|
ถึงเวลาหรือยังครับที่กีฬาบาสต้องเรียนรู้หนทางความสำเร็จของทีมชาติวอลเลย์บอล

ก่อนอื่นคงต้องขอแสดงความยินดีกับทีมชาติวอลเลย์บอล หญิงไทยที่ได้แชมป์มาโดยชนะทีมเต็งอย่างจีน แม้ว่าผมจะเข้ามาเขียนเรื่องนี้ช้าเพราะรอการให้ข่าวเรื่องเบื้องหลังความ สำเร็จ จากคอลัมภ์ที่13ในข่าวสดฉบับ 16 กย.2552 กับผู้จัดการออนไลน์ฉบับวันที่ 16 กย.2552......ทำให้ผมรู้ว่าทางสมาคมวอลเลย์บอลวางแผนมานานถึง 12 ปี กับการทุ่มเทของทีมงานโดยเฉพาะโค้ชเกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หรือ ‘โค้ชอ๊อด’.ในมุมมองของผมน่าจะสรุปปัจจัยสำคัญได้ว่า
ปัจจัยข้อแรกคือ สมาคมวอลเลย์บอลให้ความสำคัญกับการสร้างทีมชาติหญิง เมื่อ มีการให้ความสำคัญ แผนการสร้างทีมจึงเริ่มขึ้น เริ่มตั้งแต่ปี2540 ด้วยการมองยุทธศาสตร์ว่า ทีมวอลเลย์บอลหญิงในเอเซียอย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน มีอันดับดีๆในเวทีโลก การมุ่งพัฒนาทีมเพื่อชนะทีมเหล่านี้ได้ย่อมไม่ต้องพูดถึงเวทีโลกว่า...ไปได้ แน่นอน.กลับมามองเรื่องสรีระอย่างนักวอลเลย์บอลญี่ปุ่นที่มีส่วนสูงไม่ห่าง จากคนไทยมาก จึงเกิดการคัดเลือกเลือกเฟ้นสรีระนักวอลเลย์บอลตังแต่อายุน้อยๆ เพาะบ่มนักกีฬาเพื่อสร้างทีมชาติ ตั้งแต่เก็บตัวสร้างทีม พัฒนาเทคนิคและยุทธวิธี อาหารการกินที่พัก รวมทั้งส่งแข่งต่างประเทศเพื่อสร้างประสบการณ์ ในความเห็นของผม....ข้อ นี้สำคัญที่สุด ถ้านโยบายของสมาคมไม่ชัดเจนและไม่มั่นคง ไม่มีทางเด็ดขาดที่จะสร้างทีมแบบนี้โดยอาศัยความต่อเนื่องและประสบการณ์ของ ทีมเบื้องหลัง.....ถ้านโยบายยังเป็นแบบรายปี หวงเก้าอี้กัน เด็กข้าต้องเข้ามาเป็นใหญ่ ไม่ได้มองอนาคตของกีฬา ของทีมชาติ มันจบตั้งแต่แรก เพราะวันๆเอาเวลาไปนั่งหวงก้าง กลัวคนมาเลื่อยขาเก้าอี้ จนไม่มีเวลา ไม่มีสมองไปคิดการสร้างทีมชาติ.....จริงไหมครับ
ขออนุญาตเอาภาพประกอบจาก ผู้จัดการออนไลน์มาแปะครับ
ปัจจัยข้อที่สอง...ผมยกให้ทีมงานเบื้องหลัง ที่ต้องเอ่ยชื่อน่าจะเป็นโค้ชเกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หรือ ‘โค้ชอ๊อด’ ถือเสียว่าเป็นหัวหน้าทีมงานเบื้องหลังแล้วกัน ถ้าผมไม่ได้เอ่ยชื่อทีมงานเบื้องหลังว่ามีใครบ้าง ก็ขออภัยเพราะผมเก็บข้อมูลตามข่าว
ผมเห็นโค้ชคนนี้ตั้งแต่เล่นให้ ทีมชาติไทย ผมยังรุ่นๆอยู่เลย....เมื่อผันตัวมาเป็นโค้ชทีมชาติตั้งแต่เริ่มแผนงาน เป้าหมายของสมาคมชัดเจนก็ช่วยให้ทีมโฟกัสงานได้ชัดขึ้น เป้าหมายแรกคือพัฒนามาตรฐานของทีมวอลเลย์บอลให้เข้าใกล้มาตรฐานโลกมากที่สุด นั่นคือซ้อมอย่างหนักเท่านั้น นั่นหมายถึงความทุ่มเทของทั้งผู้เล่นและโค้ช.....ลองอ่านคำสัมภาษณ์ในผู้จัด การออนไลน์ดู
“ในโปรแกรมฝึกซ้อมของผม ถ้าจะซ้อมให้มันถึงระดับโลกต้องฝึกซ้อมอย่างน้อย 25-30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โปรแกรมการฝึกจะต้องฝึกอย่างน้อยวันละสองครั้ง เช้าเย็น เช้าต้องตื่นตั้งแต่ตีห้า มาฝึกซ้อมสามชั่วโมงจนถึงเก้าโมงเช้า เล่นเวตเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและสร้างทักษะ ตอนเย็นก็ฝึกซ้อมอีกสามชั่วโมงเพื่อพัฒนาเทคนิคและยุทธวิธี ก็ทำแบบนี้อยู่ทั้งหมดหกวัน จันทร์ถึงเสาร์ เวลาส่วนตัวก็จะไม่มี เวลากลางวันถ้าใครมีเรียนหนังสือก็ไป ใครไม่เรียนหนังสือก็ต้องไปทำกายภาพเพื่อเตรียมร่างกาย”
มาดูตัวนัก กีฬาถ้าซ้อมหนักขนาดนั้น มันหมายความว่า ไม่เหลือแรงไม่เหลือเวลาไปทำงานอย่างอื่นแน่นอน นั่นคือเล่นวอลเลย์บอลเป็นอาชีพ....ทั้งที่เรายังไม่มีรายได้จากการแข่งขัน ลีคอาชีพมาเลี้ยงนักกีฬาและทีมได้จริงๆ แต่เมื่ออ่านในบทสัมภาษณ์ก็มีโครงการในอนาคตต่อ โดยเฉพาะการพัฒนาลีคอาชีพ..... สำหรับทีมงานเบื้องหลังนั้นต่างก็มีข้อ จำกัด เพราะโค้ชและทีมงานต่างก็มีงานประจำ แม้จำเป็นต้องมีบุคลากรด้านนี้จริงๆ แต่ทางสมาคมฯ ก็ไม่สามารถที่จะจ้างโค้ชที่มาฝีกสอนได้ในเงินเดือนที่เท่ารัฐวิสาหกิจหรือ บริษัทเอกชน จึงต้องใช้วิธีขอยืมตัวแทน.....และถ้าเบื้องหลังเป็นคนไทยทั้งหมด ไม่จ้างฝรั่งเลย ผมคงจะดีใจเพิ่มไปอีกเท่าตัวเลยครับ ถ้าจะถามว่าอะไร ถึงมัดใจโค้ชกับทีมให้ลุยกันมานับสิบปีได้....ก็คงต้องบอกว่า กำลังใจดี.....กำลังใจมาจากไหน สำคัญที่สุดก็น่าจะเป็นนโยบายของสมาคม.....ผมไม่ได้โจมตีสมาคมอื่นนะครับ เพียงแค่สมาคมนิ่ง คงนโยบาย เชื่อมั่นในทีมงาน แล้วรอเวลาออกดอกออกผล อย่างที่เห็นในวันนี้.....สุดท้าย...ผมนับถือหัวใจของโค้ชและทีมงานครับ ....ไม่มีพวกคุณ ทุกอย่างมันไม่มีทางเดินมาถึงวันนี้แน่นอน
ปัจจัยข้อที่สาม คือ การส่งนักกีฬาไปเล่นลีคต่างประเทศ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการส่งนักกีฬาไปเล่นลีคอาชีพต่างประเทศ คือ
1.การเก็บประสบการณ์ ประเทศ ที่มีลีคอาชีพนั้น น่าจะเป็นแหล่งรวมมืออาชีพต่างๆ ระบบการเก็บตัวและซ้อมก็เป็นระบบ แน่นอนว่าลีคที่รายได้ดีๆจะดึงตัวเล่นเก่งๆให้หลั่งไหลเข้ามา การเล่นกับคนเก่งอย่างน้อยก็ได้พัฒนาความสามารถของผู้เล่น "ความแกร่งของทีม ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากผู้เล่นหลายคนก้าวขึ้นไปเล่นวอลเลย์บอลอาชีพในต่างประเทศ จนกระดูกแข็งโป๊ก"
2.เรื่องรายได้ ผมไม่มีข้อมูลว่ารายได้จะดีมากไหม แต่น่าจะดีกว่าบ้านเรา ลองดูตัวเลขที่มีให้ดูจากหนังสือพิมพ์ข่าวสดดังนี้ อรอุมา สิทธิรักษ์ ตำแหน่งหัวเสา สโมสรไซเลอร์ โคนิซ ในสวิตเซอร์แลนด์ สัญญา 7 เดือน รับค่าจ้าง 32,000 ยูโร
นุศรา ต้อมคำ ตัวเซ็ต สโมสรวีซี กานติ ชาฟเฮาเซ่นในสวิตเซอร์แลนด์ สัญญา 7 เดือน ค่าจ้าง 30,000 ยูโร
ปลื้มจิตร์ ถินขาว หัวเสาบอลเร็ว สโมสรคอนย่า เอเรกี ในตุรกี สัญญา 7 เดือน ค่าเหนื่อย 50,000 เหรียญสหรัฐ
มลิกา กันทอง หัวเสาบอลเร็ว สโมสรคอนย่า เอเรกี ในตุรกี สัญญา 7 เดือน รับค่าเหนื่อย 45,000 เหรียญสหรัฐ
วิลาวัลย์ อภิญญาพงศ์ หัวเสาบอลเร็ว, กลาง สโมสรคอนย่า ในตุรกี สัญญา 7 เดือน ค่าเหนื่อย 42,000 เหรียญสหรัฐ
และ อำพร หญ้าผา บอลเร็ว สโมสรคาซี่ ยูนิเวอร์ซิตี้ อันกาล่า ในตุรกีมีสัญญา 7 เดือน รับค่าเหนื่อย 750,000 บาท.....
และ แน่นอนว่าการได้แชมป์คราวนี้อาจได้ขึ้นค่าตัวบ้าง ได้ไปเล่นลีคที่ระดับสูงขึ้นบ้าง เป็นแรงส่งเสริมกันครับ เหมือนนักเตะถ้าเป็นดีกรีทีมชาติและทีมชาติที่ผลงานดีๆ ค่าตัวค่าเหนื่อยก็อีกเกรดหนึ่ง เกรดของทีมที่อยากดึงตัวก็อีกระดับหนึ่ง....จริงไหมครับ
สุดท้ายครับ .....ในความคิดของผม ทุกอย่างมันจุดประกายจากวิสัยทัศน์ของผู้นำ.....อย่างกีฬาบาสของไทย คงไม่ต้องเอ่ยชื่อมั้งครับว่าใครกุมทิศทาง แนวทางกันอยู่..ทุกวันที่เป็นแบบนี้เพราะอะไร...ทุกคนคงรู้ดี
| Create Date : 21 กันยายน 2552 |
| Last Update : 21 กันยายน 2552 9:20:21 น. |
| |
|
|