Group Blog
 
All blogs
 

ระบบเลือกตั้งแนวใหม่ เพื่อสังคมไทยที่ดีขึ้น

ระบบเลือกตั้งแนวใหม่ เพื่อสังคมไทยที่ดีขึ้น


ระบบเลือกตั้งแนวใหม่ เพื่อสังคมไทยที่ดีขึ้น


   
ปกติผมไม่ค่อยจะมีความคิดทางด้านการเมืองนัก
และก็เป็นคนที่เขียนไม่ค่อยเก่ง แต่ตอนนี้มีไอเดียเล็ก ๆ น้อย ๆ
มานำเสนอประชาชนผู้รักชาติทั้งหลาย
เกี่ยวกับการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยในบ้านเรา 
ซึ่งผมคิดว่าอาจจะช่วยทำให้ระบอบประชาธิปไตยที่สมควรจะเป็นเกิดขึ้นได้
และพัฒนาประเทศชาติเราให้ก้าวหน้า ไม่แพ้ชาติใด ๆ ในโลกได้ในอนาคต
   
ท่านทั้งหลายคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าตลอดระยะเวลาที่ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตยมากว่า
75 ปี นั้น ไม่ได้ทำให้ประเทศชาติดีขึ้นเท่าที่ควร และดูล้าหลังกว่าหลาย ๆ
ประเทศที่เดิมนั้นเคยแย่กว่าเรามาก่อนเสียด้วย
    สาเหตุหลัก ๆ
ที่เราเห็นกันคือ นักการเมืองที่ด้อยคุณภาพ
เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องได้เข้ามาบริหารประเทศ
และออกกฎหมายที่เอื้อประโยชน์เฉพาะตนเฉพาะกลุ่ม
นักการเมืองเหล่านี้มาได้อย่างไร ก็คงทราบกันดีว่ามาจากซื้อเสียงบ้าง
การใช้อำนาจอิทธิพลในท้องถิ่นบ้าง การขาดความรู้ความเข้าใจ
ตลอดจนความไม่สนใจของประชาชนในระบบการปกครองบ้าง (และอื่น ๆ )
จนบัดนี้หลาย ๆ คนยังคิดอยู่เลยว่า



"เลือกตั้งเหรอไม่ไปเลือกอะ จะเลือกไปทำไม"
"เลือกไปก็เหมือนเดิมแหละ ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก"
"ใครให้เงินฉัน ฉันก็เลือก"
"ฉันต้องเลือกมันไม่งั้นมันจะ.......กับฉันหรือครอบครัวฉัน ฉันไม่อยากเดือนร้อน"
"มันเคยช่วย......แก่ฉัน ยังไง ๆ ฉันก็จะเลือกมัน"



"ไม่มีเวลาไปหรอก ทำมาหากินดีกว่า" 




และอีกหลาย
ๆ ความคิดที่เป็นอันตรายต่อการเลือกตั้ง ความคิด อันไม่สมควร
และเป็นอันตรายต่อระบอบการปกครองเป็นเช่นนี้มานาน และยังจะเป็นอยู่ต่อไป
หากเรายังดำเนินระบบการปกครองด้วยการเลือกตั้งในแบบเดิม ๆ
เมื่อนักการเมืองพวกที่อาศัยอำนาจเงินซื้อเสียง
หรืออำนาจอิทธิพลในท้องถิ่นพอได้เข้ามาแล้วก็อ้างเสมอว่ามาจากการเลือกตั้งของประชาชน
ทั้ง ๆ
ที่ประชาชนพวกหนึ่งเป็นพวกที่ยังไม่มีความพร้อมหรือมีอิสระเพียงพอที่จะเลือกตั้งให้เกิดความยุติธรรมตามที่ควรจะเป็นได้
มีผู้เสนอแนวทางการเข้ามาของ
สส. ว่าให้มาจากการจัดสรร-เลือกสรรเท่านี้เปอร์เซนต์
มาจากเลือกตั้งเท่านี้เปอร์เซนต์ (คล้าย ๆ ส.ว. ในรัฐธรรมนูญใหม่)
ซึ่งก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่พยายามแก้ไขปัญหาในจุดนี้
แต่ผมไม่ค่อยเห็นด้วยนัก ถ้าการจัดสรร-เลือกสรรไม่เป็นธรรม
มันก็คงไม่ช่วยอะไรนัก และอาจจะแย่ลงกว่าเดิมด้วย
    ผมมีแนวคิด
เพื่อแก้ไขระบบการเลือกตั้งให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ดังนี้คือ
ในเมื่อปัญหามาจากกระบวนการเลือกตั้ง
ที่ประชาชนยังไม่มีความพร้อมในการเลือกตั้ง
ไม่ว่าจะมีสาเหตุจากการที่ไม่มีความรู้เพียงพอเกี่ยวกับระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย 
การไม่สนใจการเมืองการปกครอง ตกอยู่ในอำนาจของสื่อที่ไม่เป็นกลาง
หรือแม้กระทั่งตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของนักการเมืองท้องถิ่น
เราจึงควรแก้ไขปัญหาที่จุดนี้โดยมีหลักเกณฑ์ที่สำคัญคือ

“ประชาชนชาวไทยทุกคนมีสิทธิ์ที่จะออกเสียงเลือกตั้งตามต้องการ
แต่ต้องเป็นผู้ที่พิสูจน์ได้ว่าตนนั้นมีความพร้อมในการเลือกตั้งเท่านั้น
จึงจะมีสิทธิ์ในการเลือกตั้งได้
โดยจะต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติผ่านเกณฑ์การคัดสรรที่เหมาะสมก่อน”


ดูอธิบายรายละเอียดสักนิดนะครับ
ประการแรก การที่บอกว่า     “ประชาชนชาวไทยทุกคนมีสิทธิ์ที่จะออกเสียงเลือกตั้งตามต้องการ ...”
ที่บอกว่าตามต้องการนั่นคือ
มีคนกลุ่มหนึ่งไม่สนใจการปกครองไม่สนใจในการเลือกตั้ง
คนเรามีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน หลาย ๆ
คนไม่เคยคิดสนใจการเมืองการปกครองแม้แต่น้อย
ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะไม่มีความรู้ไม่มีการศึกษา
ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเอือมระอากับระบอบการเมืองที่เป็นอยู่
อีกส่วนหนึ่งเห็นแก่สินบนว่าจ้าง และอาจจะมีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้
“ไม่สนใจในระบบการปกครอง” ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใด
เราอาจจะไม่สามารถบังคับให้เขาสนใจได้ แต่ในเมื่อมีพวกที่ไม่สนใจ
ผมจึงคิดว่า ”ผู้ที่ไม่สนใจระบบการปกครอง ไม่ควรมีสิทธิในการเลือกตั้ง” แต่ไม่จบเท่านี้สำหรับคนกลุ่มนี้เพราะผมมีแนวทางกระตุ้น (หรืออาจจะเรียกว่าบทลงโทษ) คนพวกนี้ให้เกิดจิตสำนึกครับ
   
ผู้ที่ไม่สนใจการเมืองการปกครองโดยไม่สนใจใช้สิทธิเลือกตั้งเลย
นอกจากจะไม่มีสิทธิในการเลือกตั้งแล้วยังไม่สมควรมีสิทธิดังต่อไปนี้
(สิทธิการเป็นพลเมืองด้านอื่น ๆ ยังคงอยู่นะครับ เช่น สิทธิในการศึกษา
สิทธิในการรักษาพยาบาล สิทธิต่าง ๆ สำหรับคนไทย ฯลฯ)
1.    สิทธิในการเข้าชื่อถอดถอนนักการเมืองในทุกระดับชั้น
•    อันนี้คงชัดเจนอยู่ ในเมื่อท่านไม่สนใจการเมืองการปกครองแล้ว ท่านจะไปเข้าชื่อไล่ใครได้ยังไงเล่า
2.   
สิทธิในการชุมนุมเรียกร้องสิทธิประโยชน์บางอย่าง
อันมาจากการเมืองการปกครอง เช่นเมื่อออกกฎหมายบางอย่างมา
แต่ส่งผลกระทบต่อคนพวกนี้ ก็ไม่มีสิทธิประท้วง
•   
อันนี้ต้องการจะแจ้งให้คนที่ไม่สนใจทราบว่า
การเมืองการปกครองนั้นสำคัญต่อคนทุกระดับ ถ้าท่านไม่สนใจ
แล้วสุดท้ายมีผลกระทบต่อท่าน ท่านก็ไม่มีสิทธิจะเรียกร้องใด ๆ
เพราะท่านไม่สนใจแต่แรก แต่ตรงนี้คงต้องจำกัดเฉพาะบางเรื่อง
เพราะบางเรื่องอาจจะเอามาตัดสิทธิไม่ได้..........ก็เสนอเป็นแนวทางไว้ก่อน
3.    สิทธิในการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองในที่สาธารณะ
•   
อันนี้คือคุณสามารถจะต่อว่านักการเมือง หรือระบบการปกครองต่อเพื่อน ๆ
คุณได้ แต่คุณจะไม่ได้สิทธิในการวิพากษ์วิจารณ์ต่อสาธารณะ เช่นจะไปไฮปาร์ค
ออกรายการทีวี ขึ้นเวทีใด ๆ ไม่ได้
เพราะคุณเองไม่สนใจการเลือกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
ก็ไม่สมควรมีสิทธิวิพากวิจารณ์ให้ชาวบ้านรับทราบในทางสาธารณะ
4.    สิทธิในเป็นสมาชิกพรรคการเมือง การสนับสนุนหรือคัดค้านพรรคการเมืองหรือนักการเมืองในทุกรูปแบบ
•   
ก็ไม่สนใจการเมือง จะไปอยู่กับเขาไม่ได้ จะไปสนับสนุนเขาไม่ได้
จะออกเงินช่วยเลือกตั้ง จะยกป้ายเชียร์ จะพูดสนับสนุนใคร ๆ
หรือแสดงท่าทีสนับสนุนใด ๆ ไม่ให้สิทธิทั้งนั้นอะ
5.    สิทธิอื่น ๆ ที่ควรระงับ เพื่อเป็นแนวทางให้ตระหนักเห็นความสำคัญของการปกครอง(นึกเพิ่มไม่ออก)

อย่างไรก็ตาม”คนกลุ่มนี้มีสิทธิเลือกได้เมื่อหันมาสนใจการปกครอง
โดยเริ่มจากแสดงเจตจำนงในการขอสิทธิเลือกตั้ง
และแสดงความประสงค์ในการเข้าพิสูจน์ว่าตนพร้อมที่จะเลือกตั้ง”
 
และต้องมี”หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง”   คอยให้ความรู้ความเข้าใจ
ในความสำคัญของระบบการปกครองเป็นระยะ ๆ มีการจัดการสอบตามสมควร
อย่างทั่วถึงด้วย


ประการที่สอง
คือแม้คุณมีความสนใจการเมืองการปกครอง
ก็ยังต้องพิสูจน์ต่อไปว่าคุณพร้อมที่จะเลือกตั้งหรือไม่ด้วย
เนื่องจากผมเห็นว่า ผู้ที่ควรมีสิทธิเลือกตั้ง
ควรมีความพร้อมในตัวเองระดับหนึ่ง ในด้านต่อไปนี้ก่อนคือ
1.    มีความเข้าใจในระบบการปกครองประชาธิปไตยในระดับหนึ่ง
2.    มีวุฒิภาวะเหมาะสม คือเป็นผู้รู้ถูกผิด ดีชั่ว
3.    เป็นผู้ที่มีอิสระในการคิดการตัดสินใจ ไม่ถูกอำนาจท้องถิ่น ผู้มีอิทธิพล อำนาจสื่อที่ลำเอียง หรืออำนาจอื่นใดครอบงำ
4.   
เป็นผู้ที่ไม่อยู่ภายใต้สภาวะจำยอม เช่นมีความจำเป็นในการต้องตอบแทนบุญคุณ
หรืออื่น ๆ อันเป็นเหตุให้ไม่ได้ใช้วิจารณญาณที่แท้จริงของตนในการเลือกตั้ง
5.    ข้ออื่น ๆ.....
ตรงนี้ยกเว้นข้อแรกแล้ว
ข้ออื่นคงเป็นเรื่องที่อาจจะทำได้ยาก แต่ก็น่าจะมีการทำอะไรบางอย่าง
เพื่อพิสูจน์ว่าคนคนนั้นพร้อมที่จะใช้วิจารณญาณของตนอย่างอิสระในการเลือกตั้ง
(ซึ่งต้องคิดต่อไปว่าจะทำอย่างไร)
ผู้ที่ประสงค์เข้าทดสอบความพร้อมแล้ว แต่ยังไม่ผ่านเกณฑ์คัดสรร ถือเป็นคนอีกกลุ่มหนึ่งคือ “มีความสนใจการปกครอง แต่ยังไม่มีความพร้อมในการเลือกตั้ง” อันนี้ก็จะให้สิทธิเพิ่มเติมตามสมควรเช่น
•    สิทธิในการชุมนุมเรียกร้องสิทธิประโยชน์บางอย่าง
•    สิทธิในการแสดงตน สนับสนุนพรรคการเมือง
•    สิทธิวิพากษ์วิจารณ์......
•    สิทธิอื่น ๆ.......
ประการสุดท้าย  ที่ว่า “........จะต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติผ่านเกณฑ์การคัดสรรที่เหมาะสมก่อน”
มาถึงตรงนี้อยากให้ทุกท่านช่วยกันคิดครับว่าเกณฑ์ต่าง ๆ ควรมีอะไรบ้าง เช่น
   
จัดการสอบ”ใบผ่านสำหรับการเลือกตั้ง”
คือจัดให้มีการทดสอบความรู้ความสามารถในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเป็นระยะ
ๆ ตามความเหมาะสม กระจายทั่วถึง และมีการตรวจผลการสอบอย่างเป็นธรรม
เมื่อผ่านเกณฑ์แล้วจึงจะได้รับใบอนุญาตเพื่อเลือกตั้ง
    ส่วนการทดสอบว่า
- มีวุฒิภาวะเหมาะสม รู้ดีรู้ชั่ว จะทำอย่างไร
    - เป็นผู้ที่มีอิสระในการคิดการตัดสินใจ ไม่ถูกอำนาจท้องถิ่น ผู้มีอิทธิพล หรืออำนาจอื่นใดครอบงำ
    - เป็นผู้ที่ไม่อยู่ในสภาวะจำยอม...........
    จะพิสูจน์ได้อย่างไร คงต้องเก็บไปคิดกันอีกทีครับ

    ทีนี้ผู้ที่สอบผ่านทุกข้อแล้ว ก็จัดเป็นคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ มีสิทธิสมบูรณ์ทุกประการในระบอบการปกครอง
แต่อย่าได้เหลิงไปครับ
ผมคิดว่าสิทธินี้ควรคงอยู่ได้เฉพาะช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น
เมื่อใดที่พิสูจน์ได้ว่าเริ่มขาดสมบัติบางอย่างไป ก็ควรถูกตัดสิทธิ
แล้วไปเริ่มต้นใหม่ (คือสอบใหม่ได้) การตัดสิทธินี้อาจจะเกิดจาก
•    ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (โดยไม่มีเหตุอันฟังได้)
•    มีหลักฐาน หรือ มีผู้ร้องเรียน ว่าผู้นี้ไม่สมควรได้สิทธิ อันสมควรฟังได้...
•    อื่น ๆ.....
คือไม่ให้เหลิง แต่ถ้าพลาดไป ก็เริ่มสอบใหม่เพื่อให้ได้สิทธิต่อไปได้

ด้วยวิธีการใหม่นี้ก็จะมีคนอยู่ 3 จำพวกที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งคือ
1.    กลุ่มที่ไม่มีความสนใจในการเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องถูกจำกัดสิทธิมากที่สุด
2.   
กลุ่มที่สนใจในการเลือกตั้ง แต่ยังไม่มีสิทธิ์เนื่องจากขาดคุณสมบัติ
ซึ่งให้สิทธิเพิ่มมากขึ้นแต่ก็จำกัดสิทธิในการเลือกตั้งอยู่
3.    กลุ่มที่มีสิทธิครบถ้วน
อาจจะดูว่ามีการแบ่งแยก
แต่ก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงในประเทศเราว่า
ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งหลาย ๆ คนยังไม่พร้อมที่จะเลือกตั้งเหมือนหลาย ๆ
ประเทศที่เขาพัฒนาคนส่วนใหญ่ไปดีกว่าเรา แต่อย่างไรก็ตาม คนใน 3
กลุ่มที่ว่าสามารถเปลี่ยนแปลงกลับไปมาได้เสมอ
ถ้าต้องการเลือกตั้งสามารถศึกษา และพัฒนาความรู้ ความคิด วิจารณญาณ
จนได้สิทธิที่สมบูรณ์ได้ และแม้ผู้มีสิทธิที่สมบูรณ์
แต่ไม่ใช้สิทธิเลือกตั้ง(โดยไม่มีเหตุอันควร)
ก็จะถูกจำกัดสิทธิกลับไปเริ่มต้นเป็นคนกลุ่มที่ 1 ได้เช่นกัน
และก็สามารถกลับมาใหม่ได้



จะว่าไประบบใหม่นี้ก็คล้าย ๆ
กับความเป็นจริงบางอย่างในสังคมเช่น เกี่ยวกับการขับรถ
ไม่ใช่คนทุกคนที่อยากขับรถ และคนที่จะมาขับรถบนท้องถนนได้
ไม่ใช่ว่าจะมีรถก็ขับได้ ต้องมีใบขับขี่ก่อน ซึ่งจะมีใบขับขี่ได้
ก็ต้องมีคุณสมบัติต่าง ๆ เช่น รู้กฏจราจร ตาไม่บอดสี
ไม่เป็นคนพิการรุนแรงอันไม่เหมาะสำหรับการขับขี่
พิสูจน์แล้วว่าขับรถได้คล่องแคล้วพอ..และหากคุณทำผิดกฏก็ถูกยึดใบขับขี่ได้..เป็นต้น
การเลือกตั้งน่าจะสำคัญไม่แพ้การขับขี่รถบนท้องถนน เพราะมันจะมีผลถึงอนาคตของประเทศชาติเลยทีเดียว



ด้วยวิธีการนี้เราก็จะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีคุณสมบัติดี
ซึ่งน่าจะทำให้การคัดสรรคนดี ๆ มาบริหารประเทศ มาออกกฏหมาย
เป็นผู้ที่มีคุณภาพคับแก้ว ที่จะช่วยให้ชาติเราพัฒนาไปได้อย่างยั่งยืนครับ






Free TextEditor




 

Create Date : 12 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 12 กรกฎาคม 2551 0:37:13 น.
Counter : 125 Pageviews.  


ปฐมธง
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ปฐมธง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.