Group Blog
 
All blogs
 

ห้อง (อาบ) น้ำโรงแรม “เซ็กซี่ที่สุด

ห้อง (อาบ) น้ำโรงแรม “เซ็กซี่ที่สุด



ยุคนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าจุดขายที่บรรดาโรงแรม/รีสอร์ทนำมาล่อใจลูกค้า นอกจากจะเป็นห้องพักที่ตกแต่งอย่างหรูหรา สวยงาม ทันสมัยไฮเทค เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รายล้อมด้วยธรรมชาติ ให้มุมมองที่สวยงาม บริการเป็นเลิศ หรือเสนอโปรโมชั่นเด็ดเกินห้ามใจแล้ว อีกปัจจัยสำคัญที่ีมีผลต่อการตัดสินใจจองห้องพักของนักท่องเที่ยวก็คือ “ห้องน้ำ” ที่สวยงามและสุดแสนเซ็กซี่นั่นเอง วันนี้ “paow007 ” จะพาไปชม 14 โรงแรมที่มีห้อง (อาบ) น้ำ “เซ็กซี่ที่สุดในโลก” ซึ่งแนะนำโดยนิตยสารทราเวล แอนด์ ลีเชอร์…มาดูกันว่าจะมีที่ไหนบ้าง

โรงแรมแอนดาซ ซานดิเอโก้ (Andaz San Diego) – ซานดิเอโก้, สหรัฐอเมริกา



ภายในห้องพักแบบสตาร์สวีท (ภาพบน) ของโรงแรมแห่งนี้ นอกจากจะมีเตียง 2 ชั้นขนาดใหญ่ให้เลือกนอนตามใจชอบแล้ว ยังมีพาร์ติชั่นกระจกกั้นระหว่างห้องน้ำและห้องนอน ซึ่งแขกผู้มาเยือน สามารถ “กดปุ่ม” เลือกได้ว่าจะอาบน้ำจากฝักบัวแบบเิปิดเผย (ผนังกระจกใส) หรืออาบน้ำแบบเป็นส่วนตัว (ผนังกระจกทึบแสง) ผลิตภัณฑ์อาบน้ำของที่นี่มีส่วนผสมของ ใบเสจ (sage) อัลมอนด์ และสเปียร์มินท์ ผลิตโดย “คอร์เรส” ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์ที่ผลิตสินค้าบำรุงผิิวจากสมุนไพรธรรมชาติรายเก่าแก่ที่สุดของกรีซ

____________________________________________________



โรงแรมซอสซัสฟลาย เดสเสิร์ท ลอดจ์ (Sossusvlei Desert Lodge) – นามิเบีย



บ้านพักสไตล์แคมปิ้งสุดหรูกลางทะเลทรายแห่งนี้ มีฝักบัวกลางแจ้งให้แขกผู้มาเยือนได้อาบน้ำท่ามกลางสายลม แสงแดด พลางชมเนินทรายและเนินหินที่ทอดตัวอยู่กลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ซึ่งถ้าหากโชคดีก็จะได้เห็นกวางคูดู และนกกระจอกเทศออกมาเดินเล่นเพ่นพ่านให้ได้ชมกัน แต่ถ้าใครกลัวเห็นไม่ชัดหรืออยากดูใกล้ๆ ทาง โรงแรมเขาก็จัดเตรียมกล้องส่องทางไกลแบบพกพาเอาไว้ให้ภายในห้องพักทุกห้อง ผลิตภัณฑ์อาบน้ำของที่นี่มีส่วนผสมของพืชสมุนไพร ที่ผลิตในประเทศแอฟริกาใต้ ภายใต้แบรนด์ “แอฟริกัน กลาส”



____________________________________________________



โรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์ เชียงใหม่



โฟร์ ซีซั่นส์ เชียงใหม่ เป็นโรงแรมแห่งที่ 2 ของประเทศไทย ที่ติดโผ 14 โรงแรมที่มีห้อง (อาบ) น้ำ “เซ็กซี่ที่สุดในโลก” และถ้าใครอยากใช้บริการห้องน้ำสุดเซ็กซี่ของโรงแรมแห่งนี้ ก็ต้องเข้าพักในห้องหรูแบบ “พูล วิลล่า” เพราะห้องดังกล่าวมีฝักบัวคู่ตั้งอยู่กลางแจ้ง (แต่มีรั้วรอบขอบชิด) ให้แขกผู้มาเยือนได้อาบน้ำท่ามกลางสวนสวยที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ ส่วนผลิตภัณฑ์อาบน้ำของที่นี่ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เพราะใช้ของแบรนด์ “ล็อคซิทาน” ที่ผลิตในโพรวองซ์ ประเทศฝรั่งเศส



____________________________________________________



โรงแรม เดอะ คอคเกอร์ (The Cocker) - บัวโนส ไอเรส, อาร์เจนตินา



เดอะ คอคเกอร์ เป็นบูติกเบด แอนด์ เบรคฟาสต์สุดชิค ที่ดัดแปลงมาจากทาวน์เฮ้าส์เก่าแก่สไตล์อาร์ตนูโว ในเมืองบัวโนส ไอเรส ภายในมี 4 ชั้น 4 ห้องสวีท และห้องพักที่มีห้อง (อาบ) น้ำ สุดเซ็กซี่ก็คือห้อง “ลา บลังก้า” ซึ่งเป็นการ์เดนท์สวีท ที่ตั้งอยู่บนชั้น 3 มีอาณาบริเวณเชื่อมต่อกับสวนลอยฟ้าส่วนตัวขนาดใหญ่ ถึงแม้จะตั้งอยู่ในตึกโบราณ แต่ภายในห้องดังกล่าวกลับตกแต่งในสไตล์ร่วมสมัย โดยมีห้องอาบน้ำผนังกระจกอยู่เหนือเตียงนอน จึงให้มุมมองที่น่าสนใจทั้งจากภายนอกและภายในห้องน้ำ (มองเห็นสวนผ่านประตูบานใหญ่ที่สูงเกือบจรดเพดานทางด้านล่าง) ด้วยความที่โรงแรมแห่งนี้เน้นความเรียบง่าย จึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ-สระผมยี่ห้อ “โดฟ”



____________________________________________________



รีสอร์ท โคโค่ ไอส์แลนด์ (Cocoa Island) สาธารณรัฐมัลดีฟส์



เป็นที่รู้กันว่ารีสอร์ทในมัลดีฟส์ขึ้นชื่อเรื่องดีไซน์การออกแบบที่เก๋ไก๋ ได้ใจนักท่องเที่ยว และถ้าใครอยากอาบน้ำแบบฝักบัวกลางแจ้งในบรรยากาศแสนโรแมนติกไม่ว่าจะก่อนหรือหลังลงเล่นน้ำทะเล ก็ต้องเช็คอินห้องพักแบบ “ลอฟต์ วิลล่า” ของรีสอร์ทหรูบนเกาะส่วนตัวที่มีชื่อว่า โคโค่ ไอส์แลนด์ (หรือโกโก้ ไอส์แลนด์) ซึ่งเป็นรีสอร์ทในเครือโคโม กรุ๊ป ทั้งนี้เพราะด้านหลังของห้องพักแบบ “ลอฟต์ วิลล่า” นอกจากจะมีห้องน้ำสุดหรูแล้ว ยังมีลานกลางแจ้งสำหรับอาบน้ำแบบฝักบัว พร้อมบันไดให้ลงเล่นน้ำทะเลโดยเฉพาะ (คนละส่วนกับบันไดหน้าบ้าน) สำหรับผลิตภัณฑ์อาบน้ำและสปาที่ทางรีสอร์ทเตรียมไว้ให้ ล้วนเป็นแบรนด์หรูที่ผลิตโดย “โคโม ซัมบาลา” ซึ่งเป็นบริษัทในเครือนั่นเอง



____________________________________________________



โรงแรม คาลิสโตก้า รานช์ (Calistoga Ranch) – นาปา วัลเลย์, แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา



คาลิสโตก้า รานช์ เป็นรีสอร์ทขนาดเล็ก แต่หรู (และแพง) ที่ตั้งอยู่บนทำเลส่วนตัวกลางหุบเขาลึก รายล้อมด้วยป่าไม้ ต้นโอ๊ค ภูเขา สายน้ำ และไร่องุ่นส่วนตัว ได้รับการออกแบบให้ตั้งอยู่แนบชิดและเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ไม่เว้นแม้กระทั่งพื้นที่อาบน้ำแบบฝักบัวที่ตั้งอยู่กลางแจ้ง ซึ่งแขกผู้มาเยือนจะได้อาบน้ำท่ามกลางแมกไม้ พร้อมเพลิดเพลินกับเสียงนกและธารน้ำไหลในขณะเดียวกัน



____________________________________________________



ที่มา : paow007.wordpress.com




 

Create Date : 23 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 23 กรกฎาคม 2553 9:32:27 น.
Counter : 704 Pageviews.  

การเลือกวัสดุตกแต่งบ้าน

การเลือกวัสดุตกแต่งบ้าน



สำหรับคนที่รักบ้าน ชอบการตกแต่ง ดูแล รักษาบ้าน เมื่อยามที่เห็นบ้านที่อยู่อาศัย มีสภาพไม่ชื่นตา ชื่นใจ ไม่ว่าจะจากการที่บ้านที่อยู่อาศัยมานาน เริ่มเสื่อมโทรมตามกาลเวลา หรือ เบื่อสี เบื่อวัสดุ หรืออยากปรับเปลี่ยนรูปโฉมบ้านให้ดูทันสมัยมากขึ้น มักจะอดทนไม่ได้ที่จะลุกขึ้นมา หาทางบูรณะปรับปรุงบ้านให้สวยงามขึ้น ซึ่งสมัยนี้เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยากเลย เพราะมีการคิดค้น ออกแบบ ผลิตวัสดุใหม่ ๆ ที่สวยงาม ทั้งวัสดุที่เลียนแบบธรรมชาติ หรือเพื่อลดปัญหาโลกร้อน ก็มีมากมายมาให้คนที่รักบ้าน เลือกสรรไปตกแต่งบ้าน ตามแต่รสนิยม ความต้องการและงบประมาณ ที่ต้องการเป็นสำคัญ

การเลือกวัสดุที่ใช้สำหรับการตกแต่ง ที่จะแนะนำนี้จะเน้นเฉพาะภายนอกบ้าน หรือภายนอกอาคารซึ่งจะมีให้เลือกตามคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ทั้งในด้านความทนทานต่อสภาพแวดล้อม ความชื้น การขูดขีด การดูแลรักษา และการออกแบบลักษณะพื้นผิวรูปแบบ หรือ ขนาดต่างๆ







ไม้



เป็นวัสดุพื้นฐานหลักของบ้านเรือนไทย ในสมัยก่อน สมัยนี้หลายท่านก็ยังคงนิยมไม้อยู่ เพราะผิวไม้ให้ความรู้สึกเย็นสบายและใกล้ชิดธรรมชาติกับผู้อยู่อาศัย แต่เนื่องจากไม้เป็นวัสดุธรรมชาติ ที่ใช้แล้วหมดไปหากไม่มีการปลูกใหม่มาทดแทน ทำให้ปัจจุบันไม้ที่มีคุณภาพดี ๆ จะหายากและมีระดับราคาที่สูง ไม้ที่เหมาะกับการใช้งานภายนอกอาคารควรเป็นไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้แดง ไม้มะค่า ไม้เต็ง โดยไม้ที่เลือกนำมาใช้ควรเป็นไม้ผ่านการคัดและตัดส่วนที่ไม่ดีทิ้ง เช่น ตาไม้ ปุ่มไม้ ทำการอบให้แห้งสนิท และควรเคลือบผิวด้วยน้ำยาเคลือบไม้ โพลียูรีเทนเพื่อป้องกันความชื้นแทรกซึมเข้าเนื้อไม้ ปัจจุบันมีวัสดุใหม่ ๆ ที่สวยงามเพื่อทดแทนไม้จริง ไม่ว่าจะเป็นไม้สนแปรรูปที่นำเข้าจากต่างประเทศ หรือไม้เทียม ยี่ห้อต่างๆ ผลิตออกมาให้เลือกมากมาย เช่น ไม้อัด OSB (Oriented Strand Board) ที่ทำจากเศษไม้สนมาอัดกาวให้เป็น 2 แผ่น นิยมนำมาปูพื้น กรุผนัง กรุฝ้า หรือใช้ในงานโครงสร้างเพราะกันน้ำได้ แผ่นไม้อัด OSB มีขนาดมาตรฐาน 120 x 240 เซนติเมตร มีความหนาตั้งแต่ 10-20 มม. แผ่นไม้มีพื้นผิวหยาบและลวดลายที่เด่นชัด จึงเหมาะจะใช้เมื่อต้องการให้ดูกลมกลืนกับธรรมชาติ


_______________________________________________________



คอนกรีตเปลือย



หมาะกับการใช้งานที่ทำเป็นผิวผนังหรือพื้น คอนกรีตเปลือยจะมีสีปูนเทาๆ สีไม่เรียบเสมอกันทั้งผืน ให้ความรู้สึกอารมณ์ที่ดูดิบๆ แนวอาร์ต ที่ดูดีมีรสนิยมไปอีกแบบ คอนกรีตเปลือยสามารถสร้างสีสันได้ด้วยการผสมกับดินสี หรือสีฝุ่น ตามที่ต้องการ และเลือกทำได้ทั้งผิวขัดมัน หรือขัดหยาบ และยังสร้างลวดลายได้ตามต้องการ เช่น นำเปลือกหอย ใบไม้ มากดทับขณะผิวปูนยังเปียก ก็จะได้งานศิลปะบนพื้นผิว ทำง่ายๆ และราคาไม่แพง


_______________________________________________________



หินสังเคราะห์ (Solid Surface)



หรือ หินเทียม ผลิตจากวัสดุสังเคราะห์ บางชนิดอาจมีส่วนผสมของหินด้วย หินสังเคราะห์มีความแข็งแกร่ง ทนทานต่อการขีดข่วน ไม่ซึมน้ำเพราะพื้นผิวไม่มีรูพรุน ไม่เป็นเชื้อราและทำความสะอาดง่าย เหมาะจะนำมาทำเป็นท็อปเคาน์เตอร์ในครัวหรือในห้องน้ำ มีสีสันให้เลือกมากมาย และมีลวดลายเลียนแบบธรรมชาติ เหมาะกับบ้านที่ต้องการตกแต่งให้ดูทันสมัย


_______________________________________________________



กระเบื้องแกรนิต (Granite Tile)



สามารถรับน้ำหนักและทนต่อแรงเสียดทานได้ดี เพราะผิวหน้าของแผ่นกระเบื้องมีส่วนผสมของหินธรรมชาติหรือหินแกรนิต โดยนำมาเผาที่อุณหภูมิสูงประมาณ 1,300 องศาเซลเซียส ทำให้เนื้อกระเบื้องมีความแข็งแกร่ง และมีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำ จึงเหมาะกับการปูพื้นและผนัง โดยใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร กระเบื้องแกรนิตมีหลากหลายรูปทรงให้เลือกใช้งาน อาทิ รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือรูปร่างอิสระ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบพื้นสัมผัสของหินธรรมชาติ การติดตั้งจะคล้ายๆ กับการปูกระเบื้องเซรามิค เพียงแต่ช่างต้องมีความประณีต หรือใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ มากกว่า อาทิ การเรียงลวดลาย การยาแนวร่องระหว่างแผ่น เป็นต้น


_______________________________________________________



สีเท็กซ์เจอร์ (Texture Paint)



เป็นวัสดุชนิดเหลวข้น ซึ่งประกอบด้วยเม็ดหินธรรมชาติ ลาเท็กซ์ อะครีลิคเรซิน และน้ำยาเคมีต่างๆ ที่ช่วยป้องกันรักษาความชื้น เชื้อราและตะไคร่น้ำ ทนต่อสภาพภูมิอากาศ และมีคุณสมบัติเป็นฉนวนที่ดี ช่วยรักษาอุณหภูมิภายในให้คงที่ และลดเลียงสะท้อน สีเท็กซ์เจอร์สามารถใช้ตกแต่งได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ติดตั้งโดยกรรมวิธีการพ่น ฉาบ หรือใช้ลูกกลิ้ง สามารถทำเป็นผืนแผ่นเดียวกันได้โดยไม่มีรอยต่อ โดยยึดเกาะได้กับพื้นผิวแทบทุกชนิด เช่น ผนังปูน ยิปซัม ไม้อัด กระจก หรือโลหะต่างๆ


_______________________________________________________



สแตนเลสตีล (Stainless Steel)



สแตนเลส มีความแข็งแรง ทนต่อการใช้งานหนักได้ดี เป็นวัสดุที่ไม่ซึมน้ำ จึงเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีความเปียกชื้นสูง ทำความสะอาดง่าย เนื่องจากผิวของวัสดุไม่สะสมคราบสกปรก ทนต่อกรด ด่าง สารเคมี และความร้อนได้ดี มีให้เลือกใช้ทั้งแบบที่มีผิวมันเงาแบบผิวขัดด้าน และแบบปั๊มลาย สำหรับสแตนเลสผิวมันวาวจะเกิดรอยขูดขีดและคราบน้ำมันได้ง่ายกว่า ดังนั้น ในการทำความสะอาดจึงไม่ควรใช้แผ่นใยขัดถูแรงๆ เพราะจะทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย


_______________________________________________________



หากเรามีไอเดียตกแต่งบ้านด้วยตนเอง เพื่อทำให้บ้านหลังเดิมที่คุ้นเคย สวยงามขึ้นและโดดเด่นกว่าบ้านหลังอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง ด้วยการเลือกใช้วัสดุตกแต่งข้างต้น และหากงานตกแต่งที่คุณสร้างสรรค์มีความต่อเนื่องกันตั้งแต่ รั้วนอกบ้าน ตัวอาคารภายนอก จนถึงภายในบ้าน เช่น ชอบ ”แนวธรรมชาติ” ก็เลือกใช้วัสดุตกแต่งที่มีพื้นผิวสัมผัสแบบ“ธรรมชาติ” และสร้างความต่อเนื่องกันด้วย เส้นสาย ลวดลายอิสระหรือธรรมชาติ เลือกปูพื้นระเบียงภายนอกด้วยพื้นไม้ และต่อเนื่องมายังภายใน ให้เสมือนเป็นผืนเดียวกันจากภายนอกสู่ภาย

ที่มา : Magazine ps




 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2553 9:55:49 น.
Counter : 1115 Pageviews.  

....ไม้มงคลที่ควรปลูกในบ้าน....(ต่อ)

....ไม้มงคลที่ควรปลูกในบ้าน....(ต่อ)



6. กระดังงา



กระดิ่งหรือระฆังนั้นเป็นสิ่งที่ชาวไทยทุกคนรู้สึกคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะมักจะได้พบเห็นเสมอ ตามอาคารบ้านเรือน และวัดวาอารามต่างๆ กระดังงา คือ การทำให้ เกิดเสียงดังไปไกล เมื่อกระดังนั้นมีความคล้องจองกับ "กระดังงา" ชาวไทยโบราณ จึงเชื่อสืบต่อกันว่า ชื่อกระดังงานั้น มีความหมายที่ดี และยังถือได้ว่า เป็นต้นไม้ที่มีชื่อ เป็นสิริมงคลอีกชนิดหนึ่ง คนโบราณเชื่อกันว่าการปลูกต้นกระดังงา เอาไว้ภายในบริเวณบ้านนั้น จะช่วยให้สมาชิกในบ้าน รวมทั้ง วงศ์ตระกูลมีชื่อเสียงโด่งดัง ก้องกังวานไปแสนไกล และมีลาภยศสรรเสริญผู้คนทั่วไปต่างก็รู้จัก และ นับหน้าถือตา ยังมีความเชื่ออีกว่าเสียงที่ดังนั้นมีความไพเราะ เพราะพริ้งมาก และดังก้องไปจนถึงสวรรค์ชั้นฟ้า ให้เทพบุตรเทพธิดาได้ยินเลยทีเดียวนอกจากนั้น กระดังงายังเสริมมงคลในทางเสน่ห์ คือ จะเสริมให้คุณ มีเสนห์เป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไปและมีชีวิตที่งดงามหอมนวลตลอดไป กระดังงานั้นเหมาะที่จะนำมาปลูกทางทิศตะวันออกของตัวบ้านเพราะจะช่วยเพิ่มสิริมงคล ให้แก่ บ้านเรือน ชื่อเสียง จะขจรขจาย ไปทั่วทุกทิศทางราวกับแสงอาทิตย์ที่สาดส่องไปทั่วพื้นดิน

_______________________________________________________




7. กล้วยไม้



ดอกไม้ที่มีรูปทรงของกลีบสวยงาม และมีมากมายหลายพันธ์อย่างเช่น กล้วยไม้ ก็จัดเป็นไม้มงคล ที่จะช่วยเสริม ในเรื่องของความมีคุณธรรม อันล้ำลึกได้อย่างมหัศจรรย์คนโบราณเชื่อกันว่าถ้าบ้านใดปลูกกล้วยไม้คนในบ้านก็จะมีจิตใจสงบอ่อนโยน มีความสุขุมลุ่มลึก ที่ใจร้อนวู่วามก็จะเยือกเย็นลงได้ และมีความละเอียดลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นและยังจะเสริมให้ดวงชะตาดีคนในบ้านจะเป็นที่ยกย่องยอมรับแก่คนทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “คัทลียา” จะเป็นกล้วยไม้ที่เสริมด้านเกียรติยศ และความสูงส่งได้เป็นอย่างดีนอกจาก คัทลียา แล้ว ยังมีกล้วยไม้พันธุ์ที่ช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลได้เช่นกัน คือ รองเท้านารี ฟ้ามุ่ย หวาย เอื้องกุหลาบ ช้างกระ พญาฉัททันต์ เข็มแดง แดงอุบล และพันธุ์เสือโคร่ง

_______________________________________________________



8. บานไม่รู้โรย



บานไม่รู้โรยเป็นไม้มงคลนาม ตามชื่อก็ให้มงคลอยู่แล้ว จะช่วยเสริมดวงในเรื่องความรัก ความผูกพันของคู่สามีภรรยา ปลูกบานไม่รู้โรยไว้ในบ้านหรือตามแนวรั้วจะให้มงคลในด้านความมั่นคงยั่งยืนในรัก ปราศจากความโรยราผันแปรตลอดไป ตัดเอาดอกมาร้อยเป็นมาลัยบูชาพระได้อย่างสวยงาม.......

_______________________________________________________




9. มะยม



คนไทยเรานิยมปลูกต้นมะยมไว้หน้าบ้าน เสริมมงคลในทางให้มีผู้คนนิยมชมชอบ เป็นที่ยกย่องยอมรับของคนทั่วไป ไม่มีผู้ใดมาคิดชิงชังเป็นศัตรู ปัจจุบันนี้พบเห็นน้อยกว่าแต่ก่อนแต่ถ้ามีโอกาสก็ควรเสาะหามาปลูกเพื่อเป็นสิริมงคลแก่โชคชะตา ....

_______________________________________________________




 

Create Date : 13 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 13 กรกฎาคม 2553 8:57:38 น.
Counter : 521 Pageviews.  

....ไม้มงคลที่ควรปลูกในบ้าน....

....ไม้มงคลที่ควรปลูกในบ้าน....



1.ดอกดาวเรือง



ปลูกดอกดาวเรืองไว้ภายในบ้านหรือริมรั้ว เป็นมงคลเสริมชะตาชีวิตให้รุ่งเรืองเจริญก้าวหน้า สีดั่งทองมเหลืองเรืองรอง ก็เป็นมงคลหนุน ให้มีเงินทองเต็มบ้านสามารถตัดดอกมาบูชาพระได้อีกด้วย......

2.กุหลาบ



กุหลาบเป็นต้นไม้ที่ผู้คนทั่วไปต่างรู้จักดี เพราะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากความงดงามของดอกกุหลาบนั้น ดึงดูดใจและยังมีกลิ่นหอมจับใจอีกด้วย กุหลาบเป็นต้นไม้ที่มีดอกหลายสีทั้งสีแดง สีขาว สีเหลือง สีชมพู สีแสด และสีม่วง ดอกกุหลาบได้รับการขนานนามให้เป็น “ราชินีแห่งดอกไม้” เพราะมีรูปลักษณ์ และสีสันที่สวยงามจับตาของผู้พบเห็นคนโบราณเชื่อว่าหากครอบครัวใดปลูกกุหลาบเอาไว้ภายในบริเวณบ้าน ก็จะช่วยเพิ่มความสง่างาม ละโรแมนติกให้แก่บรรยากาศบ้านได้เป็นอย่างดี เพราะดอกกุหลาบที่ชูช่อบานนั้น จะสวยงามโดดเด่น จนใคร ๆ ก็ต่างชื่นชม ยังเชื่อกันอีกว่าหากปลูกต้นกุหลาบ สมาชิกทุกคนภายในบ้าน ก็จะมีโชคลาภ มีชีวิตที่ดี มีความฉลาดปราดเปรื่องมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

3.กวนอิมเงิน - กวนอิมทอง



กวนอิมเงินและกวนอิมทอง เป็นไม้ยืนต้นที่มีชื่อ ใกล้เคียงกับเทพเจ้าที่ชาวจีน และชาวไทยให้ความเคารพบูชา กันแพร่หลายทั่วไป เชื่อกันว่าต้นกวนอิมเงิน กวนอิมทองนั้น เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เพราะคนโบราณมักจะใช้ต้นไม้ทั้งสองชนิดนี้ มาประกอบในพิธีบูชาเทพเจ้า หรือนำมาประกอบพิธีมงคลทางศาสนาอยู่เสมอ คนโบราณกล่าวว่า ครอบครัวใดที่ปลูกต้นกวนอิมเงิน - กวนอิมทอง เอาไว้ภายในบริเวณบ้าน ก็จะช่วยดลบันดาลให้ครอบครัวนั้น มีโชคลาภเพิ่มพูนทรัพย์สินเงินทอง มีฐานะร่ำรวยยิ่งขึ้นกว่าเดิม หากทำมาค้าขายก็จะกำไรมั่งคั่งแน่นอน ต้นกวนอิมเงิน - กวนอิมทองนั้นถือว่าเป็นต้นไม้ที่ช่วยเรียกทรัพย์สินเงินทองเข้ามาภายในบ้าน ดังนั้น ผู้ปลูกและ สมาชิกในครอบครัวจึงมีทรัพย์สมบัติใช้จ่ายกันอย่างไม่ขาดมือเลยทีเดียว



4.โกสน



โกสนเป็นไม้ยืนต้นที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากสีสันสวยสดของใบ และคุณสมบัติที่ช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับบ้านอีกด้วยพันธุ์ของต้นโกสนที่เชื่อกันว่านิยมปลูกเป็นไม้มงคลนั้นก็มีรัตนโกสินทร์ เศรษฐีสุพรรณ เหรียญทอง ไกรทอง ทับทิมทอง หมื่นหาญ มหาราช ทองอุไรและผู้ชนะสิบทิศ โกสนเป็นต้นไม้เก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ที่นิยมปลูกกันในพระราชวัง และวัด เพื่อให้เกิด ความร่มเย็นเป็นสุข คำว่าโกสนนั้น มีความใกล้เคียงกับคำว่า กุศล ซึ่งหมายถึง การสร้างบุญการสร้างแต่สิ่งที่ดีงามเป็นบุญเป็นกุศล ดังนั้น ชาวไทยโบราณจึงเชื่อว่า การปลูกต้นโกสนไว้ประจำบ้าน ก็จะช่วยเพิ่มบุญบารมีให้แก่ครอบครัว สมาชิกทุกคนจะเป็นคนดีซื่อสัตย์สุจริต ทั้งครอบครัวก็จะมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข โดยปราศจากความขัดแย้งใดๆ

5. ดอกแก้ว



ต้นแก้วนั้นก็เป็นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่ง ที่นิยมปลูกกันมาก เพราะดอกแก้วนั้นมักจะส่งกลิ่นหอมเย็น อย่างน่าชื่นใจอันเป็นเสน่ห์ของต้นไม้ชนิดนี้ แก้ว หมายถึง สิ่งที่ดีมีค่าสูงเป็นที่ยกย่องยอมรับของคนทั่วไป ดังที่เรามักจะได้ยินคนโบราณเปรียบ ของที่มีคุณค่าสูงว่าเป็น “ดั่งดวงแก้ว”แก้ว อาจจะหมายความถึง ความใสสะอาดและความสดใสดังนั้น คนโบราณจึงเชื่อกันว่า ครอบครัวที่ปลูกต้นแก้วไว้ภายในบริเวณบ้าน สมาชิกทุกคนก็จะมีจิตใจบริสุทธิ์สะอาด เบิกบานแจ่มใสราวกับความใสของแก้วเลยทีเดียว และยังเชื่ออีกว่า การปลูกต้นแก้วนั้นจะช่วยเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้กับบ้าน เพราะคนในบ้านก็จะได้รับแต่สิ่งที่ดีงาม ประพฤติดีและได้รับการยกย่องจากคนทั่วไป เรายังมักจะนำดอกแก้ว ซึ่งมีกลิ่นหอมเย็นนั้นไปบูชาพระ และนำไปประกอบพิธีทางศาสนา จึงถือว่าเป็นดอกไม้ที่บริสุทธิ์ เหมาะสำหรับนำไปบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพิ่มความงดงามของจิตใจได้อีกด้วย




 

Create Date : 12 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 12 กรกฎาคม 2553 10:58:31 น.
Counter : 942 Pageviews.  

KARAOKE CAFE เต็มรูปแบบร้านช็อกโกแลตแนวดีไซน์

KARAOKE CAFE เต็มรูปแบบร้านช็อกโกแลตแนวดีไซน์



KAKAO CAFEร้านช็อกโกแลตคาเฟ่แนวใหม่ ที่เน้นรูปแบบของงานดีไซน์อย่างที่เจ้าของสาวอาร์ติสไฮไซ “ เก๋ จตุรดา ธนะโสภณ” ต้องการนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของช็อกโกแลต หรือ การจัดร้าน ทุกอย่างเต็มไปด้วยงานดีไซน์ที่ออกแบบมาเพื่อให้ได้ช็อกโกแลตชิ้นพิเศษเพื่อ คนรักในเทศกาลสำคัญ น้องเก๋ เล่าว่า เธอได้ ใช้เงินจำนวนมากหลักหลายล้านบาท กับการเปิดตัวร้านช็อกโกแลตคาเฟ่แห่งนี้ เน้นรูปแบบที่ทันสมัย เพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่ชอบอะไรที่ทันสมัย และโดดเด่นไม่ซ้ำใคร โดยมีเมนูเกี่ยวกับช็อกโกแลตให้เลือก30-40 เมนู โดยเชฟผู้เชี่ยวชาญด้านช็อกโกแลตจากประเทศสิงคโปร์ และวัตถุดิบคือ ตัวช็อกโกแลตจะนำเข้ามาจากประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นแหล่งผลิตช็อกโกแลตที่มีชื่อเสียง จุดเด่นของทางร้าน ต้องการที่จะผลิตช็อกโกแลตคุณภาพดี และดึงรสชาติที่แท้จริงของช็อกโกแลตออกมาเพื่อคนไทยที่ชื่นชอบการทาน ช็อกโกแลตได้มีทางเลือกมากขึ้น



KAKAO CAFE’ เปิดให้การให้บริการแห่งแรกอยู่บนถนนสุขุมวิท24 บนพื้นที่ 350 ตารางเมตร รองรับลูกค้านั่งทานในร้านได้ 70-80 ที่นั่ง โดยให้บริการใน 2 ลักษณะ คือ นั่งทานที่ร้าน และซื้อกลับบ้าน ซึ่งช็อกโกแลต ทุกชิ้นภายในร้านคำนึงถึงดีไซน์และรูปทรงช็อกโกแลต รวมถึงการใส่ใจเรื่องของการออกแบบเพคเกจจิ้ง ที่สวยงามโดดเด่นไม่ซ้ำใครและเข้ากับเทศกาลต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อได้ตามต้องการในโอกาสพิเศษต่างๆ และเราต้องการที่จะสร้างวัฒนธรรมการส่งความปรารถนาดี ด้วยช็อกโกแลตให้แก่คนรักอีกด้วย ทั้งนี้ ถือได้ว่าเป็น ร้านช็อกโกแลตแห่งแรกเมืองไทยที่เปิดให้บริการเต็มรูปแบบ เพราะเรามีส่วนการผลิตที่สามารถรองรับการผลิตป้อนให้กับร้านอื่นที่สนใจ การให้บริการนั่งทานภายในร้าน ซื้อกลับบ้าน และการออกแบบช็อกโกแลตเพื่อรองรับเทศกาลสำคัญๆ ต่างๆ รวมถึงการดีไซน์เพื่อรองรับการจัดงานอีเวนท์ต่างๆ โดยต่างจากร้านช็อกโกแลตทั่วไป เพราะเราสนใจในอารมณ์ของช็อกโกแลต มากกว่าแค่เป็นของหวาน เพราะแท้ที่จริงแล้ว ช็อกโกแลตเปรียบได้กับงานศิลปะแขนงหนึ่ง ที่มีอารยธรรมและวัฒนธรรม และมีความหมายที่ดีบวกกับงานดีไซน์ที่ใส่ลงไปช่วยสร้างความประทับทั้งผู้ให้ และผู้รับ เป็นการสร้างวัฒธรรมใหม่ในการให้ของขวัญของคนไทยด้วยเมนูของช็อกโกแลต



สำหรับกลุ่มลูกค้า ค่อนข้างหลากหลาย เพราะผู้ที่ชื่นชอบการทานช็อกโกแลตในเมืองไทยนั้นมีอยู่ค่อนข้างมาก มีตั้งแต่เด็ก ไปจนถึงผู้สูงอายุหลาย คนชื่นชอบการทานช็อกโกแลต และคนไทยก็รู้จักช็อกโกแลตมานานแล้ว แต่การหาช็อกโกแลตรสชาติแท้นั้นค่อนข้างหายาก เพราะส่วนใหญ่ช็อกโกแลตแท้จะอยู่ในโรงแรมเท่านั้น แต่การเป็นร้านช็อกโกแลตโดยเฉพาะและมีรูปแบบที่ตอบสนองลูกค้าในช่วงเทศกาล ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ทำให้เรามั่นใจว่าน่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าคนไทยเป็นอย่างดี และคาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายในเวลา 2 ปี พร้อมกับการขยายสาขาที่ 2 ได้ในเร็วๆนี้



ส่วนแผนที่วางไว้ในอนาคตถ้าเป็นไปได้คงจะได้ไปเปิดร้านในต่างประเทศ ซึ่งการเปิดร้านช็อกโกแลตในต่างประเทศ การแข่งขันค่อนข้างสูง แต่ลูกค้าก็มีอยู่มากด้วยเช่นกัน เพราะส่วนใหญ่ชื่นชอบการรับประทานช็อกโกแลตกันอยู่แล้ว หรือการมอบช็อกโกแลตเป็นของขวัญ ทำกันอยู่แล้ว แต่ร้านเราจะมีจุดเด่นตรงที่มีงานดีไซน์และฝีมือที่โดดเด่นที่น่าจะแข่งกับ ร้านในต่างประเทศได้ และก่อนหน้าที่จะเปิดร้านแห่งนี้ ได้ศึกษาเรื่องราวของช็อกโกแลตมาจากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส สเปน อินเดีย ฯลฯ และนำมาปรับเพื่อให้เหมาะสมกับลูกค้าคนไทยและเพื่อให้เป็นสูตรเฉพาะของเรา โดยตรง หรือ ถ้าเปิดในต่างประเทศ มีความรู้จากการศึกษาเรื่องราวของช็อกโกแลตมาแล้วจากหลายประเทศ



ที่มาของร้าน KAKAO CAFE มาจากตนเองและเพื่อนชื่นชอบการทานช็อกโกแลตกันมาก และมักจะหาช็อกโกแลตจากที่ต่างๆ มาทานกันเสมอ ประกอบกับเรียนทางด้านศิลปะและช็อกโกแลตก็เป็นงานศิลปะที่แขนงหนึ่ง ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์งานศิลปะที่ชอบได้ ดังนั้น การเปิดร้านช็อกโกแลตทำให้เราได้ทำในสิ่งที่เราชอบทั้ง 2 สิ่งพร้อมกัน และการที่เรามีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศบ่อยทำให้ได้รู้จักช็อกโกแลตในรูป แบบต่างๆ และได้ศึกษาเรื่องราวของช็อกโกแลต ก่อนตัดสินใจเปิดร้านช็อกโกแลตแห่งนี้ โทร.0-2661-1766-7




 

Create Date : 09 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 9 กรกฎาคม 2553 9:06:30 น.
Counter : 476 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

teemgroup
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แนะนำตัว มิสมอนเจอร์ อย่างเป็นทางการ

สวัสดีค่ะ ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการก่อนนะคะ ดิชั้นชื่อ นางสาว มอนเจอร์ เดคอรัส ดิชั้นทำหน้าที่เป็น PR ให้กับ บริษัท ธีมสตูดิโอ หรือเรียกว่าเป็นคนเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร อัพเดทผลงานและคอยตอบกระทู้ในเว็บไซด์
เอาเป็นว่าตอนนี้ทุกคนรู้จัก มอนเจอร์ เดคอรัส เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ หากใครมีข่าวสารใหม่ๆ ต้องการให้อัพเดท หรือคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อ Miss Monger ได้ที่


http://www.teemgroup.com
http://teemgroup.blogspot.com/
http://teemgroup.multiply.com/

ขอบพระคุณทุกท่านค่ะ
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
มอนเจอร์ เดคอรัส
(Public Relation)
Teemgroup.com
Blogspot
Multiply
Bloggang
Twitter
Facebook
ยินดีต้อนรับ สู่ Bloggang Teem Group ค่ะ
Friends' blogs
[Add teemgroup's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.