ขลิบ เพื่อความปลอดโปร่งเบิกบานสดใสของชายไทย ขลิบดีไหมเนี่ย
ความเชื่อและความเข้าใจผิด ๆ เกี่ยวกับการขลิบที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้
น้ำเปล่าและสบู่ก็เพียงพอในการล้างอวัยวะเพศของเด็กผู้ชายเรื่องนี้เป็นความจริง แต่ในความเป็นจริงเด็กผู้ชายส่วนมากไม่ได้อาบน้ำอย่างสะดวกและทั่วถึง ถ้าไม่ได้คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เหมือนที่ผู้ปกครองต้องคอยเตือนเสมอเช่นแปรงฟันก่อนนอน เช็ดหูให้สะอาด ซึ่งส่วนที่มักจะถูกละเลยมากที่สุดก็คืออวัยวะส่วนสำคัญนี่เอง ซึ่งถ้าหากการดูแลสุขอนามัยของอวัยวะส่วนนี้ทำได้ไม่สะอาดดีมันก็จะก่อให้เกิดความหมักหมมและการอักเสบเกิดขึ้นมาได้ในภายหลัง ซึ่งการรักษานั้น ยุ่งยากมากกว่าการป้องกันเยอะ ดังนั้นการขลิบหนังหุ้มปลายจึงเป็นการช่วยให้การดูแลสุขอนามัยได้สะดวกขึ้น เนื่องจากสามารถทำความสะอาดได้เพียงแค่อาบน้ำแบบปกติเพราะไม่มีส่วนไหนให้มาหมักหมมอีกต่อไปโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะสามารถหายได้ง่าย ๆ เพียงแค่กินยาแก้อักเสบการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะนั้นหากเป็นจากแบคทีเรียสามารถหายได้ด้วยการกินยาฆ่าเชื้อ แต่ยานี้มันกลับไม่ได้ส่งผลใด ๆ ต่อพวกกลุ่มเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรค และในขณะเดียวกันการติดเชื้อที่ปล่อยไว้นาน ๆ มันก็สามารถลามขึ้นไปบริเวณด้านบนโดยการผ่านทางท่อปัสสาวะ ทำให้ไปถึงกระเพาะปัสสาวะ ท่อไต จนถึงกรวยไต ซี่งการรักษาก็ต้องยุ่งยากไปอีก บางครั้งต้องฉีดสี บางครั้งพบว่าการอักเสบมากถึงขั้นไตเป็นหนอง ต้องทำการผ่าตัดรักษา ดังนั้นสุขอนามัยของอวัยวะเพศซึ่งถือว่าเป็นด่านแรก จึงมีความสำคัญที่สุดในการดูแลและป้องกันภาวะติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะสมาคมทางการแพทย์ในอเมริกาต่อต้านการขลิบเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สื่อความหมายผิดไปไกลมาก จริง ๆ แล้วในรายละเอียดฉบับเต็ม ทางสมาคมทางการแพทย์อเมริกายืนยันถึงข้อดีในการขลิบมากมาย ทั้งเรื่องการป้องกันทารติดเชื้อต่าง ๆ และในขณะเดียวกันพวกเขาก็ได้ให้ข้อควรระวังในการตัดสินใจรวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในการขลิบ ซึ่งก็เหมือนการผ่าตัดทั่ว ๆ ไป ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่จะต้องชั่งน้ำหนักว่าข้อดีหรือข้อเสียมีมากกว่ากัน และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกของท่าน และปัจจุบัน (ธค.51) กำลังมีการประชุมในกลุ่มกุมารแพทย์ของอเมริกาเพื่อที่จะออกแถลงการณ์ฉบับใหม่ โดยจะได้มีการเอาข้อมูลล่าสุดของ WHO ที่ยืนยันว่าการขลิบสามารถลดอัตราการติดเชื้อเอชไอวีลงได้หกสิบเปอร์เซนต์ มาใช้ในการพิจารณาด้วยผู้ปกครองไม่มีสิทธิที่จะไปตัดสินใจแทนลูกในการที่จะขลิบ:หลายงานวิจัยทางการแพทย์พบข้อดีและประโยชน์ของการขลิบมากมายในการป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ ในเด็ก และการขลิบในเด็กพบว่าสะดวกและง่ายในการดูแลแผลมากกว่าการมาทำในตอนโต เนื่องจากกิจกรรมต่าง ๆ ของเด็กเองเด็กทารกอาจจะไม่สามารถที่จะเลือกว่าจะขลิบหรือไม่ แต่ก็เช่นเดียวกับการการสร้างภูมิคุ้มกันต่าง ๆ เช่นฉีดวัคซีน ,การเลือกนับถือศาสนา,การเลือกโรงเรียน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จึงเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองที่จะทำการตัดสินใจแทนลูก ๆ ของเรา โดยอยู่บนพื้นฐานที่ว่าเรากำลังเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก โดยชั่งน้ำหนักทั้งข้อดีและข้อเสียมาประกอบกัน เพื่อที่ลูกของเราเมื่อเติบโตขึ้นมาจะได้รับในสิ่งที่ดีที่สุด
การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศในเด็ก
ปัญหาประการหนึ่งในทารกเพศชายขณะที่เติบโตขึ้นมา และเกิดอาการปัสสาวะลำบาก หรือการอักเสบติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ สาเหตุเป็นเพราะหนังหุ้มอวัยวะเพศไม่เปิด มีการสะสมของสารที่หลั่งออกมาอยู่ภายใต้หนังที่หุ้มปิด ทำให้เกิดการหมักหมม เกิดมีกลิ่นเหม็น ลักษณะเหมือนอุจจาระที่เปียกน้ำ ทำให้บางคนเรียกว่า 'ขี้เปียก'ขี้เปียก (smegma) เป็นคราบขาวๆ คล้ายแป้งเปียก พบอยู่ที่บริเวณหัวของอวัยวะเพศที่มีหนังหุ้มคลุมไว้ เป็นส่วนผสมของเซลล์ที่ตายแล้วและมูกเมือกซึ่งมักจะติดอยู่บริเวณคอคอดใต้ผิวหนังองคชาติ และเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เมื่อผสมกับนํ้าเมือกจากต่อมต่างๆ และเหงื่อไคลที่อยู่บริเวณส่วนปลายของอวัยวะเพศชายแล้ว จึงทำให้ขี้ไคลบริเวณดังกล่าวมีลักษณะเปียกชื้น ขี้เปียกมีกลิ่นเหม็นเฉพาะตัว และเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้
ขลิบ กับโรคติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะในเด็ก
สาเหตุสำคัญ เชื้อโรคนี้มาจากระบบทางเดินอาหาร หรือเชื้อแบคทีเรียที่พบในอุจจาระค่ะ โดยเชื้อจะผ่านมาทางท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ ในเด็กที่มีโรคผิดปกติทางกรรมพันธุ์เกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ เช่น มีท่อไตอุดตัน หรือมีการอุดกั้นของระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งทำให้การระบายปัสสาวะไม่ดี มีการคั่งค้างปัสสาวะและเชื้อโรค จะติดเชื้อโรคนี้ได้ง่ายค่ะ คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้จากเวลาที่เด็กปัสสาวะแล้วปัสสาวะไม่ค่อยพุ่งแต่จะเป็นหยดๆ หรือพุ่งแล้วหยุดเป็นช่วง การใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่มีการสะสมหรือคั่งค้างของเชื้อแบคทีเรีย เช่น อุจจาระเสร็จแล้วไม่ได้เปลี่ยนผ้าออมในทันทีทำให้อุจาระค้างอยู่นาน จนสัมผัสกับอวัยวะเพศของเด็ก ก็ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ หรือเด็กผู้ชายบางคนอาจจะมีผิวหนังบริเวณปลายอวัยวะเพศที่ยาวกว่าปกติบวกกับการทำความสะอาดที่ไม่ดีพอ ทำให้มีเชื้อสะสมในบริเวณนั้น ก็ก่อให้เกิดการติดเชื้อได้เช่นกัน การติดเชื้อนี้มีทั้งทราบสาเหตุและไม่ทราบสาเหตุค่ะ จึงต้องตรวจวินิจฉัยในเด็กที่ติดเชื้อทุกรายเพื่อค้นหาสาเหตุ เพราะถ้าไม่รีบแก้ไขอาจทำให้เกิดการติดเชื้อเรื้อรัง จนกระทั่งไตมีแผลเป้นส่งผลให้เกิดไตวายเรื้อรังเมื่อโตขึ้นได้ สังเกตอาการ เด็กที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่จะมาถึงโรงพยาบาลด้วยอาการไข้สูง ซึ่งแพทย์ตรวจร่างกายแล้วไม่พบความผิดปกติใดๆ ที่ชัดเจน เช่น ไม่ได้เป็นหวัด ไม่มีอาการทางหูและคอ การตรวจทางปอดและผิวหนังอยู่ในเกณฑ์ปกติและอธิบายไม่ได้ว่าไข้สูงเพราะอะไร ในกรณีนี้ก็ควรพิจารณาตรวจปัสสาวะเพื่อหาสาเหตุด้วย เด็กบางคนอาจมีอาการปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อย กระปิดกระปรอย มีอาการเจ็บเวลาปัสสาวะ ปัสสาวะขุ่นมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ แต่ก็มีจำนวนไม่มากนัก เพราะเด็กที่ติดเชื้อส่วนใหญ่จะติดเชื้อที่กรวยไต อาการที่แสดงออกมาจึงค่อนข้างน้อยกว่าการติดเชื้อที่กระเพาะปัสสาวะโดยตรง เด็กเล็กๆ เป็นวัยที่ติดเชื้อได้ง่ายเนื่องจากภูมิคุ้มกันร่างกายยังไม่แข็งแรง เมื่อติดเชื้อแล้วเชื้อจะแพร่กระจายขึ้นสู่อวัยวะส่วนบนโดยที่ส่วนล่างไม่มีอาการแต่อย่างใด คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการของลูกด้วยการดูปัสสาวะของลูกว่ามีสีขุ่นหรือไม่ มีกลิ่นเหม็นฉุนผิดปกติหรือเปล่า ปัสสาวะกะปริบกะปรอยหรือไม่ หรือเห็นว่าลูกมีไข้มาหลายวันแล้วแต่ยังหาสาเหตุไม่เจอ ก็ควรพาลูกพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุนี้ค่ะ ภาวะแทรกซ้อน เด็กบางคนอาจมีการลุกลามของเชื้อไปที่กระแสเลือด และเนื่องจากเลือดต้องไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย จึงทำให้เชื้อมีโอกาสกระจายตามไปด้วย เช่น ไปที่เยื่อหุ้มสมอง ไปตามข้อ ผิวหนัง ซึ่งเราอาจจะต้องใช้เวลาในการรักษานานกว่าปกติ และอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์สูงกว่า หรือเพิ่มยาอีกตัวหนึ่งเข้าไป เพราะการติดเชื้อในเม็ดเลือดจะอันตรายกว่าการติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะเพียงอย่างเดียว การรักษา ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้สามารถรักษาหายได้ แต่ก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก คุณหมอจะรักษาด้วยการให้ยาฆ่าเชื้อและฉีดยาปฏิชีวนะ แต่ถ้ารักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้นก็ต้องตรวจหาสาเหตุอื่นๆ ด้วย เช่น ตรวจด้วยรังสีเพื่อดูว่ามีการอุดตันของท่อไตหรือไม่ ถ้ามีแพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เช่น ให้ยาป้องกันการติดเชื้อหรือถ้าจำเป็นอาจต้องทำการผ่าตัด ระยะเวลาในการรักษาขึ้นอยู่กับว่าติดเชื้อในเลือดหรือไม่ถ้าไม่มีคุณหมอจะให้รักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อให้ไข้ลดลงประมาณ 2-3 วัน ก็สามารถให้ยากินและกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แต่ถ้ามีการติดเชื้อในกระแสเลือดร่วมด้วย คุณหมอจะเพาะเชื้อในเลือดและให้ยารักษาเพื่อควบคุมการลุกลามของเชื้อ โดยใช้เวลารักษาระยะหนึ่งเพื่อฆ่าเชื้อและดูให้มั่นใจว่าจะไม่กลับมาเป็นอีก โอกาสการเกิดโรคนี้ซ้ำอีกหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการดูแลสุขอนามัยในเรื่องการขับถ่ายของลูกในชีวิตประจำวันด้วยค่ะ เช่น ลดการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้น้อยลง หรือใช้แล้วรีบเปลี่ยนไม่ปล่อยให้เกิดการหมักหมม สำหรับเด็กผู้ชายคุณหมออาจจะดูว่าหนังปลายท่อปัสสาวะยาวเกินไปจนปิดปลายท่อปัสสาวะ ทำให้มีอาการปัสสาวะ ทำให้มีอาการปัสสาวะแล้วปลายอวัยวะจะโป่งพองถุงน้ำหรือไม่ ในกรณีนี้คุณหมออาจพิจารณาขลิบให้สั้นลง เพื่อป้องกันการอุดตันหรือคั่งค้างของปัสสาวะ และเพื่อง่ายต่อการรักษาความสะอาด ตลอดจนโอกาสการติดเชื้อค่ะ
คุณพ่อคุณแม่รุ่นใหม่ฮิตพาลูกไปขลิบ แพทย์เผยเพื่อสุขภาพไม่อันตราย
พ่อแม่สมัยใหม่ในเชียงใหม่ ทั้งที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม นิยมขริบให้ลูกชายตั้งแรกคลอด เชื่อทำความสะอาดอวัยะเพศได้ง่ายขึ้น และลดอัตราเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็ง สสจ.เผยเป็นเรื่องดี และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อเด็กการขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ ที่แต่เดิมจะทำกันเฉพาะในหมู่ผู้ชายที่นับถือศาสนาอิสลาม ตั้งแต่แรกเกิด อายุไม่เกิน 15 ปี เพื่อทำร่างกายให้สะอาดก่อนเข้าทำพิธีละหมาด แต่ปัจจุบันผู้ปกครอง แม้ว่าจะไม่ใช่มุสลิมก็หันมานิยมให้บุตรหลานขริบ เชื่อว่าจะส่งผลดีในการรักษาความสะอาด และลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกให้กับคู่นอนได้ ในเรื่องนี้นางพิมพ์ใจ อัครกิติพร แม่บ้านชาว จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตนและสามีไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม แต่ก็ขริบให้ลูกชายตั้งแต่เกิด เนื่องจากเคยอ่านในนิตยสารเล่มหนึ่ง ซึ่งบ่งบอกถึงสรรพคุณของการขริบ เช่น ปัสสาวะอักเสบและทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาด ไม่เป็นแหล่งหมักหมมของเชื้อโรคสำหรับสาเหตุที่ตัดสินใจขริบให้ลูกชายตั้งแต่เกิด เพราะเกรงว่าหากขริบตอนโตแล้วจะทำให้เกิดความอายและเจ็บปวด หากอวัยวะของเด็กโตขึ้น และที่สำคัญมีหลานชายที่ไม่ได้ขริบตั้งแต่เกิด พออายุได้ประมาณ 1 ขวบเศษ มีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ ทางแม่ต้องไปพบแพทย์และแนะนำว่าควรจะขริบ เพื่อที่จะได้สะดวกต่อการทำความสะอาด ไม่เป็นที่หมักหมมของเชื้อแบคทีเรีย หากไม่ขริบอาจทำให้ติดเชื้อโรคได้ง่ายด้านนายปรมัตถ์ ไตรวุฒิวัฒนา อายุ 23 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งนับถือศาสนาพุทธ กล่าวว่า มีคนบอกว่าหากขริบจะทำให้ทำความสะอาดอวัยะเพศได้ง่ายขึ้นและลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจรู้สึกอายเหมือนกันเพราะตอนนั้นเริ่มโตขึ้น อายุประมาณ 10 ขวบ"ในตอนนั้นหมอให้เลือกขริบ 2 วิธี คือ ใช้ยาสลบและฉีดยาชา แต่ผมเลือกที่จะใช้วิธีแรก เพราะคิดว่าน่าจะเจ็บน้อยกว่า ส่วนค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการขริบนั้นประมาณ 5,000 บาท โดยกรรมวิธีในการขริบหมอจะใช้ปลอกสวมที่อวัยวะเพศชายแล้วให้หนังส่วนปลายยื่นออกมา จากนั้นจะตัดหนังบริเวณส่วนปลายออก แผลที่เกิดจากการขริบจะพันผ้าพันแผล และต้องทำแผลทุกวันเป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ แผลจึงจะแห้งแล้วใช้งานได้ตามปกติ" นายปรมัตถ์ กล่าว ส่วนนายดิน อารีย์ ประธานที่ปรึกษาสมาคมมุสลิม จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า หลักการของศาสนาอิสลาม ผู้ชายมุสลิมจะต้องผ่านการขริบทุกคน เพื่อเป็นรักษาความสะอาด เป็นบัญญัติที่ใช้ในศาสนาอิสลามก่อนที่จะเข้าสู่พิธีละหมาด มุสลิมทุกคนที่เข้าร่วมในพิธีจะต้องทำความสะอาดร่างกายก่อนที่จะทำพิธีการชำระจิตใจ ขณะที่ น.พ.รัฐวุฒิ สุขมี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การขริบที่อวัยวะเพศชายนั้น ทางการแพทย์เรียกว่า Circumcision โดยเป็นการตัดหนังส่วนเกินบริเวณปลายอวัยวะเพศของผู้ชายซึ่งเป็นแหล่งหมักหมมของเชื้อแบคทีเรียชนิดต่างๆ เพราะหากว่าไม่ขริบจะทำให้ทำความสะอาดในส่วนบริเวณปลายอวัยวะเพศได้ยาก หรืออาจจะไม่สะอาดทำให้เกิดเป็นคราบไขบริเวณหัวของอวัยวะเพศชายเป็นที่สะสมของเชื้อแบคทีเรีย ส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา เช่น โรคมะเร็งที่อวัยวะเพศของผู้ชาย และการขริบก็ไม่เป็นอันตรายต่อเด็กแต่อย่างใด
ความเห็นคุณแม่ที่เลือกให้ลูกชายขลิบจากเวป babyfancy
ยังไม่มีลูกนะคะ แต่ถ้ามีจะให้ขลิบแน่นอน เพราะสะอาดและดูแลรักษาง่ายค่ะ ตอนเด็กๆยังไม่รู้สึกเท่าไหร่ พอโตแล้วอยากทำจะทรมานกว่าค่ะmi_mi08น้องดันเต้ก้อโดนขลิบไปแล้ว เห็นลูกแล้วสงสารมากเลยค่ะ ช่วงแรกที่ขลิบเวลาน้องเค้าฉี่เค้าร้องไห้ค่ะ แสบน่าสงสารแต่แค่ 3 วันก้อหายแล้วค่ะตอนนี้สบายมาก ทำความสะอาดง่ายหน่อยค่ะkonkonขลิบตั้งแต่แรกเกิดค่ะ แฟนเป็นคนบอกเองว่ควรขลิบเพราะจะทำความสะอาดง่ายกว่า เนื่องจากมันจะชอบมีอะไรเป็นก้อนขาวๆติดอยู่ข้างในค่ะ คนที่มัหนังหุ้มปลายหนา หรือไม่ได้ขลิบจะทำความสะอาดยาก แถมบางคนหนังหุ้มปลายดันปิด มีปัญหาอีกบางคนถึงขั้นฉี่ไม่ได้ การขลิบตอนอายุยังน้อยโดยเฉพาะเด็กแรกเกิดจะไม่ต้องวางยาค่ะ เพราะเด็กจะยังไม่รู้สึกเจ็บ และจำความไม่ได้ แต่ถ้าเกินขวบแล้วจะต้องวางยาสลบค่ะ ZZZZZzzzzzส่วนใหญ่เด็กที่เกิดที่นี่ พ่อแม่เลือกที่จะขลิบค่ะ...เอโก้ก็ถูกขลิบ ตั้งแต่อายุ 1วันค่ะ... สามีเข้าไปดูด้วย บอกว่า เอโก้ไม่ร้องเลย...หมอเค้าจะเอา น้ำหวานเป็นหลอดๆให้ดูด ลุกก้อดูดเพลิน ขลิบเสร็จยังไม่รู้เรื่องเลย...ส่วนเรื่องแผล... มันดู น่ากลัว แต่หมอบอกว่าจริงๆแล้วเค้าไม่ได้เจ็บอย่างที่เราเห้น.... 3วันก็หายแล้วจริงๆ ทารกแผลจะหายเร็วมากๆ.. ลูกชายเพื่อน อายุ16 ต้องไปขลิบเมือ่ไม่นานมานี้ เพราะเค้าทำความสะอาดไม่ดี จุ๊ดจู๋มีปัญหา หมอเลยต้องขลิบให้.....ต้องวางยาสลบ แถมเสียเงินค่าผ่าตัด 2000 เหรียญ และเจ็บ เดินแทบไม่ได้ไป 7วันเคยอ่านเจอว่า 80% ของผู้หญิงที่เป็นมะเร็งปากมดลูก สามีเค้าไม่ได้ขลิบน้องชายกันนะคะ.. อันนี้ไม่รุ้จริง เท็จแค่ไหน Massimoคือเกิดมาเราก็เห็นแบบขลิบแล้วนะคะ ของฝาชีค่ะ ไม่มีน้องชายก็เลยไม่เคยเห็นและไม่เคยสนใจจะดูจากไหน พอมีลูกถึงได้มาสนใจและอ่านจากหลายๆที่เรื่องการขลิบ หมอของลูกเองก็พูดกลางๆว่าเป็นธรรมชาติเดี๋ยวก็เปิดเอง คือไม่บอกว่าจะต้องขลิบหรือไม่ แต่ตอนก่อนไปคลอดย่าเค้าสั่งให้ขลิบไปเลยจะได้ดูแลทำความสะอาดง่าย แถมได้คุยกับพี่ๆสามสี่คนลูกเค้าทางเดินปัสสาวะอักเสบมั่ง ลูกฉี่ไม่ออกมั่ง ก็เลยตัดสินใจขลิบหลังเค้าเกิดได้หนึ่งวันค่ะ เพราะถ้าทำแต่แรกเกิดเจ็บน้อยไม่ต้องเย็บ แถมเด็กยังไม่เล่นเอาแต่นอนแผลหายไวค่ะ ก็ได้ผลนะคะ แผลหายไวไม่ต้องล้างแผล แค่เอาน้ำล้าง ตอนนี้จะห้าเดือนแล้วทำความสะอาดก็ง่ายค่ะ ไม่ต้องมาคอยลุ้นว่าจะเปิดหรือเปล่า(เราก็ยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ค่ะ ได้ยินหมอบอกมา) รูแต่ว่าขลิบแล้วดูแลง่ายก็เท่านั้น มนเก้าคุณแม่คะ การขลิบองคชาติของลูกน้อย จะช่วยป้องกันการติดเชื้อจากการสะสมของขี้เปียก ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งองคชาติ หรือโรคติดต่ออื่นๆได้ การขลิบนั้นอาจจะเจ็บสักหน่อย แต่เป็นผลดีและคุ้มค่ามากกว่าการไม่ขลิบ หากตัดสินใจขลิบ คุณแม่ควรบอกกับศัลยแพทย์ให้ขลิบทั้งหมด เพราะแพทย์บางท่านอาจขลิบให้เพียงบางส่วน ถ้าจะขลิบ แนะนำให้ขลิบตอนที่วัยของลูกยังเล็กๆ (ก่อนขวบปี) แต่ถ้าลูกโตจนพ้น 1 ขวบปีไปแล้ว ไม่แนะนำให้ขลิบแล้วค่ะ เพราะจะส่งผลต่อจิตใจของลูก ถัดจากนี้แล้ว ควรแนะนำให้ลูกไปขลิบด้วยตัวเองตอนโตแทน (แต่คงไม่มีเด็กชายคนไหน ที่อยากรู้ตัวในตอนโตว่า ถึงเวลาที่ต้องขลิบหรอกค่ะ) ทอฝันพอดีลูกขลิบตั้งแต่แรกเกิดเลยค่ะ ป้องกันปัญหาต่างๆที่ตามมาเพราะเราได้ฟังจากพี่ๆมาหลายคนก็เลยตัดสินใจทำๆซะจะได้ไม่ต้องมาเจ็บตอนโต ทำตอนแรกเกิดเค้าก็เจ็บแค่ตอนหลังทำกลับมาก็ไม่มีอาการอะไร อาจจะเป็เพราะว่าวัยแรกๆเค้าจะนอนเป็นหลัก อาทิตย์เดียวแผลก็หายค่ะ แต่ถ้าหกเดือนนี่ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ แต่ถ้าต้องทำแล้วปล่อยให้นานกว่านี้เด็กรู้เรื่องมากขึ้นแผลหายยากขึ้นนะคะ ลองปรึกษาหมอดู.กทีค่ะ เหมียวลูกขลิบกับคุณหมออารยาที่รพบำรุงราษฎร์ค่ะ แต่ขลิบตั้งแต่เกิดได้ 1 วันนะคะ ใช้บล๊อคขลิบค่ะ หมอเก่งมากค่ะ แต่อาจแพงหน่อยเพราะที่รพบำรุงราษฎร์ค่ะ มนลของเรา พาลูกไปขลิบ เพราะ เรื่องของศาสนาครอบครัวเราเป็นอิสลามค่ะ เรามีลูกชาย 2 คนคนโต ขลิบ เมื่อตอนอายุ 4ขวบโดยคลีนิคสันติชน คุณหมออยู่ในซอยรามคำแหง 53 ถ้าจำไม่ผิดคุณหมอ เข้าวันจันทร์นะค่ะ ราคาไม่แพงค่ะ แต่จำไม่ได้แล้วค่ะ 2-3 พันหรือไงเนี่ย ไม่ชัวร์ ต้องนัดวันล่วงหน้านะค่ะ ตอนไปทำ คุณพ่อ คุณแม่ ต้องเป็นคนช่วยจับน้องนะค่ะ เพราะเราจะได้คอยปลอบเค้าด้วยลูกร้องเสียงดังมาก ตอนฉีดยาชาหลังจากนั้น ก็สะอึกสะอื้นค่ะ เราทำช่วงสงกรานต์ ก็เลยได้หยุดดูแลลูกยาว ช่วงวันหยุดนั้นๆพอดีนะค่ะ หลังจากกลับมา ฤทธิ์ยาหมด ก็มีร้องบ้าง อ้อนบ้าง ธรรมดาของเด็กให้ทานยา ตามคุณหมอแนะนำประมาณ 2-3 วันก็ลุกเดินปร๋อหลังจากนั้น 7 วันก็วิ่งเล่นได้แล้วค่ะ อ้อ ช่วงนั้น คุณหมอพันผ้าที่ ตรงนั้น ใช่มั้ยค่ะเราต้อง แช่น้ำอุ่น แล้วก็ทายา พันผ้าใหม่ ทุกวันนะค่ะ ดูแลช่วงแรกๆให้ดีนะค่ะ ตอนนี้ เค้าจะ7ขวบแล้ว สบายบรื้อเลยค่ะ ปีหน้า ช่วงปิดเทอมใหญ่ ใกล้ๆสงกรานต์ ก็จะพาลูกชายคนเล็ก ไปทำเหมือนกันค่ะเพราะอายุเกือบ 4 ขวบล่ะ...นู๋ปัททำตั้งแต่แรกเกิดเช่นกันค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร 3-4 วัน แผลก็หายแล้วค่ะ mallyความเห็นของพยาบาล ข้อดีของการคลิบ ก็คงเน้นในเรื่องของความสะอาด แล้วก็มีงานวิจัย ที่ว่า ลดความเสี่ยงของมะเร็งได้ (เหมือนเคยอ่าน แว๊ป ๆ ) ข้อเสีย คงเป็นเรื่องเจ็บ แป๊บเดียว ก็หายอ่ะค่ะ ถ้าไม่ขลิบ ก็สอนให้รู้จักทำความสะอาด แล้วก็สอนว่าถ้าไม่รักษาความสะอาด จู๋เน่า มะรู้ด้วยยยยยยยย อะไรทำนองนี้อ่ะค่ะ พี่หวานจ้า ขลิบไปเลยพี่หน่อย แฟนเน่ก็ขลิบแต่ยังจำความไม่ได้.... เลยไม่รู้ว่าเจ็บเปล่า (แฟนเล่าให้ฟัง ) ถ้าขลิบแล้วเค้าบอกว่ามันจะดูแลรักษา ทำความสะอาดง่ายอ่ะ เพราะผู้ชายมันจะไม่ใช่พวกรักษาความสะอาดสักเท่าไหร่ จะติดเชื้อได้ง่าย สมัยนี้หมอเค้าจะขลิบให้เลย ถ้าโตแล้วหัวไม่เปิด ก็ต้องขลิบอยู่ดี สรุป ขลิบๆ ไปเถอะ... อย่าที่สามีบอก เป็นเด็กไม่รู้หรอกว่าเจ็บ พอโตจะได้ไม่ต้องขลิบด้วยไงจากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญ (พี่ท้อปของเดี๊ยนนั่นเอง ) พี่ท้อปบอกว่า ถ้าเป็นได้ขลิบตั้งแต่น้องออกมาเลยจะดีที่สุด เพราะถ้าไม่ขลิบ สิ่งสกปรกที่ตกค้างจะทำให้หมักหมมได้ แม้ว่าเราคิดว่าเค้าจะทำความสะอาดดีแล้วก็เถอะ เพราะมันเปิดไม่หมด สิ่งตกค้างย่อมมีได้เสมอ แต่บางคนก็สามารถค่อยๆรูดเองได้ จนไม่ต้องขลิบหง่ะส่วนตัวเรา เราว่าขลิบตอนน้องออกมาเลยก็ดีน้า ไม่ทันรู้สึกว่าเจ็บหรอก ทั้งนี้ปรึกษาหมอดีที่สุด pinkpanterเข้ามาเชียร์ให้ขลิบด้วยคนค่ะ เพราะสะอาด ทำความสะอาดง่ายค่ะ หลานชายแหม่มเพิ่งจะขลิบตอนอายุ 2-3 ขวบ เพราะปลายไม่เปิดค่ะฉี่ไม่ออกทรมานมาก แต่พอไปขลิบกลับมาหลายชายซึม ร้องไห้ งอแง เป็นไข้ไปหลายวันเลยค่ะ(น่าฉงฉานมั่ก มาก )คือถ้าจะขลิบก็ขอให้ทำตั้งแต่แรกก็ดีค่ะ เค้าว่ากันว่าแผลหายง่ายกว่าน่ะค่ะ แต่ยังงัยก็ลองปรึกษาหมอดีที่สุดค่ะ mafayถ้ามีลูกชายก็จะให้ขลิบค่ะ ถึงแม้สามีจะยอมหรือไม่ยอมก็ตามเพราะน้องชายที่อายุห่างกัน 14 ปี ตอนเกิดมาก็ให้เค้าขลิบค่ะ แต่หลานที่เกิดพร้อมกันไม่ได้ขลิบ ตอนนี้เค้าอายุ 13 แล้ว หลานชายชินจังอักเสบค่ะ เพราะฉี่เค้าเค็มกว่าปกติ เป็นเด็กที่ไม่ค่อยกินน้ำ ปลายชินจังจึงเป็นแผลคล้ายๆ เราเกาที่คันบ่อยๆ แล้วมันถลอก เวลาเค้าฉี่จะเจ็บมากค่ะ ต้องรอให้เป็นหนุ่มกว่านี้ พอปลายเปิดก็จะทำความสะอาดได้ (เห็นหมอบอกค่ะ)เด็กๆ เค้าเจ็บก็จริง แต่เค้าจำไม่ได้ ไม่รู้เรื่อย ไม่ต้องอายหมอค่ะ ดีกว่าปล่อยให้โตแล้วไปขลิบค่ะ kratare
Location : กรุงเทพ Thailand
[Profile ทั้งหมด]