Group Blog
 
All blogs
 

โคลอสเซียม

โคลอสเซียม



มรดกโลก โคลอสเซียม (อังกฤษ: Colosseum หรือ Flavian Amphitheatre; อิตาลี: Colosseo - โคลอสโซ) เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสเปเซียนแห่งจักรวรรดิโรมัน และสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิไททัส ในคริสต์ศตวรรษที่ 1 หรือประมาณปี ค.ศ. 80 อัฒจันทร์เป็น รูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆในปัจจุบัน ในบางครั้งจะมีการเรียกชื่อ โคลิเซียม (Coliseum)

สิ่งก่อสร้างรูปทรงโค้งเป็นวงกลมซึ่งตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางของกรุงโรมแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูเหล่านักรบโรมันและเป็นอนุสรณ์ที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน สนามกีฬาแห่งนี้สูง 48 เมตร ยาว 188 เมตร และกว้าง 156 เมตร แนวคิดในการออกแบบโคลอสเซียมนี้ยังคงมีความสำคัญมาจนถึงทุกวันนี้ ดังจะเห็นได้จากการออกแบบสนามกีฬาแทบทุกแห่งในโลกนับตั้งแต่นั้นมาต้องปฏิบัติตามแม่แบบดั้งเดิมของโคลอสเซียมอย่างปฏิเสธไม่ได้ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้สิ่งที่ได้รับรู้จากภาพยนตร์และหนังสือบันทึกทางประวัติศาสตร์จะแสดงให้เห็นว่าสนามกีฬาแห่งนี้มีแต่การต่อสู้และการแข่งขันที่โหดร้ายต่างๆ นานา เพื่อความสุขของผู้ชมเท่านั้นก็ตาม

ใต้อัฒจรรย์โคลอสเซียม (Colosseum) และใต้ดินโคลอสเซียม (Colosseum) มีห้องสำหรับขังนักโทษที่รอการประหารชีวิต และสิงโต หลายร้อยห้อง ใช้เป็นสถานที่ให้นักโทษ ต่อสู้กับสิงโตที่อดอาหาร หากนักโทษผู้ใดเอาชนะ ฆ่าสิงโตได้ด้วยมือเปล่าได้ก็รอดชีวิตไป หรือ ไว้ใช้เป็นที่ประลองฝีมือในเชิงฟันดาบของบรรดาเหล่าทาสให้ต่อสู้กันเอง ยิ่งถ้าต่อสู้กัน จนถึงสามารถฆ่าคู่ต่อสู้ตาย ก็จะได้รับเกียรติอย่างสูงเพราะเป็นการต่อสู้ที่ชาวโรมันนิยมและยกย่องกัน มากทปีๆธิหนึ่งต้องสูญเสียชีวิตนักโทษและทาสไม่ต่ำกว่าร้อยคน

สนามกีฬาโคลอสเซียม (Colosseum) แห่งนี้ จึงเป็นสิ่งก่อสร้างที่แสดงถึงความรุ่งโรจน์ของอาณาจักรโรมันโบราณ แต่เมื่ออาณาจักรโรมันเสื่อมลง โคลอสเซียม (Colosseum) ก็ถูกข้าศึกทำลายหลายครั้งหลายหน ในปัจจุบันเหลือแต่ซากโครงสร้างอันใหญ่โตมโหฬารไว้ให้ชม

7 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 โคลอสเซียมได้รับเลือกให้เป็น1 ในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ จากการลงคะแนนทั่วโลกทั้งทางอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ




 

Create Date : 21 กันยายน 2553    
Last Update : 21 กันยายน 2553 10:05:32 น.
Counter : 376 Pageviews.  

มหาวิหารแรงส์

มหาวิหารแรงส์





มหาวิหารแรงส์ หรือ มหาวิหารนอเทรอดามแห่งแรงส์ (Cathédrale Notre-Dame de Reims) เป็นมหาวิหารของเมืองแรงส์ ประเทศฝรั่งเศส ที่เคยใช้ในพิธีสวมมงกุฎกษัตริย์ของประเทศฝรั่งเศส มหาวิหารที่เห็นในปัจจุบันสร้างบนมหาวิหารเดิมที่ถูกไหม้ไปเมื่อค.ศ. 1211 ที่พระเจ้าโคลวิสที่ 1ผู้ถือกันว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์แรกของฝรั่งเศสได้ทำพิธีรับศีลจุ่มจากนักบุญเรมี (St. Remi) บาทหลวงของเมืองแรงส์เมื่อค.ศ. 496

เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ที่มีความสวยงามสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระแม่มารี ลักษณะเด่นของวิหารแห่งนี้คือหอคอยคู่ที่อยู่ด้านหน้า และความงดงามของปลายแหลมยอดโบสถ์ และรูปปั้นด้านหน้าของพระแม่มารี ส่วนภายในมีลักษณะเป็นห้องโถงโล่งมีทางยาวไปยังแท่นพิธี อีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ท่านสะดุดตาก็คือ Rose Window กระจกสีทรงกลมที่มีกลีบเหมือนกลีบดอกกุหลาบสวยงามมาก มหาวิหารนอเทรอดามแห่งแรงส์ได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1991

การก่อสร้าง มหาวิหารสร้างเสร็จเมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 13 ยกเว้นด้านหน้าซึ่งมาเสร็จเอาอีกศตวรรษหนึ่งต่อมา แต่ยังเป็นสถาปัตยกรรมของ คริสต์ศตวรรษที่ 13 ทางเดินกลางขยายให้ยาวขึ้นเพื่อให้มีเนื้อที่เพียงพอกับผู้ที่เข้าร่วมพิธี สวมมงกุฎ หอสูง 81 เมตรย่อจากแบบเดิมที่ออกแบบให้สูง 120 เมตร หอด้านใต้มีระฆังสองใบ ใบหนึ่งคาร์ดินาลแห่งลอเรนตั้งชื่อให้ว่า “ชาร์ลอต” เมื่อปีค.ศ. 1570 ซึ่งหนักกว่า 10,000 กิโลกรัมหรือ 11 ตัน

เมื่อปี ค.ศ. 1875 รัฐสภาแห่งประเทศฝรั่งเศสอนุมัติเงินจำนวน 80,000 ปอนด์เพื่อปฏิสังขรณ์ด้านหน้ามหาวิหาร ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของมหาวิหาร และนับว่าเป็นงานฝีมือชิ้นเอกจากยุคกลาง เมื่อมหาวิหารโดนระเบิดระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่งก็ ได้ทำลายบริเวณสำคัญๆ ของมหาวิหารไปมาก การบูรณะปฏิสังขรณ์เริ่มอีกครั้งเมื่อปี ค.ศ. 1919 และมาเสร็จเมื่อในปี ค.ศ. 1938 แต่การซ่อมก็ยังทำต่อเนื่องกันมาโดยมิได้หยุดยั้งจนทุกวันนี้


ที่มา : http://th.wikipedia.org




 

Create Date : 20 กันยายน 2553    
Last Update : 20 กันยายน 2553 8:52:02 น.
Counter : 332 Pageviews.  

Lilypad Floating City @ Dubai สุดยอดนวัตกรรมเมืองลอยน้ำ.

Lilypad Floating City @ Dubai สุดยอดนวัตกรรมเมืองลอยน้ำ.



สมใจคนชอบ Experimental Design สำหรับนวัตกรรมการออกแบบเมืองลอยน้ำ " ลิลี่แพด" ( Lilypad City) บ้านใหม่แห่งอนาคตที่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริง ในการ ช่วยเหลือคนทั้งโลกที่ต้องการลี้ภัยน้ำท่วมอันเกิดจากวิกฤติโลกร้อน ที่กำลังคุกคามอย่างรุกคืบ จากความคิดอันเฉียบคมของ วินเซนต์ คาเลโบต์ สถาปนิกคนเก่งจากเบลเยียม การออกแบบเมืองนี้ คาเลโบต์ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรูปทรงของ ใบบัวขนาดใหญ่ อะมาโซเนีย วิคตอเรีย เรเจีย ลิลี่แพด ที่มีลักษณะเป็นใบกว้างลอย อยู่เหนือน้ำคอยรองรับน้ำฝนและฟอกน้ำให้สะอาด โดยคาเลโบต์ได้ออกแบบให้ เมืองนี้ เข้าออกด้วยท่าจอดเรือที่มีอยู่ 3 ทาง และมีภูเขา 3 ลูก เพื่อให้ผู้คนที่อยู่บน เมืองลอยน้ำแห่งนี้ได้เพลิดเพลินกับการเปลี่ยน วิวทิวทัศน์ ไม่ซ้ำซากจำเจ



สำหรับสภาวะแวดล้อมของเมืองนั้น วินเซนต์ได้ออกแบบให้ทั้งเมืองปกคลุมไปด้วยต้นไม้ ที่ปลูกอยู่ด้านบน โดยมีเป้าหมายของการสร้างอยู่ที่การสร้างความกลมกลืนในการอยู่ ร่วมกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ ลิลี่แพดจะเป็นเมืองที่เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดี มีลักษณะเป็นเมืองสะเทินน้ำสะเทินบกที่ไม่จำเป็นต้องมีรถหรือมีถนนใดๆ สามารถแก้ไขปัญหาระยะยาวของระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้น ทั้งยังช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับความเดือดร้อน จากสถานการณ์น้ำท่วม อย่างรุนแรงได้เป็นอย่างดี โดยจะลอยตัวอยู่ในทะเลบริเวณ ผิวดินเดิมที่ถูกน้ำท่วมมิด กล่าวคือเป็นเมืองที่ลอยอยู่ทั่วโลกเหมือนเรือยักษ์ หรือลอยไปตามกระแสน้ำไหลของมหาสมุทรทั่วโลก



ที่สำคัญคือพลังงานที่ใช้ในเมืองจะมาจากแหล่งพลังงานที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ รวมถึงการใช้พลังงานจากธรรมชาติอย่างพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานความร้อน พลังงานลม พลังงานน้ำ และพลังงานคลื่น โดยพลังงานที่ได้ทั้งหมดจะมากเกินความจำเป็นที่คนทั้งเมืองต้องการใช้ แถมยังไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมด ขณะที่ขยะก็จะถูกนำไปรีไซเคิล



แน่นอนว่าความคิดอันน่าชื่นชมของวินเซนต์สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ ด้านการออกแบบเมืองแห่งอนาคตมาครองได้เป็นผลสำเร็จ ทั้งยังเป็นแนวทางการแก้ปัญหาที่สอดรับกับการคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ ที่ว่าน้ำแข็งจะละลายเพราะโลกร้อน ทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นถึง 88 เซนติเมตร (เกือบ 3 ฟุต) ภายในปี 2643 และจะเกิดภัยคุกคามต่อพื้นที่ขนาดใหญ่บริเวณชายฝั่ง รวมทั้งเมืองใหญ่ๆ ของโลก เช่น กรุงลอนดอนในอังกฤษ นครนิวยอร์กในสหรัฐฯ และกรุงโตเกียวในญี่ปุ่น



โดยเฉพาะเมืองที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่เกิน 50 เซนติเมตร และเกาะน้อยใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิก เช่น เกาะตูวาลู เกาะคิริบาติ หรือเกาะมัลดีฟส์ ซึ่งหากน้ำทะเลสูงขึ้นเพียง 50 เซนติเมตร พื้นที่ของเกาะก็จะถูกคลื่นทะเลซัดกร่อน หรือจมอยู่ใต้น้ำ หรือแม้บางเกาะจะอยู่เหนือทะเลได้ แต่ประชากรในพื้นที่คงต้องเผชิญกับปัญหาน้ำดื่มขาดแคลนกันน่าดู เพราะน้ำทะเลรุกล้ำเข้ามายังแหล่งน้ำจืด อันเป็นคลื่นกระทบต่อชีวิตผู้คนหลายสิบล้านคน ที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ชายฝั่งในเอเชียใต้ เช่น ปากีสถาน อินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ พม่า รวมทั้งประเทศไทยด้วย



นับเป็นแนวคิดที่ล้ำสมัยที่เมืองไทยน่าจะมีผู้นำมาปรับใช้บ้าง เนื่องจากมีผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า อีกประมาณ 30 ปี น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง งานนี้เห็นทีผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองคงต้องพักรบ สงบใจ หันหน้าปรองดองกันเพื่อทุกชีวิตในประเทศไทยบ้างแล้ว



เครดิตจาก http://www.alepaint.com/webboard/index




 

Create Date : 15 กันยายน 2553    
Last Update : 15 กันยายน 2553 11:27:13 น.
Counter : 441 Pageviews.  

15 เรื่อง ที่ทำให้เพื่อนร่วมงาน รำคาญใจ

15 เรื่อง ที่ทำให้เพื่อนร่วมงาน รำคาญใจ

การทำงานกับเพื่อนร่วมงานมากมายในห้องทำงานที่เปิดโล่งย่อมมีสิ่งรบกวนมากมายถ้าไม่ได้เพื่อนร่วมงานที่ดี และหงุดหงิดอารมณ์เสียเมื่อเพื่อนร่วมงานเปิดเพลงเสียงดังรบกวนอยู่ข้างๆ บางคนก็พูดโทรศัพท์เสียงดังทั้งวัน ฯลฯ ช่างไม่รู้จักเกรงใจผู้ร่วมงานคนอื่นๆ บ้างเลย นี่คือปัญหาของห้องทำงานใหญ่โตที่รวมพนักงานหลากหลายไว้ด้วยกัน และคงต้องทนกันไปเมื่อต้องเจอเพื่อนร่วมงานจอมกวน หากคุณไม่อยากเป็นคนที่น่ารังเกียจในที่ทำงาน ก็ควรระวังไม่ทำนิสัยที่ก่อความรำคาญหรือก่อความเครียดให้เพื่อนร่วมงาน



1. คุยโทรศัพท์ส่วนตัวเสียงดัง คุยได้คุยดีจนนึกว่าออฟฟิศเป็นบ้าน วันๆ ไม่ห่างจากโทรศัพท์มือถือ นอกจากจะคุยเสียงดังแล้ว ยังทำให้เพื่อนร่วมงานต้องรอคอยงานจากเขาหรือเธอ หรือหาจังหวะเข้าไปซักถามเรื่องงานที่คั่งค้างไว้ไม่ได้ ส่งผลให้งานล่าช้าไปอีก

2. ปริ้นเอกสารส่วนตัวหรือข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตที่ไม่จำเป็นบ่อยมาก จนไปบล็อกงานเอกสารของคนอื่นๆ ที่จำเป็นเร่งด่วน

3. ไม่ยอมล้างถ้วยล้างชามสักใบ เพราะคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ เป็นหน้าที่ของแม่บ้านประจำออฟฟิศ บางครั้งจานชามกองเป็นพะเนินส่งกลิ่นเหม็นในวันรุ่งขึ้น เพราะไม่ได้เทอาหารที่เหลือค้างลงถังขยะเสียก่อน

4. ใช้น้ำหอมกลิ่นแรงฟุ้งไปทั่วออฟฟิศ อย่าลืมว่าเพื่อนร่วมงานบางคนแพ้น้ำหอมกลิ่นฉุนๆ ก็มีนะ ไม่จำเป็นต้องฉีดน้ำหอมเผื่อแผ่คนอื่น

5. ตัดเล็บและทำเล็บในที่ทำงาน อย่าลืมว่าอยู่ในที่ทำงานนะ ไม่ใช่อยู่ที่บ้าน

6. ขโมยปากกา เพราะคิดว่าของที่อยู่บนโต๊ะใครก็ตามในห้องออฟฟิศก็เป็นของใช้ของทุกคน อย่ามีพฤติกรรมเยี่ยงนี้เพราะเจ้าของก็ต้องการใช้เหมือนกัน

10. ป่วยไข้ เป็นไข้หวัดใหญ่ก็ยังแสดงความเป็นฮีโร่หอบสังขารมาทำงาน แล้วก็แพร่เชื้อไวรัสให้เพื่อนร่วมงานซะงั้นแหละ ทีหน้าทีหลังหากป่วยไข้ก็ควรพักผ่อนอยู่กับบ้านนะ ไม่ต้องแสดงความขยันผิดเวล่ำเวลา

11. ชอบพูดคุยระหว่างประชุม โดยหารู้ไม่ว่าคนอื่นเขาอยากฟังเรื่องในที่ประชุมเพื่อไม่ให้พลาดข้อมูล รู้จักกาลเทศะบ้าง ก็จะดีแก่ตัวคุณเอง

12. ไม่เคยตอบตรงคำถาม เวลาเพื่อนร่วมงานต้องการความจริง พูดอ้อมไปอ้อมมาจนหาความจริงไม่เจอ หรือกว่าจะตอบตรงคำถามก็ชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูด จนคนฟังรำคาญใจที่ตอบไม่ตรงประเด็นเสียที

13. จ้องแต่หน้าจอคอมฯ เพื่ออ่านอีเมล์เวลาเพื่อนร่วมงานมาปรึกษาหารือเกี่ยวกับงาน หัดมีมารยาทหันมามองหน้าเพื่อนร่วมงานเวลาคุยธุระเกี่ยวกับการงานด้วยนะ

14. เปิดเพลงเสียงดังรบกวนสมาธิผู้ร่วมงาน เมื่อโดนต่อว่าก็ย้อนว่าทำไมไม่เอาหูฟังมาปิดหูไว้ เออ เป็นงง ทำไมตัวเองไม่รู้จักเอาหูฟังมาเปิดเพลงฟังคนเดียวล่ะ คนอื่นต้องอุดหูตัวเอง เพื่อคุณงั้นหรือ เซ็งอ่ะ

15. ชอบผูกขาดการพูดคุย ไม่ค่อยชอบฟังคนอื่นพูด เจอเพื่อนร่วมงานแบบนี้ ก็ทำให้อยากหนีห่างๆ หรือต้องยกมือขอพูดบ้าง อย่าพูดคนเดียวสิ......

ที่มา : women.kapook.com




 

Create Date : 14 กันยายน 2553    
Last Update : 14 กันยายน 2553 8:56:52 น.
Counter : 347 Pageviews.  

SIAM PARK สวนน้ำที่สวยและใหญ่ที่สุดในโลก

SIAM PARK สวนน้ำที่สวยและใหญ่ที่สุดในโลก



ตั้งชื่อแบบนี้หลายคนต้องคิดว่านี้ต้องอยู่ในไทยแน่ๆ แต่ความจริงเเล้ว Siam Park ได้ก่อสร้างขึ้นใน เตเนรีฟ ประเทศสเปน !!

โอ้ววว ใครอยากยลความงานสวนน้ำ ที่ถูกทำขึ้นมาเป็นธีมของไทย ก็คงต้องออกแรงบินกันหน่อย
เจ้าปาร์คตัวนี้ ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2004 ด้วยเงินทุนถึง 52 ล้านยูโรเลยทีเดียว บนเนื้อที่ 18.5 เฮคเตอร์ ตามกำหนดการเดิมจะเปิดให้บริการในเดือน พฤษภาคม เมื่อปี 2007

โดย ภายในตัวปาร์คนี้ประกอบไปด้วยสวนน้ำขนาดใหญ่ เครื่องเล่นที่พร้อมให้บริการหลากหลายรูปแบบ รวมไปถึงภัตรคารอาหาร และแถมยังตกแต่งด้วยสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่

จำนวน 25 อย่างที่เราจะได้ภูมิใจในความเป็นไทย สวนน้ำแห่งนี้ดีไซน์โดย รศ.ฤทัย ใจจงรัก ค่ะ

สวน สนุกสยามพาร์คแห่งนี้ จะนำท่านสู่โลกแห่งการผจญภัย ที่ท่านไม่เคยพบที่ไหนมาก่อน ตั้งแต่ ชมการต้อนรับจากเจ้าสิงโตทะเลขี้เล่น เพลิดเพลินไปกับการท่องเที่ยวตลาดน้ำ โรงน้ำชา พร้อมสนุกกับเครื่องเล่นทางน้ำ 14 ชนิด ไปจนถึงอิ่มอร่อยกับร้านอาหารไทยและบีชบาร์ 5 แห่ง

ด้วยการออกแบบ และตกแต่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบไทยโบราณที่ดีเลิศ ผสมผสานกับแนวความคิดแห่งศตวรรษที่ 21 ซึ่งทุกๆ รายละเอียดได้รับการสรรค์สร้างอย่างวิจิตรบรรจง ด้วยสัมผัสอันวิเศษ และประสบการณ์ที่สยามปาร์คมอบให้กับทุกท่าน จะทำให้สวนน้ำแห่งนี้เป็นสถานที่พักผ่อนที่ทุกคนชื่นชอบ...

สยามพาร์คจะครองสถิติโลก 5 ประเภทด้วยกัน คือ:
1. สวนน้ำวนที่ยาวที่สุดในโลก
2. สวนน้ำวนที่สูงที่สุดในโลก - มีความแตกต่างของแต่ละระดับถึง 8 เมตร
3. คลื่นเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก
4. สวนน้ำที่มีเครื่องเล่นทางน้ำครบครันที่สุดในโลก
5. หมู่บ้านทรงไทยตั้งอยู่ภายนอกประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วย 25 อาคาร

โม โน แพลนเน็ต ผู้ให้บริการรับจองห้องพักในโรงแรม ที่พักแบบออนไลน์ ทั้งในยุโรปและเอเชียแปซิฟิก ขอเชิญชวนผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำ รวมถึงผู้ที่มีใจรักความมันส์ และ ความหวาดเสียวของเครื่องเล่น ที่จะทำให้ท่านตื่นเต้นจนแทบจะหยุดลมหายใจ ไปสัมผัสความสนุกแบบไทยๆ แต่ไกลบ้านด้วยตัวเองที่ สยามพาร์ค เตเนรีฟ สเปน ด้วยรายชื่อโรงแรมแนะนำในสเปน ที่มีให้ท่านได้เลือกตั้งแต่โรงแรมราคาถูก 3 ดาว ไปจนถึงโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว บนทำเลอันดีเยี่ยม

โดยสวนน้ำแห่งนี้มีแบ่งออกเป็น 10 โซน 15 เครื่องเล่น ทั้ง

*
Tower of Power - สไลเดอร์ยักษ์สูง 28 เมตร
*
Siam Beach - หายทรายขาวทั้งใหญ่และกว้างเหมือนมาทะเลเมืองไทยจริงๆ
*
The Dragon - กรวยน้ำยักษ์ให้เรานั่งยางไหลตามน้ำผ่านอุโมงค์ขนาดใหญ่
*
The Giant - ให้เรานั่งยางไหลตามน้ำผ่านอุโมงค์ลอดปากยักษ์ไทย
*
Jungle Snake - ให้เราล่องแก่งด้วยความเร็วสูง ในบรรยากาศป่าดงดิบ กับงูขนาดใหญ่
*
Lazy River - แม่น้ำจำลองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ให้เราได้ลอยไปตามสายน้ำเพือผ่อนคลายอริยาบท แล้วไปจบที่อ่างน้ำวนจากุชชี่
*
Lost City - โซนสำหรับเด็ก ที่จำลองเมืองอารยธรรมโบราณที่สาปสูญ ที่มีถังน้ำขนาดใหญ่สำหรับเทน้ำ ใส่พวกเด็กๆ
*
Makong Rapids - ให้บรรยากาศการนั่งแพยางขนาดใหญ่ ล่องไปตามสายน้ำเชียวกรากของแม่น้ำโขง ความสนุกสำหรับครอบครัว
*
Naga Racer - สไลด์เดอร์แบบหลายรางอย่างที่มีในเมืองไทย แต่มีให้เราเล่นในบรรยาศบันไดวัดไทย ที่มีพญานาคขนาบข้าง
*
Wave Palace - โซนทะเลที่มีคลื่นซัดกระหน่ำตลอดเวลา มีกระดานโต้คลื่นให้เล่นได้






















มันเก่าแล้วล่ะเพราะมีคนเอามาลงแล้ว แต่อยากให้เห็นอีก ในความเป็นไทย ที่เป็นสวนสนุกที่อยู่ต่างประเทศใหญ่มาก ไม่รู้ว่าเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาติ น่าสนใจดี

ที่มา : ขอบคุณผุ้ที่มีข้อมูลน่าสนใจมาให้เราได้รู้จักกัน Dekdee.com




 

Create Date : 07 กันยายน 2553    
Last Update : 7 กันยายน 2553 9:30:20 น.
Counter : 337 Pageviews.  

1  2  3  

teemgroup
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แนะนำตัว มิสมอนเจอร์ อย่างเป็นทางการ

สวัสดีค่ะ ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการก่อนนะคะ ดิชั้นชื่อ นางสาว มอนเจอร์ เดคอรัส ดิชั้นทำหน้าที่เป็น PR ให้กับ บริษัท ธีมสตูดิโอ หรือเรียกว่าเป็นคนเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร อัพเดทผลงานและคอยตอบกระทู้ในเว็บไซด์
เอาเป็นว่าตอนนี้ทุกคนรู้จัก มอนเจอร์ เดคอรัส เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ หากใครมีข่าวสารใหม่ๆ ต้องการให้อัพเดท หรือคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อ Miss Monger ได้ที่


http://www.teemgroup.com
http://teemgroup.blogspot.com/
http://teemgroup.multiply.com/

ขอบพระคุณทุกท่านค่ะ
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
มอนเจอร์ เดคอรัส
(Public Relation)
Teemgroup.com
Blogspot
Multiply
Bloggang
Twitter
Facebook
ยินดีต้อนรับ สู่ Bloggang Teem Group ค่ะ
Friends' blogs
[Add teemgroup's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.