We don't care Bear or Bull! ... ThaiDayTrade.com
Group Blog
 
All Blogs
 

Single Stock Futures: Introduction

ในเดือน พ.ย. 2551 ที่จะถึงนี้ ตลาด TFEX จะเปิดตัว Stock Futures รุ่นแรก โดยจะใช้ PTT, PTTEP, SCB, KBANK, ADVANC เป็น underlying assets …… และ ในปลายเดือน ต.ค. ThaiDayTrade.com จะเปิด Futures Trading Discussion Forum ไว้รองรับ เพื่อวางแผนกลยุทธ์ และ update มุมมองในแต่ละวันโดย Expert เฉพาะทาง, เฉพาะ sector …….. ก็ขอเชิญ ลูกค้า TFEX ลงทะเบียนฟรี ด้วย TFEX Account ID ของท่านไว้ล่วงหน้าได้เลยครับ


กลับมาเรื่อง Single Stock Futures กันต่อครับ TFEX กำหนด contact size = 1,000 shares/ contact ….. ยกตัวอย่าง PTT futures, ดังนั้น การเปิดสถานะใน PTT futures จำนวน 1 สัญญา จึงเทียบเท่ากับการซื้อหรือขาย PTT จำนวน 1,000 หุ้น โดยยังไม่ต้องจ่ายเงินซื้อหรือรับค่าขายหุ้นจริงอิงราคาตลาด เพียงแต่วาง margin เป็นหลักประกันการซื้อการขายเท่านั้น เมื่อวาง margin แล้ว ก็ทำการซื้อขายได้เลย (สมมุติว่า ตลาด TFEX กำหนด Initial Margin ของ ปตท. ที่ ประมาณ 10% TFEX ก็จะกำหนดให้วางเงินหลักประกันสำหรับการทำสัญญาจะซื้อจะขายหุ้น ปตท. เป็นการล่วงหน้า 25,000 บาท/ สัญญา *ย้ำ ตัวเลขสมมุติ*)


ดังนั้น หากเราขาย short PTT futures ที่ราคา 248 (ทำสัญญาว่าจะขายได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องมีหุ้น PTT อยู่ในพอร์ต เพราะนี่คือ การล็อคราคาที่จะขายไว้ล่วงหน้า ด้วยมองว่า หุ้น ปตท. มีแนวโน้มจะลง) แล้วปิดสถานะได้ที่ 238 เราก็จะมีกำไรจากการล็อคราคาขายไว้ล่วงหน้า 10 บาทคูณ 1,000 หุ้น ต่อสัญญา หรือ หากเราซื้อ long PTT futures ที่ราคา 222 แล้วปิดสถานะได้ที่ 236 เราก็จะมีกำไรจากการล็อคราคาซื้อไว้ล่วงหน้า 14 บาทคูณ 1,000 หุ้น ต่อสัญญา


(ในกรณีที่ long แล้วลง หรือ short แล้วขึ้น ก็จะเป็นขาดทุน x บาท คูณ 1,000 หุ้น ต่อสัญญา เช่นกัน – ความเสี่ยงใน Futures Positions จะบานปลายเกินเยียวยา หากไม่ limit loss แต่เนิ่นๆ)


Sideway Up – ตลาดมีแนวโน้มขึ้น


Cash account: ซื้อ PTT 1,000 หุ้น จ่ายตังค์ประมาณ 226,000 บาท (ใช้ราคาปิดวันที่ 3 ต.ค. 51 เป็นเกณฑ์) …. เมื่อ ปตท. เข้าเขต Super overbought และ ปตท. กำลังจะพักฐานอ่อนตัวลง เราก็จะทำกำไรออกมาก่อน ก่อนที่กำไรมากจะกลายมาเป็นกำไรน้อย สมมุติเฉลี่ยได้กำไร 10% ก็จะมีเงินงอกเงยมา 22,600 บาท ………… ถ้าเรามองตลาดแม่นยำอยู่เสมอ ก็ถือว่า กำไรน้อยไปครับ เพราะโอกาสทำกำไร 10% ในช่วงสั้นๆ ไม่ได้มีบ่อยๆสำหรับตลาดหุ้นไทย งั้น ไปซื้อหุ้น ปตท. ในบัญชี Credit Balance ดีกว่า


Credit Balance account: ในภาวะตลาด sideway up กู้เงินโบรกเกอร์ดีกว่า ว่าแล้วก็ซื้อ PTT 2,000 หุ้น โดยใช้ตังค์ตัวเองประมาณ 226,000 บาท แล้วยืมโบรกเกอร์อีกประมาณ 226,000 บาท …. เมื่อ ปตท. เข้าเขต Super overbought และ ปตท. กำลังจะพักฐานอ่อนตัวลง เราก็จะทำกำไรออกมาก่อน ก่อนที่กำไรมากจะกลายมาเป็นกำไรน้อย สมมุติได้กำไร 10% ก็จะมีเงินงอกเงย 45,200 บาท แต่มีต้นทุนพิเศษเพิ่มเข้ามา คือ ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต้องจ่ายให้กับโบรกฯสำหรับการยืมเงินโบรกฯ ซื้อหุ้น ปตท.


TFEX account: หากเราไม่ได้มีวัตถุประสงค์ถือหุ้นระยะยาวอยู่แล้ว และไม่อยากกู้ยืมเงินโบรกเกอร์มาซื้อหุ้นด้วย และมีความพร้อมที่จะ limit loss ยอมรับผิด เมื่อมองแนวโน้มของหุ้น ปตท. พลาดด้วย เราอาจจะเลือก เปิด Long positions on PTT แทนก็ได้ครับ ….. ถ้าเปิด Long ใน PTT Futures ก็จะใช้เงินประมาณ 2.5 หมื่นต่อสัญญา (จากโจทย์เดิม มีงบ 226,000 บาท จะเปิดได้สูงสุดไม่เกิน 9 สัญญา)   …..…. เมื่อ ปตท. เข้าเขต Super overbought และ ปตท. กำลังจะพักฐานอ่อนตัวลง เราก็จะทำกำไรออกมาก่อน ….. หาก PTT บวกเพิ่มขึ้น 10% เราจะได้กำไรประมาณ 22 บาทคูณ 1,000 หุ้น หรือ 22,000 บาทต่อสัญญา เพราะฉะนั้น หากเราไม่ซื้อหุ้น แต่นำเงินส่วนนั้น มา long PTT Futures แทน จำนวน 226,000 บาท จะมีกำไรรวมประมาณ 198,000 บาท (แต่หากเราคาดแนวโน้ม ปตท.ผิด แล้วดื้อดึง ปล่อยให้เสียหายไปถึง 10% ก็หมายถึง ขาดทุน 198,000 บาท เช่นกัน … หวัง High return ต้องรู้จัก limit loss เมื่อมองพลาด)


Sideway Down – ตลาดมีแนวโน้มลง


Cash account: ซื้อ PTT 1,000 หุ้น จ่ายตังค์ประมาณ 226,000 บาท (ใช้ราคาปิดวันที่ 3 ต.ค. 51 เป็นเกณฑ์) แล้วนั่งเซ็ง เพราะหุ้นตก


Credit Balance account: ในภาวะตลาด sideway down ขืนยืมเงินโบรกฯมาซื้อหุ้นจะซวยซ้ำซ้อนนะครับ เพราะนอกจากหุ้นจะเดินหน้าลงเรื่อยๆแล้ว เรายังต้องเสียดอกเบี้ยให้โบรกฯเรื่อยๆอีก จนกว่าจะยอมขายตัดขาดทุน หรือ จนกว่า หุ้นจะขึ้นมาทำกำไรได้ …… งั้น ยืม ปตท. จากโบรกเกอร์มา Short selling ดีกว่า ยืมมาขายในวันนี้ แล้วค่อยซื้อคืนเจ้าของในวันหน้า โดยหวังว่าจะได้ราคาซื้อคืนที่ถูกกว่าราคาที่ขายไป …. สมมุติว่า ยืมมา 1,000 หุ้น และซื้อคืนได้ถูกกว่าราคาที่ขายไป 10 บาท จะได้กำไรจาก Short Selling 10,000 บาท …… ในระหว่างยืมหุ้น มีภาระค่าธรรมเนียมการยืมหุ้น เฉลี่ย 6-7% ต่อปี ดอกเบี้ยคำนวณเป็นรายวันนับจากวันที่ยืม (แม้จะยืมมาเฉยๆยังไม่ได้ขายออกไปก็ตาม) จนถึงวันที่ T+2 หลังจากวันที่ซื้อคืนหุ้นแล้ว (แม้จะซื้อคืนมาแล้วก็ตาม แต่ภาระดอกเบี้ยยังเดินอยู่ จนกว่าการชำระราคาจะเรียบร้อยดีในวันที่ T+3) นอกจากนี้ ยังมีภาระจำยอมตามมาด้วย หากหุ้นที่เรายืมมา มีกำหนดให้สิทธิประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นตัวจริง (เจ้าของหุ้นที่เรายืมหุ้นเขามา) เช่น XD, XW, XR, etc


TFEX account: หากเราไม่อยากยืมหุ้น ปตท. จากโบรกเกอร์มาขาย ไม่อยากระแวงเรื่อง ปตท. ประกาศปันผลจ่าย ไม่อยากเสียค่าธรรมเนียมรายวันในธุรกรรม Short selling และมีความพร้อมที่จะ limit loss ยอมรับผิด เมื่อมองพลาด เราอาจจะเลือก เปิด short positions on PTT แทนก็ได้ครับ ….. ถ้าเปิด Short ใน PTT Futures ก็จะใช้เงินประมาณ 2.5 หมื่นต่อสัญญา (จากโจทย์เดิม มีงบ 226,000 บาท จะเปิดได้สูงสุดไม่เกิน 9 สัญญา)   …..…. สมมุติว่า หลังจาก short PTT Futures ไปแล้ว สามารถ ปิดสถานะ ได้ถูกกว่าราคาที่ขายไป 10 บาท จะได้กำไรจาก Short Futures 10 บาทคูณ 1,000 หุ้น หรือ 10,000 บาทต่อสัญญา ดังนั้น เมื่อหุ้น ปตท.มีแนวโน้มจะลง แทนที่เราจะเอาเงิน 226,000 บาทไปซื้อหุ้น ปตท. เราอาจจะ Short PTT Futures 9 สัญญาแทน ซึ่งจากตัวอย่าง จะได้รางวัลจากการล็อคราคาขายล่วงหน้า ประมาณ 90,000 บาท)


Completely Sideway – ตลาดมีแนวโน้ม งง, ในทาง Technical ก็ไม่ชี้ชัดว่าจะลงๆๆ หรือจะลงแล้วขึ้น หรือ จะขึ้นแล้วลง หรือ จะขึ้นๆๆ


Cash account: จะซื้อ ปตท. เพิ่ม ตอนย่อตัว ก็กลัวลง (ติดดอย) หรือ จะขายหุ้น ปตท. ในพอร์ต ก็กลัวมันเด้งทะลุแนวต้านในที่สุด (ขายหมู) …. หากไม่คำนึงถึง Stock Futures ก็ต้องเลือกที่จะเสี่ยงซื้อตอนย่อตัว (ต้นทุนต่ำ แต่ซื้อแล้วอาจจะลง) หรือ follow buy เมื่อหุ้นผ่านแนวต้านได้เป็นที่แน่นอนแล้ว (ต้นทุนสูง แต่มีแนวโน้มขึ้นต่อ)


Credit Balance account: จะกู้โบรกฯมาซื้อ ปตท. ก็กลัวติดดอย + เสียดอกเบี้ยเงินกู้ฟรีๆ หรือ จะยืมหุ้นจากโบรกฯมาขาย ก็กลัวมันเด้งกลับ + เสียค่าธรรมเนียมยืมหุ้นฟรีๆ …. หากไม่คำนึงถึง Stock Futures แล้ว อยู่เฉยๆ ดีที่สุด


TFEX account:


ถ้ามีหุ้น ปตท. อยู่แล้ว แล้วหุ้นอ่อนตัวลงหลังจากไปทดสอบแนวต้าน ครั้นจะขายหุ้นทันที ก็เกรงว่าจะย่อตัวนิดเดียว แล้วเดี๋ยวขึ้นต่อ แต่ครั้นจะนั่งเฉยๆ ก็กลัวว่า รู้ตัวอีกที ขาดทุนซะแล้ว ในกรณีสับสนเช่นนี้ เราอาจจะ Short Hedge ด้วยการชะลอการตัดสินใจขายหุ้นแล้วเปิด Short ใน PTT Futures แทน หาก ปตท.ลงมาแนวรับ แล้วรับอยู่ ก็ปิดสถานะทำกำไรเล็กน้อยหรืออาจจะขาดทุนเล็กน้อยใน short positions แล้ว hold ปตท. หรือ ซื้อ ปตท. เพิ่ม หรือ เปิด Long ใน PTT Futures กลับทิศ (ป้องกันการขายหมูในพอร์ตหุ้น + เพิ่มพูนผลกำไรได้ทันถ่วงที เมื่อตลาดเฉลยทิศทางแล้ว)……….. กรณีที่แนวรับ รับไม่อยู่ ก็อาจจะขายทำกำไรเล็กน้อยหรืออาจจะขาดทุนเล็กน้อยในหุ้น ปตท. และถือ Short positions ใน PTT Futures ต่อไป หรือ เปิด short ใน PTT Futures เพิ่ม เพื่อทำกำไรจากการล็อคราคาขายสูงๆไว้ล่วงหน้า (ป้องกันการติดดอย + แสวงหากำไรจาก short positions มาชดเชยกำไรที่หายไปหรือชดเชยผลจากการ limit loss ในพอร์ตหุ้น)


กรณีที่เรา Short against port หุ้น ปตท.ของเรา หรือ Short sale หุ้น ปตท.ที่ยืมโบรกฯ มาขายไปก่อนตอนที่มันมีแนวโน้มดิ่ง ด้วยความคิดว่าจะหาจังหวะซื้อกลับเมื่อหุ้น ปตท. มีแนวโน้มฟื้นตัว ในระหว่างที่ตลาดเคลื่อนไหวในลักษณะของ Completely Sideway และ ปตท.ลงมาที่แนวรับแล้ว แทนที่เราจะรีบซื้อคืนเร็วเกินไป เราอาจจะ Long Hedge ด้วยการชะลอการตัดสินใจซื้อหุ้นแล้วเปิด Long on PTT Futures แทน หากเด้งขึ้นไปได้นิดเดียว แล้วร่วงลง ก็ปิดสถานะทำกำไรเล็กน้อยหรืออาจจะขาดทุนเล็กน้อยในฟิวเจอร์ และตัดสินใจไม่ซื้อหุ้น พร้อมกลับฝั่งมาเป็น Short ใน PTT Futures แทน (ทดสอบสมมุติฐานก่อนเข้าซื้อหุ้น + ทำกำไรขาลงด้วย short positions แทนการเข้าซื้อหุ้นแล้วติดดอย) ….. กรณีที่แนวต้านนั้น ผ่านไปได้แน่นอนแล้ว ค่อยพิจารณาซื้อหุ้นเข้าพอร์ต พร้อม Hold long position ต่อไป (ไม่ซื้อหุ้นเร็วเกินไป ขณะเดียวกัน ก็ไม่เสียโอกาสในการทำกำไร เพราะเรา long PTT Futures ต้นทุนต่ำ รอไว้แล้ว)


ถ้าตลาดเคลื่อนไหวในลักษณะของ Completely Sideway ขึ้นไม่นานก็ลง ลงไม่นานก็ดีดกลับ ดูเหมือนว่า แรงซื้อและแรงขายสู้กันอยู่ ยังไม่เลือกทางเด็ดขาด กลุ่ม Energy และ กลุ่ม BANK วิ่งขึ้นวิ่งลง สลับกัน ในกรณีเช่นนี้ ซื้อหุ้นก็ไม่ได้กำไร ขายหุ้นก็ไม่ได้ซื้อคืน เพราะกรอบการแกว่งตัวของหุ้นแคบเกินไป แต่การแกว่งตัวแคบๆของหุ้นนั้น อาจจะทำให้เกิดการสวิงใน single stock futures อย่างรุนแรงได้ (overreaction) เราอาจจะเลือก Long ใน sector ที่ outperform และ Short ใน sector ที่ underperform แทน เช่น Long PTT, Long PTTEP, Short KBANK, Short SCB …. จนกว่าตลาดจะเฉลยคำตอบ


สำหรับ PTTEP Futures, SCB Futures, KBANK futures และ ADVAN Futures ก็มีลักษณะการประยุกต์ใช้ ในลักษณะเดียวกันกับ PTT futures ตามที่ยกตัวอย่างมาแล้วข้างต้นครับ


Source: www.ThaiDayTrade.com






Free TextEditor




 

Create Date : 05 ตุลาคม 2551    
Last Update : 5 ตุลาคม 2551 21:50:34 น.
Counter : 1488 Pageviews.  

Spread trading in futures

Spreads - A whole new way to trade by Joe Ross


What Is a Spread?
Spread trading in futures is as old as the hills, yet it is an entirely new concept for most current traders in futures. In this introductory piece, we will show you that spreads can be the most conservative, safest way to trade in the futures markets. But first, what exactly is a spread?


A spread is defined as the sale of one or more futures contracts and the purchase of one or more offsetting futures contracts. You can turn that around to state that a spread is the purchase of one or more futures contracts and the sale of one or more offsetting futures contracts. A spread is also created when a trader owns (is long) the physical vehicle and offsets by selling (going short) futures.


Furthermore, a spread is defined as the purchase and sale of one or more offsetting futures contracts normally recognized as a spread by the fact that the two sides of the spread are actually related in some way. This explicitly excludes those exotic spreads put forth by some vendors, which are nothing more than computer generated coincidences which are not in any way related. Such exotic spreads as Long Bond futures and Short Bean Oil futures may show up as reliable computer generated spreads, but bean oil and bonds are not really related. Such spreads fall into the same category as believing the annual performance of the U.S. stock market is somehow related to the outcome of the Super Bowl sporting event.


Why Spreads?
The rationale behind spread trading is one of the best-kept secrets of the insiders of the futures markets. While spreading is commonly done by the market “insiders,” much effort is made to conceal this technique and all of its benefits from “outsiders,” you and me. After all, why would the insiders want to give away their edge? By keeping us from knowing about spreading, they retain a distinct advantage. Spreading is one of the most conservative forms of trading. It is much safer than the trading of outright (naked) futures contracts. Let’s take a quick look at some of the benefits of using spreads:


1. Intramarket spreads require considerably less margin, typically around 25% - 75% of the margin needed for outright futures positions.
2. Intramarket spreads offer a far greater return on investment than is possible with outright futures positions. Why? Because you are posting less margin for the same amount of possible return.
3. Spreads, in general, trend more often than outright futures.
4. Spreads are often trending when outright futures are flat.
5. Spreads can be filtered by virtue of seasonality, backwardation, and carrying charge differentials, in addition to any other filters you might be using in your trading.
6. Spreads can be used to create partial futures positions. In fact, virtually anything that can be done with options on futures can be accomplished via spread trading.
7. Spreads allow you to take less risk than is available with outright futures positions. The amount of risk between two Intramarket futures positions is usually less than the risk in an outright futures position. The risk between owning the underlying and holding a futures contract involves the least risk of all. Spreads make it possible to hedge any position you might have in the market. Whether you are hedging between physical ownership and futures, or between two futures positions, the risk is lower than that of outright futures. In that sense, every hedge is a spread.
8. Spread order entry enables you to enter or exit a trade using an actual spread order, or by independently entering each side of the spread (legging in/out).
9. Spreads are one of the few ways to obtain decent fills by legging in/out during the market Closing.
10. Live data is not needed for spread trading, saving you $$ in exchange fees.
11. You will not be the victim of stop running when using Intramarket spreads.






Free TextEditor




 

Create Date : 21 กันยายน 2551    
Last Update : 21 กันยายน 2551 21:04:13 น.
Counter : 569 Pageviews.  

SET50 Futures: Solutions to our Stock Trading Problems

Our Trading Problems


ในภาวะตลาดกระทิง ปัญหาของพวกเรา ก็คือ ไม่มีเงินเพียงพอที่จะซื้อ PTT,
PTTEP , TOP, BANPU, SCB, BLS อย่างละมากๆ ถ้าจะซื้ออย่างละนิด
อย่างละหน่อย กำไรก็น้อย เสียโอกาส ที่จะโกยกำไรมหาศาล ในช่วงภาวะกระทิง


ในภาวะตลาดหมี ปัญหาของพวกเรา ก็คือ เล็งแต่จะหาจังหวะซื้อหุ้น
ด้วยคิดว่า แนวรับตรงนั้น ตรงนี้ น่าจะแกร่งพอ ที่จะรับอยู่
หุ้นมันลงมามากแล้ว ผลคือ ติดหุ้น เสียสุขภาพจิต ขาดทุน


ในภาวะตลาด sideway down เราคงไม่ซื้อหุ้น กันอยู่แล้วนะคับ
เอาเงินถมเท่าไหร่ ก็ไม่เต็มหรอก แต่ถ้าเป็น sideway up เราก็ไม่มั่นใจอีก
ว่าจะเลือกหุ้น ตัวไหนดี ที่มันจะขึ้นก่อน ก็ต่างชาติ มันเล่นสลับกัน
ไปมานี่คับ วันนี้ เล่น BANPU วันต่อมา หยุดซะงั้น ต่างชาติหันไปเทรด
PTTEP แทน พอวันรุ่งขึ้น ก็หยุดเล่น PTTEP หันไปลาก SCB แทนอีก
แล้ววันต่อมา ถึงค่อยมาถึงคิว ของ PTT แต่พอเล่น PTT ได้เพียงวันเดียว
อ้าว หุ้นพักย่ำฐานซะแล้ว เพิ่งจะกำไร 1 ช่องเอง แป่ววววว


Solutions: Small adjustments create a huge difference


ในภาวะตลาดกระทิง แทนที่จะต้องใช้เงินมากมาย เพื่อซื้อ PTT 5 พันหุ้น,
PTTEP 1 หมื่นหุ้น, TOP 2 หมื่นหุ้น, BANPU 4 พันหุ้น, SCB 2 หมื่นหุ้น,
BLS 5 หมื่นหุ้น (กะรวย ในวัน สองวันเลย ว่างั้น) เราก็อาจจะเลือก
ที่จะทำสัญญา ว่าจะล็อคราคาซื้อหุ้นทุกตัว ใน SET50 ณ เดี๋ยวนี้เลย
ก็ได้คับ เรียกว่า Long SET50 Futures โดยวางเงินประกันสัญญา สัญญาละ
51,000 บาท ............ ก็ตลาดเป็นกระทิงนี่คับ หุ้นวิ่งขึ้นแรงอยู่แล้ว
หากวันนั้น หุ้นขึ้น 14 จุด ฟิวเจอร์ก็น่าจะขึ้น ใกล้เคียงกัน คือ 16 จุด
หรือมากกว่า โดยประมาณ หรือ คิดเป็นกำไร ก็ตก 16,000 บาท ต่อสัญญา (return คิดจาก เงินประกันสัญญา ประมาณ 28% พอๆกับ การซื้อหุ้น แล้ววันนั้น หุ้นขึ้นไปแตะ ceiling)


ในภาวะตลาดหมี แทนที่จะนั่งเก็ง นั่งกะ ว่าจะรับหุ้นที่ตรงไหนดี
เราก็อาจ จะทำสัญญาว่า จะล็อคราคาขายหุ้นทุกตัวใน SET50 ณ เดี๋ยวนี้เลย
เรียกว่า Short SET50 Futures ก็ได้คับ โดยวางเงินประกันสัญญา
เพียงสัญญาละ 51,000 บาท ..... ในตลาดหมี หุ้นก็ลงแรงทั้งตลาดอยู่แล้ว
...... หากวันนั้น หุ้นดิ่ง 14 จุด ฟิวเจอร์ก็น่าจะลงใกล้เคียงกัน คือ 16
จุด (หรือมากกว่า) โดยประมาณ หรือคิดเป็นกำไร ก็ตก 16,000 บาท ต่อสัญญา
(return คิดจาก เงินประกันสัญญา ประมาณ 28% พอๆกับ การซื้อหุ้นแล้ววันนั้น
หุ้นขึ้นไปแตะ ceiling) ผลคือ ไม่ติดหุ้น ไม่เสียสุขภาพจิต ที่หุ้นตก
เพราะเราล็อคราคาขายสูงๆ ไว้ก่อนแล้ว ก่อนที่มันจะร่วงลง
และสามารถทำกำไรได้ จากการที่เราล็อคราคาขาย ไว้แล้วล่วงหน้า


ในภาวะตลาด sideway ตลาดฯจะแกว่งแคบไปมา ในกรอบ แนวรับ-แนวต้าน
จนกว่าจะ breakout ออกไปในทางใดทางหนึ่ง .... ในตลาด sideway บางครั้ง
ก็กินเวลาหลายสัปดาห์ บางคราว กินเวลาเป็นเดือนก็มี ช่วงนี้
ซื้อหุ้นก็ไม่มีกำไรเพียงพอ ที่จะ take profit,
ขายหุ้นก็ไม่ได้ส่วนต่างเพียงพอ ที่จะซื้อหุ้นคืน (Short against port)
บางที ก็ต้องรอ จนกว่าตลาดฯ จะเลือกทาง ..... จริงๆแล้ว
ต้องหยุดเทรดก่อนนะคับ ในช่วงนี้ (Stay out the market) ....
หากจะเสี่ยงซื้อ หรือ เสี่ยงขาย ก็ต้องพนัน เสี่ยงดวงเอาเองเลย
ว่าขึ้นแน่ๆ หรือ ลงแน่ๆ ซึ่งหากพลาดขึ้นมา ก็แย่เหมือนกัน .....


ในช่วงตลาด ค่อนไปทาง sideway หากตลาดเปิดสูง เราก็จะวาง Short Future
รอไว้ที่แนวต้าน แล้วรอปิด short position ที่แนวรับ ............
หากตลาดเปิดต่ำ แต่ยังไม่หลุด กรอบ sideway เราก็จะ Long Future ที่แนวรับ
แล้วรอปิด Long position ที่แนวต้าน ..... ในแต่ละวัน
ตราบใดที่ตลาดยังไม่เลือกทาง เรามีโอกาส ที่จะปั้มกำไรได้ทุกวัน (อย่าลืม
Limit Loss ด้วยล่ะ ถ้าพลาดท่า) เพราะเรา short ที่ราคาสูง
ปิดสถานะที่ราคาต่ำ + เพราะเรา long ที่ราคาต่ำ ปิดสถานะที่ราคาสูง
........... ทำได้เรื่อยๆ คับ จนกว่า ตลาดจะเลือกทาง


ถ้าช่วงนั้น ตลาดเป็น sideway up, ต่างชาติ เล่นสลับกลุ่ม เล่นสลับหุ้น
....... แทนที่ผมจะซื้อทุกตัว หรือ ซื้อตัวเดียว เช่น PTT แล้วรอไปเรื่อยๆ
จนกว่า ต่างชาติ จะหมุน flow จาก BANPU มาที่ PTTEP มาที่ SCB
แล้วลงเอยที่ PTT ผมก็อาจจะเลือก Long Future ก็ได้ เพราะไม่ว่าต่างชาติ
จะเอาพลังงาน หรือ ธนาคาร มาเป็นตัวนำของตลาด ในแต่ละวันก็ตาม SET50
ขึ้นตามด้วยแน่ๆ แม้หุ้นที่เราซื้อ จะดื้อด้านก็ตาม ......... ดังนั้น
หุ้นที่เรามี อาจจะยังไม่ขึ้น ในสัปดาห์นี้ แต่ SET50 Futures
จะขึ้นไปเรื่อยๆ ตามแรงซื้อ Big Cap. ของต่างชาติ


ไตรมาส 3 และ ไตรมาส 4 ของปีนี้ ตลาด TFEX จะเปิดให้มี Stock Futures และ Gold Futures
แล้วนะคับ ...... วันหลัง เราจะทำสัญญา ว่าจะซื้อ หรือ ทำสัญญา ว่าจะขาย
หุ้นหรือทองคำแท่ง กัน โดยเพียง วางเงินประกันสัญญา 10% หรือ
ตามแต่ตลาดฯจะกำหนด


Make Money in Up, Down and Sideways Markets


Making Money... While the Masses are Losing Theirs






Free TextEditor




 

Create Date : 31 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 31 พฤษภาคม 2551 14:36:20 น.
Counter : 576 Pageviews.  

Futures Trading: Benefit from Rising & Falling markets by Mr. FollowBuy

บทความโดย Mr. FollowBuy แห่ง http://www.followbuy.com "กลุ่มนักลงทุน Full-time รุ่นเยาว์" ที่มีประสบการณ์โชกโชนในตลาดทุน ………….. ไม่ว่าตลาดจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง ศิษย์ก้นกุฏิเซียนหุ้นพันล้านกลุ่มนี้ ไม่เคยแคร์ กลุ่ม FollowBuy สามารถทำเงินอย่างงามได้เสมอ ทั้งตลาดหมีและตลาดกระทิง และรายได้หลักของกลุ่ม FollowBuy มาจากการเทรดหุ้น และ ฟิวเจอร์ล้วนๆ .....

ด้วยความนับถือในฝีมือการเทรด ThaiDayTrade.com จึงขออนุญาต นำบทความของ Mr. FollowBuy มาเผยแพร่ ….. ถ้าไม่กลัวเสียมารยาท อยากจะขออนุญาตคัดลอกมุมมองของกลุ่ม FollowBuy ที่มีต่อตลาดหุ้น ตลาดฟิวเจอร์ และหุ้นเด่น มาฝากเพื่อนๆสมาชิกทุกวันซะด้วยซ้ำ ท่านประธานที่เคารพ

ข้อดีของการ trade future

สำหรับหลายๆท่าน ที่ยังไม่เคยได้เล่น ได้สัมผัสกับการซื้อขายตราสารอนุพันธ์แบบต่างๆในตลาด tfex โดยเฉพาะตัวของ future นั้น ผมขอ recommend ว่าควรที่จะ trade เป็นอย่างยิ่งเลยนะครับ ทำไมน่ะหรอ ?? ลองอ่านตามไปก่อนนะครับ เพราะที่ผมกำลังจะเล่านี้ จะเป็นข้อดี เป็นเหตุผลต่างๆ ว่าทำไมผมจึงอยากจะให้ทุกท่าน สนใจกับการเล่น future นะครับ ส่วน option นั้น อาจจะไม่ได้พูดถึงอะไรมากนัก เพราะในทางปฏิบัติจริงแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องของสภาพคล่อง อยู่อีกพอสมควรเลยล่ะครับ

I. สร้างโอกาสในการทำกำไร (สร้างโอกาส ไม่ใช่สร้างกำไรนะครับ) สำหรับในตอนนี้ เราๆท่านๆ นักลงทุนรายย่อยทั่วๆไป ยังไม่สามารถทำการขายหุ้นออกไปก่อนโดยที่เรายังไม่มีหุ้นในมือ เพื่อทำกำไรในช่วงจังหวะตลาดขาลง หรือที่เรียกกันว่า short sell นั่นแหละครับ แต่ตอนนี้ broker หลายๆแห่ง ก็เริ่มจะเปรยๆออกมาแล้วว่า อีกไม่นานการทำ short sell (ธุรกรรม SBL) น่าจะเกิดขึ้นได้แล้ว ดังนั้นถ้าในตอนนี้ port ของคุณยังว่างเปล่า พร้อมกับมีมุมมองว่า ตลาดน่าจะลง ถ้าหากว่าไม่เล่น future แล้ว ก็คงจะนั่งเบื่อ ไม่รู้จะสร้างโอกาสในการทำกำไร ให้กับ port ได้ยังไง ก็คงได้แต่นั่งลุ้น รอเล่นจังหวะ rebound หรือรีบๆแช่งให้ตลาด bottom out ไปโดยเร็ว เพื่อที่ตัวเองจะได้มีโอกาส action ลงไปในตลาด เหมือนๆกับคนอื่นเค้าบ้าง

II. ใช้สำหรับลดความเสี่ยง โดยคำว่าลดความเสี่ยงในที่นี้ ผมไม่ได้หมายถึงการซื้อหุ้นเข้า port แล้ว short future เพื่อ hedge กันเอาไว้นะครับ เพราะในทางปฏิบัติจริงๆ ซึ่งผมลองทดสอบดูแล้ว ไม่เห็นจะได้ประโยชน์ซักเท่าไหร่ ได้อันนึง เสียอันนึง ไม่รู้จะเล่นทำไม เพราะถ้า set เป็น uptrend/downtrend ตัวของ future ก็จะวิ่ง ขึ้น/ลง แน่นอนอยู่แล้ว (อาจจะมีเหลื่อมล้ำ ต่างกันมากน้อยบ้าง ในแต่ละวัน) ส่วนหุ้นนั้น ก็จะมีเก่งมีไม่เก่ง มี out มี underperform กว่าภาพรวมของ set ปะปนกันไป บางทีเกิด jackpot ขึ้นมา ตลาดปรับขึ้น (เสียเงินในส่วนที่ short) แต่ในขณะเดียวกัน หุ้นที่เราเลือกซื้อเข้ามา กลับลงไปซะอีก เท่ากับว่า โดนไป 2 เด้งเลยล่ะครับ

ดังนั้นคำว่าลดความเสี่ยง ตามมุมมองของผม ก็จะหมายถึงการลดความเสี่ยง โดยอาศัยการเกาะไปกับ movement ของตลาดโดยรวม สมมติว่า เรามีมุมมองว่า set จะมี mini rally ได้ซักประมาณ 5-7% ซึ่งปกติแล้ว ทุกท่านก็อยากจะซื้อหุ้นที่ outperform ที่สุดในรอบนั้น แต่ใครจะรู้บ้างล่ะ ว่าคือตัวไหน หรืออย่างน้อยๆ เอาแค่ขึ้นได้กลางๆ ไม่น้อยหน้าใครมากนักก็ ok แล้วล่ะ ..... แค่มอง trend ของตลาดให้ขาด ก็เก่งแล้ว นี่ยังต้องมาแบกรับความเสี่ยง ในการเลือกหุ้นอีกหรอเนี่ย ซึ่งถ้าหากเลือกที่จะ long future เข้าไป ก็เท่ากับตัดความเสี่ยงในจุดนี้ออกไปได้นะครับ ไม่ต้องกลัวว่า future มันจะ laggard หรือ under กว่าตลาดเหมือนกับหุ้น เพราะตัว future มันวิ่งเกาะๆ ไล่เลี่ยๆ สูสีกันกับตลาดอยู่แล้วครับ

III. higher profit จากการวาง margin บางท่านก็อาจจะแย้งว่า การวาง margin หรือวางหลักประกันไปเพียงบางส่วนแบบ future (สัญญาละ 5 หมื่นบาท) ถึงจะมีโอกาสได้กำไรถึง 100% ในช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้นลงเพียง 50 จุด แต่ว่าก็มีโอกาส ที่จะเจอกับการขาดทุนหนักๆ ตามกฏของ high risk high return ได้เหมือนกัน แต่ถ้าหากเรานำการ cut loss & let profit run เข้ามาใช้ควบคู่กันกับ การอ่านสัญญาณ technical อย่างเคร่งครัด และมีระเบียบวินัยแล้ว ก็จะทำให้เราตัดโอกาส ของการที่จะขาดทุนหนักๆออกไปได้ มากพอสมควร ส่วนจังหวะในการจะ take profit ก้อนใหญ่นั้น กลับยังคงเปิดกว้างให้เราอยู่เหมือนเดิม ดังนั้นการวาง margin ผมมองว่าเป็นสิ่งที่ดีมากกว่านะครับ

ในทางปฏิบัติจริงๆนั้น ตัวของ future มันเหมือนกับว่า มีชื่อเสียง มีภาพพจน์ที่ไม่ค่อยดี ในเรื่องของความเสี่ยงอยู่แล้ว ทำให้ผมเห็นเพื่อนๆของผมหลายๆท่าน ยกตัวอย่างเพื่อนผมท่านนึงก็แล้วกัน เฮียเค้าจะเล่นหุ้นประมาณ 1 ล้าน เล่น futue 2 สัญญา (ตามสูตรเป๊ะเลย 5 แสน/1 สัญญา) สำหรับหุ้นนั้น อาจจะ cut loss ค่อนข้างช้า วินัยค่อนข้างหย่อนยานไปซักหน่อย แต่กับตัว future แล้ว เค้ามักที่จะเคร่งครัดกับการ cut loss เพราะชื่อเสียงและคำขู่ที่ได้ยินมา ว่า future มันเสี่ยง มันอันตราย ทำให้ในที่สุดแล้ว กับกลายเป็นว่า เวลาที่อ่านแนวโน้มของตลาดผิดพลาด port นั้น ได้รับความเสียหายจาก future (คิดเป็น %) น้อยกว่าหุ้นเสียอีก แถมในจังหวะที่อ่าน trend ได้ถูกต้อง ยังทำกำไรได้ดีกว่าหุ้นเสียอีกด้วยครับ




Free TextEditor




 

Create Date : 31 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 31 พฤษภาคม 2551 14:24:59 น.
Counter : 968 Pageviews.  

Front Run & Futures Trading

มือใหม่ฟิวเจอร์ ถูกฝังสมองมาว่า หุ้นขึ้นให้ long หุ้นลงให้ short

แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ควรจะเสี่ยง long เมื่อหุ้น Large Cap. มีแนวโน้มจะขึ้น และ เสี่ยง short เมื่อหุ้น Large Cap. มีแนวโน้มจะลง ไม่ใช่เห็นขึ้นๆๆ (กำลังจะชนแนวต้านแล้ว) ถึงค่อย long หรือ เห็นลงๆๆ (กำลังเล่นกันอยู่ใน strong support) แล้วจะ short

หากท่านเป็นผู้จัดการกองทุน แล้ววางแผนจะซื้อ PTT, PTTEP หรือ Large Cap. ท่านจะสั่ง long ก่อนไหมคับ หากท่านเป็น เทรดเดอร์ของกองทุนขนาดยักษ์ แล้วรู้ว่า กองทุนของท่าน กำลังจะซื้อหุ้น Large Cap. ท่านจะฉวยโอกาสแอบ long ขึ้นมาก่อนไหมคับ (Front Run)

หลายๆครั้ง เราเลย งงๆ ว่าทำไมหุ้นไม่ขึ้น แต่ฟิวเจอร์กลับขึ้น มาล่วงหน้า โดยเอกเทศ

และเมื่อหุ้นขึ้น เราก็ยังทำ งง กันอีก พอเห็นเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าหุ้นขึ้นแน่ๆ แล้วจึงค่อยตัดสินใจ long ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับพวกนักเก็งกำไร และ Front Runners ประเคน futures contracts ให้ท่านพอดี

มองอีกมุม หากท่านเป็นผู้จัดการกองทุน แล้ววางแผนจะขายบรรดา Large Cap. ท่านจะสั่ง short ก่อนไหมคับ และถ้าหาก ท่านเป็นเทรดเดอร์ ของกองทุนขนาดยักษ์ แล้วรู้ว่า กองทุนของท่าน กำลังจะขายหุ้น lot ใหญ่ ท่านจะฉวยโอกาสแอบ short ลงมาก่อนไหมคับ (Front Run)

นี่แหละ หุ้นเขียว แต่ฟิวเจอร์ดิ่งลงมารอล่วงหน้าแบบไร้เหตุผล

และเมื่อหุ้นลง เราก็ยังทำ งง อยู่ พอเห็นเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าหุ้นลงแน่ๆ แล้วจึงค่อยตัดสินใจ short ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับพวกนักเก็งกำไร และ Front Runners เตรียม offset positions พอดี

แต่เนื่องจากกลุ่ม Player ในตลาด TFEX กับตลาดหุ้น มันก็กลุ่มเดิมๆนะแหละ ดังนั้น พฤติกรรม และ ทัศนคติที่มีต่อ risk-return จึงซ้ำๆ และเมื่อพฤติกรรมซ้ำซาก เราจึงต้องใช้ Technical Graph มากำหนดจุดตัดสินใจ ในการเปิดปิดสถานะ หรือ ในบางจังหวะ ก็ต้องนั่งเฉยๆ หากภาพตลาดไม่เคลียร์

สรุป

Long on the Upside เปิด long เมื่อเห็นแนวโน้มว่าจะขึ้นต่อ

Never Long on the Downside. Never Long just because the price is low. อย่า long ในช่วงขาลงเพียงเพราะเห็นว่ามันถูกดี ...... ในช่วงขาลง มันขึ้นเพียง 2 แล้วลงอีก 5 ......... บางที ว่าจะ long เล่นเด้ง ยังไม่ทันได้กะตังค์เลย อ้าว ลงซะแล้ว (High Cost of Low Price)

ไม่ long เพียงเพราะเห็นว่ามันกำลังวิ่งขึ้นแรง โดยลืมดูไปว่า มันกำลัง จะชนแนวต้าน แต่ควร follow long เมื่อผ่านแนวต้านไปได้ด้วย volume outperform แม้ดูเหมือนว่า จะได้ราคาแพงกว่า แต่ upside ด้านบน ยังมี gap อีกเพียบ

Short on the Downside เปิด short เมื่อเห็นแนวโน้มว่าจะลง

Never Short on the Upside. Never Short just because the price is high. อย่า Short ในช่วงขาขึ้นเพียงเพราะเห็นว่ามันขึ้นมามากแล้ว ....... ในช่วงขาขึ้น มันลงเพียง 2 แล้วขึ้นอีก 5 .......... บางที ว่าจะ Short เล่นรีบาวน์ ยังไม่ทันได้กะตังค์เลย อ้าว ขึ้นซะแล้ว

ไม่ short เพียงเพราะเห็นว่ามันกำลังวิ่งลงแรง โดยลืมดูไปว่า มันกำลังทดสอบ strong support แต่ควร follow short เมื่อหลุด strong support ลงไปด้วย volume outperform แม้ดูเหมือนว่าจะได้ราคาต่ำกว่า แต่ downside ด้านล่าง ยังมี gap อีกเพียบ

Source: ThaiDayTrade
http://www.ThaiDayTrade.com




 

Create Date : 19 มกราคม 2551    
Last Update : 14 มิถุนายน 2551 16:58:10 น.
Counter : 896 Pageviews.  

1  2  3  4  

thanapononline
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add thanapononline's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.