...แต่ละคืนวันที่ผันผ่าน มีเรื่องราวหลากหลายให้ค้นหา ...วานนี้ พรุ่งนี้ มินำพา ...เพียงรู้ว่า ทำวันนี้ให้ดีก็เพียงพอ ...มีความสุขกับทุกจังหวะของชีวิต
Group Blog
 
All blogs
 
Starneon...Ryota Komatsu With Yuji Toriya



กลางสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ผมต้องเข้างานกะสองครั้ง ปกติก็อาทิตย์ละกะ กะกลางคืน เหมือนพลังจะอ่อนๆลง การฟังเพลงแนวคึกคักแบบStarneon คงพอจะช่วยให้หัวใจได้กระชุ่มกระชวยได้บ้าง ออกจะแนวฮึกเหิมไปบ้างก็ถือว่ากำลังดี...เพลงนี้อยู่ในอัลบั้มImage 3 Trois เป็นอัลบั้มรวมเพลงของค่ายSony Classicของญี่ปุ่น ตอนนี้มีถึงอัลบั้มที่8แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นเพลงแนวInstrumental ฟังแล้วปล่อยให้เสียงเพลงไหลเข้ามาในใจ ฟังให้แบบลึกซึ้งถึงกึ๋นของเพลงไปเลย วันนี้ขอตามใจตัวเองสักวันเถอะครับ
Starneon..เป็นผลงานของRyota Komatsu ที่เล่นเครื่องดนตรีคล้ายหีบเพลงอันเล็กๆเรียกว่าBordoneon เป็นเครื่องดนตรีที่ใช้ในวงแทงโก้ของทางอเมริกา

ผมเลือกรูปลูกโป่งกำลังลอยขึ้นฟ้า เพราะดูแล้วรู้สึกทำให้ใจเป็นอิสระดี






















image 3 trois



Create Date : 05 พฤษภาคม 2553
Last Update : 5 พฤษภาคม 2553 23:03:05 น. 12 comments
Counter : 524 Pageviews.

 
อ๊ะ....เป็น First Visitor ค่ะ เดี๋ยวว่างๆค่อยมาดูกันว่าพี่ใช้เพลงของใครเป็นMotivation


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:32:20 น.  

 
เฮ้อ.... แย่จัง วันนี้แม่มีอาการเหมือนหัวใจวาย อมยาอมใต้ลิ้นไป 3 เม็ด แล้ว ยัง ไม่หาย แต่ไม่มีเหงื่อออก ไม่มีอาการร่วมอื่นๆ ก็เลยไม่แน่ใจว่าหัวใจ หรือ กล้ามเนื้อท้อง หรือ เรียกร้องความสนใจจากลูก เพราะพี่ไม่มีเวลาเลย ถามว่าจะไป รพ.ไหม ก็ไม่ไป? ดูๆไปเค้าก็ทรมานนะคะ ไม่อยากอยู่ แต่ความตายเป็นUnknown ทุกคนเลยกลัว แต่คงไม่ใช่พี่ เพราะStyle การทำงานทุกวันนี้ ก็วอนค่ะ ..... วอนลูกกระสุน

อ่านเรื่องของพี่ไปเรื่อยๆ แล้วคุณจะงง ว่าชีวิตจริงของพี่เป็นอย่างไร แต่ทั้งหมดที่พูดมาน่ะของจริง ตัวจริงซึ่ง Too many contrast อย่างนึกไม่ถึง แต่ช่างเถอะ Life must go on ค่ะ

ทำงานหนักแล้วอย่าลืมดูแลตัวเองบ้างนะคะ


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 9 พฤษภาคม 2553 เวลา:16:56:19 น.  

 
พี่พันทิพาไปตรวจเช็คให้แน่ก่อนน่าจะดีกว่าครับ
อะไรที่เป็นเล็กๆน้อยๆจะได้รักษาง่าย ขืนปล่อยทิ้งไว้แล้วเป็นมากจะรักษายาก....สำหรับเรื่องชีวิตที่มันตรงข้ามกันนั้น ผมก็ถือว่ามีได้เป็นธรรมดา และมีอะไรอีกมากมายบนโลกใบนี้ที่เป็นจริงตรงข้ามกับที่เราเข้าใจ...
พักผ่อนเยอะ อย่าเครียด เดี๋ยวคงดีขึ้นครับ
หายเร็วๆครับ


โดย: JazzLover วันที่: 9 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:18:04 น.  

 
ขอบคุณค่ะ แต่แกดื้อ ไม่ยอมไป พี่ก็เลยเข้าOffice เตรียมงานประชุมพรุ่งนี้ เพราะถ้ามีEmergency จะได้ทิ้งงานได้ เด็กใหม่เพิ่งเข้าทำงานพรุ่งนี้ค่ะ เป็นผ้าขาวจริงๆคงต้องเป็นพี่เลี้ยงไปก่อน

ส่วนเรื่องแม่ เท่าที่ถามเด็กเค้าค่อยยังชั่ว หมอเค้าโทรมาเป็นระยะๆ ถ้าฉุกเฉินจะเข้าER เลยค่ะ คาดว่าที่ทำBallon ไปอาจจะClotอีก ก็เธอดื้อเป็นเบาหวานแล้วก็แอบทานนู่น ทานนี่ เช่นมังคุดอย่างงี้

กลับก่อนนะคะ


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 9 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:20:06 น.  

 
แม่ไม่ยอมไปหาหมอซะจริงๆ แต่วันก่อนพี่ฉีด Eprex (ยากระตุ้นเลือด - ปรกติฉีดอาทิตย์ละเข็ม - แต่เว้นมา 2 อาทิตย์ เพราะพี่ไม่มีเวลาไปรามาเพื่อรับยาค่ะ)แล้วดีขึ้น สีหน้าดูสดใสขึ้นค่ะ ยังเจ็บ..แต่ไม่มาก

เหมือนเราต้องทำบาปกับเค้าเลยนะคะ ฉีดInsulin เช้า-เย็น บางวันก็ต้องเจาะเลือดดูระดับน้ำตาล เพื่อปรับInsulin

พี่เองก็ต้องทำงานชั่งโมงทำงานจะยาวนานขึ้น เริ่มจาก 8 โมงเช้า เนี่ยยังไม่ได้กลับเลยค่ะ โดยเฉพาะถ้ามีประชุมแล้วนายน้อยอยากระบาย แปลว่าชั่วโมงที่เราจะทำงานก็เหลือน้อยลง ห่วงแม่ก็ห่วง แต่ก็หาพี่เลี้ยงให้อยู่กับเค้า แม่ตาบอดแล้วค่ะ ขาหัก 2 ช่วงเพราะกระดูกบาง ไม่รู้ Finally พี่จะเป็นอย่างนั้นไหม ก็ทานกาแฟจัดเหลือเกิน

ยอมรับว่าเหนื่อยมากค่ะ แต่ก็สู้นะคะ ทำไงได้ พี่เลยไม่มีเวลาไปหาCD ใหม่ๆเลย ฟังเพลงเผื่อบ้างนะคะ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ

อ้อ... อ่านหนังสือเล่มนั้นจบแล้วคิดอย่างไรบ้างเล่าให้ฟังบ้างซิคะ ว่าคิดอย่างไร เล่มล่าสุดพี่ยังอ่านไม่จบเลย เดี๋ยวนี้หนังสืออ่านพี่ทุกคืนเลย


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:02:57 น.  

 
เมื่อพี่เลือกทำทุกอย่างที่ควรทำแล้วก็เพียงให้ทุกอย่างจัดการตัวมันเองสิครับ....หนังสือเล่มที่ผมอ่านนั้น ผมอ่านรวดเดียวไม่ได้เลยครับ อ่านไปหนึ่งหน้าหยุดคิดทบทวนตาม เรียกได้ว่าอ่านไปหนึ่งหน้าหยุดไปเกือบยี่สิบนาทีเพื่อขบเรื่องราวที่อ่านให้แตก ได้ประเด็นเยอะแยะมากมายครับ ค่อยๆย่อยแล้วจะเล่าให้ฟังครับ
สำหรับเพลงช่วงนี้ผมกำลังบ้าเพลงแนวผ่อนคลายอย่างMeditationบ้าง stress reliefบ้าง ไปเรื่อยๆ ไม่กำหนดวาระอะไรชัดเจนครับ

ช่วงนี้ถ้าพี่ยุ่งขนาดไม่มีเวลาอ่านหนังสือเลยก็ไม่ต้องอ่านสิครับ ผมว่าหาเพลงผ่อนคลายฟังก่อนนอนสักสองเพลงดีกว่า ปล่อยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายดีกว่าครับ


โดย: JazzLover วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:07:29 น.  

 
ม่ายเห็นมันจัดการตัวมันเองได้เลย มันจะจัดการพี่มากกว่า ทฤษฏีไร้ระเบียบยังอธิบายไม่ได้เลยค่ะ เนี่ยMD จะส่งไปเข้าCourse "Time Management" แล้ว แต่พี่ก็ไม่กล้าทิ้งน้องๆไป รับใหม่เพิ่งจบธรรมศาสตร์ คัดแล้วได้ 2 คน เป็นเด็กทำกิจกรรม น่าจะสอนงานกันไม่ยาก แล้วก็ดูเค้าจะลุยๆกัน อยากให้เป็นDream Team ค่ะ ทำคนเดียวมานานมาก ไม่รู้ทำได้ไง ใจมั๊งที่ยังสู้ ปีนี้เป็นปีที่Owner และ ผู้บริหารทุ่มทุนปรับปรุงทั้งหมด ดังนั้นงานเยอะ Scope งานพี่ทำตั้งแต่Profile เล็ก(ทราย ,หญ้า , ข้าว etc.) จน Scale ใหญ่ เช่นการทำ Retaintion Wall ของขอบLake ในสนามกอล์ฟ มันเยอะซะปวดหัวค่ะ ดังนั้นค่าใช้จ่ายเกือบทุกอย่างลงตรงนี้เป็นBottle Neck หมด ดังนั้นการจะทำงานให้ทันใจท่านทั้งหลายโดยไม่มีผิด นั้นยากค่ะ อีกประการ นิสัยพี่ตรง และ ไม่ยอมง่ายๆ พูดได้คำเดียวว่าถ้าเป็นคนอื่น"รวย"ค่ะ แต่พี่จะมีแค่เงินเดือนเท่านั้น บางทีก็คิดว่าตัวเองโง่มั๊ย ที่ไม่รู้จักโกง

เป็นคุณนี่ดีนะคะ ดู Independence ดี ชีวิตพี่น่ะ บางทีนึกดู ก็ไม่มีสิทธิ์เป็นอย่างที่อยากเป็นเท่าไร บางทีก็นึกขอบคุณงานที่ทำ เพราะนอกจากจะทำให้เรามีกินมีใช้แล้ว ยังทำให้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วค่ะ แต่เรื่องอ่านหนังสืออย่างไร ก็ต้องอ่านก่อนนอนค่ะ อ่านไปคิดไป เหมือนกัน บางทีก็มีคำตอบของปัญหาอยู่ในนั้น ดังนั้นไม่รีบค่ะ ทานนมอุ่นๆ แก้วนึง พลิกหนังสือสัก 2-3หน้า แล้วก็หลับได้ ส่วนเพลงก็เอาไว้ฟังในรถ ยังมีStockอีกหลายเล่มมาก สำหรับพี่หนังสือ นอกจากจะเป็นเพื่อนที่ดีแล้ว ยังเป็นInspiration ในการทำงานอีก เช่น เรื่องการจัดดอกไม้ การDecorate อาหาร บอกแล้วว่างานพี่มัน สทร. ค่ะ คิดแล้วไม่อยากแก่เลย ถ้าไม่มีใครมาว่าอะไรให้ช้ำใจ หรือไม่มีเรื่องป่วยไข้ของแม่ ก็ถือว่าOK ค่ะ ส่วนหนังสือ หรือ เพลง ก็ เป็นเรื่องของจิตที่ไม่ได้ฝึก ก็ยังชอบอะไรใหม่ๆ ร่ำไป

อากาศก็ร้อนแล้วนะคะ แล้วตกผลึกหรือ ยังคะ? คือ อยากฟังคุณเล่าเรื่องนู้น เรื่องนี้ บ้างน่ะค่ะ เห็นไม๊พี่โม้ซะเยอะเลย
วันนี้ Bye bye นะคะ


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 12 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:35:44 น.  

 
ผมว่าที่ทำงานของพี่ นี่โชคดีชะมัดหยาดเลย ได้คนอย่างพี่มาทำงาน ทำงานด้วยความรู้สึกแบบว่าเป็นเจ้าของ ดูทุ่มเทมากเลยครับ ผมก็ชอบคนทำงานแบบนี้ครับ และจริงๆผมก็เคยเป็นคนแบบนี้ เพราะรู้สึกว่าเราจะไม่เอาเปรียบเขา เราควรทำงานให้คุ้มค่าทั้งค่าจ้างและเต็มภูมิเรา แต่กลายเป็นว่ายามที่ผมอยากหยุดพักร้อน กลับหยุดไม่ได้เพราะผมดันไปกอดงานหลายอย่าง แบกอยู่หลายอย่าง ทิ้งก็ไม่ได้ จนวันหนึ่งมันไม่ไหวก็คือไม่ไหว ทิ้งงานเลยบอกว่าขอพักร้อน เพราะมันเหมือนยางยืดที่ถูกดึงจนตึงสุดใกล้จะขาดผึงแล้ว ตอนนั้นยังเอางานกะมาแถมให้ก่อนพักและวันแรกที่กลับมาจากพักร้อน ผมปฏิเสธอย่างไม่ใยดีเลยครับ ถ้าเป็นเมื่อก่อนรับหมดแล้วเหนื่อย....หรือว่าผมเริ่มกลายร่างเป็นคนขี้เกียจแล้ว
หลายเรื่องเริ่มตกผลึกเพราะมันสอดคล้องกับเหตุการณ์บางอย่างที่ผมได้พบในชีวิตประจำวัน ยังไม่กล้าเล่า รอการขบให้แตกอีกหน่อยครับ
ผมยังโชคดีที่พ่อแม่ยังไม่ป่วยขนาดให้ใครต้องมาดูแลมาก คุณพ่อหกสิบกว่ายังช่วยเหลือตัวเองได้ดี ส่วนคุณแม่เป็นเบาหวานแต่แค่ทานยาอย่างเดียว ยังไม่มีอะไรแทรกซ้อน ผมก็เตรียมใจรอรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตเราได้เสมอครับ


โดย: JazzLover วันที่: 12 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:51:05 น.  

 
สำหรับองค์กร พี่เชื่อว่าโขคดี เพราะพี่ทุ่มจริงๆ เดิมทีเคยยึดติดตัวบุคคล เช่นนายและท่าน พอท่านออกไปเราก็เคว้งคว้าง เคยมีMD ซึ่งเป็นเลขา Ownerเก่า ท่านสอนว่าให้ทำงานเพื่อองค์กรไม่ใช่เพื่อใคร

16 ปีที่ทำที่นี่ตั้งแต่Grand Opening จนปัจจุบันเปลี่ยนเจ้าของไปแล้ว เป็นชีวิตที่ทำงานหนัก และ อยู่ได้ด้วยตัวเอง พี่มีนายใหม่อยู่เรื่อย MD+GM ร่วม 20 คนมั๊ง ไม่รวมพวก Boardต่างๆ และ ที่ปรึกษา Staff ระดับหัวหน้าปีแรกๆเป็นอเมริกัน ต่างชาติหลายชาติ แต่จะว่าไปแล้วคนไทยทำงานด้วยยากที่สุด เพราะ เจ้ายศ เจ้าอย่าง พวกพ้องมาก และ ไม่ค่อยซื่อ นายที่น่ารักที่สุดคือสิงคโปร์ ทำงานสบาย พูดเหตุผลกันได้ แต่บริหารจัดการให้กำไรได้ แต่ก็อยู่ไม่นาน

สำหรับพี่ไม่ได้เลือกว่าสวมหัวโขนตำแหน่งอะไร คิดว่าทำในส่วนที่รับผิดชอบให้ดีที่สุด ก็ยังดีไม่ถูกใจพระเดชพระคุณทั้งหลาย หลายคนก็จะไม่พอใจ เพราะพี่ไม่แคร์ใครเท่าไร และตั้งใจจะยืนอยู่บนหลักการและเหตุผล ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับใจของใครก็ตาม มันคงตามใจใครไม่ได้ เพราะงานที่รับผิดชอบ เป็นเรื่องเงินทอง ค่าใช้จ่ายทั้งนั้น ถ้าVerify ไม่ดีคงอยู่ไม่ได้ ถามว่าปวดใจมั๊ย บ่อยค่ะ ร้องไห้ จนเลิกร้องแล้ว นั่นเองที่หนังสือทั้งหลายช่วยได้มาก

เชื่อไม๊คะว่า เส้นทางการใช้ชีวิต ไม่มีใครบอกใครได้ว่าอะไรเหมาะควรกับเรา คิดว่าตัวเองUnique ไม่เหมือนใคร และ ก็เป็นคนSensitiveมากด้วย ดังนั้นก็จะรู้สึกอะไรต่ออะไรได้ไว

ถามว่าประสบความสำเร็จมั๊ยในสายตาคนอื่นๆ ก็ไม่รู้ใช่ไม๊ เพราะ ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ตำแหน่งหน้าที่ดี ผลประโยชน์เยอะ ใครๆก็อยากนั่งตำแหน่งนี้ แต่พี่กลับลงรายละเอียดเอง ก็มันรู้สึกสนุกน่ะค่ะ ยังไม่อยากแก่เลย เพราะรู้สึกว่าแต่ละวันเป็นวันใหม่ มีอะไรให้เรียนรู้ทุกวัน พี่สนุกในรายละเอียดมากกว่างานซึ่งผู้บริหารหวังจะเห็นพี่ทำ(ก็การManage คนอื่นให้ทำงานน่ะค่ะ)

สำหรับแม่ 3 ปีที่หมอช่วยให้รอดจากหัวใจวาย(ขนาดรามายังไม่รับเลยค่ะ) พี่ถือเป็นกำไร และ เป็นบุญคุณที่หมอช่วยโดยไม่เรียกร้องอะไร Case แม่ได้มือ อันดับ Top5 ของเมืองไทยทำBallonให้ และ ครั้งหนึ่งเป็นอาจารย์หมอชาวญี่ปุ่นมาทำให้ แต่แม่กลับไม่ใช้ชีวิตช่วงที่เหลือเสมือนสิ่งมีค่า บ่นแต่อยากตาย แล้วลูกๆล่ะ แม่คิดถึงบ้างไม๊ บางครั้งพี่ไม่ได้นอนทั้งคืน 4 คืนติดกันเพื่อStandby ที่ER ของรามา ขับรถกลับบ้านแค่เพื่ออาบน้ำ แล้วมาทำงานต่อ...
วันดีคืนดี แม่ก็จะดื้อพยายามคลานลงมาจากเตียง หน้างี้เขียวเชียว(ที่ขาหักก็เพราะความดื้อนี่ล่ะค่ะ)

คนเราเกิดมาพบเจอกัน เพื่อจะมาเรียนรู้บทเรียนจากกันและกันนะคะ บทเรียนของพี่คือความอดทนกระมัง แต่Courseที่เชียงรายของคุณก็น่าสนใจนะคะ เค้าเน้นเรื่องอะไรล่ะคะ คุณถึงSatori ซะขนาดนั้น เล่าให้ฟังหน่อยน่า...เก็บไว้คนเดียวเดี๋ยวไม่เป็นอานิสงค์นะคะ


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 13 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:19:48 น.  

 
พี่พันทิพาครับ....พี่เล่นศัพท์ว่าซาโตริเลยแสดงว่า มีความรู้เรื่องเซนดีแน่ๆ ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมพบเป็นอะไร หากเป็นการได้สนทนากับตัวเอง ผมถามตัวเองด้วยคำถามที่อยากรู้ แล้วก็จะมีเสียงตอบที่ให้คำอธิบายหลายอย่าง บางครั้งก็ไม่มีคำตอบให้ ผมขอเวลาเรียบเรียงก่อนครับจะได้เล่าโดยไม่ทำให้พี่หงุดหงิดกับการใช้คำอธิบายที่ไม่ตรงกับสิ่งที่จะสื่อ. ผมไม่ได้มีความรู้ด้านเรื่องจิตวิทยาอะไรมาก อะไรที่เผยออกมานั้นเป็นเพียงหยดน้ำค้างยามเช้าที่สลายไปตอนสายยามต้องแสงอาทิตย์.....


โดย: JazzLover วันที่: 13 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:03:31 น.  

 
ไม่ได้รู้อะไรลึกเกี่ยวกับZen หรอกค่ะ ตอนเริ่มอ่านหนังสือแนวนี้ก็ชอบว่าZenเก๋ไก๋ดี ใช้คำน้อยนิด แต่ตีความได้ไพศาล แต่ทว่าZen เป็นอะไรที่ต้องละเอียดอ่าน ละเลียดคิด ต้องเป็นSlow Life จึงจะเหมาะ แต่ชีวิตพี่ชวนพิศวงด้วยว่ามิติมันเร็วเหลือเกิน เผลอแป๊ปเดียวหมดวัน ก็ใช่ว่าจะสุขหรอกค่ะ เค้าว่ากันว่าแกนโลกที่เอียงมีผลกับเรื่องนี้ ทุกอย่างจะคลาดเคลื่อนไปหมด ทุกอย่างจะไม่เป็นไปตามสูตรสำเร็จ ทุกอย่างจะอยู่เหนือการควบคุม จริงไหมเราคงได้รู้ในช่วงชีวิตเราเนี่ยละค่ะ

เรื่องSatori เป็นคำที่นายคนหนึ่งของพี่ใช้ ตอนนั้นเราทำงานด้วยกัน ปัจจุบันแกเป็นDoctor และ เป็นPresidentคุมด้านการเงินของเครือบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่พอเอ่ยชื่อคุณก็จะรู้ ในความเครียด และ ความที่ไม่เป็นอย่างใจตัวเอง แกกลับค้นพบทางออกด้วยการปฏิบัติธรรม ซึ่งเราเห็นพัฒนาการแกมาตลอด แรกๆก็Swing ไปไม่Balance แต่ภายหลังกลับลุ่มลึก แ สงบมากขึ้น ไม่ติดรูปแบบใดๆอีกแล้ว พี่ไม่ได้ปฏิบัติอะไร แต่ชอบอ่าน นิสัยช่างสังเกตุ และ ความที่อยู่กับความคิดตัวเองตลอดก็เลยซึมซับไปโดยปริยาย แต่ก็ยังไม่อยากบังคับตัวเอง คิดว่าเมื่อเอย ก็เมื่อนั้น

น่าแปลกที่ชีวิตจะผู้คนที่ปฎิบัติธรรมอยู่แวดล้อม พวกเค้าก็คอยชี้ชวนให้เริ่ม แต่ก็ยังห่วงทั้งแม่ ทั้งงานแหละค่ะ แล้วก็เพราะเป็นคนดื้อ แบบปลาตายน้ำตื้นน่ะค่ะ ก็เลยวนเวียนอยู่ในกองทุกข์ ล่าสุดก็จะเป็นนายน้อยคนใหม่นี่ล่ะค่ะ นิสัยชอบเถียงของเราก็จะทำให้พอเริ่มต้นคุยกันสามารถคุยกัน 4-5 ชม.โดยไม่รู้ตัว เค้าก็อยากสอนเราน่ะค่ะ ก็พี่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความดื้อ คนนี้ถึงจะเด็กกว่าแต่มีกุศโลบายในการสอนให้คล้อยตาม เป็นเพราะเค้าเป็นคนจิตใจดีด้วยมังคะ เราสัมผัสได้นะคะ ว่าใครจริงใจ หรือ ไม่ อย่างไร

เค้าว่ากันว่าจักรวาลนั้นกว้างใหญ่ไพศาล องค์ความรู้ความสามารถนั้นมีอีกมากที่เรายังไม่พบเจอ มีเพียงบางคนเท่านั้นที่สัมผัสได้ พี่ไม่รู้หรอกค่ะ แต่ที่อ่านมาหลายเล่ม หลายเชื้อชาติ ก็พูดตรงกัน แต่พูดด้วยถ้อยคำที่แม้จะเรียกต่างกันหากจะพิจารณาให้ดีก็คือเรื่องเดียวกัน "จิตจักรวาล" หรืออะไรประมาณนี้ พี่ว่าคุณพบJigsaw นั้นแล้วนะคะ มันน่าสนุกนะคะ ที่จะตามหาชิ้นต่อไป

.....งั้นพี่ก็โชคดีซิคะ ที่มีโอกาศเห็นน้ำค้างหยดนั้น ถึงอย่างไรก็ทำให้ชุ่มชื่นใจดีค่ะกับการได้พบเจอกัลยาณมิตรสักคน.....

กลับนะคะ เหนื่อยเหลือเกินค่ะ


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 14 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:01:40 น.  

 
ดีค่ะ... ใช้เวลาทั้งหมดที่เหลืออยู่กับคนที่มีพระคุณกับเราที่สุด รักเราที่สุด เราไม่รู้หรอกค่ะ ว่า เวลาที่เหลืออยู่จะทอดยาวได้นานแค่ไหน

ความสัมพันธ์ของแม่กับพี่เป็นความสัมพันธ์ที่อุ่นจนอบ แม่ไม่ได้เรียนสูงนัก แต่เป็นคนเก่ง ตาจะรักและตามใจ พอมีพ่อ พ่อก็ไม่ขัดใจแม่อีก โลกของแม่จึงคับแคบ คนที่แม่แคร์ คือ พ่อ กับ ลูก เท่านั้น พ่อเสียไปหลายปีแล้วค่ะ 19 ปี แล้วมั๊ง พ่อคือคนที่พี่รักมาก... มากกว่าแม่ เพราะความเข้าใจที่พ่อมีให้แทบไม่ต้องเอ่ยเป็นคำพูด พ่อละเอียดอ่อน ละเมียดละไม ช่างเอาอกเอาใจ เด็กๆพอพี่จะไปเที่ยวกับเพื่อน พ่อจะทำเนื้อเค็มของโปรดให้ทีเป็นกิโล เอาไว้ทานเล่นกับเพื่อนๆ พอโตมาคืนไหนต้องอดนอนเพราะทำงานส่งอาจารย์พ่อจะเอานมสดใส่น้ำผึ้งมาให้ดื่ม บอกว่ามันดูดซึมเร็ว พ่อและพี่สาว คือป้าเป็นคนน่ารักอย่างนี้เอง นักเลง ใจกว้าง และ ปราณีต พี่คงเหมือนเค้าสองคนมังคะ

แม่เป็นอะไรที่ตรงกันข้าม ดุ ไม่ค่อยตามใจลูก หวงลูก แม่เลี้ยงลูกแบบเหมือนไม่อยากให้โต แต่เพราะพี่ดื้อมั๊งก็เลยได้ทำงานรับผิดชอบ โลดโผนขนาดนี้ ถ้าเป็นแบบน้องชาย ก็คงทำอะไรไม่เป็น ไม่รู้จักโต แต่แม่ก็ชอบที่ลูกชายเป็นแบบนี้ คลอเคลียอยู่กับแม่

พอพ่อเสีย คุณป้าเสีย แล้วแม่ป่วยมากพี่กลับรู้สึกเป็นหน้าที่เราที่ต้องปกป้องเค้า ตอนนั้นจำได้ว่าแม่เพิ่งทำBallonเสร็จ เป็นCase ที่ทำโดยหมอญี่ปุ่น(ก็คนไทยไม่มีใครกล้าทำค่ะ) แม่เจ็บมาก ตางี้แดง แบบที่เค้าว่าตาเป็นสายเลือดล่ะค่ะ พี่กอดแม่แนบอกเหมือนเค้าเป็นลูก แล้วพี่เป็นแม่ ตั้งใจว่าจะไม่ดื้อ ไม่เถียงอีกต่อไป ทุกวันนี้ เช้าๆพี่จะทำกับข้าวเอง แล้วป้อนข้าวเค้า แล้วจึงจะมาทำงาน นายน้อยบอกว่าดูไปแล้วไม่น่าเชื่อว่าพี่เป็นวัลลี ในปีพศ.นี้..
แม่รักน้องชายมาก และ เค้าก็ก้าวร้าวมากตามประสาลูกคนเล็ก ความรับผิดชอบทั้งหมดจะตกเป็นของพี่ แต่พี่เชื่อในชะตาชีวิต Case แม่เป็นCase ที่ทุกคนบอกแม่ไม่น่ารอด แม่หัวใจวาย ขนาดที่รามาก็ช่วยอะไรไม่ได้ โชคดีที่พี่เจอหมอคนนี้ เค้าก็เลยรอดมาได้ 3 ปี ซึ่ง การอยู่ของเค้าเป็นเจตจำนงค์อันแรงกล้าของพี่กับหมอที่ต้องการให้เค้าอยู่ บางครั้งไม่รู้ว่าคิดถูกหรือผิดที่ดึงเค้าไว้ ก็เค้าทรมานค่ะ นี่พี่เตรียม CD ธรรมะไว้ให้เธอก็ไม่ปรารถนาจะฟัง วนเวียนแต่เรื่องที่เป็นกิเลสให้ใจเศร้าหมอง แต่พี่เชื่อนะคะว่า เราเกิดมาผูกพันกันเพื่อจะเรียนรู้ และ เพื่อจะชดใช้ พี่ทำให้ดีที่สุด เพราะไม่อยากมีอะไรติดค้างในใจ

แม่พี่ไม่เหมือนของคุณ แม่พี่เรียกร้องเต็มที่เสมอ ยังชอบบงการเหมือนเราเป็นเด็ก พี่เคยคิดว่าโอกาสในชีวิตที่เราทิ้งไป ก็เพื่อเค้า เค้าจะรู้ไม๊บางครั้งพี่เสียโอกาสทั้งเรื่องการเรียน การงาน การแต่งงาน เงินทอง ทุกอย่างเพื่อเค้า เพื่อที่วันหนึ่งผ่านเวลาไปแล้ว พี่จะไม่เสียใจว่าทำดียังไม่พอ และ เนี่ยคือเหตุผลที่แท้จริง ไม่ใช่เพื่อเค้าเท่านั้น แต่เพื่อตัวเองด้วย

เมื่อคืนเพิ่งอ่านบทสัมภาษณ์คุณหญิงจำนงศรี(เธอเป็น Idolของพี่ค่ะ) พุดถึงการเตรียมรับความตาย วันหลังจะเล่าให้ฟังค่ะ

อย่าเก็บเรื่องบางเรื่องมาทำให้ใจเศร้าหมองเลยนะคะ ของพี่น่าเศร้ากว่า Organization Chart ใหม่ พี่เป็นรักษาการผู้จัดการฝ่าย ตลกดี พี่ทำงานที่นี่มา 17 ปี แล้ว ผ่านผู้บริหารมาหลายชุด ยังจะต้องรักษาการตำแหน่งตัวเองอีก เพื่อนคนหนึ่งก็เพิ่งโดนจ้างออก เศร้าค่ะ Trail of Survival ของคนเรานี่ช่างรุนแรงซะจริง อย่างที่บอกพี่ไม่เคยโกง เงินเดือนก็ไม่ได้สูงส่งอะไร หางานตอนเศรษฐกิจแบบนี้จะยาก พรุ่งนี้ก็คงรู้ค่ะ





โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 17 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:02:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

JazzLover
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




หนุ่มราศีมังกร เลือดกรุ๊ปโอ ตัวโต ขี้ใจน้อย เหงาบ้างเป็นบางอารมณ์ และชอบหาเพลงมาฟังแก้เหงาประจำ...ฟังเพลงทุกประเภท
New Comments
Friends' blogs
[Add JazzLover's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.