พักผ่อนหย่อนใจ สะบายๆสไตล์ tankiya"
Group Blog
 
All Blogs
 

เมื่อทั้งพ่อทั้งแม่เข้าโรงพยาบาล



แม่เข้าโรงพยาบาลในตัวอำเภอเพราะขับถ่ายเป็นเลือด
คืนแรกพี่สาวคนที่4 นอนเฝ้า
คืนที่สองหลานตัวอ้วนมาแตะมือเฝ้าต่อ
เนื่องจากสุขภาพพี่สาวคนนี้ไม่แข็งแรงเป็นทุนเดิม
ทำให้ไม่สบายเป็นไข้
ส่วนพี่สาวคนที่5คอยดูแลพ่อที่บ้าน


ช่่วงบ่ายๆ
พี่ๆมาเยี่ยมแม่
แต่เห็นพ่อหายใจหอบ
ไหนๆก็ไปหาแม่ก็จึงอยากให้หมอให้ยาขยายหลอดลมหรือให้ออกซิเจน
เลยกลายเป็นว่าหมอให้พ่อนอนพักรพ.

ส่วนแม่. เราขอย้ายแม่ไปห้องพิเศษเดี่ยว
ย้ายไปได้3-4 ชั่วโมง. จนท.ให้แม่ย้ายกลับไปอยู่ห้องพักผู้ป่วยรวม
เพราะอาการแม่ไม่น่าไว้วางใจ
จำเป็นต้องอยู่ใกล้พยาบาล

พี่สาวอยู่เฝ้าแม่
ยายหลานอ้วนอยู่กับพ่อ/ เพียงแค่ห้องเจ้าหน้าที่คั่นกลาง
มองทะลุกระจกเห็นซึ่งกัน
แต่ของพ่อต้องคอยประกบตลอดเวลา
เพราะลักษณะอาการพ่อเป็นอย่างไร รู้ๆกัน
เกรงใจผู้ป่วยรายอื่น...


2คืนผ่านพ้นไป
แม่ได้รับอนุญาติไปห้องพักเดี่ยวก็สะดวกสำหรับแม่
สะดวกสำหรับพี่และหลานในการอาบน้ำ

วันศุกร์
เป็นวันที่พระเจ้าทดสอบพวกเราอีกหน
คุณหมออนุญาติให้พ่อกลับบ้านได้
(และหลานสาวต้องลงมาสอบที่กทม_เป็นวันเดียวกับที่น้ำท่วมเชียงใหม่
และเส้นทางจะไปสนามบินก็ท่วม_ก็ต้องเดินทางด้วยรถทัวร์โดยสาร)
ก่อนกลับ ... เช็คอาการพ่ออีกครั้ง
ปรากฏว่าอาการพ่อแย่ไม่น่าไว้วางใจ
รพ.เครื่องมือไม่พร้อมต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่เชียงใหม่
ทุกแห่งส่วนใหญ่เต็มเพราะน้ำท่วมทั่วตัวเมือง

มีการส่งตัวผู้ป่วยที่ค้างตามบ้านเรือนไปรพ.
โชคดีที่ประสานได้รพ. แมคคอมมิค

โกลาหลพอสมควร
พ่อส่งตัวไปรพ. มีพี่นวลไปเป็นเพื่อน
พ่อถูกส่งเข้าห้องซีซียูรอดูอาการ
ให้ญาติเยี่ยมเป็นเวลาเท่านั้น
พี่คนที่สี่ขับรถไปรับพี่นวลกลับมาดูแม่ที่รพ.ต่อ
แล้วย้อนไปเชียงใหม่ไปรับหลานชายที่สนามบิน
เพื่อมาช่วยดูแลพ่อ.... น้ำลดพอดี
แล้วยัยอ้วน... ช้าไปต๋อย..นั่งรถทัวร์ไปสอบ
และสถานการณ์นี้ไม่มีใครมาคิดเล็กคิดน้อย


แตฝนตกทั้งคืนทั้งท้ังกทมเเละเชียงใหม่
สายการบินเลื่อน



วันที่คุณหมออนุญาติให้พ่อกลับบ้านได้
ปี










 

Create Date : 04 ตุลาคม 2554    
Last Update : 8 ตุลาคม 2554 20:43:59 น.
Counter : 400 Pageviews.  

เมื่อแม่เข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง ตามด้วยพ่อ



26 กันยา
แม่เข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง
Smiley





ครั้งแรกวันเสาร์ที่ 10 กันยา
คือวันแรกที่กลับไปเยี่ยมพ่อแม่ Smiley  Smiley



วันนี้แปลกที่ลงเครื่องปุ๊ป
พาพ่อไปตรวจเช็คประจำเดือนกับคุณหมอ
และพวกเราแยกย้ายกันไปซื้อซื้อของในห้าง
รีบกลับบ้าน ทานน้ำพริกตัวอ่อนของต่อ
เสร็จแล้วกะจะไปพรวนดิน ถอนหญ้าผักสวนครัว

แม่เกิดอาการตัวสั่นเทา
Smiley


ต้องรีบพาแม่ไปโรงพยาบาลSmiley


ในตัวอำเภอใกล้สุด
แม่หนาวตัวสั่น หมอวินิจฉัยว่าแม่ปอดบวม
(แม่ทานข้าวได้น้อยมาก)
ให้พักในโรงพยาบาลดูอาการ 4 คืน แม่กลับบ้านวันพุธ



หมอนัดดูอาการอีกครั้งพุธที่ 21 กันยา
หมอแจ้งว่าอาการปกติ ไม่น่าห่วง
แต่ลูกๆ ห่วงแม่ที่ว่าทานข้าวน้อยมาก


ที่บ้าน: แม่อ่อนแอมาก น้ำหนักประมาณ 30 กิโล
พี่ฟ้องว่าแม่ดื้อ ไม่ค่อยทานข้าว
ต้องคอยป้อนและบังคับนิดๆSmiley  Smiley



แม่ถ่ายเหลวดำ ผลจากตัวยา



ครั้งที่สองวันจันทร์ที่ 26 กันยา
(วันที่ตลาดหุ้นไทยแดงทั่วกระดาน-90 จุด
ตกเกือบสิบเปอร์เซ็นต์ล้ำหน้าประเทศเพื่อนบ้านย่านเอเชีย
แถมระบบผิดพลาดทางเทคนิค -ที่เจ้าหน้าที่ ตลท อ้าง
แต่รายย่อยข้องใจ!!!
อาการหุ้นหนักน้องๆ ไอซียูอีก)
ฮัลโหล ฮัลโหล บันทึกเล่าเรื่องของแม่ ไม่ใช่หุ้น!!!!!
ช่วงบ่าย พี่บอกว่าแม่ถ่ายเป็นเลือด
พวกเราก็กังวลว่าอาการแม่น่าเป็นห่วง
แต่ก็รู้ๆกันว่าแม่เป็นริดสีดวงมาก่อน
ก็เลยสันนิษฐานงูๆปลาๆ
ค่ำๆ เลือดก็ยังไหลอยู่บ้าง




ไม่ได้การ ขืนทิ้งไว้
เลือดแม่หมดตัว
แต่คนบ้านเราไม่พอ
ที่ไม่พอเพราะต้องมี 2 คนประกบพ่อ
ต้องแยกกันดูแล
พี่สาวคนที่สี่ขับรถพาแม่ไปโรงพยาบาล
หมอให้พักดูอาการ
ผ่านขั้นตอนการเช็คร่างกาย เอ็กซเรย์ ตรวจเลือด
ตามขั้นตอนแพทย์
ทราบว่ากระเพาะแม่มีแผล
พี่สาวคอยดูแลทั้งคืน




โทรให้หลานมารับไม้ต่อเช้าวันอังคาร
เพราะสุขภาพพี่สาวก็ไม่แข็งแรง


ส่วนพ่อ
เกิดอาการหอบ มีเสลด ไอ เสียงหายใจวี้ วี้
ก็เลยตกลงพาพ่อไปที่โรงพยาบาลเดียวกับแม่
ตั้งใจขอหมอให้ยาหรือดมออกซิเจน
เพื่อให้หายใจคล่องขึ้น- แล้วก็กลับบ้าน



แต่คุณหมออยากดูอาการพ่อ
ก็เป็นที่มาว่าพ่อเข้าพักห้องนอนผู้ป่วยชาย
แม่เข้าพักห้องนอนผู้ป่วยหญิง


การดูแลแม่ถือว่าน่าห่วงสุดๆ
(วันเดียวหมดผ้าอ้อมผู้ใหญ่ไปแพคใหญ่ 20 กว่าชิ้น)
ชั่วโมงละชิ้น เพื่อสังเกตเลือด



แต่ของพ่อนี่อลหม่านกว่า
พ่อคือหนูน้อยจำไม???? ภาคชราSmiley


นาทีนี้รู้ตัวเป็นผู้ใหญ่ นาทีต่อไปเป็นเด็ก
กลางวันเป็นกลางคืน กลางคืนเป็นกลางวันSmiley  Smiley



แถมติดลูกอีกต่างหาก
ให้ข้อมูลความอลหม่านของพ่อแก่หมอแล้ว
และขอห้องนอนพิเศษแล้ว

แต่ความจำเป็นของเจ้าหน้าที่ในการดูแลมีน้ำหนักกว่า
คือผู้ป่วยต้องอยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่
เราเองก็พอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่
ที่มาตรวจ ดูแลอาการบ่อยๆ



เทียบกับการไปอยู่โรงพยาบาลเอกชนแพงๆแล้ว
และอย่าผูกติดกับคำว่า"โรงพยาบาลรัฐ"
ที่นี่ไม่เลว ติดภูเขาเล็กๆ
ให้อารมณ์รีสอร์ตหน่อยๆ
ถึงไม่สะดวกสะบายเท่า
และเครื่องมือการแพทย์พร้อมเท่า



ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของหมอ





นับเวลาอีกเกือบๆสองสัปดาห์
ถึงจะได้ไปเยี่ยม
(อยากเขกกระโหลกตัวเองที่มือไว-ใจด่วน
จองตั่วโปรโมชั่นล่วงหน้าไว้ 6 ใบ
เพราะมี choice สายการบินให้เลือกจำกัด
โดยเฉพาะสนามบินใกล้บ้านแถมปลายๆปี
มีงานใหญ่รอนักท่องเทียวอีก)



ฮักป้อ ฮักแม่ ที่สุด
ฮักหนูน้อยมัฟฟี่โตย














29 กย
ความคืบหน้า
พ่อค่อยยังชั่ว ดีขึ้น คุณหมอให้ออกโรงพยาบาลพรุ่งนี้
หลานสาวดูแลพ่อ พี่สาวดูแลแม่
พ่อนอนไม่หลับ(ไม่แปลกใจเลย ปกติ)
แต่พ่อไม่สนุกแล้ว
พ่อจะสนุกวันแรก พอนานไปพ่อก็เบื่อ
ไม่สนุกไม่ตื่นเต้น เล่นตุ๊กตุ่นอยู่คนเดียว






แม่ ย้ายไปอยู่ห้องเดี่ยว เป็นห้องพัดลมค่ะ
มองเห็นวิวดอยภูเขา ต้นไม้เขียวๆ



พรุ่งนี้ต้องแยกย้ายกันดูแลพ่อและแม่
เพราะหลานสาวกลับไปสอบวันเสาร์
โชคดีที่ไม่ได้จองตั๋วเครื่องบิน ไม่งั้นมีอันต้องทิ้งตั๋ว
เพราะเวลานี้
สถานการณ์พวกเราไม่อำนวยให้เรา
กำหนดตาราง
ทำโน่นทำนี่ได้เป๊ะ


ทุกอย่างต้องยืดหยุ่น-ปรับเปลี่ยนตลอดเวลา
ผลปรากฏว่าฝนตก-น้ำท่วมเชียงใหม่
น้ำปิงเอ่อล้นถนนหนทางยิ่งทางสารภีด้วยแล้ว
ท่วมหนักไม่ต่างจาก 4 ปีที่แล้ว
ขณะที่พิมพ์ไดอารีนี้
ข่าวทีวีก็ยังเสนอข่าวว่าเส้นทางเดินรถ
ในตัวเมืองเชียงใหม่ที่เราต้องใช้น้ำยังท่วมสูงอยู่
ก็ต้องลุ้นว่าหลานจะกลับไปสอบที่กรุงเทพได้หรือเปล่า
หรือเปลี่ยนการเดินทางนั่งรถทัวร์ที่ท่ารถดอยติแทน
น่าจะเป็นอย่างนั้น แล้วก็ต้องเอาใจช่วยว่า
ตลอดเส้นทางเดินรถ น้ำจะไม่ท่วมถนน

จะไม่มีชาวบ้านที่เดือดร้อนเรื่องน้ำท่วม
มาหลายเดือนมาปิดถนนประท้วง
เพราะน้ำปีนี้เยอะเหลือเกิน
เกือบค่อนประเทศและขณะนี้ก็ยังมี
พายุเข้ามาหนึ่งลูก และ
จะตามมาอีกหนึ่งลูก


เห็นใจและเข้าใจสภาพผู้ได้รับความเดือดร้อน
จากน้ำท่วม



ก็ต้องมีสิ่งที่คอยขบคิดและแก้ไขตลอดเวลา
หลายอย่างไม่ได้ขึ้นกับเราอย่างเดียว
ขึ้นอยู่กับอาการของพ่อ แม่
การวินิจฉัยของหมอ
สุขภาพพี่ๆ และหลานที่ดูแล
ฝนตกทุกวัน เหลียวซ้ายแลขวาก็มีแต่คนป่วยคนไข้ ติดหวัด
ไม่เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น
แต่กับคนทั่วไปด้วย จามกันเป็นแถว

ตัวฉันเองก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวตั้งแต่ก่อนไปหาพ่อแม่
เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา เป็นหวัดกลัวไปติดพ่อแม่
แต่พอแม่เข้าโรงพยาบาล ฉันต้องเป็นเฝ้าดูแล
อาการเจ็บไข้ได้ป่วยก็ off อัตโนมัติ
และกลับมา on อีกครั้งทันทีที่กลับกทม
ไข้หวัดยังใจดีให้เวลาสองสามชั่วโมงไป
ซื้อผักผลไม้ที่ อตก. ตุนไว้ในตู้




เรียกว่าหน้าที่เป็นตัวกำหนด
แต่ขอบอกเลยว่า
เมื่อล้าง-แช่ผักผลไม้ ล้างเก็บเท่าที่พอเก็บทานสองสามวัน
เกิดอาการหนาวสั่น น้ำเสียงแหบ
ปวดเบ้าตา สุดจะบรรยาย




และนี่เป็นความรู้สึกที่ไม่ต่างจากเมื่อ 20 เดือนก่อน
คราวที่ไปนอนเฝ้าพ่อที่ศรีพัฒน์
จากนั้นก็กรุงเทพ-ลำพูน ชีพจรลงเท้าทุกเดือน





สำคัญคืออย่าเหนื่อย อย่าท้อ
ทุกอย่างล้วนแต่ท้าทายสติสัมปัชชัญญะตัวเราทั้งสิ้น




















 

Create Date : 28 กันยายน 2554    
Last Update : 29 กันยายน 2554 22:41:52 น.
Counter : 175 Pageviews.  

10-17 กันยา ถึงคราวพาแม่ไปโรงหมอ


เป็นการกลับบ้านที่ให้ความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
ในวันแรกที่ต้องพาแม่ไปโรงพยาบาลตัวอำเภอใกล้บ้าน
ด้วยอากา
รตัวสั่นเทา
สรุปคือหมอบอกว่าแม่ปอดบวม
ให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลคืนนั้นเลย




ออกมาบอกให้พี่สาวขับรถกลับบ้าน
ไปช่วยดูแลพ่อที่บ้าน
ตัวเราเองอาสาคอยดูแลแม่



ขอหมอถึงห้องพักเดี่ยว
หมอไม่อนุญาติ เหตุผลคือ
คนไข้จำเป็นต้องพักรวมร่วมกับ
คนไข้หญิง/เด็กรายอื่นประมาณ 10 เตียง
เพื่อสะดวกในการเข้ามาดูแลของเจ้าหน้าที่พยาบาล
ซึ่งเราเห็นและก็เข้าใจ
ไม่ดื้อดึงเอาแต่ใจปรารถนา




ดึกๆ จนท. ก็เข้ามาดูแลคนไข้ทุกคน ให้ยา
วัดปรอท ตามหน้าที่เรียกว่าทั้งคืนประมาณ 4 ครั้งได้




ส่วนญาติคนไข้ อนุญาติให้พักได้ 1 คน
เห็นญาติคนอื่นมีเสื่อผ้าห่มพร้อม
หลบหายเข้าใต้เตียงผู้ป่วย
ตัวเราก็นั่งสับปะหงกข้างเตียง
จนนางพยาบาลเอาผ้าปูเตียงและผ้าห่มมาให้ปูนอน
...ใต้เตียง ตามคนอื่น เพราะพื้นที่จำกัด
ถ้านอนพื้นข้างล่างข้างเตียง ก็จะเกะกะเจ้าหน้าที่พยาบาล
คนอื่นทำได้ เราก็ทำได้ ไม่เป็นไร
ปูผ้าให้กว้างสุดของผืนผ้า





พอคืนที่สอง
เรายอมนั่งสับปะหงกข้างเตียงแม่
แม่เองนอนไม่หลับ
เราก็ไม่กล้าหลับ
แม่ทานข้าวนิ๊ดเดียวอีก
เราก็อยากให้แม่หายไวๆ
เพราะแม่เองก็อยากกลับบ้านแต่ไม่ยอมทานข้าว
ไม่ยอมหลับ




วันจันทร์
คุณหมอมาตรวจ
บอกว่าสามารถย้ายไปพักห้องนอนเดี่ยวได้
วันนั้นจึงแตะมือสลับกับพี่สาวดูแลแม่
เราก็กลับบ้านดูแลพ่อร่วมกับพี่สาวคนที่สี่





จนกระทั่งวันพุธ
หมออนุญาติพาแม่กลับบ้านได้
แม่ก็ทานข้าวได้น้อยเหมือนเดิม
เราทั้งปลอบทั้งขู่ว่าถ้าไม่ทาน
หมออาจสอดท่อให้อาหารทางจมูก
ไม่งั้นก็เจาะให้ทางหน้าท้องแทน



พี่คนที่ห้า
ต้องป้อนข้าวป้อนอาหารให้
แม่ก็ยังทานได้น้อย
แต่เราก็ให้ทานบ่อยๆ เท่าที่แม่จะรับได้



ตอนนี้มะพร้าวเป็นพระเอก
แม่ทานได้เยอะขึ้นอีกนิด



วันศุกร์ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง
ด้วยความอยากทานเห็ดมาก
ก็ชวนพี่สาวไปหมู่บ้านกะเหรี่ยง
มีแม่ค้าซื้อตัดหน้าไปล่วงหน้า




จึงขับรถกลับบ้านเพราะพี่สาวคนที่4ต้องดิ่งเข้าสวน
พี่สาวคนที่5 ให้พาแม่ไปสระผมและตัดผม
หลังจากนั้นก็ขับรถไปดูที่ๆแห่งหนึ่ง
แวะตลาดแม่ค้าเอาเห็ดเหลืองมาขาย
โลละ 250 บาท ต่อราคาเหลือโลละ 200
ซื้อมา 2 โล และวิ่งกลับไปซื้อเพิ่มอีกหนึ่งโล



เป็นดอกเห็ดเหลือง
ที่โหยหามานานหลายสิบปี
เราอยากกินแบบให้หนำใจตัวเอง
กับพี่ๆ ทั้งหมดกินกันสามคน
หมดค่ะ....อุ๊ย ยังเหลืออีกถ้วยแกงเล็กๆ












วันที่ 21 กย
วันนี้โทรสอบถามทางบ้านทั้งวัน
เพราะว่า
วันนี้พี่สาวพาแม่ไปโรงพยาบาลตามที่หมอนัด
หมอบอกว่าอาการแม่ดีขึ้น เช็คทุกอย่างแล้ว
กลับบ้านแม่ทานข้าวได้มากขึ้น




ไม่มีใครรู้ว่า

พี่ของเรา เวลาไปธุระที่ไหน
ต้องพาพ่อไปด้วย
และต่อไปนี้
ต้องพาแม่ไปด้วย
เพราะแม่แก่ตัวมาก ยืนเดินไม่สะดวกแล้ว
โดยเฉพาะเวลาพาพ่อไปเช็คหาหมอที่เชียงใหม่ทุกเดือน






เราห่วงพ่อห่วงแม่มาก
ห่วงพี่น้องด้วย กลัวจะพักผ่อนได้ไม่เต็มที่
เราอยากทำหน้าที่ลูกให้มากกว่านี้
และทำหน้าที่น้องให้มากกว่านี้
เพราะพี่ทั้งสองต่างดูแลเอาใจใส่พ่อและแม่
ตลอด 24 ชั่วโมง
















 

Create Date : 21 กันยายน 2554    
Last Update : 21 กันยายน 2554 20:10:36 น.
Counter : 182 Pageviews.  

ทุกวันคือวันแม่...และ...วันพ่อ






ขออนุญาติบันทึกเรื่องของพ่อเป็น 2 ช่วงตอน
ตอนแรก- ก่อนบินไปหาพ่อนกแม่นก
ตอนสอง- กลับจากไปหาพ่อนกแม่นก




ตอนแรก
เหตุผลคือ วันที่ 29 กคซึ่งเป็นวันศุกร์
พ่อนกมีอาการหอบ ไม่ทานข้าวไม่ทานน้ำ
หลอกล่ออย่างไร พ่อได้แต่เม้มปากแน่นSmiley  Smiley



ยอมที่จะเอาของที่พ่อชอบทานSmiley Smiley  Smiley
(แต่ประโยชน์น้อย)มาป้อน
พ่อก็ยังคงเม้มปากแน่นสนิทSmiley  Smiley
(เม้มเฉพาะรู้ว่าจะต้องทาน)




พวกเราก็โทรติดต่อกันตลอด ทุกสิบนาที
จึงตัดสินใจพาพ่อไปหาหมอที่คลีนิกเปิดใหม่ ที่มีความคล่องตัวกว่า(Smiley
บริการเร็วกว่า สะดวก
สำหรับคนป่วยและผู้ไปส่ง)
เป็นการไปพบหมอเร็วกว่าเดิม 1 สัปดาห์(ของทุกๆเดือน)


เติมน้ำเกลือสักหน่อยนะพ่อนะ ดูพ่อเพลียจัง(น้ำเกลือพร่องไป 1/5 ต้องรีบกลับ -ฝนตก)


วันเสาร์ผ่านไป
วันอาทิตย์ผ่านไป
วันจันทร์ อ๊ะ อ๊ะ

!!!!!!!!
พ่อไม่ยอมฉี่ทั้งคืน ฝนตกหนักด้วย พายุ "นกเต็น" Smiley Smiley
เข้าฟิลิปปินส์
เวียดนาม ลาว ไทย ภาคเหนืออ่วมอีกรอบ
เสียงตามสายหมู่บ้านเตือนประชาชนเก็บข้าวของไว้ที่สูงSmiley Smiley
ระวังน้ำท่วม



จะพาพ่อไปโรงพยาบาลก็ห่วงแม่อยู่บ้านคนเดียว
แถมฝนตก Smiley SmileySmiley


น้ำจะท่วมบ้านทุกขณะ
ก็เลยโทรเข้าโรงพยาบาลพญาไท
ปรึกษาอาจารย์หมอท่านหนึ่ง
แนะนำให้เอาน้ำเย็นราดเบาๆ บริเวณหัวหน่าว
จากนั้นสองสามนาที ได้ผลค่ะ

พ่อฉี่เยอะมาก ก็อั้นมาทั้งคืน


ขอบคุณค่ะ ขอบคุณคุณหมอมากค่ะ

ลูกๆ รึก็ห่วง แต่พ่อสิ ตาแป๋ว














- - - - - - -






วันที่ 6
พี่พาพ่อนั่งรถไปรับที่สนามบิน
พ่อยิ้มแป้นเมื่อเห็นหน้า




ชี้ตัวเองแล้วถามพ่อว่านี่ใคร?
พ่อบอก บ่อฮู้ บ่อบอก!!!!!!!


จากนั้นพวกเราก็แวะซื้อขนมปัง
Smiley  Smiley  Smiley  Smiley



ลูกค้าเยอะมาก
ของที่อยากซื้อยังไม่ออกมา
รอประมาณ 45 นาที


- - - - - - -- - - -
SmileySmiley  Smiley 




สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจากการไปดูแลพ่อหนนี้
ความจำพ่อ ยาวนานขึ้นอีกหน่อยนึง
เพราะปกติเวลามีคนมาเยี่ยม
ก็พอจำได้บ้างแต่อาศัยนึกคิด
ราวสองนาทีก็จำได้
พอคล้อยหลังนิด ลืมสนิท


มาหนนี้พ่อจำได้นานขึ้น ผ่านไปชั่วโมง สองชั่วโมง
ก็ยังจำได้



กลางคืน พ่อไม่ค่อยร้องแล้วน่อ

พ่อจะนั่งดูพวกเรานั่งสับหน่อไม้ทำหน่อไม้ดองเก็บไว้



ยุงเยอะด้วยล่ะ
ฝนตกพื้นแฉะ อากาศเย็น

ผักที่บ้านยังมีไม่เยอะ Smiley  Smiley




เพราะพึ่งจัดระเบียบพืชผักสวนครัวใหม่


อาหารพ่อก็แบบเดิมๆSmiley


ฮักป้อ
ของพวกเราก็เป็นพวกผัก หน่อไม้นี่ขาดไม่ได้
ฤดูเห็ด ฤดูหน่อไม้ด้วย
ของโปรดทั้งน้าน


พิเศษหน่อยคือหนอนต่อ อร่อยมาก
ตำน้ำพริก อย่าให้เซ่ด



















 

Create Date : 02 สิงหาคม 2554    
Last Update : 25 สิงหาคม 2554 20:48:58 น.
Counter : 228 Pageviews.  

03-11 กรกฏาคม 2511




พัฒนาการความจำของพ่อยาวขึ้นนานขึ้น


ดีใจจังกลับบ้านหนนี้
พ่อไปรับด้วยล่ะ

พ่ออึดน่าดู
สงสารพ่อจัง


กลับถึงบ้านรีบพาพ่อเข้าห้องน้ำ
จัดการธุระ อาบน้ำเสร็จ พ่อก็นอนหลับปุ๋ย

ตกกลางคืนเป็นนกฮูกต่อ
ไม่หลับไม่นอน


แต่กลางวันหลับปุ๋ยสะบาย
คืนวันที่สอง
พ่อนอนหลับหลังจากเที่ยงคืน
นอนหลับๆ ตื่นๆ
พอกลางวันไม่ยอมนอน
ก็เลยหว่านล้อมให้พ่อนอนพักผ่อน
ใช้เวลานานมาก

พ่อโยเยแบบเด็ก
กว่าจะนอนหลับได้
พ่อบอกว่า
"ปี้ อื่อ อื๊อ ป้อสิ ป้อจะได้หลับ(พี่ เอ่ เอ๊พ่อสิ พ่อจะได้หลับ)


หลานสาวอ้วนไม่อยู่
ดูออกว่าพ่อเหงา
ตามองไปที่ประตูรั้วหน้าบ้าน
เวลาพ่อซึมๆ ก็จะให้หลานโทรมา
พ่อตั้งใจฟังมากพร้อมส่งซิกซ์ไม่ให้ส่งเสียงรบกวนการฟัง
คร๊าบบ คร๊าบบบ


อากาศช่วงที่ไป
ฝนตก ตอนดึก-เช้าตรู่หนาวเย็น กลางวันร้อนจัด
ทำนู่นนี่ไม่ค่อยสะดวก
แถมค้างถั่ว ต้นไม้ถูกลมพัดจนล้ม
จ้างคนให้มารื้อ ลงผัก ต้นไม้ใหม่หมด

ก็ดี เปลี่ยนเป็นเสาปูนจะได้แข็งแรง
พ่อแม่และพวกเราจะได้กินผักสดๆ ไปตลอดปี ไม่ต้องห่วง












 

Create Date : 19 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 19 กรกฎาคม 2554 21:58:07 น.
Counter : 137 Pageviews.  

1  2  3  4  


tankiya
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add tankiya's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.