ขลิบ เพื่อความปลอดโปร่งเบิกบานสดใสของชายไทย ขลิบดีไหมเนี่ย
 
การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศในเด็ก

ปัญหาประการหนึ่งในทารกเพศชายขณะที่เติบโตขึ้นมา และเกิดอาการปัสสาวะลำบาก หรือการอักเสบติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ สาเหตุเป็นเพราะหนังหุ้มอวัยวะเพศไม่เปิด มีการสะสมของสารที่หลั่งออกมาอยู่ภายใต้หนังที่หุ้มปิด ทำให้เกิดการหมักหมม เกิดมีกลิ่นเหม็น ลักษณะเหมือนอุจจาระที่เปียกน้ำ ทำให้บางคนเรียกว่า 'ขี้เปียก'

ขี้เปียก (smegma)
เป็นคราบขาวๆ คล้ายแป้งเปียก พบอยู่ที่บริเวณหัวของอวัยวะเพศที่มีหนังหุ้มคลุมไว้ เป็นส่วนผสมของเซลล์ที่ตายแล้วและมูกเมือกซึ่งมักจะติดอยู่บริเวณคอคอดใต้ผิวหนังองคชาติ และเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เมื่อผสมกับนํ้าเมือกจากต่อมต่างๆ และเหงื่อไคลที่อยู่บริเวณส่วนปลายของอวัยวะเพศชายแล้ว จึงทำให้ขี้ไคลบริเวณดังกล่าวมีลักษณะเปียกชื้น ขี้เปียกมีกลิ่นเหม็นเฉพาะตัว และเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้



เส้นสองสลึง (frenulum)
เป็นเส้นเอ็นเล็ก ๆ ที่ยึดระหว่างส่วนปลายของอวัยวะเพศชาย กับหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ ซึ่งเส้นนี้โครงสร้างทางกายวิภาคจะเหมือนกับเส้นที่อยู่ใต้ลิ้น บางคนเส้นสองสลึกอาจจะตึงมาก ทำให้เวลาที่มีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรง หรือสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองมากไป อาจจะทำให้เส้นสองสลึงฉีกขาดจนเลือดออกได้


การที่สามารถรูดหนังลงมาได้ก็เนื่องจากกลไกในการเจริญเติบโตของร่างกาย และการฝึกดูแลตั้งแต่เด็ก ๆ เช่นผู้ปกครองค่อย ๆ สอนให้ลูกทำความสะอาด พยายามรูดลงมาทีละนิด ๆ ทำบ่อย ๆ เป็นประจำ ก็จะทำให้รูเปิดของหนังหุ้มปลายค่อย ๆ กว้างขึ้น จนทำให้สามารถรูดพ้นบริเวณหัวของอวัยวะเพศได้ จากการศึกษาพบว่าในทารกแรกเกิดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายจะหุ้ม ไม่เปิดร่นออกมา มีเพียงร้อยละ 4 ของความยาวองคชาติเท่านั้นที่สามารถเปิดร่นได้ และจะค่อยๆ เปิดร่นขึ้นมาเอง เมื่ออายุประมาณ 3 ขวบ จะเปิดร่นได้ประมาณร้อยละ 80 เมื่ออายุ 6 ขวบ จะเปิดร่นได้ร้อยละ 90 และเมื่ออายุ 17 ปี จะมีหนังหุ้มปลายเปิดร่นได้ร้อยละ 97-99

การขลิบหนังหุ้มปลายในเด็กแรกเกิด

1. โดยปกติในเด็กแรกเกิด อวัยวะเพศชายจะมีหนังหุ้มปลายห่อหุ้มมิดมีรูเปิดออกมาเล็กน้อยให้ปัสสาวะออกได้ และเมื่ออายุมากขึ้นจะสามารถถลกได้มากขึ้น
2. การขลิบหนังหุ้มคือการเอาหนังหุ้มนี้ออกมาเสีย โดยเด็กต้องมีสุขภาพแข็งแรงหลังคลอด พ่อแม่ต้องเข้าใจถึงเหตุผลในการทำผ่าตัด ควรปรึกษาและรับคำแนะนำจากแพทย์ให้เข้าใจเสียก่อน
3. ในเด็กประมาณร้อยละ 50 ในสหรัฐอเมริกาอเมริกาผ่านการทำการขลิบ แต่ตัวเลขในเอเชียและยุโรปน้อยกว่านั้นมาก ยกเว้นในประเทศอิสลาม ซึ่งการขลิบเป็นตามหลักศาสนา
4. เวลาที่เหมาะสมที่สุด คือ ช่วง 2-3 สัปดาห์หลังคลอด แพทย์บางท่านอาจแนะนำให้ทำใน 10 วัน เพราะเมื่ออายุมากกว่านี้ อาจจะทำยาก และการดูแลแผลจะไม่ดีเท่าที่ควร ส่วนใหญ่การขลิบจะทำหลังคลอดไม่นาน ถือว่าเป็นการผ่าตัดที่ปลอดภัย
5. การศึกษาพบว่าเด็กที่ขลิบมีการเกิดโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะน้อยกว่าอย่างชัดเจนถึง 10 เท่า พบว่าผู้ที่ไม่ขลิบเป็นมะเร็งที่อวัยวะเพศมากกว่าเล็กน้อย แต่ข้อมูลยังไม่มากพอที่จะแนะนำให้ทำในเด็กทุกคน เพราะการเป็นมะเร็งที่อวัยวะเพศ ปกติก็มีคนเป็นน้อยมากๆอยู่แล้ว
6. การผ่าตัดในเด็กมีผลข้างเคียงน้อย แต่ยังมีได้ประมาณร้อยละ 0.2-3 เช่น เลือดออก บวม หรือติดเชื้อ ทีสำคัญคือเจ็บ แม้เด็กจะบอกไม่ได้ แต่แพทย์หลายท่านจะพิจารณาให้ยาแก้ปวด และการใช้ยาชาที่มีประสิทธิภาพในการทำผ่าตัดในเด็กเล็กๆ

การเกิดโรคมะเร็ง
มีการศึกษาวิจัยหลายแห่งในต่างประเทศพบว่า ขี้เปียกเป็นสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่ง และพบว่าเมื่อเด็กชายที่มีขี้เปียกบริเวณอวัยวะเพศ หากได้การผ่าตัดขลิบหนังหุ้มอวัยวะเพศในวัยเด็ก เมื่อโตขึ้นและแต่งงานไปกับสตรีคู่สมรส หรือ การที่ได้ขลิบหนังหุ้มอวัยวะเพศแล้ว จะช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกของคู่สมรส หรือภรรยาของตนเองได้
โดยทั่วไปถ้าฝ่ายชายไม่ชำระล้างอวัยวะเพศให้สะอาดก่อนมีเพศสัมพันธ์ ขี้เปียกจะตกลงไปภายในช่องคลอดของฝ่ายหญิง เมื่อตกลงไปภายในก็จะไปกองอยู่บนปากมดลูกของฝ่ายหญิง ทำให้เกิดการระคายเคืองเป็นประจำสมํ่าเสมอ นานไปๆ ก็จะทำให้เซลล์ของผิวบริเวณปากมดลูกเปลี่ยนแปลงกลายไปเป็นเซลล์มะเร็งปากมดลูกได้ นอกจากนี้ ยังมีรายงานการวิจัยพบว่าตัวขี้เปียกเองก็เป็นสารก่อมะเร็ง ทำให้เกิดมะเร็งอวัยวะเพศชายหรือมะเร็งองคชาติได้เช่นกัน

การติดเชื้อเอชไอวี
การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย มีส่วนช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้ แม้จะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ลดอัตราเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ แต่ต้องทำควบคู่ไปกับวิธีป้องกันอื่นๆ เช่น การใช้ถุงยางอนามัย การมีพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัย รวมทั้งการมีสุขอนามัยที่ดีในการดูแลอวัยวะเพศชาย
การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย เป็นการตัดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายบางส่วนหรือทั้งหมดออกไปอย่างถาวร ตามประเพณีของบางศาสนาหรือเชื้อชาติจะตัดออกประมาณ 1-2 เซนติเมตร หรืออาจตัดออกประมาณ 4 เซนติเมตร หากทำโดยบุคลากรทางการแพทย์ ทั่วโลกมีผู้ชายที่อายุมากกว่า 15 ปี ประมาณ 665 ล้านคนที่ขลิบอวัยวะเพศ คิดเป็นร้อยละ 30 ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ชาวยิว และผู้ชายอเมริกัน
การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย จะช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้ เนื่องจากผิวด้านในของหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย เป็นบริเวณที่มีจำนวนเซลล์รับเชื้อเอชไอวีอยู่ปริมาณมาก และเซลล์จะอยู่ในตำแหน่งที่ตื้นมาก นอกจากนี้ยังสามารถฉีกขาด ถลอก ทำให้ติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่างๆ ได้ง่าย การขลิบจะเป็นการลดบริเวณผิวด้านในของหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายทำให้ลดพื้นที่รับเชื้อเอชไอวีลงได้

ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพโรงพยาบาลกรุงเทพ




Create Date : 10 กันยายน 2551
Last Update : 10 กันยายน 2551 22:25:34 น. 17 comments
Counter : Pageviews.  
 
 
 
 
แอนลูกชายพี่หมอขลิบตอนคลอดวันแรกเลยนะ พี่จำได้ว่าหมอถามว่าจะให้ขลิบเลยไหมพี่ก็OK
ให้เขาเจ็บไปเลยวันเดียว ไม่ต้องคิดมากหรอกแผลเล็กๆนิดเดียวเดี๋ยวก็หายจ๊ะ.. rangsri


ขลิบให้เหมือนกันค่ะ ตั้งแต่แรกเกิดเลย ไม่ได้เป็นอิสลามนะค่ะ พอดีช่วงก่อนจะคลอดคุณพ่อดูสารคดีค่ะ เขาบอกว่า ขลิบแล้วดีค่ะ ไม่สกปรก เราก็เลยยอมค่ะ แต่เราก็ร้องไห้หลายวันเลยนะ พอเห็นแผลของลูก ก็เพ่งเกิดมาวันแรกนิ แต่พอแผลหายก็โอเคค่ะ แค่ขลิบหนังหุ้มปลายออกค่ะ คุณหมอไม่ได้เย็บให้แค่พับลงมาเฉยๆๆค่ะ เพราะบอกว่าน้องเล็ก ไม่ต้องเย็บ ไม่อันตรายหรอกค่ะ ไม่สกปรกด้วยค่ะ ปัจจุบันเด็กส่วนใหญ่ก็นิยมขลิบกันค่ะ
dumek


ลูกเราขลิบตั้งแต่แรกเกิดเลย ตอนแรกก็ลังเลเหมือนกัน พออ่านไปเยอะๆ มีแต่แม่ๆ แนะนำให้ขลิบก็เลยทำจ๊ะแผลหายเร็วคะ 2 อาทิตย์เอง เพราะเขายังเด็กไม่มีกิจกรรมอะไร ทำให้แผลหายเร็วคะ vee_op…babyfancy

เพิ่งดูรายการของ Opera มาเมื่ออาทิตย์ก่อน มีคนถาม Dr.Oz เรื่องขลิบ คุณหมอพูดอย่างเป็นกลางโดยบอกว่าเปอร์เซนต์ของการขลิบของคนในยุคปัจจุบันลดลงกว่าในอดีต แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ว่าการขลิบช่วยลดการเกิดโรคติดต่อจากเพศส ัมพันธ์และมะเร็งทั้งในหญิงและชาย ส่วนสามีเองเคยเห็นเพื่อนที่มีปัญหาหนังหุ้มปลายปิด มีปัญหาในการปัสสาวะ และการอักเสบขององคชาติจากการติดเชื้อเพราะรักษาความสะอาดได้ไม ่ดีมาแล้ว เลยจัดการให้ลูกขลิบหลังคลอดค่ะ คุณหมอบอกว่าถ้าจะขลิบต้องทำตั้งแต่ยังเล็ก เพราะเด็กยังจำความรู้สึกเจ็บไม่ได้และไม่ต้องใช้การวางยาสลบ ถ้าโตแล้วต้องวางยาค่ะZzz..babyfancy

เชียร์ให้ขลิบค่ะ เพราะโตขึ้นจะได้ไม่มีกลิ่น ไม่เป็นที่สะสมของแบคทีเรีย และยังนำความปลอดภัยมาให้แก่ภรรยาได้ด้วยค่ะ (มะเร็งมดลูก)..เท่ากับว่าขลิบหนึ่งได้ถึงสอง..natty pantip

คุณเจ้าเปิ้ล : เราว่าขลิบให้เค้าตอนเล็กๆ น่ะดีที่สุดแล้วค่ะ.. เชื่อว่าถ้าเค้าโตเค้าคงไม่อยากจะไปทำอะไรกับของๆเค้าหรอกค่ะ. และถ้าทำตอนเล็กๆ ถึงเค้าจะเจ็บแต่ก็ยังจำความไม่ได้หรอก และอีกอย่างแผลก็จะหายไวด้วย.
ส่วนตัวเราถึงจะไปคลอดที่บำรุงราษฏร์ แต่ก็คงจะรอสัก 2วีคแล้วค่อยไปหาขลิบที่อื่นค่ะ ไม่ไหว 2หมื่นบาทรู้สึกว่า..โหดเกินไปอ่ะ.
จากคุณ : missusnow

ลูกชายก็ขลิบค่ะ แต่ที่สมิติเวช ศรีนครินทร์นะคะ เห็นใบเสร็จแจงค่าใช้จ่ายมา2000กว่าบาทค่ะ คุณหมอมฆวันเป็นคนทำให้แผลสวยดีค่ะ ลูกก็ร้องแค่นิดๆ อีกอย่างช่วงนั้นพยาบาลเนอสฯเป็นคนดูแลอ่ะค่ะ หลังกลับจาก รพ.คุณหมอก็ให้ ขี้ผึ้งมาทา1อาทิตย์ ไม่เกินเดือนหายสนิทเลยค่า ทำแต่แรกเกิดดีนะคะ พ่อเค้าเคยทำตอนขวบกว่า โอย แม่สามีบอกว่าทั้งบ้านไม่ต้องนอนกัน4-5วันเพราะร้องจ๊ากลูกเดียว โดนหน่อยก็ไม่ได้ ใส่ผ้าอ้อมก็ไม่ได้ เวลาฉี่นี่ซึมไปโดนนิดๆก็จ๊ากเลย แต่สมัยนี้เห็นคุณหมอบอกว่าใช้เครื่องนะคะ ครอบเข้าไปประมาณนี้อ่ะค่ะ ตอนลูกไปขลิบแม่ก็ยังเบลอๆอยู่เลยค่ะ
จากคุณ : blackmail (Blackmail)

ขลิบเรียบร้อยคะ ตั้งแต่ตอนแบเบาะเลย
จากคุณ : dapumpkin

ของลูกเราขลิบตั้งแต่วันที่ 2 เลยค่ะ เวลาทำความสะอาดก็ใช้
น้ำเกลือที่หมอให้มาเอามาเช็ดๆ ประมาณ 1 อาทิตย์ก็หายแล้วค่ะ
แต่ลูกร้องไห้ทุกวันเลย สงสารเหมือนกัน
พอตอนนี้เห็นพิกาจูของเค้าสวยสมใจ และทำความสะอาดง่ายค่ะ
จากคุณ : มิ (mengmi)

ขลิบวันแรกที่คลอดค่ะ หมอเข็นรถไปเลย แล้วไม่ให้พ่อเข้าไปดู
พอออกมา เค้าก็หลับไปเลย ส่วนแผลก็ไม่ต้องใส่อะไรค่ะ
เอาวาสลีนถูที่ผ้าอ้อมเพื่อไม่ให้เลือดแห้งติดเท่านั้นเอง วีคเดียว แผลหายค่ะ

แต่วันต่อมาหลังจากที่เค้าขลิบ เค้าปวดแผลค่ะ ดูดนมตลอดเวลา
หมอบอกว่าเค้าตกใจที่โดนขลิบ น้ำลายฟูมปากเลย
แต่ระยะยาวเป็นผลดีกับเด็กค่ะ
จากคุณ : Second impact

ขลิบวันที่สี่ ก่อนออกจาก รพ. ค่ะ
วิธีก็ ใช้ผ้ากอซสองแผ่น กับวาสลีนป้ายไปตรงกลางหนาๆ(เป็นก้อนๆเลยค่ะ)
แล้วก้ประกบกันที่ปลายแผล ใส่ผ้าอ้อม เป็นอันเสร็จค่ะ
แผลไม่เสียดสี ไม่เปียกฉี่ด้วย
ประมาณ ห้า หก วันก็ไม่เห็นเลือดแล้วค่ะ

คิดว่าวิธีนี้เค้าไม่เจ็บด้วย เพราะไม่เคยร้องงอแงเลยช่วงนั้น

จากคุณ : ชมบอย

ขลิบหรือไม่ขลิบก็แล้วแต่คุณแม่ตัดสินใจค่ะ แต่เคยอ่านเจอ เขาว่า(เขาเนี่ย ใครก็ไม่รู้ )

ข้อดีของการขลิบคือ
- สะอาด ไม่ต้องค่อยมานั่งรูดทำความสะอาดให้ลูก พอลูกโตเราก้ไม่กล้าทำให้เขาแล้ว ก็ไม่รู้ว่าเขาจะยังทำเองต่อไปหรือเปล่า จะให้แม่ถามลูกตอนโตๆ มันก็กระไร
- การขลิบช่วยลดโอกาสที่จะทำให้ผู้หญิงเป็นมะเร็งปากมดลูก เพราะตรงนั้นของผู้ชายไม่มีเชื้อโรคหมักหมม
- ลดโอกาสการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากของผู้ชายในวัยสูงอายุ ซึ่งเท่าที่ทราบ ผู้ชายไทยร้อยละ 85 เป็นกัน พ่อเราเองก็เป็นต้องผ่าตอนอายุ 73 น่ะ

ส่วนข้อเสีย
- ลูกเจ็บ ยิ่งขลิบตอนโตยิ่งเจ็บ
- เรื่องความรู้สึกทางเพศ คงเป็นเหมือนที่คุณนายนกฮูกบอกกระมัง อันนี้ไม่ทราบค่ะ
แต่เห็น แฟนบอกว่า ผู้หญิงจะ appreciated มากกว่า เราก็ไม่รู้ว่า appreciated
เพราะมันสะอาด ลดความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก หรือว่า มันให้อารมย์มากกว่า

นานาจิตตังค่ะ ถ้าไม่อยากขลิบก็ไม่ต้องค่ะ
จากคุณ : เพนนี (MiniPenzman)

แม่อยู่เมกา ตัวดิฉันอยู่ออสเตรเลีย แม่มาเยี่ยม เห็นจุ๊ดจู๋ลูกชายยังไม่ได้ขลิบ สั่งนักสั่งหนาว่าต้องขลิบ ดิฉันก็หูทวนลม(ก็สมัยนี้ไม่จำเป็นนี่หน่า ที่ออสเค้าไม่ขลิบกัน ไม่เห็นหมอแนะนำเลย) แม่บอกว่า ที่เมกาส่วนมากจะขลิบกัน(ก็ค่อยๆรูดเปิดมาล้าง ก็สะอาดก็ได้นี่)

จนมาถึงวันนี้ ลูกไม่ยอมให้รูดได้พักใหญ่ๆแล้วค่ะ ไม่ว่าทำไงก็ไม่ได้ เค้าบอกว่าเจ็บ ไม่ให้เเตะเลยค่ะ จนพาไปหาหมอ เพราะว่าจุ๊ดจู๋เปิดมาได้เเค่เป็นรูเล็กๆเอง และตึงมาก พอหมอตรวจเชคดูก็บอกว่า หนังยาวมากต้องขลิบน่ะค่ะ เดี๋ยวต้องขลิบเร็วๆนี้เเล้วค่ะ สำหรับลูกดิฉันคงจำเป็นค่ะ
จากคุณ : แม่อยู่ไกล (แม่อยู่ไกล)

เอ่อ คือเรากะสามีถือโอกาสตอนเขาเกิดได้ 2-3 วัน ตัดเลยค่ะ ตัดตอนเด็กๆจะหายไวกว่าด้วย ตอนนั้นไม่กล้าตามไปดู แค่เห็นเขาโดนเจาะเลือดก็น้ำตาร่วงแล้ว นึกในใจตัวนิดเดียวเองโดนซะขนาดนี้ เฮ้อ พอดีไอ้ลูกชายมันนิสัยเหมือนแม่ด้วยค่ะ ขี้โวยวาย ขนาดนิดๆหน่อยว้ากๆลั่นซะยังกับจะเป็นไรงั้นแหละแล้วโดนจับไปทำแบบนั้น คงไม่ต้องบอกว่ามันจะขนาดไหน

แต่ตอนนี้ก็ไม่ค่อยกังวลเรื่องทำความสะอาดนะคะ ยิ่งเราเป็นแม่ ทำให้ไม่ค่อยถูกด้วย ก็เช็ดๆถูๆแต่ภายนอก
ส่วนเรื่องความรู้สึกทางเพศนี่ ไม่มีผลนะ ยืนยันๆ (เอาสามีมายืนยัน)
จากคุณ : Gebadius

คิดว่าถ้าได้ลูกชายจะให้ขลิบเลยตอนเกิด แต่ดันได้ลูกสาว เลยหันเห จะไปสามีไปขลิบแทนเพราะเรากลัวมะเร็ง กลัวอยู่กับลูกได้ไม่นาน สามีก้อค้นหาข้อมูล ทาง เน็ต

- การขลิบสามารถทำให้หมดอารมณ์ทางเพศถ้าหมอหรือโรงพยาบาลขลิบไม่ดี ( ไม่มีความรู้)
- ขึ้นชื่อว่าผู้ชายส่วนใหญ่ก้อไม่ค่อยรักษาความสะอาดกันอยู่แล้ว ( ส่วนใหญ่นะคะ ส่วนใหญ่ ส่วนน้อยอย่าร้อนตัว ฮ่า ฮ่า) คืออาจจะมีวันนี้ล้างสะอาด วันนี้ขี้เกียจ วันนี้ง่วงนอนไม่อาบน้ำนอนเลย ความคิดเหล่านี้คงไม่เกิดแค่วันสองวันหรอกคะ
- การขลิบตอนโตอาจทำให้ น้องจู๋เสียรูปได้ อาจจะงอ หรือหันเห จึงควรให้ผู้เชี่ยวชาญทำเท่านั้น ( พวกศัลยกรรม)
จากคุณ : such-is-life

ส่วนตัวได้ลูกชายค่ะ และให้ขลิบตั้งแต่วันที่สองค่ะ เราก็กลัวลูกเจ็บเหมือนกัน แต่อ่านเจอเค้าบอกกันว่าถ้าขลิบตอนแรกคลอดจะรู้สึกเจ็บน้อยกว่าขลิบตอนโต และจะรักษาความสะอาดที่แผลได้ง่ายกว่าด้วยค่ะ อันนี้สามีเห็นด้วยเรื่องให้ขลิบเพราะว่าตัวเค้าไม่ได้ขลิบ เค้าบอกว่าไม่มีดีเท่าไร ดูแลรักษาอยากด้วย ถ้ามีลูกชายจะให้ขลิบ และแล้วก็มีลูกชายจริง ๆ
เราก็ว่าดีนะคะ เพราะว่าช้างน้อยเค้าอันนิดเดียวเอง ถ้าไม่ได้ขลิบเราก็คงไม่ค่อยกล้ารูดเปิดแน่ ๆ กลัวว่ามันจะหลุดติดมือเรามาด้วยนะสิ 55555
จากคุณ : ตัวเล็กหัวโต

ลูกชายขลิบทั้งสองคนเลยค่ะ แล้วคุณหมอที่ขลิบก็คนเดียวกับคุณหมอที่ผ่าให้ค่ะ
ถ้าจะขลิบให้น้องแนะนำให้ขลิบตั้งแต่แรกเกิดเลยค่ะ ลูกชายคนโตขลิบตอน 7 เดือนกว่า น่าสงสารมาก
คนเล็กเลยทำให้เค้าตั้งแต่เกิดเลยค่ะ
จากคุณ : MONROVIA
ขลิบค่ะ ทำตอนลูกอายุประมาณหนึ่งอาทิตย์เห็นจะได้ ตอนทำได้ยินเสียงลูกร้องจ้าก ใจเราก็แป้วเหมือนกันนะ แต่คิดว่าทำไว้เพื่ออนาคตลูกจะได้ไม่ต้องมากังวลว่าจะติดเชื้ออะไรรึเปล่า
ตัวเองคลอดต่างประเทศนะคะ เห็นเค้าก็นิยมขลิบกันอยู่ ไม่ทราบมาก่อนว่าที่เมืองไทยไม่นิยมขลิบ จากคุณ : chowwy@hotmail.com (ImJustNobodY)

ลูกชายเราก็เพิ่งขลิบค่ะ ตอนหลังคลอดได้ 10 วัน
เคยอ่านเจอนานมากแล้ว เขาว่า ขลิบดีกว่าไม่ขลิบ เพราะทำความสะอาดง่าย ไม่หมักหมม และโอกาสติดเชื้อน้อยกว่า
ยิ่งโตเป็นหนุ่ม แม่ไม่มีโอกาสทำความสะอาดให้ จะยิ่งลำบาก หากลูกไม่ดูแลความสะอาดของตัวเองให้ดี
เผลอๆ ไม่ต้องรอให้โตเป็นหนุ่ม อาจเจอปัญหาลูกฉี่กระปิดกระปอย ฉี่ไม่สุด ฉี่ไม่ค่อยออก ทำให้อาจเป็นนิ่ว เป็นอะไรไปอีก

ถ้าจะขลิบ ควรขลิบตอนแรกคลอดจะดีที่สุด เจ็บน้อยที่สุด เพราะทารกยังไม่รับรู้เรื่องความเจ็บปวดสักเท่าไหร่ (อันนี้หมอบอก) ค่าใช้จ่ายก็ถูกกว่าด้วย (เราขลิบให้ลูก โดนไป 3,000) ถ้าทำตอนโตต้องดมยา และอยู่ดูอาการที่รพ. 3-4 วัน ค่าใช้จ่ายหลายตังค์ (อันนี้พยาบาลบอก เพราะลูกชายเขาก็เพิ่งขลิบตอน 2 ขวบ เนื่องจากฉี่ไม่ออก รูมันตัน ลูกก็ร้องปวด ทรมานมาก)

เพื่อนข้างบ้านก็เจอปัญหาเดียวกัน ลูกชายอายุ 2 ขวบครึ่ง เริ่มฉี่เล็ดๆ ไม่ค่อยสุด กระปิดประปอย
อาจจะได้ขลิบในไม่ช้า เห็นเขามาบ่นให้ฟังอยู่ว่า ลูกเป็นอะไรไม่รู้ ฉี่ไม่ค่อยออก...
หากรอขนาดลูก 2-3 ขวบ ละก็ เราว่าน่าสงสารลูก คงทรมานน่าดู...
จากคุณ : เพนนี (MiniPenzman

ให้ลูกขลิบตั้งแต่อายุใด้ 2 วัน ยังเล็กอยู่ไม่ต้องดมยาค่ะ(ถ้าให้ดมก็ไม่เสี่ยงเหมือนกันค่ะ) 10 วันหาย ทำความสะอาดง่ายมากๆ.... คุณพ่อเค้ากำชับให้ทำค่ะ เพราะเคยเจอกรณีที่ต้องใช้ชีวิต(ที่หมักหมม)อยู่ในป่านานหลายวัน เกิดอักเสบขึ้นมาต้องทนทุกข์ทรมาณ ...

ดิฉันเองหาข้อมูลมาบ้างตอนตั้งครรภ์พบว่า
1.โอกาสที่หนังหุ้มปลายจะเปิดใด้เองก็มีบ้าง...
2.ทำตั้งแต่แบเบาะ (ยังไม่พลิกคว่ำ นั่ง หรือคลาน) จะยังไม่มีผลต่อความรู้สึกที่ฝังใจ อีกทั้งยังทำความสะอาดใด้ง่าย หายไวค่ะ
3. เด็กที่โตขึ้นมาหน่อย(ตั้งแต่เริ่มคว่ำใด้) แค่คิดไปว่าแผลจะถูกขัดสีกับผ้าอ้อมแค่ไหน ก็เจ็บแทนลูกซะแล้วค่ะ
4. ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ดังที่คุณสาลิกา กล่าวใว้ข้างบนค่ะ
5. หรือจะรอให้โตก่อนก็ใด้ เผื่อไปหลงรักสาวมุสลิมก็คงใด้ทำ
6. หรือรอให้เค้าตัดสินใจเอง...อันนี้หากลูกเกิน 18 ปี แล้วก็ไม่ยุ่งแล้วค่ะ..( ท่านชายหลายๆท่าน ขอแค่ไปทำหมัน เจ็บน้อยกว่าเมียผ่าท้องคลอดซะอีก ยังมีไม่กี่เปอร์เซนต์เลยค่ะ)

ลูกชายทำตอนอายุ 2 วันค่ะ นอกจากคุณพ่อ(ที่ก็มีเหมือนกัน)จะยืนยันให้ทำแล้ว ความมั่นใจต่อฝีมือแพทย์ก็เป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจค่ะ ที่ตัดสินใจทำให้ลูกก็เพราะว่ามันจะส่งผลทางจิตใจน้อยกว่าตอนโตที่จำความใด้แล้วค่ะ และหวังว่าลูกคงจะเข้าใจว่า ข้อมูลทางการแพทย์ที่มีอยู่ ณ.ขณะนั้น ที่พ่อกับแม่ใด้ใช้ในการตัดสินใจทำ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดต่อสุขภาพที่ดีของลูก(และคู่ชีวิต)ในอนาคตแล้ว.....

ป.ล. คิดเองนะคะว่า หากต้องใช้ชีวิตอยู่แบบชนเผ่าที่ปาปัวนิวกินี ที่เค้าใช้เพียงใบไม้ปกคลุม หรือใช้กระบอกอะไรก็ไม่รู้ครอบใว้ อย่างนั้นหล่ะก็ ไม่ขลิบเด็ดขาดค่ะ เพราะมันเป็นธรรมชาติในการปกป้อง...อย่างหนึ่ง แต่ต่อมามนุษย์ใด้คิดค้นสร้างสรรเสื้อผ้า และ กกน.ขึ้นมา ปกปิดมากไปจนไม่มีการระบาย ก็เลยหมักหมมอับชื้น เหม็น ขึ้นมา.....

ก็เป็นความเห็นอีกแง่มุมหนึ่ง ที่มาจากประสบการณ์ตรงนะคะ อาจจะไม่เหมือนกับท่านอื่นๆ ที่ตัดสินใจทำ ไม่ทำ ตามฐานข้อมูลที่ใด้รับมาแตกต่างกันค่ะ
ต้องขอบคุณ จขกท. ที่กรุณาสรรหาข้อมูลดีๆ มาโพสให้อ่านกันอยู่เรื่อยๆค่ะ
จากคุณ : สะใภ้ลุงแซม (แม่ขา)

ยิ่งรอเด็กโตยิ่งเจ็บยิ่งจำค่ะ คนโตคลอดที่เมืองไทย อายุวันเดียวหมอก็ขลิบให้เลย คนที่สองคลอดที่อเมริกา ทำตอนอายุ 1 เดือน หมอจะพาน้องไปทำในห้องไม่ให้เราได้ยิน ทำแป๊บเดียวเองค่ะ เสร็จแล้วหมอจะครอบวงแหวนพลาสติคไว้ที่อวัยวะเพศ และให้ยาไว้ทาวันละ 1-2 ครั้ง หลังจากขลิบประมาณ 7-10 วัน วงแหวนจะหลุดออกมาเอง การดูแลรักษาก็เหมือนทั่ว ๆ ไป อาบน้ำวันละครั้ง เวลาเขาปัสสาวะก็เอาสำลีจุ่มน้ำต้มสุก(ที่เย็นแล้ว)เช็ดอวัยวะเพศให้สะอาด ซับให้แห้ง แต่ไม่โรยแป้ง

ข้อดีของการขลิบคือทำความสะอาดง่าย ตอนฝึกใช้โถปัสสาวะก็ง่าย บอกให้เขายืนปัสสาวะ สะบัด ๆ ชักโครก ล้างมือเสร็จ

น้าดิฉันเล่าว่าเด็กมุสลิมข้างบ้านขลิบตอน 6 ขวบ ร้องลั่นบ้านเลยค่ะ สามีดิฉันมาทำตอนวัยรุ่น ได้แต่นอนบนเตียงวันนั้นทั้งวัน ฉะนั้นถ้าจะทำรีบทำตอนแรกคลอดดีกว่าค่ะ
จากคุณ : Sunny Shiny Day

มาขลิบทีไทยสิคะ 1200 บาท ดีมากๆ เวลาทำไม่เกิน 30 นาที
เป็นหมออิสลามค่ะ อยู่ที่ลาดพร้าว 112

เคยพาเพื่อนชายไปขลิบมาค่ะ เค้าทำดีมากๆ เลย และราคาไม่แพง
จากคุณ : Life@Texas

ลูกชายคลอดที่อเมริกาค่ะ คุณสามีกำชับนักกำชับหนาว่าให้ขลิบหลังคลอดไปเลย (เพราะตอนคลอดน้องสามีไม่สามารถอยู่ด้วยได้ค่ะ) เราก็ไม่เคยมี ก็ต้องเชื่อเค้าใว้ก่อนเป็นดี ประกอบกับหาข้อมูลทางวิชาการ บวกกับความมั่นใจในความชำนาญของแพทย์ และมาตรฐานด้านความสะอาดของโรงพยาบาลค่ะ

การขลิบตั้งแต่แบเบาะ จะดีตรงที่ทำความสะอาดง่าย หายเร็วค่ะ ที่สำคัญ คือ "เจ็บไม่จำ" ...(กรณีที่ทำเมื่อจำความได้แล้ว อาจจะเกิดความเจ็บที่อาจจะจำฝังใจ ส่งผลต่อความรู้สึกทางด้านเพศก็เป็นได้ ซึ่งก็แล้วแต่คนอีกแหล่ะค่ะ)

ถ้าหากเป็นยุคสมัยที่ยังไม่มี กกน. ยังใช้ใบไม้ปกคลุมอยู่ ก้คงไม่ให้ลูกขลิบหรอกค่ะ เพราะธรรมชาติสร้างมาใว้ใช้ในการป้องกัน แต่ยุคสมัยนี้มีปราการด่านสุดท้ายของท่านชาย เป็นตัวช่วยอยู่แล้ว....ข้อมูลทางการแพทย์อีกอย่างอ้างอิงจากข้อมูลของคุณสาลิกาโบยบินก็คือ ภรรยาของชายที่ขลิบจะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก น้อยกว่าภรรยาของชายที่ไม่ขลิบ(และไม่ล้าง ทำความสะอาด"ขี้เปียก" ที่หมักหมม ทำให้เชื้อโรคเข้าไปสู่ฝ่ายหญิงจากการมีเพศสัมพันธ์..... )
บางกรณี หนังหุ้มปลายฯ อาจจะฉีกขาดได้เอง จากการรูดเปิดๆปิดๆ ขณะมีเพศสัมพันธ์ก็เป็นได้ ซึ่งก็คงไม่จำเป็นต้องไปให้เจ็บปิดให้ใหม่ เพราะเป็นธรรมชาติ ธรรมดาที่มันก้ขาดก็เปิดได้ ยกเว้นกรณีเลือดสาด อาจจะต้องรีบไปหาหมอน๊ะ ...
ก็คิดว่าพ่อกับแม่ได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ดีที่สุด โดยใช้ข้อมูลที่มีอยู่ขณะนี้ ไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้วน๊ะลูกน๊ะ
ก็หวังว่าเมื่อลูกโตขึ้นคงจะไปหาข้อมูลเพิ่มเติม และคงจะเข้าใจค่ะ
จากคุณ : แม่ขา

บ้านนี้ พันธุกรรม หนังหุ้มเยอะ ทำให้เป็นกังวลเลยค่ะ
กับคุณลูกชาย ตอนเล็ก ยามอาบน้ำให้ ก็ร่น ล้าง ทำอย่างรวดเร็ว
ไม่ได้ฟอก ขัด งัดแงะ แค่ชะด้วยน้ำตามปกติ
ไม่เน้นมาก เกรงเขาจะติดใจ
ทำวันละนิด จะร่นง่ายขึ้น จนเห็นเปิดได้
พอโต รู้ความ ก็สอนเขาว่า ต้องทำสะอาดนะ
มันหมักหมม จากฉี่ จากเหงื่อไคล เกิดอักเสบได้..
หมั่น ถาม เช็คว่า ปฏิบัติสม่ำเสมอนะ เกรงจะละเลย

ส่วนเจ้าช้างใหญ่ เกิดปัญหา อักเสบ หนังแตก
ตอนแต่งงานกันแล้ว จึงไปให้เพื่อนที่เป็นแพทย์ เฉือนหนังออกให้หน่อย
เยียวยา กันอยู่หลายนาน..ด้วยความทรมาน ทรกรรม

ถ้ามีโอกาสได้แนะนำใคร ก็จะแนะ ว่า
หากเฉือน ปลายช้างน้อย ตอนแรกเกิดได้ ก็ทำซะ
ทารกมักจะไม่เจ็บปวด ไม่ทรมานมาก และดูแลแผลง่าย
เจ้าช้างน้อย จะมีสุขอนามัย ดีต่อทุกฝ่าย(ที่เกี่ยวข้อง) เป็นแน่แท้
จากคุณ : samranjai
 
 

โดย: สาลิกาโบยบิน วันที่: 3 มกราคม 2552 เวลา:23:15:11 น.  

 
 
 
อันนี้แย่เลยค่ะ .... ทำถึง2ครั้ง ตอนแรกลูกอายุ4เดือน ชอบมีอาการเบ่ง อยู่ตลอดเวลาเราก็เข้าใจว่าลูกจะถ่าย พอเปิดดูก็ไม่ถ่าย เป็นอย่างนี้บ่อยๆ ผ่านไปได้ 2-3 วันลูกฉี่เป็นเลือด ตกใจ...มากค่ะ เลยรีบไปหาหมอ สรุปป่วยเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เหตุมาจาก รูปัสสาวะ เล็ก หมอแนะนำให้ขลิบ... ก็ตัดสินใจขลิบ แต่ก็ยังคงไม่เข้าใจว่าลักษณะจะเป็นยังไงอยู่ดีว่าจะเย็บเก็บแผลแบบไหน พอเอาเข้าจริง หมอแค่กรีดเพื่อเปิดให้กว้างแต่ความเข้าใจของเราแรกเห็นคิดว่าเป็นการเย็บข้างใน ปรากฏว่ากลับไปบ้าน พอลูกจะฉี่ ทั้งเลือดทั้งฉี่ ไหลออกมาเยอะมาก สุดท้ายกลับไปโรงพยาบาลอีกครั้ง หมอก็ทำให้ใหม่ ด้วยการเปิดให้อีกนิดนึง คราวนี้เย็บแผลให้โดยรอบ แต่ก็ยังไม่ถือว่าขลิบเปิดหัว อย่างเพื่อแก้ปัญหาเรื่องรูปัสสาวะแต่อย่างใด...ณ วันนี้แผลตรงนั้น หายแล้วแต่แผลจากการเย็บก็กลับมาปิดรูปัสสาวะเหมือนเดิม ............ เพราะพึงรู้สึกว่า รูดูเล็กลงมาก กว่าครั้งแรกซะอีก...และตอนนี้อาการเบ่งปัสสาวะก็กลับมาแล้วด้วย สงสัยมากๆ ว่าทำไมหมอถึงไม่เปิดหัวเพื่อป้องกันการผ่าตัดซ้ำซ้อนถึง2ครั้ง หรือแค่อยากลอง ...................
 
 

โดย: แม่น้องเขม IP: 118.174.128.180 วันที่: 23 มิถุนายน 2552 เวลา:20:53:21 น.  

 
 
 
ตอบคุณแม่น้องเขมนะครับ คุณหมอบางท่านเมื่อผู้ปกครองอยากให้ขลิบ คุณหมอก็มาแนวหวังดีเกินคือไม่ยอมทำให้เพียงแต่กรีดหนังออกเพื่อให้เปิดรูได้กว้างขึ้นครับ ทำให้แก้ไขเรื่องรูตีบได้ชั่วคราว จนกลายเป็นเจ็บตัวฟรีครับ หากคุณแม่สะดวกอยากใหเมลมาที่ thaicirc20@hotmail.com นะครับ ผมอยากขอข้อมูลคุณแม่เพิ่มหน่อยครับ ขอบคุณครับ
 
 

โดย: สาลิกาโบยบิน วันที่: 26 มิถุนายน 2552 เวลา:6:11:28 น.  

 
 
 
เพิ่งมาทำให้ลูกชายตอนโต10ขวบแล้ว

ปกติอาบน้ำให้อยู่แล้วพูดง่ายหน่อย

ตอนแรกที่ทำก็ไม่รู้ เพราะตอนนกเขาน้อยหลับมันรูดไม่ได้เลย

เลยให้ลูกพยามเกร็งๆ พอขันกุ๊กกูมีอายแม่นิดหน่อย

ค่อยๆรูดลง พอเปิดปลายได้ก็เลยคิดว่าเนี่ยแหละทำถูก

โชคดีหน่อยที่หนังหุ้มปลายสั้น เห็นท่อเปิดพอควรรูดง่าย

เราก็ทำๆไป เลือดซึมๆนิดหน่อย แต่ตอนขัดคราบนี่แหละลูก

ลูกแสบตัวโก่งเลย

แต่ก็ฝืนทำจนสำเร็จนะ(หลายวันเหมือนกัน)

แถมพอรูดได้ก็ไม่รูดกลับ เปิดทิ้งไว้คิดแต่ว่าจะได้ไม่หมักหมม

โชคดีไปไม่เป็นอะไร
 
 

โดย: sha IP: 202.133.139.63 วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:2:04:42 น.  

 
 
 
กำลังจะพาลูกไปขลิบค่ะ ลูกได้ 2 อาทิตย์เองค่ะกลัวลูกเจ็บมากๆ
 
 

โดย: kapooklook IP: 10.0.2.253, 124.121.110.87 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2552 เวลา:11:41:56 น.  

 
 
 
แล้วถ้าผู้ หญิง จะขลิบ
เคยได้ไหมค่ะ
 
 

โดย: แม่ใจดี IP: 118.173.156.107 วันที่: 19 ธันวาคม 2552 เวลา:14:34:11 น.  

 
 
 
ถ้าไม่ขลิบจะเป็นรัยไหมอะ
 
 

โดย: ดีโด้ IP: 223.207.162.92 วันที่: 22 ตุลาคม 2553 เวลา:14:57:44 น.  

 
 
 
หฟหฟหฟ
 
 

โดย: หหหห IP: 180.183.104.17 วันที่: 2 เมษายน 2554 เวลา:21:04:27 น.  

 
 
 
ผมอายุ 24 แล้ว ยังไม่ขลิบ เลย ทำไงดีคับ
 
 

โดย: อัยยะ IP: 125.25.173.156 วันที่: 3 สิงหาคม 2554 เวลา:19:04:30 น.  

 
 
 
ผมตัดเส้นสองสลึงออกตอนอายุ 40 ปี
 
 

โดย: สลึงครึ่ง IP: 125.27.140.29 วันที่: 12 ธันวาคม 2554 เวลา:11:51:27 น.  

 
 
 
เส้น 2 ลึง ของผมยังไม่ขาดเรยครับ อายุ 30 แล้ว
 
 

โดย: ขี้เปียกอ่อน IP: 27.130.207.230 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:22:54:32 น.  

 
 
 
ผมยังเด็กอยู่และผมเป็นฝันว่าจะเป็นหมอเลยอยากศึกษาเกี่ยวกับร่างกายดู แต่พอมารู้เรื่องนี้ก็...ผมยังไม่ได้ขลิบเหมือนกัน รูดลงก็ได้แค่นิดเดียว ผมต้องทำยังไงดีครับ รู้เรื่องนี้แล้วก็ไม่อยากอยู่บนโลกเลย
โลกนี้ชักอยู่ยากขึ้นทุกวัน TT_TT
 
 

โดย: จริงอ้ะ IP: 49.48.163.148 วันที่: 13 กรกฎาคม 2555 เวลา:15:04:39 น.  

 
 
 
สอบถามหน่อยนะคับ คือว่า ตอนนี้ผม อายุ ก็15 แล้ว
แต่ว่า หนังหุ่มปลายอวัยวะเพศ ยังไม่เปิดออกเลยคับ เปิดได้แค่
5ส่วน100 เองคับ โดยผม พบว่า เพื่อนๆผมนั้น ที่อายุ เท่าๆกัน
ปลายอวัยวะเพศเปิดกัน 80ส่วน100 แล้วคับ ตอนเด็ก ผมชอบอั้นฉี่คับ
และ อวัยวะเพศอักเสบ เป็นหนองคับ ไปหาหมอ หมอถามผู้ปกครองผมว่า จะทำการขลิบหรือไม่ ผู้ปกครองผม ไม่ให้หมอขลิบครับ แต่ ใช่วิธี
รูดหนองโดยใช้น้ำอุ่น ทุกวันคับ จนหายเป็นปกติ สรุปคือว่า ผมอยากจะทราบว่า ปลายอวัยวะเพศผม จะเปิดออกใหมคับ และถ้าเปิดจะเปิดเมื่อไหร่ และถ้าเกิดว่า มันไม่เปิด (ตรงนี้ต้องขอขอโทษผู้อ่านด้วยนะคับ) และผมต้องไปขลิบ และผมจะช่วยเหลือตัวเอง(สำเร็จความไคร่ด้วยตนเอง)ได้ใหมคับ

ปล. ช่วยบอกทีนะคับ เป็นกังวลมาก ตอบในกระทู้นี้ล่ะคับ ขอบคุณครับ
 
 

โดย: ผมอายุ 15 จะ 16 IP: 124.122.175.2 วันที่: 20 กรกฎาคม 2555 เวลา:16:33:56 น.  

 
 
 
ผมคนนึง ที่คลิปมาตั้งแต่เด็ก น่าจะเกิดจากตามหัวข้อนี้มั้ง (ไม่กล้าถามแม่ตรงๆ เคยถามแม่บอก เป็นไรมะรู้เลยต้องคลิป) โตมายังงง ๆ ของเพื่อนใหม ไม่เหมือนของเรา
 
 

โดย: หาหาหาหา IP: 223.205.188.74 วันที่: 13 ตุลาคม 2555 เวลา:22:01:11 น.  

 
 
 
ถ้าไม่ขิบจะเป็นอะไรไหมอะ
 
 

โดย: เ้่เ้เด้ IP: 171.4.181.92 วันที่: 31 ตุลาคม 2555 เวลา:10:00:32 น.  

 
 
 
ถ้าไม่ถอก ออก กันได้ ม่่ะ
 
 

โดย: เบล IP: 124.122.223.11 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2555 เวลา:5:42:02 น.  

 
 
 
มีวิธีรักษาไมครับ ช่วยบอกวิธีรักษาให้หย่อยครับ
 
 

โดย: นิรนาม IP: 114.109.203.92 วันที่: 19 สิงหาคม 2557 เวลา:14:54:42 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
สาลิกาโบยบิน
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 124 คน [?]




สวัสดีครับทุกท่านที่ได้มีโอกาสเข้ามาในชุมชนนี้นะครับ ก้อบอกเลยละกันนะครับว่าห้องนี้สร้างขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พูดคุยและให้ข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับการขลิบปลายอวัยวะเพศ ซึ่งหลายท่านอาจสนใจแต่ไม่ทราบจะหาข้อมูลจากที่ไหน และบางท่านอาจต้องการร่วมพูดคุยและหาเพื่อนที่มีอะไร ๆ เหมือนๆกัน ยังไงก้อเข้ามาทักกันบ้างนะครับ
ปล.ในนี้อาจมีภาพบางภาพไม่เหมาะสมกับเยาวชนนะครับแต่เพื่อจุดประสงค์ทางวิชาการ โปรดใช้วิจารณญาณในการชมด้วยครับ
New Comments
[Add สาลิกาโบยบิน's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com