Group Blog
 
All Blogs
 
มวยไท มวยสยาม มีมาแต่ใด?

มวยไท มวยสยาม มีมาแต่ใด?

ก็ต้องถามว่า คนไทยมาจากไหน? คนไทยหมายถึงใคร? อะไรทีไหน? อย่างไร? คำอธิบาย ตายตัวหรือสำเร็จรูปมัก ขึนอยู่กับ"ภูมิหลัง" หรือ"บูมหลัง"ของผู้อธิบาย (ตามแล้วรสนิยมและความชอบส่วนตัวที่อยากให้เป็น) ที่มีต่างกันมากมายหลายหลาก

แต่ความจริง คำว่า "ไทย" ไม่ใช้เชือชาติ เพราะเชือชาติบริสุทธิไม่มีจริงในโลก

และไม่ใช้ ชือชนชาติมาแต่แรก เพิงมาสมมุติเรียก ภายหลังในช่วงใดในช่วงหนึงของประวัติศาสตร์


มไม่เชือว่ามีเชือชาติไทยบริสุทธิ์ เพราะแม้จะมีชือเรียก ว่า ไต ไท ไทย แต่ชือเหล่านี้ก็มิได้มีความหมายทางเชือชาติ หากเป็นชือเรียกทางวัฒนธรรมเช่นเดียวกับคำว่า สยาม ลาว มอญ ขอม

เกียวกับคำว่า ขอม (ก่อนพุทธศตวรรษที 20) ก็มิใช้ชนชาติ หากเป็นชือเรียกทางวัฒนธรรม ทีมีขอบเขตเปลี่ยนสลับไปมาระหว่างลุ่มแม่น้ำ เจ้าพระยาและกลุ่มแม่นำโขง ทั้งในแง่ภาษาก็ยังหาที่มาและความหมายแท้จริงไม่ได้ จนกระทั้งบางทีก็ดูเสมือนหนึงจะมีรากแก้วแถวเดียวกันกับคำว่า "สยาม"

กรณีประเทศไทย แต่เดิม มา ดินแดนประเทศไทยเรียกว่า "สยาม" เป็นชือทีคนภายนอก เช่น จีน กัมพูชา และชาวตะวันตก เรียกขานมาช้านาน และเรียกประชาชน พลเมืองว่า "ชาวสยาม" เรือยมา ในขณะทีบางกลุ่มโดยเฉพาะ ชนชันสูงและชนชั้นปกครองเรียกตัวเองว่าเป็น "คนไทย" โดยมี "ภาษาไทย" เป็นภาษากลาง หรือภาษาสำคัญทีใช้สือสารกันในประเทศไทย แต่ก็ไม่ได้ทึกทักว่าคนทั้งหมดของประเทศเป็น "คนไทย" และบ้านเมืองเป็น "ประเทศไทย" หากยังคงเรียกกันว่าชาว "ชาวสยาม"และ เมืองสยาม หรือ ประเทศสยาม เรื่อยมา


ครั้น ถึงสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เริมมีปัญหา เมือรัฐบาลสมัยนี้ปลุกระดม ความรู้สึกชาตนิยม แล้วให้เปลียน ชือประเทศ "สยาม" เป็นประเทศ "ไทย "หร้อมกับสร้างประวัติศาสตร์ของประเทศใหม่คือให้เน้นความสำคัญ ของ "ชนชาติไทย" เป็นหลักโดยไม่ให้ความสำคัญของดินแดนและผู้คนทีเป็นขาวพื้อนเมืองดั้งเดิมรวมทั้ง ไม่นำพาต่อกลุ่มชนชาติพันธุ์อื่นๆ ทีผ่านมาเข้าบนเส้นทางประวัติศาสตร์ เช่น จีน มอฐ เขมร ลาว ลัวะ ละว้า ข่า ข้อย ญีปุ่นแขก มาลายู ทีกลายเป็นชาวสยามหรือคนไทยในทีสุด


ผมยังจำได้ ว่ามีบางเวปไซด์ศิลปการต่อสู้ ได้เขียนประวัติศาสตร์ แบบขอโทษ เชือชาตินิยมล้าหลัง คลั่งชาติ (โดยใครก็ไม่รุ) ให้พวกรสนิยมเดียวกัน ได้เสพสม เปะไว้ทีเวปแล้วมาแก้ไข้เอาต้อนหลังผมจึงประเมิน ได้ว่าพวกนี้แนวความคิดเป็นอย่างไร

ประวัติศาสตร์แบบ เชื้อชาตินิยมล้าหลัง -คลั่งชาติ ทีเกิดขึ้นใน สมัย จอมพล ป พิบูลสงคราม เป็นอย่างไร

คือยังคงเชือถือและให้ความสำคัญว่าประวัติศาสตร์ของประเทศไทย คือประวัติการเคลือนย้าย ถูกรุกไล่ ของชนชาติไทยจากดินแดนประเทศจีนเข้ามาสร้างบ้านแปลงเมืองในดินแดนไทย แล้วรบพุ่งขับไล่ชนทีเป็นเจ้าของมาแต่เดิม เช่น มอย ขอม และอื่นๆๆ ออกไปจึงเกิดอาณาจักรของคนไทยขึ้น เกิดอาณาจักร ต่างๆๆขึ้น

ผลทีตามมาของการลบชือประ ไทยใส่แทน ก็คือทให้เข้าใจว่า ประเทศไทย เป็นประเทศใหมเพิ่งเกิดเมือพุทธ สตวรรษที 19 หรือหลัง1800 ลงมาเท่านั้น

ต่ทีสำคัญทีสุดก็คือ ทำให้บุคทั้งหลายในประเทศไทยปฏิเสธความเป็นบรรชนของชนกลุ่มอื่นๆ ไม่ว่า จะเป็นมอญ เขมร จีน ลาว ลัวะ ละว่า ข่า ข้อย ญีปุ่น และ อื่นๆๆ เช่น "แขก"ทีเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในดินแดนนี้ช้านาน จนเป็นบรมครู ของเรา ไม่ว่า จะเป็น โขน ลิเก มวยไทย ฤษีดัดตน การแพทย์แผ่นโบราณ อาหารไทย ดนตรี ฯลฯ และเชือไหมชาติพันธ์ทีกล้าวมามีลูกหลานเต็มเมือง และดูเหมือนจะมีจำนวนมากว่า ชาติพันธุ์ ทีเป็นชนชาติไทยเสียอีก

นไทย ก็เหมือนคน ในโลกนี้ ครับ มีมาจากแม่(ไมโทคอนเดรีย "อีฟ)เดียวกัน มีจุดตั้งต้นที เอธโอเปีย ทวิปแอฟริกา เชือว่ามนุษย์ บริสุทธิใสปิ้งเกิดขึ้นเมือ 1แสนหรือ 2แสนปีก่อน เรียนว่ามนุษย์โฮโม.เซเปี้ยนส์

แต่การทีคนเราเดินทางมาจากแฟริกามายังสุวรรณภูมิได้ยังไงนั้น ก็เป็นเรืองมืดหมน เกินกว่าจะหาลัฐานมาอ้างอิ้งได้ แต่เราได้ ได้พบ บรรพบุรุษของเราทีมีลักษณะทีแตกต่างกัน อย่างกว้างๆ 3 กลุ่มด้วยกันคือ "มองโกลอยด์" "ออสโตรลอยด์" และ นิโกรอยด์(เงาะป่า)

่ก็มีตัวอย่างหนึงอย่างเห็นได้ชัด อย่างเงาะป่าเป็นรูปแบบหนึ่งของบรรพบุรุษดังเดิมของเรา ทีเดินทางมาจากอแฟริกา ไม่ทำมาหากินเป็นหลักแหล่ง อพยพเคลือนย้ายมา จนถึงประเทศไทย และกระจายไปอยู่ตามภูมิภาค ในแถบนี้ มักพบเห้นในภาคใต้ และแน่นอน อย่างชัดเจนว่า คนพวกนี้ ได้ประสมข้ามเผ่าพันธ์กันก่อนมีประวัติศาสตร์!!!!

มีหลักฐานว่ามีมนุษย์ตั้งแต่ ในยุคน้ำแข็งแล้วเมือหลายหมืนปี ก่อน จากเครืองมือหิน โครงกระดูกมนุษย์และ ฯลฯ มีการเปลียนแปลงเกิดขึ้นจากการทีไม่หลักแหล่งทีอยู่อาศัยแน่นอนยังชีพด้วยการ เคลือยย้าย หาอาหารไปเรือยๆๆ(คล้ายกะผีต้องเหลืองนั้นและ) ในสุด ก็สามารถแพะปลูกเองได้ จากทีราบลุ่มริมแม่น้ำท่วมถึง มนุษย์จึงสามารถควบคุมอาหารเองได้เพียงพอต่อความต้องการ จาการขยายตัวของ"กลุ่มชน" จนค่อยๆๆกลายเป็นชุ่มชน หมู่บ้านทีมีระเบียบแบบแผนนั้น ขณะนี่มีหลักฐานเก่าทีสุดอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมือไม่น้อย กว่า 5000 ปีมาแล้


วเมือ 3000ปีมาแล้ว เกิดชุมชนหมู่บ้าน ในทุกภูมิภาค มีการแลกเปลี่ยเทคโนโลยี ถลุ่งเหล็ก และหล่อโลหะ ทำเครืองมือเครืองใช้ เครืองประดับ ผู้คน ที่ต่อ ไปทีจะเรียกว่าชาวสยามนั้นได้มีการติดต่อกับบ้านเมืองอื่น ทีอยู่ห่างไกลออกไป เช่น จีน อินเดีย เวียดนาม กัมพูชา พม่า และอินโดนิเซีย ฯลฯ

จากการติดสัมพันธกับกลุ่มชนในบ้านเมืองดังกล่าวเป็นเหตุให้ลักษณะสังคม ในดินแดนสยาม เปลียนจากระดับ ชุมชน หมู่บ้านทีละเล็กทีละน้อย จนกลายเป็น เมือง และมีการปกครองแบบ เมือง โดยมีหัวหน้าปกครอง โครงสร้างสังคมมีการแบ่งชนชั้น เกิดไพร หรือทาส ซึงต่างจากความเชือเดิมว่าไทย ไม่เคยมี ทาส พึงเริม มาจากขอมใน สมัย อยุธยา ซึงมันไม่จริงเลย ไทยเรามีทาสมาตั้งนานแล้ว

เริมต้น พุทธกาล ประมาณ2500ปี บรรดาผู้คนที่อยู่บนทีสูงเคลือนย้ายติดต่อมาทำมาหากิน กับกลุ่มราบลุ่มมากขึ้นมีการ แต่ก่อนและมีความหนาแนนของชุ่มชนมากขึ้น

พัฒนาช่วงเวลาต่อไปจากนี้ จะเริมเห็นกลุ่มชนทีอาศัยอยู่ในภาคใต้ และกลางจะมีความเจริญกว่าภาคอื่นๆ เพราะได้ติดต่อกับชาวต่างประเทศทางทะเลประกอบกับ ทีราบลุ่มในภาคกลางมีความอุ่มสมบูรณ์กว่าทีอืนเป็นแรงดึงดูดให้คนตั้งหลักแหล่งมากขึ้น "โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มชนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ" และ"เหนือ"

เพราะเหตุนีเองผมจึงไม่เชือว่าคนไทยมีถิ้นกำเนิดอยู่ทีใดทีหนึงหรือบริเวณใดบริเวณหนึง แต่เชือว่าความเป็นไทยต้องเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรมของผู้คนหลายหมู่เหล่าและเผ่าพันธ์ทีประสมประสานอยู่ด้วยกันในภูมิภาคอุษาคเนย์มาแต่โบราณ กาลจนแยกออกจากกันไม่ได้

ผมจึงไม่เชือว่า มวยไทย ไม่มี่สวนประสมของ มวยลาว มวยเจ็ก มวยเจิง เขมร มอญ เขมร แขก

ฯลฯอยู่ด้วย และก็ไม่เชือด้วยว่าชนชาติเปล่านั้น จะไม่รูปแบบของเรา แฟ้งอยู่



Create Date : 26 สิงหาคม 2550
Last Update : 26 สิงหาคม 2550 17:52:03 น. 0 comments
Counter : 197 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

win_mma
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add win_mma's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.