♥"Try to be enjoy and easy with your life every day" ♥♥"ยังไม่ได้ลงมือทำ อย่าพึ่งคิดว่าทำไม่ได้"

ฮาโคตร " ภาษาวิบัติ " ในเน็ตควรพิมพ์ให้ชัดๆ



วันนี้ไม่มีภาพมาให้ดูค่ะ แต่เป็นบทความดี ดีมาฝาก
บอกก่อนเลยน่ะค่ะ ว่าบทความนี้ลอกเขามา อิ อิ เพราะอ่านแล้วน่าจะเป็นประโยชน์กับคนไทยทุกคน เพราะ จะได้ช่วยกันอนุรักษ์ภาษาไทยไว้ค่ะ เพราะเคยเห็นหลาย ๆ คน ชอบใช้ภาษาที่เพี้ยน ไป จน อาจจะจำไมได้ว่าคำที่ถูกต้องต้องเขียนอย่างไร สะกดอย่างไร ถ้าคนที่ไม่ชินกับการใช้ภาษาเพี้ยนเหล่านี้ อาจจะงงและต้องนึกก่อนว่าหมายความว่าอะไร.......








ภาษาวิบัติ คือ คำพูดที่ไม่ได้รับการยินยอมให้ใช้ทั่วไปในระดับสากล หากแต่ใช้พูดกันเองในกลุ่มเพื่อนฝูงหรือใน
คำนิยาม

ภาษาวิบัติ คือ ภาษาที่ถูกแปลงมาจากคำในภาษาเดิม ให้สามารถเขียนได้ในรูปลักษณ์ใหม่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ภาษาวิบัตินี้
มักจะผิดหลักในการเขียนอยู่เสมอ ถ้าจะให้แยกแยะได้ง่ายๆ คำที่ไม่อยู่ในพจนานุกรม และไม่เป็นไปตามกฏของหลักภาษาไทยโดยส่วนใหญ่จะเป็นภาษาวิบัติ


ต่อไปนี้ ที่นำเสนออ่านแบบขำๆกันไป อย่าไปเครียดมากมายกับกระทู้นี้ อ่านเพื่อให้เรารู้ หรือใครจะนำไปปรับปรุง
แก้ไขตัวเองในส่วนไหน ก็ตามแต่ ไม่มีใครว่าอะไรหรอกค่ะ ช่วยๆ กัน ให้สังคมเราน่าอยู่ยิ่งๆ ขึ้นด้วยนะจ้ะ



ผู้ทำภาษาวิบัติ


บริษัททุย ทุจศิล กินชะมัด ผู้ใช้เว็บบอร์ดบางคน ผู้ใช้แชทบางคน ผู้ใช้ฮิห้าหลายคน กลุ่มแฟนคลับเอ๊ดจวยและดงบางชินเกรียน
รายการ ไอ้ตุ๋ย ไฮเถิก ทางช่องเนชั่วแชนแนล ในช่วงของรายการที่เป็นการตอบปัญหาทางด้านคอมพิวเตอร์ มีชื่อเป็นภาษาวิบัติว่า ช่วงคอมนู๋ไม่รู้เป็นไร
(วิบัติมาจาก คอมหนูไม่รู้เป็นอะไร) และให้ข้อมูลที่ผิดพลาด เช่นเรื่อง วินเด้าส์ วิสด้า SP1 ที่บอกว่าไม่มีภาษาไทยรองรับ แต่ที่จริงมีมาก่อนหน้านี้แล้ว อื่นๆ ข้อมูลปกปิด



เนื้อหาด้านล่างนี้ได้รับการยอมรับเรื่องการใช้ ภาษาวิบัติ ท่านอาจจะงงบ้าง แต่เราก็ขออวยพรให้ท่านอ่านรู้เรื่อง

*** เนื้อหาด้านล่างนี้ได้รับการยอมรับเรื่องการใช้ ภาษาวิบัติ ท่านอาจจะงงบ้าง แต่เราก็ขออวยพรให้ท่านอ่านรู้เรื่อง
ภาษาวิบัติแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือกลุ่มที่ใช้เวลาพูด กับกลุ่มที่ใช้ในเวลาเขียน


กลุ่มที่ใช้เวลาพูด - เป็น ประเภทของภาษาวิบัติที่ใช้ในเวลาพูดกัน ซึ่งบางครั้งก็ปรากฏขึ้นในการเขียนด้วย แต่น้อยกว่าประเภทกลุ่มที่ใช้ในเวลาเขียน
โดยมักพูดให้มีเสียงสั้นลง หรือยาวขึ้น หรือไม่ออกเสียงควบกล้ำเลย ประเภทนี้เรียกได้อีกอย่างว่ากลุ่มเพี้ยนเสียง เช่น

ตะเอง (ตัวเอง) เตง (ตัวเอง)

ขอบคุง (ขอบคุณ) แม่ม (แม่มึง)

แสด (สัตว์ ) พ่อง (พ่อเมิง)

สลัด, แสด, สาด (สัตว์) สรัด,สรัส(สัตว์ :ออกเสียง ร เรือ ด้วย)

กลุ่มที่ใช้ในเวลาเขียน - รูปแบบของภาษาวิบัติชนิดนี้ โดยทั้งหมดจะเป็นคำพ้องเสียงที่หลายๆคำมักจะผิดหลักของภาษาอยู่เสมอ
โดยส่วนใหญ่กลุ่มนี้จะใช้ในเวลาเขียนเท่านั้น โดยยังแบ่งได้เป็นอีกสามประเภทย่อย

กลุ่มพ้องเสียง - รูปแบบของภาษาวิบัติชนิดนี้ จะเป็นคำพ้องเสียง โดยส่วนใหญ่กลุ่มนี้จะใช้ในเวลาเขียนเท่านั้น และคำที่นำมาใช้แทนกันนี้มักจะเป็นคำที่ไม่มีในพจนานุกรม

เทอ(เธอ) จัย(ใจ)

งัย(ไง) นู๋(หนู)

มู๋(หมู) ปันยา(ปัญญา) กำ(กรรม)


กลุ่มขี้เกียจพิมพ์ - พวก นี้จะคล้ายๆกับกลุ่มคำพ้องเสียง เพียงแต่ว่าบางครั้งการกด Shift มันน่ารำคาญ
พวกนี้เลยขี้เกียจกด แล้วเปลี่ยนคำที่ต้องการเป็นอีกคำที่ออกเสียงคล้ายๆกันแทน

กุ(กู) เหน(เห็น) เปน(เป็น)

ซึ่งสองตัวอย่างหลังนี่ ถ้าเคยเปิดอ่านหนังสือเก่าๆ ดู จะพบว่าไปซ้ำกับอักขรวิธีในสมัยก่อน (ประมาณปี พ.ศ. 2480)

กลุ่มโชว์Inw

Inw! Inw(เทพ)

uou(นอน ) เกรีeu(เกรียน)

IInJIISJIISJ (แทงแรงแรง) IIOUIInJISO (แอบแทงเธอ)

แบบลูกผู้ดีกระแดะ - จะมี ร์ กำกับไว้ข้างท้ายเสมอ เช่น

เทอร์ = เธอ แกร์ = แก

วิคิพีเดียร์ = วิกิพีเดีย เ***้ยร์, เชี่ยร์ = เ***้ย(คำว่า เชี่ย มีรากศัพท์มาจาก เ***้ย)

คับร์ = คับ(ครับ) โปรแกรมร์ = โปรแกรม




แบบเสื่อมกว่านี้มีอีกมั้ย

เข้ามาโหน่ยจิ๊เพิ้ลๆมีเรื่องอยากห้ายช้วยโหน่ย
หว่ะ เดนร๊าเพิ้ลๆๆ ครือเราอยากจราถรามรายหน่อยอ๊า...ครือเพิ้ลเราเป๊งเกย์ แร๊นมานจิกาบจั้ยอ๊ะ ต้องทามงายม๊างหย๋อ
เพิ้ลเรามานหล่อมั๊กมายง้ะ หล่อเว่อร์โรยอ่ะ แต่เ สี ยอ ย่างเด วมา นเป๊ งเก ย์อ๊ าาา มานบอก เราว่าอยากจิกาบใจง้ะ
เพิ้ลๆช้วยบอกหน่อยนร๊าว่าควนจิทามไง๊ ตอนแร๊กๆมานก๊ชอบผุญิ๊งน๊ะ แต่ปายๆมาๆมานไปชอบผุ้ชายอ๊ะ สงสัยมานคงจิโรคจิต
บอกวิธีแก้หน่อยจิ๊ ขอบคุงง้าบบ

ปล. ลืมปรายๆๆ มีอิกคลมานเป๊งทอมอ๊ะ จิ๊กลับจรายได้เป่าอยากห้ายมานเป๊ง ญ เหมือนเดิมง้ะ ?

อะไรที่ไม่ใช่ภาษาวิบัติ เนื่อง จากในปัจจุบัน มีคำอื่นๆที่ใช้กันในสังคมปัจจุบัน แต่ยังไม่ได้บรรจุอยู่ในพจนานุกรม
จึงทำให้มีข้อถกเถียงกันอยู่เสมอว่าคำนั้นๆ เป็นภาษาวิบัติ (ภาษาที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลง)
หรือภาษาวิวัฒนาการ (ภาษาที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่แย่ลง) กันแน่ เช่น ภาษาพูด

คือ คำที่มีอยู่จริงแต่เมื่อใช้พูดกันแล้ว มีเสียงที่ออกมาเปลี่ยนไป บางครั้งก็ใช้ในการเขียนด้วย เพื่อให้เข้าถึงอารมณ์ในวรรณกรรมนั้นๆมากกว่า

* ชั้น(ฉัน)
* เค้า(เรา)

แบบคำย่อ

* หมาลัย(.)
* วิดวะ(วิศวะ)
* จาน (อาจารย์)
* สินสาด (ศิลปศาสตร์)
* สินกำ (ศิลปกรรมศาสตร์)
* เสารีย์ (อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ)
* โรงบาน (โรงพยาบาล)
* ซอย (สีลมซอย 2)
* อาร์ (อาร์ซีเอ)
* ตรอก (ตรอกข้าวสาร)
* โปร,โปรโกง (โปรแกรมโกงเกมส์)

คำอุทาน

* เว้ย
* เฮ้ย
* เจ๊ดเข้
* อุ๊ยแม่เมิงตก
* เสม็ตดุ๋ย
* ชะมดเช็ดสะเด็ดยาด
* ตะแบ๊บ ตะแบ๊บ เป๊าะแป๊ะ เป๊าะแป๊ะ แอ๊ว แอ๊ว
* เจ๊ดตาม่อน
* เจ๊ดปวก
* มะเขือฝักยาว

แบบคำเติมท้าย

ในที่นี้คือคำเติมท้ายที่ไม่มีความหมายในพจนานุกรมไทย แต่ก็จะใส่ มีไรมะ (เพราะเป็นคำที่ใช้แสดงอารมณ์หรือใช้แสดงความคิกขุของผู้เขียน/พิมพ์)

* งิ
* งุงิ
* เงอะ
* ง่า
* งับ, ก๊าบบ
* แง่ว

แบบลากเสียง

* อาราย (อะไร)
* คร้าบ(ครับ)

แบบพิมพ์ผิด คนที่มีปัญญาแล้ว คงรู้ว่ามันพิมพ์ผิด ไม่ใช่ภาษาวิบัติ

* เป้น(เป็น)
* เห้น(เห็น)

แบบจำมาผิด

* ลำใย (ลำไย)

อันนี้ขอร้องทางภาครัฐช่วยแก้ไขหน่อย เจออยู่ในรถเมล์ทุกคันเลย

* ศรีษะ(ศีรษะ)



แบบพิมพ์ไม่ถูก

* ปาติหาน
* อัศจรร
* สมมุต

แบบคำแสลง ภาษาวัยรุ่น

* แอ๊บแบ๊ว
* เสี่ยว
* สตอ
* โบว
* จิ้น
* เห็ดสด
* กาก

แบบคำทับศัพท์

* เกรท
* กู๊ด
* คาวาอี้
* อิคึ
* คิโมชิ~
* คิกขุ
* สุโกอี๊~
* อิไต๋ อิไต๋
* ยาราไนก๊า

แบบอิโมติค่อน

* ^__^
* @__@
* :)
* :(
* -*-
* 3=====D

แบบจำเป็นต้องเปลี่ยน เพราะไม่อย่างนั้นจะถูก เซ็นเซอร์

* ครวย / กวย / กรวย / จวย / ฆวย / Kuay / 8;p / คุวย / ฆวญ / KVY / kvy / Buffalo No R ( *** )/คุวุยุ
* หิม / หมิม / หมี ( *** )
* กรู / กุ / ตู / GOO / GU (กู)
* มรึง / มืง / เมิง / มึNG (มึง)
* แม่ม / แม่NG (.)
* เฮี่ย / เหรี้ย / เห้ /เห้ว / เชี่ย / เฮีย / เจี้ย( เ***้ย )
* สาด / แสด / แสส / แสรส / แสรด / สัส / ( สัตว์ )
* เย็ต / เย็ศ / เญ็ด / เย็ก / เยด / เยส / yed / YED ( *** )
* จังไร / จังไล / จันไล / จันไร / จางไร / จานราย / จางราย / จัญไล / จันทร์ไร (จัญไร)
* ฟาย / ฟราย / ฟลาย / Kwai ( ควาย )

แบบภาษาโบราณ อันนี้ เอามาแบบเป็นข้อความเลย

หาก เป็นเยี่ยง นี้ เหตุใดมิกลับไปใช้ภาษาเมื่อกาลสมัยอโยธยาเสียเลยเล่า ภาษาที่พวกท่านจักใช้ในเพลานี้
มันเกิดวิบัติมามายมาก่อนเสียยิ่งนัก มันวิบัติมานับแต่เมื่อคราท่านที่เดือดเนื้อร้อนใจในเหตุนี้จะเกิดเสียอีก
ข้าพเจ้า จักย้อนถามท่านอีกสักครา ว่าตั้งแต่ท่านเกิดออกมาจากครรภ์แล้วไซร์
ได้ใช้ภาษาแลสำเนียงเดียวกับที่ข้าพเจ้ากำลังพรรณานี้แล้วหรือไม่เล่า ณ. ครานี้ท่านได้ใช้ภาษาสำเนียงเดียวกับข้าพเจ้าหรือไม่เล่า
หากมิใช่ ท่านนั่นแล ที่เป็นเหตุทำให้ภาษาวิบัติมาจนถึงบัตินี้ กาลสมัยเปลี่ยน ภาษาเปลี่ยน หาใช่เหตุพิลึกพิลั่นอันใดไม่
ลองอ่านดูดีๆ มันน่าจะภาษาเมื่อสมัยอยุธยานะนี่



คำวิพากษ์วิจารณ์

* ภาษาวิบัติไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีเสมอไป บางครั้งมันก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะภาษาไม่ตาย ดังนั้นจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
* จะ บ้าเรอะ! ภาษาวิบัติมันก็บอกอยู่แล้วว่า "วิบัติ" ไม่ใช่ "วิวัฒนาการ" วิวัฒนาการมันคือการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีกว่า
ส่วนวิบัติคือการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่
* ถ้าเปรียบภาษาเหมือนรูปภาพ การวิวัฒนาการคือการที่ศิลปินชื่อดังผู้รัก และเข้าใจการวาดภาพมาเขียนภาพต่อๆกัน
ส่วนภาษาวิบัติ คือการที่ใครก็ไม่รู้ผู้ที่ไม่รู้ความสำคัญของการวาดมาเขียนภาพต่อจากเรา
* เมื่อก่อนไม่มีพจนานุกรม มันก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่จะเกิดภาษาวิบัติ หรือการวิวัฒนาการของภาษาขึ้น
แต่เมื่อมันมีแล้ว แล้วเราจะแกล้งโง่ทำให้มันเปลี่ยนไปทำไมล่ะ?
* เพราะคนเรามีสมองมีจินตนาการสร้างสรรค์ได้ แล้วพจนานุกรมก็ไม่ใช่กฏ
* แม้ พจนานุกรมไม่ใช่กฏ แต่มันเป็นหลักที่สมควรจะปฏิบัติ คล้ายกับระเบียบ ข้อแนะนำ หรือจรรยาบรรณ
คุณไม่ต้องทำตามก็ได้ แต่มันจะดีกว่าถ้าคุณทำตาม
* ความ คิดสร้างสรรค์ใช้กับความคิดที่ดี แต่ถ้าเป็นความคิดที่ไม่ดี ความคิดที่แย่ ความคิดที่เสื่อม
หรือมาจากความขี้เกียจ มันไม่ได้เรียกว่าความคิดสร้างสรรค์หรอก มันเป็นความคิดหรือไอเดียที่ไม่สร้างสรรค์
* บางครั้งภาษาวิบัติก็ทำให้คำนั้นๆ ดูจะรุนแรงน้อยลง เช่น อ้ายสาดดด -> ไอ้สัตว์
* นักปราชญ์ผู้หนึ่งกล่าวไว้ว่า "ผู้ใดละทิ้งภาษา...ผู้นั้นย่อมละทิ้งวัฒนธรรม...ผู้ใดละทิ้งวัฒนธรรม...ผู้ นั้นย่อมละทิ้งทุกสิ่ง"




เหตุผล(และข้อแก้ตัว)ของพวกที่ใช้ภาษาวิบัติ



1. เพราะ ว่าคำพวกนี้พิมพ์ได้ง่าย เข้าใจนะว่า คำภาษาไทยหลายๆคำอาจจะพิมพ์ยุ่งยากมากเรื่อง ดังเช่น คำว่า เดี๋ยว ก็เปลี่ยนเป็น เด๋ว
และคำว่า ก็ ก็เปลี่ยนเป็น ก้อ เหตุผลเหรอ มันพิมพ์ง่ายไงล่ะ
* แต่คุณอาจจะไม่รู้หรอกนะว่า คุณกำลังทำลายภาษาไทย โดยไม่รู้ตัว
2. เคย มีวัยรุ่นคนหนึ่ง เคยให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับภาษาวิบัติว่า ที่หันมาใช้ก็เพราะมันดูแนวๆดี ทันสมัย ถูกใจวัยรุ่น
ก็เลยถามว่ามันแนวตรงไหน คำตอบที่ได้มาคือ "ก็มันดูเหมือนว่าเด็กไทยมีความคิดสร้างสรรค์ สามารถคิดค้นคำใหม่ๆได้ขึ้นมาใช้
โดยไม่ต้องเขียนของเก่าให้มันเปลืองหมึก หรือ พิมพ์ให้มันเมื่อย"
* ก็ ฟังแล้วคิดว่า มันก็สะดวกสบายแต่ว่า ความสะดวกสบายของคุณกำลัง เป็นความกลุ้มใจของ พ่อขุนรามคำแหง อยู่ เพราะว่า
พ่อขุนรามคำแหง ท่านอุตส่าห์คิดค้นภาษาไทยขึ้นมา แต่รุ่นหลังมาทำลาย อย่างที่เค้ากล่าวน่ะแหล่ะว่า "ผู้ใหญ่สร้าง วัยรุ่นทำลาย"
3. เพื่อ แสดงอารมณ์ ว่าตอนนี้กำลัง ผิดหวังหรือเบื่อหน่าย อย่างที่วัยรุ่นเค้าเรียกกันว่า"เซ็ง"น่ะแหล่ะ
เพราะบางทีถ้าผิดหวังก็อาจจะลากเสียงคำว่า "ไม่" เป็น "ม่าย..ย..." ถ้าอารมณ์ดีก็อาจจะสั้นหน่อยเป็น "มั่ย"
4. " ก็มันขำๆดีนี่"
* เหตุผล นี้ฉันก็ไม่รู้หรอกนะที่ว่า"ขำๆ"น่ะหมายความว่าอะไร แหม...พวกคุณนี่ ถ้าจะอารมณ์ดีเหลือเกิน
คิดคำที่เป็นภาษาวิบัติมาใช้กันเนี่ย ป่านนี้พ่อขุนรามคำแหงคงนั่งขำไม่ออกแล้วล่ะ
5. " ไม่เห็นเป็นไรเลย มันก็อ่านเหมือนๆกันแหละ"
* ฉัน อยากจะบอกพวกคุณว่ามันอ่านเหมือนกันก็จริงนะ แต่คอมพิวเตอร์มันต้องใช้ตาอ่านไม่ใช่หูฟังนะ
ถ้าเกิดมีเด็กมาอ่านและนำไปใช้เนี่ย นำไปเขียนเนี่ย ถ้าเป็นยังงี้จริงๆนะ ภาษาไทยจะเพี้ยนไปหมดแน่ๆ เชื่อพี่เถอะ
6. "ก็มันเผลอนี่นา"
* หลายคนอาจพูดยังงี้ อยากถามว่า ถ้าคุณไม่คิดค้นมันมาและใช้มัน คุณจะเผลอได้เหรอ?
7. "ก็คำมันดูน่ารักนี่คะ"
* อยากรู้ว่ามันน่ารักตรงไหนคะเนี่ย? ตายๆๆ...ถ้าคนมองเป็นภาษาที่น่ารักหมดเนี่ย
สงสัยว่าคงต้องร้องเพลง"ไปน่ารักไกลๆหน่อย"ซะแล้ว
8. " ก็เวลาเล่นMSNมันพิมพ์เร็วทันใจนี่คะ"
* รู้ แล้วค่ะมันเร็วแต่ว่า...ถ้ามันไม่ ใช่ภาษาวิบัติมันก็ไม่เสียเวลาเป็นชั่วโมงหรอกค่ะ
แค่เสียเวลาเล็กๆน้อยๆเพื่ออณุรักษ์แค่นี้ถึงกับทำไม่ได้เลยเหรอคะ?
9. " ก็มันเพิ่งหัดพิมพ์ยังพิมพ์ไม่คล่องนี่"
* อันนี้ไม่ว่านะคะ แต่ถ้าคล่องแล้ว ควรจะพิมพ์คำให้ถูกนะ บางคนไม่คล่อง ก็ไม่คล่องตลอดกาล ใช้ไม่ได้
10. พิมพ์ให้มันดูสั้นลงเพราะเปลืองเนื้อที่
* อยากถามอีกว่าคุณซื้อเนื้อที่ในการพิมพ์ หรือไงถึงต้องประหยัดเนื้อที่?
11. " ทันสมัยดีนี่...คนที่เขาใช้คำเป็นคงไม่วิปริตมาใช้หรอก บางทีพวกคนที่ใช้คำเป็นคงเล่นแชทไม่เป็นหรอก"



จาก http://www.ubangkok.com





 

Create Date : 04 สิงหาคม 2552    
Last Update : 4 สิงหาคม 2552 16:17:06 น.
Counter : 3040 Pageviews.  

ดีใจอยางแรง............มีครกเป็นของตัวเองซะที....แย้






ดีใจอย่างแรงค่ะ มีครกเป็นของตัวเองแล้ว หลังจากที่ทุบ ๆ ปั่น ๆ อยู่เป็นปี คนที่เปิดมาอ่าน อาจคิดว่าเรื่องครกก็เอามาเขียน แต่ต้องเข้าใจค่ะว่าคนที่อยู่ ต่างบ้านต่างเมือง อยากกิน อยากได้อะไรที่เหมือนเมืองไทย บางที่ใช่ว่าหาซื้อได้ง่าย เหมือนที่เมืองไทย คนที่อยู่ไกลบ้าน เขาจะรู้ดี พอมีก็เลยดีใจค่ะ (อยากแห่ครกรอบเมือง สัก สามรอบด้วยซ้ำ อิ อิ)เคยซื้อครกไม้มาใช้ แต่ครกไม้ที่อิตาลีเป็นไม้เนื้ออ่อน พอเราล้าง ก็ขึ้นราก็เลยเลิกใช้ เอาไปทำเป็นกระถางปลูกต้นไม้เรียบร้อยแล้วค่ะ พอดีเห็นในเน็ตที่ขายพวกเครื่องปรุงทำอาหารไทย มีครกที่อยากได้อยู่ ก็เลยสั่งมาพร้อมเลย รู้สึกว่าจะเหลือเพียงใบเดียวด้วย อีกร้านเป็นครกหินแต่ไม่ชอบค่ะ เพราะหนักเกิน หลังจากสั่งของทางเน็ตนั่งรออยู่ สามวันค่ะ ครกก็มาถึงมือเราซะที วันที่เขามาส่งของ คนส่งของเขาบอกว่ามีสินค้าแตกอยู่ สองอย่าง ไอ้เราก็ตกใจ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด อะไรกันเนี้ยะ อยากจะมีครกเป็นของตัวเองบ้าง ก็ไม่ได้ สงสัย เราจะไม่มีวาสนามีครกเป็นของตัวเองซะแล้ว รีบแกะกล่อง รื้อดูของอย่างเร็วค่ะ.....เฮ้อ โล่งอก กล่องที่เปิด เห็นสากไม้ก่อนเลย แล้วก็ตามด้วยครก โล่งอกที่ครกเราไม่แตก เปิดครกออกดู ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ค่ะ แต่ก็ใช้ได้ ขนาดพอดี กลาง ๆ ตอนแรกก็คิดอยู่นานว่าจะซื้อดีหรือเปล่า เพราะแพงมาก ถ้าเทียบกับเงินไทยก็ตกใบละเกือบพัน บ้านเราไม่ละหกสิบเองเน๊าะ แต่ ถ้าไม่ซื้อก็ไม่มีใช้ และใช่ว่าจะซื้อบ่อย ครกซื้อครั้งเดียวอยู่ได้ถึงลูกถึงหลาน (ถ้าไม่หลุดมือแตกซะก่อน อิ อิ) อ้อ...ลืมบอกไปว่าเมืองที่อยู่ไม่มีร้านขายของเอเชียเลยค่ะ ก็เลยต้องสั่งทาเน็ต











ถ่ายให้ดูรูปร่างอันเหมาะมือหน่อย ด้านในครกมี บอกพิกัดด้วยว่าเป็นครกสัญชาติไทยแท้ ๆ ไม่ใช่ ครกจีน หรือ อิตาลี










นี้ค่ะตัวปัญหาที่ทำให้ใจหายใจควำอยู่ เป็นขวดน้ำมันหอย กับน้ำแดงค่ะแตกยับเลย ส่งสัยคนส่งเล่นโยนแรงไปเปล่าไม่รู้ แต่ทางร้านเขาก็รับผิดชอบค่ะ ส่งให้ใหม่เลย









อันนี้เป็นกล่องถัดมาเป็นพวกเส้น เครื่องปรุงต่าง ๆ อาหารกระป๋องค่ะ(จะเน้นหน่อไม้ และผักกาดดองค่ะ ของโปรด) ดูเยอะมั้ยค่ะ สั่งที่ก็อยู่ได้หลายเดือน ไม่ต้องสั่งบ่อย แถมคนที่บ้านชอบทานอาหารไทย และบอกว่าไม่อยากได้ยินเสียงเราบ่นว่างั้น อิ อ (ลองไม่ให้สั่งซิแม่จะหนีกลับไปอย่เมืองไทย อิ อิ อันนี้นึกขำ ขำในใจค่ะ)










ซองนี้เป็นเส้นขนมจีนแบบแห้งค่ะ ลองสั่งมาทานดู ลองต้มดูแล้วนิ่ม มาก ๆ เส้นเล็ก ๆ เหมือนที่เมืองไทยเลย เคยสั่งอีกร้าน เส้นแข็งและเหนียว ไม่อร่อยเลยค่ะ ข้าง ๆ ไป เป็นบะหมี่ กับสัปะรดอบแห้ง เป็นของแถมค่ะอันนี้











กุ้งแห้ง อยากได้มานานแล้วค่ะ เพราะก่อนหน้านี้เคยสั่งสินค้ากับอีกร้าน ไม่มีค่ะ และข้าง ๆ เป็นก๋วยเตี้ยวเส้นจันทร์ อันนี้ ขาดไม่ได้เลย เพราะที่บ้านชอบทาน(ผัดไทย)มากค่ะ











วันนี้ก็เลยฉลองครกใหม่ ด้วยการตำแตง กับ ตำถ้่วค่ะ (ใจอยากทานส้มตำ แต่ไม่มีค่ะ) เอาแบบเผ็ด ๆ กินคนเดียวประมาณนั้นอะค่ะ ซะใจนาน ๆ ได้ตำ ซะที แต่ถ้าใครอยากทาน ด้วยก็ไม่ว่าน่ะค่ะ แต่อย่าร้องให้ให้เห็นน่ะ...font>














ใครที่อยู่ ตปท. สนใจก็ลองเข้าไปดูได้ค่ะ
http://www.shopthai.eu
http://www.asiaminimart.it




 

Create Date : 24 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 25 กรกฎาคม 2552 3:17:10 น.
Counter : 1758 Pageviews.  

ขอบ่นด้วยคน....

วันนี้ไม่รู้เป็นไร อยากบ่นให้ฟังจัง ใครที่เพ้อมาเจอเข้า ต้องขออภัยด้วยน่ะเจ่าค่ะ แต่เดียวก่อนอย่าพีงไปไหน เพราะเรื่องที่จะบนมีสาระนิดค่ะ ขอบ่นเรื่อง ถังขยะ อยากให้เมืองไทยรณรงณ์เปลี่ยนถังขยะบ้างจังเลย เอาแบบ ใสหมดก็ได้ นี้เกิ่นไปถึงเรื่องกลัวบอม(ระเบิดครับพี่น้อง) ด้วย น้อยที่จะเห็นถังขยะแยก ที่บ้านเราใช้กัน

ส่วนมากก็จะรวม ๆ กันทิ้ง ไปเลย ไม่ว่าของแห้ง ของเปียก หรือพลาสติก ก็ตาม ทำให้ คนที่มีอาชีพเก็บขยะ รวมไปถึง อาชีพเก็บของเก่าขาย ต้องลำบาก ลำบนในการแยกขยะที่ เน่าเหม็นทั้งหลาย แต่ก็นั้นแหละ ถ้าทุกคนไม่รวมมือกัน ต่างคนต่างทิ้งไม่ช่วยกันรณรงณ์ก็เท่านั้น เห็นแล้วเหนื่อยแทน และสงสารคนที่มีอาชีพเหล่านี้ ลองดูบ้านเมืองอื่นเขาที่สะอาด เขาจะไม่ค่อยมีคนมาเดินกรวดถนนตอนตี 4 ตี 5เหมือนบ้านเราหรอก (แต่คิดไปก็ดีอีกอย่างที่เมืองไทยมีคนกรวดถนน เพราะจะได้เป็นทางเลือก อีกทางสำหรับงานที่แสนจะหายากของคนไทย ) แต่บ้านเราก็ใช่ว่าจะสกปรกมากนักหรอก เพียงแต่หากทุกคนช่วยกันและทางภาครัฐบาลรณรงณ์อย่างเข็มงวดก็คงจะดีกว่านี้ เป็นเมืองไทยที่สวยงามต่อไป

อย่างที่อิตาลี ที่นี้ ทุกครอบครัว ทุกบ้านต้องมีการแยกขยะ เพราะไม่มีถังขยะรวม ๆ ให้ทิ้ง ก็มีบ้างแต่คุณต้องแบกขยะที่คุณไม่ได้แยก ขิ้นบนรถแล้วเอาไปทิ้ง คิดดูว่าถ้าคุณต้องขนขยะไปที่ไม่แยกไปทิ้งปล่อย คงไม่สนุกแน่ ทางเทศบาลเขาจะมีถังขยะแยก และถุงใส่ขยะ มาแจกพรีทุกบ้านค่ะ นี้เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ เขาบังคับให้คุณแยกขยะโดยทางอ้อม แล้วเขาก็จะ เก็บถังขยะรวม หรือแยกทั้งหลายแหล่ ที่อยู่บนท้องถนนไป มีเพียงไม่กี่จุดที่ จำเป็นต้องใช้ถังขยะใหญ่ ๆ ลองมาดูน่าตาไอ้เจ้าถังขยะแยกที่ว่ากัน





เริ่มจาก
ถังสีน้ำตาล เป็นถังขยะเปียกค่ะ แต่จะมีลูกเล็กอีกใบที่เรามีไว้ทิ้งกันภายในบ้าน ถังใหญ่มีไว้เพื่อนเอาไปว่างไว้หน้าบ้านตอนเขามาเก็บขยะ



ถังสีขาวเป็นถังขยะสำหรับพวกกระดาษค่ะ
ถังสีน้ำเงิน สำหรับทิ้งพวกขวดแก้ว หรือที่สามารถ รีไชส์เคลิ้นได้
ถังสีเทา สำหรับทิ้งกระดาษ

อุ้ย....อาไรมันจะเยอแยะซะขนาดนั้น ฉนั้นคุณต้องมีที่ว่างให้คุณถังขยะเหล่านี้ หรือหากพื้นที่แคบคุณจะซ้อนกันก็ได้ ฝาจะมีที่ล็อคด้วย หมา แมว ทั้งหลาย ๆ หมดสิทธ์ค่ะ แต่ที่บ้านอิฉัน ว่างด้านนอกค่ะเพราะในบ้านไม่มีที่ให้เขา มองดูแล้วแกะกะมาก ไม่สวยด้วย ก็เลยดันให้เขาไปอยู่ข้างนอก

เรามาพูดถึงถังขยะเปียกกันก่อน เพราะถังสีอื่นๆ ก็ไม่ได้ยุ่งยากมาก เขาจะมีถุงกระดาษให้ไว้รองก่อน ขยะที่เราทิ้งกันก็จะเป็นพวกเศษอาหารเศษผัก ซะส่วนใหญ่ แต่ ไม่ใช่ว่าคุณจะทิ้งเศษอาหารที่เหลือรับทาน โดยทั้งที่มีน้ำน่ะค่ะ คุณก็ต้องแยกน้ำออกจากอาหารอีกที่ ถ้าคุณไม่แยก ถุงกระดาษขาดขึ้นมา ซวยคุณอีก เพราะเลอะบ้านต้องมานั่งทำความสะอาดอีก ฟังตรงนี้แล้วเหนื่อยและ หงุดหงิดแทนคุณแม่บ้านอย่าง อิฉันไหมค่ะ แต่ ก็ต้องทำ ตอนแรก ก็รำคาญเหมือนกันค่ะ แต่นานไปก็เริ่มชิน ในบ้านจะมีถังขยะเปี่ยก และ แห้ง อย่างละใบ และไอ้ถังขยะแห้งเนี้ยะ เราต้องมาแยกทิ้งอีกน่ะค่ะ ตอนจะเอาไปวางให้เขาเก็บ ว่าอันไหนพลากสติก อันไหนกระดาษ โอ้ย อยากจะปวดหัวมั้นละค่ะ เรียกได้เลยว่าคนที่ทำงานเทศบาลที่นี้ เขาให้เราทำงานแทนเขาโดยทางอ้อม น้ะเนี้ยะ เพราะ บางวันเห็นคนที่มาเก็บขยะแต่งตัวซะดีมาก จนมองดูแทบไม่น่าเชื่อว่ามาเก็ยขยะ และรถที่ใช้เก็บขยะก็ไม่ได้สกปรกเน่าเหม็นเหมือนบ้านเราน่ะ ขยะที่เขาเก็บไปแต่ละวันก็ไม่ต้องนำไปคัดแยกอีก เพราะเราแยกให้เขาเรียบร้อย
เขาจะมาเก็บ ตามตารางที่ให้เรามาพร้อมกับถังขยะ ว่าวันไหนเก็บขยะเปียก วันไหนเก็บขยะพลาสติก ฉะนั้น หาก คุณหลงลืมแล้วเอาถังขยะที่ไม่่ที่เขาเก็บในวันนั้นไปว่างไว้ เขาจะไม่เก็บให้คุณน่ะค่ะ มาถึงตรงนี้แล้วเริ่มปวดหัวใช่มั้ย อิฉันก็มืนเหมือนกัน ยังไม่รู้เลยว่าวันไหนเขาต้องเอาถังสีไหนไปว่าง เพราะมีคุณพ่อบ้านจัดการเรื่องนี้แทนก็เลยไม่ต้องมานั่งจำ แต่ก็ได้ยินเสียงแอบบ่น ว่าให้พวกเทศบาลที่เอางานให้เขาทำ อิ อิ อิ พูดแล้ว ทางเทศบาลเขาฉลาดเน๊าะ

แต่ แปลกใจอยู่อย่างทำไม่บ้านเขาไม่มีอาชีพ เก็บของเก่าขายเหมือนบ้านเรา บ้านเรามีกันเยอะจนเป็นธระกิจเลย ที่นี้ หากของใช้ที่เขาไม่ใช้หรือไม่ต้องการ เขาก็จะทิ้งไปเลย เคยเห็น ที่บ้าน ทิ้งตู้ปลาอย่างใหญ่ ดูแล้วยังใหม่อยู่เลย ตอนแรกก็อยากได้น่ะเพราะชอบเลื้ยงอยู่ แต่โทษที่ค่ะไม่มีที่ว่าง ก็เลยต้องตัดใจทิ้งก็ทิ้ง จักรเย็บผ้าเงี้ยะ โฮ้ .. อะไหร่แค่ตัวเดียว อิฉันลองดูทุกอย่างยังใช้การได้แต่เป็นจักรรุ่นเก่า อยากเก็บไว้ใช้ แต่คุณพ่อบ้านบอกมีจักรใหม่แล้วจะเก็บไว้ทำไม เอ้า.. ทิ้งก็ทิ้ง ที่นี้มาถึงเรื่องเครื่องคอมพิวกันบ้าง ก็ไม่ถือว่าเก่าน่ะ ก็เหมือนตามร้านเน็ตที่เขาใช้กัน คุณพ่อบ้านจะเอาทิ้งอีกบอก ว่ารก ไม่มีที่เก็บ ตอนนี้ใช้แต่โน๊ตบุคส์ก็พอแล้ว อ้าวอีกแล้วครับท่าน อิฉันเป็นคนที่เสียดานของอย่างมาก ก็เลย ลองโทรหาหลานชาย จะเอาเครื่่องคอมหรือเปล่า เพราะเห็นเขาบนว่าอยากได้ ก็โชคดีไป มีคนรับช่วงต่อดีกว่านำไปทิ้งเปล่า ๆ

หลายเดือนก่อนเห็นเขาเอามิเตอร์ไซค์ไปทิ้งทั้งคันเลย ก็คงใช้ไม่ได้แล้วหละ แต่สภาพยังดูดีอยู่เลย(นี้ไม่ใช่เสียดายน่ะค่ะ เพราะไม่ใช่ของเรา อิ อิ) แต่ถ้าเป็นบ้านเราน่ะ เขาก็จะขายให้ร้านเพื่อซ่อมแล้วขายอีกที่ หรือไม่ก็ขายเป็นเศษเหล็กไปเลย แต่ที่นี้เขาไม่แคร์เลย

บ่นไปบ่นามารู้สึกว่าจะบ่นไปหลายเรื่องมากเลย งั้นก็เอาอีกเรื่องก็แล้วกัน
ไหน ไหน ก็บ่นแล้ว

แต่ที่นี้มีข้อเสียแบบร้ายแรงสุด คือ บุหรี่ค่ะ คนอิตาลีเขาจะพากันสูบบุรีกันมาก ไม่ว่าผู้หญิง ผู้ชาย แล้วไอ้ที่ร้ายคือ ก้นบุหรื่เกลือน เมืองค่ะ เขาไม่ค่อยรณรงณ์อย่างจริงจังเหมือนบ้านเรา ขนาดตามโรงพยาบาล ไม่น่าเชื่อว่าคุณหมอ ๆ ทั้งหลายก็สูบบุหรี่กัน ก้นบุหรี่เต็มพื้นเลย แถมไม่มีที่ทิ้งให้ด้วยน่ะ ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน มีก้นบุหรีให้เห็นตลอด
บ้านเราแค่เห็นซองบุหรี่ก็ไม่อยากสูบแล้ว เคยซื้อมาฝากเพื่อนที่อิตาลีน่ะค่ะ เขาบอกว่าบุหรี่บ้านเราถูกกว่าที่นี้ ก็เลยซื้อมา 1 คันตอน เรียกถูกเปล่าไม่รู้ คือ ซื้อมาทั้งเพ็คเลย พอเขาเปิดเห็นซองบุหรี่ที่มาจากเมืองไทย เชื่อไหมค่ะว่า เขาเลิกสูบบุหรี่เลย และเขาบอกจะเก็บไว้ดูและให้คนรอบข้างดูด้วย เขาบอกว่าคนที่สูบบุหรี่รู้ว่า มันเป็นอันตรายแต่ก็เลิกไม่ได้ และไม่ค่อยที่จะได้เห็นภาพที่น่ากลัว สยองอันเนื่องมากจากการสูบบหรี่ เหมือนในซองบุหรี่ที่เมืองไทย

ไอ้เราภูมิใจมากที่ทำให้คนเลิกสูบบุหรี่ได้ เดี่ยววันหน้าซื้อมาฝากเพื่อที่สูบบุหรี่อีก เผื่อจะได้เลิกสูบบ้าง แต่ก่อนแฟนก็สูบแต่เดียวนี้เลิกแล้ว ก็คงเหลือแต่คุณแม่สามี น้องชาย และแฟนน้องชายอะค่ะที่ยังสูบอยู่ จะพยายามให้คนรอบข้างเลิกสูบบุหรี่ วันไหน คนนี้อยุ่ห้องเดียวกัน โอ้ย..ไม่อยากจะเชื่อ เหมือนเดินเข้าไปในป่าหิมพาน ที่มีหมอกหนาทึบงั้นเถอะ (แต่จริง ๆ แล้วไม่เคยเห็นป่าหิมพานหรอกค่ะ ถ้าป่ามะม่วงหิมพานน่ะ เคยไป อิ อิ) พอออกจากป่า ได้ โอ้โฮ้ท่านเจ้าขา ตัวเรามีกลิ่นเหมือนคนสูบบุหรี่เลย นี้ขนาดแต่สามคนน้ะเนี้ย ถ้าสูบกันทั้งครอบครัว อิฉันตายแน่ แต่ดีอย่างที่อยู่กันคนละหลัง ฮ่า ฮ่า รอดตัวไป พอแล้วหล่ะ เดียวคนอ่านเบื่อก่อน
เดียววันหน้าจะมาบ่นให้ฟังใหม่








 

Create Date : 07 เมษายน 2552    
Last Update : 8 เมษายน 2552 7:20:51 น.
Counter : 783 Pageviews.  


N_silk
Location :
Thailand Italy

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]





บล๊อคนี้เป็นบล๊อคที่เขียนขึ้นมาจากใจ ทำทุกอย่างที่ใจอยากทำ ถ้าทำแล้วมีความสุข ไม่เดือนร้อนใคร เก็บเรื่องราวที่ผ่านมา เขียนลงในบล็อก เหมือนเป็นสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง มีสาระบ้าง ไม่มีบ้าง ก็เล่าสู่กันฟัง ทุกอย่างที่ทำไม่ได้มีแบบที่ตายตัว หรือบางอย่างที่ทำอาจจะไม่เหมือนใคร หรือเหมือนใคร ชอบทำอาหารมาก และงานฝีมือทุกอย่าง หากมีข้อบกพร่องอันใด ก็ขออภัยด้วยแล้วกันน่ะค่ะ และต้องขอขอบคุณ...................................................... ....บล๊อก ป้ามด..
....บล๊อกคุณ lozocat
....บล๊อกคุณ Paradijs's
....บล๊อกคุณ ญามี่
สำหรับคำแนะนำ
และโคดต่าง ๆ ในการทำบล๊อก
และขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่เข้ามาทักทาย ค่ะ
......จากใจจริง จริ๊ง......
.............ยังไมได้ลงมือทำ อย่าคิดว่าทำไม่ได้.............. i love cooking new things. The simpler the dishes the better for me, but i never compromise on taste! (at least not deliberately!) My favourite style......... (รูปภาพสงวนลิขสิทธ์น่ะค่ะ แต่ถ้าจะนำไปใช้ที่ไม่ใช้ก็ไถ่ถามกันนิดหนี่ง..ยินดีน่ะค่ะ )
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add N_silk's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.