มิยอม ให้ธงชาติใด ปลิวสไว อยู่บนทัพฐาน
Group Blog
 
All Blogs
 
การรบระหว่าง ไทย-ลาว(คอมมิวนิส เวียดนาม) ที่บ้านร่มเกล้า

การรบระหว่าง ไทย-ลาว ที่บ้านร่มเกล้า
๑. มูลเหตุของการรบ
ยุทธการบ้านร่มเกล้า เกิดขึ้นในกรณีพิพาทระหว่าง ไทย-ลาว ณ บ้านร่มเกล้า อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก อันเนื่องมาจากปัญหาเส้นเขตแดน ซึ่งไทยและลาวอ้างสนธิสัญญาคนละฉบับ โดยลาวได้ส่งกำลังทหารเข้ามายึดพื้นที่ส่วนที่เป็นปัญหา ไทยจึงได้ส่งกำลังทหารเข้าผลักดัน และเกิดการปะทะกันด้วยกำลังทหารของทั้งสองฝ่ายอย่างหนักหน่วง ในช่วงเดือนธันวาคม ๒๕๓๐ - กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ และมีการหยุดยิง ของทั้งสองฝ่ายเมื่อ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑
๒. ปัญหาเส้นเขตแดน จุดก่อของสงคราม
ตามสนธิสัญญาระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ปี พ.ศ. ๒๔๕๐ กำหนดให้น้ำเหืองเป็นเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศส แต่ปีถัดมาพนักงานสำรวจทำแผนที่พบว่ามีน้ำเหืองสองสาย ฝรั่งเศสตัดสินเอาเอง (เข้าใจว่าไม่ได้แจ้งให้กรุงเทพฯ ทราบ) ว่าเลือกสายน้ำที่ทำให้ฝรั่งเศสได้ดินแดนมากขึ้นหน่อย เขตแดนตรงนั้นไม่มีปัญหาอะไร จนกระทั่งปี ๒๕๓๐ ทางลาวอ้างว่าบริเวณบ้านร่มเกล้าเป็นของลาว เนื่องจากแผนที่คนละฉบับกับไทย ซึ่งอาจจะเกิดจากความผิดพลาดในการสำรวจครั้งนั้น ภายหลังพบว่าลำน้ำเหืองมี ๒ สาย ซึ่งไม่ตรงกับแนวลำน้ำในปัจจุบัน ซึ่งปรากฏในแผนที่สหรัฐทำให้รัฐบาลไทยช่วงสงครามเวียดนาม อีกทั้งลำน้ำในปัจจุบันเรียกว่าเหืองป่าหมัน ซึ่งไม่ใช่ชื่อที่เคยปรากฏในเอกสารใด ๆ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๐-๒๔๕๑

๒.๑ จุดที่น่าสังเกตของเหตุการณ์ครั้งนี้
๒.๑.๒ ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวคือปี ๒๕๒๘-๒๕๓๐ ทหารเวียดนาม-เฮงสัมริน ได้ส่งกองกำลังจำนวนมากเข้ากวาดล้างกองกำลังเขมรฝ่ายต่อต้าน ตามแนวชายแดนไทยที่จังหวัดอุบลราชธานี จนเกิดกรณีการรบกันอย่างหนักกับไทยที่ช่องบก ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.น้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่ชายแดนซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกัน ๓ ประเทศ คือ ไทย ลาว และกัมพูชา มีทิวเขาพนมดงรัก กั้นเป็นแนวเขตแดน เนื่องจากพื้นที่ทางฝั่งเขมรเป็นที่ราบต่ำ ทหารเวียดนามจึงได้รุกล้ำเข้ามาตั้งฐานที่มั่นลึกเข้ามาในเขตไทยประมาณ ๕ กม. มีการปรับปรุงดัดแปลงที่ตั้งเพื่อรับการโจมตีจากทางไทยเป็นอย่างดี ซึ่งจะเป็นการตัดการติดต่อระหว่างไทยกับกองกำลังกลุ่มต่อต้านในการสนับสนุนยุทธปัจจัยการรบที่ช่องบก ที่ช่องบกนั้นมีการปะทะกันอย่างหนักระหว่างไทยและเวียดนาม (ไทยใช้กำลังส่วนต่าง ๆ จากกองทัพภาคที่ ๒ ประกอบด้วย ๕ กองพันทหารราบ, ๑ ร้อยลาดตระเวนระยะไกล, ๒๗ กองร้อยทหารพราน, ๑ ร้อยรถถัง สนับสนุนด้วยปืนใหญ่ และกำลังทางอากาศ โดยเครื่องบิน เอ ๓๗ และเอฟ ๕) การรบมีความรุนแรงไม่น้อยไปกว่าที่บ้านร่มเกล้า การปฏิบัติการกวาดล้างกองกำลังทหารเวียดนามที่ช่องบก ตั้งแต่ ม.ค.๒๕๒๘-ธ.ค.๒๕๓๐ ทหารไทยสูญเสีย กำลังพล ๑๐๙ นาย บาดเจ็บ ๖๔๔ นาย ยึดอาวุธจากฝ่ายเวียดนามได้จำนวนมาก (ตัวเลขที่เปิดเผยจากทางการไทย) ทหารเวียดนามเสียชีวิตประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน จากการรบในเขมรและชายแดนไทยตั้งแต่บุกเข้ามาจนถอนออกไป บางส่วนถูกจับเป็นเชลยและหนีทัพมอบตัวกับไทยประมาณ ๕๐๐ คน
จุดที่น่าสังเกตเรื่องหนึ่งก็คือการรบครั้งนี้มีการเตรียมการอย่างดี ทหารเวียดนามมีอาวุธและระบบการติดต่อสื่อสารที่ทันสมัยมาก คาดว่าได้รับมาการสนับสนุนจากรัสเซีย ( ปี ๒๕๒๒ เวียดนามตีเขมรแดงแตกและถอยไปตั้งฐานที่ชายแดนไทย แถบเทือกเขาพนมมาลัย และเกิดการรบเรื่อยมาในเขมร โดยฝ่ายเขมรต่อต้านคือ เขมรแดง ได้จีนสนับสนุน กลุ่มซอนซาน และเจ้าสีหนุ (มีไทย สหรัฐ ฝรั่งเศสให้การสนับสนุน) กับทหารเวียดนาม ผสมกับเขมรกลุ่มเฮงสัมริน มีนายฮุนเซน เป็นผู้นำซึ่งแต่ก่อนเคยเป็นเขมรแดงมาก่อน แต่แตกคอกันและไปเข้ากับเวียดนาม นำทหารเวียดนามมาขับไล่เขมรแดงออกไป)
นอกจากนี้ยังมีรายงานจากบางหน่วยของกองทัพบกว่าทหารเวียดนามมีการใช้อาวุธเคมีในบริเวณดังกล่าวด้วย ซึ่งมีการยืนยันจากทหารเขมรในการปะทะหลายครั้งว่ามีการโปรยหรือทิ้งสารบางอย่างลงมา ซึ่งมีผลต่อผิวหนังและระบบหายใจ นอกจากนั้นแหล่งน้ำในบริเวณดังกล่าวยังเต็มไปด้วยสารพิษ จากการปะทะและกวาดล้างทหารเวียดนามในเนิน ๕๖๕,๔๐๘,๕๐๐,๓๘๒ พบหน้ากากและชุดสำหรับป้องกันอาวุธเคมี ด้วย
๒.๑.๓ หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่ากรณีพิพาทระหว่างไทยกับลาวครั้งนี้เป็นแรงผลักดันที่ลาวได้รับจากเวียดนามและโซเวียต ซึ่งพยายามขัดขวางการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับลาวมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ และเป็นหนึ่งในแผนตัดขาดและยึดภาคอีสานของไทยตามยุทธการตัว L (L Operation) และรวมภาคอีสานของไทย ลาว เขมร เวียดนาม เป็นสหพันธ์อินโดจีน โดยมีเวียดนามเป็นผู้นำ
ลักษณะภูมิประเทศรูปตัวแอลใหญ่คือพื้นที่ป่าภูเขาบริเวณรอยต่อจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดเลย ทอดตัวยาวลงมาทางใต้ตามแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ มาบรรจบกันบริเวณเขาใหญ่ บริเวณรอยต่อ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครนายก และจังหวัดสระบุรี ซึ่งทอดตัวยาวมาจากทิศตะวันตก ตั้งแต่จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ ตามแนวเทือกเขาพนมดงรัก เขาบรรทัด เขากำแพง และบรรจบกันที่ เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
๒.๑.๔ ในช่วงดังกล่าวบางรายงานแจ้งว่ามีทหารเวียดนามในลาวประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน และในเขมรประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คน ซึ่งอาจจะต้องการเปิดศึก ๒ ด้าน ให้ไทยพะว้าพะวงทั้งการรุกที่บ้านร่มเกล้าตีเจาะมาทางเหนือ และตีรุกเข้ามาที่ช่องบกทางใต้ เพื่อตัดและยึดภาคอีสาน เลยหากรณีมาอ้าง เพื่อทำการรบ
๒.๑.๕ จากการปะทะกันระหว่างทหารไทยและลาวนั้น มีรายงานจากบางหน่วยแจ้งว่าฝ่ายลาวมีทหารต่างชาติบัญชาการรบ อาจเป็นคนรัสเซีย และถูกทหารไทยยิงตายไปหลายคน (กองทัพไทยไม่ได้ให้ข้อมูลกับเรื่องนี้มากนัก) จากการปะทะหลายครั้งบางหน่วยรายงานว่า ทหารที่เข้าใจว่าเป็นทหารลาว บางคนพูดร้องสั่งการเป็นภาษาเวียดนาม คาดว่าเป็นกองกำลังผสมระหว่างเวียดนามและลาวที่รบกับไทย ในการรบที่บ้านร่มเกล้านี้จึงไม่ใช่กรณีพิพาทระหว่างไทยกับลาวธรรมดา
๒.๑.๖ ระบบอาวุธและการติดต่อสื่อสารในการรบที่ทางฝ่ายลาวใช้นั้น ทันสมัยมาก สามารถรู้พิกัดที่ตั้งปืนใหญ่ของไทย และยิงตอบกลับอย่างรวดเร็ว อีกทั้งมีการรบกวนระบบการสื่อสารของทหารไทย ซึ่งกองทัพประชาชนลาวคงไม่มีระบบที่ทันสมัยอย่างนี้
๒.๑.๗ ที่ตั้งบนเนิน ๑๔๒๘ มีการดัดแปลงการตั้งรับอย่างดี บังเกอร์เป็นคอนกรีต เสริมเหล็ก ลักษณะเป็นเนินเขาบีบแคบ ในการเข้าตีต้องเข้าตีจากด้านหน้าอย่างเดียว ทำให้ฝ่ายไทยเสียเปรียบในการรบ หากจะต้องทำการรบในกรอบปกติ
๒.๑.๘ ข้อกล่าวหาของลาวต่อไทยอีกอย่างหนึ่งคือ ลาวกล่าวหาว่ามีบริษัทคนไทยบุกรุกเข้าไปตัดไม้และชักลากไม้ของลาวเข้ามาในอาณาเขตไทย ทหารลาวต้องการเงินค่าไม้ เมื่อไม่ได้รับจึงดำเนินการในลักษณะรุกรานดังกล่าว แต่บางรายงานก็กล่าวว่ามีคนไทยบางคนสมคบกับทหารลาวในพื้นที่ทำธุรกิจไม้เถื่อนจากลาวเข้ามาในไทย มีการติดต่อค้าขายกันมานาน ก่อนเกิดเหตุมีการคดโกงกันขึ้น คือผู้ประกอบธุรกิจฝ่ายไทยไม่ยอมจ่ายค่าไม้เถื่อนให้กับทหารลาวในวงเงินประมาณ ๕ ล้านบาท ทหารลาวจึงทำการเผารถแทรกเตอร์ รถบรรทุก และรถจี๊บเป็นการตอบแทน ซึ่งมีหลายฝ่ายของไทยกล่าวว่า การตั้งข้อกล่าวหาดังกล่าว เพื่อเป็นการเสริมเรื่องไทยรุกล้ำแดนลาว และยังเข้าไปตัดไม้ด้วย เพื่อหาเหตุผลในการรุกราน

ลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญของสงครามบ้านร่มเกล้า
..................ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๒๐ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.)เคลื่อนไหวรุนแรงที่จะยึดอำนาจรัฐ พื้นที่ติดต่อเขตลาวในเขตนี้ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเผ่าม้ง ใช้เป็นพื้นที่หลบซ่อนและปฏิบัติการ เพราะสามารถข้ามลำน้ำเหืองเข้ามาในเขตไทยได้ง่าย และบริเวณพื้นที่นี้กลายเป็นยุทธบริเวณอันสำคัญระหว่างทหารกับ พคท. ชาวม้งซึ่งเป็นแนวร่วมกับ พคท.ถูกปราบปรามอย่างหนัก หนีข้ามลำน้ำเหืองเข้าไปในเขตลาว
ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๒๕ สถานการณ์ในอินโดจีนเปลี่ยนแปลง ประกอบกับนโยบาย ๖๖/๒๕๒๓ ของรัฐบาลไทยคือใช้ยุทธวิธี “กวนป่า ล้อมบ้าน” ใช้ยุทธศาสตร์ “การเมืองนำทหาร” ทำให้ชาวม้งตัดสินใจกลับเข้ามาตามโครงการเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย กองทัพภาคที่ ๓ ได้ตัดถนนสายยุทธศาสตร์และแนวชายแดนจาก อ.นาแห้ว จ.เลย ขึ้นไปสิ้นสุดที่บ้านร่มเกล้า กลายเป็นเขตสัมปทานป่าไม้ มีการจัดตั้งชุดทหารพรานคุ้มครองที่ ๓๔๐๕ ขึ้น
..................๓๑ พฤษภาคม ๒๕๓๐ ทหารลาวยกกำลังเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งไทยอ้างว่าอยู่ในเขต อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ทำลายรถแทรกเตอร์ของบริษัทป่าไม้เอกชนเสียหาย ๓ คัน มีผู้เสียชีวิต ๑ คน หายสาบสูญ ๑ คน ทหารพรานชุด ๓๔๐๕ เข้าปะทะกับทหารลาว
..................๑ มิถุนายน ๒๕๓๐ ทหารลาวเข้าโจมตีม้งที่บ้านร่มเกล้า โดยอ้างว่าเป็นการกวาดล้างม้งที่เคลื่อนไหวต่อต้านทางการลาว (กลุ่มกองกำลังต่อต้านลาว ซึ่งมีการจัดตั้งในสมัยสงครามเวียดนาม ผู้นำคือนายพลวังเปา เพื่อใช้ต่อต้านการรุกรานของคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือและลาวแดง ปัจจุบันมีการเคลื่อนไหวในภาคเหนือของลาว บางพื้นที่ทหารลาวยังไม่สามารถควบคุมได้ ปัจจุบันนี้ก็ยังมีการปะทะระหว่างทหารลาวและลาวฝ่ายต่อต้านหลายครั้ง เช่น ที่ด่านวังเต่าติดชายแดนไทยเมื่อไม่นานมานี้ และลาวกล่าวหาไทยว่าให้การสนับสนุน บางรายงานแจ้งว่าม้งกลุ่มนี้ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากม้งที่อพยพไปอยู่ต่างประเทศ) และมีทหารลาวอีกชุดหนึ่งยกกำลังข้ามพรมแดนเข้ามาที่เขตบ้านนาผักก้าม และบ้านนากอก อ.นาแห้ว จ.เลย ยิงราษฎรไทยตาย ๑ คน จับกุมตัวไป ๖ คน หนีรอดมา ๑ คน โดยกล่าวหาว่าราษฎรเหล่านั้นลักลอบเข้าไปตัดไม้ในลาว
..................๗ สิงหาคม ๒๕๓๐ ทหารลาวประมาณ ๒๐๐ นาย เข้าโจมตีฐานปฏิบัติการของทหารพรานชุดคุ้มครองที่ ๓๔๐๕ ที่บ้านร่มเกล้า (บางรายงานแจ้งว่าทหารลาวประมาณ ๑ กองพัน ซึ่งมีประมาณ ๘๐๐ คน เข้าโจมตี โดยการระดมยิงด้วยเครื่องยิงลูกระเบิดจรวดอาร์พีจี และปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลังอย่างหนัก ก่อนจะโหมกำลังเข้าตี ตามกลยุทธ์ของคอมมิวนิสต์ ที่จะบุกเข้าตีข้าศึกด้วยกำลังมากกว่า ๑๐ เท่า และกองทัพภาคที่ ๓ ได้รายงานด่วนไปยังกองทัพบกถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น)
..................๑๗ สิงหาคม ๒๕๓๐ สถานีวิทยุลาวเสนอบทสัมภาษณ์ประธานคณะปกครองเมืองบ่อแตน แขวงไทรบุรี กล่าวหาบริษัททำไม้เอกชนของไทยกับฝ่ายทหารไทยว่าได้ร่วมกันสร้างเส้นทางเข้าไปตัดไม้ในลาว และได้เรียกร้องให้ไทยยุติการกะทำดังกล่าว รวมทั้งกล่าวหาฝ่ายไทยว่าใช้กำลังทหารเข้ารุกรานเบียดบังเอาดินแดนของลาวไป
..................ช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ๒๕๓๐ ทหารไทยเคลื่อนกำลังเข้าประจำการในพื้นที่ที่เกิดปัญหาทั้งจากทหารราบ ทหารม้า ทหารพราน และหน่วยปืนใหญ่ เช่นเดียวกับทางลาวก็มีการเคลื่อนย้ายทหารและอาวุธจำนวนมาก ทหารไทยเข้าตีและทำลายเนินต่าง ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ที่ทหารลาวมาตั้งฐานอยู่ เพื่อยึดจุดยุทธศาสตร์
..................๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๐ กองทัพภาคที่ ๓ เปิดยุทธการภูสอยดาว โหมการรบอย่างรุนแรงทั้งทางภาคพื้นดินและทางอากาศ โดยส่งเครื่องบินขับไล่เอฟ ๕ อี ไปทิ้งระบิดในยุทธภูมิอย่างหนัก การสู้รบยังคงต่อเนื่องและรุนแรงยังคงดำเนินอยู่ ตัวเลขของความเสียหายของทั้งสองฝ่ายไม่เป็นที่เด่นชัด บางรายงานแจ้งว่าทางลาวเสียหายอย่างหนักที่โรงพยาบาลเมืองไทรบุรีของลาวเต็มไปด้วยทหารที่บาดเจ็บ จนล้นโรงพยาบาล
..................๑๑ ธันวาคม ๒๕๓๐ กระทรวงการต่างประเทศแจ้งว่าลาวมีความประสงค์ที่จะให้มีการเจรจาเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศขึ้นเป็นครั้งที่ ๓ หลังจากการเจรจาสองครั้งที่ผ่านมาคือครั้งแรก ๑๘ สิงหาคม ๒๕๓๐ ครั้งที่สอง ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๐ ประสพความล้มเหลว (หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าทุก ๆ ครั้งที่ฝ่ายลาวเกิดการสูญเสียในการรบอย่างหนัก จะยื่นเจรจา เพื่อให้ทางไทยชะลอการรุก และทำการเสริมกำลังของฝ่ายลาว และปรับปรุงการตั้งรับ)
..................๑๓ ธันวาคม ๒๕๓๐ กองทัพภาคที่ ๓ ออกปฏิบัติการกวาดล้างเข้าโจมตีฐานทหารลาวเกิดการปะทะกันอย่างหนักของทั้งสองฝ่าย อย่างหนักหน่วง
..................๑๖ ธันวาคม ๒๕๓๐ กระทรวงการต่างประเทศลาวเชิญอุปทูตไทยเข้ารับบันทึกช่วยจำ มีเนื้อความว่า เครื่องบินไทยละเมิดน่านฟ้าลาว และทำการทิ้งระเบิดพื้นที่แขวงไทรบุรีของลาว รวมทั้งมีการยิงปืนใหญ่ใส่บริเวณต่างๆของลาวอีกด้วย
สำหรับในกรณีนี้นั้นจากการวิเคราะห์ของหลายฝ่ายกล่าวว่า เนื่องจากเนิน ๑๔๒๘ เป็นที่ตั้งที่ดี การเข้าตีต้องเข้าตีจากด้านหน้า ทางลาวตั้งฐานปืนใหญ่ด้านหลัง ซึ่งเป็นแนวเขาซับซ้อน ยากต่อการค้นหา และยิงตอบกลับ ในช่วงนั้นมีข่าวว่า กองทัพไทยประกาศว่าหากจะทำการบุกข้ามแม่น้ำโขงเข้าไปก็ต้องทำหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ซึ่งมีผู้ใหญ่หลายฝ่ายออกมามาปรามในเรื่องนี้ เพราะไม่อยากให้สถานการณ์รุนแรงจนกลายเป็นสงครามเต็มขั้นระหว่างไทยกับลาว และจากการรบในช่วงแรกที่ทางไทยเข้าตีตามกรอบคือเข้าทางด้านหน้าได้รับการต้านทานอย่างหนัก และยากต่อการเคลื่อนกำลัง จึงมีการใช้เครื่องบินรบ เอฟ ๕ เข้าไปทิ้งระเบิดบนเนิน ๑๔๒๘ และที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ในเขตลาว จนเสียหายยับเยิน เช่น สนามบินบ้านน้ำทาของลาว จากภาพถ่ายทางอากาศเนิน ๑๔๒๘ ราบเป็นหน้ากลองไม่มีต้นไม่เหลืออยู่เลย เพราะถูกระดมยิงจากปืนใหญ่ และการทิ้งระเบิดจากเอฟ ๕ แต่ทางลาวมีที่ตั้งแข็งแรง และเตรียมการตั้งรับอย่างดี บางรายงานกล่าวว่าเมื่อไม่สามารถเข้าไปตรง ๆ ได้ กองทัพไทย ได้ส่งหน่วยสงครามพิเศษ แทรกซึมเข้าไปในพื้นที่ของลาว เพื่อทำการโจมตีระบบส่งกำลังบำรุง และค้นหาที่ตั้งปืนใหญ่ ทำให้การปฏิบัติการของลาวถูกกดดันมากยิ่งขึ้น (ซึ่งทางการไทยได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการรบใหม่เนื่องจากมีการสูญเสียกำลังพล และไม่สามารถรุกคืบหน้าได้)
..................๑๗ ธันวาคม ๒๕๓๐ กองทัพบกออกแถลงการณ์ว่าขณะนี้กองทัพปลดปล่อยประชาชนลาวได้เคลื่อนย้ายกำลังพลและอาวุธอย่างต่อเนื่องเข้ามาในพื้นที่เมืองบ่อแตน แขวงไทรบุรี และได้เข้ามาในพื้นที่ อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก เพื่อลาดตระเวนวางกับระเบิดและทุ่นระเบิด พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ บินด่วนเพื่อตรวจสถานการณ์ และหาหนทางคลี่คลายสถานการณ์
..................๑๗ ธันวาคม ๒๕๓๐ นายกิทอง วงสาย เอกอัครราชทูตลาวประจำองค์การสหประชาชาติ ยื่นหนังสือประท้วงไทยต่อเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ โดยมีใจความว่า ไทยใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดแขวงไทรบุรี และมีการระดมยิงปืนใหญ่เข้าไปในพื้นที่อย่างรุนแรง ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๐ ที่ผ่านมา
..................๒๐ ธันวาคม ๒๕๓๐ สำนักข่าวเอพี รายงานว่าการรบระหว่างไทย-ลาว ในวันที่ ๑๕ ธันวาคมที่ผ่านมา นับเป็นการต่อสู้ที่รุนแรงที่สุดของทั้งสองฝ่าย (มีรายงานจากบางหน่วยที่เข้ายึดฐานทหารลาวได้แจ้งว่าพบชุดป้องกันอาวุธเคมี แบบเดียวกันกับที่ยึดได้จากทหารเวียดนามในช่องบก บางรายงานแจ้งว่าทางการลาวมีแผนจะใช้อาวุธเคมีด้วย และในช่วงนั้นหนึ่งกรมทหารราบของลาว จะมี ๑ กองร้อยอาวุธเคมีประจำการอยู่)
..................๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๐ พลอากาศเอกสิทธิ เศวตศิลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประกาศยืนยันว่าพื้นที่บ้านร่มเกล้าเป็นของไทย โดยหลักฐานมีแน่ชัด และได้กล่าวถึงเรื่องการเจรจาปรับความสัมพันธ์นั้น ทางไทยตั้งเงื่อนไขให้ลาวเปลี่ยนตัวหัวหน้าผู้แทนการเจรจา เพราะผู้แทนลาวมักไม่มีความจริงใจในการเจรจา เอาการเจรจาเป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อทำลายไทย
..................๓๐ ธันวาคม ๒๕๓๐ รายงานข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า ไทยได้เสนอผ่านประเทศที่สาม ให้ลาวแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำประเทศลาวคนใหม่แทนท้าวคำพัน สิมาลาวงศ์ ซึ่งมีพฤติกรรมชัดแจ้งหลายอย่างที่จะก่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่ผู้นำไทย และไม่สร้างบรรยากาศการแก้ไขปัญหาพิพาทให้ดีขึ้น
..................๕ มกราคม ๒๕๓๑ นักศึกษาลาวและพระภิกษุจำนวนหลายร้อยคนเดินขบวนประท้วงไทย ผ่านหน้าสถานทูตไทยประจำเวียงจันทน์ เรียกร้องให้ไทยยุติการโจมตี และให้ไทยถอนกำลังออกจากบ้านร่มเกล้าโดยเร็ว
..................๒๐ มกราคม ๒๕๓๑ ใกล้บริเวณเนิน ๑๔๒๘ ทหารลาวซุ่มโจมตีรถบรรทุกทหารช่างและทหารพรานเกิดความเสียหายครั้งสำคัญยิ่งของไทย
..................๒๑ มกราคม ๒๕๓๑ มีการปรับยุทธวิธีการสู้รบครั้งใหญ่ต่อยุทธการภูสอยดาว เพราะไทยเริ่มมีการสูญเสียมากขึ้น และเพื่อลดความสูญเสียดังกล่าว จึงมีการปรับปรุงยุทธการรบให้เหมาะสมยิ่งขึ้นต่อยุทธภูมิที่เป็นอยู่ (ทางไทยเริ่มมีการใช้การรบนอกแบบ และได้ผล สร้างความกดดันต่อการปฏิบัติการของฝ่ายลาวเป็นอย่างมาก)
..................๒๒ มกราคม ๒๕๓๑ พลเอกเปรม ติณสูรานนท์ นายกรัฐมนตรี พลอากาศเอกพะเนียง กานตรัตน์ รมว.กระทรวงกลาโหม พลเอกประจวบ สุนทรางกูร รมว.กระทรวงมหาดไทย พลอากาศเอกสิทธิ เศวตศิลา รมว.กระทรวงการต่างประเทศ และพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ พร้อมทหารระดับสูงอีกหลายนาย เดินทางไปดูสถานการณ์การรบในพื้นที่ และเน้นให้ทหารผลักดันกองกำลังทหารลาวไปให้เร็วที่สุด แต่ก็ให้ทหารทำการรบในขอบเขตจำกัดที่สุด
..................๒๖-๒๗ มกราคม ๒๕๓๑ ได้มีการเคลื่อนไหวของประชาชนนับแสนคน ในประมาณ ๒๐ จังหวัดทั่วประเทศ ทำการเคลื่อนไหวประท้วงลาวอย่างต่อเนื่อง เช่นที่ เลย หนองคาย มุกดาหาร สงขลา ระนอง และลำปาง เป็นต้น
๒๗ มกราคม ๒๕๓๑ กระทรวงการต่างประเทศนำทูตประจำประเทศไทยจาก ๒๒ ประเทศพร้อมทั้งสื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง ไปดูสถานการณ์ในพื้นที่บ้านร่มเกล้าท่ามกลางการต่อสู้อย่างหนักของกองกำลังทั้งสองฝ่าย
๒๙-๓๐ มกราคม ๒๕๓๑ สถานการณ์ตึงเครียดรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณเนินยุทธศาสตร์ ๑๔๒๘นายชีวิน สุทธิสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้มีคำสั่งปิดพรมแดนด้านอำเภอปากชม เชียงคาน ภูเรือ ด่านซ้าย และนาแห้ว เพื่อป้องกันมิให้ฝ่ายลาวลักลอบเข้ามาซื้อสินค้ายุทธปัจจัยอันจะเป็นประโยชน์ในการรบของลาวต่อไป (ฐานทหารลาวที่ถูกไทยตีแตกพบว่าอาหารมีการซื้อมาจากฝั่งไทย ด้านจังหวัดเลย)
..................๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ การปฏิบัติการทางอากาศของเครื่องบิน เอฟ-๕ อี อย่างหนัก และรุนแรงในวันๆ หนึ่งมีเที่ยวบินไม่ต่ำกว่า ๓๐ เที่ยวบินรบ
..................๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ เครื่องบินขับไล่ เอฟ-๕ อี ของไทยลำหนึ่งถูกยิงตกขณะบินปฏิบัติการเหนือยุทธภูมิร่มเกล้า โดยจรวดแซม ๗ ทำจากโซเวียต แต่นักบินปลอดภัย นับเป็นความสูญเสียที่สำคัญอีกครั้งของฝ่ายไทย เครื่องบินถูกยิงที่บริเวณส่วนหางและเครื่องยนต์ด้านขวา ทำให้เครื่องยนต์ระเบิดกลางอากาศ ได้รับความเสียหายอย่างหนักไม่สามารถบังคับเครื่องบินต่อไปได้ จำเป็นต้องสละเครื่องบินเหนือพื้นที่ที่ฝ่ายตรงข้ามครอบครองอยู่และได้ถูกควบคุมตัวโดยกำลังฝ่ายตรงข้าม จนกระทั่งในวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ) ได้รับนักบินทั้งสองนายกลับประเทศไทย รายงานบางกระแสแจ้งว่าทหารเวียดนามเป็นคนยิง โดยยิงพร้อมกันทีละ ๗ กระบอก การรบครั้งนี้ไทยยังเสียเครื่อง โอวี๑๐ ไปอีก ๑ เครื่องด้วย และมีเครื่องเอฟ ๕ อีกเครื่องหนึ่งโดนจรวดแซมยิงเข้าที่เครื่องยนต์ท้าย ในการเข้าโจมตีของเครื่องเอฟ ๕ จำนวน ๔ เครื่อง ที่เป้าหมายในการเข้าโจมตีทิ้งระเบิดต่อเป้าหมายครั้งหนึ่ง แต่นักบินสามารถนำเครื่องกลับมาลงที่สนามบินได้อย่างปลอดภัย และกองทัพอากาศทำการแก้ไข ซ่อมแซมนำกลับมาบินได้อีกครั้ง
..................๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ หลังการสูญเสียเครื่องบิน เอฟ - ๕ อี พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ประกาศกร้าวที่จะปกป้องอธิปไตยของชาติ อีกทั้งย้ำว่าทุกครั้งที่ทหารไทยที่เสียชีวิต ๑ คน ทหารลาวต้องเสียชีวิตอย่างน้อย ๓ คน และกล่าวถึงว่าถ้าหากจำเป็นจะเปิดศึกข้ามโขงก็ต้องทำ นายฮาเวียร์ เปเรซ เดอ เชอลาร์) (Javier Perez de Cuella ) เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้มีสาส์นถึง พลอากาศเอกสิทธิ เศวตศิลา ขอให้ฝ่ายไทยและลาวใช้ความอดกลั้นให้ถึงที่สุดเพื่อป้องกันมิให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก และขอให้หาทางยุติปัญหาโดยสันติโดยเร็วที่สุดและพร้อมที่จะช่วยเหลือในการเจรจายุติปัญหาดังกล่าว
..................๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ มีการเปิดเผยโดยอ้างแหล่งข่าวระดับสูงของกองทัพบกว่า ลาวและกลุ่มประเทศอินโดจีน มีแผนตั้งสหพันธ์อินโดจีน และจะมีการส่งกำลังรบจากลาวบุก ๑๖ จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย แล้วตัดส่วนที่อยู่เหนือบริเวณ ๓ จังหวัด คือ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก และเลย เป็นรูปตัว L เพื่อเป็นฐานที่มั่นของขบวนการดาวเขียวที่เวียดนามหนุนอยู่
..................๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ มีการประชุม และปรับยุทธการการรบของฝ่ายไทยอย่างเต็มที่ หลังจากมีการสูญเสียมากขึ้นโดยเน้นการประสานงานระหว่างหน่วยต่างๆ ในพื้นที่การรบ และที่สำคัญคือกำลังจากไทยเสียเครื่องบินรบไปในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
..................๙-๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ คณะผู้แทนฝ่ายไทย นำโดย พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปลาว ซึ่งหลายฝ่ายให้ความเห็นว่าเป็นการเดินทางไปทำงาน ให้รัฐบาลไทยในการหาทางหาข้อยุติในปัญหาพิพาทด้วยการเจรจา
..................๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ นายไกรสอน พรมวิหาร นายกรัฐมนตรีลาวได้ส่งสาสน์ถึงพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีของไทย เสนอให้ทหารทั้งสองฝ่ายพบแก้ไขปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้โดยเร็ว ลาวพร้อมที่จะส่งคณะผู้แทนทหารมากรุงเทพมหานคร และยินดีที่จะต้อนรับคณะผู้แทนทหารของประเทศไทย ที่จะเดินทางไปนครเวียงจันทน์เพื่อปรึกษาหารือ ดังนี้
๑. ให้ทั้งสองฝ่าย หยุดยิงและแยกกำลังทหารออกไกลจากกันโดยทันทีแล้วตั้งคณะกรรมการทหารผสมของทั้ง ๒ ฝ่ายขึ้น เพื่อตรวจตราการหยุดยิง และแยกกำลังทหารทั้งสองฝ่ายออกไกลจากกันโดยเด็ดขาด
๒. ให้ทั้งสองฝ่ายแต่งตั้งคณะกรรมการวิชาการไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงและหาวิธีการแก้ไขปัญหาชายแดนในบริเวณดังกล่าวนี้ เพื่อเสนอต่อรัฐบาลทั้งสองฝ่ายต่อไป
๓. ให้ทั้งสองฝ่ายเสนอข้อร้องเรียนไปยังเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เพื่อขอความอุปถัมภ์ให้แก่การปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีของไทย ได้ตอบตกลงตามข้อเสนอของฝ่ายลาว และได้กำหนดวันพบปะหารือระหว่างทหารทั้งสองฝ่ายขึ้น ในวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑
..................๑๖-๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ คณะผู้แทนลาวนำโดย พล.อ.สีสะหวาด แก้วบุญพัน พร้อมคณะเดินทางถึงไทยเพื่อเจรจาปัญหากับคณะผู้แทนฝ่ายไทย โดยมีพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นหัวหน้าคณะ หลังการเจรจาตกลงได้มี แถลงการณ์ร่วมไทยลาวดังนี้
๑. ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มหยุดยิงในวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑
๒. ทั้งสองฝ่ายจะแยกทหารออกจากกันฝ่ายละ ๓ กิโลเมตร ภายใน ๔๘ ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาหยุดยิง
๓.ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการประสานงานทางทหารเพื่อพิสูจน์ตรวจตราและประสานการปฏิบัติตาม ข้อตกลง ข้อ ๑ และ ข้อ ๒ อย่างเคร่งครัด
๔. ให้ทั้งสองฝ่าย สั่งทหารของตนให้หลีกเลี่ยงการปะทะด้วยอย่างเคร่งครัด เน้นการประสานความเข้าใจ
..................๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ เริ่มวันแรกของการหยุดยิง และแยกทหารออกจากกัน มีการประชุมฝ่ายปฏิบัติการหยุดยิงทั้งสองฝ่ายที่บ้านร่มเกล้า
..................๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ การแยก และถอนทหารของทั้งสองฝ่ายออกจากพื้นที่การสู้รบ ๓ กิโลเมตร เริ่มขึ้น
..................๒๓-๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ และคณะเดินทางไปลาว เพื่อเป็นการตอบแทนที่ผู้แทนลาวมาไทย และเป็นการไปปรึกษาหารือเพื่อหาหนทางแก้ไขให้เพิ่มระดับสันติภาพยิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากจะพบกับผู้บริหารประเทศแล้ว พลเอกชวลิต ยังได้เข้าพบเสด็จเจ้าสุภานุวงศ์ ประธานสมัชชาซึ่งมีสายสัมพันธ์กับตัวท่านเองในฐานะ อา-หลาน และตกลงที่จะเจรจาครั้งที่ ๒ ในวันที่ ๓-๔ มีนาคม ๒๕๓๑ ที่เวียงจันทน์
..................๓-๔ มีนาคม ๒๕๓๑ คณะผู้แทนไทยนำโดย ม.ร.ว.เกษมสโมสร เกษมศรี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางไปเจรจากับลาวที่เวียงจันทน์โดยฝ่ายลาวมี พลเอกทองไหล กมมะสิด รองหัวหน้ากรมใหญ่การเมืองกองทัพประชาชนเป็นหัวหน้า แต่ยังตกลงกันไม่ได้ในประเด็นของแผนที่ที่จะนำเอามาอ้างชี้เขตแดน และประเด็นเรื่องการจัดตั้งคณะกรรมการปักปันพรมแดน
..................๖-๑๒ มีนาคม ๒๕๓๑ มีการออกเผยแพร่ใบปลิวลงท้ายว่า “ทหารม้า” โจมตีการปฏิบัติการที่ล้มเหลว และการสร้างความสูญเสียของกองทัพอากาศต่อฝ่ายไทยด้วยกันเอง โดยแจ้งว่าครึ่งหนึ่งของความสูญเสียมาจากการโจมตีผิดเป้าหมายของกองทัพอากาศไทยเอง (สำหรับการสูญเสียของทหารม้า จากตัวเลขที่เปิดเผยของกองพันทหารม้าที่ ๘ ที่จัดกำลัง กองพันทหารม้าผสม ปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศชายแดนไทย - ลาว กรณีบ้านร่มเกล้า อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลกนั้น กำลังพลของหน่วยได้สละชีวิตในการป้องกันอธิปไตยของชาติไทยไว้ จำนวนทั้งสิ้น ๒๔ นาย และมีผู้ได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญ จำนวน ๓ นาย ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่ายอดสูญเสียสูงมาก แค่หน่วยเดียวถึง ๒๕% ของยอดสูญเสียที่ช่องบก ถึงแม้จะมีรายงานว่าจำนวนทหารลาวที่เสียชีวิตจากการรบครั้งนี้มีจำนวนหลายเท่าของทหารไทย กระแสข่าวการสูญเสียดังกล่าวยังคงสร้างความสงสัยให้กับหลายคน)

ในกรณีการทิ้งระเบิดใส่ฝ่ายเดียวกันเองนี้ เป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันมาก มีรายงานหลายกระแส เช่น
๑. เกิดจากความผิดพลาดในการประสานงานระหว่างกองกำลังภาคพื้น และเครื่องบินที่จะเข้าทิ้งระเบิด เช่น ทางภาคพื้นมีการแจ้งยกเลิกการโจมตี แต่กองทัพอากาศไม่ได้รับแจ้ง เมื่อมีการแจ้งยืนยันการทิ้งระเบิดที่เป้าหมาย มีการแจ้งกลับว่าให้ทำการโจมตีได้
๒. เกิดการรบติดพันรุนแรง และประชิด ไม่สามารถระบุเป้าหมายที่แน่นอนได้ (ในสงครามเวียดนามหรือกรณีอิรักครั้งล่าสุดยอดทหารสหรัฐที่เสียชีวิตจากการยิงหรือทิ้งระเบิดฝ่ายเดียวกันมีจำนวนมาก)
๓. ทหารไทยยึดฐานทหารลาวได้ก่อนกำหนดการณ์ และมีการเคลื่อนกำลังปะทะติดพัน ไม่สามารถแยกแนวรบที่ชัดเจนได้ ตอนที่นักบินทิ้งระเบิดลงไปโจมตี
๔. ทางลาวทำการรบกวนระบบการสื่อสารของไทย มีการดักฟัง ทำการถอดรหัส และรวมทั้งมีการเลียนเสียงการสั่งการ ซึ่งได้รับอุปกรณ์ที่ทันสมัยจากรัสเซีย
๕. เกิดการขัดแย้งกันในกองทัพ และสายทางการเมือง ที่ต้องการแย่งอำนาจการเมืองจากทางทหาร เลยทำการสร้างความแตกแยกในกองทัพ และมีการให้ข้อมูลแก่ฝ่ายตรงข้ามเกี่ยวกับแผนการรบ ๆลๆ เนื่องจากในช่วงนั้น ส.ส. หลายคน อดีตเคยเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยมาก่อนและมีความสัมพันธ์กับทหารบางกลุ่ม บางคนเคยเป็นสมาชิกของเขมรแดง หลังจากนโยบาย ๖๖/๒๓ จึงเข้ามาต่อสู้ทางการเมือง อีกทั้งฝ่ายทหารยังแตกแยกเรื่องการบังคับบัญชา
๖. การวางแผนการรบที่ผิดพลาด ขาดความยืดหยุ่นในการรบและการตั้งรับ และเรื่องยุทโธปกรณ์ที่ไม่พร้อม รวมทั้งการประเมินกำลังและขีดความสามารถของฝ่ายตรงข้ามต่ำไป


บทเรียนและการเปลี่ยนแปลงที่ได้จากสงครามครั้งนี้
๑. หลังจากที่พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี มีการประกาศนโยบาย เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า มีการไปเยี่ยมเยียนกันของผู้นำทางทหารของไทย ที่ลาว และเวียดนาม เพื่อกระชับความสัมพันธ์ รวมทั้งลดความตึงเครียดทางการทหารระหว่างกัน ปัจจุบันไทยกับลาวมีการร่วมมือกันมากขึ้นในด้านต่าง ๆ และลาวยึดไทยเป็นแบบอย่างในการพัฒนาเศรษฐกิจ แทนการเดินตามเวียดนาม แต่ลาวก็ดำเนินนโยบายกับไทยอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวไทยครอบงำและเข้าแทรกแซงทางสังคม และวัฒนธรรม เนื่องจากขนบธรรมเนียมและประเพณีที่ใกล้เคียงกัน
๒. กองทัพบกได้ทำการปรับปรุงกำลังรบให้มีความคล่องตัวในการเคลื่อนที่เข้าหาพื้นที่ที่เกิดปัญหา ปรับลดกำลังคนลงตามภัยคุกคามที่เปลี่ยนไป และเพิ่มระบบอาวุธให้มีความทันสมัยและคล่องตัวมากขึ้น ตามนโยบาย "จิ๋วแต่แจ๋ว" รวมทั้งมีการจัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว
๓. แนวทางในการป้องกันประเทศเปลี่ยนไป มีการดำเนินการของฝ่ายทหารและการเมืองเป็นระบบมากขึ้น ประสานการทำงานกัน โดยฝ่ายทหารทำการรบและสร้างความได้เปรียบและอำนาจการต่อรอง ส่วนฝ่ายการเมืองคือกระทรวงการต่างประเทศจะทำการเจรจา เมื่อมีกรณีปัญหาตามแนวชายแดนกองทัพจะส่งทหารเข้าไปในพื้นที่อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นหน่วยที่มีความคล่องแคล่ว และมีอำนาจในการยิงสูง ตรวจหาและตอบโต้กลับทันที เข้าตีและยึดพื้นที่ชิงความได้เปรียบในยุทธศาสตร์ก่อน อย่างในกรณีกระเหรี่ยงก็อดอาร์มีที่โดนทางการไทยโจมตีและกดดันจนต้องสลายกลุ่มและยอมมอบตัว หรือการปะทะกันระหว่างทหารไทยและทหารพม่าผสมว้า กรณีบ้านปางหนุน อ. แม่ฟ้าหลวง และพื้นที่ปัญหากู่เต็งนาโยง อ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย ที่มีการประสานงานระหว่างกองทัพบกและกองทัพอากาศเป็นอย่างดี จากเหตุการณ์นี้มีการใช้เครื่องบินรบแบบ เอฟ ๑๖ เข้าปฏิบัติการด้วย ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน
๔. การจัดหาอาวุธและระบบป้องกันประเทศ เช่น
๔.๑ RTAD เฟส ๑ เฟส ๒
๔.๒ ระบบตรวจจับการยิงปืนใหญ่ ระบบปืนใหญ่แบบอัตตาจร
๔.๓ การพัฒนาและผลิตอาวุธขึ้นมาใช้เอง การพัฒนาระบบสื่อสารระหว่างหน่วยใหม่ที่เป็นความลับมากขึ้น
๔.๔ การจัดตั้งคลังอาวุธร่วมไทย-สหรัฐ ที่สามารถนำอาวุธมาใช้ได้กรณีฉุกเฉิน
๔.๕ การจัดหาเครื่องบินรบเอฟ ๑๖ รถถังหลัก รถสายพานลำเลียงพลจากสหรัฐและจีน เข้าประจำการจำนวนมาก การจัดหาระบบต่อสู้อากาศยานและต่อสู้รถถังที่ทันสมัยเข้าประจำการ
๔.๖ การจัดตั้งหน่วยนาวิกโยธิน
๔.๗ การฝึกร่วมกับกองทัพสหรัฐและต่างประเทศ เพื่อเรียนรู้ระบบการรบและพัฒนากองทัพอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการรบและการรักษาสันติภาพ
๔.๘ การซ้อมรบของหน่วยกำลังรบผสมของกองทัพไทย เพื่อสร้างความคุ้นเคยและเพิ่มประสิทธิภาพในการรบ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับสถานการณ์รุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น (ครั้งล่าสุดมีการเคลื่อนย้ายกำลังพลหลายหมื่นคนและยุทโธปกรณ์จำนวนมากไปฝึกในพื้นที่จริง จนประเทศเพื่อนบ้านขนลุกต้องปิดชายแดนไปก็มี เหอๆ



Create Date : 19 เมษายน 2550
Last Update : 19 เมษายน 2550 6:52:08 น. 159 comments
Counter : Pageviews.

 
ผมจำได้อย่างเดียว ว่า

คนไทย ฆ่า คนไทย ด้วยกันเอง

ด้วย เครื่องบิน เอฟ 5 หย่อน นาปาล์ม ลงใส่ ทหาร ที่พึ่งลงพื้นที่



โดย: Nuke Skywalker IP: 124.121.7.245 วันที่: 19 เมษายน 2550 เวลา:7:29:04 น.  

 
เสือกจะจำแต่เรื่องเหี้-ยๆๆ ทีทหารทีไปตายเพื่อชาติเสอกไม่จำ


โดย: หม่าเฉียว IP: 58.136.70.200 วันที่: 28 เมษายน 2550 เวลา:1:39:31 น.  

 
เข้ามาอ่านแล้วได้ข้อมูลใหม่ๆเพียบเลย ขอให้ประสบความสำเร็จดังที่มุ่งหวังเอาไว้นะครับ



โดย: Duke of York วันที่: 30 เมษายน 2550 เวลา:3:14:34 น.  

 
คนไทยฆ่ากันเองด้วย เครื่องบิน เอฟ 5 หย่อน นาปาล์ม ลงใส่ ทหาร ที่พึ่งลงพื้นที่

หน้าที่ทหารคือรบอย่าอ้างรักชาติอย่าอ้างเสียสละ
ถ้าไม่อยากเป็นก็อย่าเป็นทหาร ใครบอกให้คุณเป็นทหาร


โดย: k54 IP: 125.25.5.243 วันที่: 9 พฤษภาคม 2550 เวลา:11:18:25 น.  

 
อ้าวไอ้เวร k54 ที่บ้านคุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่านี่ คุณพูดอย่างงี้ยังกับไม่ใช่คนไทย พูดอย่างี้คุณมีปัญญาไปรบกับเค้าหรือเปล่า ประเทศอยู่มาได้ทุกวันนี้ก็เพราะพวกเค้า ผมว่าคุณของเป็นพวกเห็นแก่ตัวสุดๆ ไม่ก็ที่บ้านมีปัญหาอะครับ แร็บขางล่างช่วยมาด่าไอ้เวรนี่ด้วยครับ เจ้าของกระทู้น่าจะลบความเห็นนี้ไปนะครับ


โดย: หม่าเฉียว IP: 58.136.70.92 วันที่: 9 พฤษภาคม 2550 เวลา:11:39:28 น.  

 
เห็นด้วยกับคุณ หม่าเฉียว ครับประเทศที่ล่มจมก็เพราะไอ้พวกเกียน แบบนี้หละครับ พวกที่เห็นแก่ตัวไม่สำนึกว่าที่อยุ่ได้อย่างสงบทุกวันนี้เพราะใคร พวกเห็นแก่ตัวเก่งแต่ปาก เห็นด้วยกับ หม่าเฉียว ครับสงสัยที่บ้านไอ้เกรียนนี่มีปัญหา ขอโทษครับพ่อกับแม่คุณสอนมา.. อย่างงี้หรอครับ


โดย: M150 IP: 58.136.70.92 วันที่: 9 พฤษภาคม 2550 เวลา:11:47:48 น.  

 
เข้ามา คารวะ ในเจตนารมณ์ ที่แนะนำตัวไว้นะครับ ....


โดย: POL_US วันที่: 24 พฤษภาคม 2550 เวลา:2:44:16 น.  

 
มาเยี่ยมครับ บทความดีครับ แต่อยากให้ช่วยจะดหน้าใหม่จะดีมาก อ่านแล้วปวดตาครับ..........


โดย: เซียงยอด วันที่: 27 พฤษภาคม 2550 เวลา:21:41:39 น.  

 
ทุก คห. อย่าไปโกด คุณK54 เค้าเล้ย ก็เค้าเปนลูก(คนต่างชาติ)เมียเก็บของทหารหาญไทย(ที่ไม่รักดี)ที่มารดาของ K54 กะอ่อยหัยทหารไทย......ตู๊ดดด...เซนเซ่อ...ทำผัวแล้วจะหลบเข้ามาในแผ่นดินทองของไทย แต่บังเอิญทหารไทยใจกล้ารู้ทันก็เลย สงเคาะฟันแมร่งมานแล้วไสหัวกลับประเทดมานไป, พอแมร่งมานออกลูกมาเปน k54 มานก็เลยแค้นจัยคิดหัยร้ายทหารไทยใจกล้าซะงั้นแหล่ะ...ถ้าไม่รักแผ่นดินไทยก็กลับบ้าน เอง ไป๊..ชิ้ว ชิ้ว


โดย: กรู..ก็ลูกทหาร IP: 202.12.97.115 วันที่: 14 มิถุนายน 2550 เวลา:10:00:41 น.  

 
ผมว่าทหารไทยเก่งที่สุด อยากให้ประเทศที่อยู่ข้างๆเราเป็นของเราให้หมดมันเสือกมารุกรานเราก่อนตั้งแต่สมัยกรุงศรีโตตเจ็บใจสุดๆๆ


โดย: คนรักชาติ IP: 124.121.2.254 วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:12:42:08 น.  

 
ผมว่าทหารไทยเก่งที่สุด อยากให้ประเทศที่อยู่ข้างๆเราเป็นของเราให้หมดมันเสือกมารุกรานเราก่อนตั้งแต่สมัยกรุงศรีโตตเจ็บใจสุดๆๆ


โดย: คนรักชาติ IP: 124.121.2.254 วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:12:42:45 น.  

 
ผมว่าทหารไทยเก่งที่สุด อยากให้ประเทศที่อยู่ข้างๆเราเป็นของเราให้หมดมันเสือกมารุกรานเราก่อนตั้งแต่สมัยกรุงศรีโตตเจ็บใจสุดๆๆ


โดย: คนรักชาติ IP: 124.121.2.254 วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:12:44:57 น.  

 
ผมว่า k54 กลัวตาย ปากดี ลองไปเป็นทหารดูก่อนมั้ย ให้มันลงใต้ด้วยยิ่งดี ไอคนทรยศชาติ


โดย: jada22 IP: 58.8.111.24 วันที่: 12 กันยายน 2550 เวลา:23:48:37 น.  

 
ทำไมเราไม่ให้ทหารใช้มารตกราที่เด็ดขาดในการที่ภาคใต้มีปัญหาเพราะว่าเราใช้เกมส์รุกที่ไม่เด็ดขาดเท่าไร นัยการปฎิบัติการในการรบ


โดย: เศวตนันท์ IP: 202.143.155.82 วันที่: 17 กันยายน 2550 เวลา:15:04:48 น.  

 
เมื่อไหร่ที่มีโอกาศเราจะทวนดินแดนข้างเคียงของเรากลับคืนมาจริงไหมพวกเรา


โดย: บาโว่ IP: 203.148.162.136 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:12:37 น.  

 
มาดูช้าไปหน่อยนะ....ผมเป็นพลทหารรุ่น 1/30 ประมาณปี 2530 ตอนนั้นอยากจะไปบ้านร่มเกล้ากันมาก ที่กองร้อยเองก็มีคำสั่งให้เตรียมพร้อมตลอดเวลา ในใจรู้สึกโกรธ และเกลียดพวกรุกรานมาก แต่สุดท้ายก้ได้แต่เตรียมพร้อมรบอยู่ในกองร้อย เสียดายมาก


โดย: อดีตพลทหาร ร้อย ลว.ไกล IP: 124.120.56.12 วันที่: 18 ธันวาคม 2550 เวลา:23:05:23 น.  

 
สมัยที่เกิดศึกร่มเกล้า ตอนนั้น ยังเด็กอยู่ ประมาณ ป. 5 เห็นข่าว ทางสื่อ ยังจดจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดี ไม่มีวันลืมเลย รู้สึกเสียใจ น้ำตาจะไหล เพราะคิดว่า ไทย - ลาว เป็นพี่เป็นน้องกันและสงสารทหาร หาญ ที่ต้องพบกับความสูญเสีย และทำไมต้อง ฆ่ากัน ในความคิด เมื่อตอนนั้น ไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกไม่ว่าจะกับที่ใด ภาคไหน ส่วนไหนของไทย ก็อยากจะให้สงบ สุขกันครับ


โดย: Kan.... Khonkaen IP: 61.91.166.250 วันที่: 4 มกราคม 2551 เวลา:17:18:03 น.  

 
ตอนผมเรียน รด. ช่วง 2537 ครูฝึกบอกว่า
ที่ทหารไทยเสียชีวิตจำนวนมาก เพราะ ทหารไทยดันขึ้นไปยึด
เนิน ที่บ้านร่มเกล้า เนินกรณีพิพาท แล้วโดนทหารลาวโอบล้อมรอบ
ๆ เนินเขา จนขาดกองบำรุง ขาดการสนับสนุน
จนไม่สามารถถอยลงมาจากเนินได้ จึงต้องเสียสละชีวิตโดย
การตายกลางสนามรบ ให้ F5 ไปทิ้งบอม แบบ ปูพรม
พูดง่ายๆว่ายอมตายละครับงานนี้

ซึ่งจำได้ว่า ครูฝึก ก็บ่นปนเซ็งกับ เหตุการณ์ครั้งนั้นครับ


โดย: เด็กรด. IP: 58.136.52.140 วันที่: 5 มกราคม 2551 เวลา:17:59:19 น.  

 


โดย: สาวสวยงาม IP: 222.123.142.236 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:16:08 น.  

 
ผมเองเป็น ผบ.ร้อย.ทพ.ในขณะนั้น ขอบอกว่าทุกคนทำเพื่อชาติ และต้องการขับไล่อริราชศัตรูให้ออกไปจากแผ่นดิน


โดย: กูผู้เหยียบเนิน1428 IP: 58.8.124.55 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:19:29 น.  

 
เกลียดคนลาวที่บุกพื้นที่ไทยที่สุด


โดย: โทนี่ IP: 125.24.93.105 วันที่: 4 มีนาคม 2551 เวลา:15:54:26 น.  

 
จงจำไว้ นี่เป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่ จงสามัคคีกันไว้
เพื่อชาติไทยได้ก้าวไปข้างหน้าด้วยเกียรติอันสูงสุดของคนไทยทุกคน


โดย: ความฝันอันสูงสุด IP: 61.7.175.215 วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:0:55:38 น.  

 
รักทหารมาก


โดย: อ้น IP: 125.26.152.124 วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:11:51:40 น.  

 
เปิดมาเจอโดยบังเอิญค่ะ
เลยลองด่านดู
ได้ความรู้มาก
ถ้าเทียบกับเวลาในช่วงที่เกิดเรื่องตอนนั้น
ยังลืมตาดูโลกได้ยังไม่ถึงขวบเลยค่ะ
แต่เรื่องจัดหน้านี่ แก้ไขหน่อยนะคะ
ละสายตาทีหาไม่เจอเลยว่าอ่านถึงไหน
เป็นกำลังใจให้ทหารไทยและผู้ทำบล็อคนี้นะคะ


โดย: จำปาขาว IP: 58.10.96.202 วันที่: 2 เมษายน 2551 เวลา:14:58:26 น.  

 
ຕີກັນອີກຈັກບາດສະເປັນຫຍັງ


โดย: ລາວແດງ IP: 202.62.99.27 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:12:00:27 น.  

 
สมควน ที่ พวก สุต้องได้รับความฝ่ายแพ้แล้ว ทังๆ ที่ เอา ลาว มาข้ากันแท้ๆ


โดย: หลานเจ้าอานุ IP: 82.82.128.140 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:15:53:55 น.  

 
เกลียดคนลาวที่บุกพื้นที่ไทยที่สุด
------------------------------------------

พวกหมานี้ มัน ไม่อ่าน ประวัตสาตลาว สยาม หลือใด
ดีนดอนต่อนห้ยา แห่งนี้ มัน ไม่ใชของคนลาวหลือ


โดย: ลาวสุพัน IP: 82.82.128.140 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:15:57:24 น.  

 
ผมจำได้อย่างเดียว ว่า

คนไทย ฆ่า คนไทย ด้วยกันเอง

ด้วย เครื่องบิน เอฟ 5 หย่อน นาปาล์ม ลงใส่ ทหาร ที่พึ่งลงพื้นที่

ມັນບໍ່ແມ່ນຄືເຈົ້າເວົ້າດອກ ມັນບໍ່ແມ່ນຄົນສຍາມ ຂ້າຄົນສຍາມ ມັນແມ່ນ ລາວ ຝັ່ງຊ້າຍ ກັບລາວ ຝັງຂວະ ຂ້າກັນ ໂດຍ ການ ຊຸກຍູ້ຂອງ ເຈົ້າກຸງເທບ(ລູກແມ່ສັງວານ ເຊື້ອລາວລາວນັ້ນລະ) ທີ່ ບໍວ່າ ຍາມໃດກະຍັງບໍຍອມລົດລະ ກັບການໃຊ້ກຳລັງ ຍຶດ ແຜ່ນ ດີນຂອງຊາວລາວເຮົາ


โดย: ລາວວຽງຈັນ IP: 82.82.128.140 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:16:01:08 น.  

 
ในอะดัด พงสาวะดาน สยาม ไม่ไชชนชาตที่แขงแรงนะ
ทำสงคสมกับพะม้า 20 คั้ง เสัย ไช ให้ เขา 25
คั้ง ถ้าใ่ม่มีบันพะบะบุรุดลาว เข้ามาช่วย สยาม อาด จะไม่มีอยุ่ ในแผ่นที่โลกแล้วนะ


โดย: ลาวล้านนา IP: 82.82.128.140 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:16:07:43 น.  

 
ลาวฆ่ากัน พวก ชาวกรุงเทพ ตบมื
นี้แม่นความจรีงนะ เพาะ ใน ปทท เรา มาคนเชื้อสายลาว เกือบ 50ห้าสีบ ล้านคนนะ


โดย: ลาวขอนแก่น IP: 82.82.128.140 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:16:13:52 น.  

 
ສົນທີສັນຍາ ລະວ່າງສຍາມ ແລະ ຝັ່ຣງເສດ(3.10.1893) ປາງນັ້ນ ເຈົ້າກຸງເທບ ດີ ໄຈຫລາຍ ທີ່ ບັງຄັບໃຫ້ ເຈົ້າອານານີຄົມໂລກເຊັ່ນ ຝັ່ຣງເສດ ຍົກດີນແດນລາວຝັ່ງຊ່າຍໃຫ້ຄອບຄອງ ຈົນໄດ້ເພື່ອ ເປັນ ກຳລັງໄຈ ພວກເຈົ້າກຸງເທບກະເຫີ ຝັ່ຣງເສດ ທັງໂຄດເລີຍ ໂດຍຍອມສົ່ງລູກຫລານເຂົາ ໄປ ຮ່ຳໄປ ຮຽນທີ່ ປະທເດ ນີ້ ຈົນກາຍເປັນໄຫ່ຍເປັນໂຕໃນເວລາຕໍ່ມາ ເຊັ່ນ ປີຣດີພະນົມຍົງ ຈອມພົນ ປໍ ພີບູນສົງຄາມ ເນໂອນາຊີ ສຍາມ ຄົນ ສຳຄັນ ທີ່ ຮ່ວມມືກັບ ເຈັກ ຫລວງວີຈິດ ໃນ ປີ 1939 ສ້າງອານາຈັກໄທຍ ຂື້ນ(ຈາກຊື່ ສຍາມມາເປັນປທທ)ເພື່ອ ບອກບົ່ງໃຫ້ ຄົນເຊື້ອສາຍລາວ ທັງສອງຝັ່ງຂອງຊາບວ່າ ແຜນການກື້ນກີນລາວທັງຊາຕ ຈະຕ້ອງສືບທອດຕໍ່ໄປ ໂດຍຖື ເຂດແດນ ສາຍພູແດນແດວ ເປັນ ເຂດ ແດນ ພາກ ຕາເວັນອອກຂອງເຂົາ


โดย: ຊາວລາວໂຄຣາຊ IP: 82.82.128.140 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:16:25:03 น.  

 
ຊ່ວຍແປງແດ່ເດີ : ລາວຝັ່ງຂວະບໍແມ່ນລາວຝັ່ງຊ້າຍ


ສົນທີສັນຍາ ລະວ່າງສຍາມ ແລະ ຝັ່ຣງເສດ(3.10.1893) ປາງນັ້ນ ເຈົ້າກຸງເທບ ດີ ໄຈຫລາຍ ທີ່ ບັງຄັບໃຫ້ ເຈົ້າອານານີຄົມໂລກເຊັ່ນ ຝັ່ຣງເສດ ຍົກດີນແດນລາວຝັ່ງຂວະໃຫ້ຄອບຄອງ ຈົນໄດ້ເພື່ອ ເປັນ ກຳລັງໄຈ ພວກເຈົ້າກຸງເທບກະເຫີ ຝັ່ຣງເສດ ທັງໂຄດເລີຍ ໂດຍຍອມສົ່ງລູກຫລານເຂົາ ໄປ ຮ່ຳໄປ ຮຽນທີ່ ປະທເດ ນີ້ ຈົນກາຍເປັນໄຫ່ຍເປັນໂຕໃນເວລາຕໍ່ມາ ເຊັ່ນ ປີຣດີພະນົມຍົງ ຈອມພົນ ປໍ ພີບູນສົງຄາມ ເນໂອນາຊີ ສຍາມ ຄົນ ສຳຄັນ ທີ່ ຮ່ວມມືກັບ ເຈັກ ຫລວງວີຈິດ ໃນ ປີ 1939 ສ້າງອານາຈັກໄທຍ ຂື້ນ(ຈາກຊື່ ສຍາມມາເປັນປທທ)ເພື່ອ ບອກບົ່ງໃຫ້ ຄົນເຊື້ອສາຍລາວ ທັງສອງຝັ່ງຂອງຊາບວ່າ ແຜນການກື້ນກີນລາວທັງຊາຕ ຈະຕ້ອງສືບທອດຕໍ່ໄປ ໂດຍຖື ເຂດແດນ ສາຍພູແດນແດວ ເປັນ ເຂດ ແດນ ພາກ ຕາເວັນອອກຂອງເຂົາ









โดย: ຊາວລາວໂຄຣາຊ IP: 82.82.128.140 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:16:27:57 น.  

 
ຢ່າຟ້າວອວດເກັ່ງ ເອົາຝາກໃຕ້ຂອງໄທຍ ໃຫ້ຢູ່ກ່ອນ ເສິກຮົ່ມເກົ້າ ກໍ່ມີແຕ່ ຄົນລາວຫັນຫລະຕີກັນນະ ເພາະທະຫານສ່ວນຫລາຍ ກໍ່ແມ່ນຄົນຝາກຕາເວັນອອກຊຽງເຫນືອ(ອີສານ) ຄຳວ່າ "ອີສານ" ມາປ່ຽນຕອນສະໄຫມ ບັກ ປໍ ພິບູນສົງຄາມ ນີ້ເອງ ແລ້ວທ່ານຄົນ ອີສານ ທັ້ງຫລາຍ ພວກທ່ານຄິດວ່າ ຄົນສະຍາມ(ໄທຍ) ຄິດວ່າພວກທ່ານ ເປັນໄທຍບໍ?


โดย: ຄົນລາວ IP: 58.9.120.78 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:17:49:07 น.  

 
ທ່ານຄົນລາວ
ຂອບໄຈ ທີ່ ທ່ານ ຍອມຣັບຣູ້ຄວາມຈີງ
ມັນບໍ່ແມ່ນຄົນ ອີສານຫັຍງດອກ ຊື່ນີ້ ແມ່ນ ບັກ ປໍ ມັນອຸປໂຫລກ ຕັ້ງຂື້ນ ເພື່ອ ລົບລ້າງຄວາມເປັນລາວຂອງເຣົານັ້ນລະ
ອີ່ສານ ມັນບໍ່ແມ່ນພາສາ ລາວ ຫລືພາສາສຍາມນະ ຈົ່ງຣັບຣູ້ທູກໆຄົນດ້ວຍ
ຄົນປາກລາວ ເປັນພາສາແມ່ ກີນເຂົ້າຫ້ນຽງຟັງລຳເປົ່າແຄນ ນັບຖື ຮິດ22 ຄອງ 14 ກະ ແມ່ນລາວເຮົາອ້ອຍຕ້ອຍນີ້ລະ
ຫັລງຈາກ ໂຊວຽດ ໄດ້ ລົມລົງ ຢ່າງລຸກບໍ່ຂື້ນ ໃນປີ 1991
ຖານະຄວາມເປັນລາວ ໄດ້ຍົກສູງຂື້ນແລ້ວ ໃນ ສຍາມ ປທ
ເຂົາກ້າອອກປາກ ວ່າ ເຂົາເປັນລາວ100 ເປີເຊັນ ເຫັນໄດ້ ດຽວນີ້ ເພງລູກທົ່ງ ໝໍລຳໝໍແຄນລາວເຮົາ ເຂົ້າໄປ ບີບຄັ້ນ ສັງຄົມຄົນສຍາມ ຮອດ ສູນກາງໂຕຫົວໄຈ ເມືອງ ບັງກອກແລ້ວ ຈົນເຮັດໃຫ້ພວກ ບ້າເຊື້ອຊາຕໄທ ເຈັບກະບານ ຍັງແຕ່ວ່າ ເຈົ້າ ກູງເທບ ຈະອອກ ຄຳສັ່ງ ແບບ ຣາຊທີສາມ ສັ່ງບໍ່ໃຫ້ຄົນເຂົາ ມາສຳພັດກັບ ວັທນະທັມລາວ ເຖີງຫ້າມ"ແອ່ວລາວ" ຄື ປາງນັ້ນຫລື ບໍ່ເທົ້ານັ່ນເອງ


โดย: ລາວສຣະບຸຣີ IP: 88.70.41.109 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:18:11:07 น.  

 
มันเปันสงคราม ความลับ และ ภาบลวงตา เกี่ยวกับความจรีงอันแสนเจับปวด ที่ ชาวลาวเรา มักตกเปันเหยื่อ หรือ
ถุกที้งให้เผชีญนชะตากรรมร้ายแรงฆ่ากันเอง เพียงเพื่อความลงตัวในผลประโยชนของมหาอำนาจท้องภี่นสยามเท้านั้นเอง


โดย: ชาวลาวอุดอนเดี IP: 88.70.41.109 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:18:19:16 น.  

 
สงคราม บ้านร้มเกร้า ยังเปันเรื้องราวของสงคราม ที่ เข้าไจผีด ของชาวสยาม ในช่วงศวรรศ ที่ผ่านมา ว่า การทำสงครามและ การใช้กำลัง จะสามารถ นำมาชื่งทุกสี่ง
ทุกอย่างที่ รัฎบาลในกรุงเทพจะลบล้างความเปันลาวของเราได้
สี่งนี้ ยี่งส้รางความเปันลาวของพวกเราให้สุงขื้น และ ความเปันลาวกอ เปันที่รับรุ้จากพวกเขามากขื้น


โดย: คนลาวที่ เลีย IP: 88.70.41.109 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:18:29:42 น.  

 
Juridiquement , Bhumipol Adulyadej est á la tête
d'une monarchie constitutionnelle: il régne mais ne gouverne pas. En réalité, il est né de père siamois et d'une mère laotienne et est le pèree de la nation et la clef de voûte du pays. Il a servécu à 18 coups d'Etat, 21 Premiers ministres et 15 Constitutions. Cela rien 16 si la toute dernière est adoptée , comme prévu ,par reférendum, le 19 août......Pour la quasi-totalité des Thailandais, qui en sont fiers, c'est un bon roi , et un grand roi . mais il a fait un grand erreur dans sa vie lorsqu'il a visité Le laos communiste en 1994 . Tous les laotiens autour du monde a critiqué sévèrement cette visite parcequ'il ne savait même pas que le régime communiste lao de l'autre côté du mékong a massacré toute la famille royale laotienne( le roi , la reine , le prince héritier et son dernier fils
et les centaines de princes lao) ainsi que les 40 000
anciens hauts fonctionnaires (militaires et polices), députés ambassadeurs du régime de Vientiane durant la post - révolution.
C'est vraiment inaacceptable lorsque le roi d'origine lao a serré la main avec le dictateur communiste comme général Khamtai SIPHANDONE qui était ministre de la défense nationale pendant
la tuerie de 1975-1990.


โดย: Khon Lao au canada IP: 88.70.41.109 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:18:56:49 น.  

 
Tous les laotiens autour du monde ont critiqué sévèrement cette visite parcequ'il ne savait même pas que le régime communiste lao de l'autre côté du mékong a massacré toute la famille royale laotienne( le roi , la reine , le prince héritier et son dernier fils


โดย: to correct IP: 88.70.41.109 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:18:59:34 น.  

 
ผมว่าทหารไทยเก่งที่สุด อยากให้ประเทศที่อยู่ข้างๆเราเป็นของเราให้หมดมันเสือกมารุกรานเราก่อนตั้งแต่สมัยกรุงศรีโตตเจ็บใจสุดๆๆ
โดย: คนรักชาติ IP: 124.121.2.254 วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:12:44:57 น.
---------------------------------------------

รับรุ้คลับ แต่ในความเจับปวดของชาวลาว ชาว มุสลีม และชาวเขมน
ไคร รุกราน ประเทสของคุณละ
มี แต่ พะม้านะเขัามาจุดมาเผา ปท สยาม นะ


โดย: 101คนลาว IP: 88.70.41.109 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:19:05:50 น.  

 
นี้เป็นความคิดเห็นของคนลาวคนหนึ่งที่อยู่ภาคตาเวฟนออกเชียงเหนือ
อยากจะถามว่า ภาคนี้ เป็นส่วนหนึ่งของไทย หรือเปล่าขาดภาคนี้ ไปไทยจะเป็นยังไง ทำไมเป็นคนไทยถึงดูถูกคนลาวกันได้ถึงขนาดนี้ ความรู้ที่มีมาไม่ได้ช่วยให้สมองพัฒนาไปทางด้านที่ดีเลย ความคิดดูถูกแบบนี้รูไหมว่าส่งเสริมให้ไทยเกิดความแตกแยก ยี่งมีคนไทยคิดกันแบบนี้เยอะๆ อีกไม่นานผมคิดว่าคนคนลาวภาคตวอชหนคงลุกขึ้นมาทำเหมือนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลองคิดใหม่ดูนะครับ ว่าพวกคุณทำอะไรลงไป ว่าพวกคุณกำลังสร้างปัญหาที่จะส่งผลถึงอนาคต ทำไมไม่เลือกที่จะอยู่อย่างสันติ



โดย: ไม่ต้องมาด่ากันเดี IP: 88.70.41.109 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:19:35:52 น.  

 
คนลาวภาคเหนือเจ๊า กว่าจะพูดออกมาแต่ละคำเชื่องช้า เงอะงะ ไม่ทันกิน แสดงว่าความคิดที่ช้า เมื่อก่อนดูน่าน่ารัก อ่อนหวาน นุ่มนวล เรียบร้อย แต่พอยามคับขัน ต้องตัดสินใจที่เด็ดขาด กลับใช้ไม่ได้เอาเสียเลย มันสะท้อนถึงความเชื่องช้าทั้งสมอง ร่างกาย คิดไม่ทันเหตุการณ์ มองไกลได้แค่หัวแม่เท้าเท่านั้น ผิดหวังกับคนเหนือตอนบนเอามากๆ โดยเฉพาะเชียงใหม่ ยุบมหาวิทยาลัยให้หมดไปเลยดีกว่า ไม่เคยเห็นอาจารย์ มช.จะกล้าออกมาทำอะไรหรือประกาศจุดยืนทางการเมือง
เพื่อสังคมเลยสักนิด มช.น่าจะเป็นมหาลัยพี่ใหญ่ที่เชียงใหม่ แต่กลับไม่ได้ดีไปกว่าแม่โจ้ พายัพ ราชภัฏ
ยุบ มช.ไปเลยดีกว่า ห่วยแตก กินแต่เงินเดือน ไม่สามารถเป็นที่พึ่งของสังคมได้ โดยเฉพาะคณะรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ห่วยมาก


โดย: คนไทภาคกลาง IP: 88.70.41.109 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:19:39:43 น.  

 
ความคิดเห็นที่
ไม่ต้องมาด่ากันเดี

หลังจากมีการลงประชามติ และเลือกตี้งที่ ผ่านมาแล้วทำให้คิดถึง ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ มากเคยได้ยินคุณนิติภูมิกล่าวว่าอีกไม่นานประเทศไทยอาจจะมีการขอแบ่งแยกดินแดนถ้าจำไม่ผิดอย่างน้อยก็ 4 รัฐฯ ครั้งแรกที่ได้ยินคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้แต่หลังจากมีการประกาศผลการลงประชามติและเลือกตั้งแล้วและได้ดูแผนที่สีแดงด้านบนคือภาคเหนือ และ ตวอขหน แล้วรู้สึกหนาวใน และยิ่งดูคะแนนในแต่ละจังหวัดที่โวทไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐะรรมนูญแล้วยิ่งค่อนข้างแน่ใจเลยว่า ถ้าสภาความมั่นคงไม่ลงมือทำอะไรสักอย่างตอนนี้ ก็มีเปอร์เซ็นสูงที่จะเกิดความวุ่นวายหลังเลือกตั้งทั้งในและนอกสภา และสามารถพัฒนาไปสู่ความแตกแยกจนอาจถึงขั้นแบ่งเหนือแบ่งใต้ก็อาจเป็นได้ ความจริงไม่อยากเสนอแนะเลยว่าถ้าตัดหัวแล้วหางมันก็ไม่ส่าย จะทำอย่างไรก็รีบทำเสีย ใช้ทั้งไม้นวมและไม้แข็งไปพร้อมกันนั่นแหละรู้สึกไม่มั่นคง


โดย: คนไทสยาม IP: 88.70.41.109 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:20:16:59 น.  

 
Khon Lao au canada

ท่านมองความไม่แน่ชัดของในหลวงเราเกี่ยวกับความชั่วช้าของ คมน ลาวแดงจนได้นะ
แต่ผมคีดว่า พระองเราอาจจะไม่สามาด มองดุสี่งนี้ได้
เพระที่ ปรืกสา ของ ท้าน อาจจะตาบอดก่อไปเปันได้
ไม่ต่างอะไรกับเอดีชาเบัด ต้อง ไปจับมื กับ ฮีดเลีแห่งเยีระมันนะ


โดย: น้องชายPol Pot IP: 82.82.136.169 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:23:22:36 น.  

 
ชาวอะเมรีกา ที่ มาทำสงครามใน ลาว เพี่ง ประหลาดไจเมื่อทราบว่ามี คน ล า ว อยุ่ใน ปท ไทย มากกว่าจำนวนชาวลาวใน ประเทศลาวเองเสัยอีก

ก่ายมาจาก ปื้ม ผลาญชาคี สงครามลับ จองชีไอเอ ใน ลาว เขียนโดย โรเจีร วอรนเนีร แปโดย ไผท สีทธีสุนทร
ห้นา 4 โึรงการจัดพีม คบไฟ พศ 2545


โดย: บอกต่อนะ IP: 82.82.136.169 วันที่: 8 เมษายน 2551 เวลา:0:28:07 น.  

 
Look back in the real situation, Thailand always has problem with its neighbour countries (Laos, Myanmar, Cambodia or even Malaysia).

Thai people from Bangkok should look at what they are treating to others people. Cambodians gave a lesson by burning Thai Embassy in Pnompen last few years, which is good.

I am not surprised that three provinces in the south want to separate from Thailand. And I believe that in the future North-Eastern and North of Thailand will consider to separate from Thailand (Bangkok).

What do you think?


โดย: Lao-rice IP: 202.161.8.27 วันที่: 8 เมษายน 2551 เวลา:6:26:24 น.  

 
ຢ່າລືມວ່າພົນລະເມືອງປະເທດໄທຍ50ກວ່າລ້ານຄົນແມ່ນ ຄົນລາວກິນ ເຂົ້າຫນຽວເປົ່າແຄນ ເຊື່ອຊາຕລາວ ແຕ່ສັນຊາຕໄທຍ ແລະເວລາໃດຄົນ ພາກກາງກໍ່ເບິ່ງຄົນພາກຕາເວັນອອກຊຽງເຫນືອ ເປັນຄົນລາວຕະລອດເວລາ ແມ້ວ່າຈະໄດ້ສັນຊາຕໄທຍ ໂດຍການເກິດກໍ່ ຕາມ ແຕ່ຄົນພາກກາງກໍ່ບໍ່ໄດ້ເບິ່ງຄົນພາກຕາເວັນອອກຊຽງເຫນືອ ເປັນຄົນສະຍາມ (ໄທຍ)


โดย: ຄົນລາວ IP: 58.9.130.19 วันที่: 8 เมษายน 2551 เวลา:12:39:43 น.  

 
50 millions lao people who live in Sayamprathet have not possibilities to write their lao ecriture means
that the thai people accept the colonialism politic in the moderne society


โดย: the laotian in New York IP: 134.100.172.24 วันที่: 8 เมษายน 2551 เวลา:22:57:41 น.  

 
อ่านแล้ว กรูม่ายเข้าจายยย


โดย: ผ่านมา IP: 202.123.177.82 วันที่: 9 เมษายน 2551 เวลา:11:15:28 น.  

 
ມຶງບໍ່ເຂົ້າໃຈ ກໍ່ອ່ານໃຫ້ເຂົ້າໃຈຕິ໋


โดย: ຜ່ານໄປ IP: 58.9.124.25 วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:0:17:18 น.  

 
ກວດຂເມນ ເກນ ລາວ ເປັນຊະເລີຍ ສ້າງກຸງເທບ

ປາງ ເຈົ້ສກຸງເທບ (ຣາຊການທີ່ 1 ) ຕັ້ງກຸງຣັຕນະໂກສີນຂື້ນ ພວກ ເຂົາ ກະໄປ ຈັບເອົາຊະເລລຍເສີກ
ຂເມນ ມາຂຸດຄອງ ພຣະນະຄອນດ້ານຕາເວັນອອກ ຕັ້ງແຕ່ວັດບາງລະພູ ຫລື ວັດສັງເວດ ໄປ ອອກ ແມ່ນ້ຳຂ້າງໄຕ້ ທີ່ ວັດເຊີງເລນ ຫລື ວັດ ພີຕຣະພີມຸຕ ແລ້ວ ພຣະຣາຊທານວ່າ ຄອງຮອບກຸງ
ສ່ວນລາວນັ້ນ ສ້າງ ກຳແພງເມືອງ
ພວກເຈົ້າກຸງເທບ ກະ ໄປເກນ ເອົາຊາວລາວ ທີ່ ພາກ ຕາເວັນອອກຊ່ຽງເຫືນອ
ເມືອງວຽງຈັນ ຕລອດຈົນຫົວເມຶອງລາວຮີມແມ່ນ້ຳຂອງຝາກຕາເວັນຕົກ ເຂົ້າມາຂຸດຮາກກໍ່ກຳແພງ ພຣະນະຄອນ ແລະ ສ້າງ ປ້ອມ ເປັນ ລະຍະ ຮອບ ພຣະນະຄອນ

........................ກູງເທບ ທຸກວັນນີ້ເຕີບໂຕມະຫາສານ ແລ້ວ ທຳລາຍຄວາມເປັນເມືອງສມັຍທຳອິດ ຢ່າງໄຫ່ຍໂຕມະໂຫລານ ໄຣ້ສຕິ ຄວາມຊົງຈຳຂອງຄົນ ກຸງເທບ ເລີຍບໍ່ມີຫັຍງເຫລືອໄວ້ ໃນ ທີ່ ສຸດ ກະຄື ລືມ ເຄືອຍາຕ ຂເມນ(ຈາມ) ກັບລາວ ສອງຝັ່ງຂອງ ຜູ້ທີ່ມີສ່ວນສຳຄັນສ້າງກຸງເທບ ເມື່ອ ຄສ 1783 ເມື່ອລາວ 225 ປີ ມາແລ້ວ ຄຶ 36 ປີ ກ່ອນ ໂຄດເຊື້ອພວກເຂົາ ຈະມາເຜົານະຄອນວຽງຈັນຂອງພວກເຮົາ ຄື ໃນ ປີ 1829


โดย: ສຸຈີຕວົງເທສ IP: 82.83.155.57 วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:0:50:12 น.  

 
ຄວາມຈິງແລ້ວ ມັນບໍ່ແມ່ນ ກອງທັບລາວໄປຮຸກຮານ ປະເທດໄທ ແຕ່ຫາກໄປປົກປ້ອງ ອະທິປະໄຕ ບ້ານ ນາບໍ່ນ້ອຍ ພູ1428 ຕ່າງຫາກ ບົດຂຽນຂ້າງເທິງນີ້ (ຖ້າບໍ່ຮຸ້ຄວາມຈິງແລະຖ້າຜູ້ໃດບໍ່ໄດ້ເຂົ້າຮ່ວມໃນການປົກປ້ອງອະທິປະໄຕຂອງຊາດໃນຄັ້ງນີ້ແລ້ວ ພາຍຫລັງອ່ານ ພາໃຫ້ເກີດອາລົມ ຄວາມຮູ້ສຶກ ວ່າ ບົດຂຽນນີ້ ມີການພິກປີ້ນຄວາມຈິງ ເກີນກວ່າເຄິ່ງ. ບົດຂຽນນີ້ ເກີດຂຶ້ນໃນທ້າມກາງເວລາທີ່ຄວາມສຳພັນລາວ-ໄທ ກຳລັງ ພັດທະນາໄປໃນທາງບວກ. ບາດແຜທາງໃຈ ກຳລັງຈະເຫືອດຫາຍ, ການປັກຫລັກຫມາຍຊາຍແດນ ກຳລັງ ກ້າວໄປສູ່ຄວາມສຳເລັດໃນໄວ ໆນີ້, ຄວາມຮູ້ສຶກທີ່ເກີດຂຶ້ນໃນຕອນນີ້ ແມ່ນ ຄວາມຮູ້ສຶກ ທີ່ເຫັນໄດ້ວ່າ ພວກອິດທິກຳລັງ ທີ່ຂັດຂວາງສັນຕິພາບ ມິດຕະພາບ ລະຫວ່າງ ລາວ-ໄທ ທີ່ແຝງຕົວຢູ່ໃນ ອົງກອນຂອງໄທ ແມ່ນຍັງຕົງຈອບຈ້ອງທີ່ຈະລົບກວນແລະທຳລາຍມັນລົງ. ຈາກນີ້ຈຶ່ງຂໍເຕືອນເພື່ອນມິດພີ່ນ້ອງລາວທັງຫລາຍ ພວກເຮົາຄວນມີສະຕິລະວັງຕົວທຸກລົມຫາຍໃຈ ຕໍ່ກົນອຸບາຍ ຂອງພວກເຂົາ


โดย: ກອງຫລອນລາວບ້ານນາບໍ່ນ້ອຍ IP: 58.147.38.67 วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:9:24:36 น.  

 
ປະຫວັດສາດ ຄວາມຂົມຂື່ນ ຄວາມເຈັບຊ້ຳໃຈ ໃນປະຫວັດສາດ ນັ້ນ ມັນຕົກໄປ ກາຍເປັນອະດີດໄປແລ້ວ ຂໍຊວນເຊີນ ເພື່ອນມິດ ຜູ້ທີ່ຮັກຫອມສັນຕິພາບ ທັງທີ່ຢູ່ໃນປະເທດໄທ ພີ່ນ້ອງລາວ ທີ່ຢູ່ໃນທົ່ວໂລກ ແລະຢູ່ໃນ ປະເທດລາວ ຈົ່ງຫັນຫນ້າເຂົ້າຫາກັນ ພ້ອມກັນ ສັນສ້າງສັງຄົມໃຫມ່ ພວກເຮົາພວມຢູ່ໃນຍຸກສະໃຫມໃຫມ່ ທີ່ຕ້ອງ ພ້ອມກັນສ້າງຄວາມຈະເລີນໃຫ້ແກ່ປະເທດຊາດຂອງຕົນ ຕາມວິຖີທາງຂອງໃຜມັນ ຍຶດຖືຫລັກກົດບັດ ຂອງສະຫະປະຊາຊາດ 5 ປະການ ພຽງເທົ່ານີ້ ພວກເຮົາກໍຢູ່ກັນຢ່າງມີຄວາມສູກແລ້ວ. ຖ້າ ຂຸດເອົາອະດີດມາເວົ້າກັນຕໍ່ໄປ ມີແຕ່ຈະນຳຄວາມຄຽດແຄ້ນ ອັນເປັນການເດີນໄປຕົກເຂົ້າໃນແຜນອຸບາຍຂອງພວກ ອຸບາດທີ່ຈ້ອງທຳລາຍສັນຕິພາບ ແລະມິດຕະພາບລະຫວ່າງຊາດລົງ ນັ້ນລະ.


โดย: ມາ ລົດລະ ທິດຖິ ກັນເທາະ IP: 58.147.38.67 วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:10:49:02 น.  

 
ຄົນລາວຝາກຕາເວັນອອກຊ່ຽງເຫນືອລອງຟັງເບິ່ງວ່າເຂົາເວົ້າຖືກຫລືຜິດ
http://www.youtube.com/watch?v=o0QrxWeO_9w&feature=related


โดย: ຄົນລາວ IP: 58.9.121.6 วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:21:57:33 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 373 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นิสัยคนไทย
ข้อ 1 ไม่อยากให้คนคนลาวได้ดี โดยเฉพาะเจ้าบอล ถ้าล้มแล้วโดนถีบเลย เพราะฉะนั้นกรุณาอย่าล้ม
ข้อ 2 พ่อแม่เขาดูแลลูกได้ดี กลับถูกมองว่านิสัยไม่ดี
ข้อ 3 มีเมียทั้งทีได้สวยดีอย่างนาตาลีกลับถูกคิดว่ารวมหัวกันหลอกเมีย
ข้อ 4 อโหชีวิต คนจนวาสนาดีเป็นคนรวย
กลับถูกคนดูหมิ่น ทีคนรวยแต่นิสัยไม่ดีคนกลับยกย่อง
นี่แหละน้าประเทศไทย
แปลกดีน๊ะคนไทยชาตma.....ห ม......า

ก่ายมาจาก แวบไชผู้จัดการ Online
“ภราดร” เผย “นาตาลี” เยส 4 ที รับคำขอแต่ง ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 เมษายน 2550 14:09 น.
file:///D:/Eigene%20Dateien/A%20Nathaly%20khontHai%20xat%20ma.htm


โดย: คนลาวมีบัต ปชช สยาม IP: 88.70.198.229 วันที่: 14 เมษายน 2551 เวลา:2:18:59 น.  

 
ໂຊວຽດປົດປ່ອຍ 14 ປທ ໃນເຄືອຈັກກະພັດນີຍົມຕົນເອງ ອອກ ເປັນ ອີສຣະ ໃນ ປີ 1991
ເມື່ອໃດລະ ຊາວລາວ ໃນພາກ ຕາເວັນອອກຊ່ຽງເຫນືອ ແລະ ພາກ ເຫືນອ ຂອງ ປະເທດໄທຍຈະຕົກຢູ່ໃນ
ສະພາບດຽວກັນນີ້ລະ ?????


โดย: ລາວຊີດເນັຍ IP: 82.82.139.251 วันที่: 14 เมษายน 2551 เวลา:18:37:03 น.  

 
The Thai people understand this , according to Thongnoi.When the king falls ill, everyone flies about in a panic; when the government falls, no one cares, because government is only entertainment.This clearly reflected Bhumibol's own thinking. In an interview in 1982 the king revealed a belief that he might be better prepared to choose the PM. In the constitution it is written that the king appoints the PM. This is a system in which , perhaps, the experience of a king can be use......The president of parliament will com and have a consultation, but the king may have more power because the people have faith in their king ( page 296 )

.......As might be expected , the government was outraged by the article and branded it a foreigner's distorted view.But in 1982, Sulak Sivaraks, an iconoclastic intellectual popular with students and foreign scholars,wrote in Lorkrab Sangkom Thai(Unmasking Thai society) that the monarchy was going in the wrong direction and king Bhumibol misunderstood Thailand. Prem's government ignored the criticism until 1984,when it had Sulak arrested for lèse-majesté. Amnesty international and foreign academics , strongly condemsed the arrest. With the king being pulled into a difficult public relations fight, the palace intervened quietly to have Sulak let off
( page 298 )

Extract from :
"The King never Smiles" . A Biography of Thailand's Bhumibol Adulyadej by Paul M. Handley ( Yale Unversity & New Haven and london 2006 )
498 pages



โดย: Mr Leka IP: 82.83.150.152 วันที่: 15 เมษายน 2551 เวลา:6:25:55 น.  

 
I have heard from my friends in overseas, they are really worry about Thai's future after the curent dynasty. Because the crowned price (known as SIA-O) is not really good to be a king.....

What is your opinions?


โดย: Lao-rice IP: 124.171.75.221 วันที่: 15 เมษายน 2551 เวลา:6:44:57 น.  

 
page 301 :The king never smiles

.........................More troubling was Crown Prince Vajaralongkorn. By the early 1980s , he has become the very thing every modern monarchy fears, an heir whose intractable behavior endangered the thrones's future. The problems were well khow by the late 1970s.After returning from military training in Australia, he surrounded himself with people who would do his bidding , including disreputable businessmen who provided him with women and paid his bills, and military toughs who would take care of people who crossed him . With a pistol always on his hip , he gainned the nickname Sia O- sia (ເສັ້ຍໂອ)being the popular appellation for a Sino-Thai G A N G S T E R , and O for Orasathiratອົງຣາຊທາຍາທີຣາຊ , part of his title as crown prince.


โดย: Not Sia IP: 82.83.130.126 วันที่: 16 เมษายน 2551 เวลา:22:47:31 น.  

 
ผมอยากเป็นทหารมากเลยครับ


โดย: ปอน IP: 125.25.236.13 วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:17:41:36 น.  

 
You can visit us if you will know more about Sia O

http://www.mahasan.com/webboard/showQAnswer.asp?qNo=4134&nickname=&memicon=


โดย: Il ne rit jamais IP: 82.82.131.230 วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:20:19:47 น.  

 
page 304
The bad publicity had no impact on Vajiralongkorn. he still played around often with women proffered by powerful men , including generals in Sirikit's circle . And he remained beguiled by Sucharinee. In February
1983 , she had a third son, named Chakkrivajra after the prince and the dynasty. Apparently without the family's permission, Vajiralonggkorn permitted her to call herself Mom Sucharinee Mahidol
The king and the queen remained opposed to Sucharinee, and at one point Bhumibol reportedly reduced the prince'palace stipend to prevent him from supporting her. The prince only became more tempestuous. There were frequent stories of his staff beating and even killing people who angerend him. many Thais had heard tales like the one that HE HAD PULLED A GUN ON PRINCESS SIRINDHORN IN THE PALCE , or even SHOT ONE OF HER BODYGUARDS, and that he took a monastery'land for business, booting out poor squatters. He became feared more out of legend than reality, and a rivalry with Sirindhorn began to play out through public sentiment. Her picture was found with the king's and
queen's in most people's homes and offices, while the prince's picture were seen almost nowhere, not even in the stores that sold royal photographs and posters


p. 299-300

Sirikit had spent her first two decades in the palace celebrating her fairy-tale queenship. As her beauty faded in the 970s , she built a large court founded on competition for her patronage, which a political force of her own, and Parade magazine in the USA labeled her a beautiful, AMBITIOUS " DRAGON LADY"
Outwardly Sirikit was a dynamic mirror image of the king.Her principal vehicle for aiding the underprivileged, the support Foundation, brought health care to poor village women and children and helped them develop sources of extra income, like traditional handicraft production.Through charity balls and other sources she regularly raised tens of millions of dollars a year , which sustained her personal staff of 50 and many more in the Support Foundation bureaucracy.She made frequent , ritualized visits to the countryside. With a heavy army escort, Sirikitz would emerge in front of peasants , adorned in modern fashions and a generous array of large diamonds, rubies,emerailds, and pearls. In the 1980s she often wore harem pants and a turbanlike hat that must have appeared to villagers as bizarrely foreign. Thongnoi explained.: She fears she will disappoint her subjects if she is not dressed well...... The people have their own idea that the queen is an angel with blessings.
========================================
ພວກທີ່ ໄສ່ຣ້າຍປ້າຍສີ ສ້າງຄວາມບໍຈົບບໍງາມຣ້ອຍແປດພັນປະການແກ່ຣາຊວົງລາວ
33 ປີ ຜ່ານມາ ກະຍັງບໍສາມາດ ຈະເອົາເລືອງ ແບບຂື້ນມາອ້າງໄດ້
ເພື່ອແບຫ້ນາ ຊາວບ້ານ ທີ່ພັກພວກເຂົາເຖີງໃຊ້ກຳລັງປ່າ
ເຖື່ອນເຂັນຂ້າ ພຣະເຈົ້າແຜ່ນດີນຂອງພວກເຂົາ ໂດຍໃຫ້ຂໍອ້າງຕາມສັນດານຂອງຄົນພານ ວ່າ ພຣະອົງເຂົາ ຢູ່ເຫືນອ ຄວາມເປັນມະນຸດທັມມະດາສາມັນຊົນ
ຖ້າມີຄົນສາມາດ ແປ ເລື້ອງOngmahésiຂ້າງບ້ານ ສປປລ ໃຫ້ ຜູ້ທີ່ຍັງມີລົມຫາຍໄຈ ຄົນສຸດທ້າຍສືບທອດ (ບັກຂເມນສົບເວີຫ້ນາແທ້ລໆ ຄົນເມືອງໂຂງ ບັກມືມີເລືອດ ຂ້າພຣະອົງພວກເຂົາ ທີ່ ປາງນັ້ນ ມັນ ເປັນ ຣມຕ ກະຊວງປ້ອງກັນ ປທ ແລະ ລາວຝ່າຍຂວະ ສາມສີ່ ມື່ນຄົນ ກະຕົກ ຢູ່ໃນສະພາບດຽວກັບພຣະອົງພວກເຂົາ) ຊີວິດຢູ່ບົນ
ຄວາມຫລອກລວງໃພ່ຟ້າປະຊາກອນລາວປາງນັ້ນ
ຢ່າງນ້ອຍກະຊີຣູ້ ວ່າ ສີ່ງທີ່ ພວກມັນ(ພວກຫມາ ພວກເຖື່ອນ ພວກ ອັນຕະພານໂຈນປູ້ນຊາຕ
ແດກເມືອງ ຄມນ ລາວແດງ) ກະທຳລົງໄປ ກັບພຣະອົງ ຂອງພວກເຂົາ ແມ່ນ ສີ່ງທີ່ ຜິດພາດ ຂາດຄວາມຣັບຜິດ
ຊອບແລະປ່າເຖື່ອນໄຮ້ມະນຸສທັມທີ່ສຸດ
ປ າ ງ ພວກເຂົາອຸປໂຫລກແລ່ນເຂົ້າມາຮັບຜິດຊອບບ້ານເມືອງເມື່ອ ກ່ວະ30 ປີກ່ອນ

ຜູ້ຕອບ : ທົບທວນເສັຍ
ສົ່ງຄໍາຕອບເມື່ອ : ວັນສຸກ 18 ເມສາ 2008 ເວລາ 4 ໂມງ 33 ນາທີ
=====================================
ກ່າຍມາຈາກ ແວບໄຊ ມຫສ ທີ່ ສປປລ ລາວ ອ້າຍນ້ອງ
http://www.mahasan.com/webboard/showQAnswer.asp?qNo=4134&nickname

http://fr.blog.360.yahoo.com/blog-MN2F.bEibrQA6b3MrL8fsg--?cq=1&p=1145&l=851&u=878&mx=878&lmt=50&n=28500


โดย: Angel with blessings IP: 82.83.153.239 วันที่: 18 เมษายน 2551 เวลา:5:28:29 น.  

 
Avoiding colonization by Europe simply meant that we colonized our own people. This internal colonialism , in which officials appointed from the metropolis rule and drain the the countryside like conquered provinces, had led to obvious differences among the Thai .
( Bangkok Post 04.01.1976 by General Saiyudh Kernphol / Lao race from Xiengkhouang/ ex Chief of the Internal Security Operation Command in Government Policy is leading to Desaster in the Hills.)
==============================


The King never Smiles" page 315

............One cannot stick to a single task forever. One day we will grow old and die. Suddenly the old Siamese cosmos shuddered : Bhumibol was suggesting that someday , maybe soon, he might abdicate. It was unsettling, at least, because most Thais in the 1980s had never know any other king. They had been taught from birth that the dhammaraja monach kept the kingdom on an even keel. Most also of the
ANCIENT PREDICTION
that the CHAKRI DYNASTY would only NINE KINGS .
Given the prospect of Vajaralongkorn becoming
RAMA X , this implied IMMINENT CHAOS .
==============================
page 424 :

...Unlike Phibun , Thaksin used his money to buy off the palace. Early in the 1990s , his generous donations reaped him entry into Queen Sirikit's circle and closeness to Ubolrat, reportedly funding some of her daughter Ploypailin's piano recital. Rumors spread that he and Ubolrat were L O V E R S . More calculatingly, Thaksin used his wealth to get close to the crown prince. At the end of the 1990s many well-informed Bangkokians talked of Thaksin having taken on many of the prince's larger expenditures, including the refurbishment of the olsd palace o Rama VII , which the prince wanted to move into. Untill then it had been entrusted to Princess Sirindhorn , but in giving it up to her brother she received instead the Srapathum Palace of ueen Sawang. That too was refurbished with Thaksin's money , it was said........
==============================

page 310-311

.........Then in May 1985 came the news that Sirikit 's favorite Colonel Narongdej had died
while in the USA. Supposedly he had a heart attack, but the queen pursued rumors that he was murdered. Her mourning became an embarrassment. For his funeral, which all top officials in the military and government had to attend , she issued a commemorative volume bearing photograph of the two together. Afterward a glorifying television documentary was made on Narongdej, and it also conveyed their special relationship


โดย: Never smile IP: 134.100.172.24 วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:0:41:00 น.  

 
อดีตท่านชื่อ คุณ ยุวธิดา สุรัสวดี หรือเรียกว่า คุณ ยุวธิดาผลประเสริฐ หรือเรียกอีกว่า ห่มอม Benz
อดีตท่านเป็นดาราหนังไทย ที่มีผลงานการแสดงเพียง 4 เรื่อง เมื่อ พ.ศ. 2520 - 2521 แล้วออกจากวงการไป ภาพยนตร์ที่คุณยุวธิดา เคยแสดงมี

1. เรื่อง 15 หยกๆ 16 ไม่หย่อน
2. เลือดในดิน
3. แสนแสบ
4. ไอ้ถึก
=============================
- หม่อมเจ้าวัชรเรศร มหิดล (ประสูติเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2524)
- หม่อมเจ้าวัชรวีร์ มหิดล (ประสูติเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2528)
- หม่อมเจ้าบุษยน้ำเพชร มหิดล (พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ประสูติเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ.2530)
==============================
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร +หม่อมสุจาริณี มหิดล
หม่อมเจ้าจุฑาวัชร มหิดล (ประสูติเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2522/1979)
หม่อมVajaresra 1981
หม่อมเจ้าจักรีวัชร มหิดล (ประสูติเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2526/1983)
-
-

===========================
Asiaweek 7 June 1996

Air Chief marshal Anand Rodsamkhan ,( 50 years old) assistant Chief aide- de-camp general to His Majesty the king , posted to His Royal Highness Crown Prince Maha Vajiralongkorn's palace on THE OUTSKIRT OF BANGKOK; for VIOLATING HIS DUTY ; according to the notice signed by PM Banharn; May 25 .Further punishment may be ordered if the actions are deemed to harm the government .Anand repordly left the country his passport was REVEKED









โดย: Mom Benz IP: 82.83.154.22 วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:20:53:38 น.  

 
เฮ้อ....อยู่มาจนอายุ 40 กว่าปี ก็ได้แต่ปลงในความเปลี่ยนไปของโลก ตอนสมัยอยู่ ผู้คนก็ด่ากันทั้งบ้านทั้งเมือง ตั้งแต่เปิดตัว จนทำประชาสัมพันธ์ต่างๆ นานา ทั้งให้ตกแต่งพระตำหนักสิริยาลัย ผู้คนก็เฉยๆ ทั้งให้ตำแน่งผู้พิพากษา นั่งบัลลังก์ศาล อันนี้โดนโจมตีหนัก ก็ให้ไปเยี่ยมทหารชายแดนบ้าง ประมาณว่าทำยังไงก็เอาชนะใจคนไทยไม่ได้ จนมีลูกก็เงียบๆ เสียงด่าลงไปหน่อย สงสัยเพราะคนไม่แน่ใจว่า ลูกชายจะได้ขึ้นจริงรึเปล่า

เป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างหนักว่าจะได้ขึ้นไม๊ พวกที่บอกอาจจะได้ขึ้นเพราะเป็นลูกชาย ส่วนพวกที่บอกไม่มีทางได้ขึ้นเพราะนอกสมรส แม่ไม่ใช่สะใภ้หลวง อะไรก็ว่าไป แต่ยังไงก็ไม่มีใครยอมรับให้ข้ามหรือมาแทนที่เจ้าหญิงน้อยของคนไทย

จนตอนท้ายๆ ที่ต้องออกนอกประเทศ ก็ว่ากันว่า เป็นแผนกำจัดหม่อม เพราะคนไทยไม่ยอมรับ และไม่ต้องการให้ลูกชายขึ้น ฉะนั้นก็ให้แต่แม่ กับลูกชายทั้งหมดไป ไม่เว้นแม้แต่ลูกชายที่ยังเล็กๆ อยู่ ส่วนลูกสาวให้อยู่ได้ เพราะไม่มีผลอะไร

ทั้งหมดนี้ถือเป็นเสียงเล่าจากคนเก่าอย่างดิฉันนะคะ ฟังหูไว้หู ไม่ต้องเชื่อมาก มันนานมาแล้ว เพียงแต่มันยังจำช่วงเวลานั้นได้อย่างดี แต่ในความเห็นส่วนตัวนะว่า ถ้าจะไม่โปรด หรือจะกำจัดใครสักคน (ตามที่เขาว่านะ) ทำไมต้องสร้างเรื่องเลวร้ายขนาดนั้นให้เขาด้วย ไม่นึกถึงหัวอกลูกๆ มั่งหรือยังไง

แต่ป่านนี้หม่อมเขาคงจะ คิดได้แล้วล่ะว่า เขาไม่ได้มีความผิดอะไรเลย แค่มาผิดที่ ผิดเวลาเท่านั้น มาในขณะที่คนยังไม่เปิดใจรับเรื่องพวกนี้ ลองหม่อมมาช้าอีกซัก 20 ปีสิ คนไทยคงจะไม่รู้สึกอะไรมาก เพราะขนาดมีลูกแค่คนเดียว ก็ยังปลื้มกันขนาดนี้ แล้วถ้ามีตั้ง 5 คนล่ะ รับรองว่าปลาบปลื้มกันไม่หยุดทีเดียว

เจ้าของกระทู้ หรือท่านใดเห็นว่าไม่เหมาะ ไม่สมควร ก็บอกได้นะคะ จะมาลบค่ะ
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K6411004/K6411004.html


โดย: พันทีพ IP: 82.83.139.185 วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:15:57:56 น.  

 
ตอบคุณจขกท. ก่อนนะคะ ว่าโพสต์ได้ค่ะ ไม่มีใครห้าม
แล้วก็มีแต่คนอยากจะชมรูปสวยๆ ประกอบกับอยากรู้ข่าวคราวด้วย

แต่ดิฉันก็รู้สึกเหมือนคุณมิตรอนงค์ # 248
ตรงที่กล่าวว่า "เรื่องบางเรื่องเกิดขึ้นแบบไม่ถูกต้องและไม่น่าชื่นชมนัก"
สมัยนั้น ดิฉันก็โตพอที่จะรับรู้ได้ ที่ชาวบ้านต่างก็แย่งกันซื้อหนังสือพิมพ์
ที่นานๆ จะมีภาพข่าว "ยุวธิดา" เสด็จพร้อม
ขอย้ำว่า ชาวบ้านเรียกกันว่าอย่างนี้จริงๆ พร้อมกันเม้าท์กันสนุกปาก
แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องชื่นชมยินดี นอกจากความสวย
ตอนนั้นเรื่องนี้ เป็นความหมองมัวของสถาบันจริงๆ ค่ะ
มีแต่มาตอนหลังๆ เท่านั้น ที่สังคมเราพอจะใจกว้างกับเรื่องแบบนี้
ประกอบกับหม่อมมีลูกชาย จึงได้เรียกกันว่าหม่อม...หม่อมกัน

ส่วนเรื่องข่าวลือ ใบปลิวต่างๆ ของอดีตหม่อมนั้น ดิฉันก็ได้ยิน ได้เห็นมาบ้าง
แต่ไม่เคยเชื่อเลยว่าจะเป็นเรื่องจริง ได้แต่สงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นเหรอ??
แต่ก็แอบดีใจว่า หมดเรื่องนี้แล้ว อะไรๆ ก็อาจจะกลับมาดีเหมือนเดิม
แต่ชาวบ้านหลายคนก็สะใจไปตามๆ กัน

สำหรับลูกๆ แล้ว คงไม่มีใครไปคิดไม่ดี หรืออะไรกับท่านๆ มังคะ
เพราะเด็กไม่มีความผิดอะไร แถมรูปโฉมก็งาม ต้องตา
การกระทำที่ไม่ถูก ไม่งาม ผิดที่ผิดทาง แต่ส่งผลกระทบมาถึงลูก
เป็นเรื่องน่าเศร้ามากค่ะ หวังว่าท่านชายจะเข้าใจ และเข้มแข็ง

ดิฉันว่าที่เขาไม่อยากจะพูด หรือเอ่ยถึงเรื่องนี้ไม่ใช่เพราะมีใครห้ามหรอกค่ะ
แต่เพราะรู้สึกว่า ไม่ควร เพราะเป็นเรื่องหมองมัว ไม่ควรมาเล่าในที่แจ้ง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมค่ะ
บางคนมามืด ก็ไปมืด

ปล. ขอบคุณ จขกท และทุกท่านที่เอาภาพหายากมาให้ชมนะคะ
ชมเฉยๆ นะคะไม่ได้ชื่นชม เพราะเรื่องในอดีตไม่มีอะไรที่จะน่าชื่นชม
แต่ปัจจุบัน ขอชื่นชมหม่อมในฐานะแม่ที่เลี้ยงดูลูกๆ ได้ดี
อย่างน้อยก็ประสบความสำเร็จในด้านการศึกษา
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K6411004/K6411004.html





โดย: พันทีพ IP: 82.83.139.185 วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:16:19:14 น.  

 
กับหลานเขาเอง เขาอยังทำได้นะ


โดย: โหตนะอี่นี้ IP: 82.83.133.133 วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:4:18:54 น.  

 
ที่ 7:61.7.131.136
ไอ้พวกชั่วที่ด่า ท่านพล.อ.เปรม ระวังบาปไว้เหอะ พล.อ.เปรมคือคนที่พ่อหลวงของเราทรงเลือกให้มาเปนที่ปรึกษาส่วนพระองค์ ไอ้พวกที่เกลียดท่านก็เห็นจะมีแต่ไอ้พวกที่รับใช้ระบอบทักษิณเท่านั้นแหละ ไอ้นรกป่วนกรุงนั่นแหละตัวดี (นปก.) เมื่อก่อนเคยไปบุกถล่มบ้านท่านมาไม่ใช่หรอ พอได้เปน รมต. หน่อยทำเปนลืมนะ แผ่นดินไทยศักดิ์สิทธิ์นะ ทำเลวไรไว้อย่าคิดว่าฟ้าดินท่านไม่รู้นะ เงินทองอะตายไปพวกนายก็เอาไปไม่ได้หรอก กลับตัวกลับใจยังทัน...

จากคุณ :Royallityman - [20 เม.ย. 2551 11:19:23]
ที่ 14:58.9.63.198
รู้สึกเสียใจมากที่ ประธานองคมนตรีต้องมาแปดเปื้อน บ้านเมืองเราเดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปมาก คำว่า"ผู้แทนพระองค์" ที่เลือกมาดำรงค์ตำแหน่งโดยพระองค์เอง กลับโดนกลุ่มคนเลวๆโจมตี ป้ายสี เสียใจจริงๆ

จากคุณ :คนไทย - [20 เม.ย. 2551 11:57:21]
ที่ 12:124.120.96.213
เชื่อเหอะ ว่าผมไม่อยู่ข้างมันคนนึงแหละ
สำคัญตัวผิดไปป่ะ ทำตัวเป็นคนสำคัญ วางอำนาจ ออกมาพูดจาไม่น่านับถือเลย คนที่สำคัญจริงๆ มีอำนาจจริง ไม่ทำตัวแบบนี้หรอกคับ ผมก็ไม่ชอบทักษิณ แต่ก็ไม่ได้ชอบมันเหมือนกัน จะอ้วก

จากคุณ :รักเท่านั้นคับ - [20 เม.ย. 2551 11:33:36]
ที่ 16:124.121.215.144
7....นั้นแหละ มันเลยหลงตัวเอง แทนที่จะทำเฉพาะ หน้าที่ของตน กลับมาวุ้นวายกับการเมือง แบ่งฝ่ายแบ่งข้าง ระหว่างทหารกับการเมือง โดยต้องการให้ทหาร ที่เป็นเด็กในสังกัดของมันได้กุมอำนาจการเมือง จนทำให้บ้านเมืองวุ้นวายไปหมด ทำตัวเหมือน รัสปูติน มันทำตัวเหนือพ่อของเราอีก มันทำอย่างนี้เพื่ออะไร ถ้าไม่ใช่เพื่อตัวมันเอง..... พ่อของพวกแท้ๆท่านยังไม่เคยออกมาก้าวก่ายการเมืองเลยแม้แต่น้อย แล้วท่านยังบอกอีกว่า วิจารณ์ท่านได้ ถ้าเห็นว่าท่านทำไม่ถูก.....แล้วไอ้บ้านี้มันเป็นใคร วิเศษมาจากไหน ถึงแตะต้องมันไม่ได้ ก็ดูเอาเถอะ ถึงขนาด คู่ขาของมัน ถอนเอาขนเพชร มาให้ดูกันแล้ว ....มันบ้าหรือเปล่าว้ะเนี่ย...........คนไทยทุกคนควรใช้ สติ เหตุผล และเหตุการณ์ต่างๆใน2ปีที่ผ่านมา ว่าพวกเราได้ หรือเสีย กับการยึดอำนาจ ของพวก เผด็จกาณ์ กันครับ......

จากคุณ :ลาวหนองคายแห่งสายน้ำโขง - [20 เม.ย. 2551 12:06:09]
ที่ 19:58.9.67.5
เราไม่ได้ด่าองคมนตรี
เราด่าเปรม
ช่วยแยกตำแหน่งออกจากตัวคนด้วย
จะมีตำแหน่งอะไรก็ตามแต่
ก็อยู่ภายใต้กฏหมายเดียวกัน
อยู่ภายในสิทธิเดียวกัน
ถูกด่าได้ทุกคน
ชาวบ้านถูกด่าได้
แต่พวกคุณจะถูกด่าบ้างไม่ได้หรอ
พวกที่รักพวกที่ชอบก็เหมือนกัน
อย่ามัวเมาจนมองไม่เห็นสิ่งที่ถูกต้อง
พวกคุณก็มีสิทธิไม่น้อยไปกว่าเขา
ชนชั้นปกครองยังไม่มานฉันท์
และจะให้ชาวบ้านสมานฉันท์กันได้อย่างไร
การเมืองก็เหมือนศาสนาทุกศาสนาสอนทุกคนให้เป็นคนดี
พรรคการเมืองทุกพรรคก็ต้องการพัฒนาประเทศ
จะพรรคอะไรมันก็มีรากเหง้ามาจากคนไทยทั้งนั้น
ไม่มีพรรคไหนเป็นเครื่องหายคนในเมือง
ไม่มีพรรคไหนเป็นเครื่องหมายคนชนบท
คนในเมืองกินข้าวและบริโภคผลผลิตจากชนบทปี ๆ นึงเท่าไหร่
กทม มีปลาทูหรอ มีฟามเลี้ยงไก่หรอ ไมฟามเลี้ยงหมูไหม นาข้าวซักแปลงยังหายาก
คนชนบทส่งของพวกนี้มาให้คนในเมืองเสวยสุข และคนในชนบทได้อะไร จะกินซักมื้อยังเลือกไม่ได้เลย
อย่าสำคัญว่าตัวเองเรียนมาสูง มนุษย์มีมันสมองเท่ากันหมดแหละ ขาดก็แค่โอกาส คุณแค่มีโอกาสมากกว่าเขา มันไม่ได้หมายเขาว่าคุณเหนือกว่าเขา
บางคนยังคิดว่าตัวเองฉลาดแต่สุดท้ายเรียนไม่จบต้องมาล้างจานมีเยอะแยะ
คิดว่าตัวเองเงินเดือนสูงแต่จิง ๆ ก็แค่บ๋อย
คิดว่ายศตำแหน่งสูง แต่เงินเดือนกลับน้อยกว่าพนักงานทำความสะอาดบางที่
หลงระเริงในตัวเองกันให้น้อย ๆ ใส่ใจธรรมชาติให้มาก ๆ จิตใจจะได้สงบ

จากคุณ :g0fg8j - [20 เม.ย. 2551 12:12:00]
ที่ 30:213.42.23.71
พงเทพอย่ามาเหมาว่าคนไทยโว้ยeiตุ๊ดเฒ่าพวกคุณไปนับถือได้ไงวะตำแหน่งมันไม่เกี่ยวแต่ตัวeiเปรมนะนิสัยผมไม่ชอบ..คุณรู้เต็มอก..แต่พูดกลับลำนี่หว่า sadเสียชื่อชายชาติทหารวะ..ควายเอ้ย..sad นรกกรุณาอย่าพูดเหมารวมคนไทยส่วนใหญ่จังหวัดเหนือๆมีพวกโง่ๆไม่ถึง5%หรอกที่นับถือeiตุ๊ดเฒ่านี้..sad นรกอย่าเหมารวม..ถ้าพวก สตอโง่ๆละใช่ไม่ใช่คนไทย70-80%sad อย่าเอาความรู้สึกตัวเองไปวัดกับความรู้สึกของคนอื่นๆ..ไม่เหมือนกันแน่นอน..sad นรก

จากคุณ :คนเมืองบ่าใจ่ง่าวนาบ๊ะ - [20 เม.ย. 2551 16:34:27]
ที่ 31:219.89.23.231
ถ้ายังพอจำความกันได้ นายกเปรมที่อย่ในคำแหน่งโดยไม่ถูกอภิปรายถึง แปดปี ด้วยทหาร พรรคปชปใ และอำนาจมืดค้ำจุนตำแหน่งอยู่

ความเกลียดชังของคนไทยที่มีต่อพลเอกเปรมในสมัยนั้น ได้เริ่มมากขึ้นโดยลำดับ จนพลเอกเปรมลงจากตำแหน่งด้วยข้ออ้างว่า "พอแล้ว"

แต่ความชิงชังได้หายไปเมื่อมีการเสนอพลเอกเปรมเป็นองคมนตรี และ มีการกล่าวถึงแต่คุณงามความดีที่จับต้องไม่ได้ ไม่มีรูปธรรมว่าสร้างอะไรไว้แก่แผ่นดิน นอกจาก ธรรมเนียมฟ้าเป็นของนก นายกต้องเป็นทหารเท่านั้น

การเสพย์ติดบารมีของพลเอกเปรมไม่สิ้นสุด เมื่อหลังจากลงจากตำแหน่งแล้ว ยังมีการเข้าแทรกแซงการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงอยู่เสมอ และทุกรัฐบาลก็สนองตอบได้ทุกครั้ง

กระทั่งสมัยทักษิณ ก็เกิดความขัดแย้งเรื่องการแต่งตั้งลูกป๋า ที่ไม่ได้ตามใจป๋า

จนกลายเป็นสาเหตุหนึ่งของวิกฤติแผ่นดินมาจนถึงวันนี้

จากคุณ :คนไทยต่างแดน - [20 เม.ย. 2551 16:38:24]
ที่ 57:58.8.86.182
เมื่อก่อนเคยปลื้มถึงปลื้มที่สุดกับคนชื่อนี้
แต่ระยะหลังๆ พฤติกรรมเปลี่ยนไปมาก
ถ้ามองด้วยจิตใจเป็นกลาง ไม่ลุ่มหลง
ก็จะรู้ว่า
ถึงแม้ไม่ได้สั่งการปฏิวัติโดยตรง
แต่ก็แอบยุยงให้มันเกิดขึ้น
รัฐบาลเป็นแค่จ๊อกกี้ ไม่ใช่เจ้าของคอก
อย่าไหว้คนโกง
เด็กประถมยังมองออกเลยนะ
ว่าจะกระทบใคร

ทำตนไม่สมกับตำแหน่งเลย
เสียดายที่เคยปลื้ม



จากคุณ :ไทย - [21 เม.ย. 2551 03:27:20]
http://hilight.kapook.com/view/22984
เชื่อคนไทยอยู่ข้าง ป๋าเปรม ปัดข่าวเกาเหลาผบ.ทบ.


โดย: ???? IP: 82.83.133.133 วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:5:02:07 น.  

 
A nineteenth-century American visitor to Siam cited approvingly the opinion of a seventeenth-century French writer( Simone de la Loubère: Description
du Royaume de Siam ) regarding the Thai : " As ennemies they are not gangerous, as friends
they cannot be trusted "( Howard Malcolm: Travels in South - Eastern Asia , 2nd edn, Boston ,1839 II ,129 ). That such sentiments were not purely the product of Western prejudices is suggested by Prime Minister Phibun's alleged reply wenn asked , early in the Pacific War, against what potential for Thai military planning should be directed: "Which side is going to lose this war ? That side is our ennemy. "
Quoted in Benjamin A.Batson."The fall of the Phibun government , 1944",JSS,62,2(July 1974)100n.23
and in "The Cambridge History of SEA". Vol II.edited
by Nicholas Tarling. Cambridge University Press 1992 , page 293


โดย: เชื่อคนไทยไม่ได้?? IP: 134.100.172.24 วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:23:44:01 น.  

 
ผมไม่ใช่คนอีสาน
สมคิด สิงสง
มันเหมือนก้างคาคอเมื่อจะพูดถึงสัญชาติหรือเขื้อชาติองตนเอง
เวลากรอกข้อความลงในแบบฟอร์มเอกสารที่เป็นทางราชการ ใอ้ เพื่อนผมคนที่เป็นเจ้าของบริษัทเจ้ของรถยนต์
เมื่อมีช่องให้เขียนเชื้อชาติปและสัญชาติ มันเขียนว่าเชื้อชาติจีน สัญชาติไทย
อืกคนเป็นเจ้าของห้างทองขายเครื่องเพชรนิลจินดา มันเขียนเชื้อชาติดั่งเดิมของมัน แต่สัญชาติไทย
ครั้นเวลาผมจะเขียนบ้าง ต้องเขียนว่าเชื้อชาติไทย สัญชาติไทยทั้งๆ ที่สมัยไปหนังสือกรุงเทพฯ
เพื่อร่วมชั้นหลายคนมันตั่งเชื่อเล่นให้ผมว่า “ไอ้ลาว” ด้วยเหตุที่ตอนนั้นผมพูดภาษากรุงเทพฯยังไม่แข็ง
ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ที่คณะของพวกผม(วารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนตอนนั้นยังเป็นแผนกอิสระฯ
สังกัดคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์) กลุ่มที่ถูกตั่งชื่อเล่นว่า “ไอ้ลาว” มีอยู่ด้วยกัน 3 คนก็ไอ้โล
ใอ้บูนแล้วก็ผม มีอยู่วันหนื่ง ผมกับใอ้โลออกมาจากร้านเกาเหลาเจ้าประจำแภวท่าพระจันทร์
จะลงเรือท่าศิสิราช บังเอญสวนทางกันไอ้บูนที่ท่าเรือ
“มาแต่ไสบูน?”
ใอ้โลรากเข้าทักทายเพื่อนขณะรายนั้นก้าวขิ้นโป๊ะท่าเรือไอ้บุนอยู่ในชุดกางเกงทรงม้อดขาบานยอดนิยมแห่งยุค
สวมเสื้อขาวแขนขาวสะอาดสะอ้าน ผูกเห็คไทร์ลายสลับเหลืองแดง กลัดปุ่มเสมาธรรมจักรดวงตรามหาวิทยาลัย
ในมือมีสมุดปกรูปโดมสองสามเล่มส่วนผมกับไอ้โลอยู่ในชุด ๕ ย. คือ ไส่รองเท้ายางรถยนต์ กางเกงยืน เสื้อยืด
ไว้ผมยาวแว้วก็สะพายย่าม “กูมากับผู้สาว บักห่ามึง อย่าเว้าลาวนำกูจั่งชี้” ไอ้บูนกระชิบเสียงเครียด
พลางลากแขนเพื่อนให้ห่างสาวน้อยหน้าใสในชุดนักศึกษาต่างสถาบันที่ก้าวตามขึ้นมาจากเรือข้ามฟาก
“แม่นหยังเกาะ?” ไอ้โลจงใจขึ้นเสียงแกล้งเพื่อน “มึงหย้านผู้สาวรู้ว่ามึงเป็นลาวหวา?”
ไอ้บูนไม่มีถ้อยคำจะต่อปากกับเพื่อน ทางที่ดีที่สุดคือรีบขอตัวพาสาวต่างสถาบันผละจากไปจะดีกว่า
ผมยังจดจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดีเหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นในวันนี้ ทั้งที่ความจริงกาลเวลากผ่านมา 20
ปีแล้ว
เมื่อก่อนผมเองก็ไม่สู้จะเข้าใจนักดอก ว่าเอ๊ะทำไมเวลามีใครมาตราหน้าว่าเราเป็น
“ลาว”แล้วต้องรู้สึกต่ำตล้อยน้อยใจ ถึงขนาดไม่อยากแสดงตัวให้ใครรู้กำพึดของตัวเอง
จนถึงเวลานี้ผมค่อยกระจ่างขึ้น
มันค่อยๆ กระจ่างแจ้งเหมือนดวงตะวันเริ่มไขแสงคอนรุ่งเช้า
แล้วก็สว่างจ้าขึ้นโดยลำดับไม่มีเมฑหมอกใดมาบดบังแสงแห่งความเป็นจริงแม้แต่น้อย
สรุปแล้วมันมีที่ไปที่มา คือมีประวัติศาสตร์ของมัน โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ของชนเผ่าลาว

ประวัติศาสตร์แห่งการรบราฆ่าฟันกันเอง เพื่อลบล้างคำว่า ข้อย หรือข้าน้อย ชึ่งก็คือขี้ข้าผู้เป็นน้อย
เพื่อจะได้ก้าวขึ้นสู่ความเป็นขี้ข้าผู้เป็นใหญ่กว่ามวลขี้ข้าด้วยกัน
และคงจะด้วยเหตุนี้ด้วยกระมัง. ที่สั่งสมบ่มเพาะกันมาจนกลายเป็น.นิสัยอย่างหนึ่ง
สันดานหย้านกันได้ดีไงละครับ
เท่าที่ผมได้ยินได้ฟังมา อย่างน้อยก็ยุคพร้อมๆ กับที่พม่ารุกรานกรุงศรีอยุธยาครั้งล่าสุดเมื่อประมาณ ปี
พ.ศ. 2310 นั่นไง
ทางลาวเองก็เกิดความไม่สงบ
จนกลุ่มพระรอพระตาซึงเป็นเช้อสายเขียงรุงแสนหวีฟ้าและเกียวกันสายยาติกับกลุ่มที่ครองอำนาจอยู่เวียงจันทน
์ ต้องอพยพโยกย้ายมาสร้างบ้านแปงเมืองและสถาปนาขึ้นเป็นนครเขื่อนขัณฑ์กาบแก้วบัวบาน
ในเวลานั้นลาวผ่ายเวียงจันทน์ไม่วางใจกลุมพระวอพระตา จึงแต่งกองทัพไปกำราบปราบปราม
จนกลุ่มพระวอพระตาต้องเผ่นไปอาศัยลาวจำปาสัก แต่ก็ถูกตามตีไม่หยุดหย่อน จนต้องไปตั่งมั่นอยู่คอนมดแตง
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น กรุงครีอยุธยาก็เสียแก่พม่า
และพระเจ้าตากสินสามารถรวบรวมไพร่พลและบ้านเมืองกลับคืน และสถาปนากรุงธนบุรีศรีมหาสมุทขึ้นเป็นราชธานี
ในยามคับขัน กลุ่มลาวคอนมดแดงเห็นทีจะสู้รบปรบมือกับลาวเวยงจันทน์ไม่ไหว
จึงให้คนลาวผ่านไปทางเมืองนครราชสีมา ขอสวามิภักดิ์ต่อกรุงธนบุรี
และขอกำลังพระเจ้าตากสินไปข่วยก็ภัยสงครามสายเลือดลาว
พระเจ้ากรุงธนบุรีจึงส่งเจ้าพระยาจักกรีเป็นแม่ทัพใหญ่ไปช่วยลาวคอนมดแดง จนยึดได้จำปาสักเวียงจันทน์
เตลิดถึงหลวงพระบาง
เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้แก่นามนครเขื่อนขันฑ์กาบแก้วบัวบานึ่หนองบัวลุ่มภู
คอนมแดง.........ขี้นเป็นเมืองอุบลราชธานีศรีวนาลัยประเทศราช
เป็นราชธานีประเทศราชขึ้นต่อกรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ในเวลาต่อมา
การมองประวัติศาสตร์อย่างนักประวัติศาสตร์ แตกต่างไปจากการมองประวัติศาสตร์อย่างนักรัฐศาสตร์
เรื่องนี้มีรายละเอียด ผมจะไม่ว่าไปให้มากความ แต่อยากขยายมุมมองให้เห็นสถานการณ์....นั้นด้วย
คือในช่วงที่ชนชาติลาวกำลังละเลงสงครามสายเลือดกันอยู่นั้น โลกทั้งโลกตกอยู่ภายใต้การล่าอานานิคม
โดยเฉพาะโลกซีกเอเชียของเรากำลังถูกคุกคามจากจักวรรดินิยมยุโรป 2 ชาติใหญ่คืออังกฤ กับ ผรั่งเศส
กล่าวถึงย้านเมืองทีเป็นประเทศไทยอยู่ในเวลานี้ขณะนั้นอยู่ในสภาพรัฐกันชนระหว่าง 2 จักรวรรดิเดังกล่าว
ทำให้รัตนโกสินทร์ต้องปรับตัวเพื่อหลีกเลียงการตกเป็นเมืองขึ้นของกักวรรตินิยมสากลอย่างเปิดเผย นั่นคือ
ที่มาของการสถาปนาราชอาณาจักรสยามขึ้นในเวลาต่อมา
และมีการปรับปรุงเปลียนแปลงระบบแบบแผนของบ้านเมืองมาโดยลำดับ
ในที่สุดเมือแบบแผนการปกครองบ้านเมืองเปลียนแปลงจากรัฐทางชนชาติไปเป็นรัฐเอกราชที่มองขอบเขตแดนดินเป็นต
ัวแบ่งสำคัญ ชนชาติลาวที่อาศัยอยู่ 2 ฟากแม่น้ำโขงก็ถูกปันออกไป พวกที่อยู่ผั่งซ้ายกลายเป็นประเทศหนึ่ง
ขณะที่พวกที่อยู่หั่งขวาก็เป็นอีกประเทศหนึ่ง
คือประเทศไทยในเวลานี้
ถามว่า แล้วมันเกียวอะไรกันกับที่ผมบอกไว้แต่ต้นว่า ผมไม่ใช่คนอีสาน?
เกียวสิครับ ก็เพราะคำว่า “อีสาน” นั้นมันเป็นนามของศิศในทางภูมิศาสตร์
ไม่ใช่นามที่ใช้เกียวกับชนชาติชนเผ่าของผมแต่อย่างใด ดังนี้นผมจึงไม่ใช่คนอีสาน ไม่ได้พูดภาษาอีสาน
ผมเป็นคนลาวผมพูดภาษาลาวต่างหากล่ะ
ก็เหมือนกับเพื่อนผมที่มันพูดภาษาจีน ภาษาแขก แต่มันมีสัญชาติไทยตามกฏหมายไทย
อาจจะเป็นเพราะว่า ในยุคสมัยที่เราจำเป้นต้องสถาปนารัฐสยามขึ้นมานี้น
พอดีศูนย์กลางการปกครองของเราตั้งอยู่ที่กรุงรัตนโกสินทร์ หันหน้าขึ้นไปทางทิศเหนือ
เลยเรียกคนทางนั้นว่าคนเหนือภาษที่คนทางนี้เขาพูดจากันว่าภาษาเหนือ
หันหน้าไปทางสิศไต้ ก็เรียกคนทางทิศนี้นว่าคนใต้ แล้วก็ตีขลุมเอาว่าเขาพูดภาษาใต้
ทำนองเดียวกัน พอหันมาทางบ้านผม ก็ดันมาเรียกผมว่า คนอีสาน แถมบอกว่าผมพูดภาษาอีสานด้วย ทั้งๆ
ที่ผมพูดภาษาลาวแท้ๆ
....................................................................................................
....................................
(ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ สังสรรค์สโมสร กับสโมสรนักเขียนภาษาอีสาน หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ อีสาน
ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2540)





โดย: ผมพูดภาษาลาว IP: 134.100.32.213 วันที่: 25 เมษายน 2551 เวลา:22:43:47 น.  

 
ຄຳເຫັນນີ້ຂາດຫລັກຖານ: ຂໍຫລັກຖານອ້າງອີງພ້ອມຈະເປັນການດີ ຢ່າກ່າວຫາໂດຍໄຮ້ຫລັກຖານ ມັນບໍ່ດີ
-----------------------

ແນ່ນອນ“ເຊຶ້ອຫນາກຕ້ອງບໍຣ່ອນລົ່ນໄກກົກແນວມັນມີຫມາກເຂືອຫຳມ້າ“

ກະ ແມ່ ຂອງ ຣາຊການທີ່ 9 ອົງ ປັດຈຸບັນ ກະ ມີ ເຊຶ້ອສາຍລາວເຮົາເອງແທ້ໆ ລູກສາວທ່ານໄດ້ເປີດເຜີຍ ໃນ ປື້ມ „ແມ່ເຫົ່ລາໃຫ້ຟັງ ( ในปี 1995 Suriwongs Book Center Chiangmaiจัดพีมปื้ม„แม่เหล่าให้ฟัง„เขียนโดย เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ )ໄດ້ພີມອອກຈຳຫ່ນາຍໂດຍສະເດັດເຈົ້າ

ກັລຍານີ ວັທນາ ເອື້ອຍ ເຈົ້າຊີວິດໄທສຍາມອົງປັດຈຸບັນນີ້ເອງເປັນຄົນຂຽນ

ສະນັ້ນການ ທີ່ ຫລານສາວ ສີຣີກິດ ມັກ ກີນຕ້ຳ ຫມາກຮູ່ງເຜັດ ໆ ໄສ່ ປາແດກ ທັງໂຕ ມັກກີນກ້ອຍຊີ້ນໄສ່ປາແດກ ອິກເສັຍດ້ວຍ ແລະ ຊອບກີນກູດຈີ່ ທີ່ ເປັນອາຫານອັນ ຈຳເປັນແຊບແສນແຊບຂອງຊາວລາວ ພາກ ຕາເວັນອອກຊ່ຽງເຫືນອ ກະຊີ້ບອກວ່າ ສາຍເລືອດໃນຄວາມເປັນລາວ ກະຍັງສາມາດ ຕິດຕ້ອຍຫ້ອມຕາມ ມາອ້ອມໆແອ້ມໆໃນກາງຮັ້ວ ວັງເຈົ້າກຸງເທບຈົນໄດ້ນັ້ນລະ
-------------------------



โดย: ໍຄົນຫລວງພະບາງ IP: 58.147.39.156 วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:9:12:03 น.  

 



นี้ไงละเขาเปีดเผีย กันมานานแล้ว อ่าน ลาว ไม่รุ้เรื้องหรือ
-แพรว ฉบับ 576 25 สิงหาคม 2546)
-http://www.pantip.com/cafe/library/topic/
K6411004/K6411004.html
-ในปี 1995 Suriwongs Book Center Chiangmaiจัด
พีมปื้ม„แม่เหล่าให้ฟัง„เขียนโดย เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
-The revolutionary king by William Stevenson London Macmillan 1999


โดย: ึความจีรงทังนั้น IP: 82.82.129.4 วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:16:16:45 น.  

 
Sirikit เปัน queen พระองค์เดียวใน โลก ที่ ไม่มีกานสืกสาสุง เรียน แค Piano และ พุด อังกฤษ ไม่ได้

..........สันอ่านไทม์ นีสวีค เปันประจำ Far Earstern Economic reviewแล้วกอ่ Economic ของอังกฤษ แล้ว ก่อ อ่าน Whitehouse 's years ของ Henri Kissinger
อ่านๆ ได้ คล่อง แต่ พอพุดๆ ไม่ึ่ค่อยจะออก พอ จะพุดคล่อง พวก ไทม์ เขาช่วยกันอ้าว กลับแล้ว

จาก วาระสาน บานไม่รุ้โรย ที่ 7 สีงหาคม 2531
ห้นา 8 - 13


โดย: ๘๘๘ IP: 82.83.130.156 วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:09:37 น.  

 
ສະໄໝເປັນທະຫານຕອນນັ້ນ ພໍດີປີເສີກບໍ່ແຕນ ໄດ້ໄປທຳໜ້າທີ່ປົກປ້ອງປະເທດ
ຄວາມຈິງແລ້ວ ທະຫານໄທຍຕາຍຫຼາຍອີຫຼີ ຫຼາຍເທົ່າໃດບອກບໍ່ຖືກ ແຕ່ເທົ່າທີ່ເຫັນນັ້ນ ແມ່ນທະຫານທີ່ໄທຮຽກວ່າ "ກອງທັບກະທິງແດງ" ນັ້ນແລ້ວ ມີຄັ້ງໜຶ່ງທີ່ຖືກປະຈະປ້ອມ(ຈຸດ) ພວກເຮົາຈະຂຶ້ນໄປຮັກສາເນີນໃນຕອນກາງຄືນ ປະມານ ໓-໕ ຄົນ, ອາວຸດທີ່ຕ້ອງການທີ່ສຸດແມ່ນລູກແຕກ ເມື່ອພວກເຮົາຂຶ້ນໄປ ຈະລີ້ຢູ່ເປັນຈຸດໆ ຈຸດລະ ໓-໕ ຄົນດັ່ງທີ່ວ່າ ຕື່ນເຊົ້າມາທະຫານໄທຍຈະບຸກຂຶ້ນເນີນນັ້ນ ເພາະເຫັນວ່າກອງກຳລັງຝ່າຍເຮົາບໍ່ຢູ່ແລ້ວ ເມື່ອທະຫານໄທຍມາໄດ້ທີ່ ທາງເຮົາກໍຂວ່າງລູກແຕກ(ບອມມື)ໃສ່ ເຮັດພວກເຂົາຕາຍຫຼາຍສົມຄວນ, ແຕ່ເປັນທີ່ໜ້າສົງໄສ ຍິ່ງຕາຍເທົ່າໃດກໍຍິງຂຶ້ນມາເທົ່ານັ້ນ ການທີ່ທະຫານໄທຍຕາຍ ນັ້ນແມ່ນພວກເຂົາຈະຂຶ້ນມາເປັນໝູ່ ເພື່ອຈະຢຶດເນີນນັ້ນ ເມື່ອບໍ່ນານມານີ້ໄດ້ໄປທ່ຽວເມືອງບໍ່ແຕນ ປີ ໒໐໐໗ ໄດ້ໄປເບີ່ງເນີນດັ່ງກ່າວ ປາກົດວ່າເປັນເນີນທີ່ຕັ້ງຢູ່ໃນເຂດຂອງລາວ ຈຶ່ງເກີດຄວາມດີໃຈວ່າ ການເປັນທະຫານຄັ້ງນັ້ນ ໄດ້ທຳເພີ່ດຊາດແທ້ໆ ເພາະວ່າໄດ້ປົກປ້ອງແຜ່ນດິນແມ່ ທີ່ເຫຼືອຢູ່ໜ້ອຍດຽວນັ້ນໄວ້ໄດ້ ແລະພູມໃຈວ່າ ສິ່ງທີ່ທາງຝ່າຍລາວວ່າ ປົກປ້ອງແຜ່ນດີແມ່ນຖືກຕ້ອງ ຄັນແມ່ນຂອງໄທຍແທ້ ປານນີ້ເນີນນັ້ນຕ້ອງກາຍ ເປັນຂອງໄທຍໄປແລ້ວ, ອັນນີ້ແມ່ນລາວທຳຖືກຕ້ອງ, ລາວເປັນຝ່າຍປົກປ້ອງປະເທດ ແຕ່ໄທຍເປັນຝ່າຍຮຸກຮານ ໑໐໐ % ແຕ່ກັບມາເສັຍໃຈວ່າ ການທຳສົງຄາມຄັ້ງນັ້ນ "ລາວທຳສົງຄາມກັບຄົນລາວເອງ ເນື່ອງດ້ວຍທະຫານທີ່ຂຶ້ນມາຕາຍໃນເນີນນັ້ນລ້ວນແຕ່ເວົ້າລາວ" ມາຟັງແພງແປງຂອງນັກຮ້ອງໄທຍຄົນໜຶ່ງ ວ່າ "ລາວຂ້າລາວ" ນຳ້ຕາອອກ.
- ອີກຢ່າງໜຶ່ງທີ່ໄທຍຕາຍຫຼາຍ ເພາະໄທຍມາບຽດຢຶດດິນແດນລາວ ເຂົາບໍ່ຮູ້ພື້ນທີ່ ຈຶ່ງເຮັດໃຫ້ເຂົາພັດຫຼົງເຂົ້າມາດິນລາວ ເລີກໄປຕັ້ງ ໓໐ ກມ ກໍຍັງມີ ບາງຄົນຖືກຈັບໄດ້ ຖືກສັງຫານ.
- ເຫດທີ່ທະຫານໄທຍຕາຍຫຼາຍອີກ ຄື ໄທຍເປັນຝ່າຍບຸກລຸກ ແນ່ນອນເຂົາຕ້ອງໃຊ້ກອງກຳລັງຫຼາຍ ທາງລາວພັດໃຊ້ສົງຄາມກອງຫຼອນ ຈຶ່ງເຮັດໃຫ້ຝ່າຍລາວຕາຍນ້ອຍ ທະຫານລາວກອງຮ້ອຍໜຶ່ງຈະມີພຽງແຕ່ ໒໕ ຄົນ ຕີກັບທະຫານໄທຍ ໑໐໐ ຄົນສະບາຍ (ຫຼອນຕີ ຫຼືຫຼອກຕີ)
- ອີກເຫດໜຶ່ງແມ່ນການຕັດກຳລັງໜູນ ຄືສົ່ງທະຫານຜີມີດີ ໄປຕີກຳລັງໜູນ(ບໍ່ບອກເຄັດລັບ)
- ອີກແບບໜຶ່ງ ຄື ຕອນກາງຄືນມາສົ່ງທະຫານໄປປັກທຸງໄວ້ຈຸດທີ່ກອງທະ ຫານໄທຍຢູ່ ຕື່ນຂຶ້ນມາທາງໄທຍເຫັນທຸກລາວ ກໍສົ່ງໃຫ້ຍົນມາຍິງ (ທະຫານໄທຍຍິງກັນເອງ ແຮໆ ແບບໜີບໍ່ເປືອງລູກລະເບີດ)
ເວົ້າລວມແລ້ວທາງຝ່າຍໄທຍເສັຍໄຊກະແລ້ວກັບ ເວົ້າບໍ່ເປັນເອົາສ່ຳນີ້ກ່ອນນໍ


โดย: ​​ລາວເມືອງໂຂງ IP: 202.137.146.63 วันที่: 10 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:36:16 น.  

 
อ่านเรื่องร่มเกล้าดีๆๆ แล้วไอ้เรื่องหลังนิมาไง
แต่กรูเกลียดไอ้จมูกวัวที่ออกมาพูดปาวๆทุกวันนั่นจัง
หน้าด้านชิบ ไป๊..ชิ่วๆๆ


โดย: งง ชิบ ไอ้จมูกวัว IP: 118.173.145.200 วันที่: 11 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:13:31 น.  

 
ທ່ານລາວເມືອງໂຂງ

ການທີ່ ຄົນສຍາມແມ່ນ້ຳເຈົ້າພະຍາ ມາຫີ້ລນເສັ້ນ ກັບ ຄມນ
ລາວ ປາງນັ້ນ ໂຄດໂຊວຽດມັນຍັງ ບໍ່ທັນຖືກ ປຊຊ ເຕະລົງແມ່ນ້ຳ ໂມສໂກວາ ທ່ານ ອາດ ຈະພຸມໄຈ ກັບ ໄຊຊນະ ປາງນັ້ນຢ່າງປາກບໍ່ອອກນໍ
ແຕ່ ປະວັດສາຕ ຖ້າ ທ່ານ ຮຽນຮູ້ ເຂົ້າໄປເລິກໆແທ້ງ ດີນດອນຕ່ອນຫ້ຍາ ທີ່ ຖືກ ຍົກມາເປັນຂໍ້ຂ້ອງ ວີວາດກັນນັ້ນ ກະ ແມ່ນ ໃນ ອະດິດ ຢູ່ ໃນ ຄວາມຄອບຄອງ ຂອງລາວລ້ານຊ້າງທັງນັ້ນ ຈົນເມື່ອ ເກິດມີສົນທີ່ ສັນຍາ ສຍາມຝັ່ຣງເສດ ໃນ ວັນທີ 3 ເດືອນ 10 ປີ 1893 ດີນແດນນີ້ຈື່ງຖືກຍົກ ໃຫ້ ເຈົ້າກຸງເທບ( ສມັຍ ຈຸລາລົງກອນຄອງເມືອງ) ແລະ ຄົນລາວ ກະ ຖືກ ແບ່ງແຍກ ໄປຂື້ນກັບເຈົ້າກຸງ ທບຢ່າງຫ້ນາເສັຍດາຍແລະ ອະທັມ ທີ່ ສຸດ
ສະນັ້ນ ທ່າານເອງ ກະຍອມຮັບວ່າ ທະຫານ ທີ່ ຕໍ່ສູ້ ກັບ ພວກ ຜດກ ຄມນ ໂອຍ ມີ ແກວ ແລະ ໂຊວຽດຫູນນຫັລງ ຄາວນັ້ນ ປ າ ກ ລ າ ວ ທັ ງ ນັ້ນ
ກະແປວ່າ ລາວຂ້າລາວ ແລ້ວ ທ່ານ ຍັງຍັງຊີມີຫ້ນາ ມາຮຽກຮ້ອງເອົາໄຊຊນະ ແບບຊີ້ນຊາຕໄດ້ຢ່າງໃດ ໃນ ເມື່ອ ພວກ ເຈົ້າອານານີຄົມ ທ້ອງຖື່ນ ຄື ຄົນ ສຍາມເອງ
ເຂົາ ກະຊີນອນເອົາມື ຄ້ຳແກ້ມ ຫລຽວເບີ່ງເຫດການຢ່າງ
ຫວານຊື້ນ ແລ້ວ ກະຕະໂກນບອກ ຄມນ ລາວແດງ ວ່າ :
ໄຊຊນະຈອມປອມທັງນັ້ນ ເພາະພວກສູ ຂ້າລ້າງເຜົ່າພັນ(ສມັຍປົດປ່ອຍໄຫ່ມ ຂ້າ ລາວວຽງຈັນ ກ່ວະ 4 ມື່ນຄົນ ໃນ ໃນນັ້ນມີ ຣາຊວົງລາວ ນັບແຕ່ ພຣະເຈົ້າມະຫະຊີວິດ ອົງມະເຫສີ ອົງມົງກຸດ ແລະ ຣາຊວົງອື່ນໆເປັນ 100ໆ ພຣະອົງ) ໃນຝາກຊ້າຍຍັງບໍ່ແລ້ວ ຍັງດັ້ນ ມາຂ້າລາວຝາກຂວະ(ຢູ່ໃນຄວາມຄູມຄອງຂອງສຍາາມ) ອີກທອດນື່ງຈົນໄດ້
ສະນັ້ນ ເພື່ອ ຮັກສາຄວາມເປັນລາວເຮົາໄວ້ ເພື່ອ ບໍ່ໃຫ້ຊົນຊາຕອື່ນເຂົາຫົວຂັວນ ຄວນມິດ ດີ ກ່ວະນະ


โดย: ລາວຝັ່ງຂວະບໍ່ຢາກຮັບໃຊ້ສຍາມ IP: 82.82.142.123 วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:2:37:11 น.  

 
แม่เล่าให้ฟัง
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

คัดมาบางส่วนเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติใน "วันแม่"






ญาติทางพ่อ

ปู่ของแม่ชื่อชุ่ม ย่าชื่ออะไรไม่ทราบ แม่ไม่เคยรู้จักทั้งสองท่าน ปู่ชุ่มและย่ามีลูกที่แม่รู้จัก ๓ คน คนโตคือพ่อซึ่งชื่อชู คนรองเป็นหญิงชื่อจาด อาจาดของแม่แต่งงานกับคนจีนที่ทำการค้าขายและได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสโมสรฯ อาจาดและสามีไปอยู่เมืองจีนเสียนาน เมื่อแม่เป็นเด็กไม่เคยรู้จัก เมื่อแม่เป็นผู้ใหญ่แล้วอาจาดและสามีได้มาหาที่วังสระปทุมและได้นำขันถมมาให้ด้วย แม่บอกว่าด้วยเหตุที่อยู่เมืองจีนเสียนานมาก อาจาดพูดไทยไม่ชัดซึ่งแม่เห็นว่าเป็นเรื่องที่ตลก อาจาดและหลวงสโมสรฯ มีลูกชายคนหนึ่งชื่อชื่น เป็นพ่อค้าสุรา ครั้งหนึ่งท่านผู้หญิงดุษฎี มาลากุล ได้พาชื่นมาหาแม่ และชื่นได้บริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศลจำนวนหนึ่ง ลูกคนที่สามของปู่และย่าของแม่เป็นชายชื่อสอน มีลูกอย่างน้อยหนึ่งคน ซึ่งมาขอทำงานเมื่อแม่อยู่วังสระปทุม ปู่มีภรรยาอื่นนอกจากย่า เท่าที่รู้จักและจำได้ แม่มีป้าอีกหนึ่งคนและอาหญิงอีกหนึ่งคน

ญาติทางแม่

ญาติของแม่บางคนเล่าว่าครอบครัวมาจากเวียงจันทน์ แม่บอกว่าอาจเป็นได้ เพราะที่บ้านชอบรับประทานข้าวเหนียว ตาของแม่ชื่ออะไรไม่ทราบ ยายชื่อผา พ่อและแม่ของยายผามีลูก ๖ คน คนโตเป็นชายชื่อคลี่ มีลูกหลานหลายคน ยายผาเป็นลูกคนสุดท้อง ตาและยายผามีลูก ๕ คน คนแรกชื่อมา ซึ่งแต่งงานกับเจียม มีนาที่มีนบุรี และฐานะดีพอใช้ แต่ลูกหลานผลาญหมด ป้ามาของแม่มีลูก ๓ คน ปุ้ย (หญิง) แช่ม (ชาย) และช้อย (หญิง) สามีของปุ้ยเป็นผู้ดูแลเรือนจำมีนบุรี ต่อมาแม่ได้อุปการะลูกของปุ้ย ๓ คน ในจำนวน ๕ คนที่มี แช่มมีลูก ๔ คน ซึ่งแม่รับมาเลี้ยงทุกคน พร้อมกับให้แช่มมาอยู่ในวังสระปทุม คนโตเรียนการเกษตรที่ฟิลิปปินส์ และได้เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คนที่ ๒ เป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลกลาง แต่บัดนี้ถึงแก่กรรมแล้ว คนที่ ๓ คือคุณหญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ คนที่ ๔ เดิมชื่อทุเรียน ตามที่เชื่อกันว่าถ้าตั้งชื่อไม่เพราะๆให้เด็กที่ไม่แข็งแรง ผีจะไม่มาเอาตัวไป แต่เมื่อแม่เอาไปเลี้ยงให้เปลี่ยนชื่อเป็นอำไพ ช้อยมีสามีคนเดียวกันกับปุ้ย และมีลูก ๑ คน ซึ่งแม่ได้เลี้ยงขณะหนึ่ง ลูกคนที่ ๒ ของยายผาชื่อ ไข (หญิง) มีลูก ๔ คน ใย (ชาย) ชม (หญิง) พร (หญิง) และชุ่ม (ชาย) แม่เคยเลี้ยงลูกของใย ๒ คน ลูกคนที่ ๓ ของยายผาชื่อ ดี (ชาย) ไม่มีครอบครัว ลูกคนที่ ๔ ของยายผาชื่อซ้วย (หญิง) เคยมีสามีแต่ไม่มีลูก ลูกคนที่ ๕ ของยายผาชื่อคำ ซึ่งเป็นแม่ของแม่

ที่เกิด

ผู้ใหญ่ได้เล่าให้แม่ฟังว่า แม่เกิดที่นนทบุรี วันอาทิตย์ที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๔๓ ปีชวด ตรงกับ ค.ศ.๑๙๐๐ ต่อไปข้าพเจ้าจะใช้ ค.ศ. ควบไปกับ พ.ศ. เพราะจะทำให้ทราบอายุแม่ได้อย่างเร็ว เช่นถ้าพูดถึงปี พ.ศ.๒๔๕๓ (ค.ศ.๑๙๑๐) จะทราบได้ทันทีว่าแม่อายุได้ ๑๐ ปี ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ตั้งชื่อให้ว่า "สังวาลย์" ในสมัยนั้นยังไม่มีนามสกุล จะมีพระราชบัญญัติขนานนามสกุลในปี พ.ศ.๒๔๕๖ การใช้คำว่า "เด็กชาย" หรือ "เด็กหญิง" ก็ยังไม่มีจนกระทั่งมีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยคำนำนามเด็ก ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๖๔ อันที่จริงพระราชกฤษฎีกานี้ได้ทรงยกเลิกเดือนเศษภายหลัง เพราะ "มิได้ให้คุณความสะดวกสมพระราชประสงค์ แต่ตรงกันข้ามกลับเป็นเครื่องทำให้เปลืองเวลาและความคิดของข้าแผ่นดิน " ถึงอย่างไรก็ดีทางราชการก็ยังได้ใช้ต่อมาในราชกิจจานุเบกษา การพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖ ทรงมีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยคำนำนามเด็ก พ.ศ.๒๔๖๔ นี้ขึ้นมาเป็นเพราะว่าทรงมีพระราชดำริว่า "คำว่า "คุณ" ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อฟั่นเฝือ " ส่วนคำว่า "หนู" นั้น ทรงมีพระราชดำริต่อไปว่า "เป็นศัพท์ที่เพี้ยนมาจากภาษาจีว่า "อินู" ไม่สมควรใช้สำหรับเป็นคำนำนามเด็กที่เป็นเชื้อชาติสยามแท้" ("อินู" ภาษาจีนแปลว่า"ทาส")
สำหรับผู้ชายนั้นคำว่า "นาย" มีอยู่แล้ว แต่คำว่า "นาง" และ "นางสาว" ยังไม่ได้ใช้จนถึงมีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้คำนำนามสตรี พ.ศ. ๒๔๖๐ จำใช้คำว่า "อำแดง" ซึ่งมิได้กำหนดว่าจะต้องเป็นโสดหรือไม่ แต่คนทั่วๆไปมักเข้าใจว่า "อำแดง" หมายถึงหญิงที่แต่งงานแล้วเท่านั้น
แม่จึงชื่อสังวาลย์เฉยๆ ในการพูด หญิงไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่จะเรียกกันว่า "แม่" เช่น "แม่พลอย" ชายจะใช้คำว่า "พ่อ"
มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่นนทบุรี คือครั้งหนึ่งแม่คำไปกินเห็ดเมาเข้า แม่เลยป่วยไปด้วยเพราะยังกินนมแม่อยู่
http://www.rspg.org/mom/kmom.htm
http://www.mahasan.com/webboard/showQAnswer.asp?qNo=4522&nickname=


โดย: they are all laotians about 50 millions in Sayamprathet IP: 88.70.194.196 วันที่: 25 พฤษภาคม 2551 เวลา:1:09:44 น.  

 
C'est très intéressant de lire le website militaire
saimois puisqu'on peut savoir librement que Rajakane thi 9 est né d'une mère laotienne de (/ientiane. Malheureusement il y a peu saimois peut accepter l'origine lao de leur roi qui était critiqué sévèrement par les laotiens autour du monde lorsqu'il a serré la main avec le dictateur et le massacre communiste lao Khamtai SIPHANDONE qui a liquidé presque 40 000 laotiens de l'ancien´regime(les hauts fonctionaires
les soldats les policiers les députés les conseillers du roi et les diplomates etc....) et qui a massacré presque toute la famille royale lao durant la post révolution dès qu' il a visité le royaume des communistes Lao en 1994.
Tous les laotiens savaient exactement que quelques
membres de la famille du dernier roi ( son dernier fils et ses deux filles) du royaume du Laos qui ont quitté clandestinement le Laos en 1975 , ce roi
d'origine lao ou bien Tiao Krungtep n' avait aucune intéresse de les aider correctemeent mais il n'est pas du tout honteux de shake hand avec le frère de Pol Pot Lao 15 ans d'après.


โดย: Ironie de l'histoire Lao IP: 134.100.32.213 วันที่: 26 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:36:17 น.  

 
mais il n'est pas du tout honteux de shake hand avec le frère de Pol Pot Lao 19 ans d'après.


โดย: Irony of history lao IP: 134.100.32.213 วันที่: 26 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:40:18 น.  

 
บอกแล้วว่าอย่าๆๆๆมายุ่งกับลาว เด๋วเจอดี อย่าแม่นแต่คิด
เด๋วบุกยิดพากอีสานเลยดีใหม อีสานคืดินแดนของลาว


โดย: นักเลงลาว IP: 222.252.233.205 วันที่: 7 มิถุนายน 2551 เวลา:12:18:49 น.  

 
เปีดโสมหน้าเชีนอ่าน
http://chakridynasty.googlepages.com/


โดย: นักเลงลาว IP: 222.252.233.205 วันที่: 7 มิถุนายน 2551 เวลา:12:21:52 น.  

 
http://www.mahasan.com/webboard/showQAnswer.asp?qNo=4799&nickname=&page=2



โดย: the true face of Tiao Krungthep IP: 82.83.134.150 วันที่: 8 มิถุนายน 2551 เวลา:18:01:25 น.  

 
ไม่กล่าวถึงสถาบันเบื่องสูง นะครับ

กรุณาอย่าพากพิงถึง ข้อความที่พาดพิงผมจะลบออกนะครับ


โดย: ฐนกรณ์ (ฐนกรณ์ ) วันที่: 10 มิถุนายน 2551 เวลา:6:18:22 น.  

 
file:///D:/Eigene%20Dateien/A%20Chakri%20thorarath%201%2050608.htm

อดรหัส “เพ็ญ” ใช้เทคนิคคำพูดกระทบสถาบัน - จงใจข่ม “ป๋า” เชิดชู “แม้ว”
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 23 พฤษภาคม 2551 19:14 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ผู้ดำเนินรายการ

จักรภพ เพ็ญแข พูดกับคนไทยที่ แอลเอ.เมื่อ 10 พ.ย.50

ดร.อนันต์ เหล่าเลิศวรกุล

ผศ.ดร.เอื้อจิตร วิโรจน์ไตรรัตน์

จักรภพ เพ็ญแข พูดที่ เอฟซีซีที เมื่อ 29 สิงหาคม 2550


ผู้เชี่ยวชาญภาษาถอดรหัสคำพูด “จักรภพ” ที่แอลเอ สะท้อนความคิดฝังหัวเชื่อปฏิวัติ 19 ก.ย. มีบุคคลสูงกว่าทหาร-พล.อ.เปรมอยู่เบื้องหลัง แถมแค้นจัดเรียกเป็นโจร ใช้เทคนิคการพูดเหน็บแนมเป็นนายกฯ ไทยต้องประจบเก่ง ส่วน “ลูกพี่แม้ว” มัวแต่ทำงาน แถมเปรียบ ปธ.องมนตรีเป็นขันทียุคจักรพรรดิองค์สุดท้าย จงใจเรียก “ปู้ยี่” สะท้อนความคิดแง่ลบต่อระบอบกษัตริย์จีน โยงถึงสถานการณ์ในไทย ส่วนการพูดที่เอฟซีซีที จงใจใช้คำภาษาอังกฤษให้ภาพลบต่อระบบอุปถัมภ์ที่เริ่มโดยกษัตริย์ในยุคสุโขทัย เชิดชูประชาธิปไตยแบบทักษิณ

คลิก! ฟังรายการ"รู้ทันประเทศไทย"วันที่ 22 พ.ค.2551

รายการ “รู้ทันประเทศไทย” ดำเนินรายการโดย ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และนายแสงธรรม ชุนชฎาธาร ออกอากาศทางเอเอสทีวี เวลา 19.00-20.30 น.วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้เชิญ ผศ.ดร.เอื้อจิตร วิโรจน์ไตรรัตน์ ผอ.โครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาพของสังคม หรือ มิเดียมอนิเตอร์ และ ดร.อนันต์ เหล่าเลิศวรกุล อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาร่วมวิเคราะห์คำพูดของนายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่พูดไว้ในที่ต่างๆ ในลักษณะที่หมิ่นเหม่ ว่ามีความหมายหรือนัยอย่างไร

โดยเฉพาะการพูดที่ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 พ.ย.50 ซึ่งนายจักรภพได้พูดถึงการรัฐประหาร 19 ก.ย.49 และพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ไว้ดังนี้

“คุณสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ผมทำงานด้วย ไม่อยากจะวิจารณ์ผู้บังคับบัญชาเลย แต่นี่มันบ้านเมืองใหญ่กว่า ความรู้สึกส่วนตัว คุณสุรเกียรติ์อยู่ได้จนถึงนาทีสุดท้าย เพราะอะไร อยู่เพื่อจะกระซิบคุณทักษิณที่นิวยอร์กว่าอย่าไปสู้เลย รัฐประหารครั้งนี้เนี่ยสูงมาก

ซึ่งเป็นผลให้คุณทักษิณตัดสินใจไม่ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น เพราะอยากเห็นความสมานฉันท์ในบ้านเมือง ผมนะเสียใจมาก ถ้ารู้ว่ารับมืออยู่กับโจรเนี่ย เชียร์ให้ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นไปซะนานแล้ว ทางนี้จะได้กลายเป็นเถื่อนไปให้หมด

ทางนี้หมายถึงที่กรุงเทพฯ นะ ไม่ว่าจะฤาษีเลี้ยงเต่าหรือเต่าควายอะไรทั้งหลายนั่นหนะ เถื่อนทั้งนั้น ...เถื่อนทั้งนั้น

เพราะฉะนั้นเนี่ย มันมีเหตุผลที่จะต้องตัดสินใจยามคับขัน ผมเห็นใจท่านนายกฯ ตอนนั้นผมอยู่ที่กรุงเทพฯ นะครับ ท่านนายกฯ อยู่นิวยอร์ก ผมไม่ได้ไปด้วย เพราะว่าเราเริ่มได้กลิ่นอะไรไม่ค่อยดีกัน

อ่ะ ตรงนี้ในเมื่อเข้าซอยตรงนี้ ก็เล่าตรงนี้ว่า ทำไมไม่สู้ กำลังก็มี เตรียมไว้แล้วด้วย

ก็ตอบสั้นๆ เท่านั้นล่ะครับ แล้วขอตอบประโยคเดียว ใครถามก็จะร้องเพลงให้ฟังแทน ไม่ตอบเพิ่มว่า ..เหตุที่ ไม่สู้ ก็เพราะว่า เราเตรียม กำลังไว้ สู้กับคุณเปรมเท่านั้น ถ้าเป็นเฉพาะคุณเปรมนั่นเหรอก็จบเกมไปนานแล้ว

เพราะว่าดูหนังจีนเรื่องเดียวกันรู้ว่าจะจัดการกับนางพญาผมขาวอย่างไร ดูเหมือนกันหนังเรื่องนี้ รู้วิธี

..ครับ ขันทีก็ได้ รู้ว่าเก็บไอ้ถ้วยที่เก็บของสำคัญจะเก็บไว้ตรงไหน ขันทีนี่ เขาต้องตัดของสำคัญแล้วเก็บใส่ถ้วยไว้ แล้วเวลาเปลี่ยนแผ่นดินในจีนนี่ ต้องเอาอวัยวะใส่ภาชนะนะฮะ แล้วเอาไว้บนตรงหัว แล้วก็เดินออก

ท่านต้องดูหนังเดอะลาสต์เอ็มเพอเรอร์ ที่ว่าด้วยไอ้ที่เกี่ยวกับ ปู้ยี่ หรือปูยี กษัตริย์องค์สุดท้ายของจีนก่อนการปฏิวัติเป็นสาธารณรัฐนี่ ...ขันทีเดิน ก็เอา..ใส่ไว้บนหัวแล้วเดินไป ผมตั้งใจจะไม่พูดภาษที่มันชัดเจนเกินไป กรุณาอย่าขึ้นภาพประกอบนะครับ ก็ทำอย่างนั้นแล้วก็เดินออกไป ก็รู้วิธีจัดการ

เพียงแต่ว่า เมืองไทยมันซับซ้อนกว่านั้น เพราะฉะนั้นนี่ คุณทักษิณก็เลยบินจากนิวยอร์ก ไปลอนดอน

ถ้าจะว่าไป ก็คือ ทำงานมากเกินไปด้วย ชั่วโมงงานนี่..ยาว ในขณะที่ช่วงเวลาแห่งการเอาใจ..สั้น นายกฯ เมืองไทย ต้องทำงาน 2 ใน 3 แล้วก็ประจบอีก 1 ใน 3 จะไปได้ดี ผมได้สูตรนั้นแล้ว แต่ถ้าหากว่าประจบ 2 ใน 3 แล้วทำงาน 1 ใน 3 ก็อาจจะเป็นมหาบุรุษ (เสียงหัวเราะ ปรบมือ) ไม่ใช่นายกฯ เฉยๆ”

**อึ้ง! คำพูด “จักรภพ”

ดร.อนันต์ กล่าวว่า เมื่อฟังนายจักรภพพูด ไม่นึกว่าจะพูดออกมาแบบนี้ ตกใจพอสมควร ที่จริงก่อนมารายการนี้ได้อ่านคำถอดเทปที่นายจักรภพพูดที่ชมรมผู้สื่อข่าวต่างประเทศในไทย (เอฟซีซีที) แล้ว แต่เมื่อได้ฟังเทปเมื่อสักครู่นี้ มันย้ำชัดเจนมากกว่า นายจักรภพใช้น้ำเสียง ในข้อความที่ตนเองต้องการเน้น แม้จะไม่พูดออกมาชัดเจน แต่ด้วยวิธีการเน้นคำให้ผู้ฟัง ถูกตอกย้ำอย่างมั่นคง จนมั่นใจว่าผู้พูดหมายถึงอะไร

ดร.อนันต์ กล่าวต่อว่า นายจักภพเน้นอยู่ 2 จุด ข้อความตอนแรกที่อ้างอิงถึงนายสุรเกียรติ์ว่า ได้กระซิบบอก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่าอย่าสู้ เพราะรัฐประหารครั้งนี้ สูงมาก นายจักรภพเน้นคำว่าสูง ซึ่งตรงนี้อาจจะยังไม่ชัดเจน แต่พอต่อภาพกับอีกข้อความหนึ่ง โดยที่เรื่องที่พูดยังเป็นเรื่องเดิมอยู่ ไม่มีเรื่องอื่นเข้ามาแทรกเลย นายจักรภพบอกว่า “ใครถามก็จะร้องเพลงให้ฟังแทน ไม่ตอบเพิ่ม ว่าเหตุที่ไม่สู้ ก็เพราะว่า เราเตรียม กำลังไว้ สู้กับคุณเปรมเท่านั้น” นายจักรภพพูดแล้วหยุด 3 จังหวะ พูดคำว่า “เราเตรียม” หยุด “กำลังไว้” หยุด แล้วพูดว่า “สู้กับคุณเปรมเท่านั้น”

เสร็จแล้วยังมีข้อความต่อมาอีกว่า “ถ้าเป็นเฉพาะคุณเปรมนั่นเหรอก็จบเกมไปนานแล้ว” ทำให้ไปย้ำข้อความที่บอกว่ารัฐประหารครั้งนี้สูงมากชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้เรารู้ว่าเขาพูดถึงอะไร

ดร.อนันต์ กล่าวต่อว่า การพูดแค่นี้ก็ชัดเจนว่าหมายถึงอะไร โดยนายจักรภพต้องการให้เห็นว่าการต่อสู้ระหว่างรัฐบาลชุดที่แล้ว คือรัฐบาลทักษิณ กับการรัฐประหาร 19 ก.ย. ในความคิดของนายจักรภพนั้น เขาคิดว่านั่นไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างหัวหน้าคณะทหารที่ทำการปฏิวัติ (กับรัฐบาลทักษิณ) แต่เป็นการต่อสู้ระหว่างคนที่มีอิทธิพลสูงกว่าคณะทหารที่ทำการปฏิวัติ (กับรัฐบาลทักษิณ) ซึ่งเขาหมายถึง พล.อ.เปรม และเขายังเชื่อมโยงไปมากกว่านั้น ให้หมายถึงคนที่อยู่สูงกว่า พล.อ.เปรม ซึ่งเราเข้าใจได้ตรงกันว่า เขาหมายถึงใคร เพราะว่า พล.อ.เปรม ดำรงฐานะที่เป็นประธานองคมนตรี

นอกจากนี้ จากคำพูดที่ว่า “ถ้าเป็นเฉพาะคุณเปรมนั่นเหรอก็จบเกมไปนานแล้ว” แสดงว่า เขาคิดว่าถ้าต่อสู้เฉพาะกับคณะปฏิวัติธรรมดา ถ้าใช้กำลังทหารที่เตรียมไว้สู้เมื่อ 19 ก.ย. พวกเขาไม่มีวันจะพ่ายแพ้

**เหมารวม “19 ก.ย.” คือโจร

ส่วนข้อความที่ว่า “ผมนะเสียใจมาก ถ้ารู้ว่ารับมืออยู่กับโจรเนี่ย เชียร์ให้ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นไปซะนานแล้ว” คำว่าโจรในที่นี้จะหมายถึงใครนั้น ดร.อนันต์ กล่าวว่า คำนี้ตีความได้ยากว่าหมายถึงบุคคลที่มีฐานะสูงที่พูดก่อนหน้านั้น หรือหมายถึงบุคคลอื่น อาจจะหมายถึงกลุ่มคนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการยุดอำนาจเมื่อ 19 ก.ย.

ดร.อนันต์ กล่าวว่า ถ้าตนตีความเอง โจรในที่นี้น่าจะหมายถึง คนที่เกี่ยวข้องทั้งกระบวนการ ซึ่งถ้านายจักรภพคิดว่ามีคนที่สถานะภาพสูงกว่า พล.อ.เปรมเกี่ยวข้องด้วย ก็น่าจะหมายความรวมเข้าไปด้วย แต่ถ้าจะตีความว่าโจรหมายถึงบุคคลคนเดียวก็ได้ แต่จะเป็นการเลือกตีความจนเกินไป แต่ถ้าตีความว่าทั้งกลุ่ม อาจจะดีกว่า แต่ไม่ว่าจะตีความอย่างไรเขาหมายรวมเอาบุคคลๆ หนึ่งเข้ามาอยู่ในคำที่เขาใช้คำว่าโจร

ส่วนที่นายจักรภพบอกว่าเสียใจนั้น น่าจะหมายถึงเสียใจที่ตัดสินใจผิดพลาดในการที่ไม่สู้และไม่ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น

ดร.อนันต์ ย้ำว่า เจตนาของนายจักรภพที่พูดเพียงแค่ต้องการให้ผู้ฟัง ได้เข้าใจสถานการณ์ตามการมองของเขา ที่ต้องการบอกว่าการรัฐประหาร 19 ก.ย.มีเบื้องหลังเช่นนี้

ด้าน ผศ.เอื้อจิตร กล่าวว่า ที่นายจักรภพพูดคำว่าโจรคงต้องการหมายความว่า คนที่มาปล้นมาขโมยในช่วงที่เจ้าของเขาไม่อยู่ ทิ้งบ้านไป แล้วมาปล้นมาขโมยไป

**ลามปามเปรียบ “ป๋า” เป็น “ขันที”

ส่วนที่นายจักรภพบอกว่า รู้ว่าจะจัดการกับ “นางพญาผมขาว” อย่างไร รู้ว่า “ขันที” ได้เก็บถ้วยที่เก็บของสำคัญไว้ตรงไหน คำว่าขันทีจะหมายถึงใครนั้น ผศ.เอื้อจิตร กล่าวว่า เป็นการพยายามพูดในเชิงเปรียบเทียบที่จะอธิบายเพิ่มเติมในเกี่ยวกับ พล.อ.เปรม

ด้าน ดร.อนันต์ กล่าวว่า เป็นการบรรยายลักษณะประจำตัว ซึ่งพิเศษแตกต่างจากคนอื่น เมื่อนายจักรภพพูดถึงชื่อของพล.อ.เปรมว่า “คุณเปรม” จากนั้นใช้คำว่า “นางพญาผมขาว” แล้วใช้คำว่า “ขันที” โดยที่ไม่ได้เปลี่ยนบุคคล ไม่เปลี่ยนสถานการณ์ เพราะฉะนั้น คำ 3 คำนี้ มีค่าเท่ากันหมด แล้วพูดต่อกันด้วย

ตรงที่นายจักรภพพูดถึงกษัตริย์องค์สุดท้ายของจีนนั้น ดร.อนันต์กล่าวว่า จักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์ชิง หรือราชวงศ์แมนจูนั้น โดยปกติแล้วเราจะเรียกกันว่าจักรพรรดิปูยี่ หรือ ปูยี เราไม่เคยได้ยินใครออกเสียงว่า “ปู้ยี่” แบบนายจักรภพเลย ในกรณีนี้นายจักรภพใช้คำว่า “หรือ” จึงคิดว่าเป็นความจงใจ เนื่องจากเป็นเสียงวรรณยุกต์ที่เราไม่ใช้กัน เรารู้ว่าจักรพรรดิองค์สุดท้ายคือพระเจ้าเฮนรี่ ปูยี่ แต่นายจักรภพเลือกใช้คำว่า ปู้ยี่ มันทำให้คนฟังมีจิตประวัติไปถึงคำว่า “ปู้ยี่ปู้ยำ” ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ ที่เขาเชื่อว่าคนที่ดำรงสถานภาพจักรพรรดิ แล้วก็ดำรงฐานะที่เป็นกษัตริย์ของประเทศ เขาคิดว่ากษัตริย์องค์นี้สร้างความเสียหายให้กับประเทศจีน ถ้าเรามีประสบการณ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์จีนเราจะพอเข้าใจ

“แต่สิ่งที่น่าสนใจคือทำไมคุณจักรภพเลือกกล่าวถึงจักรพรรดิปูยี่ แล้วเลือกใช้คำที่ให้เสียงวรรณยุกต์แบบนี้ ไม่แน่ใจว่าบังเอิญหรือจงใจ แต่ถ้าจงใจคุณจักรภพก็ต้องรับผิดชอบเอาเอง”

ดร.อนันต์ กล่าวต่อว่า การที่นายจักรภพเปรียบเทียบ พล.อ.เปรมว่าเป็นขันที แล้วพูดถึงขันทีในราชสำนักของจักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์ชิงด้วย แสดงว่าคนพูดต้องการที่จะสื่อถึงสถานการณ์บางอย่างในประเทศไทยด้วย เขาอาจจะมีความคิดว่าสถานการณ์ของประเทศไทย อาจจะเดินไปตามเส้นทางประวัติศาสตร์เฉกเช่นเดียวกับประเทศจีนในราชวงศ์สุดท้าย หากมีการปะทะกัน ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณตัดสินใจที่จะตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ด้วยเหตุนี้เองที่ตอบคำถามว่าทำไมเขาถึงได้พูดว่าเขาเสียใจมาก

**เหน็บนายกฯ ไทยต้องประจบเก่งจึงได้เป็น “มหาบุรุษ”

สำหรับพูดประโยคที่ว่า “นายกฯ เมืองไทย นี่ ต้องทำงาน 2 ใน 3 แล้วก็ประจบอีก 1 ใน 3 ก็จะไปได้ดี ผมได้สูตรนั้นแล้ว แต่ถ้าหากว่าประจบ 2 ใน 3 แล้วก็ ทำงาน 1 ใน 3 ก็อาจจะเป็นมหาบุรุษ ไม่ใช่นายกฯ เฉยๆ” นั้น ผศ.เอื้อจิตรกล่าวว่า คำว่า “ประจบ” ต้องเป็นผู้น้อยประจบผู้ที่อยู่เหนือกว่า คงไม่มีผู้ใหญ่ไปประจบผู้น้อย เพราะฉะนั้นนายกฯ ก็ต้องประจบคนที่เหนือกว่า แล้วพวกเราก็รู้ว่า พล.อ.เปรมท่านเป็นรัฐบุรุษ เพราฉะนั้นมีคำว่าประจบ มีคำว่าถ้าประจบมากขึ้น ก็จะได้เป็นมหาบุรุษไปแล้ว ก็แสดงว่ามีความพยายามเชื่อมโยงไปถึงบุคคลที่อยู่ในระดับที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ คำพูดดังกล่าว นายจักรภพต้องการยกย่อง พ.ต.ท.ทักษิณว่า ทำแต่งานไม่มีเวลาไปประจบ ขณะเดียวกันก็กระทบกระทั่งไปถึง พล.อ.เปรมว่าประจบเก่งจนได้เป็นรัฐบุรุษ

ดร.อนันต์ กล่าวว่า ต้องขอชมว่านายจักรภพฉลาดที่จะพูดแบบนี้ เพราะเลือกที่จะพูดโดยไม่ใส่กรรมของประโยคว่า พ.ต.ท.ทักษิณต้องไปจบใคร 2 ใน 3 พ.ต.ท.ทักษิณจะประจบอาจารย์เอื้อจิตรหรือไม่ จะประจบอาจารย์เจิมศักดิ์ หรือไม่ หรือประจบผู้ฟังทางบ้าน ในฐานะนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ ซึ่งเป็นประมุขของฝ่ายบริหาร แม้ไม่ใส่กรรมให้กับกริยา “ประจบ” ก็ตีความได้ไม่ยากว่า เขาหมายถึงประจบใคร เพราะฉะนั้นถ้าเทียบเคียงกับ พล.อ.เปรมซึ่งมีฐานะเป็นรัฐบุรุษ ถ้าเขาประจบซะแล้วเขาจะเป็นมหาบุรุษ

**ข่มระบอบอุปถัมภ์แบบกษัตริย์ - เชิดชู ปชต.แบบ “แม้ว”

ส่วนเรื่องที่นายจักรภพพูดที่ชมรมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (เอฟซีซีที) นั้น ดร.อนันต์ กล่าวว่า การพูดครั้งนั้นพูดก่อนจะพูดที่อเมริกา แต่ถ้าฟังการพูดทั้ง 2 สถานที่ จะเข้าใจความคิดของนายจักรภพมากขึ้น เวลาที่พูดที่เอฟซีซีทีค่อนข้างนานคือ 1 ชั่วโมง และบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ นายจักรภพเริ่มต้นพูดถึงระบบอุปถัมภ์ในไทยว่าเริ่มมีมาในสมัยสุโขทัย ด้วยการพูดถึงพ่อขุนรามคำแหง ในภาษาอังกฤษ คำที่นายจักรภพใช้ที่สำคัญมากคือคำว่า patronage system หรือ ระบบอุปถัมภ์ ซึ่งมาจากคำว่า patron

ดร.อนันต์ กล่าวต่อว่า คิดว่านายจักรภพจงใจ เวลาพูดถึง patronage system แล้วเลือกมาพูดถึงพ่อขุนรามคำแหง ในฉบับภาษาอังกฤษ นายจักรภพใช้คำว่า Great Father Ramkhamhang แต่ก่อนหน้านั้นนายจักรภพพูดโดยใช้คำว่า Great Brother แล้วแก้เป็น Great Father การจงใจที่จะพูดผิดนั้น เป็นการย้ำว่า พ่อขุนรามคำแหงนั้นต้องเรียกว่า Great Father แล้วหลังจากนั้นตลอดเวลาก็ใช้คำว่า Great Father แทนสถานะที่เป็นกษัตริย์ แล้วมาพูดถึงอยุธยา รัตนโกสินทร์

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ รากศัพท์ดั้งเดิมของคำว่า patron นั้น มาจากภาษาละตินคำว่า pater มีกำเนิดศัพท์เดียวกับว่า father ที่แปลว่า บิดา เพราะฉะนั้นคิดว่านายจักรภพใช้คำว่า Great Father หรือ พ่อที่ยิ่งใหญ่ ล้อกับความหมายของตัวต้นศัพท์ของคำว่า patronage แล้วใช้คำว่า ระบอบอุปถัมภ์ เรื่อยมา

อย่างไรก็ตาม ดร.อนันต์ กล่าวว่า นายจักรภพได้ตีความคำว่า patronage system เข้าข้างตัวเอง และตีความผิด สังเกตจากคำถามของผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ถามนายจักรภพย้ำถึง 2 คำถามว่า สมัยของรัฐบาลทักษิณก็มีระบบอุปถัมภ์ และพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นวีรบุรุษที่ทำลายระบบอุปถัมภ์ทั้งยังสร้างระบบอุปถัมภ์เสียเอง แสดงว่าผู้สื่อข่าวต่างประเทศรู้ว่านายจักรภพตีความคำว่าระบอบอุปถัมภ์ผิด แล้วจงใจตีความเพื่อให้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศได้ภาพระบอบอุปถัมภ์ที่บิดเบี้ยวไป

ดร.อนันต์ กล่าวว่า นายจักรภพใช้คำว่าระบบอุปถัมภ์คู่กับคำว่า democracy หรือประชาธิปไตย ดูราวประหนึ่งว่าระบบอุปถัมภ์เป็นระบอบการปกครอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ระบบอุปถัมภ์กับระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่ระดับเดียวกัน สามารถที่จะอยู่ซ้อนกันได้ แต่ในระบบคิดของนายจักรภพนั้น ถ้าเลือกประชาธิปไตย ต้องประชาธิปไตยแบบทักษิณ ชินวัตร ต้องปฏิเสธ patronage system ที่ระบบกษัตริย์เริ่มมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย


โดย: ชม “ป๋า” IP: 82.82.132.223 วันที่: 11 มิถุนายน 2551 เวลา:15:00:01 น.  

 
ไกรศักดิ์” ผนึกพันธมิตรฯ นิวยอร์ก โต้นักเขียนฝรั่งฉาว จาบจ้วงสถาบันฯ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 20 ตุลาคม 2549 15:42 น.



คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

















พอล แฮนด์ลีย์ นักเขียนผู้อื้อฉาวจากหนังสือ “The King Never Smiles” ได้พาดพิงถึงสถาบันสูงสุดของไทยอีกครั้งหนึ่ง ต่อหน้าคนไทยและชาวต่างประเทศ กลางมหานครนิวยอร์ก ว่า มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จนถูกคนไทยตอกกลับหน้าหงาย และ “ไกรศักดิ์” ตอบโต้อย่างเผ็ดร้อนในฐานะ “ไม่รู้แล้วสะเออะ” โดยมีกลุ่มพันธมิตรไทยในสหรัฐฯยื่นหนังสือประณาม และเรียกร้องให้ขอพระราชทานอภัยโทษ พร้อมยุติการจำหน่ายหนังสือโดยเร็ว

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม เวลา 19.00 น.ตามเวลาในมหานครนิวยอร์ก นายพอล แฮนด์ลีย์ ผู้เขียนหนังสือเรื่อง The King Never Smiles ได้รับเชิญจากเว็บไซต์ไทยลิงค์ ให้เดินทางมาจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.เพื่อมาพูดในหัวข้อเรื่อง รำลึก 30 ปี 6 ตุลาฯ ที่ Asian American Art Center เลขที่ 26 Bowery, New York City

งานรำลึก 30 ปี 6 ตุลาคม 19 ได้เริ่มต้นขึ้น โดย นายประวัฒน์ เล้าเจริญ ศิลปินที่ทำงานอยู่ในมหานครนิวยอร์ก ได้ฉายภาพสไลด์เหตุการณ์ในวันที่ 6 ตุลาคม เมื่อปี 2519 ซึ่งมีการล้อมปราบนิสิตนักศึกษา และประชาชน โดยเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ซึ่งการฉายสไลด์ครั้งนี้ปราศจากคำบรรยายใดๆ จึงทำให้เกิดคำถามขึ้นไม่น้อยในหมู่ผู้ชมชาวต่างประเทศที่สนใจในรายละเอียด

จากนั้น นายพอล แฮนด์ลีย์ ได้ลุกขึ้นมาทักทายผู้ฟัง และเริ่มบรรยายโดยหยิบเอาสาระตอนหนึ่งจากหนังสืออื้อฉาวขึ้นมากล่าวถึงเหตุการณ์ในเดือนตุลาคม 2519 ว่า เป็นความสำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองในภูมิภาคเอเชีย คนไทยล้มตาย เพราะมีการฆ่าฟันกันเอง มีการแบ่งแยกขั้วอำนาจ และเกิดการพลิกสถานการณ์ไปสู่สังคมขวาจัด โดยเชื่อมต่อกับนักการเมืองฝ่ายขวาหลายๆ คน และยกข้อหาคอมมิวนิสต์ขึ้นมาขจัดฝ่ายตรงข้าม โดยอ้างอิงว่า เกี่ยวโยงไปถึงสถาบันสูงสุด และได้ปฏิเสธว่า การทำหนังสืออื้อฉาวฉบับนี้ ไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากใคร รวมถึงไม่ได้รู้จักกับ นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ อดีตที่ปรึกษารักษาการนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เป็นการส่วนตัวด้วย

ขณะที่ นายพอล ใช้เวลาในการบรรยายประมาณ 1 ชั่วโมง ถึงหนังสือเดอะ คิงเนเวอร์ สไมล์ อยู่นั้น ปรากฏว่า นางสาวไพลิน คำศิริ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สาขานิวยอร์ก ได้ลุกขึ้นโบกธงชาติไทย เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงความไม่พอใจในการที่นายพอลได้ก้าวล่วงถึงสถาบันสูงสุด พร้อมๆ กับที่สมาชิกของพันธมิตรฯกว่า 20 คน ที่มารับฟังการบรรยายได้ยื่นหนังสือประณามนายพอล และเรียกร้องให้นายพอลกราบขอพระราชทานอภัยโทษ และให้ผู้จัดจำหน่ายยุติการจำหน่ายหนังสือโดยเร็วที่สุด

นายพอล แฮนด์ลีย์ บอกว่า เขารู้ดีว่าหนังสือเล่มนี้ทำให้เขาตกอยู่ในสภาพถูกเกลียดชังจากคนไทย และไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ แต่เขาได้เรียบเรียงขึ้นมาจากการทำวิจัยนานถึง 13 ปี และไม่สามารถเข้าไปสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องกับสถาบันสูงสุดได้ แต่เขาก็ยังเชื่อว่า สถานการณ์ของหนังสือเดอะคิงฯ จะไม่ทำให้เหมือนกับ นายซัลมาน รุสดี ที่เคยเขียนหนังสือเกี่ยวกับสถาบันสูงสุดทางศาสนาอิสลาม จนถึงกับต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุน

อย่างไรก็ตาม นายพอล ยังเชื่อว่า การเมืองไทยมีสถาบันสูงสุดอยู่เบื้องหลังในทุกครั้งที่มีการปฏิวัติรัฐประหาร เพราะนายกรัฐมนตรีทุกคนที่มาหลังการปฏิวัติ มักมาจากสถาบันสูงสุดแทบทั้งนั้น รวมถึงการปฏิวัติครั้งล่าสุดในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็เช่นเดียวกัน

นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครราชสีมา และอดีตประธานกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา ซึ่งอยู่ในการบรรยายครั้งนี้ด้วย ได้ตอบโต้ นายพอล แฮนด์ลีย์ อย่างรุนแรง ว่า สถาบันสูงสุดไม่ได้เข้ามามีบทบาทกับการเมืองมากอย่างที่นายพอลเข้าใจ โดยเฉพาะครั้งล่าสุดนั้นเป็นผลมาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และบริวารของเขา ถูกกล่าวหาว่าทุจริตคอร์รัปชันและฆ่าผู้บริสุทธิ์

นายพอล แฮนด์ลีย์ ผู้ซึ่งเดินทางมาบรรยายจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.บ้านที่เขาพำนักอยู่กับภรรยาและลูกๆ เขาตอบคำถามเผ็ดร้อนจากคนไทยที่รักสถาบันอย่างมีอารมณ์ และวางหนังสือที่นำมายกตัวอย่างไว้ในที่ไม่เหมาะสม เหมือนๆ กับพิธีกรของงาน คือ นางสาวเพนนี บุญญวิโรจน์ ที่วางหนังสือเดอะคิง เนเวอร์ สไมล์ ซึ่งมีพระบรมฉายาลักษณ์บนปกไว้กับพื้นอย่างไม่สมควรและขาดความเคารพ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับคนไทยที่เข้ามาฟังจนถูกโวยวาย และต้องย้ายที่วางหนังสือในที่สุด

http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9490000130735









โดย: อัญชลี+ยุทธนารายงาน IP: 82.82.138.15 วันที่: 20 มิถุนายน 2551 เวลา:13:24:54 น.  

 
http://www.thaifreenews.com/index.php?name=politics&file=readpolitics&id=256






โดย: ไทยรบแพ้กระทั้งลาว IP: 82.83.156.161 วันที่: 30 มิถุนายน 2551 เวลา:12:21:55 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 61

ถ้ารบกับเขมรจริงๆ เราอาจเสียประเทศเลยก็ได้นะ
เพราะตอนนั้น ถ้าไม่ได้ประเทศจีนช่วย
เราคงโดนเขมรยึดประเทศไปแล้ว
เมื่อคราวที่เวียดนามยกพลบุกเข้ามายึดเขมร
แล้วก็จะเลยเข้ามายึดไทยด้วย
แต่ พล.อ.ชวลิต ได้รีบไปขอให้จีนช่วย
จีนจึงส่งกองทัพไปยิงเวียดนาม
เวียดนามจึงรีบถอนกองทัพกลับไปรักษาพรมแดนตนเอง
เขมรทุกวันนี้ จริงๆแล้ว เป็นเมืองขึ้นของเวียดนาม
ฮุนเซน ก็คือ นอมินี ที่เวียดนามทิ้งไว้ หลังจากที่ถอนทัพกลับ พร้อมส่งคนเวียดนาม
จำนวนมาก เข้ามาอยู่ในเขมร เพื่อสืบพันธุ์กลืนชาติเขมร
รู้ๆกันอยู่ว่า เวียดนามรบเก่งเพียงใด
ทั้งฝรั่งเศส และ อเมริกา ก็แพ้เวียดนามมาแล้ว
...ที่ผ่านมา เราไม่เคยเตรียมตัวที่จะรบกับใคร
การจัดซื้ออาวุธ ก็เป็นอาวุธที่ล้าสมัย
ซื้อเพื่อกินคอมมิชชั่น ไม่ได้ซื้อเพื่อการศึกจริงๆ
สมัยรบกับลาว
ลาวแค่ยึดที่มั่นบนเนิน แล้วขุดหลุมเพาะไว้
ไืทยเรามีปืนใหญ่ แต่ไร้ปัญญา
จะไ่ล่ลาวลงจากเนิน
ระดมยิง ปืนใหญ่เป็นการใหญ่
จนลูกปื่นใหญ่หมดประเทศ
ยังทำอะไรลาวไม่ได้
...สุดท้าย ต้องรีบไปเจรจา สงบศึกกับลาว
ไม่รู้ตอนนั้น เอาผลประโยชน์อะไรไปแลก
เราไม่ได้ดูถูกทหารไทย
...แต่ความเป็นจริง ในประวัติศาสตร์เป็นเช่นนั้น
เราเป็นประเทศรักสงบ และไม่เคยเตรียมตัวที่จะรบใหญ่กับใคร
คิดดูดีดี

http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000080907
ตามคาด..เขมรอ้างไทยตกลงแบ่งแดนพระวิหารใต้สัญญาฝรั่งเศส-สยาม

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 9 กรกฎาคม 2551 18:44 น.
=================================
อดีตกษัตริย์สีหนุสีข้างถู..ประตูพระวิหารหันเข้าเขมร
โดย ผู้จัดการออนไลน์
11 กรกฎาคม 2551 19:50 น.
ภาพถ่ายวันที่ 21 มิ.ย.2551 นักท่องเที่วจากไทยกำลังเดินไปตามทางขึ้นสู่ปราสาทพระวิหาร เพียงไม่กี่วันก่อกัมพูชาจะสั่งปิดหลังชาวไทยใน จ.ศรีสะเกษ ไปชุมนุมประท้วงที่นั่น สมเด็จนโรดมสีหนุทรงบันทึกกล่าวอ้างว่า ทางขึ้นหลักไปสู่ปราสาทอยู่ในดินแดนกัมพูชามาตั้งแต่อดีตอันไกลโพ้นมาจนถึงทุกวันนี้ (ภาพ: AFP)
ผู้จัดการออนไลน์ -- สมเด็จนโรดมสีหนุ อดีตกษัตริย์กัมพูชา ทรงกล่าวว่า ดินแดนทางขึ้นสู่ปราสาทพระวิหารนั้น ไม่ได้เป็นของไทย หากแต่เป็นของกัมพูชาตามสนธิสัญญากับแผนที่ ฝรั่งเศส-สยาม ปี 1904 และ 1907 และทางขึ้นก็ยังหันเข้าสู่ประเทศกัมพูชาอีกด้วย ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องไม่สับสน
สมเด็จนโรมดมสีหนุ ซึ่งเมื่อกว่า 50 ปีก่อน ได้นำเอากรณีพิพาทเข้าพระวิหารขึ้นสู่การพิจารณาของศาลระหว่างประเทศในกรุงเฮก ได้ทรงระบุดังกล่าวในพระราชหัตถเลขาฉบับหนึ่งด้วยลายพระหัตถ์เป็นภาษาฝรั่งเศส เผยแพร่ในนิตยสารข่าวรายปักษ์ “พนมเปญโพสต์” ฉบับวันที่ 8 ก.ค.นี้
นับเป็นครั้งแรกที่อดีตกษัตริย์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง ทรงออกแสดงความคิดเห็น ปราสาทพระวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังจาก
“คนไทยเคยกล่าว ยังกล่าวและเขียนว่า ข้อพิสูจน์อันหนึ่งว่าปราสาทพระวิหารเป็นของไทยนั้นยืนอยู่บนข้อเท็จจริงที่ว่าทางขึ้นไปยังปราสาทที่ง่าย และสะดวกที่สุดนั้นอยู่ทางฝั่งไทย มิใช่ทางฝั่งกัมพูชา..”
The Thais have said, say and have written and write that one of the “proofs” of Thai ownership of Preah Vihear is constituted by the fact that access to the temple is infinitely more easy from the Thai side rather than from the Cambodian side.
“ดูเหมือนนักหนังสือพิมพ์เหล่านี้ ชาวไทยเหล่านี้จะมองข้ามความจริงทางประวัติศาสตร์อันเป็นข้อพิสูจน์ที่ว่า ทั้งภูเขาและปราสาทพระวิหารนั้นเป็นกัมพูชา 100% และเป็นของชาวกัมพูชา 100%” อดีตกษัตริย์แห่งกัมพูชากล่าว
These journalists and these Thais seem to ignore the following historic facts, ones which amply prove that the mountain and the temple of Preah Vihear are 100% Cambodian and belong 100% to Cambodia.
แผนที่มาตราส่วน 1: 200,000 ที่กัมพูชาใช้ประกอบการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยยึดเส้นเขตแดนตามแผนที่ฝรั่งเศสเมื่อกว่า 100 ปีก่อน (เส้นขีดแดง)เป็นเส้นเขตแดน แต่ไทยยึดแนวเส้นสีแดงประเป็นแนวสันปันน้ำพรมแดนธรรมชาติตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่อดีตกษัตริย์แห่งกัมพูชาทรงละเลยที่จะกล่าวถึงข้อเท็จจริงนี้ด้วย
นอกจากนั้น การก่อสร้างปราสาทพระวิหาร (คริสต์ศตวรรษที่ 10 และ 11) ก็สร้างโดยกษัตริย์เขมร 2 พระองค์ แต่เป็นผลงานของเขมรอย่างแท้จริง
The construction (10th and 11th centuries) of Preah Vihear by two successive Khmer Kings and is a purely Khmer work
สมเด็จสีหนุที่ชาวเขมรผู้จงรักภักดีขนานพระนามเป็น “พระมหาวีรกษัตริยาพระวรราชบดีฉัตรา” (Preak Moha Vireakksatr Preak Voreajbeida Cheatr) ในคริสต์ศตวรรษดังกล่าวนั้น เขาพระวิหารตั้งอยู่ลึกเข้ามาในกัมพูชามากกว่านี้ ตั้งอยู่ในอาณาจักรเขมร ซึ่งมีเขตแดนไกลออกไปหลายร้อยกิโลเมตร ทางเหนือ ตะวันออก และตะวันตก ไกลออกไปกว่าที่เป็นเขตแดนระหว่าง กัมพูชา กับ ไทย และ ลาว ในปัจจุบัน
The mountain and the temple of Preah Vihear could be found, during the 10th and 11th centuries, “very much in the interior” of Kampuchea, in the Khmer Empire, of which the borders extended for hundreds of kilometers, to the north, the east and west, much further than the current Cambodian borders with Thailand and Laos.
ดังนั้น ภูเขากับปราสาทพระวิหาร จึงไม่ได้ตั้งอยู่ตรงชายแดนไทย-กัมพูชา หากตั้งอยู่ลึกเข้ามาในดินแดนแห่งอาณาจักร (เขมร) และทางเข้าหลักของประสาทพระวิหารก็ไม่ได้หันเข้าไปยังสยาม (ประเทศไทย) หากแต่หันเข้าสู่กัมพูชา
As a consequence, the mountain and the Preah Vihear temple could be found not on the Cambodia-Siam (Thai) border but “deep in the interior” of the Kingdom (of the Khmer Empire) and the “main entrance” of Preah Vihear “looked” not towards Siam (Thailand) but to Kampuchea.
สมเด็จสีหนุเสด็จฯ กลับถึงกรุงพนมเปญเดือน เม.ย.2550 หลังตรวจสุขภาพในจีน
นอกจากนั้น จะต้องไม่ลืมว่า เมื่อปี 2505 ศาลระหว่างประเทศที่กรุงเฮก ก็ได้ให้ความยุติธรรมแก่กัมพูชา (ตัดสินยกปราสาทพระวิหารให้) ซึ่งจะต้องไม่ละเลยต่อความจริงอันนี้ สมเด็จฯ สีหนุ กล่าว

The International Court in the Hague, which in 1962, rendered justice to Cambodia, did not ignore all this, and let me, once again, offer them a respectful and admiring homage.


อย่างไรก็ตาม ในพระราชหัตถเลขาสั้นๆ นี้ อดีตกษัตริย์กัมพูชา ทรงมิได้กล่าวถึงเรื่องอื่น รวมทั้งความจริงที่ว่าในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ อาณาจักรสยาม (กรุงศรีอยุธยา-รัตนโกสินทร์) เคยครอบครองดินแดน “อาณาจักรเขมร” เกือบทั้งหมด รวมทั้งดินแดนที่เป็น จ.เสียมราฐ ที่ตั้งปราสาทนครวัด กับ จ.พระวิหาร อันเป็นที่ตั้งปราสาทพระวิหารในปัจจุบันด้วย

นอกจากนั้น บันทึกก็ยังไม่ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริง ปราสาทพระวิหารและดินแดนอาณาบริเวณโดยรอบนั้นตั้งอยู่ในเขตสันปันน้ำของไทย ซึ่งเป็นดินแดนของไทยโดยกฎหมายระหว่างประเทศ อันเป็นแนวเขตแดนยุคใหม่ระหว่างสองประเทศ

บันทึกของอดีตกษัตริย์กัมพูชา ยังไม่ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ในยุคใหม่ที่ว่า รัฐบาลไทยได้ทำบันทึกคัดค้านคำตัดสินของศาลโลก และสงวนสิทธิ์ในการอ้างอธิปไตยเหนือดินแดนในเขตสันปันน้ำดังกล่าวมาตั้งแต่เดือน ก.ค.2505 หรือ 46 ปีมาแล้ว หลังเสียปราสาทพระวิหารให้กัมพูชา

รวมทั้งยังไม่ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงที่ว่ารัฐบาลของสองฝ่ายในยุคใหม่ กำลังดำเนินการเจรจาปักปันเขตแดนเสียใหม่ กับความจริงที่รัฐบาลกัมพูชาปัจจุบันได้ยอมรับว่าที่ชายแดนบริเวณปราสาทพระวิหาร มี “เขตแดนทับซ้อน”

ในบันทึกชิ้นหนึ่งโดยลายพระหัตถ์ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ส่วนพระองค์เมื่อต้นปีนี้ สมเด็จนโรดมสีหนุ ทรงเปิดเผยว่า พระเจ้าศรีสวัสดิ์มุนีวงศ์ อดีตกษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ระหว่างปี 2470-2483 ผู้ทรงเป็น “คุณตา” ของพระองค์ ทรงตรอมพระราชหฤทัยจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมา อันเนื่องจากกัมพูชาเสียปราสาทพระวิหารให้แก่ไทย



French








Written by The Phnom Penh Post

Thursday, 10 July 2008

Communique from Norodom Sihanouk

Phnom Penh, 8 July 2008

I. Certain journalists are writing that the main entrance to the Preah Vihear temple faces Thailand and not Cambodia.

II. The Thais have said, say and have written and write that one of the “proofs” of Thai ownership of Preah Vihear is constituted by the fact that access to the temple is infinitely more easy from the Thai side rather than from the Cambodian side.

III. These journalists and these Thais seem to ignore the following historic facts, ones which amply prove that the mountain and the temple of Preah Vihear are 100% Cambodian and belong 100% to Cambodia.

a/. The construction (10th and 11th centuries) of Preah Vihear by two successive Khmer Kings and is a purely Khmer work.

b/. The mountain and the temple of Preah Vihear could be found, during the 10th and 11th centuries, “very much in the interior” of Kampuchea, in the Khmer Empire, of which the borders extended for hundreds of kilometers, to the north, the east and west, much further than the current Cambodian borders with Thailand and Laos.

As a consequence, the mountain and the Preah Vihear temple could be found not on the Cambodia-Siam (Thai) border but “deep in the interior” of the Kingdom (of the Khmer Empire) and the “main entrance” of Preah Vihear “looked” not towards Siam (Thailand) but to Kampuchea.

c/. The International Court in the Hague, which in 1962, rendered justice to Cambodia, did not ignore all this, and let me, once again, offer them a respectful and admiring homage.

d/. Thanks to Khmer Sovereignty and the Khmer empire (Angkorian in particular) , present day Thailand is very rich in Angkorian style Khmer temples and monuments.

[It is] absolutely wrong and gives proof to the meanness, which, in Thailand, causes to Cambodia and its people undeserved and anachronistic troubles concerning the temple of Preah Vihear, instead of devoting ourselves to the harmonious and fruitful development of our friendship and our (authentic) brotherhood (Thai-Cambodian).

(signed) Norodom Sihanouk

http://www.phnompenhpost.com/index.php/2008070920211/National-news/Unofficial-Translation-from-French.html
http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000081954


โดย: khonlao nai khamen IP: 82.82.141.106 วันที่: 12 กรกฎาคม 2551 เวลา:15:24:59 น.  

 




ຖແລງການຂອງສານ ໃນວັນທີ່ 15 ຊວງ ປິ 1962
Communiqué n. 62/16(unofficial) ICJ

The following information from the Registry of the ICJ
(International Court of Justice) is communicated to the Press :

The ICJ today (15 June 1962) delivered its Judgment in the case concerning the Temple of Preah Vihear (Merits) between Cambodia and Thailand .
Proceedings were instituted on 6 October 1959 by an Application of the Government of Cambodia , the Government of Thailand having raised 2 preliminary objections, the Court , by the Judgment of 26 May 1961 found that it has jurisdiction.
In its Judgment delivered today , the Court , by nine votes to three , found that the Temple of PV , was situated in territory under the sovereignty of C A M B O D I A and , in consequence ,that Thailand was under an obligation to withraw any military or polices forces, or orther guards or keepers , stationed by her at the temple , or in its vicinity on Cambodia territory.
By seven votes to five , the Court found that Thailand was under an obligation to restore to Cambodia any sculptures, Stelae, fragments of monuments, sandstone model and ancient poltery which might, since the date of the occupation of the Temple of Thailand in 1954 , have been removed from the Temple or the area by the Thai authorities.
Judge Tanaka and Judge Morelli appended to the Judgment a Joint Declaration. Vice-President Alfaro and Judge Sie Gerald Fitzmaurice appended separate Opinions. Judge Moreno Quintana , Wellington Koo and Sir Percy Spender appended Dissending Opinions.
In its Judgment , the court found the Subject of the dispute was sovereignty over the region of the Temple PV. The ancient sanctuary , partially in ruins , stood an a promontory of the Dangrek range of Mountains which constituted the boundary between Cambodia and Thailand . The dispute had its FONS ET ORIGO in the Settlements made in the period 1904-1908 between France , then conducting the foreign relations of Indo-China, and Siam . The application of the Treaty of 13 February 1904 was, in particular , involved . That treaty establishedthe general character of the frontier the exact boundary of which was to be delimited by a Franco-Siamese Mixed Commission.
In the eastern sector of the Rangrek range , in which PV was situed, the frontier was to follow the watershed line. For the purpose of delimiting that frontier, it was agreed , at a meeting held on 2 December 1906 , that the Mixed Commission should travel along the Rangrek range carrying out all the necessary reconnaissance , and that a survey officer of the French section of the Commission should survey the whole of the eastern part of the range . It had not been constested the President of the French and Siamese section duly made this journey , in the course of which they visited the Temple of PV.
In January-February 1907, the President of the French section had reported to his government that the frontier-line had been definitely established. It there fore seemed character a frontier had been surveyed and fixed , although there was no record of any decision and no reference to the Rangrek region in any minutes of the meetings of the commission after 2 December 1906 . Moreover , at he time when the commission might have met fort he purpose of winding up it work, attention was directed toward the conclusion of a further Franco-Siamese boundary treaty the Treaty of 23 March 1907
The final stage of the delimitation was the preparation of maps.The Siamese government , which did not dispose of adequate technical means , has resquested the French officers shoud map the frontier region .These maps were completed in the autumn of 1907 by a team of French officers , some of whom had been members of mixed-Commission, and they were communicated to the Siamese government in 1908.
Amongst them was a map of the Danrek range showing PV on the Cambodia side.It was on that map (filed as Annex I to ist Memorial) that Cambodia had principally relied in support of
her claim to sovereignty over the Temple .Thailand , on the other hand ,had contended that the map , not being the work of the Mixed Commission , had no binding character , hat the frontier in dicated on it was not the true watershed line and that the true watershed line would place the Temple in Thailand , that the map had accepted it , shy had done so only because of a mistake belief that the frontier indicated corresponded which the watershed line
The Annex I map was never formally approved by the Mixed-Commission, which had cessed to function some months before ist production . While there could be no reasonable doubt that it was based on the work of surveying officers in the Dangrek sector , the Court nevertheless concluded that, in its inception, it had no binding character. It was clear from the record , however , that the map were communicated to the siamese government as purtorting to represent the out-come of the work of delimitation; since there was no reaction on the the part of Siamese authorities,either then or for many years , they must be held to have acquiesced. The map were moreover communicated to the Siamese members of the Mixed Commission who said NOTHING , to the siamese Minister of Interior Prince Damrong, who thanked the French Minister in Bangkok for them , and to the Siamese provincial Governors , some of whom knew of P VIhear. If the Siamese authorities accepted the annex l map without investigation , they could not now placed any error vitiating the reality of their consent .
The Siamese government and later the Thai government had raised no query about the Annex I map prior to ist negotiations with Cambodia in Bangkok in 1958 . But in 1934-35 a survey had etablished a divergence between the map line and the true line of the watershed , and other maps had been produced showing PV as lying in Cambodia . Moreover , in the course of the negociations fort he 1925 and 1937 Franco-Siamese Treaties , which confirmed the existing frontiers and in 1947 in Washington before the Franco-Siamese Conciliation ommission , it would have been natural for Thailand to raise the matter , she did not do so . The natural inference was that she had accepted the frontier at PV as it was drawn on the maps , irrespective of ist corresponce with the watershed line. Thailand had stated that having been , at all material times, in possession of PV , she had had no need to raise the matter , she had indeed instanced that the act of her administrative authorithies on the ground as evidence that she had never accepted the Annex I line at PV. Butt he court found it difficult to regard such local acts as negativing the consistent attitude of the central authorithies. Moreover, when in 1930 Price Damrong , on a visit to the Temple , as officially received these by the French President fort he adjoinding Cambodia province, Siam failed to react.
From these facts , the court concludes that Thailand had accepted the Annex I map . Even if there were any doubt in this connection, Thailand was now precluded from asserting that she had not accepted it since France and Cambodia had relied upon her acceptance and she had for fifty years anjoyed such benefits as the treaty of 1904 had conferred on her . Furthermore, the acceptance of the annex I map caused it to entert he treaty settlement . The Parties hat at that time adopted an interpretation of that settlement which caused the map line to prevail over the provisins of the Treaty and , as there was no reason to think that the Parties had attached any spezial importance to the line of the watershed as such , as compared with the over-riding importance of a final regulation of their own frontier , the court considered that the interpretation to be given now would be the same.
The court therefore felt bound to pronounce in favour of the frontier indicated on the annex I map in the disputed area and it became unnecessary to consider whatershed the line as mapped did in fact correspond to the true watershed line.
For these reasons , the court upheld the submissions of Cambodia concerning sovereignty over PV ( Preah Viharn.)

The Hague , 15 Juin 1962
First public Hearing ( 10.3 am )

Present : President Winiarski; Vice President Alfaro; Judges Basdevant, Badawi, Morenno Quintana , Wellington Koo , Spiropoulos, Sir Percy Spender , Sir Gerald Fitmaurice , Koretsky , Tanaka , Bustmante Y Rivero , Jessup , Morelli , Register Garnier Coignet



Also present :
For the Government of Cambodia :
H.E. Truong Cang , member of the Haut Conseil du Trône , as Agent

assisted by :
Hon Dean Acheson, member of the Bar of the Supreme Court of the USA,
M.Roger Pinto , professor at the Paris Law Faculty
M.Paul Reuter, Proffessor at the Paris Law Faculty
As ounsel;

For the Government of Thailand .
H.R.H.Price Vongsamahip JAYANKURA , Ambassador of Thailand to the Netheland ,
as Agent;
assited by :
The Rt.Hon.Sir Frank Soskice, QC.,M.P.,former Attoney-General of England
M.Seni PRAMOJ , Member of the Thai Bar,
Mr.James Nevins HYDE , Member of the Bar of the State of New York and Member of the Bar of the Supreme ourt of USA
Me Marcel Alusny , Member of the Bar of the Brussels Court of Apeal,
Mr.J.G. Le Quesne, Member of the English Bar
As Advocated and Counsel ;
And Mr Davidd S. Downs , solicitor , Supremee Court of Judicature , England
Mr .Sompong SUCHARITKUL , Member of the Legat Division , Ministry ogf
Foreign Affairs.
P L A I S E DU G O V E R N E M E N T CAMBODGIEN A LA COUR

I) Dire et juger que la carte du secteur des Dangrek ( annexe I au mémoire du Cambodge) a été dressée et publiée au nom et pour le compte de la Commssion mixte de délimitation , créée par le traité du 13 février 1904 , qu’elle énonce les décisions prises par ladite Commssion et qu’elle présente tant de ce fait que des accords et comportement ultßerieurs des Parties un C A R A C TE R E C O N V E N TI O N N E L

2) Dire et juger que la ligne frontière entre le Cambodge et la Thailande dans la région contestée voisine du temple de Préah Vihéar , est celle qui est marquée sur la carte de la Commission de délimitation entre l’Indochine et le Siam (annexe I au mßemoire de Cambodge);

3)Dire et juger que le temple de Préah Vihéar est situé en territoire relevant de la souveraineté du Royaume du Cambodge

4)Dire et juger que le Royaume de Thailande devra retirer les éléments de forces armées qu’ il a installés, depuis 1954,en territoire cambodgien, dans les ruines du Temple de PV;

5)Dire et juger que les scultures, stèles ,fragments des monuments, marquette en grès et poteries anciennes qui ont été enlevés du temple depuis 1954 par les autorités thailandaises
devront remis au Gouvernement Cambodgien………………………………..
La Cour Internationale de la Justice
Le Temple de Préah Vihéar
Holland 1962



โดย: คนลาวที่Paris(France) IP: 82.82.141.106 วันที่: 12 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:26:58 น.  

 
Dire et juger que les scultures, stèles ,fragments des monuments, marquette en grès et poteries anciennes qui ont été enlevés du temple depuis 1954 par les autorités thailandaises
devront être remis au Gouvernement Cambodgien………………………………..


โดย: à corriger IP: 88.70.43.215 วันที่: 13 กรกฎาคม 2551 เวลา:2:36:12 น.  

 
http://fwmail.teenee.com/etc/10177.html


โดย: คนลาวที่เชียงไห่ม+ควอชหน IP: 82.82.142.142 วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:12:45:44 น.  

 


http://forum.serithai.net/index.php?topic=30142.msg323738;topicseen#msg323738


**พัฒนาการของความขัดแย้งจาก "เอา/ไม่เอาทักษิณ" กำลังจะเป็น "เอา/ไม่เอา ในหลวง"**
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 16:35 »

--------------------------------------------------------------------------------
ทางเลือกของสังคมกำลังถูกบีบรัดให้คนในสังคมต้องเลือกข้างมากขึ้นเรื่อยๆ และพัมนาการที่คนจำพวกหนึ่งในสังคมกำลังจุดพลุอยู่ก็คือ..."เอา หรือ ไม่เอาในหลวง"

ผมจำได้ว่า ได้เขียนกระทู้เรื่อง กองเชียร์ทักษิณ กับ คนเกลียดเจ้า คนสองสายพันธุ์ที่มาผสมพันธุ์กันได้อย่างกลมกลืน เมื่อไม่นานมานี้เอง ซึ่งหลายคนในห้องนี้คงจะจำกันได้นะครับ และวันนี้ พัฒนาการของมันก็กำลังรุดหน้าไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว

จากวีระ มุสิกพงศ์ สู่ โชติศักดิ์ ไม่ยืนไม่ผิด สู่ จักรภพ some loyalty และล่าสุด ดา ตอปิโด เหมือนไม้ผลัดที่รับส่งกันเป็นทอดๆ

เอาไม้แรกก่อนนะครับ..

วีระ กับก้าวย่างที่พลาดไปโดยการเลินเล่อ

เพราะเกิดในช่วงที่กำลังหาเสียงกับชาวบ้าน แต่ดันไปเปรียบเทียบตนเองกับความเป็นอยู่ของราชวงศ์เข้า เชื่อว่า ครานั้นเป็นความพลั้งพลาดไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว แต่การติดคุกครั้งนั้นก็จุดประกายไม่ยอมรับขึ้นมาในใจ แผลเป็นที่บาดลึกนี้เยียวยาไม่ได้เลยในรอบหลายปีที่ผ่านมา เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้ตีตราเอาแล้วว่า ผิดพลาดเพียงครั้ง ไม่มีสิทธิ์ให้อภัย อาชีพนักการเมืองของวีระถูกตัดตอนไปก่อนกำหนดอายุขัย ลงที่ไหนก็ไม่ได้รับเลือก เพราะตราบาปที่ฝ่ายตรงข้ามยกขึ้นมาอ้าง เป็นรัฐมนตรีไม่ได้ ไม่รู้ว่า ชาวบ้านจะเลือกไปทำหอกพระแสงอะไร แก่ปูนนี้ ประสบการณ์ทางการเมืองปานนี้อย่างเก่งยังเป็นได้แค่ ส.ส.

คงไม่ใช่ความบังเอิญหรอกที่วีระต้องหันไปซบอกทักษิณ เพราะมีแต่ทักษิณเท่านั้นที่ยอมให้โอกาสในการกลับมา เพราะขั้วการเมืองอีกขั้วหนึ่ง ตัดสายสัมพันธ์กับวีระแบบไม่มีเยื่อใยใดๆ ให้เลย ไม่ว่าวีระจะยอมสยบนบนอบอย่างใดก็แล้วแต่ แต่ในสำนักนี้ ไม่เคยคืนโอกาสให้ "ศิษย์ทรยศ" คนใดเลย

ไม้ต่อมา..โชติศักดิ์ ไม่ยืนไม่ผิด

ที่มันผิด เพราะ คนอื่นๆ ดันยืน ไงล่ะครับ
โชติศักดิ์เองก็รู้มานานแล้วว่า ทำเช่นนี้บ่อยๆ สักวันต้องเจอดีแน่ แต่เขาก็ยังทำ นอกจากตนเองทำแล้ว ยังสอนคนอื่นๆ ให้ทำตามอย่างด้วย จึงไม่ใช่โชติศักดิ์คนเดียวที่ไม่ยืน แต่ยังมีอีกจำนวนหนึ่งที่เป็นเพื่อนคิดของโชติศักดิ์ คนจำนวนนี้มีมากพอที่จะทำเสื้อ "ไม่ยืนไม่ผิด" ในแบบเดียวกันออกมาใส่ จำนวนสั่งสกรีนต้องว่ากันเป็นหลัก 100 ขึ้นไปครับ ไม่งั้นไม่คุ้มค่าจ้างสกรีน และคนจำนวนนี้ก็มีมากพอ และมีบารมีพอที่จะใส่เสื้อไปออกรายการในสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลได้

คำถามคือ โชติรู้ว่าผิด สักวันเจอคุก ทำไมยังกล้าทำ

ก็ถ้าไม่ทำในช่วงนี้ ช่วงที่สมัคร นอมินีทักษิณเป็นนายกอยู่ จะให้ทำช่วง คมช.เรืองอำนาจหรือไร โธ่..ถามได้

และก็ได้ผลในระดับหนึ่ง คือ สังคมหันมาให้ความสนใจ (จากเดิมที่ไม่กล้าสนใจ) แต่นายกสมัครกลับไม่ให้ความสำคัญ(ตามแผนที่คาดไว้เปี๊ยบ) คดียังไม่ตัดสิน วันนี้ยังไม่ติดคุก ถ้าทักษิณได้กลับมาเรืองอำนาจ เรื่องนี้อาจมีพลิก

แล้วทำไมจึงจะไม่ทำล่ะครับ ในเมื่อ เป็นความใฝ่ฝันที่จะสู้กับระบอบเก่าแก่มานานแล้วน่ะ

ในอดีตเคยเคลื่อนไหวอยู่ฝ่ายไหนไม่สำคัญหรอกครับ เพราะ คมช.ทำให้คนเปลี่ยนได้ทันใจ เพราะคมช.มาจากสายอำนาจเก่าอุปถัมภ์ (ใครๆ ก็รู้) ถ้าทักษิณอยุ่ตรงข้ามกับอำนาจเก่าอุปถัมภ์ ก็ถือเป็นพวกเดียวกันได้แล้ว

ไม่เชื่อถาม..หมอเหวงดูได้ครับ จาก "ท้าก..ก ษิณ..ออกไป" หมอเหวงยังทำให้กลายเป็น "รักทักษิณเพราะทักษิณรักประชาธิปไตย" ได้เลย

ทั้งโชติ และเหวง แสดงให้เห็นว่า..ทักษิณไม่ใช่ตัวแปรให้ตนเองเลือกฝ่าย ใจอาจไม่ได้ชอบทักษิณก็ได้ เช่นเดียวกับ นักวิชาการ "หัวโต" แห่งค่าย 6 ตค. แต่ทักษิณเป็นตัวช่วยทำให้ "งานของพวกเขาง่ายขึ้น" หากมีทักษิณเป็นสะพานเชื่อม

ไม้ที่สาม..อีเพ็ญพลีร่าง

เดิมทีไม่ใช่เป็นคนแอนตี้สถาบันหรอกครับ มาเปลี่ยนพฤติกรรมเอาตอน คมช.เหมือนกัน นัยว่า รับไม่ได้ที่เห็นนายโดนรังแก คนอื่นๆ ในพรรคเขาออกอาการพอท้วมๆ แบบเดินสายกลาง เหยียบสองแง่สองง่ามเอาไว้ เผื่อการเมืองพลิก แต่อีเพ็ญพลีร่างแบบนางโลมในเพลงๆ หนึ่งเลยครับ เรียกว่า กินใจนายใหญ่ นายหญิงสุดๆ โดยเฉพาะเป็นคนภาษาที่สองดีกว่า วีระ ณัฐวุฒิ เหวง จรัล และตุ๊ดตู่ เลยได้ไปออกเวทีระดับชาติบ่อยครั้งกว่า เลยซวย (แทนเพื่อนๆ) ไปเลย

จักรภพพยายามแก้ตัวว่า การบรรยายให้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศเป็นแง่วิชาการ แต่ Thaksin has some loyalty อธิบายความหมายของเนื้อหาที่กล่าวมาในเบื้องต้นของจักรภพไปทั้งหมด และเป็นการตอกย้ำให้สังคมรู้ความในใจของทักษิณ ที่แม้แต่ทักษิณยังไม่กล้าเปิดเผย แต่อีเพ็ญได้พลีชีพให้ท่านในวันนั้นเรียบร้อยแล้ว

การที่จักรภพได้เป็น รัฐมนตรี ก็มิใช่เพราะนายสมัครเห็นฝีมือ แต่เป็นเพราะมือที่มองไม่เห็นส่งโพยมาให้สมัคร จึงเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากว่า จักรภพและทักษิณ มีความเห็นพ้องต้องกันว่า การเคลื่อนไหวโจมตีพลเอกเปรม โจมตีสถาบัน โจมตีระบบอุปถัมภเก่าแก่ของสังคมไทย นั้นเป็นสิ่งที่ชอบแล้ว และควรดำเนินการต่อไป

ไม้ล่าสุด แต่ไม่ใช่ไม้สุดท้ายแน่นอน (Last but not least ) ดา..ตอปิโด(บก)

สาวฮาร์ดคอร์ของกลุ่ม นปก. และคนวันเสาร์ ที่เรียกร้อง "คุก..คุก..คุก" แทนเสียงของชะนีมาหลายเพลาแล้ว

วันที่ขึ้นเวที ดาใส่แบบหมดแม็ก กะว่า หากคราวนี้ยังไม่ถูกจับอีก คราวหน้าจะเป็นชะนีซะทีแล้ว

ได้ผลแฮะ..

เรียกว่า กลุ่มแนวร่วมต้องเลือกข้างกันแล้วว่า จะให้ดาตายเดี่ยว หรือ พวกเราตายพร้อมๆ กัน

แนวร่วมที่รับไม่ได้ก็ต้องเดินหนีออกไป คนที่ยังอยู่ก็ชัดเจนว่า ถ้ายังรักทักษิณก็ต้องไม่เอาระบบเจ้า

ถ้ากรณีของดา ตอปิโดยังไม่ชัดเจนพอ จะมีไม้ต่อๆ ไปออกมาบีบให้คนรักทักษิณต้องเลือกแน่นอนครับ คอยดูต่อไป


ทุกกรณีที่ถูกส่งไปติดคุก (ในกรณีศาลพิพากษาแล้ว) จะเรียกมวลชนคนเกลียดเจ้าได้เพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง ด้วยการเพิ่มข้อหาให้กับสถาบันเก่าแก่ว่า ทำให้คนดีๆ (ที่รักทักษิณ) เหล่านี้ติดคุก หลังจากได้กระทำการ ล้มล้างระบอบทักษิณมาก่อนหน้านี้แล้ว

คุณจะเชื่อผมไหมว่า ตอนนี้ คนที่ต้องคดีหลายคนอยากให้พิพากษาโทษจำคุกกับตนเอง เพราะคำพิพากษาจะเป็นใบเบิกทางให้ขบวนการล้มเจ้า เอาทักษิณคืนมา ประสบความสำเร็จ

ดังนั้น..ถ้าคุณเป็นกองเชียร์ทักษิณต้องหันมาเกลียดระบบอุปถัมภ์ เกลียดเจ้าด้วยกัน ไม่เช่นนั้น ก็ไสหัวไปอยู่กับอีกขั้วหนึ่งได้เลย

นี่จะเป็นทางเลือกให้คนรักทักษิณต้องตัดสินใจเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต.."จะเอาทักษิณหรือเอาในหลวง"

เอาอาวุธที่ฝ่ายโน้นจะมอมเมาประชาชนโดยจะบอกว่า..
"ถ้าเลือกทักษิณ เขาจะมาโปรยเงินโปรยทองให้ท่าน ปลดหนี้ให้ท่านถึงถิ่น แต่ถ้าเลือกในหลวง พวกท่านสัมผัสได้แต่ในรายการเฉลิมพระเกียรติ"

สงครามครั้งนี้ ดูเหมือนฝ่ายทักษิณจงใจเพลี่ยงพล้ำนะครับ ไม่ใช่ติดบ่วงโดยประมาทอย่างที่หลายคนเข้าใจ เหมือนการเล่นหมากรุกชั้นเซียน ที่ยอมเสียเบี้ยเพื่อแลกกับเรือไงครับ

ไม่เชื่อ ไปดูตามเว็บบอร์ดที่ "หมิ่น" เป็นประจำดูสิครับ จะพบว่ามีเสียงเชียร์เจ๊ดา มากกว่าเสียงด่าแล้ว และคนเหล่านี้จะเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีการจับกุมดา และจำคุกดาเกิดขึ้น

ขั้นต่อไปของการเดินหมากของขบวนการล้มเจ้าจะเป็นอย่างไร น่าติดตามยิ่ง โดยเฉพาะเป้าหมายของพวกนี้ กำหนดให้จบลงเมื่อ..สิ้นรัชกาลนี้เท่านั้น





โดย: serithai IP: 82.82.131.99 วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:3:01:16 น.  

 
ปัจจุบัน ล้านนา นครศรีธรรมราช สุโขทัย ปัตตานีถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยในปัจจุบันเรียบร้อยแล้ว
ส่วนในกรณีของลาวล้านซ้าง ณ ปัจจุบันเขาคือรัฐเอกราช มีที่นั่งในสหประชาชาติในฐานประเทศหนึ่งในสมาชิก
แต่ยังบางคนที่เฝ้าถวิลหาอยากเอามารวมมาผนวกเป็นส่วนหนึงเพื่อให้ดินแดนมากขึ้น โดยอ้างเหตุว่าดินแดนลาวนั้นเคยเป็นส่วนหนึ่งของไทยแต่สูญเสียให้ฝรั่งเศส
แน่นอนในมุมมองผู้ชนะสงครามย่อมมองว่าผู้พ่ายแพ้ต้องย่อมศิโรราบทุกอย่าง ทุกสิ่งของผู้แพ้ย่อมตกเป็นของผู้ชนะ คุณมองแบบนี้ใช่ไหม หรือที่มักยกอดีตที่มองว่าเป็นเจ้าข้าเจ้าของแต่สูญเสียให้เจ้าอาณานิคมอื่นแทนที่
ถ้าจะมองอย่างนั้น ลาวก็สามารถอ้างได้ว่า ดินแดนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในปัจจุบัน ในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของเขา แดนเหนือจรดสิบสองปันนา แดนใต้จรดหลี่ผี สี่พันดอน คอนพะเพ็ง นั้นคือในอดีตที่เขามาแต่สูญเสียให้สยามเพราะฝรั่งเศสกับสยามตกลงแบ่งดินแดนล้านซ้างเองโดยยึดแม่น้ำโขงเป็นเขตแดน
ส่วนในกรณีที่คุณยกทั้งเชียงใหม่ และหัวเมืองอื่นๆ ขึ้นมานั้น ขอเอ่ยซักนิด เงื่อนไขของการผนวกดินแดนของล้านนาและล้านช้างนั้นต่างกัน
เชียงใหม่ถูกผนวกเข้ากับสยามเพิ่งจะในสมัยรัชกาลที่ 5
ก่อนหน้านั้นล้านนาก็ทั้งสู้รบกับอโยธยานับครั้งไม่ถ้วนเมืองครั้ง จนกระทั่งล้านนาอยู่ภายใต้การปกครองของพม่าและเข้าสู่ยุคฟื้นม่าน จึงมีสายสัมพันธ์กับสยามในฐานะหัวเมืองประเทศราช ที่ต้องส่งเครื่องบรรณาการให้ แต่ปกครองกันเอง พรมแดนมันมาจริงจังในยุคที่จักวรรดิล่าอาณานิคมเข้ามาต่างหากที่เข้าแสวงหาผลประโยชน์ จนมีการผนวกล้านนาและยกเลิกระบบเจ้าผู้ครองนคร และเจ้าดารารัศมีได้เป็นพระชายาขององค์จุฬาด้วย
ส่วนนครศรีธรรมราชกับสุโขทัย เชื้อพระวงศ์ของทั้งสองต่างเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของอโยธยามานานแล้ว
ส่วนในกรณีของลาวล้านซ้าง เมื่อถูกตัดดินแดนเป้นสองส่วน ลาวยังมีเจ้ามหาชีวิตปกครองทั้งฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ ดังเดิมจนถึงยุคปฏิวัติและการปลดปล่อยประเทศ
และตอนนี้สหประชาชาติรับรองเขาในฐานะประเทศเอกราชและสมาชิก ทำไมคุณไม่ยอมรับสถานะภาพปัจจุบันละครับ ไปถวิลหาสิ่งที่ไม่ใช่ของตนไปทำไม
ส่วนความคิดที่มักจะคิดว่า ลาวเป็นส่วนหนึ่งของไทยที่สูญเสียให้ฝรั่งเศสในอดีต แล้วมาบ่นเสียดายดินแดน
ถ้าเปิดใจให้กว้างอีกซักนิด จะเข้าใจว่า
ดินแดนส่วนนั้นมันไม่ใช่ของเรามาแต่ไหนแต่ไร
ที่มีอำนาจเหนือกว่าเพราะชนะสงคราม ไม่ใช่ดินแดนแต่เดิมแต่อย่างใด แล้วความคิดอยากรวมดินแดนอะไรแบบนี้ แนวความคิดที่พยายามจะรวบรวมดินแดนต่างๆ ของคณที่พูดภาษาในตระกูลไต-กะได ให้เป็นดินแดนเดียวกันทั้งหมด มันคงไม่ต่างอะไรจากแนวคิดฟาสซิสต์แบบเดียวกับฮิตเลอร์ที่พยายามรวบรวมดินแดนต่างๆ ที่มีคนเชื้อสายดอยชลันดเหมือนกันถึงได้รุกรานทั้งออสเตรีย และโปแลนด์ โดยอ้างมีคนเชื้อสายดอยชอยู่ในดินแดนเหล่านั้นและสูญเสียเมื่อครั้งสงคราม และควรจะกลับมาอยู่รวมกันอีกครั้ง

ปล่อยให้เขาเลือกทางเดินของเขาเองเถอะครับ ว่าเขาต้องการยืนอยู่ในเวทีโลกในฐานะประเทศเอกราชหรือว่าต้องการถูกผนวกดินแดนซ้ำสอง อย่าไปตัดสินใจแทนเขาเลย
ถ้าคุณอยากเห็นดินแดนในภูมิภาคนี้อยู่ร่วมกันแบบสหภาพยุโรปที่พลเมืองไปมาหาสู่กันได้อย่างสนิทใจ และไร้พรมแดนมันจะเข้าท่ากว่านะครับ พอถึงเวลาพรมแดน และความไม่ไว้วางใจกัน คงอาจจะหายไป

ส่วนเรื่องภาษานะครับ ภาษาไทสยามและภาษาลาว จัดอยู่ในภาษาตระกูลไต-กะได Tai-Kadai ใช้กันในภูมิภาคนี้ ตลอดลุ่มแม่น้ำโขงถึงจีนตอนใต้บริเวณสิบสองปันนา และยังมีหลายชนชาติจัดอยู่ภาษาตระกูลเดียวกันไม่ว่าจะเป็นชาวจ้างในกวางสีหรือถึงแม่น้ำพรหมบุตรในอินเดีย
แต่หากหมายถึงตัวอักษรไทสยามและลาวนั้น พัฒนามาจากตัวอักษรเทวนาครีจากอินเดียทางเหนือ และพัฒนาต่อมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นอักษรไทย อักษรลาว
แต่มีนักวิชาการบางท่านได้กล่าวไว้ว่า ภาษาที่ปรากฏในหลักศิลาจารึกกลับเป็นคำในหัวเมืองทางเหนือที่ชาวล้านนา ล้านช้าง สุโขทัย กันอย่างแพร่หลาย


โดย: jone 500 IP: 88.70.193.39 วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:4:39:10 น.  

 
สงครามร่มเกล้าเกิดจากผลประโยชน์ ความโลภของเมียบิ๊กจิ๋วอีหลุยส์แม่ค้านายหน้าขโมยขายไม้ที่ตัวเองไม่ได้ปลูกเมื่อด้านด้านตะวันตกของไทยคือพม่าปิดป่าจึงหันมาทางด้านทิศตะวันออกคือฝัั่งประเทศลาว ไปขโมยตัดไม้ลาวจึงเกิดการยิงกรัสุนนัดแรกแล้วก็มีนัดอื่นๆจนถึงนัดสุดท้ายจบลงด้วยการที่สองผัวเมียบินไปเมืองลาวเพื่อแก้ไขปัญหาเพราะเป็นคนสร้างปัญหาต้องไปหาเขาที่บ้านและตกลงชดเชยด้วยการบริจาตสร้างถนนสายหนึ่งในเวียงจันทน์ ดูภายนอกเป็นนักบุญ ใจบุญ แต่จริงๆเป็นถนนตราบาป ถนนแห่งความอัปยศที่ทำให้ไทย-ลาวฆ่ากันตายสูญเสียมากมายเพียงแค่ความโลภของอีหลุยส์และพรรคพวกที่ค้าไม้ด้วยกัน


โดย: peter IP: 124.157.164.143 วันที่: 28 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:02:19 น.  

 
ເມື່ອເປັນເຊັ່ນນັ້ນ ໄທຍ໌ກໍຍອມຮັບໂດຍດີໃນເນື້ອຫາທັ້ງໝົດວ່າ ທຳຜິດພາດ ແລະລ່ວງລຳ້ອະທິປະໄຕຂອງລາວ ແມ່ນບໍ ?


โดย: ເວົ້າແລ້ວ IP: 202.137.146.63 วันที่: 31 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:22:17 น.  

 
ການຊະນະດ້ວຍອາວຸດ ໃນຍຸກປັດຈຸບັນບໍ່ແມ່ນເລື່ອງໃຫຍ່ສາແລ້ວ ໃນປະຫວັດ ບໍ່ມີສະໝໍລະພູມໃດ ທີ່ໄທຍ໌ຊະນະ. ການທີ່ສຍາມຊະນະ ລາວໃນເມື່ອກ່ອນ ກໍບໍ່ໄດ້ຊະນະດ້ວຍອາວຸດ ແຕ່ຊະນະດ້ວຍຊັ້ນເຊີງ


โดย: ອາວູດ IP: 202.137.146.63 วันที่: 31 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:27:16 น.  

 
lao killed lao,siamese was happy. siamese was not good fighter becourse of lao a lao hero,it could protect itselt from Mynmar many times. Ask your self .Who is your ancestor?you would understand lao didn't occuppy thailand but occupied Lane Xang land. thank you .


โดย: say IP: 125.24.129.135 วันที่: 31 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:39:51 น.  

 
http://board.dserver.org/L/LannaBoard/00000432.html

: "คนลาว" เปิ้นฮ้องเฮาว่าจาอั้น
ข้อความ : วันหนึ้ง ข้าเจ้าไปแอ่วบ้าน"คนยอง" ข้าเจ้าได้งินคนยองเปิ้นว่า

"อีแหม่ไดงินคนบ้านปู้น เปิ้นก่อู้"ลาว" อย่างเจ้านี้แหละ"

ข้าเจ้าก่เลยแปลกใจ๋ว่า จาใดเปิ้นว่า คนเมืองอย่างเฮาเป๋นคนลาว อู้ลาว........

จาก : เวตาล - 28/07/2002 17:17


โดย: ลาวเจียงไห่ม IP: 82.83.151.135 วันที่: 1 สิงหาคม 2551 เวลา:12:27:32 น.  

 
นักวิชาการรุมฉะพันธมิตรจุด‘ลูกจีนกู้ชาติ’ทำแตกแยก

07 ส.ค. 2008 - 01:53:23 น. : ผู้อ่าน 339 คน - ตอบ 3 คน





นักวิชาการดาหน้าซัด “สนธิ ลิ้มทองกุล” ปลุกระดมกระแสแบ่งเชื้อชาติบนเวทีพันธมิตรฯ ส่อจงใจให้เกิดความแตกแยก นำไปสู่การนองเลือดและอาจถึงขั้นนำไปสู่การรัฐประหารในอนาคต ชี้เป็นความพยายามสร้างความขัดแย้งแบบเดียวกับการนำเอาลัทธินอกรีต “สันติอโศก” มาชนกับพระพุทธศาสนา หนุนรัฐบาลต้องหามาตรการป้องกันก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย

กรณีที่ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีสั่งการให้สันติบาลจับตาม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ยกเอาเรื่องของเชื้อชาติ อ้าง “ลูกจีนกู้ชาติ”มาปลุกระดมให้เกิดการเผชิญหน้า เพื่อต้องการสร้างความแตกแยกในสังคมไทย และให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเห็นว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุนั้น

รศ.ประทุมพร วัชรเสถียร อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เป็นการสร้างความแตกแยกตั้งแต่เริ่มทำเสื้อยืด แล้วสกรีนคำว่า “ลูกจีน กู้ชาติ” แล้ว ซึ่งนี่คือปัญหารัฐบาลต้องมีการจัดการปัญหาตรงนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ เรื่องปัญหาเฉพาะหน้ากลุ่มพันธมิตรฯก็มีการปลุกระดมอยู่ตลอด อย่างเรื่องปราสาทพระวิหาร เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ และตรงนี้ก็จบไปแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็มีเรื่องปัญหาเฉพาะหน้าที่กลุ่มพันธมิตรฯจ้องจะปลุกระดมอยู่คือเรื่องปรับ ครม.ชุดใหม่ ซึ่งมีการโจมตีรุมกระหน่ำรัฐบาล อีกทั้งมีการบอกว่ามีการแตกแยกภายในพรรคพลังประชาชน หากไม่มีเรื่องนี้ขึ้นมา ทางกลุ่มพันธมิตรฯก็ต้องหาเรื่องอื่นมาปลุกระดมโจมตีรัฐบาลอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม รศ.ประทุมพร กล่าวทิ้งท้ายว่า การเอาเรื่องเชื้อชาติมาเล่นอาจไม่ถึงขนาดเกิดสงครามระหว่างคนในประเทศ แต่จะเกิดสงครามระหว่างคนเอานายกรัฐมนตรีและไม่เอาต่างหาก แต่หากพลาดขึ้นมาอาจถึงขั้นนองเลือดได้เช่นเดียวกัน

ผศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯใส่เสื้อลูกจีน กู้ชาติ ขึ้นเวทีปราศรัยเข้าข่ายยุยงให้เกิดความแตกแยกหรือไม่ว่า โดยส่วนตัวแล้วคิดว่านายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ใส่เสื้อขึ้นเวทีปราศรัยเป็นการพยายามปลุกระดมเรียกร้องให้คนไทยเชื้อสายจีนเข้าร่วมชุมนุม

ทั้งนี้การที่ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีมองว่าเป็นการเอาเรื่องเชื้อชาติมาเล่นนั้นก็อาจเป็นการตั้งข้อสังเกตของคนเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งในอนาคตอาจมีปัญหาอย่างที่นายกรัฐมนตรีพูดไว้ก็ได้ หากไม่มีการป้องกันที่ดี เข้าใจว่านายกรัฐมนตรีอาจเป็นห่วงกลัวว่าประชาชนจะเข้าใจผิดว่าเป็นการเอาเรื่องเชื้อชาติมาแบ่งแยกเป็น 2 ฝ่าย ซึ่งหลายครั้งที่มีการปลุกระดม และเอาเรื่องเชื้อชาติมานั้น นายสนธิอาจต้องการสื่อให้รู้ว่าตนเป็นคนเชื้อชาติจีน แต่ยังรักและต้องการให้ชาติบ้านเมืองมีความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งตอนนี้ยังมีการชุมนุมที่อยู่ในกรอบบ้าง อีกทั้งเป็นการเรียกร้องของแต่ละฝ่ายไม่ให้มีการเผชิญหน้า การที่นายกรัฐมนตรีให้ทางสันติบาลจับตาดูก็เป็นเรื่องที่ดี

ผศ.ดร.ปณิธาน กล่าวว่า การที่ปลุกระดมให้เกิดสงครามระหว่างคนเชื้อสายจีนกับคนไทย อาจจะไม่มี เพราะตามประวัติแล้วมีแต่ทางภาคใต้ที่เป็นคนเชื้อสายมลายูท้องถิ่นที่มีการโจมตีกัน แต่เชื้อสายจีนในไทย นอกจากรัฐบาลในยุค จอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่มีการกำจัดนั้นเป็นพวกอั้งยี่ไปเท่านั้นแต่ปัจจุบันคนเชื้อสายจีนก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่หากเกิดขึ้นอาจไม่เป็นผลดี ทางรัฐบาลก็พยายามควบคุมดูแลให้กลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมอยู่ในกรอบมากขึ้นก็เป็นเรื่องที่ดี

ทั้งนี้การที่ให้ศาลมาดูแลแล้วผ่านกระบวนการตุลาการให้กำหนดขอบเขตในการชุมนุม ให้มีการเปิดถนนให้คนเดินทางได้สะดวก ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น เป็นเรื่องที่ทุกคนกำลังเป็นห่วงว่ากลุ่มพันธมิตรฯ จะอยู่ในขอบเขตได้หรือไม่ ซึ่งนี่อาจเป็นการตั้งข้อสังเกต และก็อาจมีอีกหลายเรื่อง หลายปรากฏการณ์ที่รัฐบาลตั้งข้อสังเกตต่อไป

หากการชุมนุมเป็นไปตามกรอบ เรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพก็คงไม่มี แต่ความจริงแล้วการชุมนุมไม่ควรพูดเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง เหมือนอย่างกรณีของ “ดา ตอร์ปิโด” และ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่รัฐบาลให้มีการดำเนินการก็ถือว่ารัฐบาลได้ทำสำเร็จแล้วในเรื่องการกำหนดกรอบการชุมนุม แต่ก็อาจมีเรื่องอีกหลายเรื่องที่รัฐบาลต้องดูแล หากเป็นการตีกรอบโดยใช้กระบวนการยุติธรรมมาดูแลก็เป็นเรื่องดี การที่มีปัญหาเกิดขึ้นแล้วส่งให้ศาล หากศาลรับฟ้องหรือไม่รับฟ้องกรอบใหม่ก็อาจเกิดขึ้น นี่คือเรื่องที่ต้องมีการดูแล

อย่างไรก็ตามอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนก็เห็นนายสนธิใส่เสื้อลูกจีนขึ้นเวทีปราศรัยหลายครั้ง แต่ครั้งหลังอาจมีเรื่องใหญ่โตที่อาจยังไม่รู้เรื่องนายกรัฐมนตรีถึงต้องออกมาพูดเรื่องการใส่เสื้อ ลูกจีนกู้ชาติ การที่นายกรัฐมนตรีออกมาพูดครั้งหลังนี้ประเด็นอาจมีข้อเท็จจริงอะไรอยู่ด้วยก็ได้

ทางด้าน ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) รุ่น 2 กล่าวว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในประเทศไทย ที่จะมีการนำเรื่องเชื้อชาติมาปลุกระดมประชาชนให้เกิดการแตกแยกกัน ไม่ใช่แค่เชื้อสายจีน แต่เป็นทุกเชื้อสาย

“นายสนธิต้องการให้ประชาชนในประเทศเกิดการแตกแยก ทำให้ชาติแบ่งแยกฝ่ายกัน เพราะถ้าเกิดประเด็นนี้ขึ้นมา ประชาชนชาวลาวภาคเหนือ ชาวมาแลภาคใต้ ชาวลาวภาคอีสาน ก็จะขอใส่เสื้อแสดงความเป็นภาคของตัวเองมาแบ่งแยกดินแดนกันได้ แล้วถ้าเกิดเช่นนี้จะทำอย่างไรต่อกันในบ้านเมือง”

และว่าการกระทำของนายสนธิดังกล่าวยังมีเจตนาทำให้เกิดความแตกแยกกันในสังคม โดยการกระตุ้นให้คนไทยเชื้อสายจีนมาร่วมชุมนุมก่อความวุ่นวาย ทั้งนี้อาจทำให้เกิดความไม่พอใจกับคนไทยเชื้อสายอื่นได้ ดังนั้น จะไม่เป็นผลดีต่อบ้านเมืองเลย

“พันธมิตรฯ ต้องการแบ่งแยกเชื้อชาติ เหมือนกับกลุ่มลัทธิสันติอโศกที่ต้องการแบ่งแยกศาสนา ถ้าแบ่งแยกเชื้อชาติและศาสนาได้ ไทยจะแตกสลายทันที จุดมุ่งหมายของพันธมิตร ต้องการทำลายชาติ ศาสนา และหากยังทำลายสองเรื่องนี้ จะไปกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแน่นอน”

ดร.เมธาพันธ์ กล่าวต่อไปว่า เป้าหมายของกลุ่มพันธมิตรฯ ต้องการให้เกิดสงครามกลางเมืองอยู่แล้ว กลุ่มพันธมิตรฯ ต้องการจะปลุกระดมคนมาร่วมโดยใช้ทั้งเงิน ทั้งเรื่องเชื้อชาติ ทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้นำไปสู่การเกิดสงครามประชาชน

ทั้งยังกล่าวว่านายสนธิ อ้างตัวเองว่าเป็นผู้จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ แต่เป็นแค่การแอบอ้าง แต่การกระทำขัดกัน ทั้งหมดนี้เป็นวาทกรรมทางการเมืองของนายสนธิและพรรคพวก โดยนายสนธิมีกลุ่มที่คอยสนับสนุนอยู่ หากเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดการนองเลือดในบ้านเมือง และล้มประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่สามารถทำได้แล้ว กลุ่มพันธมิตรฯ ก็จะไม่ยอมถอยกลับไปเด็ดขาด เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น จริงกลุ่มคนพวกนี้จะไม่สามารถกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกเลย

อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรีที่จะมีการให้ตำรวจสันติบาลเข้ามาดำเนินการอย่างเด็ดขาด ซึ่งไม่จำเป็นต้องเจาะจงฝ่ายใด แต่ขอให้ฝ่ายที่สามารถรับผิดชอบได้ช่วยมาดำเนินการทางกฎหมาย เพราะหากยังยุติ กวาดล้างให้หมดสิ้นไม่ได้ ก็จะเกิดความไม่เชื่อมั่นขึ้นภายในประเทศ และต่างประเทศก็จะมองว่าประเทศไทยไม่มีความมั่นคงทางการเมือง

“พฤติกรรมของพันธมิตรฯ ชัดเจนว่าทำลายชาติไทย สงสัยว่าทำไมรัฐบาลหรือประชาชน น่าจะดำเนินคดีกับกลุ่มนี้ ไม่อย่างนั้นสังคมไทยจะบริหารงานอย่างไรให้ต่างประเทศเชื่อมั่น ประชาชนจะปล่อยให้อันธพาลครองบ้านครองเมืองหรืออย่างไร” ดร.เมธาพันธ์กล่าว

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) กล่าวว่า ไม่อยากให้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ เอาเรื่องเชื้อชาติมาปลุกระดม เพราะทุกคนต่างก็จงรักภักดีในเชื้อชาติตนเอง การที่นายสนธิ ตอกลิ่มให้เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรง ไม่ว่าใครจะมีเชื้อสายจีนโดยกำเนิด หรือว่าไทยจีน ที่อยู่ในประเทศไทย ทุกคนก็ได้กลมกลืนเอาเอกลักษณ์ของความเป็นไทยไปหมดแล้ว ซึ่งการทำเสื้อลูกจีนกู้ชาติเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความแตกแยก เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะว่าคนเชื้อสายจีนไม่มีอยู่แล้ว ถึงมีก็ได้กลืนเอาเอกลักษณ์ความเป็นไทยไปหมด

ทั้งนี้การที่นายสนธิทำทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการปลุกระดมต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดความรุนแรงอย่างเห็นได้ชัด และอาจนำไปสู่การรัฐประหาร เพียงมาตรการปลุกปั่นเรื่องให้ทหารไทยกับเขมรมีการปะทะกัน เป็นการสร้างกระแสให้เกิดรัฐประหาร ซึ่งอาจเป็นเหมือนบทความที่ อ.ชัยนันท์ นันทพันธ์ เขียนไว้ว่าการปะทะระหว่างคนในประเทศ นำไปสู่การรัฐประหาร

นพ.เหวง กล่าวว่า อยากเรียกร้องให้นายสนธิยกเลิกการปลุกปั่น อย่าสร้างความแตกแยกอีกเลย เพราะที่ผ่านมานายสนธิก็ได้ยุยงให้เกิดสงครามระหว่างทหารไทยกับเขมร จึงอยากเตือนอย่าให้ประชาชนตกไปเป็นเหยื่อของนายสนธิเลย






โดย: จปล IP: 88.70.46.83 วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:1:54:37 น.  

 
file:///D:/The%20richess%20of%20R%209%2035%20bil%20$.htm

Thai king world's wealthiest royal: Forbes

Thu Aug 21, 3:47 PM ET

NEW YORK (AFP) - With a fortune estimated at 35 billion dollars, Thailand's King Bhumibol Adulyadej is the world's richest royal sovereign, and oil-rich Sheikh Khalifa Bin Zayed Al Nahyan of Abu Dhabi is far back at No. 2, Forbes magazine reported Thursday.
ADVERTISEMENT

King Bhumibol, 80 and, at 62 years on the throne the world's longest-serving head of state, pushed to the top of the richest royals list by virtue a greater transparency surrounding his fortune, Forbes said.

It said that the Crown Property Bureau, which manages most of his family's wealth, "granted unprecedented access this year, revealing vast landholdings, including 3,493 acres in Bangkok."

Forbes called it a good year for monarchies, investment-wise. "As a group, the world's 15 richest royals have increased their total wealth to 131 billion dollars, up from 95 billion last year," Forbes said on its website.

With oil prices soaring, the monarchs of the petro-kingdoms of the Middle East and Asia dominate the list.

Sheik Khalifa, 60, the current president of the United Arab Emirates, was estimated to be worth 23 billion dollars, on the back of Abu Dhabi's huge petroleum reserves.

In third was the sovereign of the world's biggest oil exporter, Saudi Arabia. King Abdullah bin Abdul Aziz, 84, who inherited the Al-Saud family throne in 2005, came in with a fortune of 21 billion dollars.

The previous king of kings, wealth-wise, 62 year old Sultan Haji Hassanal Bolkiah of tiny, oil-endowed Brunei on the Southeast Asia island of Borneo, fell to fourth place with 20 billion dollars.

"The sultan, who inherited the riches of an unbroken 600-year-old Muslim dynasty, has had to cut back on his country's oil production because of depleting reserves," Forbes explained of his dwindling fortune.

Fifth was Sheikh Mohammed bin Rashid, 58, of another Emirate, Dubai, with a net worth of 18 billion dollars.

One of two Europeans on the list, Prince Hans-Adam II of Liechtenstein, 63, ranked six on the list with 5 billion dollars in wealth. However the bank that is a key source of his family's wealth, LGT, is under investigation by the United States for helping wealthy people evade taxes.

Qatar's Sheikh Hamad bin Khalifa Al Thani, 56, came in at seventh, worth two billion dollar; eighth was King Mohammed VI of Morocco, 46, his 1.5 billion dollar fortune based on phosphate mining, agriculture and other investments.

Number nine was Prince Albert II of Monaco, 50, his diverse fortune in the southern European principality put at 1.4 billion dollars.

Tenth on the list was Sultan Qaboos bin Said of Oman, 67, worth 1.1 billion dollars.

Rounding out the top 15 were: The Aga Khan Prince Karim Al Hussein, 71 (1.0 billion); Britain's Queen Elizabeth II, 82, 650 million dollars; Kuwait's Sheikh Sabah Al-Ahmad Al-Jaber Al-Sabah, 79, 500 million dollars; Queen Beatrix Wilhelmina Armgard of the Netherlands, 70, 300 million dollars; and King Mswati III of Swaziland, 40, with 200 million dollars.

Forbes noted that because many of the royals inherited their wealth, share it with extended families, and often control it "in trust for their nation or territory," none of those on its list would qualify for the magazine's famous annual world billionaires ranking.

"Because of technical and idiosyncratic oddities in the exact relationship between individual and state wealth, these estimates are perforce a blend of art and science," it added

=============================

ປື້ມສຳຄັນ ຊົນຊາຕເຊື້ອລາວ ທົ່ວໂລກ70ລ້ານຄົນຄວນຊອກ
ມາອ່ານ

" ຊາວລາວໃນກຸງຣັຕຕະນະໂກສີນ "

ຂຽນໂດຍບັງອອນ ຄະນະທັມມະສາຕ ມະຫາ
ວິທຍາໄລທັມມະສາຕ 1998


โดย: คนลาว101 IP: 82.83.138.119 วันที่: 23 กันยายน 2551 เวลา:1:46:21 น.  

 
ผู้คนในแถบล้านนาตอนล่าง อ.เถิน+อ.แม่พริก จ.ลำปาง อ.สามเงา+อ.บ้านตาก+อ.เมือง (บางส่วน) จ.ตาก อ.ทุ่งเสลี่ยม+อ.ศรีสัชนาลัย+อ.หาดเสี้ยว จ.สุโขทัย เรียกตัวเองว่า “ลาว” ทั้งๆที่หลายสิ่งหลายอย่างบ่งบอกว่าเป็น “ล้านนา” พูดง่ายๆ ว่าผู้คนในแถบนี้ (รวมทั้งผมด้วย) เป็นจุดร่วม ลาว+ล้านนา อย่างแท้จริง พวกเราเรียกตัวเองว่า “ลาว” โดยเฉพาะแถบ อ.บ้านตาก บ้านเกิดผมเอง ก็บอกใครๆว่า เป็นลาว (อย่างเต็มปาก) มาตั้งแต่เด็กซึ่งตอนนั้นเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีประเทศหนึ่งที่มีชื่อว่า “สปป.ลาว” แต่ได้ยินปู่ย่าตายายพูดถึงล้านนา เชียงใหม่ พระธาตุดอยสุเทพ หลวงพระบาง เวียงจันทน์ ฯลฯ อยู่ตลอดเวลา
เชียงใหม่อาจจะมีส่วนผสมของไทยใหญ่และพม่าอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ห่างไปจาก “ลาว” เท่าใดนัก นั่นก็คือ ยังกินข้าวเหนียวเป็นหลัก แม้บางมือจะมีแกงฮังเล ขนมจีนน้ำเงี้ยว แบบไทยใหญ่ ซึ่งก็เหมือนกับ อ.บ้านตาก บ้านเกิดผม ที่กินปลาร้า แบบลาว (และสารพัดปลาทั้งสดและแปรรูป ปลาเจ่า ปลาจ่อม ปลาเค็ม ปลาย่าง) และกินถั่วเน่า+เต้าเจียว+ฮังเลหมูสามชั้นแบบไทยใหญ่ แต่ที่แปลกมากๆคือ บ้านตากเป็นลาวที่ไม่กินข้าวเหนียวเป็นหลัก (ปีหนึ่งจะกินครั้งสองครั้งกับลาบหมู) 364 วันจะกินข้าวเจ้า เพื่อนผมที่ อ.เถินยังบอกว่า “แปลกสุดๆ ลาวบ่กิ๋นข้าวนึ่ง” ผมเลยบอกว่า “กิ๋นบ่ได้ มันง่วงขนาด บ้านคิงกิ๋นข้าวนึ่งกับทอดไข ยึกแต๊ๆ” (กินไม่ได้มันง่วง...บ้านแกเล่นกินข้าวเหนียวกับไข่เจียว เลี่ยนชะมัด)
สำหรับคนพื้นๆ อย่างผมและเพื่อนๆ คนล้านนาไม่มีหรอกครับ มีแต่คนเมือง (เรียกเฉพาะคนเชียงใหม่ ประมาณว่า เชียงใหม่เป็นเมืองเอกของดินแดนนี้) กับคนลาว (คนอื่นๆที่ไม่ได้อยู่เชียงใหม่)
สำหรับภาษาพูด ล้านนากับลาวก็คือภาษาเดียวกันนั่นแหละ เพียงแต่สำเนียงจะต่างกันไปบ้าง เช่น
ขี้จุ๊ ลาว+อิสานออกเสียงเป็น ขี้ตั๊วะ ภาคกลางคือ โกหก
ฟั่ง (สำเนียงคนบ้านตาก) ลาว+อิสาน จะออกเป็น “ฟ่าว” ล้านนาว่า “ข่ะใจ๋” (บ้านตากบางตำบลก็ยังพูดคำนี้” ภาคกลางคือ “รีบ”
ฟู่ (บ้านตาก) ลาวออกเป็น เว้า ล้านนาออกเป็น อู้
ที่ต่างกันมากคือคำว่า “กอย” ของคนบ้านตาก ในขณะที่ล้านนาพูด “ผ่อ” อิสานเรียก “เบิ่ง” ภาคกลางคือ “ดู”
นอกนั้นก็แทบจะไม่ต่างกันเลย ตัว ร ออกเป็น ฮ หมด ตรงนี้แหละสำคัญ เพราะทั้งล้านนา ลาว อิสานและเหนือตอนล่าง รวมถึง เสาไห้+แก่งคอย สระบุรี ท่าวุ้ง+โคกกระเทียม ลพบุรี จะพูดเหมือนกันหมด แน่นอน ภาษานี้คือ “ภาษาลาว” เรียกกันว่า “อู้ลาว” “เว้าลาว” “ฟู่ลาว”
จริงๆแล้ว เรื่องของล้านนา+ลาว ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยแบบว่ามากมายมหาศาล เหมือนเม็ดทรายในลำน้ำปิง+ แม่น้ำโขง (ของ)ตำราเล่มไหนก็เขียนไว้ไม่หมด แม้แต่ หมู่บ้านเชียงทอง ใน อ.เมือง จ.ตาก ก็เป็นลาว แต่บรรพบุรุษของคนที่นี่จะอพยพมาจากหลวงพระบางนานมากๆ มีวัดเชียงทองจำลองจากวัดจริงในหลวงพระบาง (ชื่อเดิม เชียงทอง)
เอาเป็นว่าล้านนา+ภาคเหนือตอนล่าง+อิสานทั้งภาค ล้วนเป็นลาว ซึ่งก็เป็นชาติพันธุ์เดียวกันกัน“ไทย” เพียงแต่ “ไทย” (คนภาคกลาง+ภาคตะวันออก) จะมีภาษาพูด+วัฒนธรรม+ประเพณี แตกต่างออกไป ขณะที่คนภาคใต้ที่ไม่ใช่มลายู ก็เป็นคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมีเอกลักษณ์ของตัวเองที่ไม่เหมือนกับคนลาว (เหนือ+อิสาน) และคนไทยภาคกลาง
ในส่วนของลาว ทั้งล้านนาและอิสาน ไทยกลางกลืนไม่ได้หรอกครับ ภาษาที่พูดก็ยังเป็นลาว หมายถึง ภาษาที่พูดและฟังรู้เรื่องกันหมดตั้งแต่ สปป.ลาว ล้านนา เหนือตอนล่าง และอิสาน ในขณะที่ภาษาไทยจะใช้กันเฉพาะในโรงเรียนและสถานที่ราชการ ส่วนอาหารการกินก็กินข้าวเหนียว+ปลาร้ากันเหมือนที่เคยกินกันมาเป็นพันๆปี คนกรุงเทพฯ นั่นแหละอาจจะถูกลืนโดยเฉพาะเรื่องอาหาร เห็นมีแต่ร้านลาบ ข้าวเหนียว ส้มตำ มากมายในกรุงเทพฯ บางคนไม่ใช่ลาว แต่ก็ชอบส้มตำ ปลาร้าซะงั้น
ใครที่สนใจเรื่องลาวๆ ลองมาเว้ากันได้นะครับ

ปื้มที่ ชชลาวก่วะ50 ล้านคนในสยามประเทศ ควนอ่าน
ล า ว ในกรุงรัตนโกสีนทน์
เขียนโดยคนเชื้อสายลาวชื่อ บังอร ปียะพันธ์ุ พีมโดย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวีจัย ปี 2541 หรื ปี 1998
พีม ทังหมด 1000 เล่และมี257 หน้า
เดียวนี้ วีทยุ RADIO FREE ASIA ที่ กรุง วอชีงตัน กำลัง ออกข่าว http://www.rfa.org ( every Monday)ลงพื้นถาน
อย่างห้นายกย้องสันละเสีน แบบชาตนียมหายากที่สุด พวก วีโอเอ(Washington) Radio France Inter (Paris) and http://www.amerilao.org บอ อายคีงอยากเดีนตามเสันทางนี้ เพื่อชอกหาความจีรงเถีงพี่น้องลาวเฮาใน ปทท บอ
ขอตบมืให้ ทีมงานของยานางเวียงไชหลายๆ เดี แล้ว กะเชาสะ เอาคำสำพาส ภาสา สยามออกอากาจนั้น ชาตนียมลาวทั่วโลกยี่งจะพุมมีไจสุดขีด


โดย: คนลาวเชียงไห่ม IP: 82.83.137.79 วันที่: 28 กันยายน 2551 เวลา:14:11:38 น.  

 
ຣິກທຫາຣ


โดย: ໄຊ່ເນ້າ IP: 202.12.97.117 วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:10:56:04 น.  

 
King of Siam Shot Dead; Brother Named as Successor
By The Associated Press
June 10, 1946

Bangkok, June 10 -- King Ananda Mahidol, 20-year-old ruler of Siam was found dead of a bullet wound yesterday in Barompinan palace, and 12 hours later the Siamese legislature named his Boston-born brother, Prince Phumiphon Aduldet, 18, as the new King.

The Siamese police director general told an emergency session of the legislature last night that the King's death was accidental and that the bullet went through the center of his forehead.

The young King, whose death occurred on the eve of a projected trip to the United States, had been indisposed for the last two days. He arose at 4 a.m. yesterday and took some medicine. Nothing was known of his actions from that time until his body was found by a servant in the bedroom about 9 a.m.

(In Bern, Paul Rey, director of the new Swiss school where the young King studied, said the monarch's retinue had been worried before Ananda's departure from Switzerland over the possibility of assassination. The director said he knew no particulars about the matter.

(Asked about reports that the King was depressed because he was unable to marry a girl fellow student, Rey said Ananda had gone with one or two girls but had not had a serious romance. The director said he could not remember the girls' names.)

The entire nation was stunned by his death. The King had gained great popularity since his return from Switzerland last December.

The legislature unanimously selected Phumiphon Aduldet as the new king, rising together to signal his election with a chanted, "cha yo cha yo cha yo"--the Siamese hurrah.

Phumiphon Aduldet was born in Boston, while his father was attending at Harvard. He was the constant companion of his older brother and attended school with him in Switzerland.

The legislature also appointed a three-man council of regency to guide the new king in matters of state. Pridi Phanomyong, who was reappointed premier only three days ago, told the legislature he would recommend a premier to the new regency, but legislative sources said there was little doubt that Pridi Phanomyong himself would receive the post.

Ananda, a great fancier of firearms, always kept a weapon near him and often practiced firing in the palace grounds. Several weeks ago a thief stole his favorite Luger automatic, and the King was greatly disturbed.

The King's young, attractive mother, Queen Mother Sri Sangwan, was prostrate with grief.

Around the palace great crowds gathered in silent sorrow as the news spread.

The youthful King, who ascended the throne eleven years ago as a boy, had been making plans to leave Bangkok this week for the United States and Europe. He had expected to fly to United States and remain there about a week before flying to Switzerland, where he planned to resume the studies he interrupted when he returned to his native land last December 5.

The queen mother and a royal party of 18 had been expected to accompany him on the trip.

Diffident, bespectacled and boyish, Ananda was often described as a reluctant monarch who found his greatest pleasure in playing his saxophone and driving his American jeep about the palace grounds.

Only a month ago King Ananda signed a new constitution for his country which provided for a Senate and a House of Representatives both elected by the people. On June 1, he opened the first wholly elected Siamese parliament.

Ananda was proclaimed King March 2, 1933 under a regency upon the abdication of his uncle King Prajadhipok, but he spent little time in his own land. Born in Germany September 20, 1925, the son of the late Prince Mahidol, he had been in the United States when he was one year old and his father was studying at Harvard. He was taken to Siam at the age of two. He studied there as a child and went to Switzerland in 1933. He was educated in Switzerland, and most of his last 12 years were spent there, except for a brief visit home in 1932. Prajadhipok died in 1941. During his minority a council of the regency ruled Siam.

Ananda's personal life in Siam was confined largely within the Palace Walls.

Ananda's attractive mother was said to have exerted a strong influence upon the young ruler of 18 million subjects. She once studied at Simmons College in Massachusetts.

The ancient absolute monarchy of Siam, which endured from 1350 to 1932, was overthrown in a bloodless revolution three years before Ananda ascended the throne, but the Siamese revered him with the same extreme veneration they always had accorded their rulers.

Recently Ananda expressed a strong desire to return to Switzerland to resume his education. At the time, the elder members of the royal family and the powerful politicians opposed him in this.

Ananda won out, however. Last Friday the government announced the King and his royal party would leave on Thursday, June 13, by plane for the United States in an Air Transport Command C-54 plane. They had planned to stop overnight in Honolulu on Friday and to arrive in San Francisco next Saturday. The schedule called for arrival in Washington June 19, when he was to see President Truman.

The King had planned to spend 13 days in Washington and New York and then to proceed to London and Switzerland. United States' diplomatic attaches in Bangkok were to have accompanied him.

Since his return to Siam from Switzerland last December the young King obediently follows the dictates of pomp and ceremony and it appeared to have increased his popularity. Where speeches were necessary he delivered them from prepared texts, in a subdued voice.

The King died at a time which may be critical in his country's history. The country has applied for membership in the United Nation, and recently has charged French incursions from Indo-China into Laos and Cambodia in areas ceded by the Vichy French government under Japanese pressure to Siam during the war. Siamese hoped to present this to the United Nations Security Council.

Siam was invaded by the Japanese on December 7, 1941, when the young King was in Switzerland.



--------------------------------------------------------------------------------

[an error occurred while processing this directive]

http://www.washingtonpost.com/wp-srv/inatl/longterm/flash/articles/june96/siam46.htm


โดย: Rajphon IP: 88.70.45.83 วันที่: 5 ตุลาคม 2551 เวลา:23:59:32 น.  

 
ສະຖານີໂທລະພາບ NBT ແລະ ຫນັງສືພິມເດລີນິວ ບິດເບືອນຄວາມຈິງ
ກໍລະນີສົງຄາມບໍ່ແຕນ

ວຽງຈັນໃຫມ່, ວັນທີ 30 ກໍລະກົດ 2008.


ຫນັງສືພິມໄທ ເດລີນິວ ສະບັບວັນທີ 18 ກໍລະກົດ 2008
ໄດ້ພາດຫົວຂໍ້ຂ່າວກ່ຽວກັບກໍລະນີ ຂໍ້ພິພາດຕາມຊາຍແດນ ລາວ-ໄທ ເມື່ອ 20
ປີກ່ອນວ່າ ສະຫມໍລະພູມຮົບແຫ່ງຄວາມຊົງຈຳຂອງຊາວໄທ-20 ປີ
ອະດີດສົງຄາມບ້ານຮົ່ມເກົ້າ-ທະຫານສະຫລະຊີບ ປົກປ້ອງອະທິປະໄຕ ແລະ
ສະຖານີໂທລະພາບ NBT ຂອງໄທ ກໍໄດ້ອອກຂ່າວກ່ຽວກັບການສູ້ຮົບໃນເລື່ອງດຽວກັນ
ໃນຕອນແລງຂອງວັນທີ 18 ກໍລະກົດ 2008 ຜ່ານມາ
ໂດຍໄດ້ບິດເບືອນຄວາມຈິງຫລາຍຢ່າງກ່ຽວກັບຄວາມເສຍຫາຍ ແລະ
ຜູ້ເຂົ້າຮ່ວມໃນສົງຄາມນອງເລືອດ ເພື່ອຍາດແຍ່ງເນີນສູງຈຸດ 1428
ລະຫວ່າງເມືອງບໍ່ແຕນ ແຂວງໄຊຍະບູລີຂອງລາວ ແລະ ບ້ານຮົ່ມເກົ້າ ເມືອງຊາດຕະການ
ແຂວງພິດສະນຸໂລກຂອງໄທ ເມື່ອ 20 ປີກ່ອນ (1987-1988) ວ່າ: ທະຫານໄທພຽງຝ່າຍດຽວ
ໄດ້ສູ້ຮົບກັບກອງກຳລັງປະສົມ ລາວ-ຫວຽດນາມ-ໂຊວຽດ ແລະ ກູບາ ເພື່ອຍາດແຍ່ງເນີນ
ສູງ 1428 ອັນເປັນເຫດໃຫ້ມີຜູ້ເສຍຊີວິດ ແລະ ບາດເຈັບຈຳນວນຫລວງຫລາຍ ແລະ
ໄດ້ມີການປຽບທຽບຄວາມສູນເສຍເປັນຈຳນວນຕົວເລກລະອຽດ ຂອງກອງກຳລັງຝ່າຍໄທ ແລະ
ກອງກຳລັງຝ່າຍລາວ ພ້ອມດຽວກັນນັ້ນ ບໍ່ຮູ້ວ່າເພິ່ນເອົາຂໍ້ມູນມາແຕ່ໃສ
ໂດຍກ່າວວ່າມີທະຫານຫວຽດນາມ ທະຫານໂຊວຽດ ແລະ ທະຫານກູບາ ເສຍຊີວິດ ແລະ
ບາດເຈັບຈຳນວນຫລວງຫລາຍ.
ໃນນາມເປັນຄົນລາວຄົນຫນຶ່ງ
ທີ່ມີຄວາມສົນໃຈຕິດຕາມການເສີມຂະຫຍາຍສາຍພົວພັນມິດຕະພາບ ລາວ-ໄທ ແລະ
ມີທັດສະນະຄະຕິທີ່ດີ ຕໍ່ພີ່ນ້ອງບ້ານໃກ້ເຮືອນຄຽງມາຕະຫລອດ
ຂ້າພະເຈົ້າບໍ່ເຂົ້າໃຈວ່າ ໂທລະພາບ NBT ແລະ ຫນັງສືພິມ ເດລີນິວ
ມີຈຸດປະສົງຢາກເຮັດຫຍັງແທ້ ທີ່ຂຸດຄຸ້ຍເອົາສິ່ງອັບປະມຸງຄຸນມາເວົ້າ
ໃນຂະນະທີ່ການພົວພັນສອງປະເທດພວກເຮົາ ແມ່ນຢູ່ໃນສະພາບດີ ແລະ ປະຊາຊົນ
ກໍຍູ້ທ່າງທຳມາຫາກິນຢ່າງສັນຕິ ພ້ອມນີ້ ກໍບໍ່ເຫັນດີ ແລະ
ປະນາມຕໍ່ການລາຍງານຂ່າວທີ່ບິດເບືອນຄວາມຈິງດັ່ງກ່າວ ແລະ
ບໍ່ເຫັນດີທີ່ຈະຍົກບັນຫາທີ່ບໍ່ມີໃຜຈະເພິ່ງປາຖະຫນາ
ໂດຍສະເພາະປະຊາຊົນທັງສອງຊາດລາວ-ໄທ ກໍພະຍາຍາມລືມເລື່ອງທີ່ຂົມຂື່ນດັ່ງກ່າວ
ເຊິ່ງໄດ້ເກີດຂຶ້ນເມື່ອ 20 ປີຫລັງ ຍິ່ງໄປກ່ວານັ້ນ
ຂໍ້ມູນທີ່ສື່ມວນຊົນໄທດັ່ງກ່າວ ເອົາມາອ້າງອີງນັ້ນ
ແມ່ນບໍ່ຖືກຕ້ອງກັບຄວາມເປັນຈິງ ຈາກເບື້ອງຝ່າຍລາວ
ເພາະວ່າມີທະຫານຕ່າງຊາດເຂົ້າມາຊ່ວຍລາວສູ້ຮົບໃນຄັ້ງນັ້ນ ແລະ
ຕົວເລກຄວາມເສຍຫາຍຈາກເບື້ອງຝ່າຍລາວ ກໍບໍ່
ແມ່ນແນວນັ້ນ.
ຕະຫລອດໄລຍະ 20 ປີທີ່ຜ່ານ
ມາທາງການລາວບໍ່ເຄີຍຍົກເອົາບັນຫານີ້ມາເວົ້າ ຫລື ເປີດເຜີຍຕໍ່ສາທາລະນະ
ເພື່ອຫລີກລ້ຽງຄວາມອາຄາດບາດຫມາງ ແລະ ຄວາມເຂົ້າໃຈຜິດຕໍ່ກັນ
ລະຫວ່າງປະຊາຊົນສອງຊາດລາວ-ໄທ ເຖິງວ່າບັນຫາຂໍ້ພິພາດເຂດແດນດັ່ງກ່າວ
ຍັງບໍ່ທັນໄດ້ຮັບການແກ້ໄຂກໍຕາມ ຂ້າພະເຈົ້າບໍ່ເຂົ້າໃຈວ່າ
ເປັນຫຍັງບັນນາທິການຂອງສຳນັກຂ່າວຂອງໄທດັ່ງກ່າວ
ຈຶ່ງຕ້ອງຍົກເລື່ອງນີ້ຂຶ້ນມາ ? ເພື່ອຈຸດປະສົງຫຍັງ ? ສ່ວນຂໍ້ມູນ ແລະ
ຕົວເລກທີ່ຈະເອົາມາອ້າງອີງນັ້ນ ກໍຄວນມີການກັ່ນກອງຢ່າງຮອບຄອບເສຍກ່ອນ.
ສຸດທ້າຍ ຂ້າພະເຈົ້າກໍໄດ້ແຕ່ຫວັງວ່າ ທາງການຂອງສອງປະເທດ ລາວ-
ໄທ ໄທ-ລາວ ຈະມີການປຶກສາຫາລືກັນໃນເລື່ອງທີ່ກ່າວມາທັງຫມົດນີ້ ແລະ
ແນະນຳສື່ມວນຊົນໄທໂດຍສະເພາະໂທລະພາບ NBT ແລະ ຫນັງສືພິມ
ເດລີນິວໃຫ້ຮັກສາຈັນຍາບັນຂອງຕົນ ເພື່ອຜົນປະໂຫຍດລວມຂອງພີ່ນ້ອງ ລາວ-ໄທ
ທັງສອງຊາດ ແລະ ເພື່ອບໍ່ໃຫ້ເກີດຄຳວ່າ "ຍົກເລື່ອງເກົ່າ ມາເລົ່າຜິດກັນ"
ອີກຄັ້ງໃຫມ່.


http://groups.google.com/group/soc.culture.thai/browse_thread/thread/ba6fe2b913460ca9


โดย: khone lao nai USA Washington IP: 88.70.194.32 วันที่: 13 ตุลาคม 2551 เวลา:1:49:56 น.  

 
ແບບນີ້ແຫລະ ປະເທດໄທຍ ມືຖືສາກ ປາກຖືສຶນ


โดย: ຄົນລາວ IP: 58.9.12.93 วันที่: 15 ตุลาคม 2551 เวลา:1:36:09 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 7

พี่น้องลาว ที่ เวียงจันทน์
ปีนี้ ชีพาพี่น้องลาว จาก ตวอชหน ไปฮ่วมงานสินค้าวัดธาตุหลวง เดี
งานแล้วจาเข้าไปทำธุระกรุงเทพ แต่ จาต้องใช้พาสปอร์ต หรือวีซ่า เพราะเป็นคนละประเทศกันแล้ว ขณะนี้กำลังใกล้เคียงที่นิติภูมิเขียน " อยากให้ ชาวลาวฝั่งนั้นมาฺ่ฮั่วมสนุกนำกันเดนอ
คน ลาว........อุดอร

ก่ายมาจาก ผู้จัดการออนไลน์ (แต่ เขาลบออกแล้วนะ(

ค้าไทย-ลาวรุ่งงานสินค้าวัดธาตุหลวงใกล้เข้ามา

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 13 ตุลาคม 2551 11:04 น.
http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000121408



โดย: ลาวอุดอร ขอ่นแก่น IP: 88.70.45.151 วันที่: 19 ตุลาคม 2551 เวลา:16:50:30 น.  

 
http://board.dserver.org/L/LannaBoard/00000432.html

ชาวลาวที่เชียงไห่ม ออกปาก อวกๆแล้ว ว่า..........

http://www.managerradio.com/Radio/DetailRadio.asp?program_no=1002&mmsID=1002%2F1002%2D7035%2Ewma&program_id=19737
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=thai-glory&date=19-04-2007&group=1&gblog=8



คุณกำลังฟังรายการยามเฝ้าแผ่นดิน
วันที่ 18/10/51 เวลา 21.32 น."การเมืองใหม่ ประชาภิวัฒน์" แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวปราศรัย ณ ทำเนียบรัฐบาล โดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล เค้นกองทัพยืนข้าง ปชช.พิทักษ์ราชบังลังก์หรือไม่ - ย้ำวันที่ 21 ตุลาคมนี้เป็นวันพิพากษาชี้เป็นชี้ตายครั้งสำคัญ

ที่บอกว่า ......... มีคนยืนเคียงข้าง....ปชช .........ยืนเคียงข้างไอ้แจกเสือสีแดง เชียงไห่ม51 ที่ ก่าวจาบจวง สภาบันกระสัต ที่ บอกว่า กระสัตของมัน มี เสฉาะ กระสัตลาวล้านนาเท้านั้น
หรื
......มีคนยืนเคียงข้่าง ไอ้ นปล สัตนารก สนามหลวง อย่าง สุชาตีอยาดวังขัย ที่ จาบจ้วง พระมะหากสัต ที่ โดนหนายจับ

และ


http://www.managerradio.com/Radio/DetailRadio.asp?program_no=1002&mmsID=1002%2F1002%2D7001%2Ewma&program_id=19691
คุณกำลังฟังรายการยามเฝ้าแผ่นดิน
วันที่ 17/10/51 เวลา 21.00 น."การเมืองใหม่ ประชาภิวัฒน์" แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวปราศรัย ณ ทำเนียบรัฐบาล โดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล กระชากหน้ากาก “อนุพงษ์” ออกทีวีเล่นปาหี่เพื่อเคลียร์ตัวเองว่าไม่ได้รับเงิน “ทักษิณ” ชี้ โกหกอย่างเป็นขั้นตอน ต้องรับผิดชอบ

ที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล บอก อีกว่า ............สัตนารก ที่ เชียงไห่ม ที่ มันบอกว่า มันมี กระสัต ลาวล้านนาเท้านั้นที่ มันเคารบ กับ ไอ้ บ้า ที่ สนามหลวง ที่ มาจาบจ้วงพระมหาากะสัต.........





โดย: ลาวเชียงไห่ม IP: 88.70.45.151 วันที่: 19 ตุลาคม 2551 เวลา:19:35:10 น.  

 
อย่าแบ่งชนชั้นลย เรื่องในอดีตก็ให้มันผ่านไป แต่ปัจจุบันเราสัญชาติไทย แล้ว เราเองมีเชื้อสายจีน เกือบหมด มีย่าทวดเป็นคนมาจากร้อยเอ็ด เหล่ากงมาจากเมืองจีน ตากับยาย ก็เป็นคนจีนอพยพ แท้ๆ หน้าเราจีนมาก แต่เราก็มีเชื้อสายลาว เราว่าคนไทยค่อนประเทศมีเชื้อสายลาว แต่ไม่รู้ตัวเองมากกว่าน่ะ


โดย: ไม่เคยรังเกียจลาว IP: 222.123.37.67 วันที่: 28 ตุลาคม 2551 เวลา:12:35:34 น.  

 
ลาวทำไรมังในอดีตมีเเต่ขอความช่วยเหลือจากไทย...
จะเขียนไรคิดดูให้ดีๆก่อน


โดย: ทหารน้ำ.... IP: 61.19.154.86 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2551 เวลา:9:38:09 น.  

 
ท่านทหารน้ำ
ลาวไม่ได้ขอนะ ถ้า ปชช สยามไม่เข้ามาป้น ปท เขา ก่อน

ลาว เปัน ปท น่าคบ
น่าคบหาเพราะ การเอาเปรียบ การข่มเหง รวมไปถีงความประสงค์ที่จะยืดครองเปันเจ้าของ ในฏานะ ปท ที่ เหนือ กว่า มี มากที่สุดเมื่อ เปรียบเทียบกับ ปท มหาอำนาจอื่น โดยเฉพาะ ปท ตาวันตก มีมากจน คำพุด สยาม ลาว คือ พี่น้องกัน มีความสนีทใจพอจะรับไม่ได้
ในข่วงกราง ศว ที่ 20 หา ต้น ศว ที่ 21
รสพmonopolizeกานขนส่ง จาก บก หา วจ ชี้ให้เหัน กานเอาเปียบ โดยผ่านกดหมายผุกขาดการขนส่งทางบกของสยาม อันหมายถีงที่ ฝ่ายด้อยกว่า ไม่มีทางเลือก(คื ลาว) มอบ หืล ถวายบรรณการ(เลือดของชาวลาว ทัง ปท) ให้แก่ผุ้ที่เหนือกว่า(คือ สยาม) เพื่อ เปันสัญลักษณ์ของการยอมรับความเหนือกว่านั้นเอง
แต่พายใต้ความเอาเปรียบ ที่ ว่า นี้ มีข้อน่าสังเกตว่า แม้ในรุบแบบแล้ว ลาว กับ สยาม เปันบ้านพี่เมืองน้องกัน
แค่สยามช้ำ ขุดฮีด ชาวลาวเฮา ด้วยความห้นาชื่นตาบาน เพื่อ กอบโกยเอาผลประโยชน์ ทางเศรฐกีจพื่งได้จาก ลาวอย่างมหาสาร
ชื่ง ชาวลาวก่อทราบความประสงค์ของชาวสยามเช่นกัน
และชาวลาวก่อ ไจไห่ย ยีนดี กับการขุดฮีดนี้อย่างเตัมไจ เพราะเขาไม่มีทางเลือก
เมื่อจะ มีกานสร้างทางรภไฟ ดั่งกว่า นัก ปกครอง คมน ลาว ควนจะยกเอาเหตการในอดีด เปันจุดยืนเพื่อ เรียกร้อง ความเปัน ทรรม มาให้ชาวลาวด้วย ไม่ต้องการให้ ปท นี้ มาข่มเหงน้ำไจชาวลาวอีกต่อไป


โดย: ทหารบกจาก St.Cyr Paris France IP: 82.83.128.37 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:07:29 น.  

 
อย่าแบ่งชนชั้นลย เรื่องในอดีตก็ให้มันผ่านไป แต่ปัจจุบันเราสัญชาติไทย แล้ว เราเองมีเชื้อสายจีน เกือบหมด มีย่าทวดเป็นคนมาจากร้อยเอ็ด เหล่ากงมาจากเมืองจีน ตากับยาย ก็เป็นคนจีนอพยพ แท้ๆ หน้าเราจีนมาก แต่เราก็มีเชื้อสายลาว เราว่าคนไทยค่อนประเทศมีเชื้อสายลาว แต่ไม่รู้ตัวเองมากกว่าน่ะ



โดย: ไม่เคยรังเกียจลาว IP: 222.123.37.67 วันที่: 28 ตุลาคม 2551 เวลา:12:35:34 น

ท่านไม่เคยรังเกียจลาว คลับ

ท่านแม่นคนสยาม100เปีเชันเลียนะ
แนวคีดนี้ แม่นมาจากกรมสีลปะกอน หริอชนชาตีเชื้อลาว70ล้านคนเอี้นว่า กรม ดันสุน ชชช ลาวนะ
ชชช ลาวก่วา50ล้านคนในสยาม ปท เขาเว้าภาสาแม่เขา คือ ภาสาลาว กีนปาแดกเข้าเหนียว ฟังลำ เป่าแคน มี ฮีด12ครอง14 ชื้งต่างกับคนภากกรางอย่างเหันได้ชัด
ท่านไม่ต้องดับตามองข้ามไปนะ นั้นแม่นสันดานของชน
ชาตี หัวเมืองขื้นขยายดีนดีนแดนท้องถี่นแท้ๆเดี
ช่วยเปีดตา ไม่บอดนะ เบี่งความจรีงใน ปท ของ ท่านด้วย ยอมรับรู้ว่า พวกเขา ไม่รู้ในความเปันลาวของพวกเขาหรือ
ไม่เปันไร จ่งพยายาม ตาบอดหุหนวกต่อไปเถีด แล้วเชีน
คุณมายอมรับกับความเปันลาวของ ชาวลาวเชียงไห่มกันห่นอยในแวบไชต์ ข้างลุ่มนี้
แล้วท่าน จะตะโกนบอกว่า อะ ความเปันลาวของพวกเขามีแท้หริอ

http://www.managerradio.com/Radio/DetailRadio.asp?program_no=1002&mmsID=1002%2F1002%2D7795%2Ewma&program_id=20538

คุณกำลังฟังรายการยามเฝ้าแผ่นดิน
วันที่ 11/11/51 เวลา 20.18 น."การเมืองใหม่ ประชาภิวัฒน์" แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวปราศรัย ณ ทำเนียบรัฐบาล โดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล สวน"ลิ่วล้อ"บิดเบือนเล่นคุณไสย-แฉ“แม้ว”เจ๊งลงทุนตราสารน้ำมันหมื่นล้าน



โดย: ชชชลาว70ล้านคนขอตบห่นอย IP: 88.70.195.230 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2551 เวลา:1:21:44 น.  

 
อ้ายเจ็ก ลิ้ม รวม 9 กฎบ ทำอะไรก็ให้มันพ่ายแพ้ เพราะจริงๆแล้ว มันป่อยใหเ คมน ลาวแดง มาคุม ผู้จัดการ
ออนไลน์ มันด่า ลาวต่างแดน
พวกเขา ไม่สามาต โต้ ตอบ พวก ผดก เถื่อน อ้ายน้อง
ห้นาหมา คมนอ้ายน้องได้ ย้อน คมน ลาวมัน ทำงานพีเสต ใน ผู้จัดการออนไลน์ โดยกรง(ครอบคุมฝ่าย อีนโดจีน)
ลาวต่างแดนทั่วโลก แสดงแนวคีดสร้างสัน หลายแท้หลาย ว่า มัน ไม่ยอม postให้เลีย(ไม่เชื่อ เชีนเข้าไปอ่าน
http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000135025
มันไม่ใช้คนดี มันทำเพื่อผลประโยชน์ของมันแต่ มันอ้างว่า กุ้ชาติ กุ้แม่มันหัยง เปันเคิ่องมือ ใำ ห้ ผดก คมน ลาว
ขอสิ่ง คักด์สิทธ์ ทั้งหลาย ขอให้มัน รับโทษ อย่างสาสม

เนื่องจากว่า ผจกอล ไม่ยอมโพส ใหเ เฮาต้อง ไป โำพส ที่

http://www.sameskybooks.org/2008/06/30/laos/#comment-5917

http://board.dserver.org/L/LannaBoard/00000432.html

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=thai-glory&date=19-04-2007&group=1&gblog=8


ต่อไป เฮาชีเรียกร้อง
DSI
CIA
นปก
พธม.เสื้อสีแดง
และกรมประมวรการข่าวไทย์
นำ อีก
รอฟังเดี


โดย: Lao nai maerica IP: 88.70.43.97 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:20:17 น.  

 
http://www.youtube.com/watch?v=p5Vczr7bEek

http://www.youtube.com/watch?v=4vr2L41t5Is&feature=related

http://www.youtube.com/watch?v=p5Vczr7bEek&feature=related

http://www.youtube.com/watch?v=vB9gTsZnFyE&feature=related

ขอมอบ แวบไชต์ข้างเทีงนี้ให้แก่
ท่าน ไม่เคยรังเกียจลาว ที่ โกหกตนเอง บอกว่า คนเชื้อชาตีลาว 50ล้านคน ใน ปท ตน
ไม่รู้ ล า ว ตัว เองมากกว่าน่ะไม่รู้ ล า ว ตัว เองมากกว่าน่ะ
ไม่รู้ ล า ว ตัว เองมากกว่าน่ะไม่รู้ ล า ว ตัว เองมากกว่าน่ะ
ไม่รู้ ล า ว ตัว เองมากกว่าน่ะไม่รู้ ล า ว ตัว เองมากกว่าน่ะ
ไม่รู้ ล า ว ตัว เองมากกว่าน่ะไม่รู้ ล า ว ตัว เองมากกว่าน่ะ
ไม่รู้ ล า ว ตัว เองมากกว่าน่ะไม่รู้ ล า ว ตัว เองมากกว่าน่ะ
ไม่รู้ ล า ว ตัว เองมากกว่าน่ะไม่รู้ ล า ว ตัว เองมากกว่าน่ะ

ฟัง ลาวอุบนและ ลาวฝั่งช้าย(ก.วีเสต) เขาเว้าภาสาแม่เขาให้ทานแด่ พวกเขาขายความเปันลาวเขาตรงไหน


โดย: ลาวอุบน IP: 88.70.44.44 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2551 เวลา:1:08:21 น.  

 
...... เอ้อ...พูด ถึง อดีตนายกฯทักษิณ ผลงานดีๆเมื่อครั้งเป็นนายกฯก็มีมาก แต่ ส่วนเสียในทางลับมีมากกว่า วันนี้ตัดสินใจ สู้ไม่ถอย ก็เป็นสิทธิ เพียงแต่ว่า ถ้าการต่อสู้ของ “ทักษิณ” ประสบชัยชนะ ก็หมาย ถึง โครงสร้างประเทศไทย ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามที่ “ทักษิณ” กำหนด สถาบันและองค์กรหลักๆของชาติ “ทักษิณ” จัดเองใหม่หมด จะเอากันอย่างนั้นหรือ......................

เอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอา

“กระสุนทอง”ไทยรัฐ (ห้นา4)วันที่ 22.11.08



จาก : เอาเลียพี่ โชเวียด เจับมาแล้วในปี 1991 - -

ก่ายจาก http://board.dserver.org/L/LannaBoard/00000432.html


โดย: serixon lao nai sayamprathet IP: 82.83.152.156 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:35:47 น.  

 
ยอดเยี่ยม


โดย: แพ็ท IP: 115.67.135.74 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:06:52 น.  

 
http://hello-siam.blogspot.com/

...............ในการรณรงค์สนับสนุนทักษิณ เมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา มีนักรณรงค์คนหนึ่งกล่าวโจมตีสถาบันโดยระบุว่า พระเจ้าอยู่หัวเป็น

“เสี้ยนหนามในระบอบประชาธิปไตย” เพราะการที่ทรงสนับสนุนรัฐประหารหลายครั้ง และเตือนราชวงศ์ว่ามีความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับเครื่องตัดศรีษะแบบกิโยติน ไม่นานนัก เธอก็ถูกจับกุม สิ่งที่ทำให้พวกที่สนับสนุนราชวงศ์ตกใจไม่ใช่แค่การวิพากษณ์ วิจารณ์สถาบันอย่างรุนแรง แต่เพราะการที่ฝูงชนพากันตะโกนโห่ร้องสนับสนุนเมื่อเธอพูดต่างหาก “

เป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับพวกเขาที่จะยังพยายามรักษาภาพลวงตาว่าพระเจ้าอยู่หัวเป็นที่ชื่นชมไปทั่วโลก” นักวิชาการชาวไทยคนหนึ่งบอกภาพลวงตากำลังถดถอยท่ามกลางความวิตกกังวลว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อสิ้นรัชสมัยของพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้ ความกลัวว่าทักษิณจะมีอิทธิพลเหนือเจ้าฟ้าชายดูจะถูกลบไปด้วยความวิตกถึงความเหมาะสมของรัชทายาทของราชบัลลังค์ เจ้าฟ้าชายแสดงออกถึงบุคคลิกภาพของพระบิดา หรือความทุ่มเทต่อประชาชนน้อยมาก และยังมีชื่อเสียงที่ไม่ดีในเรื่องตั้งแต่สมัยยังเยาว์วัย ในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ เจ้าฟ้าชายปฏิเสธว่าไม่เคยทำตัวเป็นหัวหน้ามาเฟัย แต่แม้แต่พระราชินีเอง ก็เคยให้สัมภาษณ์ ในเรื่องนี้ในสหรัฐตั้งแต่ปี ๑๙๘๑ ว่าเจ้าฟ้าชาย

“ค่อนข้างจะเป็นดอน ฮวน” “ถ้าประชาชนคนไทยไม่ยอมรับพฤติกรรมของลูกชายของเรา เขาก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมหรือไม่ก็ลาออกจากราชวงศ์ไป”

สื่อมวลชนของไทยทำการเซนเซอร์ข่าวๆต่างด้วยตนเองอย่างเคร่งครัด และก้จะไม่ยอมเสนอข่าวการวิพากษณ์ วิจารณ์ใดๆที่มี แต่ถึงกระนั้น คนส่วนใหญ่ของประเทศก็พากันเกลียดชังเจ้าฟ้าชายอย่างลึกซึ้ง มีข่าวลือตลอดหลายปีที่ผ่านมาว่า พระเจ้าอยู่หัวจะยกราชบัลลังก์ให้พระเทพฯ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนมากกว่า และทำหน้าที่ต่างๆแทนพระเจ้าอยู่หัวในเวลานี้ ในข่าวภาคค่ำตอนสองทุ่ม จะเห็นพระเทพฯ พร้อมรอยยิ้มที่แจ่มใส เดินทางไปประกอบพระกรณียกิจทั่วประเทศ ไปทำบุญที่วัดต่างๆ ในขณะที่น้อยครั้งมากที่เจ้าฟ้าชายจะออกงาน และยิ่งน้อยมากที่จะพบปะกับสามัญชนแต่ธรรมเนียมการสืบเชื้อสายทางลูกชายของราชวงศ์จักรีจะไม่มีการยกเลิก บทบาทที่สำคัญของเจ้าฟ้าชายในงานพระศพสมเด็จเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาได้แก้ข้อสงสัยว่าใครคือองค์รัชทายาทที่ได้รับการเลือกแล้ว แต่กระนั้นก็ตาม คนไทยจำนวนมากต่างพากันนึกถึงคำทำนายโบราณที่ว่า

ราชวงศ์นี้จะมีเพียงเก้ารัชกาล และพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบันก็เป็นองค์ที่เก้า และองค์ที่สิบจะเป็นภัยพิบัติ................

บทความจาก :

นิตยสาร ดิอิคอนอมิสต์ THE ECONOMIST (LONDON) 4.12.2008
วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๐๐๘



โดย: Sia O2704 IP: 82.83.157.56 วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:5:27:30 น.  

 
At a pro-Thaksin rally in July a joung activist ranted against the monarchy, calling the king a thorn in the side of democracy for having backed so many coups, and warning the royal famiily they risked the guillotine. She was quickly arrested. What shocked the royalist establishment was not just the starling criticism of the king - but that the activist was cheered. It is more and more difficult for them to hold the illusion that the monarchy is universally adored , says a Thai academic
This illusion is crumbling amid growing worry about what happens when the king'reign past influence on the crown prince are overshadowed by far deeper ones about the suitability of their to the throne. Sia O has shown little of his father's charisma or devotion to duty , and in this youth suffered from a bad reputation. In a newspaper interview her defended himself against accusations that he was a G A N G S T E R r. But even his mother , in an extraordinary set of interviews on a visit to America in 1981 , conseded he was a bit of a Don Juan . If the people of Thailand do not approve of his behaviour of my son, then he would either have to change his behabiour or resign from the royal family , she said.
The Thai press dutifully self-censored and certainly would not repead these criticism now. Nevertheless, the crown prince will probaly remain deeply disliked. There has been speculaton over the years that the king might pass the crown to the much more popular Princess Sirindhorn, who now does most of his job touring the country to meet the masses. The 8pm nightly royal news on tv
CONSTANTLY SHOWS HER; SMILING THROUGH ENDLESS VISITS AND CEREMONIES; MAKING MERIT AT Buddhist temples and doing other good words. In the crows prince's rare appearances he looks reluctant and stiff, and is rarely seen meeting ordinary people.
The patrilineal tradition of the Chakri dynasty is unlikely to be broken. And the prominent role played by the crown prince in Princess Galyani's cremation removed any doubts about whether he was the chosen heir, says a Thai acdemic. Even so, many Thai , a superstitious people , will remember an old prophecy that the dynasty would last for only nine generations- Bhumubol is the ninth Chakri king - and that a tenth would be a desaster.

Thailand's king and its crisis. The Economist 12/06/08 pages 29-31
________________________

.......ส่วนสถาบันนั้นสั่นคลอนเพราะยอมรับการเมืองข้างถนนของกลุ่มที่เรียกตัวเองผิดๆว่าพันธมิตรเพื่อประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งต้องการส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งแค่ 30% ในสภาและให้กองทัพสามารถที่จะมีอำนาจมาแทรกแซงรัฐบาลที่ถูกมองว่าไม่สะอาดหรือบริหารไม่ดี

กษัตริย์ภูมิพลไม่ได้ออกมาคัดค้านการใช้สีเหลืองของกลุ่มพันธมิตรตลอดเวลาที่โอบล้อมกรุงเทพและต่อมายึดสนามบิน2แห่งรวมถึงการปล้นสะดมและการใช้อาวุธที่ร้ายแรงมากขึ้น และเมื่อหนึ่งในผู้ประท้วงเสียชีวิต จากการระเบิดของแก๊สน้ำตา พระราชินีก็ได้เสด็จไปงานศพของเธอและทรงเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
และ

การสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างผู้พิพากษาที่หลุดออกมา

ก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาดำเนินการโดยได้รับสัญญาณจาก

ทางราชวงศ์เพื่อยุบพรรคของทักษิณ

ครูชาวออสเตรเลียที่ไม่มีใครรู้จัก และเป็นนักเขียนที่เขียนให้กับหนังสือพิมพ์กรีก Neo Kosmos ชื่อ Harry Nicolaides อายุ 41 ปี ได้ถูกจำคุกตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม ด้วยข้อหาที่ร้ายแรงของไทยคือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (les majeste) :ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี ในปี 2005 เขาได้เขียนไว้ว่า


From King Rama to the Crown Prince, the nobility was renowned for their romantic entanglements and intrigues. The Crown Prince had many wives "major and minor" with a coterie of concubines for entertainment. One of his recent wives was exiled with her entire family, including a son they conceived together, for an undisclosed indiscretion. He subsequently remarried with another woman and fathered another child. It was rumoured that if the prince fell in love with one of his minor wives and she betrayed him, she and her family would disappear.

ที่มา : บอร์ดประชาไท : สถาบันถูกทำลายโดยชนชั้นสูง -- แปลจาก Monarchy damaged by elites -- The Sydney Morning Herald
--------------------------------------------

60ปี ที่ผ่านมาเป็นการทำงานที่มีประสิทธิภาพหรือไม่???
......พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ครองราชย์มากที่สุดในโลก พสกนิกรทั่วล้า ศรัทธาในตัวพระองค์ เพราะอะไร ผลงานที่ทำมามีประสิทธิภาพหรือ Propaganda ที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่เด็กเรามั้งคิดว่า ที่เมืองไทยไม่เจริญนั้นเพราะมีนักการเมืองโกงกิน หรือขาดผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ ฯลฯ
....มันเป็นอะไรที่ดู งงงวยมาก ที่เมื่อไรที่มีผู้นำวิสัยทัศน์ขึ้นมา และสามารถพัฒนาประเทศได้ ก็ต้องมีอันเป็นไปทุกรายซึ่งผมก็ไม่อยากจะกล่าวร้ายใครหรอก แต่ผมรู้สึกว่า คนที่ทำนี้แมร่งโครตขี้ขลาดเลย สู้ไม่ได้ก็ล้มกระดาน อยู่เรื่อยไป
....สิ่งที่เรามักเห็นในทีวีคือ การทำงานอย่างหนักของในหลวง ไปตรวจพื่นที่ทุระกันดาร บริจาคสิ่งที่ของต่อผู้ยากไร้ โครงการแก้มลิง สร้างเขื่อนฯลฯ เรายอมรับว่า ท่านทำงานหนัก แต่ว่า นำคุณค่ามาสู่ประเทศมากแค่ไหน ลองคิดเล่นๆ ว่า หากกษัตริย์ไทย ก็ต้องเลือกตั้งมาเหมือนกัน คุณว่าในหลวงจะอยู่ครบเทอมหรือปล่าว?
ที่มา : http://hello-siam.blogspot.com/

---------------------------------------------------



โดย: one of 50 millions laotians in Sayamprathet IP: 82.83.145.217 วันที่: 18 ธันวาคม 2551 เวลา:8:07:12 น.  

 
ต้อนฮับวันปีไห่มสากร 2009


ครั้งหนึ่งมีผู้มีบ้าชี้นสตีอำนาจใน พรรค คมน ลาวแดง สามคน เดินทางไปราชการ ทางภากไต้(เมืองโขง สาระวันอัตปือ)และไปตรวจสอบผลประโยชน์ส่วนพรรค ตามต่างสามจังหวัด โดยไปพร้อมกันบนเครื่องบินลำเดียวกัน ระหว่างบินก็สนทนาแสดงความเก่งทางความคิดตัวเองออกมา


บุนยัง : เนี่ยะ ถ้าผมไม่ลากให้ ลง จาก ตำแห่นง นย สปปล พวกเรา ใน ปี 2020จะฮั่งมี เปัน เสดถี คือ Kuweit คน ลาว จะต้องมีความสุขแน่ๆ และ ในถานะผมเปัน คนลาว มาจากอุบน
การท้อนโฮมลาวสองฝั่งของรวมไปเถีง ลาวล้านนา ที่ เชียงไห่ม ใน ช่วงนี้ (ถ้าผมไม่ถุกเตะลงก่อนนะ)จะต้องเกีดมีขื้นแท้ๆ และ ลาวทังสองฝาก 60ล้านคนจะต้องแสนมีความสุข

สะหายจุมมะลีหลังจากได้ฟังก็อดรนทนไม่ไหว แสดงความคิดอันปราดเปรื่องตัวเองออกมาบ้าง

จุมมะลี : ส่วนผม ขอ เพียง เปัน ประทาน ปท ฮอดตาย ความยากจนของปวงชนจะต้องหมดไปได้แท้ๆ และ ทุกๆคนคง Happyและที่มีความสุข

ส่วนลาวฝั่งช้ายและฝั่งขวา แน่นอน ในช่วงกรุเปัน ปท นี้ละ จะต้องอ่วย
ห้นาเข้าหากันเปัน ลาวล้านช้าง ยี่งไห่ยไพสานคือปางก่อนอย่างใดกะอย่างนั้น เพราะ ประวัตสาต ลาวหวนจะต้องคืนมาอย่างใดละ

สะหายหัวห้นาโจร มือมีเลือด คำไตเมื่อได้ยินลูกน้องพูดกัน มันรู้สึกคันปาก อดไม่ได้ที่จะต้องพูดโอ่ถึงความคิดอันแสนฉลาดของตัวเอง

คำไต : เฮ้ย อะไรกัน ความคิดตื้นๆรู้ไม่จริงกันทั้ง 2 คนเลย ของผมนะ ก่อนผมจะตายไปจากโลกในม่อๆ(คือชีบ่อฮอดสองสามปีดอก)นี้เอง อาณาจัก คมน ของพวกเฮาจะปอดความทุกยากปากหมอง
ความทุกจนจะหายไปได้แท้ๆ และ เรื้องกานท้อนลาวทังสองฝั่งนั้น ใน ปี 1975 คมม พวกเฮากะบอกแล้วเด ว่าชีลอยข้ามโขงไปปดป่อยให้ได้ ไวที่สุด 33 ผ่านมา มัน บ่อช้าดอก เพราะ เต่าแล่นอยังบ่อไวก่วานี้นะ
เหันได้ ชนชาตีเชื้อ(ชชช)สายลาว ที่ เชียงไห่ม และ ภากเวันออกเชื่ยง
เหนิอ กำลังพากันทื้น ราชวงค์ จักกรี หริอ ราชการ ที่ 9 ใน เวลานี้ ย้อนหยัง พวกสุ ชาบบอ ย้อนหัยง กะย้อนกรุ นี้ละ ใน ปี 1994 กรุ เก่งสุดขีด ไป หลอก โจร
ห้นาดำ ที่ กรุงเทบ มานอน ค้างคืน ที่ เวียงจันทน์(30ปี บ่อได้ออกนอก ปท แท้ๆ)เฮา เพื่อ ฮับฮุ้ การข้าล้างโครต ลาวฆ่าลาวของกรุ
ลูกน้องทั้ง 2 คนเมื่อได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกทึ่งในความคิดอันลึกล้ำของนายใหญ่ หัวห้นาโจร นักคาตกอรบันลือโลก ถึงกับออกปากชมเปาะ ปรบมือชื่นชม
ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาความคิดอันไม่มีผู้ใดเทียบเทียมได้ของท่าน สะหายผู้นำห้นากระทิบ

แต่ ภายในห้องนักบินซึ่งได้ยินการสนทนาของผู้มีอำนาจ ผดก พรรค ทั้ง 3 คนโดยตลอด หนึ่งในนักบินจึงพูดขึ้นมา

นักบิน : ถ้ากูรทิ้งพวกมืงทั้ง 3 คนลงไป จะมี ชชช ลาว7 0 ล้านคนทั้งประเทศ ล า ว ลาวในปทท ลาวในพะม้า สปจ วน และ เขมน จะดีใจเป็นแน่นอน




โดย: khonlao IP: 82.83.144.53 วันที่: 9 มกราคม 2552 เวลา:8:33:27 น.  

 
ກ່ນຣົບລະຫ່ວາງ ລາວ-ໄທຍ(ອາເມຣິກາ....) ທີ່ບ້ານຣົ່ມເກົ້າ


โดย: ຖືກບໍ IP: 202.137.139.140 วันที่: 8 มีนาคม 2552 เวลา:15:37:59 น.  

 
เสียดายดินแดนที่ต้องเสียไปให้แก่ฝรั่งเศส มิเช่นนั้นพี่น้องคงไม่ต้องแบ่งแยกเป็นลาว...เป็นไทย


โดย: ไทยปนลาว ลาวปนไทย IP: 125.24.190.157 วันที่: 15 มีนาคม 2552 เวลา:18:25:20 น.  

 
ไม่ใช่ไรหรอก ก้ไอ้พวกต่างชาติไงจริงปะมันคงจะยุให้แตกแยกกัน


โดย: ขี้ยุ IP: 117.47.193.128 วันที่: 27 มีนาคม 2552 เวลา:19:32:55 น.  

 
ไอพวก พม่า กัมพูชา ลาว เนี่ยเฮี้ยแล้วยังไม่พอ ยังเสือก
มากวนไทยอีก


โดย: อย่าเสือก IP: 58.137.128.179 วันที่: 6 เมษายน 2552 เวลา:16:13:08 น.  

 
คนสยาม(ไม่ได้หมายคำว่าไทยนะ เพราะ ไทยหมายเถีงลาว คนส่วนไ่หยของ ปทจีนเขมน มอน.....) ทุกวันนี้และที่ผ่านมาส่วนใหญ่ย่อมรับอะไรง่าย ๆ (แบบโง่ๆ)เพราะคำว่ากลัวมันฝังที่สมองตั้งแต่แม่มันเริ่มมีการผสมพันธ์แล้ว ดูอย่างการเมืองทุกวันนี้ ทุกคนบอกว่าต้องการประชาธิปไตยแต่ปล่อยให้ระบอบเป็นได้แค่ประชาธิปไตยครอบงำ(ไม่ป่อยให้ คนเชื้อสายลาว สามาจอ้างความเปันคนของเขาได้)เพียงแต่คำพูด แต่การกระทำไม่ใช่
ทุกวันนี้ในประเทศไทยมีแต่การโกหกหลอกลวงกันที่งนั้น บอกว่ารัก แต่การกระทำไม่ใช่
พอให้บอกว่ารักแล้วให้ช่วยแสดงออกมาหน่อยเพือ่ให้เห็นว่ารักจริง ๆ สุดท้ายก็ทำไม่ได้
พอเขาเลิกรัก และเขาเห็นคนที่เขารักจริงทำเพือคนไทยจริง ๆ ก็ไปฆ่าเขา
อย่ามาพูดว่าทุกวันนี้เป็นประชาธิปไตย ประชาธิปไตยจริง ๆ ต้องชุดแดงนี่แหละ ที่ ต่อสุ้เอาความเปันคนอันแท้
จรีงมาสุ่สังคมที่ หลากหลาย แต่ คนสยามแท้ ดั่ง บัก อย่าเสือก มันยอมรับไม่ได้จรีงๆ ในเมื่อ มันรับใข้ ขุนเสีกของมหาอำมาตย์ ที่ ตีองการคุม ดีนแดนลาวไปตลอดการ


โดย: คนลาวแต่มี passportไทย IP: 82.82.130.5 วันที่: 10 เมษายน 2552 เวลา:15:38:40 น.  

 
ຊາດລາວ ຕັ້ງແຕໄດມາ ລາວທຸກຖ້ວນໜ້າ ເຊິດຊູສຸດໃຈ
ຣວມແຣງ ຣວມຈິດຣວມໃຈ ສາມັກຄີກັນ ເປົນກຳລັງດຽວ

ຈະເລິນພອນ ສາທຸ ສາທຸ
ຣ້ອຍເອົດ


โดย: ອາຍາຕູ ສຸທຳໂມ IP: 125.26.227.136 วันที่: 12 เมษายน 2552 เวลา:22:18:32 น.  

 
ແຍກໄທ ແຍກລາວ ນັ້ນຫລ່ະ ແມ່ນດີແລ້ວ ຄັ່ນແມນໄທປັກຄອງລາວ ໄທສຍາມຈະກືນວັດທະນະທຳລາວ ແມ້ນໃນອະດີດ ໄທສຍາມກະເຄຍລົ້ມລ້າງ ລາດຊະວົງວຽງຈັນ ເຮັດໃຫ້ວຽງຂັນ ສິ້ນຊາດ ນຳເຈ້າອະນຸວົງ ມາສິ້ນທີ່ບັງກອກ


โดย: ອາຍາຄູ ສຸທຳໂມ IP: 125.26.227.136 วันที่: 12 เมษายน 2552 เวลา:22:29:53 น.  

 
i hate Thai people you threat our land i hate you too, bitch


โดย: lao IP: 202.62.96.5 วันที่: 19 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:27:59 น.  

 
เฮ้ย นี่มันบอร์ดคนไทยนะครับพี่น้อง ไม่พอใจก็โพสต์มาเป็นภาษาไทยครับ ไม่ต้องมาภาษาลาว นี่บอร์ดคนไทยครับ เถียงกันอยู่ได้เรื่องอดีตไร้สาระ เอาเวลาไปหาเงินโน่น คนลาวที่ไม่พอใจก็ไปโพสต์ด่าที่บอร์ดคนลาวโน่น ผมอ่านไม่ออกภาษาลาว แต่ถ้าอยากให้ผมอ่านออกก็พิมพ์เป็นไทยมา


โดย: คนไทยพูดลาวได้ IP: 124.121.189.78 วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:3:39:19 น.  

 
ไอ้ลาว


โดย: ลูกพระนเรศ IP: 125.24.126.1 วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:50:44 น.  

 
เลิกทะเลาะแล้วไปเชียร์บอลมันยังมันกว่าเลย

บอลลาวจะไปบอลโลก

ส่วนบอลไทยจะไปมวยโลก 555+


โดย: ร.ด.ปีหน้า IP: 222.123.235.204 วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:23:25 น.  

 
สัดหมาไอ้คนที่กล่าวอ้างถึงเบื้องสูงของไทยไม่ว่าไอ้หรืออีหน้าไหนขอให้ฉิบหายส่วนเรื่องร่มเกล้ามึงไปดูแผนที่ให้ดีๆแล้วค่อยมาบอกว่าของมึงฉิบหายเจาะเข้ามาถึงขนาดนั้นเสือกบอกว่าของมึงหน้าด้านจิงๆกุไม่เหมาเอาคนลาวทั้งหมดหรอกแต่กุด่าไอ้คนที่คิดว่ามีความรู้อยากอวดภูมิไอ้สาดมึงพาดพิงถึงราชินีกูเพราะกูไม่เคยเป็นเมืองขึ้นกูถึงไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาที่ไม่ใช่ของบรรพบุรุษกูไงไอ้ควาย


โดย: กุคนไทย IP: 110.164.140.93 วันที่: 26 กันยายน 2552 เวลา:23:43:35 น.  

 
ไทยแล่น
เวียดนำ
ลาวอัด
เขมร..ทำไรดีวะ....


โดย: อ้ายบุญ IP: 125.24.35.208 วันที่: 17 ตุลาคม 2552 เวลา:23:03:43 น.  

 
ข้อสังเกต..
ไทยเป็นมิตรกะเพือนบ้านบ้างปะเนีย..
มาเลก็ไม่..พม่าก็ไม่..ลาวก็ไม่..เขมรก็ไม่
น่าคิดนะ.....ช่วยกันคิดบ้างนะ.....* - *


โดย: อ้ายบุญ IP: 125.24.35.208 วันที่: 17 ตุลาคม 2552 เวลา:23:08:15 น.  

 
คนไทยพูดลาวได้ IP คลับ
ผมแน่ไจว่า คุณเปันลาวร้อยเปีเชัน
เหันไหม เจ้าอาณานีคมท้องถี่นสยาม เขาทำกับชนชาตีเชื้อลาวของท่านอย่างไร
อดีตราชอานาจักร เปัน อานนานีคม ฝรั่งเสศ แต่ ปี 1893ฮอด 1954 ชาวลาวอยังมี ภาศา ลาว ทังเว้าและเขียน
ที่ สยาม ปท ฮอดเดดียวนี้ มี คน ชชช ลาว ก่วา50ล้านคน
แต่ เขามีหนังสือพีม เปันภาศาแม่เขาไหม
ห้นาเส้าไจไหม
ท่าน ดร ชชช ลาว อดีต หัวห้นา มะหาลัยทรรมสาต บอกว่า
ชาวลาวควนขอบไจ ชาวฝรั่งเสศมากก่วาเพราะเขารักสาทุกอย่างไว้ให้คน ลาวฮอดเท้าทุกวันนี้

ท่าน ลูกพระนเรศ คลับ

ท่าน บอกว่า
ไอ้ลาว
ท่านรักในหลวงของท่านหรือ
ม่อมสังวาน แม่น ชชช ลาว จาก ล้านช้างนะ
ท่านรุ้ไหม ท่านกำลัง ทั่ง กำลัง แทง พระองค์ของท่านนะ





โดย: ลาวแท้จาก วอชีงตัน IP: 88.70.192.28 วันที่: 26 ตุลาคม 2552 เวลา:1:30:02 น.  

 
โปรด....อย่าชี้หน้าด่ากันว่า ไอ้นั่นเจ็ก ไอ้นี่ลาว ไอ้นั่นยวน ไอ้โน่นก็เขมร ไอ้นี่ก็มอญ ไอ้นั่นก็แขก แล้วใครล่ะคนไทย คนไทยก็คือคนเหล่านี้นั่นแหละ เชื่อผมเถอะ


โดย: cat IP: 125.25.101.37 วันที่: 30 ตุลาคม 2552 เวลา:17:23:57 น.  

 
ผมขอแย้งความคิดของลาวจากวอชิงตั่นหน่อย คุณน่าจะศึกษาประวัติศาสตร์ชนชาติไท-กะได หน่อย ไท(ไต)กับ
ลาวก็คือชนชาติเดียวกัน การแยกประเทศหรือแยกการปกครองมันก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ต้องดูว่าเราจะเอายุคไหน ปีไหน ชนชาติไท-กะได ไม่ใช่มีไทยกับลาวเท่านั้น
ลองศึกษาดูยังมีอยู่อีกมากมายหลายประเทศ อยู่ในประเทศที่เจริญแล้วศึกษาหาความรู้หน่อย จะได้รู้ว่าใครเป็นใคร


โดย: นายหมูอ้วน IP: 125.25.130.209 วันที่: 30 ตุลาคม 2552 เวลา:18:44:53 น.  

 
สัตว์ร้ายที่น่ากลัวที่สุดของไทย-ลาวและของ
โลกคือ พวกมุสลิม อ้ายพวกมือถือสากปากถือศีล
เห็นที่ไหนล่าที่นั่น เจอที่ไหรฆ่าที่นั่นคำคม ฆ่างูต้องตัดหัว
อย่าปล่อยให้คนชั่วได้เกิด..อังกฤษเขาทำกันแล้ว..
ฟังดูอาจจะดูโหดร้ายแต่มันจะร้ายกว่าถ้าคุณไม่ทำ


โดย: อ้ายบุญ IP: 125.24.89.21 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:04:37 น.  

 
เครื่องมือหรือหนทางของมันมีอยู่ 3 เส้นคือ
1 การเมือง
2 เศรษฐกิจ
3 ศาสนา
***********ระวัง*************


โดย: อ้ายบุญ IP: 125.24.89.21 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:11:11 น.  

 
ท่าน นายหมูอ้วน คลับ

ปท ไทยเีพี่งเกีดขื้นใน ปี 1939 ไม่ไชหริอ

ปิ้ม ไทยหรือ สยาม จาก บันทืกของนายปรีดี พนมยงค็
และ จากรายงานการประชุมสภาร่าง รธ พศ 2504
เขียนโดยท่าน สุพจน์ด่านตระกุล (สำนักพีมพ็สันตีธรรม ปี 2528)
ห้นา 9 และ ห้นา 10 เขาเขียนไว้ดั่งนี้

........ในการประชุมวันนื่ง นย ได้เสนอให้คณะ รัฐมนตรีพีจารณาปัณหาด่วนนอกระเบียบวาระโดยให้ หลวง วีจีตรวาทการ เปันผุ้แถลงให้เปลี่ยน ชื่อ ปท สยาม เปัน ปท ไทย โดยนำสำนวนแผนที่ฉบับ ที่ สำนักตะเวันออกไกลฝรั่งเศสทำไว้ ว่า ด้วย แหล่งของชนเชื้อชาตไต(TAIไม่มี H นะ) มาแสดงในที่ประชุมด้วย โดยอ้างว่า สยาม มาจากสันสกฤต ศยามะ แปล ว่า ดำ ( black noir ) จื่งไม่ไช่ชื่อ ปท ของคนเชื้อชาตี ไต ชื้งเปันผีวเหลิอง (คนสยามดำ แห้ล ไม่ขาว แต่ คนไตดำ และเชื้อสายไตอื่นๆมี สี
ข า วสี เหลือง ไม่แห้ล เหมิอนคน ภากกลาง หรือ คนสยามนั้นเอง) ไม่ไชผีวดำ และ อ้างว่า คำว่า สยาม ปผลงมาจาก จีน เชี่ยมล้อ........

เหันไหม คลับ ว่า การเปลี่ยนชื่อจาก สยาม มาเปัน ไทย มันมาจากต้นทุกอะไรกันแท้

ไม่ต้องให้ผมตอบได้เลีย เพียงขอบอกว่า โชเวียด ใน ปี 1917 ได้ ฮุบเอา ปท เลัก ปท น้อยข้างบ้าน 14 ปท เปัน อาณานีคม จนถีง ปี 1991 ชาวบ้าน ที่ ถุกยิดครองจื่งลุกขื้นฮุบเอา ความเปันคนคืนมาได้ จน โชเวียดกายคืนมาเปัน รัดเชัย

มืนตาดุ ปท Youcoslavia ด้วยนะคลับ ว่า ปท นี้ ได้แบ่งออก เปัน 7 ปท แล้ว

ปชช Aceb แฮบปี ไปแล้ว
ช่วยให้ ชาวลาว แฮบปีไปด้วยเถีด
และผมคีดว่า สี่ง ที่ Captain the police Nittiphoum นักสืกสานอกจากUniversity of Moscow บอกไว้ ในไม่ช้าต้องเกีดขื้นแน่นอน
ขอบไจหลายๆเดี ที่ ช่วยอ่านแล้วใช้แนวคีดหลากหลายถากถางกันแบบเสรีชนเลีย
http://sameskyboard.com/index.php?showtopic=37069
http://sameskyboard.com/index.php?showtopic=23348
http://kingneversmiles.googlepages.com/






โดย: ลาว ที่วอชีงตัน IP: 82.82.129.42 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:29:02 น.  

 

วันที่ 04 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 15:26:19 น. มติชนออนไลน์


พท.ชื่นชมภารกิจ"บิ๊กจิ๋ว"ชูทฤษฎีดอกไม้หลากสี จวกรบ.-ปชป.โจมตีเจตนา ย้อน99วันสมานฉันท์ได้จริงหรือ
-------------------------
........และแนวคิดในการสร้างนครปัตตานีก็เป็นสิ่งที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 78

------------------------------------------------------
วันที่ 04 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 15:39:52 น. มติชนออนไลน์
"มาร์ค"ซัด"นครปัตตานี"ทำสับสน ให้ถาม"จิ๋ว"เอามาจากไหน ลั่นไม่เคยรับปาก"มาเลย์"ตั้ง"เขตปกครองพิเศษ"
------------------
........เมื่อถามว่า ความพยายามแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่ขณะนี้มีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องยอมรับว่ากระบวนการแบ่งแยกดินแดนมันมีอยู่ และมีความพยายามหาทางยกระดับซึ่งเป็นแนวทางการต่อสู้ของเขา
------
ความคิดเห็นที่ 2

ถ้าตั้งสำเร็จ จะเป้นการแบ่งแยกภาคใต้และอธิปไตยของไทย ต่อไปก็แบ่งเหนือ อีสาน เข้าทางการแบ่งการปกครองเป้นรัฐ
ความคิดทำลายล้างนับวันจะปรากฏโฉมออกมาทุกขณะ
โจมตีกันรอบด้าน สร้างศึกในศึกนอก ทางตรงและทางอ้อม สร้างความสับสน อลหม่านให้คนในชาติ แบ่งแยกศาสนาและดินแดน


โดย: the human rights in South(malai) in NE(lao) and in Nord(lao) must be respected IP: 88.70.206.91 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2552 เวลา:1:00:43 น.  

 
ถึง เพื่อนชาวไทย ที่รักในหลวง

ได้โปรดอย่าได้ FORWARD จดหมายเวียน ที่ลบหลู่ให้ร้ายในหลวง (FORTUNE magazine ลำดับกษัตริย์ ที่รวยที่สุดในโลก) ต่อไปอีก เพราะนอกจากจะเข้าข่ายร่วมกระทำการหมิ่น และให้ร้ายต่อในหลวงของเรา แล้วยังร่วมกล่าวหาอย่างเป็นเท็จกับพระองค์ท่านอีกด้วย โดยพระองค์ท่านเองไม่สามารถออกมาชี้แจง หรือโต้ตอบอย่างใดได้เลย

ท่านทราบไหมว่า วังที่ในหลวงพระทับ ที่สวนจิตร นั้น เป็นบ้านที่เล็กกว่าบ้านของเศรษฐีไทยหลายพันคน และเล็กกว่าแม้กระทั่งบ้านของอดีต รมต. หลายร้อยคน วังสวนจิตรลดาถึงแม้จะมีบริเวณใหญ่ แต่ส่วนที่เป็นที่ประทับมีบริเวณเล็กมาก ที่ดินส่วนใหญ่เป็น โรงเรียน โรงงานทดลองทำปุ๋ย เลี้ยงวัว ทดลองปลูกข้าว

บุคคลทั่วไปก็เข้าไป รร.จิตรลดา ได้โดยขอแลกบัตร ได้ทุกคน จากบริเวณโรงเรียน ก็มองเห็นอาคารที่ประทับได้ห่างออกไปไม่ถึง 100 เมตร ใครอยากจะเห็นด้วยตาตนเอง ก็เข้าไปดูได้สะดวก ง่ายๆ ผมเห็นว่าพระองค์ท่านกิน อยู่ แบบคนไทยชั้นกลางทั่วไป ไม่ใช่แบบเศรษฐีไทย อย่างแน่นอน

คนซ่อมรองเท้าของพระองค์ท่าน ได้เล่าให้พวกเราได้รับทราบว่า ท่านจะส่ง รองเท้าเก่าท่านมาซ่อม ตลอด จนซ่อมไม่ไหว รองพระบาทเก่าคู่นั้น ช่างยังเก็บไว้ให้เราไปดูได้

สมาคมทันตแพทย์ไทย ไปเข้าเ ขอพระราชทาน หลอดยาสีฟันเก่า ที่ทรงใช้ยาสีฟันได้จนหยดสุดท้าย โดยรีดจนหลอดแบนเป็นกระดาษ ไปขอดูที่สมาคมได้

เกี่ยวกับทรัพย์สินมูลค่ามาก ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตรย์ ที่ฝรั่งไปเอามูลค่าของบริษัท ในตลาดหลักทรัพย์ เช่น บริษัทปูนซีเมนต์ไทย ธนาคารไทยพานิชย์ นั้นมารวมว่าเป็นทรัพย์สินของในหลวงด้วยนั้น ไม่ใช่ครับ ที่เป็นของพระองค์ท่านส่วนพระองค์ มีครับแต่ไม่มาก เรียกว่า ทรัพย์สินส่วนพระองค์ จะต้องเสียภาษีอากรภายใต้กฏหมาย เหมือนประชาชนทั่วไป

ทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์เดิม ส่วนที่ถูกยึดมาเป็นของรัฐ หลังปฎิวัติ 2475 นั้น ตกเป็นของรัฐทั้งหมด เห็นได้ว่าทรัพย์สินส่วนนี้จึงไม่ต้อง เสียภาษี เหมือน ส่วนที่เรียกว่า ทรัพย์สินส่วนพระองค์

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จัดตั้งขึ้น โดยรัฐบาลยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง2475 ให้ รมต.คลังของรัฐบาลเป็นประธานควบคุมดูแล ที่จริงก็คือทรัพย์สมบัติของราชวงค์จักรีเดิม ถูกยึดมาเป็นของกลาง เป็นของรัฐฯ หมดแล้ว หลังจากได้ยึดอำนาจจากระบบปกครองโดยกษัตริย์ มาเป็น โดยรัฐบาลใดๆที่ชนะการเลือกตั้งก็จะได้สมบัติที่ยึดมาทั้งหมดนี้ไปดูแล ที่ดินของราชวงค์จำนวนมากก็ถูกยึดมาเรียกว่า ที่ดินราชพัสดุ กระทรวงการคลังดูแล

ธนาคารออมสิน ธนาคารที่ ร.6 ตั้งด้วยเงินส่วนพระองค์เริ่มต้นเอง ปัจจุบันมีเงินเพิ่มพูนเป็นแสนล้าน ก็กลายเป็นธนาคารของรัฐ 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้ระเบียบที่ ร. 6 ท่านวางไว้เดิมให้ เสนาบดีพระคลัง เป็นคนดูแล ปัจจุบัน รมต.คลังเป็นคนดูแลเอง ตั้งกรรมการได้เองทั้งคณะ รัฐบาลจึงเอาเงินไปใช้ได้สะดวกมาก พระราชวงค์ไม่มีสิทธิ์ใดๆในธนาคารเลย
ผมเป็นคนไทย ธรรมดา มิได้เกี่ยวข้องเป็นราชนิกูลแต่อย่างใด มีเชื้อสายบรรพบุรุษ เป็นมอญ ลาว จีน มีเชื้อสายไทยแค่ 1 ใน 4 เท่านั้น แต่ก็ได้เกิดมาในประเทศไทยที่มีความสุขและมีกษัตริย์ที่ดี ผมจึงรักในหลวงมาก การใส่ร้ายพระองค์ท่านต่างๆในขณะนี้ ไม่ให้ความเป็นธรรมกับพระองค์ท่านเลย และเริ่มมีคนหลงไหล และเชื่อคำให้ร้ายต่างๆเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

จึงต้องออกมาชี้แจง ข้อเท็จจริงมีอยู่ พิสูจน์ได้

ใครยังไม่เห็นจริงก็ออกมาโต้ได้ อย่าเชื่อโดยไม่พิสูจน์ ก่อน


ขอแสดงความนับถือ

รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ยมนาค

----------------------------------------------------------
ท่าน รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ยมนาค ครับ

ท่านบอกว่า ในหลวงทุกยาก วังไม่ไห่ยโต เหืมอน บ้านเศรษฐีไทยและบ้านของอดีต รมต.ไทย

มีรองเท้าเก่าๆต้องช้อมเสยด้วย และใช้หลอดยาสีฟันเก่าจนหมด

ไอ้ ลปส(ลาวป้นสยาม)คนนี้ โฆษณาชวนเชื่อหลอกคนจน(หาเช้ากีนค่ำไม่มีกีนจรีงๆ )ให้ไปถวายเงีนในหลวงอีกแล้ว

โทเอีย ทุกอย่างนี้หรือ ถีงในหลวงของพวกเรา ทังเมย ทังลุกต้องออกเที่ยวขอรับเงีนจากชาวบ้านยากจนตลอดมา

แล้วงานวันเกีดวันตาย ที่ ไห่ยโต (ทังครอบครัวเสัยด้วย)ทำไปทำไม ??????

เส้ยโอไม่ต้องทำงานเหมือนชาวบ้านแต่มีเมยเปันสองสามโหล และมีเงีน จัดงานวันเกีดให้ ตัวหมาเขา แล้ว สั่งให้ เมยแก้ผ้า.........

ภาษีของพวกเราทังนั้น

งานสบของพี่นางในหลวง ชาวบ้านต้องจ่ายไปแล้วงานเดียว 3000 พันล้าน บาท (สามพันล้านเอาไปแจกคนจนจรีงๆ ใน ปท ดีมั้ย )ไปแล้ว

งานสบของม่อมสังวาน พวกเราต้องจ่ายไปเท้าไร บอกห่นอย ????????

นี้หริอ อ้างฟ้าอ้างดีน เศรษฐกิจพอเพียง

แล้ว ทหาร รักสา พระองค์ ทำไมต้องมีเปันกรองพลละ ????

ภาษีของพวกเราทังนั้น !!!!!!

ที่ ลาว โนนจ้าวพวกเขา ปรางสงครามจรีงๆ เขามีไม่เกีน 10 คน

คนดีของ ปชช ต้องการ ทหาร เปันกรองพล ไปทำไม

ผมขอนำเอากฏหมายหมี่น ม 112มาพูดดั่งนี้ :

กฎหมายหมิ่นประมาทของไทย มีสองมาตรฐาน

1.สำหรับคนทั่วไป ถ้าคุณพูดเรื่องจริงและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
คุณไม่ต้องรับโทษ เช่นพูดว่า ทักษิณอมเพชรซาอุ ทำให้แรงงานไทย ไปซาอุไม่ได้

2.สำหรับ ในหลวง ราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

แม้คุณจะพูดเรื่องจริงและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมว่ามีการอุ้มฆ่าตายไปแล้ว9คน เพราะ พวกนี้ อมเพชรซาอุ
คุณก็ต้องติดคุก ติดหลายปีซะด้วย (ดา โตปีโด โดนไปแล้ว 18 ปี ทังๆ ที่ กฏหมายหมี่น ม 112

สุงสุด มี แค่ 15 ปี)

เห็นหรือยังครับว่า กฎหมายหมิ่นประมาทของไทย มีสองมาตรฐาน

นี้และ

กฏหมายหมี่น ม 112 คือกฏหมายของเผ็ดจการเริ่มแผ่รังษีอำมหิตปรากฏการขึ้นแลัว เมือ่ไรประชาธิปไตยเริ่มกำลังอ่อนแอ กฏหมายหมิ่นก็แผ่อิทธิพลครอบงำประเทศไทย มันเห็นและเป็นไป เรา(ประชาชน)คิดได้พูดได้ก็แค่ปลอบใจกันเองแลัวก็เงียบหายไปตามกาลเวลา เพราะวัฒนธรรมของสังคมไทยถูกฝังหัวให้ยอมรับยอมจำนนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยปราศจากข้อโต้แย้ง ดังนั้นใครก็ตามที่ลุกขึ้นมาท่วงสิทธิความเป็นมนุษย์ในประเทศนี้ ต้องพร้อมจะยอมรับความเจ็บปวด โดดเดียวถูกประนาม หยามเหยียดในฐานะผู้แพ้ อใจไม่ใช่คนแรกและไม่ใช่คนสุดท้ายที่ต้องประสพกับความเลวร้ายอำมหิตของกฏหมายเผด็จการที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปิดปากคนที่พูดความจริง มากกว่าการสอพลอตอแหล ทำลายพื้นฐานความเป็นมนุษย์ ดังนั้นกฏหมายหมิ่นฯจึงเป็นกฏหมายที่ครอบคุมสมองคนคนไทยให้ฝ่อไม่ให้เจริญเติมโต สมองของคนไทยจึงเป็นสมองของคนที่พิการทางความคิด แยกแยะ ขาดหลักตรรกะใช้ความเท็จ หลบล้างความจริง เราจึงมองไม่ออกว่าพลังความเป็นคนไทยนั้นมีมากมหาศาลที่จะออกมาต่อต้านความไม่เป็นธรรมแต่เรากลับเย็นชาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจากความเห็นอกเห็นใจตามประสาแบบไทยๆที่ไม่ยึดติดผูกมัดกับสิ่งใด เมื่อชนชั้นผู้ปกครองมองเห็นธาตุแท้ของความเป็นคนไทย ที่รวมตัวกันได้อย่างหลวมๆจึงสร้างความแตกแยกให้ง่ายแก่การปกครอง มาทุกยุคทุกสมัย แต่สังคมไทยกลับมองไม่เห็นโทษของกฏหมายฯฉบับนี้ ที่นำไปสู่ความแตกแยกและสร้างความไม่เป็นธรรมในสังคมในทางปฏิบัติจนเกิดสองมาตรฐานที่ไม่เท่าเทียมกัน เท่ากับว่ากฏหมายฯมีไว้เพื่ออะไร ถ้าไม่ใช่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อประหัตประหารศัตรูทางการเมืองของฝ่ายที่ยืนอยู่ข้างประชาธิปไตย ให้ตกอยู่ภายใต้เงามืดอุ้งมือของเผด็จการมาทุกยุคทุกสมัย แม้แต่อปํวยรุ่นพ่อ ก็ถูกประหารด้วยกฏหมายฯมาแลัว จนเป็นกฏหมายมรดกบาปตกทอดมาถึงรุ่นลูกใจ อย่างไม่น่าเชื่อ กรรมดี หรือกรรมชั่วมีจริง คงเป็นปรอทวัดไม่ได้ แต่ข้อเท็จจริงในสังคมไทยผู้มีอำนาจคือผู้ถุกต้องตลอดกาล ดังนั้นสังคมไทยโดยเฉพาะอุปนิสัยของคนไทยชอบฝักใฝ่หาอำนาจ คนไหนมีอำนาจคนไทยจึงแอบอิงเข้ามาเพื่อเป็นผู้ชนะตลอดกาล ขอให้ดูตัวละครการเมืองซี่งเงาสท้อนความเป็นตัวตนของคนไทยได้ดี อย่าแปลกใจเลยที่ใครคนหนึ่งให้นิยามคนไทยว่า"เป็นมนุษย์พันธ์ุพิเศษ" เพราะเขาคือวิศวกรผู้ตัดต่อพันธุกรรมทางสมองของคนไทยได้เป็นพันธุ์พิเศษเหนือคำบรรยายได้จริงๆ เราจึงมองไม่เห็นทางออกของสังคม

ท่าน รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ยมนาค ครับ

ที่ อังกฤษ ที่ ญี่ปุ่น เขาไม่มี กฏหมายหมี่น

นย อังกฤษเขาเข้าพบ สักดีนาเขาทุกๆ 7 วัน แต่ เอลีชาเบต กืก ไปเลียมีแต่ นยเขา ทำการเมืองจรีงๆ สีรีกีต ไป แก้ผ้ายุ้งการเมืองในงานสบน้องโบ ทำมั้ย

แล้ว สอง ปท นี้ ไม่ มี แวบไชต์เปันพันเปันมื่น ต้านพระองค์เขา เหมิอน ไทยเรา ปชช เขาไม่มี youtube ด่าโจมตีกษัตริย์ เขา เหมือนไนหลวง สีรีกีต และเส้ยโอ ของพวกเรา โอโหเอีย ถุกชาวบ้าน กุมทื้นสุดขีตเลีย

ท่าน รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ยมนาค ครับ

ท่านบอกว่า ท่าน มี มีเชื้อสายไทยแค่ 1 ใน 4 เท่านั้น แต่รักหลวงมาก ส่วนผม มีบัต ปชช และ ใบขับขี่สยาม เกีด ใน ปทท เหมิอนกัน เสยภาษี ทุกๆเดือน
ในหลวง ควนรักผมมากๆ

เพราะในหลวงมีอยุ่มีกีนอย่างฟุมเฟือย ไม่มีทุกมีร้อนไม่ต้องตื่นเช้าไปหางานทำเหมือนคนทั่วไป

ถ้าในหลวงของพวก ท่าน เปันคนดีจรีงๆ เชื่อหั้มนในตัวเองว่าในหลวงครองราชย์มากว่า 60 ปี ผ่านมาไม่รู้กี่สิบรัฐบาลย่อมรู้ปัญหาความทุกยากของชาวบ้านดีกว่าใคร

ยอมยกเลีกกฏหมายหมี่น ม 112 ได้ มั้ย

เผาลงกลองไฟ ไปด้วยเถีด

ชาวไท (ไม่มี ย ) ดำ ไท ขาว ชาวลาวโช่ง ชาว ลาวพวน ชาวลาว ชาวเขมร ชาว มาแล ชาวสยาม ชาวจีน ชาว จปล(เจ็กป้นลาว) แฮบปี จรีงๆ



http://sites.google.com/site/rungsira/sad-na-sngkrant/sngkhxkhwamnisuchawlok

http://www.kaleeyook.us/konthai/D1.pdf

อย่าพลาดรายการ “ชกหมัดตรง” โดยอาคม ซิดนี่ย์

ท่านสามารถรับฟังได้ที่..วิทยุ norporchorusa.com ..เที่ยงตรงทุกวันเสาร์ (เวลาที่กรุงเทพ)

..................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

http://www.arkomsydney.com/ark88.htm

ชกหมัดตรง ครั้งที่ 1 เสาร์ที่ 8.8.09



http://www.arkomsydney.com/ark89.htm

ชกหมัดตรง ภาคพิเศษ อาทิตย์ที่ 9.8.09





http://www.arkomsydney.com/ark815.htm

ชกหมัดตรง ครั้งที่ 3เสาร์ที่ 15.8.09



http://www.mediafire.com/file/jjnmz2mmzn3/arkom_2009_08_22_a.mp3

ชกหมัดตรง ครั้งที่ 4 เสาร์ที่ ๒๒-๘-๕๒





http://www.mediafire.com/file/d11mejyxygn/arkom-woody

ชกหมัดตรง ครั้งที่ 5 เสาร์ที่ 29.08.09



http://www.mediafire.com/download.php?z1mxwljec2o

ชกหมัดตรง ครั้งที่ 6 เสาร์ที่ 5.09.09



http://www.mediafire.com/file/ygzyznnmmug/arkom-woodside_2009_09_12.mp3

ชกหมัดตรง ครั้งที่ 7 เสาร์ที่ 12.09.09



http://www.mediafire.com/file/jmm5yj2i1zd/arkom-woodside%209-19-09.mp3

ชกหมัดตรง ครั้งที่ 8 เสาร์ที่ 19.09.09



http://www.mediafire.com/file/0ymdn1qzrjf/arkom-woodside

ชกหมัดตรง ครั้งที่ 9 เสาร์ที่ 26.09.09



http://www.mediafire.com/download.php?xq21rakiidt

ชกหมัดตรง ครั้งที่ 10 เสาร์ที่ 3.10.09



.............................................................................................................................................................................................................................................................................................................



http://www.arkomsydney.com/P1.htm



http://sites.google.com/site/rungsira/sad-na-sngkrant/sngkhxkhwamnisuchawlok



http://www.arkomsydney.com/



http://www.norporchorusa.com/

ttp://kingneversmiles.googlepages.com/



โดย: ปชชยากจนใน ปทนี้ IP: 82.83.145.4 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:20:14 น.  

 
http://www.bailane.com/WebBailane/Blog/ViewBlog.aspx?sid=101&hid=22374
แวบไชต์ สปปล+

http://sites.google.com/site/rungsira/sad-na-sngkrant/sngkhxkhwamnisuchawlok
Sirikit s Army killed free poeple in Avril 09



http://www.kaleeyook.us/konthai/D1.pdf
แปจากปื้ม
The Devil's Discus by Rayne Kruger ( London: Cassel , 1964 ) 103 pages

http://board.dserver.org/i/isanboard/00000116.html


โดย: Khonlao nai Xiengmai IP: 88.70.197.249 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา:21:15:14 น.  

 
ปื้ม ไทย หริอ สยาม เอกสารสำคัญทาง ประวัตีศาสตร์ จากรายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนุญ 2504 และ จากบันทิกของนายปรีดี พนมยงค์
เขียนโดย สุพจน์ ด่านตระกุล สำนักพีมพ์สันตีธรรม ปี 2528 ห้นา
8 และ 9
……4...... สาเหตแห่งการ เปลี่ยนชื่อ ปท สยาม เปัน ปทท นั้น สืบเนื่อง มาจาก เมื่อ วันที่ 16 ธันวาคม 2581 (คศ 1938 1ปี ก่อน สงครามโลก ที่ 2 และ 1 ปี ก่อน สยาม กายมาเปันไทย) พันเอก ป.(ยศขณะนั้น) ได้รับแต่งตั้ง เปัน นย ดร ปรีดี เปัน รมต การคลัง และไอ้เจ็ก วีจีต(ตัวสำคันที่สุด)เปัน รมต ลอย(ไม่ว่าการกระทรวง) ที่ ถุก นย ป. ให้เดีนทาง ไป ที่ ฮานอย ใน 5 เดือน ต่อมา เพื่อกีจการโบราณคดีของ สำนักตะวันออกไกลฝรั่งเศส(centrre d’études d’extrême d’Orient) เมื่อ หลวง วีจีต กลับจาก ฮานอย ได้ นำแผน ที่ สะบับหนื่ง ชื้งสำนัก ฝรั่งเศส นั้นได้จัดขื้น แสดงว่า เชื้อชาตี ไทย(ตาม การค้นค้วของชาวฝรั่งเศส เขา บอก ว่า ไต Tai ไม่ไช Thai with H อันที่ พวกบ้าพวกคลั่งเชื้อชาตไทย คีดขื้นมาเองต่อมา เพื่อ เปลี่ยนขชื่อ ปท) อยุ่ มาก มาย แห่งแหลม อีนดุจีน ใน ปท จีนใต้ ในพม่า และ ใน มณฑลอัสสัมของอีนเดัย…..
เหันบ่ ละ นี้แม่นสาเหต ของ การ โยกย้าย ชื่ ปท ไป ตามอารม สันดาร ของ โจรแท้ๆ

โรกไม่พอเพียงของคนสยาม ขะโมยคนและดีนแดนจากคนลาวคนมาแล มาอย่างมากมายแล้ว อยัง โลบมากโลพาต้องการ
กวด คนไท(ไม่มี ย )ดำ ไทแดง ไทขาว ชาวม้ง
มาเปันเชื้อชาตีนำเกีดของ ปท ตน
แต่ผมไม่เชื่อจรีงๆว่า พวกหัวห้นาแก็งคลั่งชาตีและcliqueเขาจะยีนดีภูมิใจต้อนรับ ไตดำ+ไทแดง จาก วังเวียง จากเลีย เชียงไห่ม เชียงรายหรือ จาก ชำเหนิอ ที่ มาวน เวียนหลงทาง ที่ กรุงเทพ หรือนี้ พวก กุ คีดว่าพวกสุต้องคีด ปล้นพวกเขา อย่างเลิอดเยัน ตามสันดารของคนไม่พอเพียงไปเลียชำนะ


โดย: สยามแท้ไม่รับกับคำว่าไทย IP: 82.83.146.119 วันที่: 6 ธันวาคม 2552 เวลา:20:31:19 น.  

 
วีรชน ทหารกล้าสู้เพื่อแผ่นดินไทยมอมสละเลือดทุกหยาดหยดไม่เคยเสียดาย


โดย: man intachat IP: 119.31.126.141 วันที่: 12 ธันวาคม 2552 เวลา:22:01:26 น.  

 

http://stoplesemajeste.etop.tv/play.php?vid=85
http://www.mediafire.com/?mwxjmhljjza
http://herelaovoice.multiply.c¬om/journal/item/477

งบประมาณของสำนักพระราชวังที่ต้องจ่ายค่าบำรุงเลี้ยงดูพระราชวงศ์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆที่เป็นกษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก โดยในปี 2551 มีมากกว่า 2,000 ล้านบาท รวมทั้งงบอำนวยความสดวกที่จัดไว้ในหน่วยงานต่างๆรวมเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท ยังมีงบแฝงอยู่ในกระทรวงต่างๆ อีก เช่น
ค่าจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ

นายกทักษิณจึงได้ใช้เงินจากการขายหวยบนดิน ซื้อรถหรูหราทันสมัยถวายพระเจ้าอยู่หัวสนองพระราชประสงค์คือรถไมบาคMAYBACH ราคาคันละ 75 ล้านบาทยาว 7.5 เมตร ใช้

ภูมิพลมีทรัพย์สินในปี 40 ราวแสนล้านบาท พอปี 48 มีถีง 1.4 ล้านล้านบาทพอๆกับงบประมาณของปททั้งปี หรือมากกว่าทักษิณเกือบ20เท้า
พอเพียงสะ ไม่ต้องรับชองขาวจากคนจนไม่มีแนวจะแดกจรีงๆ

r9 ไป สปปล จับมือโจรลาวแดงไอ้ คำไต ปี 37 ทำไม
ไม่ชาบหรือ ไอ้นี้มันฆ่าราชวงศ็ลาวทังโคตร
และ ลาวฝ่ายขวาก่วา3แสนคนปล้นบ้านเรือนเขาไล่ลาวออก นอก ปท เคี่งล้าน

copy from :
http://sanamluang2008.blogspot.com/search?updated-min=2009-01-01T00%3A00%3A00-08%3A00&updated-max=2010-01-01T00%3A00%3A00-08%3A00&max-results=37


โดย: Policy of sufficiency or insufficiency ??? IP: 82.82.130.156 วันที่: 30 มกราคม 2553 เวลา:4:59:11 น.  

 
เรึ่องสงคามก่ผ่านมาดนแล้ว ดงวนี้ ไทย-ลาว ก่รว่มมึกัน รักแพงกัน. มาชว่ยกันรักสาความสามักคีนี้ให้หมั้นยึน


โดย: รักชาดของตนเองให้หรายๆ IP: 218.212.173.48, 218.186.11.236 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:16:46:20 น.  

 
........รว่มมึกัน รักแพงกัน. มาชว่ยกันรักสาความสามักคีนี้ให้หมั้นยึน .........

ท่านรักชาดของตนเองให้หรายๆ

หมายความว่า รักชาตลาว ต้ิองทราย เพื่อ ให้พวกคล้่งชาต
ไทย อ้างว่า ชายแดนตน เลีมต้นที่ สายพุแดนแกว(coedillère annamitique)ไชไหม
นี้หมายความว่า ปทลาว(ที่นีเผมหมายถีงสปปลนะ) ต้องตกเปัน อาณานีคม สยามทังหมดเลียหรือนี้ เมื่อ ลาวสองฝั่งโขง(50ล้านคน) เขารักชาตีเขา
......................................................
สันดานของคนสยามแม่นว่า ไป ยกเอา identity
ของชาตีอื่นมา แล้ว กะบอกว่า นี้แม่นของตน
โจรนะไม่ยอมรับจรีงๆว่า เขาเปันโจร ชนชาตีอื่น
เขาช้ำดีไจสมไจเมื่อชาบว่าคนสยา­มเปันคนโกหกตนเอง
........................................................
Dr ธงชัย วินิจจะกูล(เชื้อสายจีน) มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา
เตะห้นาพวกคลั่งชาตีไทยดั่งนี้ :ไทยปัจจุบัน หลายแห่งไม่ใช่ของสยามมาก่อน แต่ยึดปลันและ ขะโมยเอาของคนอื่นมา ภาษาไทยกลางเพิ่งจะกลายเป็นมาตรฐานและกลายเป็นของ"กลาง" สำหรับทั้งชาติมาไม่เกิน100ปี ผู้คนจำนวนมากในดินแดนของไทยไม่ใช้ภาษาไทยกลาง ศาสนาพุทธไม่ใช่เกณฑ์วัดความเป็นไทยที่ดีนัก เพราะชาวไทยไม่จำเป็นต้องเป็นพุทธ ......
.............................................
ขอได้ตระหนักกันทั่วหน้าว่า “ประเทศของเรานั้น รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อ” สยาม ไท ไต ลาว (รอมๆข้าง กรุงเทพ) คนลาวล้านนา คนลาวภาค ตวอฉหน โยน ยอง ลื้อ แต้จิ๋ว กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน แคะ ไหหลำ มอญ ขะแมร์ ขอม กุย ละว้า แต้จิ๋ว กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน ไหหลำ แคะ ฮ่อ จาม ชวา มลายู ซาไก มอแกน ทมิฬ ปาทาน เปอร์เซีย อาหรับ พวน ไทยใหญ่ ผู้ไท ขึน เวียด ลั๊วะ ม้ง เย้า กะเหรี่ยง ปะหล่อง มูเซอร์ อะข่า กำหมุ มลาบรี ชอง ญากูร์ โอรังลาอุต บรู ฝรั่ง (ชาติต่างๆ) แขก (ชาติต่างๆ) ลูกครึ่ง ลูกผสม ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ” กว่า 50 ชนชาติและภาษา เราเต็มไปด้วยความหลากหลาย มั่งคั่ง ร่ำรวย ครับ

ดร ชาญวิทย์ เกษตรศิริ(เชิ้อสายลาว)
ธนบุรี สยามประเทศ(ไทย)
12 กันยายน 2551
..........................................................
ว่าด้วย “ชาตินิยม” อีกครั้ง

เรียบเรียงโดย วัฒนะ วรรณ

“ชาติ” เป็น หน่วยการบริหารสังคมที่เกิดขึ้นในยุคทุนนิยม ในไทยเกิดในยุครัชกาลที่ 5 ก่อนทุนนิยมและก่อนที่จะมีชาติที่ไหนในโลก คนเขาไม่คิดในกรอบชาติเลย คิดในกรอบชุมชนหรือเมืองบ้านเกิดมากกว่า และบ่อยครั้งเมืองบ้านเกิดจะมีลักษณะสากลในอดีต ไม่เชื่อก็ไปที่อยุธยา และไปดูพิพิธภัณฑ์ที่หมู่บ้านญี่ปุ่น หรืออ่านหนังสือประวัติศาสตร์อยุธยาของ อาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ก็ได้ เพราะในอยุธยามีหลายเชื้อชาติอาศัยกันอยู่ มันเป็นเมืองท่าสำหรับค้าขาย มีการใช้หลายๆ ภาษาด้วย คนอยุธยาไม่ได้คิดว่าตนเองเป็นคนไทยแต่อย่างใด การสร้างประวัติศาสตร์ไทยย้อนหลังปลอมๆ เป็นความพยายามของนักวิชาการอำมาตย์ เพื่อหลอกเราว่า “ชาติไทย” กษัตริย์ และชนชั้นปกครอง เป็นสิ่งเก่าแก่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ พวกนี้จะอ้างว่าวัฒนธรรมไทยคือวัฒนธรรมที่ประชาชนต้องอ่อนน้อมต่ออำมาตย์ และแถมยังโกหกอีกว่า “ไทย” แปลว่า “เสรีภาพ” แต่แท้จริงแล้ว “ไทย” ของพวกอำมาตย์นี้แปลว่าเราเป็นทาสเป็นไพร่มากกว่า

ใจ อึ๊งภากรณ์
จากบทความ “เลิกรักชาติกันได้แล้ว”
พฤศจิกายน 2552
..............................................................
ล้านนาลาวสมัยรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์

เรียบเรียงโดย ภูวน หงดิน

ประวัติศาสตร์กระแสหลัก ที่เราต่างเคยเรียนกันมา ในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ส่วนมากล้วนพูดถึงบทบาทของพวกชนชั้นนำในสังคม ปลูกฝังความคิดชาตินิยม ให้รังเกียจดูถูกเพื่อนบ้าน ดังกรณี เสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่า ครั้งที่1-2 ถึงแม้เวลาจะผ่านไป 200 กว่าปี ความโกรธแค้น ชิงชังก็ยังถูกปลูกฝังในสังคมไทยตลอดมา แม้ในปัจจุบัน รัฐบาลอภิสิทธิ์กับพวกเสื้อเหลือง ก็ยังใช้แนวคิดชาตินิยมปลุกกระแสคลั่งชาติ ให้รังเกียจดูถูกเพื่อนบ้าน ดังนั้น เราจึงต้องเสนอประวัติศาสตร์กระแสรอง เพื่อเสนอความจริงในอีกด้านมุมหนึ่งและแย่งชิงพื้นที่จากพวกประวัติศาสตร์กระแสหลัก

ในบทความชิ้นนี้ จะขอเสนอ ประวัติศาสตร์ล้านนา ลาวในสมัยรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ระหว่าง พ.ศ.2442-2476 /1901-1935 (ยุค ร5 หา ร7)ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ที่ผู้เขียนได้ตัดมาจากเนื้อหาการบรรยาย ณ ค่ายศึกษาประวัติศาสตร์การพัฒนาภาคเหนือ ประวัติศาสตร์ในยุคนี้นับเป็นยุคแห่ง การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของล้านนา ลาว คือ มีการสถาปนาระบบมณฑลเทศาภิบาล(มณฑลพายัพ) หรือ การรวมหัวเมืองประเทศราชเข้าสู่ส่วนกลางขึ้น ส่งผลให้จารีตประเพณีท้องถิ่นของล้านนาและเอกลักษณ์ต่างๆ ที่สืบทอดมาหลายร้อยปี ต้องสิ้นสุดลง การปฏิรูปการปกครองในยุคนี้เป็นการแทรกแซงอำนาจ จากรัฐบาลของ ร.5 ทำให้อำนาจของพระองค์เพิ่มพูนมากขึ้น และทำให้สถาบันกษัตริย์มีอำนาจแท้จริงเป็นครั้งแรก ซึ่งก่อนหน้านี้ กษัตริย์ไม่มีอำนาจอย่างแท้จริง เพราะอำนาจรัฐจะกระจายอยู่หลายศูนย์ ทั้งกลุ่มขุนนางส่วนกลาง และเจ้าเมืองประเทศราช ตามภูมิภาคต่างๆ การปฏิรูปการปกครองในยุคนี้ อีกนัยหนึ่ง คือ การสิ้นสุดลง ของระบบศักดินา ซึ่ง ร.5 ก็คือ ผู้ปฏิวัติ
ระบบเศรษฐกิจ ระบบการปกครองแบบเดิม ให้เป็นแบบระบบทุนนิยม
....การจัดการศึกษา ใน พ.ศ.2446 ได้มีการวางนโยบายจัดการการศึกษา ให้สอนภาษาไทยกลางทั่วประเทศ ในระยะแรก ยังผ่อนผันให้มีการเรียนภาษาท้องถิ่นด้วย แต่รัฐบาลจะสนับสนุน ให้รู้หนังสือไทยกลาง (ອັກສອນລາວທີ່ຂຽນໃຫ້ເຫັນຢູ່ນີ້เปันที่ต้องห้ามของโคตรชาตีชั่วเจ้าสยาม หรือเจ้าอาณานีคมท้องถี่นแห่งสุดท้ายในเอเชย)และอ่านออกเขียนได้มากกว่า นอกจากนี้ รัฐบาลยังกำหนดว่า ผู้ที่จะเป็นข้าราชการ จะต้องรู้หนังสือไทยกลางเท่านั้น ซึ่งวิธีนี้ เป็นแรงผลักดันให้การศึกษาหนังสือไทยกลางในล้านนาเติบโตอย่างรวดเร็ว และส่งผลให้ ภาษาถิ่นมีผู้เรียนน้อยลง จนสลายไปในที่สุด ..........
..........................................................
สิทธิมนุษยชนในไทย ไม่มี
ชนเชื้อสายลาวก่วา40 ล้าน มีภาษาแม่คือภาษาลาวเขา
แต่ อักษรลาวเปันที่ต้องห้าม
ห้นาดีหลายนอ พวกเจ้าอาณานีคมหมาสยามนี้

ໂຊກຮ້າຍຂອງຊາວລາວກ່ວາ40ລ້ານຄົນ ໃນ ສຍາມ ທີ່ ຖືກເຈົ້າອານານີຄົມເອເຊັຍຕັດຮອນອີຣສພາບ ແມ່ນແຕ່ ຫນັງສືພີມພາສາລາວຍັງບໍ່ມີໃຫ້ເຂົາອ່ານເລີຍ
ເຈົ້າພໍ່ ອມຣກ ຊ່ວຍປົດປ່ອຍດ້ວຍ ເອົາ Status quo ມາຄືນດ້ວຍ
.................................................
ข้อแนะนำสำหรับคนไทยไปเที่ยวที่­ลาว เที่ยววัดพระแก้วลาวแล้วไม่เห็น­องค์พระ ห้ามถามหาโดยเด็ดขาด เขาจะโกรธมากๆๆเพราะประวิติศาสต­ร์ชาติไทยเราไปตีกรุงเวียงจันทร­์แล้วลัก(ขะโมย)เอาพระแก้วเขามา­//ทุกครั้งที่มองเห็นแท่นประดิษ­ฐานของพระแก้วฯแต่ปราศจากพระแก้­วที่เมืองลาว..สลด้
..............................................................
.........................................................


โดย: คนลาวในสยาม IP: 82.82.143.217 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:3:26:18 น.  

 
ทักษิณไม่ได้ดีมากมายอย่างที่คิดหรอก.

ทำเพื่อคนจน แต่คนจนแถวบ้านผมเป็นหนี้กระจาย แต่ไปรวยกระจุก

วิถีชีวิตเปลียนไป เห็นแก่เงิน ขายตัวเพื่อเงิน ในยุค 7-8 ปีที่ผ่านมา
ไม่สอน ไม่นิยมคุณธรรม เน้นใช้จ่ายให้มาก เงินจะได้ลอยในอากาศเยอะ
แล้วบอกว่า เงินมีอยู่แล้วในอากาศใครมีสมองก็ใคว่คว้าเอาได้ ...

ตอนนี้เชื่อรัฐบาลด้วยการแก้หนี้นั้นเถิด แล้วเริ่มคิดดูใหม่จะว่าเริ่มชีวิตอย่างไร ไม่รู้ว่าจะทันไหม
เพราะคนไทย (โดยเฉพาะภาคอิสานที่ผมอยู่) เขาไม่กลัวการเป็นหนี้
เขาเอาเปรียบคนอื่นทันทีที่มีโอกาส ... อย่าขุดคุ้ยเรื่องไม่ดี เพื่อหาประโยชน์เข้าข้างตน โดยไม่ดุภาพรวม
ทำเพื่ออะไร เพื่อให้คนเกลียดชังราชสำนัก แล้วพวกพ้องตนได้ประโยชน์
ไม่เชื่อหรอก ที่จะต้านอมาตย์แล้วประชาชนจะดีขึ้น พวกพ้องของคุณนะซิ ดีขึ้น.
พยายามแยกคน ออกจากส่วนกลาง (ศูนย์รวมจิตใจ) ประโยชน์ส่วนตนทั้งนั้น มิใช่ชาติเลย.


โดย: หัวvวด IP: 203.144.144.164 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:17:22:03 น.  

 
ขอ้ยรักชาด


โดย: ผี IP: 222.164.42.3, 218.186.11.242 วันที่: 2 มีนาคม 2553 เวลา:18:18:24 น.  

 
.........ได้โปรดอย่าได้ FORWARD จดหมายเวียน ที่ลบหลู่ให้ร้ายในหลวง (FORTUNE magazine ลำดับกษัตริย์ ที่รวยที่สุดในโลก) ต่อไปอีก เพราะนอกจากจะเข้าข่ายร่วมกระทำการหมิ่น และให้ร้ายต่อในหลวงของเรา แล้วยังร่วมกล่าวหาอย่างเป็นเท็จกับพระองค์ท่านอีกด้วย โดยพระองค์ท่านเองไม่สามารถออกมาชี้แจง หรือโต้ตอบอย่างใดได้เลย .............................

รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ยมนาค

มีล้นฟ้าแล้วกลัว
มีล้นฟ้าแล้วกลัว
มีล้นฟ้าแล้วกลัว

Forbes 2/2008 บอกว่า ร9 มี เงีน 35 พันล้าน ดล และJournal of Contemporary Asia 2/2008 บอกว่ามีแค่ 27พันล้าน 4 บวกให้ ดีน ทั่ว กท 30เปีเชีน โรงแรมทั่วโลก หุ้น เปันมื่นๆล้านหุ้น +Siam Park in Spain

ก่อนตานตายต้องได้40พันล้านแน่
ก่อนตานตายต้องได้40พันล้านแน่
ก่อนตานตายต้องได้40พันล้านแน่

ยึดให้หมด! ทั้งวังทั้งหุ้นทั้งเพชร ยึดยึด ยึดให้หมด!!

User Rating: / 10
PoorBest
Written by ใจ อึ๊งภากรณ์
Monday, 01 March 2010 09:24
ไอ้กรณ์บอกว่ารัฐจะผลิตห่วงข้อมือสีชมพู 999,999 อันและขายอันละ 99บาท ยกเงินให้นายภูมิพล เป็นเงินทั้งสิ้น 98,999,901 บาท ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้องสอนให้ราชวงศ์พอเพียงสักที ยังรวยไม่พออีกหรือ? เราต้องหวังว่าจะมีแค่คนโง่คนคลั่งเจ้าที่จะไปซื้อ ที่เหลือปฏิเสธเถิด และสำหรับคนที่บอกว่าจะใช้ในโครงการหลวง... กี่ % จะเข้ากระเป๋าคนรวยและคนรับใช้นายภูมิพล? และใครจะเป็นผู้ตรวจสอบ? นายภูมิพลอ้างเป็นนักพัฒนามาหกสิบกว่าปี แต่ประชาชนยังยากจน เขาเลยต้องบอกให้คนจนมีความสุขในความพอเพียง แต่รัฐบาลไทยรักไทยพัฒนาสภาพคนจนในแค่เวลาห้าปี ถามว่าการให้เงินกับคนที่โลภมากและพัฒนาไม่เป็น เป็นนโยบายที่ดีหรือ และเป็นการสร้างกำไรอันไม่ชอบธรรมหรือไม่ ผมว่ายึดให้หมด! ทั้งวังทั้งหุ้นทั้งเพชร ยึดยึด ยึดให้หมด!!

ตอนนี้นายภูมิพลออกจากโรงพยาบาล... ใครจ่ายค่าพยาบาล? หรือเขาใช้บัตรทองเพื่อสิทธิเทวดา? ดูเหมือนนอนโรงพยาบาลนานกว่าจำเป็น จำได้ไหมที่พวกเหลืองมันเคยดูถูกคนจนว่าไปหาหมอโดยไม่จำเป็นหลังใช้นโยบายสามสิบบาท? แล้วการให้หมาเข้าโรงพยาบาลมันไม่ผิดหลักสุขภาพหรือ? หรือหมาเป็นเทวดาด้วย?

ผมว่านายภูมิพลถูกแนะ(สั่ง)ให้ออกมาและกลับวังวันนั้นเพื่อให้คน "ลืม" ข่าวยึดทรัพย์ทักษิณ แต่อย่างไรก็ตามนายภูมิพลสมองเสื่อม ตามธรรมชาติคนชรา เราทราบดี นั่งตัวเอียง เดินเองไม่ค่อยได้ และพูดช้าและไม่คล่องยิ่งกว่าเดิมอีก แกยิ่งหลง อำมาตย์ต่างๆยิ่งใช้งานแกได้ดี ก่อนหน้านี้ถูกแนะ(สั่ง)ให้พูดกับผู้พิพากษา/ศาลว่าควรทำตามหน้าที่ เพื่อสร้างภาพว่าภูมิพลสั่งให้ยึดทรัพย์ แต่พวกนี้รู้อยู่แล้วว่าหน้าที่เขาคืออะไร เพราะเขาเป็นส่วนของอำมาตย์ ที่ยึดมาไม่หมดก็สร้างภาพอีกว่า “พิจารณาตามความเป็นธรรมหรือกฎหมาย” นั้นคือละครหมาๆ ของอำมาตย์
.....................................................
ทำไมต้อง “สยามแดง” ?
ใจ อึ๊งภากรณ์
......ทำไม “สยาม”?
คำว่า “ไทย” ถูกใช้โดยอำมาตย์ในการปลุกระดมชาตินิยมคับแคบจนหมดความหมายไปในทางดี อำมาตย์อ้างว่า “ไทย” แปลว่า “เสรี” ในขณะที่เขาทำให้คนไทยเป็นทาส และอำมาตย์ใช้คำว่า “ไทย” เพื่อกดขี่คนเชื้อชาติอื่นๆ ที่เป็นพลเมืองในประเทศเรา กรณีแย่สุดคือกรณีคนมาเลย์มุสลิมในภาคใต้คนลาวล้านนา คนลาวภาค ตวอฉหน นอกจากนี้อำมาตย์ใช้ “ความเป็นไทย” ในการสร้างนิยายว่า “ความเป็นไทย” หมายถึง “การรักและหมอบคลานต่อกษัตริย์” ทั้งหมดนี้คือสาเหตุที่เราต้องหันมาใช้คำว่า “สยาม” แทน........

Giles Ji Ungpakorn
http://siamrd.blog.co.uk/
http://wdpress.blog.co.uk/
http://redsiam.wordpress.com/
see YOUTUBE videos by Giles53
ji.ungpakorn@gmail.com


โดย: ห้วขวดมีแสนๆล้านคำแพงหางขวดมีแค่ 30บาทกะพอเพียงแล้ว IP: 82.82.134.54 วันที่: 4 มีนาคม 2553 เวลา:13:50:57 น.  

 
เหันมีบางอันขงนให้ปะเทดลาว เหันแล้วใจร้าย มีแต่เวับนี้เว้ากะเหลึออดแล้ว แต่เหันมีอีกหรายเวับขงนปานคนลาวเปันโตตะลก.อยากเว้ากะเว้าโลดเรัดปานโตเองเกั่งแรงกอยากเจิเด้เนาะคึมาเว้าเกั่งแท้ เทึ่อหน้ามาตีกันเลึยเดิ้กางขัวมิดตะพาบโลด


โดย: หัวโจก แก๊งอยู่ลาว IP: 222.164.42.3, 218.186.11.242 วันที่: 5 มีนาคม 2553 เวลา:16:33:27 น.  

 
Chavalith Jongjai Laos to kill Laos !!!


โดย: laos U.S.A IP: 75.62.111.67 วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:5:14:38 น.  

 
คนลาวก่วา40ล้านคน ในสยาม ขอเตือนในหลวง และ เมัยรักสาวอ้วน ไม่หลอกตัวเอง ว่า มีชาวบ้าน รัก ทัง ปท ถ้า พวกเจ้าทังสองเชื่อดั่งว่า คีด หรือนี้ ว่า พวก ท่าน ควน ลบล้าง มต 112 ได้ แล้ว ข้อควา่มข้างหลุ่มนี้ ควนนำไปคีดได้แล้ว เหตการ วันที่ 19.05 เพี่งผ่านมา ไมกี้วันนี้เอง
• "ถ้าคุณไม่รักเขา ก็อย่าหลอกให้เขารัก
• ถ้าเขาเสื่อมศรัทธา ก็อย่าฆ่าเขา
• เพราะความรักและศรัทธามิใช่ได้มาจากกระบอกปืน
•
• ถ้าคุณดีจริง เขาจะรักและศรัทธาจนวันตาย
• • แต่ถ้าคุณเลวร้าย ถึงจะตายเขาก็ไม่มีวันให้"ความ' รัก '


โดย: lao nai sayam IP: 82.83.151.203 วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:23:27:50 น.  

 
I love my country. อุดมกาน จนสุพาบ.


โดย: Laos IP: 218.212.175.25, 218.186.11.249 วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:12:53:28 น.  

 
อย่ามาลาวววววว


โดย: kuaeng IP: 183.182.116.178 วันที่: 7 ธันวาคม 2553 เวลา:15:05:44 น.  

 
ถึงคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย
ที่คนไทย(จริงๆ)ยังยอมให้คนต่างชาติอาศัยทำงานดำรงชีวิตอยู่ในเมืองไทยได้ เพราะเขายังทนกับพฤติกรรมเลวๆได้อยู่ แต่ถ้าวันใดทนไม่ได้ขึ้นมา จงรับรู้ไว้เถิดพวกท่านจะไม่ได้เห็นแผ่นดินเกิดแล้วอย่ามาอวดเบ่งใส่คนไทยคนไทยนะไม่ชอบทำใครก่อนถ้าถูกกระทำก่อนสู้ไม่ถอยเหมือนกัน ลูกหลานคนลาวที่มาขายตัวอยู่ตามร้านคาราโอเกะมันคิดว่ามันเป็นนางฟ้ามั้งบอกให้มันกลับบ้านมันไปเหอะอย่ามาอยู่เลย


โดย: คนไทยทนไม่ได้ IP: 111.84.252.88 วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:6:56:49 น.  

 
ถึงคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย
ที่คนไทย(จริงๆ)ยังยอมให้คนต่างชาติอาศัยทำงานดำรงชีวิตอยู่ในเมืองไทยได้ เพราะเขายังทนกับพฤติกรรมเลวๆได้อยู่ แต่ถ้าวันใดทนไม่ได้ขึ้นมา จงรับรู้ไว้เถิดพวกท่านจะไม่ได้เห็นแผ่นดินเกิดแล้วอย่ามาอวดเบ่งใส่คนไทยคนไทยนะไม่ชอบทำใครก่อนถ้าถูกกระทำก่อนสู้ไม่ถอยเหมือนกัน ลูกหลานคนลาวที่มาขายตัวอยู่ตามร้านคาราโอเกะมันคิดว่ามันเป็นนางฟ้ามั้งบอกให้มันกลับบ้านมันไปเหอะอย่ามาอยู่เลย


โดย: คนไทยทนไม่ได้ IP: 111.84.252.88 วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:6:56:50 น.  

 
ถีงเจ้าพ่ออาณานีคมแห่งเอเชีย
อาณานีคมขี้กระจอกเดียวจรีงๆ

ร่วมกันเขียนจดหมาย หรือไปรษณียบัตรถึง สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ 87/2 หมู่ที่6 ซอยกรุงเทพนนท์14 ตำบลบางเขน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 เริ่มวันนี้-21เม.ย. จะได้นำจดหมายทั้งหมดมาเรียงร้อยต่อกันเพื่อให้เป็นจดหมายที่ยาวที่สุดในโลก และนำมาแสดงนิทรรศการกลางแจ้งที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รณรงค์ปล่อยเหยื่อคดีหมิ่น ยกเลิก112

และ "รัฐบาลไทยกำลังเล่นการเมืองกับมิตรประเทศ ทำให้บรรดามิตรประเทศเกิดความไม่พอใจ ไม่ว่าจะเป็นลาว ที่ปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือจากไทยในการจัดกีฬาซีเกมส์ เนื่องจากไทยวางเงื่อนไขไว้มากจนเขารับไม่ได้ รัฐบาลพม่าที่ปฏิเสธไม่พร้อมรับรัฐมนตรีและผู้นำเหล่าทัพของไทยบางคนที่เตรียมเดินทางไปยังพม่า ก่อนที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานพรรคเพื่อไทย จะเดินทางไป เพราะเขารู้ว่ารัฐบาลกำลังเล่นเกมกับเขาอยู่ นอกจากนี้ยังมีประเทศมาเลเซียที่มีความหมางใจในกับรัฐบาลไทยในเรื่องเรือดำน้ำ"

ຢາກຮູ້ວ່າ ສັງຄົມໄທຍ ເຂົາ ເສຣີເຖີງເຖືອດ ຢ່າງໃດ ເຊີນຟັງ ວີທຍຸຂ້າງຫລູ່ມນີ້
ທີ່ ເຂົາ ໂສມກຳລັງ ກັນທື້ນ ປ້ອຍດ່າ ຫ້ນາ ສັກດີນາສຍາມ ຄື ຣາຊວົງຈັກກີຣ ແຕ່ ຣ1 ຮອດຣ9 ຢ່າງບໍ່ຫວາດກັວຕໍ່ ກົດຫມາຍມີ່ນ ມຕ 112 ແຕ່ຢ່າງໃດເລີຍ
http://www.norporchorusa.com/
and http://www.redsiam.us.info/
สถานีวิทยุออนไลน์
สถานีแดงสยาม1


โดย: ລາວໂຄຣາຊ IP: 178.3.112.233 วันที่: 22 มีนาคม 2554 เวลา:4:52:00 น.  

 
เชีนเข้าไปชมได้ที่(ตีgoogleแล้วพีมพ์)

Lanna hate Thai King !

Princess Galyani Vadhana "As Mother Told Me "

History lao in issan

ไทยลาว แยกกันเถอะ

Thai King works hard? Thailand belongs to Thai King?

www.radiochampamuonglao.free.fr

http://www.activeboard.com/forum.spark
and
ช้างของในหลวง
---------

ท่าน ยถกตี มุกดาวีจีตร
บอกว่า
……….ในความคีดของผม อคตี นำมาชื่งความรุ้ชุดปัจจุบันของพวกเรา ความรุ้ดังก่ลาวเปันความรุ้ในแบบเจ้าอาณานีคม ที่ สอดล้องรอยกับ ความรุ้ของรัฐชาตี เนื่อง จาก เจ้าอาณานีคมจะมีคตีชาตีนียมที่แบ่งแยกคนออกตาม ปท เช่น คนใน ปท นั้นคือคนเขมร คนใน ปท นั้นคิอ คน เวียดนาม หรือ คนใน ปท นั้นคือ คนพม่า โดยไม่สนไจ ว่า ปท ต่างๆ ยังมีคนอีกมากมาย ที่ ไม่ได้สังกัดกล่มชาตีพันธุตามชื่อ ปท
อคตีอีกแบบหนื่งที่เปันความรุ้แยกส่วนของเจ้าอ๊านีคมก็คือ การแบ่งแยกคนออกเปันกลุ่ม ๆ เช่นกลุ่ม ชาตีพันธ็ กลุ่มชนเผ่า กลุ่มชนชาตี ความรุ้แบบนี้ จ้าาอาณานีคมได้นำมาใช้ในการปกครองดีนแดน อาณานีคม แต่รัฐไทยชื่งไม่เคียมีประสบกาณ็เปันเจ้าอาณานีคม หรือ ไม่เคียถุกปกครอง โดยเจ้าอาณานีคม โดย ตรง กลับทำในสี่งเดียวกันคือ เราได้สร้าง อาณานีคมภายใน ขื้น เราแบ่งแยกผุ้คนในกลุ่มต่างๆ ออกจากกัน

มตีชนออนไล 28.11.09

อีสานไม่ไช ภ า ษ า ล า ว และ ส ย า ม แต่เป็น Sankrit แปว่า ตวอฉหนจ้ าวสยามเพื่อปกปีดความเป็นลาวจิ่งอุปโหลกว่า คน อีสาน

ລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວລາວ

เจ้าพ่อ อานานีคมสยามสั่งเอาคนลาวเรา ไปตาย ที่ ภาึคไต้ แทนโคตรมัน

ทหาร ที่สู้อยู่3จังหวัดภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นคนลาวจากภาคตวอฉหน และ เหนิอแต่น่าเศร้าใจที่ความเสียสละของพวกเขาไม่ได้รับการกล่าวถึงเท่าที่ควร มีแต่ได้รับความดูถุกจากคนสยามชาตีชั่ว
พวกเรา ลูกลาวภาคเหนือ และ ตวอฉหน มีความอดทนหนักเอาเบาสู้ กล้าหาญรักชาตี ปกป้อง ปท นี้
ทหารไทยเป็นลูกลาวภาคเหนือและ ตวอฉหน มากกว่าครึ่­ง ที่3จังหวัดทางภาคใต้

ภ า ษ า ร า ช ก า ร ของ กองทัพไทยที่นั้นค­ือคือ ภ า ษ า ล า ว
ภ า ษ า ร า ช ก า ร ของ กองทัพไทยที่นั้นค­ือคือ ภ า ษ า ล า ว
ภ า ษ า ร า ช ก า ร ของ กองทัพไทยที่นั้นค­ือคือ ภ า ษ า ล า ว
ภ า ษ า ร า ช ก า ร ของ กองทัพไทยที่นั้นค­ือคือ ภ า ษ า ล า ว

แต่ รู้อะไรไหม คนลาว ใน ปท นี้ โดนดูถูกมาโดยตลอดทั้งที่ทำประโยชน์ให้ชาติมากกว่­าพวกเจ๊กที่ทำมาหาแดกแต่ ตัวเองตัวเองรวยแต่สร้างปัญหาให้แก่ชา­ติมากมาย

จำไว้นี้คือคำเว้าของกู ลุกลาว ใน ปท นี้
จำไว้นี้คือคำเว้าของกู ลุกลาว ใน ปท นี้



โดย: khonlaolanna IP: 178.3.112.233 วันที่: 22 มีนาคม 2554 เวลา:5:30:12 น.  

 
เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นที่สนามบินสุวรรณภูมิบ่อยมาก พวกแท๊กซี่ที่รอรับผู้โดยสารที่เสียเงินค่าเซอร์วิส 50 บาทแล้วถือตั๋วเซอร์วิสกำลังเดินไปหาแท๊กซี่ ซึ่งแท๊กซี่ที่อยู่กันเป็นกลุ่มหลายคนยืนรอผูโดยสารที่จ่ายค่าเซอร์วิสแล้วุ ถือตั๋วเซอร์วิสเดินมาหา แท็กซี่กลุ่มนี้โดยมากจะเป็นคนภาคอื่นที่ไม่ใช่ ล า ว จากภาคอีสาน เมื่อพวกเขา(มัน)เห็นผู้โดยสารที่ถือตั๋วเซอร์วิสเดินมาหามันจะพนันกันกับ พวกแท็กซี่ด้วยกันว่าผู้โดยสารที่เดินเข้ามาเป็นคน ล า ว ภาค ตวอฉหน มั้ย (ลาว แท้ๆ แบบ ใน สสปปลนี้เอง) เมื่อผู้โดยสารเดินมาและบอกว่าให้ไปส่งหมอชิต มันก็จะพูดและหัวเราะสนุกสนานกันทั้งวงว่า กูว่าแล้ว กูนึกแล้ว (ว่าเป็นไิ้อ้ลาว) กูชนะเมิงแล้ว แล้วก็ขำขันกันมาก เรื่องนี้ผมเจอกับตัวเอง 4 ครั้งทุกครั้งที่กลับจากไปเที่ยวต่างประเทศ เพียงแค่ผมเป็นคนที่ชอบแต่งตัวสบายๆใส่เสื้อยืดคอกลมและกางเกงยีนส์ และผมเป็นคนที่มีกล้ามเพราะชอบออกกำลังกาย พวกมันเลยคิดว่าผมเป็นคนขายแรงงานก่อสร้างกลับจากใต้หวันอะไรประมาณนั้น พอขึ้นรถผมเลยบอกเขาว่าพวกคุณสนุกและพูดและแสดงกิริยาดูหมิ่นคนอื่นแบบนี้ ไม่ดีนะ ผมเองเป็นข้าราชการระดับชำนาญการ(เดิมเขาเรียกซี 7)แถมเป็นเจ้าของสวนยางพาราแปลงใหญ่ด้วยนะ อย่าดูถูกกันแบบนั้น และอย่ามองคนแค่เปลือกนอก
ที่ผมบรรยายมานี้เป็นเรื่องจริงที่แท็กซี่ที่ สนามบินสุวรรณภูมิที่จอดรอผู้โดยสารขาออกข้างที่จำหน่ายตั๋วเซอร์วิสแท๊กซี่ แท๊กซี่ที่นี่ส่วนใหญ่นิสัยไม่ดีและปากเสียแบบที่ว่านี้เป็นส่วนใหญ่แต่ไม่ ใช่ทุกคนนะครับคนที่ดีผมก็ไม่ได้ว่าไม่ได้ตำหนิท่านและขอให้ท่านมีความสุข ความเจริญ แต่ถ้าท่านไหนเป็นก็ขอให้ปรับปรุงนะครับ อีกอย่างที่ผมอยากจะบอกคุณคือถึงใครจะเป็นคนทำงานก่อสร้างกลับมาจากใต้หวัน จริงเขาก็ทำงานสุจริตเหมือนคุณหาเงินตราเข้าประเทศไม่ได้ทุจริตคดโกงใครและ เขาก็มีศักดิ์ศรีความเป็นคนเท่ากับทุกคนนะครับ ผมจะบอกตรงๆนะครับว่าคนที่อื่นที่ชอบดูถูกคนลาวจากภาค ตวอฉหน ก็อเหมิอนดูถูกคนลาว ทังล้านนา ทัง สปปล และ ทังโลกนี้นเอง)เดี๋ยวนี้ทำไมคุณไปซื้อที่ดินที่ ภาค ตวอฉหน ไปแย้งคนลาวภาคนี้ทำมาหากินที่นี้กันเยอะเพราะที่นี้ เป็นที่ราบสูงน้ำไม่ท่วมและไม่มีปัญหาความไม่สงบ เมื่อ ชาวมุสลีมภาคไต้ ทำสงครามแยกดีนแดน โคตรสยามสุ กะส่ง ล า ว พวก กู ไป ตายแทนโคตรแม่พวกสู
แล้ว บักบอก ลูกชายหล้า แม่เฒ่าสังวาน มีด ตายเลย และอี่อ้วน ปากแดง ที่ชอบ อ ม โ.....ย ลาว(แฟนมัน3 คน ลาว ทังนั้น( 1คน พันโท จาก อุดร 1 คน พลเอกจาก เลียและ 1คน อะดีด นย ป็นลูก ล า ว คมน) เสือก ไม่ออกมาปกป้อง ใน ถานะ เป็นสะไพ้ ลาว วจ เลยนอ
............................................
อีสาน ลานนา ปฎีวัตี

ฉบับที่ 17 - 1 มีนาคม พศ 2531 ประจำเดือนมีนาคม อีสานลานนากล้าวไปไก

นับ แต่ สืกบ้านล่มเกล้าเป็นต้นมา หนังสือพีมพ์ไทยทุกๆรายของไทย ก็พากัน แสดงออกชื่งความไม่เจรีญทางจีตไจของมนุศย์ ในเมืองไทย อันได้แก่ปัญญาชน และนักการเมืิอง ไทย ส่วนมาก เพราะ ว่า ท่าที ของพวกเห่ลานี้ ไม่สมเป็นนักการเมือง และ เป็นปัญญาชน ที่ไม่มัการสืกษาอะไร นับแต่ไหนมา อำนาจปรกครองของไทย ไม่มีท่าที ดี ต่อ ลาว( ลาวทังหมด ในเอเชีย รวมทังลาว ที่ ภาึค ตวอฉหน ล้านนา สปปล และ ลาวนอก) แสดงปฎีปักษ์การอันเลวชามตลอดมา นับแต่ปี พส 2321 (คส 1778) เป็นตนมา อหนื่ง เช่น ดู ถู ก ช า ว ล า ว เห ยี บ ห ย า ม ช า ว ล า ว ในทุกรูบแบบ ทังประนามลาว เส่มอ มาว่า เป็น ช น ช า ตี ต่ำ ต้ อ ย และ ไทย นั้นยี่งไห่ย แล้วพฤตีการณ์ไม่ ส ร้ า ง มี ต ร ก็มีมากาลนาน ไทย (อำนาจ)ของไทย ไม่เคียสร้าง มี ต ร ภ า พ เลย และ จี ต ไ จ ชั่ ว ๆ อย่าง งี้ อำนาจไทย ก็ ถ่ายถอดให้ทุกๆรุนชนชาตีไทย ตลอดมา จื่งเป็นเหตุให้ชาวไทย รุ่นไห่ม เป็นคน ชั่วไปตามๆกัน และ ก้ ยัง ถือยู่ว่า คนลาว เ ป็ น สี่ ง ขี้ เ ก รี ย จ ข อ ง โ ค ต ร ขา แล่ว ก้ถือตนเอง ยี่งไห่ย ไม่มีลักษณะ เ ป็ น พี้ น้ อ ง กั น เ ล ย

อยังมีต่อ
http://pasalao.activeboard.com/forum.spark?aBID=119371&p=1
YouTube - คนลาวด่า (ขโมยคลิปมาจากเฟสบุคคนลาว )

http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9540000041082





โดย: 42 millions laotians in Sayam IP: 188.96.51.255 วันที่: 6 เมษายน 2554 เวลา:21:23:09 น.  

 
เรียน ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของคนลาวภาค ตวอฉหน
คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น ล้วนไม่มองว่าคนลาวภาคนี้เป็นศัตรูกับประเทศชาติ ที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ และมีการกล่าวดูถูกเหยียดหยาม พร้อมแสดงความคิดเห็นให้มีการตัดภาคนี้ออกจากปทท
เราคนเชื้อสายลาวที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากจะตัดเราออกจากปทท เพื่อให้ไทยมีความเจริญตามความเห็นของคนส่วนใหญ่ในนี้
เรายินดีที่จะดูแลตัวเอง ด้วยการพัฒนาตัวเอง จัดเก็บภาษีของเราเอง วางแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเราเอง เลือกส.ส.ที่มาจากคนภาค ตวอฉหนของเราเอง
อย่าให้ลูกหลานภาคอื่นมาสวมสิทธิการเป็นคนลาวภาคนี้ แล้วเอาเงินมาหว่านซื้อเสียง เพื่อมาเป็นส.ส.อีสานก็แล้วกัน
ให้พวกท่านจับลูกหลานคนภาคอื่น ขังไว้ให้ดี อย่าปล่อยมาเพ่นพ่านในภาคตวอฉหน
ภาค ตวอฉหน เป็นดินแดนอารยธรรมเก่าแก่ มีวัฒนธรรม มีภาษา มีดนตรี มีขนบธรรมเนียมของ
คนเชิ้แสายลาว เป็นภาคที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในปททมีประชากรก่วะ30ล้านคน มีส.ส.ได้มากที่สุดของปท 135 คน
การที่ท่านเห็นว่า การไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของคนลาวภาคนี้เป็นศัตรูของปททเป็นศัตรูกับทหาร เรายินดีหลีกทางออกไปอยู่ในถิ่นฐานของเราเองนะ


โดย: khonlao in NE Sayam IP: 92.76.17.159 วันที่: 31 กรกฎาคม 2554 เวลา:23:51:58 น.  

 


โดย: peter125 (steven1064 ) วันที่: 2 มกราคม 2555 เวลา:16:08:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
ฐนกรณ์
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีครับ
----------------------------------------------------------
Friends' blogs
[Add ฐนกรณ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.