Group Blog
 
All Blogs
 

จับหลักปฏิบัติภาวนา (จิตกับใจมันต่างกันอย่างนี้) : พระนิโรธรังสี คัมภีรปัญญาจารย์ (เทสก์ เทสรังสี)

เราจะไปดูแต่รูปนามเกิด ดับ อยู่ จิตจะไม่รวม เวลาจิตจะรวมแล้ว รูปนามหรือเกิดดับจะไม่มี ถ้ายังมีอยู่ จิตก็ไม่รวม จิตมันอยู่ที่ ใจ มันเกิดขึ้นมา แล้วดับไป เกิดขึ้นมาดับไป มันอยู่เฉพาะใจอย่าง เดียว จะไปเอาอะไรที่ปลายเท้า จิต ใจ มันอันเดียว พอนึกว่าพุทโธเท่านั้น มันก็เข้ามาอยู่กับความนึก ความรู้สึกว่า พุทโธหรืออานาปานสติ มันเข้ามาอยู่ในที่นั้นเลย

จิตดูเหมือนมีมากดวง เพราะจิตมันเร็ว ที่สุด จนจับไม่ได้ทัน แต่ถ้าจับได้แล้ว จิตนี้มันช้า ไม่เร็วหรอก พูดไปมันยากเหมือนกัน จิตมันของ ไม่มีตัว ไม่มีตน มีแต่ความรู้สึก ผู้รู้สึกมีอยู่ มันมีตัวมีตนตรงนั้นแหละ ความรู้สึกนี่เห็นชัดขึ้นมาก็ เลยกลายเป็นตัวขึ้นมาทีเดียว ถ้าฝึกภาวนา นึกถึงพุทโธหรืออานาปานสติอยู่บ่อย ๆ นาน ๆ เข้าจิตจะ ค่อยเพลาลง อ่อนลงเย็นลง สงบเยือกเย็น มันจะเข้าถึงใจละคราวนี้

ความคิด ความนึก ความปรุง ความแต่ง สารพัดทุกอย่างเป็นจิต ผู้ที่นึกคำบริกรรมอยู่ก็เป็น จิต ครั้นผู้นั้นไม่คิดไม่นึกเสียแล้ว มีแต่ความรู้สึกเฉย ๆ อยู่ เรียกว่า ใจ จิตกับใจมันต่างกันอย่างนี้ บางคนก็เข้าใจ เอาจิตมาเป็นใจ ที่จริงท่านก็พูดเหมือนกันว่า จิตอันใด ใจอันนั้น ใจอันใด จิตอันนั้น แต่ทำไมจึงพูดสองคำ มันต้องมีแปลกกันน่ะซี มันมีที่แตกต่างกันอยู่เท่านี้แหละ เหมือนเราทำน้ำแข็ง ก็น้ำธรรมดา ๆ นี่แหละ ถูกความเย็นเข้าจนแข็ง เขาก็เรียกว่าน้ำแข็ง มันก็น้ำอันเดียวกันนั่นแหละ เหตุนั้นจึงว่า จับจิตตัวนั้นให้ได้เสียก่อน อย่าเพิ่งเอา ใจ เลย

คราวนี้จะใช้จิตพิจารณา กาย เวทนา จิต ธรรม ถ้าจับจิตได้แล้ว ก็ใช้จิตเลย อย่าให้จิตใช้เรา ที่มันคิด มันนึก มันปรุงแต่ง ส่งส่ายไปมานั่น มันใช้เรา เราใช้มันละคราวนี้ มันจะคิด นึก ปรุงแต่งก็ได้ แต่ให้อยู่ในขอบเขต หรือจะไม่ให้คิด นึก ปรุงแต่งก็ได้ หรืออยู่เฉย ๆ ก็ได้ เช่น

พิจารณากาย ให้เห็นเป็นอสุภะปฏิกูล เป็นของเปื่อยเน่า เห็นความเกิด ความดับที่ตัวของเรา คำว่า พิจารณากายในกาย ให้พิจารณากายของเราให้อยู่ในกายนี้แหละ พิจารณาให้มันดิ่งลงไป ไม่ออก จากกายนี้ เรียกว่า พิจารณากายในกาย

พิจารณาเวทนา พิจารณากายแล้วก็เป็นอันว่าพิจารณาเวทนาเหมือนกัน เวทนามันก็ออกจาก กายนั่นแหละ ถ้าไม่มีกายก็ไม่มีเวทนา สัตว์ที่ไปตกนรกนั้น กายไม่มีหรอก แต่กามาพจรภูมิยังถือกาย อยู่ เพราะมันถือกายนี่แหละ มันจึงไปตกนรก ไปสวรรค์มันก็ถือกายนี้ มันไม่มีกายแล้ว มันไม่สุข ไม่ทุกข์หรอก จิตมันถือว่า กายมี มันปรุงมันแต่งเอา มันยึดมันถือ มันจึงทนทุกข์ทรมาน พระพุทธเจ้า ท่านต้องการชำระกายนี้ ไม่ให้ไปยึดถือ จึงสอนให้พิจารณากายในกาย จิตเมื่อพิจารณากายในกายแล้ว กายอันนี้จะหายไปหมดไม่ปรากฏเลย เหลือแต่จิตอันเดียว พิจารณาเวทนาในเวทนา ก็เช่นเดียวกัน พิจารณาเฉพาะเวทนา ความสุข ความทุกข์ หรือเฉย ๆ ไม่สุขไม่ทุกข์ ตัวนั้นแหละเวทนา

พิจารณาจิต ก็เอาจิตนั่นแหละมาพิจารณา พิจารณาจิตในจิต ก็เอาจิตนั่นแหละมาพิจารณาอีก สรุปแล้ว พิจารณากายก็เอาจิตมาพิจารณา พิจารณาเวทนาก็เอาจิตมาพิจารณา พิจารณาจิตก็เอาจิต นั้นมาพิจารณาจิตอีก จิตตัวนั้นแหละเป็นธรรม เป็นอันว่าเราได้พิจารณาสติปัฏฐานทั้งสี่ครบบริบูรณ์ แล้ว พิจารณาอยู่นานหนักเข้า จิตมันรวมเข้าเป็นใจ คืออยู่เฉย ๆ ไม่คิด นึก ไม่ปรุงแต่ง ไม่ส่งส่าย สัญญา อารมณ์ไม่มีเลย ได้แก่อัปปนาสมาธินั้นเอง คนเราอยู่หมู่มากด้วยกันย่อมมีเรื่องยุ่ง ถ้าไม่หัดจิตให้เข้าถึงอัปปนา พักผ่อนทำความสงบ บ้าง จึงควรพากันฝึกหัดให้ได้ดั่งที่อธิบายมา อธิบายเท่านี้ละ

http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y8237819/Y8237819.html




 

Create Date : 24 สิงหาคม 2552    
Last Update : 24 สิงหาคม 2552 12:38:32 น.
Counter : 309 Pageviews.  

ธรรมชาติของตัวเรา

บทความนี่ ผมเขียนด้วยประสพการณ์อันน้อยนิดของผมเองที่เขียน ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการพูดคุย และโต้ตอบ กับตัวเองหากท่านใดเห็นว่าผิดพลาด หรือมีข้อคิดเห็น กรุณา ชี้แจงและแสดงถึงข้อคิดเห็นอย่างเป็นเหตุ เป็นผลด้วยครับ
-------------------------------------------------------------------------

ธรรมชาติของตัวเราเองขั้นตอนการรับรู้โดยทั่วไปนั้น
แบ่งออกเป็นดังต่อไปนี้

1. ขั้นสัมผัส เป็นขั้นที่ใช้ในการสัมผัสสิ่งต่างๆภายนอก ตามส่วนการรับรู้ทั้งหก อันได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น ผิวหนังและใจ(ใช้สัมผัสความคิด) ทวารทั้งหก เหมือนกล้องถ่ายโทรทัศน์ที่ทำหน้าที่จับภาพต่างๆ เพื่อเตรียมจะส่งภาพต่อไป เรียกรวมๆว่า กาย

2. ขั้นความรู้สึก เป็นขั้นที่รับต่อจากการสัมผัส
อธิบายง่ายๆ หากเทียบกับขั้นแรก คือ การนำภาพ ที่เห็นจาก ขั้นตอนที่ 1 ไปเข้ายัง ส่วนที่จะนำภาพไปใช้ต่อไป เรียกรวมๆว่า เวทนา

3. ขั้นตอนแปลความหมาย กล่าวคือ นำสิ่งที่ได้จากขั้นก่อนหน้ามาประมวลผล ต่อ ว่าสิ่งนี้ คือ รถ สิ่งนี้ คือ ไม้ (ระหว่างการปรับปรุง)

4. ขั้นตอนปรุงแต่งสิ่งที่รับรู้ กล่าวคือ เมื่อได้ข้อมูลแล้วว่าสิ่งนี้ คือ อะไร มีลักษณะอย่างไร เราก็จะแปลผลว่า สิ่งนี้ ดี หรือ ไม่ดีอย่างไร ความชอบหรือไม่ชอบของคนนั้น จะเกิดขึ้นที่ขั้นตอนนี้ (ระหว่างการปรับปรุง)


5. ขั้นตอนการรับรู้ - (ยังไม่สามารถเขียนสิ่งที่ต้องการอธิบายได้ชัดเจน)

(บทความยังไม่สมบูรณ์)




 

Create Date : 14 กันยายน 2551    
Last Update : 14 กันยายน 2551 14:05:58 น.
Counter : 392 Pageviews.  


ที่ปรึกษาตัวกลม
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ที่ปรึกษาตัวกลม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.