All Blog
รีวิว "Driver คนขับรถ" หนังไทยแนว erotic thriller ที่เหมาะสำหรับผู้ชมอายุ 18+




Driver หรือคนขับรถ อาจจะถือเป็นหนังไทยนอกกระแส และมีการโปรโมทค่อนข้างน้อย ก่อนดูผมรู้ว่าหนังเรื่องนี้มีตัวตนเพียงเพราะเห็นแค่ป้ายโฆษณาที่บนบนรถไฟฟ้าแค่นั้นเอง และตัวป้ายโฆษณาก็ไม่ได้บอกอะไรมากนักว่าจะเป็นหนังแนวไหน ตอนแรกผมดูผ่านๆนึกว่าเป็นเพียงโฆษณาสินค้าด้วยซ้ำ แต่ที่ตัดสินใจมาดูเรื่องนี้เพราะวันก่อนจะเข้าเว็บเพื่อไปซื้อตั๋วหนังเรื่อง Spiderman แล้วอยู่ดีๆไม่รู้อะไรดลใจทำให้ผมลองกดไปดูรายละเอียดของหนังเรื่องคนขับรถ ได้ดูตัวอย่างหนังและอ่านเรื่องย่อก็เลยทำให้ผมสนใจที่จะดูขึ้นมาเพราะอยากดูว่าบทสรุปที่หนังจะเฉลยออกมานั้นคืออะไร

เรื่องย่อมีดังนี้..
คนขับรถเล่าเรื่องราวของ เกด (ศิตา ชุติภาวรกานต์) ผู้หญิงสวยและแสนดีคนหนึ่งที่ เต้ (ภูริ หิรัญพฤกษ์) สามีของเธอหายตัวไปแบบติดต่อไม่ได้หลังจากทริปดูงานที่เกาหลี เกดร้อนใจจึงปรึกษาตั้ม(ปฏิพล นาคะประเสริฐกุล) เพื่อนที่เป็นตำรวจให้ช่วยสืบดูแต่ตั้มคิดว่าเต้คงไปเถลไถลที่ไหนต่อตามประสาผู้ชายจึงให้เกดรอดูอีกสองสามวัน เกดรอไม่ไหวจึงขอให้ แมค (ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย) คนขับรถของเต้พาเธอไปสืบดูที่ออฟฟิสจนเจอบิลค่าไฟบ้านหลังที่เธอไม่เคยรู้จัก เกดขอให้แมคขับรถพาเธอไปตามหาบ้านหลังนั้นหวังว่าจะเจอสามีสุดที่รัก แต่สิ่งที่เธอค้นพบกลับเป็นเบาะแสสู่ความลับที่เจ็บปวดที่ทำให้เธอไม่สามารถไว้ใจใครได้อีกตลอดไป

ขอวิจารณ์ถึงภาพรวมของหนังแล้วกัน โดยรวมถือว่าหนังดูได้เพลินๆ เข้าใจง่าย การดำเนินเรื่องไม่น่าเบื่อ แต่ก็ไม่มีจุดพีค หนังมีการหักมุมและยังมี "ของ" ซ่อนอยู่มากกว่าที่เห็นในตัวอย่างและหลายคนอาจคาดไม่ถึง ทั้งนี้หนังมีฉากล่อแหลมและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมกับเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 อยู่พอสมควร ทั้งเรื่องมีตัวละครหลักไม่กี่ตัว แต่ละตัวละครมีเหตุผลของตัวในการกระทำสิ่งต่างๆ ใครที่ชอบหนังแนวกึ่งอีโรติค ทริลเลอร์ แบบไทยๆ โลกไม่สวย ก็อยากจะแนะนำให้ไปดูกัน เพราะนานๆทีจะมีคนที่กล้าทำหนังไทยแบบไม่เน้นตลาดมาให้ชม แต่ถ้าใครไม่ชอบหนังแนวนี้อยู่แล้วหรือชอบแนวแบบดูแล้วสบายใจก็ข้ามเรื่องนี้ไปได้

ให้คะแนน 6.9/10

ใครอยากดูก็รีบๆหน่อยเพราะหนังมีรอบฉายไม่มากนัก และมีแค่ไม่กี่โรงที่ฉายใน กทม. ครับ



Create Date : 14 กรกฎาคม 2560
Last Update : 14 กรกฎาคม 2560 14:38:53 น.
Counter : 139 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
รีวิวสั้น Spider-Man: Home Coming หนังไอ้แมงมุมที่ดีที่สุดตั้งแต่สร้างมา !!! (ไม่สปอยส์)





ปกติผมเป็นคนชอบดูหนัง superhero ทุกเรื่องไม่เคยพลาด ถึงแม้ช่วงหลังๆ จะรู้สึกว่าเริ่มอิ่มตัวกับหนังแนวนี้เพราะเนื้อเรื่องเริ่มดูซ้ำๆหาความแปลกใหม่ไม่ค่อยเจอ เลยเข้าไปดู Spiderman ภาคใหม่นี้แบบไม่ได้คาดหวังเท่าไหร่ ตอนเห็นตัวอย่างก็รู้สึกเฉยๆ พระเอกดูเด็กไปหน่อย และในใจก็แอบคิดว่าเอาพี่ Iron Man มาเป็นป๋าดันอีกแล้วเหรอเนี่ย พี่โทนี่จะแย่งซีนไปถึงครึ่งเรื่องรึเปล่าหนอแบบ Captain America 3 

แต่เมื่อหนังเริ่มฉายความรู้สึกของผมที่มีต่อ Spiderman ภาคใหม่นี้ค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ เหมือนหนังค่อยๆวอร์มเครื่องในตอนต้นๆและค่อยๆเพิ่มอรรถรสความสนุกขึ้น โดยไม่มีช่วงหน้าเบื่อแต่อย่างใด หนังมีการตีความใหม่หลายอย่าง ถ้าเทียบกับ Spiderman ภาคเก่า โดยในภาคนี้เนื้อเรื่องมีความร่วมสมัยขึ้น บุคลิกของตัวละครหลักที่ต่างจากภาคก่อนๆ โดยเฉพาะของตัวปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ที่ดูเป็นเด็กวัยรุ่น ยังทำอะไรเอาแต่ใจหลายอย่าง และ ป้าเมย์ ซึ่งฉีกคาแรคเตอร์ออกจากเวอร์ชั่นเก่าๆค่อนข้างมาก ดูเป็นหญิงยุคใหม่ที่อายุเยอะแต่ดูแลตัวเองดี (เหมือนผู้หญิงรุ่นใหญ่หลายคนสมัยนี้) เนื้อเรื่องรวมๆทำได้ดี ไม่มีการปูทางหรือย้อนอดีดว่าทำไมพระเอกถึงโดนแมงมุมกัด ไม่ต้องดูลุงเบนโดนฆาตกรรม ถึงแม้บทหนังจะไม่มีความแปลกใหม่แต่ก็เล่าเรื่องได้ไม่น่าเบื่อ มีแทรกอารมณ์ขันพอประมาณ พี่ Iron Man ของเรา โผล่มาประมาณ 20% ของทั้งเรื่อง ไม่ได้แย่งซีนมากนัก ส่วนตัวร้ายในภาคนี้ซึงรับบทโดยพี่ไมเคิล คีตัน (อดีตแบทแมนฉบับทิม เบอร์ตัน) เล่นได้ดี เป็นผู้ร้ายแบบมีปม ซึ่งมีเหตุผลคับแค้นใจบางอย่าง ในการที่ต้องทำตัวเป็นผู้ร้าย โดยเป็นหัวหน้าใหญ่ในการค้าอาวุธเถื่อนและดัดแปลงอาวุธเพื่อใช้เอง ซึ่งอาวุธที่ว่านั้นมาจากชิ้นส่วนอาวุธที่เก็บได้จากการต่อสู้กันของเหล่าฮีโร่ อเวนเจอร์ กับเหล่าร้ายนั่นเอง นอกจากนี้หนังยังมีหักมุมนิดหน่อยพอหอมปากหอมคอ

สรุป
จาก คห. ส่วนตัวยกให้ภาคนี้เป็น Spiderman ที่ดีที่สุด ไม่น่าเบื่อ ใครชอบหนัง action แนว superhero ดูคลายเครียด ไม่น่าผิดหวัง และพอดูจบคิดว่าพระเอกคนใหม่นี้แสดงได้ดีทีเดียวครับ
มี end credit 2 อันหลังหนังจบนะครับ แต่อันที่ 2 ไม่มีอะไรสำคัญ ไม่ต้องดูก็ได้

คะแนน 8.0











Create Date : 06 กรกฎาคม 2560
Last Update : 6 กรกฎาคม 2560 22:59:41 น.
Counter : 152 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
รีวิวสัั้นๆ Mr.Hurt มือวางอันดับเจ็บ - แค่ดูหนังแล้วได้หัวเราะก็ดีมากแล้ว




ได้มีโอกาสไปดูภาพยนต์เรื่อง Mr.Hurt โดยที่ไม่ได้คาดหวังอะไรนัก เพราะว่าตอนเห็นโฆษณาตัวอย่างที่ตัดมาก็ไม่ได้คิดว่าหนังจะน่าดูเลย แต่ก็อยากไปดูการแสดงของซันนี่ แล้วก็อยากหาหนังอะไรดูคลายเครียดก็เลยขอลองเข้าไปดูซักหน่อย พอเข้าไปดูแล้วก็ขอบอกว่าหนังตลกกว่าที่คาด! และทำให้ผมได้ในสิ่งที่คาดหวังก็คือ "คลายเครียด" นั่นเอง

ผมเห็นบางคนวิจารณ์ว่าหนังเรื่องนี้มีบทหลวมๆและดูไม่สมเหตุสมผลหลายอย่าง ซึ่งก็อาจจะจริง แต่ผมหาได้แคร์ตรงจุดนั้นไหม! เอาเข้าจริงๆแล้วความไม่สมเหตุผลในหลายๆอย่างกลับทำให้เป็นผลดีต่อภาพรวมของหนังในเรื่องของความตลก เพราะหนังจะไร้ขีดจำกัดสามารถใส่อะไรไปก็ได้ ผมมาดูหนังตลก ผมจึงสนใจแค่ว่ามันจะทำให้ผมหัวเราะได้ไหม ซึ่งหนังมียิงมุกเป็นระยะๆ ที่ทำให้ตลกเป็นช่วงๆ อาจไม่ถึงกับหนังอย่างพี่มากพระโขนงที่ทำผมหัวเราะทั้งเรื่อง แต่ Mr.Hurt ก็มีฉากที่ทำให้ผมหัวเราะดังๆ และยิ้มได้หลายอยากอยู่ และสิ่งที่ผมชอบมากที่สุดในหนังเรื่องนี้คือการแสดงของซันนี่ และคนที่เล่นเป็นเพื่อนสนิทของเค้าอีก 2 คนที่ยิงมุกฮาๆมาหลายฉาก 

สรุปถ้าคุณอยากดูหนังเพื่อคลายเครียด ได้หัวเราะ ผมแนะนำเรื่องนี้ครับ



Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2560 9:22:37 น.
Counter : 618 Pageviews.
2 comment
(โหวต blog นี้) 
รีวิว Sword Master (ดาบปราบเทวดา) หนังจีนกำลังภายในที่ดูแล้วไม่เสียดายตังค์


Sword Master หรือในชื่อไทยว่า "ดาบปราบเทวดา" ซึ่งเข้าฉายในไทยวันแรกชนกับ Rogue One : A Star Wars Story ผมเลือกที่จะดูหนังจีนเรื่องนี้ก่อนเพราะว่ารอบฉายมีค่อนข้างน้อย ไม่แน่ใจว่าหนังจะยืนรอบอยู่ได้นานแค่ไหน และอีกเหตุผลที่เลือกดูเพราะว่าเห็นภาพจากโปสเตอร์ที่ใช้โปรโมทแต่ละภาพดูสวยงามสะดุดตาและสื่ออารมณ์บรรยากาศหนังกำลังภายในย้อนยุคได้ดีมาก เรียกได้ว่าผมหลงรักหนังเรื่องนี้ก่อนที่จะได้ดูหนังจริงๆซะอีก (เพียงแค่เห็นภาพโปสเตอร์ที่ใช้โปรโมท)


เนื้อเรื่องหลักของหนังกล่าวถึงจอมยุทธ์นามว่า"เจี่ยวเฮียวฮง"ผู้ถูกขนานนามว่าเป็นมือกระบี่อันดับหนึ่งตั้งแต่วัยเยาว์ เขารู้สึกเบื่อหน่ายการฆ่าฟันชิงดีชิงเด่นจึงได้ถอนตัวออกจากยุทธภพเพื่อใช้ชีวิตเรียบง่าย ในขณะเดียวกัน "อี้จับซา" (ผู้ซึ่งเป็นทั้งนักฆ่าและสุดยอดมือกระบี่) ต้องการที่จะเป็นมือกระบี่อันดับหนึ่งในยุทธภพ จึงพยายามออกตามหาเจี่ยวเฮียวฮงเพื่อที่จะขอท้าประลองเพื่อจะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นจะที่เป็นที่หนึ่ง แต่ทว่าไม่มีใครทราบข่าวคราวของเจี่ยวเฮียวฮงเลยว่าอยู่ที่ไหนหรือเป็นตายร้ายดีอย่างไร อี้จับซาจึงพยายามออกตามหาเจี่ยวเฮียวฮง...

บทภาพยนต์เรื่องนี้ดัดแปลงจากนิยายชื่อดังของโกวเล้ง ซึ่งผมก็ไม่เคยอ่านเวอร์ชั่นนิยาย ก็เลยคิดว่าเป็นข้อดีที่ผมจะได้ไม่ต้องไปเปรียบเทียบเวอร์ชั่นหนังก็นิยายว่าอย่างไหนดีกว่ากัน ตัวบทหนังถือว่าดีใช้ได้ (ไม่เลอะเทอะหรือออกทะเล) ฉากต่อสู้โดยรวมถือว่าแปลกตาสวยงาม ดูแล้วสนุกกับฉากดวลกระบี่และได้อารมณ์กับฉากหลังที่เหนือจินตนาการโดยทางผู้สร้างได้พยายามรังสรรค์ด้วย CG เกือบทั้งหมด แต่จุดนี้ก็กลายเป็นจุดด้อยของหนังเหมือนกัน เพราะว่ามีบางฉากที่การใช้ CG ทำให้ดูเฟคไม่สมจริง และผมคิดว่าทางผู้สร้างใช้ CG เยอะเกินไป ซึ่งผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นสใตล์ของผู้อำนวยการสร้าง "ฉีเคอะ" ที่ชอบทำอะไรแบบจัดเต็ม แต่ทั้งนี้หนังก็ยังมีข้อดีอื่นๆ หนังมีความลุ่มลึกพอสมควรและถ่ายทอดเรื่องราวความรักความผูกพัน อารมณ์ความรู้สึกของตัวละครได้ดี รวมทั้งมีคำคมที่ให้แง่คิด ซึ่งตรงส่วนนี้เชื่อว่าน่าจะได้อิทธิพลมาจากผู้กำกับของเรื่องคือ "เอ๋อตงเซิน" นั่นเอง ผมเคยคิดเล่นๆว่าถ้าให้จางอี้โหมวมากำกับหนังเรื่องนี้มันคงจะดีไม่น้อย เพราะถ้าหนังได้บรรยากาศประมาณเรื่อง Hero หรือบ้านมีดบิน หนังจะดูสมจริงกว่าที่เป็นอยู่ เพราะจางอี้โหมวแกทำฉากต่อสู้ดูเป็นธรรมชาติและไม่น่าจะเน้น CG มากเหมือนฉีเคอะ



สรุป
คอหนังจีนกำลังภายในควรไปดู หนังทำได้ดีพอสมควร (แม้จะยังไม่ถึงขั้นขึ้นหิ้ง) หนังดูสนุกได้แง่คิดดี ตัวละครหลักๆเล่นได้ดีดูมีเสนห์ น่าจะเป็นหนังจีนแนวย้อนยุคที่ดูสนุกที่สุดในช่วงหลายปีมานี้ เพราะผมรู้สึกว่าไม่ได้ดูหนังจีนสนุกๆอย่างงี้มานานแล้ว ปกติหนังจีนหลายเรื่องช่วงหลังๆมานี้ ผมรับไม่ได้กับเรื่องบท แต่สำหรับดาบปราบเทวดามีบทหนังที่ดี ผมก็เลยชอบครับ.. อยากเชียร์ให้ไปดูกัน

ให้คะแนน 7.8






Create Date : 16 ธันวาคม 2559
Last Update : 17 ธันวาคม 2559 20:01:14 น.
Counter : 2881 Pageviews.

0 comment
รีวิวสั้น "20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น" หนังดูสนุก กลมกล่อม และทำได้ดีกว่าที่คิด





เพิ่งได้มีโอกาสดูหนังเรื่อง 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น ซึ่งตอนนี้ก็เหลือรอบฉายน้อยลงไปแล้ว เหตุผลที่ดูช้าไปหน่อยก็ขอบอกตรงๆว่าตอนแรกไม่ได้คิดว่าหนังเรื่องนี้จะน่าสนใจ (จากที่ดูตัวอย่างในโฆษณา) แต่หลังจากที่ได้เข้าไปดูก็พบว่าหนังทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว ถือว่าสอบผ่านและไม่เสียดายค่าตั๋ว

เนื้อหาของหนังจะเน้นไปที่นางเอกชื่อย่าปานซึ่งบังเอิญได้ไปถ่ายรูปที่ร้านถ่ายรูปลึกลับแห่งหนึ่งแล้วเกิดย้อนวัยกลับไปเป็นสาวได้อย่างมหัศจรรย์ เรื่องวุ่นๆจึงบังเกิดหลังจากนั้น และแกก็อยากจะทำสิ่งที่ค้างคาใจมานานแต่ไม่ได้ทำซึ่งก็คือการได้เป็นนักร้อง

ผมไม่ขอเล่าอะไรมากไม่อยากให้เป็นการสปอยส์หนัง (เปล่าหรอกจริงๆขี้เกียจพิมพ์ต่อด้วย แหะ แหะ) แต่อยากให้ลองไปดูกันเยอะๆ นานๆทีจะมีหนังไทยได้คุณภาพที่ดูแล้วได้อารมณ์ค่อนข้างครบรส ทั้งสนุก ซึ้ง ตลกพอประมาณ แถมยังได้แง่คิดในมุมมองผู้สูงอายุ (ซึ่งถ้าเรายังไม่แก่เราก็อาจไม่เคยได้คิดถึงเรื่องพวกนี้เลย) บทหนังทำได้ดีอาจจะเป็นเพราะใช้โครงเรื่องจากภาพยนต์เกาหลี Miss Granny ถึงแม้หนังอาจจะไม่ได้ไปสุดๆซักทาง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ภาพรวมของหนังดูด้อยแต่ประการใด ผมดูจบแล้วค่อนข้างประทับใจก็เลยมาเขียนวิจารณ์บอกต่อกันครับ และเมื่อเทียบกับหนังไทยอีกเรื่องที่ฉายพร้อมๆกันอย่าง "พรจากฟ้า" ก็ต้องถือว่าผมชอบพอๆกันในภาพรวม โดย "พรจากฟ้า" จะชนะ "20 ใหม่ฯ" ในเรื่องมุขตลกที่ฮากว่า แต่ "20 ใหม่ฯ" จะเหนือกว่า "พรจากฟ้า" ตรงที่หนังมีประเด็นสาระให้แง่คิดค่อนข้างลึกซึ้งกว่า แต่ทั้งสองเรื่องเพลงเพราะทั้งคู่ และเสียงร้องของใหม่ ดาวิกา ก็มีเสน่ห์ไม่น้อยเลย

ให้คะแนน 7.8



Create Date : 14 ธันวาคม 2559
Last Update : 15 ธันวาคม 2559 0:02:56 น.
Counter : 274 Pageviews.

0 comment
1  2  

Tell No Tale
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



tellnotale.bloggang.com