พักผ่อนหย่อนใจ สะบายๆสไตล์ tankiya"
Group Blog
 
All Blogs
 

นินทาสาวโสด คนเฝ้าไข้



ก่อนที่ฉันจะบรรเลงตัวอักษรคีย์บอร์ด
ฉันจะต้องแน่ใจว่าพี่สาวฉันจะไม่รู้ว่าฉันแอบนินทา

พ่อมีลูกสาวเยอะ
และมีหลานสาวเยอะ
เยอะในความหมายของฉันคือลูกสาว 5 หลานสาว 4 คน
มีผู้ชายน้อย


ฉันแอบเมาธ์พี่สาว...
บ้านฉันเรียกว่าบ้านสาวโสดและตั้งใจโสด

เรื่องของเรื่องคือพ่อเป็นผู้ป่วย
เส้นเลือดฝอยในสมองแตก
เข้าห้องผ่าตัดเจาะกระโหลกศรีษะเพื่อระบายเอาน้ำออก
ถัดจากนั้นไม่กี่วันพ่อ
ต้องเข้าห้องผ่าตัดอีกครั้งเพื่อจัดการกับไส้เลื่อน
ที่พ่อทนทรมานมาหลายสิบปี
พ่อกลัวหมอ จึงทนเจ็บไม่กล้าบอกลูกๆ


เริ่มจากตัวฉันเองก็ทำให้หมอผู้ชาย
ถึงกับก้มหน้างุดหน้าแดงเดินเข้าลิฟท์
จริงๆ ไม่ใช่เรื่อง..ของเรื่องอะไรนักหนา
อาจเป็นเพราะหน้าตาท่าทางบุคลิกของฉันเป็นเหตุ


หมอหนุ่มที่ดูแลพ่อคนหนึ่งบังเอิญเจอฉันหน้าห้องฉุกเฉิน
ส่วนฉันก็ง่วนหาข้าวของในกระเป๋า(หายากหาเย็นจริงแท้)
หมอทักว่าฉันมาทำอะไรที่นี่ พ่อเป็นอะไรอีกเหรอ
ฉันสะดุ้งตกใจที่มีคนทัก ก็เลยไม่ได้กลั่นคำพูด
โพล่งไปว่าพ่อมาตัดไข่


จริงๆ มันก็ธรรม มะ ดา สำหรับคนเป็นหมอเรียนหมอย่อมคุ้นเคย
เรื่องอวัยวะร่างกายมนุษย์อยู่แล้ว
แต่ฉันเห็นหมองุดๆ เดินไปแบบยิ้มๆ ทั้งที่ท่าทางแกเหมือนกับ
จะคุยทักทายต่อ


ฉันว่า หมอเขาอาจไม่คิดมากก็ได้นา
เพราะตัวฉันโพล่งออกไปก็ไม่ได้คิดอะไร
อู้กำเมืองอยู่แล้วล่ะ อู้กำเมืองตลอดที่อยู่ที่นู่น
ถ้าไม่ได้ยินเสียงญาติคนป่วยคนนึงที่เป็นผู้ชายคนทำงานที่นั่งเยื้องๆ
หน้าตาดีด้วยกลั้นหัวเราะไม่อยู่นั่นแหละ
เออ แล้วมันแปลกตรงไหน


ปัจจุบันฉันก็ยังเป็นงง อยู่ดี
หรือว่าฉันพูดอะไรที่ตรงเกินไป หรือหน้าตาฉันท่าทางมันสวนกับ
ลักษณะของคำ
เฮ้อ ปวดหมอง อย่าคิดมาก



ยิ่งพี่สาวฉันด้วยแล้ว (คนที่ต้องดูแลพ่อตลอด 24 ชั่วโมง)
ถึงเวลาเรียนรู้ที่จะต้องปฏิบัติและอาบน้ำให้พ่อ เปลี่ยนผ้าอ้อม
และจัดการของเสียของพ่อ


พรุ่งนี้มาเล่าต่อน่อ
ง่วงนอนแล้วอ่ะ

















มาเล่าต่อค่ะ

วันนี้เล่าเรื่องของสาวเคิ้น(แปลว่าสาวแก่ คานทอง)
มาถึงที่ว่าคุณหมอจะอนุญาติให้พ่อกลับบ้านได้
ถ้าอาการพ่อดีขึ้น(เอาไปเอามาก็อยู่ต่อเรื่อยๆ เป็นเดือน
เพราะอาการพ่อเดี๋ยวดี เดี๋ยวซม)

ก็เป็นหน้าที่ของลูกๆ โดยเฉพาะพี่สาวคนนี้ต้อง
ย้ายกลับมาอยู่บ้านเป็นการถาวรเพื่อทำหน้าที่
เรียนรู้ทุกๆอย่าง ป้อนข้าว ให้อาหาร เปลี่ยนผ้าอ้อม อาบน้ำ ฯลฯ

ถ้าในโรงพยาบาลแห่งนี้
ผู้ที่มีหน้าที่อาบน้ำผู้ป่วยจะเป็นผู้ช่วยพยาบาลทั้งหญิงและชาย
ดีที่ว่าเจ้าหน้าที่ผู้ชายนิสัยกระเดียดไปทางผู้หญิง
ก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาในการสื่อสาร

ถ้าเป็นที่บ้าน ก็เป็นหน้าที่ของพี่ฉันหรือแม้กระทั่งตัวฉันเอง
ถ้ากลับไปเยี่ยมบ้าน ก็จะผลัดเปลี่ยนดูแล
(ฉันจองเที่ยวบินราคาประหยัดทุกๆเดือนล่วงหน้า 6 เดือน)

พี่สาวกับฉันอายุห่างกัน 2 ปี
และสนิทกันคุย เธอ..ฉัน เหมือนคนรุ่นเดียวกันมากกว่า
บ่อยมากที่พี่สาวฉันเอ่อ..
พี่ฉันเองก็เป็นคนตลก ขำๆ
บางอารมณ์เหมือนแม่ชีในภาพยนต์ Sister Act

อย่าว่าแต่พี่สาวฉันตกใจเลย
ฉันเองก็ตกใจไข่ของพ่อ น้องๆ ของช้าง
พูดไปงั้นแหละ ของช้างก็ไม่เคยเห็น
(รูปร่างไม่เห็นเหมือนของหลายชายฉัน..
ก็เคยเลี้ยงหลานผู้ชายตั้งแต่แบเบาะนี่จ๊ะ

ช่วงก่อนหน้าที่พ่อฉันจะป่วย
ฉันเองติดตามดูเคเบิ้ลทีวีครอบครัวแพนด้าทั้งพ่อแม่ลูก ทั้งวัน
คลายทุกข์คลายเครียด ดูแล้วติดใจความน่ารัก
และคิดถึงลูกหมาน่อยของฉัน(พริ้นซ์ มัฟฟี่)

ได้ฟังพวกพี่เลี้ยงคุยแซวหมีบ่อยๆ กับท่านั่งท่านอนของแต่ละหมี
หมีพ่อ หมีแม่ หมีเด็ก
ฟังไป ขำไป หัวเราะไป อารมณ์ดีไป
โดยเฉพาะพี่เลี้ยงชื่อเปิ้ล พากย์ได้ตลกที่สุด

อย่างหลินฮุ่ยที่นอนแบบไม่สงวนกริยา
เรียกว่ากุลสตรีมากเลย(ประชด)
นอนได้แบบ "หลินฮุ่ย 360 องศา"
อย่าลืมประกอบท่าอุลตร้าแมนด้วยนะ

ฉันก็เลยคุ้นและชิน ในสิ่งที่ไม่ว่าพี่เลี้ยงและบรรดาแฟนคลับในเวปพันทิป
คุยแซวแบบหยิกแกมหยอก แซวเจ็บๆ ลามกแบบหมีๆ (แพนด้า)

ต้องนึกภาพดูท่าทางพี่สาวฉัน ตกใจหลายตลบซะจริง
ฉันก็แอบๆ ขำ
ฉันเองแอบทำเสียงดุ บางครั้งก็ระเบิดเสียงหัวเราะเพราะกลั้นไม่อยู่
















 

Create Date : 20 เมษายน 2553    
Last Update : 22 เมษายน 2553 23:34:47 น.
Counter : 213 Pageviews.  

เมื่อพ่อดึงสายยางหรือท่อให้อาหาร




ตลอดเวลาที่พ่อนอนอยู่ในโรงพยาบาล
เครื่องมือชิ้นเกือบสุดท้ายของพ่อก็คือท่อให้อาหารผ่านทางจมูก
พ่อคงรำคาญมาก สังเกตพ่อมักจะเอาแตะหรือถู
นั่นเป็นอีกเหตุผลที่พ่อถูกมัดมือมัดข้อเท้า


พ่อมีเสมหะมาก
ถ้ามีมากพ่อจะไม่พูดไม่คุย ต้องคอยเอาออก
ศักยภาพพ่อ พ่อแทบไม่มีแรงส่งในการขับเสลดด้วยตัวเอง
ให้นางพยาบาลดูดเสลดออก
ถ้าเจอคนมือเบาเอาใจใส่ผู้ป่วย ก็โชคดีของพ่อ
ถ้าเจอคนสักแต่จะทำ ก็เหมือนเจ้าหน้าที่มาคลีนท่อ
อันนั้นพ่อเจ็บมาก เจ็บจนไม่ให้ความร่วมมือ
แต่ยิ่งไม่ให้ความร่วมมือ พ่อก็ยิ่งเจ็บมากขึ้น


สิ่งที่ลูกหลานช่วยบรรเทาอาการเจ็บของพ่อได้คือ
ลูกๆเอามือล้วงเข้าไป หรือไม่ก็ใช้ลูกสูบแดงไซส์ใหญ่
ช่วยขับออกมาอีกแรงหนึ่ง

ทุกๆวัน พ่อจะรับอาหารผ่านทางสายยาง 4 เวลา
และคืนไหนที่แกคุยจ้อทั้งคืน แต่พ่อจะฟ้องใครๆว่า
ขี้ย้าอู้นัก(พูดมาก)
ฉันจะชวนแกทำกับข้าว(สมมติเหตุการณ์)
ถัดมาอีกวันพ่อแกบอกอยากทานข้าว ลาบ น้ำ
ยิ่งเจอเจ้าหน้าที่ที่มาช่วยอาบน้ำ พลิกตัว
ที่ชอบแหย่พ่อ พ่อยิ่งไปไหนมาสามวาสองศอกซะด้วยสิ
ฮาตรึม!!!!!


แต่เจ้าหน้าที่จะยังไม่อนุญาติเนื่องจากพ่อจะต้องฝึกการกลืน
นี่เป็นสิ่งที่ฉันหนักใจไม่น้อย
พ่อจะให้ความร่วมมือ 1/5 เท่านั้น
นั่นเท่ากับว่าความเสี่ยงที่พ่อจะสำลักมีสูง
และจะอันตรายต่อปอดพ่อแค่ไหน

หลังจากที่กลับมาทำธุระที่กรุงเทพ
พี่สาวบอกว่าพ่อดึงท่อสายยางให้อาหารออก
ซึ่งเป็นท่อที่ผ่านทางจมูก ลึกลงไปในลำคอ หลอดอาหารและกระเพาะอาหาร


แค่รู้วิธีคร่าวๆ ฉันก็เข่าอ่อนแล้วตั้งแต่แรก
สรุปคือ ฉันกลัวหมอนั่นแหละ
เพราะตลอดเวลาที่ฉันดูแลพ่อ ฉันจะดูแลแบบ
อ่อนโยนสุด เพราะกลัวพ่อเจ็บ
แต่จริงๆ คือฉันปอดสุดๆ
โธ่! สารภาพแต่แรกก็สิ้นเรื่อง

ปรากฏว่าพ่อทานโจ๊กที่เจ้าหน้าที่เอามาป้อนจนเกลี้ยงชาม
ไชโย!!!!!!!!
พ่อทานได้สองวัน ก็ถึงเวลาที่ออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นต่อที่บ้าน
















 

Create Date : 20 เมษายน 2553    
Last Update : 20 เมษายน 2553 23:25:20 น.
Counter : 722 Pageviews.  

กำลังใจผู้ป่วย



กำลังใจพ่อดีมาก
ตรงข้ามกับฉันที่รู้สึกสงสารพ่อจับใจ ขี้แยบ่อย

พ่อปวดมาก
และพ่อก็อยากหาย จะได้กลับบ้าน
พ่อห่วงสวน ห่วงลูก


พ่อเหนื่อย พ่อซึม อาการพ่อเริ่มแย่
พ่อเข้าห้องผ่าตัดด่วน

พ่อฟื้นหลังการผ่าตัดเสร็จสิ้นผ่านไป 5 ชั่วโมง
พ่องง
โลกของพ่อยามนี้คือย้อนอดีตไปเมื่อ 80 กว่าปี
แล้วความทรงจำพ่อก็จะเริ่มเป็นปกติ
พยาบาลบอกว่าความดันสูงมาก


หลังจากย้ายไปอยู่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลแห่งใหม่
พ่อได้รับการดูแลจากทีมอาจารย์หมออย่างดีเยี่ยม
บวกกับเครื่องมือแพทย์และเจ้าหน้าที่มืออาชีพและทันสมัย
แต่ฉันยกเครดิตให้กับทีมแพทย์


คราวนี้พ่อต้องเข้าห้องผ่าตัดอีกครั้ง
แต่ไม่ได้เกี่ยวกับเส้นเลือดในสมองแต่เป็นการผ่าเกี่ยวกับไส้เลื่อน
(จัดการซะทีนะพ่อนะ)
พ่อฟื้นพร้อมกับความทรงจำปัจจุบัน พ่อจำอดีตไม่ได้
คราวนี้พ่อสับสนแล้ว
กลางคืนเป็นกลางวัน กลางวันเป็นกลางคืน
บางทีก็ดื้อ บางทีก็เหมือนเด็กๆ
คุยไปไหนมาสามวาสองศอก


ช่วงนี้ต้องระมัดระวังการดูแลทางด้านจิตใจ
อย่าให้น้อยใจเชียว

ห้ามขู่ว่า ถ้าพ่อไม่นอน เดี๋ยวจะปล่อยให้อยู่คนเดียว
ถ้าไม่อยากเป็นเรื่องอย่างฉัน(เนื่องจากพ่อไม่หลับหลายคืน)

พ่อต้องเข้าไปเช็คหรือคอมพิวเตอร์อะไรบางอย่าง
ฉันไม่แน่ใจ(ไหนอาสาดูแลพ่อไง ฮี!)
เจ้าหน้าที่เลือกเวลาที่ดีที่สุด...ย้ำ เวลาที่เหมาะกับคนป่วยอย่างพ่อ
คือลำดับบ๊วยสุด เพราะพ่อดิ้นเหลือเกิน จึงใช้เวลามากกว่าคนอื่น
มียาสลบอภินันทนาการให้ด้วย ไม่งั้นทั้งคืนถึงเช้าแน่

พ่อสลึมสลือ
จากสับสนน้อยๆ แต่พองาม
ทีนี้ล่ะ สับสนเป็นอาชีพเสริม ดีที่ไม่สับสนเป็นอาชีพหลัก
สลับกับอาการซึมเป็นพักๆ















 

Create Date : 15 เมษายน 2553    
Last Update : 15 เมษายน 2553 23:29:37 น.
Counter : 167 Pageviews.  

กำลังใจข้างเตียง




เขียนจากประสบการณ์ตัวเอง

ขอเล่าจากกรณีของตัวเองที่เป็นคนเฝ้าอยู่ข้างเตียงพ่อ

พ่อเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากเส้นเลือดฝอยในสมองแตก
ส่วนฉันและพี่น้องในครอบครัวเรียกได้ว่าเป็นคนเฝ้ามือใหม่ไร้ประสบการณ์

ทีแรกตกใจเมื่อทราบข่าว
ลูกแต่ละคนบอกว่าจะไปดูแล
ฉันก็ต้องมานั่งลำดับความจำเป็นและข้อจำกัดของแต่ละคน
เมื่อลูกทุกคนใจเต็มร้อย แต่ภาวะไม่อำนวยให้
ก็ต้องบริหารและจัดสรรเวลาเพื่อความคล่องตัวของแต่ละคน
ดีกว่าไปดูแลทีเดียวหลายคน เหนื่อยพร้อมกัน
สู้ผลัดเปลี่ยนการดูแลดีกว่า


ฉันอาสาเป็นคนแรกที่ไปดูแลพ่อ
ฉันอยู่กับพ่อตลอด
ฉันรู้ว่าในยามนี้พ่อต้องการกำลังใจ...มากที่สุด
เพราะยังปรับตัว ปรับใจตัวเองไม่ได้
จากที่เคยทำนู่นทำนี่ด้วยตัวเอง แต่ถูกจับมัดมือมัดเท้า
ตามแขนตามขามีสายน้ำเกลือ
มีถุงปัสวะ มีสายและกล่องออกซิเจน
มีเสาที่มีมอนิเตอร์แสดงกราฟและตัวเลข รวมถึงเสียงติ๊ด ติ๊ด
ชวนเป็นลมหวิว ตรงหัวเตียง
มีเสาห้อยน้ำเกลืออยู่อีกฝั่งหนึ่ง


ฉันและพ่อเป็นคนกลัวเข็ม กลัวหมอแต่ไหนแต่ไร
แต่ยามนี้พ่อเป็นคนป่วยบนเตียง มีเครื่องมือแพทย์เต็มตัว
ยามเดียวกันมีฉันเป็นคนเฝ้าผู้ป่วย ที่ยอมรับว่าหวิวๆ จะเป็นลม
แต่ไม่มีสิทธิ์เป็นลม เพราะฉันจะต้องเผชิญกับเครื่องมือเหล่านี้
ถ้าฉันแสดงอาการกลัว แล้วพ่อล่ะ.....


คืนแรก
ยามพ่อตื่น...ฉันตื่น
ยามพ่อนอน...ฉันนั่งเก้าอี้เฝ้าพ่ออยู่ข้างเตียง

ยามตื่นของพ่อคือฉันจะต้องลุกมาบีบมานวดคลายความเจ็บปวด
ยามนอนของพ่อคือเวลาที่ฉันหย่อนก้นบนเก้าอี้
ดูเครื่องมือ ดูสาย ท่อ ต่างๆที่เกี่ยวกับพ่อ
เผื่อมีอะไร ฉันจะได้ไม่ตื่นตกใจ

อาการเจ็บปวดของพ่อมากถึงขนาดที่ว่า
คืนที่สอง นอกจากบีบนวดกดขมับพ่อตลอดเวลาแล้ว
พ่อขอให้ฉันปรับเอนที่นอนและดึงตัวแกให้โน้มไปข้างหน้า
พ่อบอกว่ามันบรรเทาอาการปวดได้ดี

ฉันอยู่ในท่าดึงแขนสองข้างเหมือนกับการเล่นชักคะเย่อ


ถึงเหนื่อยและล้า จะน็อคอยู่ร่ำๆ
แล้วพ่อล่ะ......
พ่อเจ็บนะ....
ถ้าฉันไม่ดูแล
แล้วใครจะมาดูแลล่ะ
ใครจะมาปฏิบัติกับพ่ออย่างเบามือล่ะ ทนุถนอม

ฉันต้องเป็นกำลังใจให้พ่อ.............
และให้กำลังใจตัวเอง......
ลูกหลานและคนในครอบครัวเป็นกำลังใจยิ่งfont>












 

Create Date : 15 เมษายน 2553    
Last Update : 15 เมษายน 2553 22:41:02 น.
Counter : 178 Pageviews.  


tankiya
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add tankiya's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.