♥"Try to be enjoy and easy with your life every day" ♥♥"ยังไม่ได้ลงมือทำ อย่าพึ่งคิดว่าทำไม่ได้"

เที่ยวปารีส (ประตูชัยฝรั่งเศส (ฝรั่งเศส: Arc de triomphe de l'Étoile)






ประตูชัยฝรั่งเศส (ฝรั่งเศส: Arc de triomphe de l'Étoile)


เป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่กลางจัตุรัสชาร์ลส์ เดอ โกลล์ (Place Charles de Gaulle) หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม จัตุรัสแห่งดวงดาว (Place de l'Étoile) อยู่ทางทิศตะวันตกของชองป์-เซลิเซ่ส์ ประตูชัยแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นการสดุดีวีรชนทหารกล้าที่ได้ร่วมรบเพื่อประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสงครามนโปเลียน และในปัจจุบันยังเป็นสุสานของทหารนิรนามอีกด้วย

ประตูชัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของ "แนวเส้นตรงทางประวัติศาสตร์" (L'Axe historique) ซึ่งเป็นถนนเส้นตรงจากสวนพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ไปยังชานเมืองปารีส ประตูชัยแห่งนี้ออกแบบโดยฌอง ชาลแกร็งในปี พ.ศ. 2349 โดยมียุวชนเปลือยชาวฝรั่งเศสกำลังต่อสู้กับทหารเยอรมัน เต็มไปด้วยเคราและใส่เกราะเป็นสัญลักษณ์เพื่อเป็นการปลุกใจ และเป็นอนุสรณ์สถานจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 1

ประตูชัยฝรั่งเศสมีความสูง 49.5 เมตร (165 ฟุต) กว้าง 45 เมตร (148 ฟุต) และลึก 22 เมตร (72 ฟุต) เป็นประตูชัยที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน[1] แบบของประตูชัยฝรั่งเศสนี้ได้แนวความคิดมาจากประตูชัยไตตัส ประตูชัยฝรั่งเศสมีความใหญ่มาก เพราะหลังจากมีการสวนสนามในปรุงปารีสเมื่อปี พ.ศ. 2462 ชาร์ลส์ โกดฟรัว ได้ขับเครื่องบินนีอูปอร์ต (Nieuport) ผ่านกลางประตูชัยฝรั่งเศสเพื่อเป็นการสดุดีเหล่าทหารอากาศที่ได้เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1








พอขึ้นมากจากเมโทรสถานี ก็จะเจอกับประตูชัยแห่งนี้
















จะมีทางเดินลอดไปยังฝั่งประตูชัยค่ะ คนเดินเยอะมากเลย ถ้าชึ้นไปดูข้างบนก็จะเสียค่ะเข้าดูอีกค่ะ วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใสมาก ๆ เลย แดดไม่ค่อยแรงเท่าไหร ลมเย็น รูปข้าง ๆ เป็นสุสานทหารนิรนาม
































จากจุดประตูชัยมองไปก็ยังเห็นหอไอเฟลอยู่เลยค่ะ
























ถนนที่เส้นนี้ทั้งเส้นเป็นถนน ชองป์เซลีเซส์ (Champs-Elyees)


ภูมิสถาปัตย์ที่ยอดเยี่ยมทำให้ชองป์เซลีเซส์โดดเด่น อันว่าชองป์เซลีเซส์เป็นถนนสายหนึ่งที่แยกเป็นแฉกดาวจากประตูชัย (Arc de triomphe) แต่เดิมนั้นในบริเวณนี้ชื่อว่า Place de LžEtoile - จตุรัสดวงดาว ในภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Place Charles de Gaulle เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ นายพลชาร์ลส์ เดอ โกล อดีตประธานาธิบดีซึ่งมีบทบาทสูงในการปลดปล่อยฝรั่งเศสจากการครอบครองของเยอรมันระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ อีกด้านหนึ่งเป็นปลาซ เดอ ลา กงกอร์ด (Place de la Concorde) อาคารสองข้างทางสวยวิจิตรยิ่ง ปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านค้าและสำนักงาน
ในอดีต ชองป์เซลีเซส์เป็นถนนหรู ผู้คนไม่คับคั่งดั่งในปัจจุบัน ร้านอาหาร ร้านกาแฟสองข้างทางตั้งโต๊ะบนบาทวิถีในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน จิบกาแฟพลางชมทิวทัศน์และผู้เดินที่ผ่านไปมา ได้อารมณ์สุนทรีย์ยิ่ง นั่นเป็นวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของฝรั่งเศส หากในวันนี้ ชองป์เซลีเซส์แออัดด้วยผู้คน นอกจากนักท่องเที่ยวแล้ว ชาวฝรั่งเศสก็ชอบมาเดินเล่น วัยรุ่นสีผิวต่างนัดมาพบปะเฮฮากัน เป็นที่จับตามองของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เดินตรวจเป็นคู่ๆ ด้วยว่าจำนวนไม่น้อยเป็นมิจฉาชีพหรือก่อเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันเอง การไปเดินเล่นแถวชองป์เซลีเซส์จึงหาความสงบไม่ได้ ต้องคอยเหลียวหน้าแลหลังและคอยหลบหลีกผู้คน ถึงกระนั้นชองป์เซลีเซส์ยังมีเสน่ห์ลึกลับ
แปลกใจที่ถนนหรูอย่างชองป์เซลีเซส์มีร้านค้ายี่ห้อที่ไม่หรู มีเนื้อที่ขนาดใหญ่ ดังในกรณีของเสื้อผ้ายี่ห้อมวลชนอย่าง Zara หรือ Gap เสื้อผ้าวัยรุ่นอย่าง Quicksilver ชุดกีฬาอย่าง Nike ยิ่งกว่านั้นยี่ห้อหรูค่อยๆหายไป เช่น Charles Jourdan โดยมียี่ห้อมวลชน Promod เข้าแทนที่
ชมรมชาวชองป์เซลีเซส์เกรงว่าชองป์เซลีเซส์จะกลายเป็นย่านโบ๊เบ๊ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าสำเร็จรูปราคาถูกและร้านอาหารจานด่วน จึงได้ปรับปรุงใหญ่ในปี ๑๙๘๙ โครงการแล้วเสร็จในปี ๑๙๙๔ กำหนดให้บางยี่ห้อยังคงอยู่คู่ชองป์เซลีเซส์ ส่วนบางยี่ห้อได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจอย่างรุนแรง ประกอบกับค่าเช่าอาคารที่สูงขึ้นมาก จึงจำต้องลาจากถนนสายสำคัญของกรุงปารีสหรือให้แบ่งเช่าพื้นที่
ดูเหมือนว่าบาทวิถีซ้ายจะได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว เรอโนลท์ (Renault) ยี่ห้อรถยนต์ซึ่งเคยคิดถอนตัวจากชองป์เซลีเซส์ หันมาปรับปรุงสำนักงานของตน เป็นทั้งโชว์รูม ห้องแสดงนิทรรศการและร้านอาหาร ร้านกระเป๋าลองเซล (Lancel) เพิ่งเปิดร้านใหญ่ที่นี่ เข้าแทนที่สำนักงานการท่องเที่ยวของกรุงปารีสซึ่งย้ายไปเพราะปัญหาค่าเช่าสูง
สิ่งที่โอ่อ่าตระการตายิ่งคือร้านหลุยส์ วุตตง (Louis Vuitton) ซึ่งเพิ่งทำพิธีเปิดในปี ๒๐๐๕ หลังจากปิดซ่อมแซมอยู่นาน โดยปกติแล้ว บาทวิถีฝั่งขวาจะเงียบเหงากว่าฝั่งซ้ายเพราะรับแดดอยู่เสมอ จึงเป็นที่ตั้งสำนักงานสายการบินหรือธนาคารเสียส่วนใหญ่ ร้าน Louis Vuitton ทำให้ฝั่งขวาของชองป์เซลีเซส์คลาคล่ำด้วยบรรดาสาวกพระเจ้าหลุยส์ วุตตง
ในปี ๑๙๙๐ Toyota เคยไตร่ตรองหลายปีกว่าจะตัดสินใจเช่าอาคารว่างฝั่งขวา ในขณะที่ Hugo Boss จำใจเปิดร้านเสื้อในฝั่งเดียวกันนี้ รวมทั้ง Tara Jarmon, Malboro Classic และ Lacoste ยี่ห้อเหล่านี้คงดีใจที่การค้าบนฝั่งนี้คึกคัก อันเป็นผลพวงของสินค้ายี่ห้อ Louis Vuitton
บนบามวิถีฝั่งขวาซึ่งเป็นหมายเลขคี่นี้เต็มไปด้วยร้านกาแฟร้านอาหาร ที่โดดเด่นคือ Fouquetžs ซึ่งเปิดตัวโอ่อ่าหลังจากปิดไปนาน ฌาค ลองก์ (Jack Lang) รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม ในขณะนั้นเป็นจักรกลสำคัญในการบูรณะให้ Fouquetžs เป็นสถานที่อันควรแก่ความทรงจำ อันที่จริง แต่เดิมนั้น Fouquetžs เป็นสถานที่นัดพบของคนขับรถม้าของเศรษฐีที่มาเดินเล่นที่ชองป์เซลีเซส์ อีกทั้งพลอยทำให้ภัตตาคาร Deauville ที่อยู่ข้างๆคึกคักไปด้วย
Laduree อันเลื่องชื่อด้วยขนม macarons เปิดสาขาที่ชองป์เซลีเซส์ ภายในตกแต่งสวยหรูสมกับเป็นร้านเก่าแก่ เสิร์ฟตั้งแต่อาหารเช้าจนถึงอาหารค่ำ และช่วงน้ำชาตอนบ่าย
Drugstore Publicis ตรงหัวมุมถนนชองป์เซลีเซส์ ใกล้ประตูชัย มีร้านอาหารที่สามารถชมทัศนียภาพของถนนหรูได้ อีกทั้งร้านหนังสือ ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็ก ร้านขายไวน์
ชองป์เซลีเซส์มีโรงภาพยนตร์หลายโรงด้วยกัน ผู้นิยมชมภาพยนตร์ในราคาพิเศษจะมาชมรอบเช้าวันอาทิตย์ เป็นการสรรหาความบันเทิงด้วยราคากึ่งหนึ่ง
นอกจากนั้น ชองป์เซลีเซส์ยังมีร้านหรูอย่าง น้ำหอม Guerlain ร้านเพชร Cartier ร้านปากกา Montblanc ห้างเพชร Mauboussin และร้านรองเท้า Bally
ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อใด ต่างก็ไม่เกี่ยงว่าอยู่ฝั่งซ้ายหรือขวา ขอเพียงแต่เป็นชองป์เซลีเซส์เท่านั้น















ตึกนี้เห็นหลายคนก็นึกออกแล้วว่าเป็นร้านกระเป๋าแบรด์ดังนี้สาวไทยเกือบจะทุกคนใฝ่ฝันที่อยากจะได้มาเป็นเจ้าของ ดิฉันก็อดไม่ได้ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตอยากเข้าไปสัมผัสบรรยากาศในร้านบ้าง ก็ แถร่ตรงเข้าไปเลยค่ะ (ได้แต่ดูค่ะ) น้ำลายหยด ใส่พรมร้านไป 3 หยด แฮะ แฮะ
เดินมาด้านหลัง มีบันไดเลื่อนขึันไปชั้น สอง (อะไรจะไฮขนาดนั้น)



















บรรยากาศถนนเส้นนี้ครึกคลืนมากเลย เพราะผู้คนเยอะมากค่ะ















เดินมาเรื่อย ๆ คุณฉามีชอบรถก็เข้าไปดู ดีมากเลยค่ะ ข้างในก็มีเกมส์ให้เล่น ทดลองขับรถแข่งได้ เหมือนเล่นเกมส์น่ะค่ะ มีรถสวย ๆ โชว์ให้ดู มีร้านอาหารหรู่อยู่ชั้นสอง แถมถ้าบังเอิญปวดเบาอยากเข้าห้องน้ำ ก็เข้าได้เลยค่ะ สะอาดมากกก
























ออกจากร้านโชว์รถ ก็ข้ามมาอีกฝั่งเพราะนัดเพื่อนชาวฝรั่งเศลไว้หน้าร้าน adidas แต่ยังไม่ถึงเวลานัดก็เดินเข้าไปด้านในซึ่งอยู่ข้างโรงหนัง มาเห็นหุ่นตัวนี้ดูแปลกตาดีค่ะ ดูตอนแรกก็งง ว่ามันต่อกันได้ไง เก๋ดีค่ะ









วันนี้มีโชเฟอร์ขับรถ Mercedes-Benz ดูรอบเมืองปารีสอีกต่างหาก และท้ายสุดก็พากันมานั่งดื่มที่บาร์ แถว พิพิธภัณฑ์ Louvre (ลูฟร์)ค่ะ ตะลึงกับเมนูที่เพื่อนสั่ง ไอ้เราก็อยากลองอะน่ะ แต่พึ่งยัดพิซซ่าเข้าไปเต็มพุ่ง ก็เลยได้แต่นั่งงง ว่ามันกินอะไรงะ เพื่อนก็บอกว่าอร่อยมาก ๆ เขาชอบมากเลย เก็บภาพ คนอิตาลี กับคนผรั่งเศลคุยกัน (คุยกันรู้เรื่องมั้ยเนี้ย)











วันนี้ดีจังไม่ต้องนั่งเมโทรกลับ มีคนมาส่งที่โรงแรม








ไปดูต่อที่........



........เที่ยวปารีส



......โบสถ์ Notre Dame (นอเตรอดาม)



........พิพิธภัณฑ์ Louvre (ลูฟร์)



........หอ Eiffel (ไอเฟล)



........โบสถ์ซาเคร เกอร์ (La Basilique de Sacré) Coeur



........โรงละครโอเปร่า เนชั่นแนล เดอ ปารัส การ์นิเย่ (Opera national de Paris Garnier)










 

Create Date : 12 กันยายน 2552    
Last Update : 12 กันยายน 2552 18:54:53 น.
Counter : 3070 Pageviews.  

เที่ยวปารีส (พิพิธภัณฑ์ Louvre (ลูฟร์)







พิพิธภัณฑ์ Louvre (ลูฟร์)

พิพิธภัณฑ์ที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก
* มีผลงานกว่า 380,000 ชิ้น


พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (ฝรั่งเศส: Musée du Louvre) หรือในชื่อทางการว่า the Grand Louvre เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะอันตั้งอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งได้เปิดให้สาธารณะชนเข้าชมได้เมื่อปี พ.ศ. 2336 (ค.ศ. 1793) มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์คาเปเทียง ตัวอาคารเดิมทีเคยเป็นพระราชวังหลวง ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมาก อย่างเช่น ภาพเขียนโมนาลิซา, The Virgin and Child with St. Anne, Madonna of the Rocks ผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี หรือภาพ Venus de Milo ของอเล็กซานดรอสแห่ง Antioch ในปี พ.ศ. 2549 พิพิธภัณฑ์ลูฟร์มีผู้มาเยี่ยมชมเป็นจำนวน 8.3 ล้านคน ทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้มาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลก[ต้องการแหล่งอ้างอิง] และยังเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในกรุงปารีส

พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ออกแบบโดย ไอ. เอ็ม. เป สถาปนิกชาวจีน-อเมริกัน












เข้าได้สองทางค่ะ อันนี้เข้าอีกทางที่เป็นประตู อีกฝั่งเข้าทางด้านพาร์ค




















เข้าไปด้านในคนเยอะมากเลย เสียค่าเข้าดูค่ะ คนละ
ใหญ่โตมโหราฬมาก เดินดูจนไม่หมดค่ะ เยอะสุดก็คงจะเป็นพวกรูปวาด และรูปปั้นที่มีชื่อเสียงทั้งหลาย เกือบทั่วทุกมุมโลกเลยก็ว่าได้ อันนี้เอารูปลงเฉพาะที่เด่น ๆ ค่ะ





























































เดินออกมาจากพิพิธภัณฑ์ Louvre (ลูฟร์) จะเป็นบริเวณโล่ง มีพาร์คให้นั่งเล่น พักผ่อน ทานข้าว แล้วแต่ เริ่มหิวเดินมากะว่าหาซื้ออะไรง่าย ๆ ทานกัน มาเจอร้านขายแซนวิส แต่คนเยอะมากกกก ขี้เกียจรอ ก็เลยเดินหาที่อื่น แต่ก็ไม่มี แต่สังเกตุเห็นคนถือถุง แม็กโดนัลมาทานที่พาร์ค เราก็คิดว่ามันต้องมีร้านอยู่แถวนี้แน่ ๆ ว่าแล้วก็เดินลุยข้ามไปอีกฝาก ระหว่างทางเดินมีร้านขายของที่ระลึกเรียงเต็มไปหมด และแล้วก็เห็นร้านแม็กโดนัล


















ซื้อมาทานที่พาร์คค่ะ นกลุ่มเต็มเลย มาขอเรากินว่างั้นเถอะ









เขามานั่งอาบแดดกันแบบนี้เลยค่ะ ไอ้เราล่ะกลัวแดด หุหุ









แวะมานั่งพักหายเหนื่อยหน่อยแล้วค่อยไปหอ Eiffel (ไอเฟล) ต่อ












ไปดูต่อที่.......



........เที่ยวปารีส



........โบสถ์ Notre Dame (นอเตรอดาม)



........หอ Eiffel (ไอเฟล)



........โบสถ์ซาเคร เกอร์ (La Basilique de Sacré) Coeur



........ประตูชัยฝรั่งเศส (ฝรั่งเศส: Arc de triomphe de l'Étoile)

........โรงละครโอเปร่า เนชั่นแนล เดอ ปารัส การ์นิเย่ (Opera national de Paris Garnier)








 

Create Date : 11 กันยายน 2552    
Last Update : 12 กันยายน 2552 18:56:11 น.
Counter : 548 Pageviews.  

เที่ยวปารีส (โบสถ์ Notre Dame (นอเตรอดาม)








มหาวิหารโนตเรอดาม (ฝรั่งเศส: Cathédrale Notre Dame de Paris,กาเตดราลโนตเรอดามเดอปารี )


เป็นมหาวิหารสมัยกอธิค ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส คำว่า Notre Dame ในชื่อวัดนั้นแปลว่า "Our Lady" ปัจจุบันมหาวิหารก็ยังใช้เป็นวัดของนิกายโรมันคาทอลิกและเป็นที่นั่งของอาร์ชบิชอปแห่งปารีส มหาวิหารนอเทรอดามถือกันว่าเป็นวัดที่สวยงามที่สุดในลักษณะกอธิคแบบฝรั่งเศส วัดนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยเออแชน วีโยเล-เลอ-ดุก (Eugène Viollet-le-Duc) ผู้เป็นสถาปนิกคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของฝรั่งเศส

การก่อสร้างเป็นแบบกอธิคเป็นมหาวิหารแรกที่สร้างในลักษณะนี้ และการก่อสร้างก็ทำต่อเนื่องมาตลอดสมัยกอธิค ปฏิมากรรม และหน้าต่างประดับกระจกสี (stained glass) มีอิทธิพลจากศิลปะแบบแนทเชอราลลิสม์ (Naturalism) ทำให้แตกต่างจาก ศิลปะโรมาเนสก์ที่สร้างก่อนหน้านั้น

นอเทรอดามเป็นหนึ่งในบรรดาสิ่งก่อสร้างแรกที่ใช้ "กำแพงค้ำยันแบบปีกนก" (flying buttress) ตามแบบเดิมไม่ได้บ่งถึงกำแพงค้ำยันรอบมหาวิหาร "Choir" หรือ รอบทางเดินกลางของตัววัด (nave) เมื่อเริ่มสร้างกำแพงวัดสูงขึ้นกำแพงก็เริ่มร้าวเพราะน้ำหนักของสิ่งก่อสร้าง เพราะสถาปนิกสมัยกอธิคจะเน้นการสร้างสิ่งก่อสร้างที่สูง บาง และโปร่ง เมื่อสร้างสูงขึ้นไปกำแพงก็ไม่สามารถรับน้ำหนักและความกดดันของกำแพงและหลังคาได้ทำให้กำแพงโก่งออกไปและร้าว สถาปนิกจึงใช้วิธีแก้ด้วยการเติม "กำแพงค้ำยัน" ที่กางออกไปคล้ายปีกนกด้านนอกตัววัด เพื่อให้กำแพงค้ำยันนี้หนุนหรือค้ำกำแพงตัววัดเอาไว้ เมื่อทำไปแล้วนอกจากจะมีประโยชน์ทางการใช้สอยแล้วยังกลายเป็นเครื่องตกแต่งที่ทำให้สิ่งก่อสร้างความสวยงามขึ้น ฉนั้นวิธีแก้ปัญหานี้จึงกลายเป็นเอกลักษณ์ส่วนหนึ่งของวัดที่สร้างแบบกอธิคไปในตัว

ราวปี ค.ศ. 1790 ระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศสวัดก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ประติมากรรมและศิลปะทางศาสนาถูกทำลายไปมาก มหาวิหารได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 19 จนมีสภาพเหมือนก่อนหน้าที่ถูกทำลาย









วันแรกของการเที่ยวปารีสครั้งนี้เริ่มจาก โบสถ์ Notre Dame (นอเตรอดาม) ค่ะ ไปช่วงเช้าหน่อย นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะเท่าไหร่ค่ะ ก่อนไปก็ซื้อตั๋วเมโทร แบบ 3 วัน (Paris visite) มีทั้งแบบ 2,3,5 วัน จำไมได้แล้วค่ะว่าราคาเท่าไหร่








ด้านหน้าสวยมาก ๆเลยค่ะ เป็นการแกะสลักที่ปาณีตมาก ๆ เลย เข้าไปดู
ข้างในก็สวย ดูข้างในไม่ต้องเสียค่าเข้าไปดูค่ะ แต่ถ้าขึ้นไปข้างบนต้องเสีย เลยไม่ได้ขึ้นไปดูค่ะ







ข้างในดูบรรยากาศอึมครึมหน่อยค่ะ เหมือนโบสถ์ทั่วไป











































อันนี้เป็นเทียนที่เสียเงินจุดด้วย อันใหญ่ 5 € อันเล็ก 2 €















ตู้เหรียญ เห็นเกือบทุกที่ทีมีโบสถ์ อันนี้หยอดเอาไปฝากคนทางบ้าน เหรียญ 2€ ได้ 1 เหรียญ









ขาออกมาดูคนรอเข้าไปเยอะมาก โชคดีที่เรามาเช้ากว่า เลยไม่ต้องรอแถวเข้าไปดู

เดินออกมาด้านข้าง Notre dame เลาะริมแม่น้ำแซน มา ก็จะมีสวยหย่อมและเก้าอี้ไว้นั่งพักผ่อน เจอเข้ากับต้นกล้วย (อยากถอนกลับไปปลูกที่บ้านจัง อิอิ)










ด้านหลัง Notre dame ก็เป็นพาร์คที่โล่ง ๆ ดีค่ะ จำได้ว่าเคยมีละครเรื่องหนึ่งทางช่อง 3 หรือเปล่าไม่แน่ใจ ถ่ายทำตรงนี้ด้วย ดูแล้วได้บรรยากาศโรแมนติกสุด ๆ

















แล้วก็ไปต่อที่ พิพิธภัณฑ์ Louvre (ลูฟร์) และ หอ Eiffel (ไอเฟล) พอดีหน้าของไอเฟลเยอะไปหน่อยค่ะ ก็เลยเอามื้อเย็นมาลงที่นี้


มื้อเย็นวันที่สอง ทานที่ร้านอาหารฝั่งตรงข้ามของถนน ไม่อยากบออกค่ะ ว่าซี่โครงหมู อบซอสที่สั่งมาก สงสัยอบตั้งแต่ปีละโว้ เพียงแต่เอาซอสอุ่น ๆ มาราดเอง อยาก ให้เจ้าของร้านชิมจัง สุดจะไม่อร่อยเลย แถมแพงอีก (เซ็ง) อยากนี้ต้องเม้นต๋ทางเน็ตให้หายเจ็บใจ


















ไปดูต่อที่........


........เที่ยวปารีส



........พิพิธภัณฑ์ Louvre (ลูฟร์)



........หอ Eiffel (ไอเฟล)



........โบสถ์ซาเคร เกอร์ (La Basilique de Sacré) Coeur



........ประตูชัยฝรั่งเศส (ฝรั่งเศส: Arc de triomphe de l'Étoile)



........โรงละครโอเปร่า เนชั่นแนล เดอ ปารัส การ์นิเย่ (Opera national de Paris Garnier)









 

Create Date : 10 กันยายน 2552    
Last Update : 12 กันยายน 2552 19:03:58 น.
Counter : 2251 Pageviews.  

เที่ยวปารีส.....................




หายไปเที่ยวปารีสหลายวันค่ะ คุณฉามีใจดีพาไปเที่ยวปารีสฉลองครบรอบแต่งงาน กว่าจะอัพรูปลงบล็อกก็อีกหลายวัน เพราะรูปเยอะจริง ๆ ค่ะ เอามาให้ดูแบบละเอียดในฉบับของ จขบ.เลยแล้วกัน ขอแบ่งการเที่ยวที่สถานที่ไปค่ะ เพราะรูปเยอะมากกก



(ที่เที่ยวต่าง ๆมีลิงค์อยู่ด้านล่างค่ะ)

เริ่มจากสนานบินที่โรม(อิตาลี)ค่ะ ดูสภาพสกปรกมาก อะไรจะสกปรกได้ใจขนาดนี้ นั้งรอเครื่องอยู่หลายชั่วโมงไมยักกะเห็นคนทำความสะอาดเลยค่ะ ปวดใจแทนคนอิตาลีซะจริง ๆ เห็นแล้วแถบจะไม่อยากหย่อนก้นลงไปนั่งเลยหล่ะค่ะ เพราะคงเต็มไปด้วยเชื้อโรคต่าง ๆ มองหาถังขยะ ก็แถมจะไม่มี มีก็เต็มจนล้น คนกินพอกินเสร็จก็ทิ้งขวางตามใจ เห็นแล้วก็ทำให้นึกถึงสนามาบินเมืองไทย ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ ทางที่ดีทุกคนช่วยกันูแลรักษาดีที่สุดค่ะ จะไม่ไม่อายแขกบ้านแขกเมือง

รูปข้าง ๆ เป็นสนามบิน Charles de Gaulle ที่ฝรั่งเศล นี้สะอาดจริง ๆ ค่ะ มีคนคอยทำความสะอาดตลอด ถังขยะก็เยอะ ตอนรอขึ้นเครื่อง เดินสำรวจดู มีเกมส์ให้เล่นพรี มี Wi-fi ให้ต่อเน็ต มีที่ชาร์ตแบตเตอร์รี ฟรี บริการดีมากเลย ระหว่างรอไปนั่งเล่นเกมส์อยู่เพลิน ๆ เด็ก ๆ มาลุ่มให้ตรึม ก็เลยถอยดีกว่าให้เด็กเล่น (แบบว่าอายเด็กอะ)











กว่าจะถึงโรงแรมก็เกือบค่ำแล้วค่ะ เพราะบินมากันเที่ยวบ่าย มางงกับการขึ้นเมโทรมาอีก แถมยังเดินหาโรงแรมไม่เจออีก

โรงแรมที่พักกันก็เลือกเองค่ะดูทางเน็ต กว่าจะได้ที่ถูกใจเล่นเอาตาลายเลย
ชื่อโรงแรม Hotel Bergere Opera ตรงสถานี Bonne-Nouvelle หรือจะเป็นสถานนี้ Grds.Boulevards ก็ได้ค่ะ ใกล้ทั้งสองสถานี้
โรงแรมนี้อยู่ใกล้กับโอเปร่าค่ะ(Opera)

พนักงานที่นี้พูดดีมากค่ะ ยิ้มแย้มต้อนรับดี ยิ่งถ้าเราพูดฝร้่งเศลกับเค้า เค้าจะดีใจมาก(พูดยังกะพูดได้เยอะงั้นแหละ อิอิ












โรงแรมนี้เป็นโรงแรมเก่าแก่มากค่ะ แต่ก็ปรับปรุงให้ใหม่ แต่ก็ยังมีบางจุดที่สามาถที่บ่งบอกถึงความเก่า เหมือนบ้นไดอันนี้ค่ะ เก่ามาก แต่ถ้าสีให้ดูใหม่ เวลาขึ้นก็จะเสียงดังหน่อย แต่ไม่ได้ขึ้นค่ะ เพราะอยู่ชั้น 4 มีลิฟท์แก้วขึ้น

ทางเดินก็แคบไป แบบเดินสวนกันลำบากอะ




















ห้องพัก ดูเล็กไปหน่อย แต่ก็โอเคค่ะ ห้องน้ำก็ดี มีอ่างด้วย และความสะอาด ยอดเยี่ยมมากค่ะ เขาทำความสะอาดทุกวัน เปลี่ยนทุกอย่างใหม่ทุกวัน ดีมากเลยค่ะ ไม่ผิดหวังที่เลือกโรงแรมนี้














พอจัดการสัมภาระเสร็จได้เวลาออกเดินสำรวจบริเวณรอบ ๆ แล้ว เดินออกมาก็เจอร้านอาหารไทยเลยค่ะ อยู่ติดโรงแรมเลย แต่ปิดกลับเมืองไทย หนึ่งเดือนคะ อะไรจะโชคไม่ดีขนาดนั้น เลยอดกินอาหารไทยเลย ถ้าเปิดคงได้ไปกินทุกวันแน่เลย เพราะดูจากหน้าร้านแล้ว น่าจะขึ้นชื่อที่เดียว เพราะมีหนังสือจากเมืองไทยเขียนถึงหลายเล่มอยู่ ราคาอาหารก็ไม่แพง












โรงแรมที่พักก็ดีเพราะเป็นย่านชุมชน มีผู้คนผลุกพล่านเกือบจะตลอด











เดินออกมาจากซอยของโรงแรมไม่ไกลเลยก็เจอร้านนี้ ดูท่าท่างน่านั่งดี ก็เลยขอนั่งชมวิวหน่อย พากันสั่ง เบียร์หนึ่งแก้ว กับ โมจิโตหนึ่งแก้ว เสริฟพร้อมกับมะกอกหนึ่งถ้วบเล็ก และถั่ว พอบิลเก็บตังค์มา 24 ยูโรค่ะ พากันมองน่ากันแบบงง ไงแพงจังเลย กะเดี้องไม่ลงคอเลย
















เดินหาร้านกินข้าวตั้งนานเพราะกลัวแพง ต้องดูเมนูและราคาหน้าร้านก่อน เดินเข้าซอยเลยโรงแรมไปหน่อยก็เจอร้านนี้ เป็นร้านบาร์กี่งร้านอาหารประมาณนั้นอะน่ะ เมนูที่สั่งเป็นสเต็กเนื้อซอสพริกไทยกับซอสเห็ด และก็มีไวส์ เยือกเล็ก เนื้อเหนี่ยวไปนิดแต่ก็อร่อยค่ะ เจ้าของร้านและบริกร บริการดีมาก เทคแคร์ดี น่ารักมากเลย ส่วนราคาทั่วไปก็อยู่ประมาณนี้







หลังจากทานมือ้เย็นเสร็จก็เดินสำรวจอีกรอบ เป็นการย่อนอาหารไปในตัวด้วย แล้วกลับไปนอนเอาแรงสำหรับวันพรุ่งนี้ดีกว่า







ไปดูต่อที่........




........โบสถ์ Notre Dame (นอเตรอดาม)



........พิพิธภัณฑ์ Louvre (ลูฟร์)



........หอ Eiffel (ไอเฟล)



........โบสถ์ซาเคร เกอร์ (La Basilique de Sacré) Coeur



........ประตูชัยฝรั่งเศส (ฝรั่งเศส: Arc de triomphe de l'Étoile)



........โรงละครโอเปร่า เนชั่นแนล เดอ ปารัส การ์นิเย่ (Opera national de Paris Garnier)








 

Create Date : 09 กันยายน 2552    
Last Update : 12 กันยายน 2552 19:04:33 น.
Counter : 1368 Pageviews.  

เที่ยวปารีส (พิพิธภัณฑ์ Louvre (ลูฟร์)








พิพิธภัณฑ์ Louvre (ลูฟร์)

พิพิธภัณฑ์ที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก
* มีผลงานกว่า 380,000 ชิ้น


พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (ฝรั่งเศส: Musée du Louvre) หรือในชื่อทางการว่า the Grand Louvre เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะอันตั้งอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งได้เปิดให้สาธารณะชนเข้าชมได้เมื่อปี พ.ศ. 2336 (ค.ศ. 1793) มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์คาเปเทียง ตัวอาคารเดิมทีเคยเป็นพระราชวังหลวง ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมาก อย่างเช่น ภาพเขียนโมนาลิซา, The Virgin and Child with St. Anne, Madonna of the Rocks ผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี หรือภาพ Venus de Milo ของอเล็กซานดรอสแห่ง Antioch ในปี พ.ศ. 2549 พิพิธภัณฑ์ลูฟร์มีผู้มาเยี่ยมชมเป็นจำนวน 8.3 ล้านคน ทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้มาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลก[ต้องการแหล่งอ้างอิง] และยังเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในกรุงปารีส

พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ออกแบบโดย ไอ. เอ็ม. เป สถาปนิกชาวจีน-อเมริกัน












เข้าได้สองทางค่ะ อันนี้เข้าอีกทางที่เป็นประตู อีกฝั่งเข้าทางด้านพาร์ค




















เข้าไปด้านในคนเยอะมากเลย เสียค่าเข้าดูค่ะ คนละ
ใหญ่โตมโหราฬมาก เดินดูจนไม่หมดค่ะ เยอะสุดก็คงจะเป็นพวกรูปวาด และรูปปั้นที่มีชื่อเสียงทั้งหลาย เกือบทั่วทุกมุมโลกเลยก็ว่าได้ อันนี้เอารูปลงเฉพาะที่เด่น ๆ ค่ะ





























































เดินออกมาจากพิพิธภัณฑ์ Louvre (ลูฟร์) จะเป็นบริเวณโล่ง มีพาร์คให้นั่งเล่น พักผ่อน ทานข้าว แล้วแต่ เริ่มหิวเดินมากะว่าหาซื้ออะไรง่าย ๆ ทานกัน มาเจอร้านขายแซนวิส แต่คนเยอะมากกกก ขี้เกียจรอ ก็เลยเดินหาที่อื่น แต่ก็ไม่มี แต่สังเกตุเห็นคนถือถุง แม็กโดนัลมาทานที่พาร์ค เราก็คิดว่ามันต้องมีร้านอยู่แถวนี้แน่ ๆ ว่าแล้วก็เดินลุยข้ามไปอีกฝาก ระหว่างทางเดินมีร้านขายของที่ระลึกเรียงเต็มไปหมด และแล้วก็เห็นร้านแม็กโดนัล


















ซื้อมาทานที่พาร์คค่ะ นกลุ่มเต็มเลย มาขอเรากินว่างั้นเถอะ









เขามานั่งอาบแดดกันแบบนี้เลยค่ะ ไอ้เราล่ะกลัวแดด หุหุ









แวะมานั่งพักหายเหนื่อยหน่อยแล้วค่อยไปหอ Eiffel (ไอเฟล) ต่อ












ไปดูต่อที่.......



........เที่ยวปารีส



........โบสถ์ Notre Dame (นอเตรอดาม)



........หอ Eiffel (ไอเฟล)



........โบสถ์ซาเคร เกอร์ (La Basilique de Sacré) Coeur



........ประตูชัยฝรั่งเศส (ฝรั่งเศส: Arc de triomphe de l'Étoile)

........โรงละครโอเปร่า เนชั่นแนล เดอ ปารัส การ์นิเย่ (Opera national de Paris Garnier)








 

Create Date : 09 กันยายน 2552    
Last Update : 13 กันยายน 2552 17:14:40 น.
Counter : 1111 Pageviews.  

1  2  

N_silk
Location :
Thailand Italy

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]





บล๊อคนี้เป็นบล๊อคที่เขียนขึ้นมาจากใจ ทำทุกอย่างที่ใจอยากทำ ถ้าทำแล้วมีความสุข ไม่เดือนร้อนใคร เก็บเรื่องราวที่ผ่านมา เขียนลงในบล็อก เหมือนเป็นสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง มีสาระบ้าง ไม่มีบ้าง ก็เล่าสู่กันฟัง ทุกอย่างที่ทำไม่ได้มีแบบที่ตายตัว หรือบางอย่างที่ทำอาจจะไม่เหมือนใคร หรือเหมือนใคร ชอบทำอาหารมาก และงานฝีมือทุกอย่าง หากมีข้อบกพร่องอันใด ก็ขออภัยด้วยแล้วกันน่ะค่ะ และต้องขอขอบคุณ...................................................... ....บล๊อก ป้ามด..
....บล๊อกคุณ lozocat
....บล๊อกคุณ Paradijs's
....บล๊อกคุณ ญามี่
สำหรับคำแนะนำ
และโคดต่าง ๆ ในการทำบล๊อก
และขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่เข้ามาทักทาย ค่ะ
......จากใจจริง จริ๊ง......
.............ยังไมได้ลงมือทำ อย่าคิดว่าทำไม่ได้.............. i love cooking new things. The simpler the dishes the better for me, but i never compromise on taste! (at least not deliberately!) My favourite style......... (รูปภาพสงวนลิขสิทธ์น่ะค่ะ แต่ถ้าจะนำไปใช้ที่ไม่ใช้ก็ไถ่ถามกันนิดหนี่ง..ยินดีน่ะค่ะ )
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add N_silk's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.