สาธุการแด่พระเจ้า เพราะว่าพระองค์ไม่ทรงปฏิเสธคำอธิษฐานของข้าพเจ้า หรือยับยั้งความเมตตาของพระองค์เสียจากข้าพเจ้า Myspace Christian Icons
Group Blog
 
All Blogs
 

พ่อรอพระเจ้ามาช่วย นิทานคริสเตียน

มีเรื่องเล่าว่ามีบาทหลวงท่านหนึ่งที่มีความเชื่อสูงมากกกกกกก

ท่านอาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆเมืองแห่งหนึ่ง ผู้คนในเมืองนั้นต่างให้ความเคารพ

และยกย่อท่านว่าเป็นผู้เสียสระเพื่อคนในเมืองนั้นเสมอ อยู่มาวันหนึ่ง

เกิดฝนตกๆๆๆไม่หยุด จนน้ำก็เริ่มจะท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆทางการประกาศให้ประชาชนอพยพ พร้อมจะส่งหน่อยกู้ภัยมาอพยพคนออกพื้นที่ เพราะจะมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และประกาศให้เป็นพื้นที่ ที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติขอให้ประชาชนในพื้นที่เตียมพร้อมในการอพยพครั้งนี้ บร่า...จึงขอประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน....จบข่าว

ครั้งแรกก็ได้ส่งเรือท้องแบนมารับผู้คน .. และแน่นอนที่สุดต้องรวมบาทหลวง

ท่านนี้ด้วย " ท่านครับขึ้นเรือเถอะครับ " เสียงของหน่อวยกู้ภัย

ไม่เป็นไรหรอกลูกรับเด็กๆคนป่วยคนแก่และผู้หญิงไปก่อน อย่างไงพระเจ้าจะไม่ทอดทิ้งพ่อ" บาทหลวงตอบ ...โหท่านช่างเป็นคนที่เสียสระเผื่อคนอื่นจริงๆน่านับถือๆ

รอบที่สอง เมื่อเรือผ่านมาหน้าบ้านท่านอีก ก็ยังเห็นท่านยังอยู่ด้วยสีหน้าที่ไม่มี
ความกังวลหรือวิตกเลย..."ท่านครับขึ้นเรือเถอะครับ " เสียงเรียกของหน่อยกู้ภัย "ลูกรับคนใก้ลหมดหรือยังล่ะลูก" ? เสียงบาทหลวงถามด้วยความห่วงใย.
"ยังครับพ่อแต่เหลืออีกไม่เที่ยวพ่อน่าจะขึ้นเรือไปพร้อมกันกับเรานะครับ" เสียงของหน่วยกู้ภัย..
"ไปรับคนอื่นก่อนพ่อกัวว่าคนจะรอกันไม่ไหวพ่อรอได้และ พ่อเชื่อว่าพระเจ้าจะไม่ทอดทิ้งพ่อ" เสียงตอบของบาทหลวงผู้เสียสระ...ขนาดนี้แล้วท่านยังห่วงคนชีวติของคนอื่นยิ่งนักหน่วยกู้ภัยคิด บาทหลวงได้แต่ยิ้มแล้วนึกในใจว่าพระเจ้าจะไม่ทอดทิ้งท่าน

เรือลาดตะเวนพร้อมหน่วยกู้ภัยไปช่วยคนในเมืองเที่ยวแล้วเที่ยวเล่า ท่านบาทหลวงก็ไม่ลืมที่จะโบกมือให้กำลังใจเขาเหล่านั้น จนเรือเที่ยวสุดท้ายวนมาจอด "พ่อครับขึ้นเรือเถอะครับเรารับคนไปจนหมดและนี่ก็จะเป็นเรือเที่ยวสุดท้ายแล้วครับ" เสียงขอหน่วยกู้ภัย

"ไม่หรอกลูกพ่อว่าจะรอพระเจ้ามาช่วย ขอให้พวกเจ้ากลับไปเถอะ"บาทหลวงตอบ

.โหดูๆความเชื่อของท่านเป็นเราจะรีบเชียว..


เมื่อทางการได้เคลื่อนย้ายคนในเมืองนั้นออกจนหมดแล้ว แต่ยังคงเหลือบาทหลวงผู้เสียสระแต่เพียงคนเดียว ทางการได้ลงความเห็นว่าให้หน่วยกู้ภัยเอาเฮริคอปเตอร์ออกลาดตะเวนดูเป็นครั้งสุดท้ายเผื่อว่าอาจจะมียังมีคนหลงเหลืออีกและแน่นอน... จะได้รับท่านบาทหลวงมาด้วย .....เสียงฮอฯดัง ตึต...ๆๆ...บึก..ๆๆๆ ...วนไปวนมาจนรอบเมืองนั่นสุดท้ายก็มาบินอยู่บนหลังคาของบ้านของบาทหลวง น้ำได้ท่วมจนเกือบมิดหลังคา จนท่านเองต้องขึ้นไปอาศัยอยู่บนหลังคา เมื่อหน่วยกู้ภัยเห็นดังนั้นก็ไม่ได้รอช้า รีบย่อนบันไดลงมา
พร้อมหยิบเทเลโค่งแล้วเรียกท่าน " พ่อครับพ่อรีบขึ้นมาเถอะครับพ่อเป็นคนสุดท้ายในหมู่บ้านแล้ว" เสียงเรียกของหน่วยกู้ภัย . ไม่เป้นไรหรอกลูกพ่อรอพระเจ้ามาช่วย พ่อเชื่อว่าพระองค์จะไม่ปล่อยให้พ่อจมน้ำตาย" บาทหลวงบอกด้วยความมั่นใจ

"พ่อครับพระเจ้าคงจะไม่มาช่วยพ่ออีกแล้วล่ะครับ พระองค์ให้พวกเรามาช่วยพ่อแล้วนี่ไงครับ พ่อขึ้นคอปเตอร์ไปกลับพวกเราเถอะครับ เราจะมาเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว " เสียงหน่วยกู้ภัยอ้อนวอนท่านครั้งแล้วครั้งเล่าจนอ่อนใจ.

ถึงแม้นหน่วยกู้ภัยจะอ้อนวอนท่านแค่ไหนท่านก็ไม่ยอมไปกับเขา เพราะท่านนึกในใจและอธิษฐานต่อพระเจ้าตลอดเวลาว่าท่านจะรอให้พระเจ้ามาช่วยท่านแต่เพียงผู้เดียว..ในที่สุดหน่วยกู้ภัยก็กลับไปด้วยความเศร้าใจเพราะท่านไม่ยอมไปกับพวกเขา

ขณะที่ท่านบาทหลวงใช้เวลารอพระเจ้าในวันรุ่งขึ้น น้ำป่าก็ไหลบ่าทะลักเข้ามา ท่านตกใจกลัว เมื่อเห็นน้ำมากหลาย "พระเจ้าอย่าทำอย่างงี้กับลูกเลย พระองค์ไม่มาช่วยลูกแล้วยังจะให้ลูกตายอีกหรือ ไหนพระองค์ว่า จะไม่ทอดทิ้งคนของพระองค์ทันใดนั้นน้ำก็ทะลักพัดเอาทั้งบ้านและตัวท่านไปกับสายน้ำ...แน่นอนที่สุดท่านก็ต้องตายจากโลกนี้ไปแหงๆ..... เรื่องยังไม่จบเท่านั้น ท่านต้องไปรายงานตัวต่อพระเจ้า

ในระหว่างเดินทางไปรายงานตัวและจะได้สู่ชีวิตใหม่ในสวรรค์ ท่านมีความรู้สึกข้องใจในพระเจ้ามากๆที่ปล่อยให้ท่านตายอย่างลูกหมาตกน้ำ ท่านคิดว่าจะต้องถามพระเจ้าให้ได้ว่าทำไมไม่ยอมมาช่วยท่าน...

เมื่อท่านมาถึงที่รายงานตัวและอยู่ต่อพระพักต์พระเจ้า


"มาแล้วเหรอลูกรักของพ่อๆดีใจที่ได้เจอเจ้า" เสียงพระเจ้าถาม

"มาแล้วครับ" เสียงตอบอย่างเศร้าๆของบาทหลวง

"เจ้าไม่ดีใจที่ได้เจอเราและจะได้อยู่สวรรค์กับเราตลอดไปรึ? พระเจ้าถาม

"ข้าพระองค์ดีใจที่ได้เจอพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ แต่ข้าพระองค์มีข้อข้องใจและสงสัยอยากถามพระองค์มากพระเจ้าข้า" ท่านบาทหลวงตอบ.

ว่ามาสิเจ้ามีอะไรที่ข้องใจอันใด? พระเจ้าถาม

"ทำไมพระองค์ไม่ไปช่วยข้าพระองค์ให้พ้นภัยพิษัติในครั้นนี้ ไหนพระองค์สัญญาว่าพระองค์จะไม่ทอดทิ้งคนของพระองค์ไงทำไมพระองค์ไม่รักษาสัญญา?เสียงตัดพ้อของบาทหลวง.

"เหตุนี้หรือที่ทำให้เจ้าทำหน้ายาวๆใส่เรา ใครว่าเราไม่ทำตามสัญญาเราทำตามสัญญาของเราเสมอ เราได้ส่งเรือไปรับเจ้าก่อนใคร เมื่อเจ้าไม่ยอมขึ้นเรือในครั้งแรก เราก็ได้ส่งไปอีก ครั้งสุดท้ายเราได้ส่ง ฮออไปช่วยเจ้า แล้วเราได้พูดผ่านเสียงของหน่วยกู้ภัยแล้วว่าเราจะไม่ส่งอะไรมาช่วยเจ้าอีก เพราะเรารักเจ้าและเจ้าเองต่างหากที่ไม่ยอมฟังเสียงของเราๆทำตามสัญญาเสมอ...เราใช้ให้คนอ้วนวอนเจ้าขนาดไหนเจ้าก็ไม่ยอมให้เราช่วย แล้วอย่างงี้เราจะช่วยเจ้าได้อย่างไรล่ะ..



ท่าทางบาทหลวงท่านนี้จะเกินบาทว่าไหมค่ะ?

ต้องขออภัยด้วยล่ะกันเล่าไม่เก่ง อิอิ แอบจำมาจากหนังสือค่ะ




 

Create Date : 28 มกราคม 2551    
Last Update : 7 มีนาคม 2551 19:35:13 น.
Counter : 1283 Pageviews.  

ไม่มีพระเจ้าจริงหรอก

นักธุรกิจหนุ่มใหญ่คนหนึ่งมัวยุ่งกับงานที่รัดตัวจนไม่มีเวลาดูแลตัวเองเท่าไหร่นัก

ในวันหยุดวันหนึ่งเขามองดูตัวเองในกระจกเห็นผมที่เริ่ มยาวและหนวดที่เริ่มไม่เป็นทรงของตัวเอง จึงคิดในใจว่าได้เวลาต้องไปตัดผมแล้ว

เขาก็ออกจากบ้านตรงไปยังร้านตัดผมทันที ขณะที่ช่างตัดผมและแต่งหนวดให้นั้น ช่างก็ชวนคุยเรื่องต่างๆ ไปเรื่ อย แต่ไม่รู้ไปยังไงมายังไงสุดท้ายลงเอยด้วยเรื่องพระเจ้าได้

ช่างตัดผมพูดว่า
"ผมไม่เชื่อว่าพระเจ้ามีจริง"

"ทำไมล่ะ?" นักธุรกิจถาม

"ก็...ง่ายๆเลยนะ คุณลองออกไปข้างนอกโน่นแล้วคุณจะรู้ว่าไม่มีพระเจ้า

อ่ะ...ถ้ามีพระเจ้าจริงนะ บอกผมหน่อย ทำไมถึงมีคนเจ็บป่วยมากมายขนาดน ี้?

ทำไมมีเด็กกำพร้า เด็กถูกทอดทิ้งเต็มบ้านเต็มเมืองอย่างนี้?
ถ้าพระเจ้ามีจริงก็จะต้องไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีความทุกข์ทรมาน

ผมนึกไม่ออกว่าพระเจ้าที่่ใครๆ บอกว่าเป็นพระเจ้าแห่งความรัก ความเมตตา

จะปล่อยให้เกิดสิ่งเหล่านี้ ได้ยังไง?"

นักธุรกิจผู้นี้ก็นิ่งคิดในใจว่าจะตอบอย่างไรดี แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจไม่พูดอะไร

เนื่องจากเกรงว่าจะกลายเป็นเหตุให้เกิดการทุ่มเถียงกัน

เมื่อช่างได้ตัดผมและแต่งหนวดให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว นักธุรกิจผู้นี้ก็จ่ายเงินแล้วตั้งใจว่าจะตรงกลับบ้านเลย

แต่ขณะที่ยังยืนอยู่หน้าร้านเขาก็เห็นชายคนหนึ่งผมยาวรุงรัง หนวดเครายาวเฟิ้ม ดูไม่สะอาดสะอ้านเอาซะเลย

นักธุรกิจผู้นี้ก็กลับเข้าไปในร้านแล้วพูดกับช่างตัดผมว่า

"คุณรู้อะไรมั้ย? ช่างตัดผมไม่มีจริงหรอก"

ช่างตัดผมงง "ทำไมพูดอย่างงั้นล่ะ ก็ผมนี่ไง!

แล้วผมก็เพิ่งจะตัดผมแล้วก็แต่งหนวดให้คุณเมื่อกี๊นี่เอง"

นักธุรกิจพูดต่อ
"ไม่หรอก ไม่มีช่างตัดผมจริงหรอก เพราะถ้าช่างตัดผมมีจริง

ก็จะต้องไม่มีคนผมยาว หนวดเครายาวรุงรัง

ดูอย่างผู้ชายคนที่อยู่ข้างนอกนั่นสิ"

ช่างตัดผมมองไปที่ชายคนนั้นแล้วพูดว่า

"โห...แต่ยังไงก็ตาม ช่างตัดผมมีจริงๆ! ก็คนเหล่านั้นเขาไม่ได้มาให้ผมตัดให้นี่"

"ถูกต้อง!" นักธุรกิจตอบอย่างมั่นใจ

"ประเด็นอยู่ตรงนั้นแหละ! พระเจ้าก็มีอยู่จริง! แต่คนไม่มาหาพระองค์ไม่แสวงหาพระองค์ โลกจึงมีความเจ็บปวดทรมานมากมายขนาดนี้"


พระเยซู ทรงตรัสว่า
"บรรดาผู้ลำบากเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลาย หายเหนื่อยเป็นสุข" มัทธิว 12:28




 

Create Date : 30 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 30 กรกฎาคม 2550 16:26:53 น.
Counter : 210 Pageviews.  


ตังเมย์เหนียว
Location :
Zürich Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





คนสามแผ่นดิน ไปๆมา ทุกภาษาที่พูดได้ไม่แข็งแรงเลย
Friends' blogs
[Add ตังเมย์เหนียว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.