Group Blog
 
All Blogs
 
ดนตรีไทย ในสังคมอำนาจควบคุมของ"รัฐ"

คอลัมน์ สยามประเทศไทย

โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ




ปี่พาทย์เสภา วงษ์ศิษย์สุพจน์ โตสง่า โดย ขุนอิน โตสง่า ในงานเสียงของแผ่นดิน สุดยอดเสภา สยามประเทศไทย ที่ท้องพระโรง วังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อวันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2550


เถรวาท เน้นให้ท่องจำเพื่อสวดปาฏิโมกข์ (เหมือนนกแก้วนกขุนทอง) แนวทางสืบทอดวิชาความรู้ก็ได้จากเถรวาทจนเป็นปรัชญาการศึกษาไทยทุกวันนี้ (ปากว่าเปลี่ยนแล้ว แต่วิธีปฏิบัติยังไม่เปลี่ยน) ส่งผลให้ดนตรีและนาฏศิลป์ไทยอยู่ในคอกคับแคบของอำนาจรัฐโดยไม่รู้ตัว ดังจดหมายของคุณอติภพที่เขียนมาบอกต่อไปนี้

ประกวด Young Thai Artist Award โดยเครือซิเมนต์ไทยปีนี้ของสาขาดนตรีแปลกออกไปกว่าทุกปีตรงที่กำหนดให้ผู้เข้าประกวดต้องสร้างงานผ่านวงดนตรีไทยเท่านั้น โดยมีหลักการคร่าวๆ ให้เป็นดนตรีแนวทดลอง (หรือ experimental music) เล่นสด และสามารถผสมวงได้อย่างหลากหลายไม่ต้องคิดถึงเรื่องขนบใดๆ ทั้งสิ้น จะมียกเว้นอยู่ก็แต่ห้ามใช้เครื่องดนตรีไฟฟ้าเท่านั้น

แต่หลังจากที่รอแล้วรอเล่า ผู้เข้าประกวดก็มีปรากฏให้เห็นให้ฟังอยู่เพียง 6 วงดนตรีเท่านั้น และปรากฏว่ามีบางวงต้องโดนตัดสิทธิเสียตั้งแต่แรกเริ่มเพราะทำผิดกติกา คือใช้การสังเคราะห์เสียงและมีการตัดต่อบทเพลงโดยใช้กลวิธีทางคอมพิวเตอร์ ทำให้เหลือวงดนตรีที่ผ่านเข้ามาจริงๆ เพียงสามวงเท่านั้น!

สิ่งนี้สะท้อนอะไรให้เราเห็น? มันไม่ได้กำลังบอกเราอยู่หรือ ว่าเรากำลังเผชิญกับกำแพงขนาดมหึมาที่ขวางกั้นความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนดนตรีไทย จากข้อมูลวงใน ทราบกันอยู่ว่าครูดนตรีไทยหลายท่านออกคำสั่งห้ามมิให้ลูกศิษย์ส่งเพลงเข้าประกวดในงานนี้ เพราะมันเป็นการสร้างงานนอกครู! นอกขนบ!

บางคนอาจมองปัญหาว่าเกิดจากการประกวดนี้เองแหละที่จับประเด็นล้าหลังไปหน่อย มันหมดสมัยแล้วกับการไปรักษาและจับยึดความเป็นไทย

นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิดโดยสิ้นเชิง เพราะการตั้งโจทย์การประกวดที่คิดขึ้นมานี้มิได้เป็นความพยายามที่จะรักษาความเป็นไทยเลย และแท้ที่จริงแล้วกลับเป็นตรงกันข้าม คือมันพยายามที่จะทุบทำลายความเป็นไทยต่างหาก มันเป็นการรื้อสร้างความเป็นไทยแบบเดิมๆ เพื่อตั้งคำถามกับตัวตนของเราทุกคนว่าอะไรคือความเป็นไทย และเปิดเส้นทางใหม่ให้เราได้เรียนรู้และคิดค้นร่วมกันต่างหาก!

การที่บอกให้ใช้เครื่องดนตรีไทยทำงานทดลองมันก็บอกอยู่แล้วว่าให้ทำอะไรมาก็ได้ ที่มันไม่เหมือนเดิม! ที่มันไม่ใช่ขนบ! มันฉีกทำลายความเชื่อเก่าๆ ตั้งแต่แรก เหมือนกับโยนขวานให้นักเดินทางนั่นแหละ โยนให้เขาเฉยๆ เพื่อที่เขาจะได้มีโอกาสได้บุกป่าฝ่าดงที่มันรกชัฏนั้นได้ด้วยตัวเอง

แต่ผลปรากฏว่านักเดินทางส่วนมากกลับไม่เก็บขวานเล่มนั้นขึ้นมา บางคนเก็บขึ้นมาแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปในป่า ก็พ่อแม่ครูบาเขายังไม่กล้าเข้าไป แล้วตัวเขาเองจะไปกล้าเข้าไปได้อย่างไรเล่า? เขาคงคิดอย่างนี้ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดโดยสิ้นเชิง

ก็ ณ ตรงนี้ตรงที่เขายืนอยู่ตอนนี้น่ะ เมื่อก่อนมันมิใช่ป่าทึบหรอกหรือ? ทุกหนทุกแห่งเคยเป็นป่าทึบทั้งนั้นแหละ คนเราล้วนบุกเบิกก่อร่างสร้างตัวมาด้วยการบุกป่าฝ่าดงทั้งนั้น อาจจะไม่ใช่รุ่นพ่อรุ่นแม่เขาครูบาเขาหรอกที่บุกเบิกที่ดินผืนนี้ แต่ปู่หรือทวดเขาต่างหากที่บุกเบิกที่ดินผืนนี้มาก่อน และมันก็เป็นไปไม่ได้ที่เราจะอยู่ติดที่กันไปชั่วโลกดับ ชีวิตต้องเคลื่อนที่ ดนตรีต้องเคลื่อนไหว และใจของนักเดินทางต้องกล้าพอ!

มันเป็นเรื่องน่าตกใจที่กระทั่งแวดวงศิลปะยังมีสภาพเป็นสังคมแห่งการควบคุม การควบคุมที่ร้ายกาจที่สุดนั้นไม่ผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นในนวนิยายเรื่อง The Naked Lunch ของ William Burroughs หรือภาพยนตร์เรื่อง Brazil ของ Terry Gilliam มันเป็นสังคมที่สถาปนาอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือสมาชิก มันเป็นสังคมที่คนทุกคนยินยอมพร้อมใจกันหยุดนิ่งอยู่กับที่!

หรือว่าสำหรับบ้านนี้เมืองนี้แล้วสิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องปกติ? อติภพ ภัทรเดชไพศาล

ขอให้ย้อนขึ้นไปอ่านย่อหน้าแรกอีกครั้ง แล้วจะทักท้วง-ถกเถียง หรือจะด่าทอก็ได้




Create Date : 05 กันยายน 2550
Last Update : 5 กันยายน 2550 22:25:33 น. 0 comments
Counter : 189 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

win_mma
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add win_mma's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.