย่าได้เบียดเบียนใครเลย อย่าได้มีเวรกับใครเลย

nidukkha ca nupaddava
นิทุกขา จะ นุปัททวา ปราศจากทุกข์ ปราศจากอุปัทวันตราย

Uddham yava bhavagga ca
อุทธัง ยาวะ ภะวัคคา จะ ขอสัตว์ในโลกธาตุอื่น ที่อยูเบื้องบนคือภวัคคภูมิลงมา

adho yava aviccito
อโธ ยาวะ อวิจิโต ตั้งแต่อเวจีมหานรกขึ้นไป

samanta cakkavalesu
สมันตา จักกะวาเฬสุ ขอสัตว์ทั้งหลายโดยรอบจักรวาล

ye satta pathavicara
เย สัตตา ปฐวีจารา ไม่ว่าสัตว์ใดที่อุบัติบนพื้นปฐพี

abyapajjha nivera ca
อัพยาปัชฌา นิเวรา จะ ขอจงอย่าได้เบียดเบียนใครเลย อย่าได้มีเวรกับใครเลย

nidukkha ca nupaddava
นิทุกขา จะ นุปัททวา ปราศจากทุกข์ ปราศจากอุปัทวันตราย ทั้งสิ้นเทอญฯ
..........................................................................




 

Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2550 11:18:42 น.
Counter : 260 Pageviews.  

ธรรมะจากผี ของดีจากพระ



ว่าถึงประโยชน์ของการมางานศพและประโยชน์ของความตาย อันความตายหากค้นให้พบหาให้เจอ จะพบว่าในความตายนั้นมีสาระแก่นสารที่น่าศึกษามากมายหลายสถาน แต่เพื่อให้เหมาะสมแก่เวลาจักนำมากล่าวโดยย่อๆ สัก 3 ประการ คือ…

1. ทำให้เห็นความดีของผู้ตายเด่นชัดขึ้น
2. ทำให้ญาติมิตรพี่น้องปรองดองสามัคคีกันกว่าแต่ก่อน
3. ก่อให้เกิดอัปมาทธรรม ความไม่ประมาทมัวเมาในชีวิต

ประการที่ 1 ช่วยให้เห็นความดีของผู้ตายเด่นชัดขึ้น ข้อนี้อุปมาเหมือนต้นไม้ใหญ่ ที่เคยให้ร่มเงาและที่อยู่อาศัยแก่หมู่วิหก นกกา ตลอดถึงมนุษย์ เมื่อธรรมชาตินั้นยังอยู่ก็มิสู้ได้คำนึงถึงคุณค่า ต่อเมื่อใดถูกพายุพัดโค่นหรือถูกตัดไปเสียแล้ว ยามนั้นคุณค่าของโพธิ์ไทรจะผุดงอกในความรู้สึกมากกว่าปกติ

อีกอย่างหนึ่ง คล้ายเวลาหิวกระหายใคร่จะดื่มน้ำ มีภาชนะเช่นแก้วหรือขันใส่ให้ดื่ม จะทานอาหารมีช้อนมีจานใส่ให้บริโภค ยามที่แก้ว, ขัน, ช้อน, จานยังอยู่ ก็มิสู้จะเห็นความสำคัญนัก ปล่อยเกะกะทิ้งขว้าง ต่อเมื่อใดจะทานอาหาร ช้อนจานไม่มี จะดื่มน้ำแก้วก็แตก ขันก็หาย นั่นแหละคุณค่าของสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะผุดงอกในจิตสำนึกมากกว่าเดิม แม้ชีวิตคนก็เช่นเดียวกัน รวมความว่า อะไรก็ตามที่พลัดพรากจากไปแล้ว มิสามารถนำกลับคืนมาได้ สิ่งนั้นล้วนมีคุณค่าเป็นทวีคูณ

ประการที่ 2 ช่วยให้ญาติพี่น้องปรองดองกันมากขึ้น ก็ด้วยอำนาจความรัก ความอาลัย ความเห็นใจ ในโอกาสที่แต่ละฝ่ายต่างประสบพบกับความสูญเสีย

ประการที่ 3 ก่อให้เกิดอัปมาทธรรม ความไม่ประมาท ก็เพราะความตายจะช่วยกระตุ้นความรู้ให้เกิดมุมมองสอดส่องชีวิต จนเกิดปัญญาหรือแววจิตคิดเห็นความไม่เที่ยงแท้แปรเปลี่ยนของชีวิต เกิดการยอมรับในกฎแห่งธรรมชาติ และเตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งที่จะต้องประสบคือมัจจุราช หรือความตายฯ


...............มนต์กันเมา...............

หากเราได้สำนึกรำลึกถึงความตายไว้เสมอ จักมีผลให้ยอมรับว่าความตายเป็นสมบัติส่วนหนึ่งของชีวิต จนสามารถะเผชิญหน้ากับวาระสุดท้ายได้อย่างเยือกเย็น ไม่หวาดหวั่นขวัญเสีย ทั้งนี้ก็ด้วยปัญญาความรู้เท่านั้น เห็นการผันแปรของชีวิตเหมือนดวงอาทิตย์เคลื่อนคล้อยไปตามลำดับ

เพราะฉะนั้น เกิด แก่ เจ็บ ตาย ถ้าบุคคลใดระวังไว้เสมอ ไม่หลงลมแล้ว ก็เท่ากับมีมนต์คาถาวิเศษกำจัดทุกข์ เหตุนี้ผู้มีปัญญาไม่ประมาทในชีวิต จึงยินดีเจริญมรณสติ เพราะเห็นอานิสงส์ว่า

ระลึกถึงความตายสบายนัก มักหักรักหักหลงในสงสาร
บรรเทามืดโมหันอันธกาล ทำให้หาญหายสะดุ้งไม่ยุ่งใจ

ความตาย คือ...สหายสนิท
ชีวิต พร้อมที่จะอำลา
จงพร่ำ ภาวนา
เป็นมนตรา กันลืมตน

ท่านทั้งหลาย...แม้เราจะมีอำนาจวาสนาใหญ่โต แต่จะต่อต้านหรือร้องขอต่อรองกับพญามัจจุราชนั้นเป็นอันสิ้นหวัง ดังพระบาลีที่ปรากฏในคาถาธรรมบทขุทกนิกาย ที่ได้สาธกยกเป็นอุเทศ ณ เบื้องต้นว่า….

น สนฺติ ปุตฺตา ตาณาย น ปิตา นปิ พนฺธนา
อนฺตเกนาธิปนฺนสฺส นตฺถิ ญาตีสุ ตาณตา.

แปลว่า...บุคคลอันความตายครอบงำแล้ว ไม่มีบุตร ไม่มีบิดา ไม่มีพวกพ้อง เพื่อจะป้องกันต่อต้าน ความป้องกันต่อต้าน ย่อมไม่มีในญาติทั้งหลาย

สรุปก็คือ...ความตายนั้น บุตรธิดาจะรั้งไว้ก็ไม่หยุด บิดามารดาจะฉุดก็ไม่ได้ ญาติสนิทมิตรสหายก็เพียงแต่แลดู ช่วยอะไรไม่ได้ พอถึงคราวตายอะไรก็เปลี่ยน ที่เคย “วิวัฒน์” ก็ต้องกายเป็น “วิบัติ” คือหยุดบทบาท หยุดการเคลื่อนไหว หยุดมี หยุดเป็น ทุกอย่าง เช่น รถตาย ก็เกะกะขวางถนน, เรือตาย ก็เกะกะขวางลำคลอง, ต้นไม้ตาย ก็หยุดเจริญเติบโต ไม่ผลิดอกออกช่อ ที่เคยเป็นก็เลิกเป็น

เช่น..
เป็นพระ ตายแล้ว ก็เป็นไม่ได้
เป็นพระครู ตายแล้ว ก็หาพระ, หาครูไม่พบ
เป็นมหา ตายแล้ว ก็หาไม่เจอ
เป็นเจ้าคุณ ตายแล้ว ก็หมดความเป็นคุณ..เป็นเจ้า
เป็นนักเทศน์ ตายแล้ว ก็ไม่ได้เทศน์…ไม่ได้เป็น
เป็นเศรษฐี ตายแล้ว ก็เหลือแต่เศษ…ไม่มีฐี


...............อานิสงส์ความตาย...............

ขึ้นชื่อว่า ความตาย ไม่มีใครปรารถนา และมักจะถูกรังเกียจ แม้เพียงใครพูดเรื่องตายให้ได้ยิน ก็มักตัดพ้อหาว่าปากเสนียด พูดไม่เป็นมงคล ในเรื่องนี้สมเด็จพระทศพล ได้ตรัสว่า วิสัยบัณฑิต ผู้มีปัญญา “พึงทำอุปสรรคให้เป็นอุปกรณ์ ทำสิ่งที่มีปกติเป็นโทษให้กลายเป็นคุณ ทำสิ่งที่เหลวไหลให้กลายเป็นสาระ แปรสิ่งที่เป็นทุกข์ให้กลายเป็นสติปัญญา”

ความตายเป็นการสิ้นสุดปัญหาทุกอย่างไม่ต้องดิ้นรน, ไขว่คว้า, แสวงหา, แก่งแย่ง, ชิงดีชิงเด่นกับใคร เมื่อประมวลแล้ว ความตายให้ประโยชน์ ดังนี้..

1. กฎหมายไม่แตะต้อง
2. ญาติพี่น้องไม่รบกวน
3. มีคดีก็ยกเลิก
4. มีหนี้สินก็ยกให้
5. เป็นศัตรูคู่พยาบาทก็เลิกอาฆาตพยาบาทกัน

http://www.watpthai.com/mcontents/marticle.php?headtitle=mcontents&id=52579&Ntype=3




 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2550 19:11:31 น.
Counter : 185 Pageviews.  

*:~นาคราช~:*



ชอบพญานาคจัง...ด้วยความที่เป็นสิ่งลึกลับสำหรับเรา จริงๆ แล้วก็อาจจะสำหรับหลายคนหรือบางคนด้วย ไม่ว่าพญานาคจะมีจริงหรือเป็นเพียงจินตนาการเพื่ออะไรก็แล้วแต่...เราคิดว่าพญานาคเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์และน่าค้นหามากๆ
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84

..........................................................................

พญานาค...สัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา และนาคยังเป็นสัญลักษณ์ของบันไดสายรุ้งสู่จักรวาล

พญานาคเป็นเทพเจ้าแห่งท้องน้ำ บางแห่งก็ว่าเป็นเทพเจ้าแห่งฟ้า

ตำนานความเชื่อเรืองพญานาคมีความเก่าแก่มาก ดูท่าว่าจะเก่ากว่าพุทธศาสนาอีกด้วย สืบค้นได้ว่ามีต้นกำเนิดมาจากอินเดียใต้ ด้วยเหตุจากภูมิประเทศทางอินเดียใต้เป็นป่าเขาจึงทำให้มีงูอยู่ชุกชุม และด้วยเหตุที่งูนั้นลักษณะทางกายภาพคือมีพิษร้ายแรง งูจึงเป็นสัตว์ที่มนุษย์ให้การนับถือว่ามีอำนาจ ชาวอินเดียใต้จึงนับถืองู

เป็นสัตว์เทวะชนิดหนึ่งในเทพนิยายและตำนานพื้นบ้าน บ้างก็ว่าเป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ มีความเชื่อเรื่องพญานาคแพร่หลายในภูมิภาคต่างๆ ทั่วทวีปเอเชีย โดยเรียกชื่อต่างๆ กัน

ต้นกำเนิดความเชื่อเรื่องพญานาคน่าจะอยู่ที่อินเดีย ด้วยมีนิยายหลายเรื่องเล่าถึงพญานาค โดยเฉพาะในมหากาพย์มหาภารตะ ซึ่งถือเป็นปรปักษ์ของพญาครุฑ ส่วนในตำนานพุทธประวัติ ก็เล่าถึงพญานาคไว้หลายครั้งด้วยกัน

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีตำนานเรื่องพญานาคอย่างแพร่หลาย ชาวบ้านในภูมิภาคนี้มักเชื่อกันว่าพญานาคอาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง หรือเมืองบาดาล

และเชื่อกันว่าเคยมีคนเคยพบรอยพญานาคขึ้นมาในวันออกพรรษาโดยจะมีลักษณะคล้ายรอยของงูขนาดใหญ่ และเมื่อไปเล่นน้ำในแม่น้ำโขงควรยกมือไหว้เพื่อเป็นการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ลักษณะของพญานาคตามความเชื่อในแต่ละภูมิภาคจะแตกต่างกันไป แต่พื้นฐานคือพญานาคนั้นมีลักษณะตัวเป็นงูตัวใหญ่มีหงอนสีทองและตาสีแดง เกล็ดเหมือนปลามีหลายสีแตกต่างกันไปตามบารมี บ้างก็มีสีเขียว บ้างก็มีสีดำ หรือบ้างก็มี7สี

และที่สำคัญคือนาคตระกูลธรรมดาจะมีเศียรเดียว แต่ตระกูลที่สูงขึ้นไปนั้นจะมีสามเศียร ห้าเศียร เจ็ดเศียรและเก้าเศียร นาคจำพวกนี้จะสืบเชื้อสายมาจาก พญาเศษนาคราช (อนันตนาคราช) ผู้เป็นบัลลังก์ของพระวิษณุนารายณ์ปรมนาท ณ เกษียณสมุทร อนันตนาคราชนั้นเล่าว่ากันว่า...มีกายใหญ่โตมหึมามีความยาวไม่สิ้นสุด และมีพันศีรษะ

พญานาคนั้นมีทั้งเกิดในนำและบนบก เกิดจากครรภ์และจากไข่ มีอิทฤทธิ์สามารถบันดาลให้เกิดคุณและโทษได้

บางคราวพญานาคนั้น...ก็มักจะแปลงร่างเป็นมนุษย์รูปร่างผิวพรรณงดงาม
..........................................................................




 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2550 14:46:07 น.
Counter : 309 Pageviews.  

ความฝัน

ความฝันนี้เป็นเรื่องที่เราไม่เคยลืมทุกรายละเอียด แม้ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน เพราะมันชัดเจนเหมือนกับเราได้ประสบมาจริงๆ

ครั้งนั้นเรายังเป็นเด็กประถมต้นๆ อยู่เลยค่ะ...คืนนึงเราฝันถึงคุณย่าที่ท่านเสียไปได้เกือบจะครบปีแล้ว
ในฝันนั้น...เราออกเดินไปตามทางโดยไม่ใส่รองเท้า ไปในสถานที่ๆ กว้างและเวิ้งว้าง พื้นดินเป็นดินแห้งๆ แตกระแหง บรรยากาศรอบๆ ดูไม่ออกว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน มันก้ำกึ่งกันอยู่

เราเดินไปไกลมากแต่ไม่รู้สึกเหนื่อย จนมาถึงศาลาไม้หลังใหญ่ใต้ถุนสูง เราเดินขึ้นบันไดที่มีลักษณะแบบบ้านตามชนบทขึ้นไป และพบว่าศาลาที่เรามองจากด้านล่างดูเหมือนไม่มีฝาผนังแต่ตอนนี้มันกลับมีฝาผนังเป็นไม้เช่นกัน คล้ายๆ จะแบ่งกั้นเป็นห้องเอาไว้

บนศาลานั้นมีคนวัยกลางคนไปจนถึงคนสูงอายุมากมาย ประมาณแล้วก็น่าจะกว่าสามสิบคน ทุกคนอยู่ในเสื้อผ้าแบบที่ชาวบ้านนิยมใส่ไปวัดในวันทำบุญค่ะ และดูกำลังรีบร้อนเหมือนเตรียมงานทำบุญอะไรซักอย่าง

และทุกคนไม่ได้แสดงความสนใจเราเลย แต่ละคนเดินไปเดินมาเดินเข้าเดินออกระหว่างห้องโถงกลางกับห้องๆ หนึ่งที่อยู่หลังฝาผนัง

เราเห็นป้าๆ ลุงๆ หลายคนนำถาดอาหารที่มีลักษณะเป็นทรงกลมทำจากโลหะเคลือบมีลายดอกไม้ดอกใหญ่ๆ แบบที่นิยมใช้ตามวัดออกมาวางบนพื้นศาลานั้น ในแต่ละถาดมีอาหารเป็นชุดๆ ซึ่งแต่ละชุดก็จะมีเจ้าของ

ป้าคนหนึ่ง...มองดูเราแป๊บนึงแล้วหันไปพูดกับคนที่ยืนข้างๆ ว่า " ไอ้เด็กคนนี้มันเป็นคนดี " ก่อนจะเดินไปจากตรงนั้น

แล้วเราก็ได้เห็นคุณย่าของเรา ท่านแต่งตัวในชุดที่หมองมัวซัวไม่ดูดีเหมือนคนอื่นๆ และนอกจากนี้ท่านยังไม่มีถาดอาหารเป็นของตัวเองด้วย

แล้วเราก็ตื่นขึ้น...โดยจำไม่ได้ว่าขากลับเราเดินกลับเหมือนตอนไปหรือเปล่า

แต่เมื่อเราเล่าความฝันนี้ให้พ่อฟัง ท่านก็ใส่บาตรทำบุญไปให้คุณย่า




 

Create Date : 19 สิงหาคม 2549    
Last Update : 19 สิงหาคม 2549 13:24:05 น.
Counter : 144 Pageviews.  

บนรถโรงเรียน

ขณะนั้นเราเป็นนักเรียนชั้น ป. 6 ของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งย่านหลักสี่ ในทุกวันเราต้องนั่งรถบัสคันใหญ่ของโรงเรียนไป - กลับระหว่างบ้านที่รังสิตกับโรงเรียน

บ่ายวันหนึ่งในขณะเดินทางกลับ บนรถเหลือเพียงเรา ซึ่งนั่งอยู่ตรงกลางรถด้านคนขับ คุณครู 1 ท่านเป็นผู้หญิง นั่งที่เบาะด้านหน้าสุดฝั่งซ้ายมือ เด็กรถประจำอยู่ที่ประตูด้านหลัง ( อืม...เค้าเป็นผู้ชายและพูดภาษาไทยไม่ชัดเพราะไม่ใช่คนไทยค่ะ )

และนักเรียนรุ่นน้องอีก 3 คน เป็นเด็กผู้ชายหนึ่งคนและเด็กผู้หญิงอีกสองคน นั่งอยู่เบาะด้านหลังรถด้านเดียวกับเราแต่ห่างออกไปอีกหลายที่นั่ง

ขณะที่รถกำลังแล่นเข้าไปยังหมู่บ้านของเรานั้น เราได้เผลองีบไปด้วยความสลึมสลือ โดยศีรษะพิงกระจกหน้าต่างและวางแขนข้างขวาไว้บนกรอบหน้าต่าง ทันใดนั้น เราได้ยินเสียงผู้ใหญ่คนนึง ซึ่งจำไม่ได้แน่ชัดว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง พูดกับเราใกล้ๆ หูว่า " หน้าต่างจะหล่น "

เรารีบตื่นขึ้นและดึงแขนตัวเองออกมาจากที่นั้น พร้อมกับที่หน้าต่างบานนั้นก็หล่นลงมาจริงๆ

หลังจากนั้น...เราก็ลุกขึ้นยืนมองดูคนอื่นๆ บนรถ เพื่อจะหาที่มาของเสียงเมื่อสักครู่ ก็พบว่าทุกคนยังนั่งประจำที่ของตนเองด้วยท่าทางที่สบายๆ ตามปกติ โดยไม่มีใครเข้ามาใกล้เราในระยะใกล้ๆ เลย




 

Create Date : 19 สิงหาคม 2549    
Last Update : 19 สิงหาคม 2549 13:25:34 น.
Counter : 123 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

ระนาดแก้ว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




" ผู้หญิงราศีกุมภ์....อีกหนึ่งคนบนโลก "











Google



all webpantip















Friends' blogs
[Add ระนาดแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.