THANON VEE (ถนนวี)

thanonvee
Location :
Paris France

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add thanonvee's blog to your web]
Links
 

 

ว่าด้วยการรักษาสังคมอันอยุติธรรมเอาไว้



จากงานเขียนของ ส. ศิวรักษ์


"...เราต้องไม่ลืมว่าการคงสภาพทางสังคมอันอยุติธรรมไว้นั้น

จำต้องมอมเมาให้ชนชั้นล่างสยบต่อชนชั้นสูง

ให้จำนนต่อเหตุผลทางสังคมและวัฒนธรรม

โดยใช้การศึกษาและสื่อมวลชนเป็นเครื่องมือ

และหาทางป้องกันการรวมตัวของชาวนาและกรรมกรในทุกๆวิถีทาง

อ้างว่ารังเกียจการรุนแรง หรือการปฏิวัติโดยมวลชน

พร้อมๆกันนั้นก็สร้างอุดมการณ์แห่งชาติขึ้น

ว่าถ้าพัฒนาไปทางเศรษฐกิจและวัตถุถึงขั้นนั้นๆแล้ว

คนชั้นล่างก็จะได้ประโยชน์ด้วยบ้าง

ที่สุดจนให้ลัทธิศาสนาสอนให้ทุกคนยอมรับสภาพของตน ว่าโง่ ตนต่ำต้อยเพราะบุญกรรม

ทั้งคำสอนก็มักเป็นไปในทางแสวงหาความสุขในทางปัญเจกภาพเท่านั้น

มิได้ประยุกต์ศาสนธรรมมาเพื่อหันเหสังคมให้ยุติธรรมขึ้น

เพื่อให้เกิดเสมอภาค ภราดรภาพ และเสรีภาพอย่างแท้จริง..."




ลองมองดูสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับสังคมไทยวันนี้ ใครบางคนกำลังทุ่มเทเพื่อรักษาไว้ซึ่งสังคมอันอยุติธรรมนี้อยู่หรือไม่??


ที่มา : พรหมแดนทางสังคมของพุทธศาสนา, มูลนิธิโกมลคีมทอง, 2533, หน้า11.



19.11.2016 : ย้ายหมวดหมู่ ไม่ได้แก้เนื้อหา




 

Create Date : 21 กันยายน 2550    
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2559 23:52:42 น.
Counter : 45 Pageviews.  

The "Three in One"





เก็บมาฝากครับ เป็นงานศิลป์ที่มีความหมายน่าสนใจดี





ชื่อผลงาน : One and Three chairs
โดย : Joseph KOSUTH , in 1965
อ้างอิง : E. Couturier, L’art contemporain : mode d’emploi, p. 56-57.


งานศิลปะชิ้นนี้แสดงถึงความหมายของเก้าอี้ในสามมิติ นั่นคือ
ภาพถ่ายเก้าอี้ (หมายเลข 1 )
ตัวเก้าอี้จริง(หมายเลข2)
และคำจำกัดความของเก้าอี้ (หมายเลข 3)

ซึ่งทั้งสามมิติของเก้าอี้นั้นคือ Reality Concept และ Representation

ดังนั้นเราจึงสามารถสื่อความหมายสิ่งของอย่างหนึ่งได้ในหลายมิติ
โดยสรุปคือ
sign = chair
Meant = photo
Meaning = definition


อย่าลืมว่า ไม่ได้มีวิธีเดียว หรือ มีถนนเพียงเส้นเดียวที่จะไปถึงจุดหมายที่หวังไว้ คนเราทุกคนย่อมมีทางเลือกที่ดีให้ตัวเองเสมอ ..............เชื่อผมเถอะ


คนเดินถนน


20.11.2016 : ย้ายหมวดหมู่ ไม่ได้แก้เนื้อหา




 

Create Date : 05 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2559 0:02:26 น.
Counter : 57 Pageviews.  

เศรษฐี...ผู้ดีเก่า...และ...การซึมซับความ...พอเพียง





เก็บมาฝากครับ..อ่านแล้วรู้สึกว่าเห็นภาพชัดเจนดี...
บทความจาก Thai Journalist Democratic Front

ถึงเวลาส่งราชนิกุล ไปทำไร่ไถนาสักปี……………



ถึงเวลาส่งราชนิกุลไปทำไร่ไถนาสักปี “เพื่อซึมซับพอเพียง”

ที่ละล้านหาเงินสมทบการกุศล ราชนิกุลสมทบพันธมิตรจัดงานลำลึกล้มทักษิณ “สุดหรู”หมดเงินไปเป็นล้านเศรษฐีเก่าผู้ดีเก่า ขายบ้านเก่าในตระกูล “ร้อยปีๆ” แถวสุขุมวิทรายวัน สร้างคอนโดขายฝรั่ง เศรษฐีรุ่นใหม่ จัดงานระดมพลคนเจ้าของ Ferrari มากัน 200-300 คัน ตีราคาเป็นพันๆล้าน แต่ไม่กล้าออกข่าว “กลัวสวนกระแส”พอเพียง สื่อไทยสำนักข่าวไทย “ซื้อหัวนอกออกหัวใน” แย่งตลาด “โฮโซ” ทั้งเมียทหารทั้งเมียใครต่อใคร กลายเป็น “ตู้เพชรเคลื่อนที่” เต็มเมือง ดารานักร้องละครทีวีผู้ผลิตหนัง “สุดกระหายรวยเร็ว” มุสลิมปิดผ้าแอบหน้า เดินจูงครอบครัวเต็มห้างเซ็นทรัล นักเรียนจุฬา อาบแอร์เย็นของ สยามพาราก้อน กันเป็รพันทุกวัน พระสงค์องค์เจ้า เดินทั่วห้างพันทิพย์ ไม่เล่นกอร์ฟ ไม่ได้ ไม่มีคอนโดริบหาด ไม่ได้ ไม่มีบ้านเชียงใหม่ ไม่ได้ ไม่มีบ้านเขาให­่ ไม่ได้ สรุปคือ “เมามันกันเหลือเกิน”

แต่พอพูดถึงการเมือง แทบทุกคนในกรุงเทพ ก็หนีไม่พ้น โจมตีทักษิณและทรท “ว่าทุนนิยม วัตถุยิยม โตเร็วนิยม สุดขั้ว” และทักษิณมีการ “แอบโจมตีพอเพียงอย่างต่อเนื่อง” พูดไป “ยิ่งภูมิใจที่ใส่เสี้อเหลือง” ยิ่งเกลียดทักษิณ “คนชั่วที่ไม่รักในหลวง” ด่าทักษิณเสร็จ “เดินชอปปิ้งต่อ” สรุปกันว่า “ทหารทำดีแล้ว” ส่วนเรื่องเศรษฐกิจปีนี้ไม่ดี “ไม่เป็นไร” ต้องขยันขึ้น ทำงานมากขึ้น เข็นอง์กรลูกน้องให้มากขึ้น “เผื่อได้เงินเดือนขึ้น ได้โบนัส”

ใช่เลย “คนกรุงเทพ พอเพียงที่สุด” เมื่อวันก่อนเศรษฐีให­่ ราชนิกุลเก่า ออกทีวีไปแล้ว บอกว่าได้นำเอาพอเพียงมาใช้ “เพิงตัดสินใจขยายโรงงานจิรนัยเพชรไปสามร้อยล้าน ก่อนลงทุนเอาพอเพียงมาใช้ คือขยายโรงงานให้พอเพียง ไม่มากไปไม่น้อยไป กำลังพอดี” ปีที่แล้ว งบโฆษณาการตลาด ในไทยของบริษัทเพชรของราชนิกุลคนนี้ ก็ไม่มาก “สองร้อยกว่าล้านเท่านั้น” ในไทย คนซื้อเพชรก็คงบอกว่า “พอเพียงในการซื้อเพชร” คือซื้อไม่มากไปแล้วก็ไม่น้อยไป “พอออกสังคมไฮโซโดยไม่เสียหน้าเท่านั้น” ไปกันถึงขนาดกระเป๋ามัดหมี่และไหมไทย บางรุ่น แพงกว่า Ferragamo เสียอีก

มันเป็นเวรกรรมจริงๆสำหรับคนจน ที่ซื้อมือถือก็ถูกคนกรุงเทพด่าแล้วว่า “ฟุ่มเพือยไม่พอเพียง” และอีกสารพัดด่า “มัน โง่ใช้เงินไม่เป็น มันควายที่เลือกทักษิณ ให้เงินกองทุนมันไม่ได้เพราะมันซื้อของฟุ่มเฟือยหมด ดูหนี้มันสิ เอาเงินเป็นแสนๆไปสร้างบ้านใหม่ทำไม ให้มันมีหวยบนดินไม่ได้เพราะมันซื้อมากขึ้น สามสิบบาทมันจะทำให้ชาติล่มจม มันลงทุนซื้อรถกะบะขนของไปขายตลาดทำไม มันไม่คุ้มเลย มันสุดโง่ที่เชื่อว่าทักษิณจะทำให้มันหายจน” สรุปคือทักษิณสุดเลว ที่ไปสร้างความหวังให้คนจน ราชนิดุลบอกว่า “ทางออกคือพอเพียงและเกษตรผสมผสานเท่านั้น” ต่อด้วยว่า “คนเอาพอเพียงมาใช้ มีความสุขเพิ่มขึ้นถึงสามเท่า”

ปั­หานะคือ พวกไฮโซราชนิกุล ทั้งหลาย “ไม่ได้เข้าใจอะไรของจิตใจคนจนเลย” และที่น่าเสียใจ คือ “ไม่สนใจด้วยว่าคนจนรู้สึกอย่างไร” มันเป็นอย่างนี้ครับราชนิกุลทั้งหลาย “วันหนึ่งมีคนมาบอกเขาว่าเขาจะหายจน แล้วทำโน่นนี้ให้เขาเห็นว่าจริงจังมาก มาอีกวันมีคนบอกเขาว่าอย่าเลย อยู่อย่างพอเพียงดีกว่า” แล้วอยู่ๆก็มีรถจากค่ายทหาร มาขนพวกเขาเข้าค่าย “อบรมเรื่องพอเพียงและให้เกลียดทักษิณ” แถมติด ASTV ให้ฟรีอีก

คือมันไม่เหมือนปีที่แล้วเลยนะ ที่ทักษิณเชิ­คนจนไปอำเภอ ไปลงทะเบียนกันว่าทำไมจน และทาง “นายอำเภอ”หาทางแก้ไขให้ “แบบเป็นรายๆไปเลย”

สรุปคือ “รู้เขารู้เรา” เสียก่อน ก่อนไปบอกเขาว่าให้ “ดำเนินชีวิตอย่างไร” ราชนิกุลไทยนะห่างความจนมานานแล้ว วกลับไปถามคนเก่าคนแก่ในตระกูลเสียก่อน ว่าทำอะไรลงไปบ้าง เพื่อให้มา “อยู่จุดที่อยู่กันวันนี้นะ” รับรองได้ “กระเสือกกระสนเข้าวังและใกล้ชิดวัง กันทั้งนั้น” ถ้าจะให้รู้จริงว่าอะไรดีสำหรับคนจน ลองกลับไป “ปลูกไร่ไถนา” ดูสักปีสิ ว่ามันเป็นอย่างไร แล้วเอามาเทียบกับ “สิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้” ร้อยทั้งร้อย “เลือกไม่เอาไร่ไม่เอานา” จะเอาซอยละลายทรัพย์ จะอยู่กับเพื่อนๆราชนิกุล ไปงานนั่นนี้ ยืนเข้าแถว

ก็ มีคนบอกนะ ว่าให้หาค่าเฉลี่ยออกมาสิ ว่าไม่รวยไปไม่จนไป ไม่มีหนี้มากไป ไม่มีหนี้น้อยไป ไม่ยืนบนขาตัวเองมากไป ไม่ยืนบนขาคนอื่นมากไป พึ่งตัวเองแบบกำลังพอดีๆ แบบกลางๆ พอเพียง พอดีพอดี ใช้เงินไม่มากไป ไม่น้อยไป ไม่ฟุ่มเพือยมากไป และอื่นๆที่ พอเพียงไปหมด นะมันอยู่ตรงไหน สำหรับคนกลุ่มต่างๆ ระดับต่างๆ แล้วทุกคนก็พยายาม เดินเข้าไปหาจุดนั้นกัน

แต่ความคิดนั้นยังไม่ทันตกผนึก สุรยุทธิมาแล้ว “พอเพียงคือปรัช­าดำเนินชีวิต ไม่ใช่ทฤษฐีเศรษฐกิจ” คือเอาไงแน่ ถ้ามันปรัช­าจริง ลากคนจนเข้าค่ายทหารสั่งสอนกันทำไม พยายมกำจัดนโยบายประชานิยมทำไม โจมตีทักษิณทำไม คือ “รัฐ” มีสิทธิอะไร กว้านคนจนขึ้นรถทหาร เข้าค่ายทหาร ไป “ล้างสมอง” คนจน แล้วสอนให้เขาเกลียดทักษิณ ก็ถ้าพอเพียงไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจ แล้วปรัช­าพอเพียงนี้ ไป “ลบล้างและเปรียบเทียบ กับทฤษฐีเศรษฐกิจแบบทักษิโนมิกส์ได้ไงกัน” แบบที่ออกมาด่าทักษิณว่าทำนะ คือมันก็คนละเรื่องไปเลยนะ แต่เอาหละจะไม่หาเรื่องตรงนี้ เพราะสุรยุทธผิด “พอเพียงจริงๆแล้วคือเรื่องเศรษฐกิจ”

สรุป คือการไม่อยากจนนะ มันมีมาก่อนทักษิณนะ ทักษิณเขาตอบสนองเท่านั้นเอง ส่วนพวกท่านราชนิกุล กำลังเอาของใหม่มาใช้นะ คือไม่ต้องไปอยากอะไรมากมายนัก ไม่ใช่ปล่อยให้เข้าถึงกันเองนะ แต่ลากเขาเข้าค่ายทหารกันเลย แต่คุณให้เขาเลือกว่าจะเอาอะไรเองไหม “เปล่า” คุณล้างสมองเขาตลอดเวลา ตัดสินใจให้เขาแล้วว่านี่ดีที่สุดสำหรับเขา ส่วนตัวคุณราชนิกุลเอง “มองในกระจกนานๆ ถามคำถามยากๆเกี่ยวกับตัวเอง” แบบ หยิ่ง แบบรู้สึกว่าตัวเองสูงกว่า แบบฉันราชนิกุลสูงระดับนี่นั้น แล้วแบบนั้นอื่นๆอีกนะที่มากันเป็นชุดๆ แบบนั้นนะมันพอเพียงหรืออะไร หรือจะเอาแบบผมก็ได้ “เข้าวัดทุกอาทิตย์ ธรรมมะธรรมโม กราบไหว้พระ ทำบุ­ฟังพระ ปูเสื่อนั่งตากแดด เหงื่อตกเปียกไปทั้งตัว รับเสด็จพระเทพ” ลองมาทำอย่างนี้ดูสิ แล้ว “พอเพียงก็ซึมเข้ามาเอง”


ที่มา : http://www.thai-journalist-democratic-front.com

19.11.2016 : ย้ายหมวดหมู่ ไม่ได้แก้เนื้อหา




 

Create Date : 24 มีนาคม 2550    
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2559 23:54:12 น.
Counter : 36 Pageviews.  

เก็บมาฝากครับ...เรื่องราวดีๆ



ประสบการณ์ดีๆที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงรับสั่งให้กำลังใจในการทำงาน



องคมนตรีสุเมธ ท่านเล่าให้ฟังว่า “ตอนนั้นผมกำลังทำงานอยู่ในสภาพจิตใจที่แย่มาก มันไม่มีกำลังใจจะทำอะไร ท้อแท้กับงานมาก ไม่มีใครเข้าใจ เหมือนทำดีแต่ไม่ดี”

ในหลวงท่านทรงเสด็จมาพอดี และท่านทรงเห็นสีหน้าผมไม่สู้จะดี ท่านได้สอบถามจนได้ความว่าผมกำลังท้อแท้กับงาน

ท่านจึงตั้งคำถามและรับสั่งว่า.....”ท่านสุเมธ เคยขายเศษเหล็กไหม เศษเหล็กเหล่านั้น เวลาขาย คุณค่ามันต่ำมาก คงได้เงินมาไม่กี่บาท....แล้วถ้าเราเอาเศษเหล็กเหล่านั้นมาหลอมรวมกันเป็นแท่ง เวลาหลอมนี่ เหล้กมันคงร็สึกร้อนมาก พอหลอมเส็จเรานำมาทำเป็นดาบ คงต้องนำมาตีให้แบนอีก เวลาตีก็ต้องคอยเอาไปเผาด้วย ต้องตีไปเผาไป อยู๋หลายรอบกว่าจะเป็นรูปเป็นร่างอย่างที่เราต้องการ ต้องผ่านความเจ็บปวด ความร้อนอยู่นาน

แถมเมื่อเสร็จแล้วถ้าจะให้สวยงามดังใจ ก็ต้องนำไปแกะสลักลวดลาย เวลาแกะลวดลายก็คงต้องใช่ของแข็งมีคมมาตีให้เป็นลวดลายอีก แต่เมื่อเสร็จเป็นดาบที่งดงามก็จะมีคุณค่าที่สูงมาก เทียบกับเศษเหล็กคงจะต่างกันลิบลับ

จะเห็นว่ากว่าที่เศษเหล็กไม่มีคุณค่ามากนัก จะกลายเป็นดาบอันงดงามนั้นต้องผ่านอุปสรรคมากมาย ทั้งความเจ็บปวดต่างๆกว่าจะประสบความสำเร็จ



.....ดังนั้นขอให้จำไว้อย่างหนึ่งว่า ใครไม่เคยถูกตี
ถูกทุบ เจอเรื่องราวเลวร้ายในชีวิตมาเลยนั้น จงอย่าได้หาญคิดทำการใหญ่.......”

Cf. FW Mail


19.11.2016 : ย้ายหมวดหมู่ ไม่ได้แก้เนื้อหา




 

Create Date : 29 มกราคม 2550    
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2559 23:55:35 น.
Counter : 33 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.