เทศกาลคริสต์มาส




เทศกาลคริสต์มาส ถือเป็นเทศกาลพิเศษของชาติตะวันตก ที่มักจัดงานกันยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี และหลายๆ คนก็กลับไปเฉลิมฉลองในครอบครัวหรือกับเพื่อนฝูง (คงคล้ายกับเทศกาลสงกรานต์ในบ้านเรา) แต่การให้ความสำคัญในวันเฉลิมฉลองก็มีความแตกต่างกันในประเทศทางตะวันตก ขึ้นกับว่าประเทศเหล่านั้นให้ความสำคัญกับวันก่อนวันประสูติ คือวันคริสต์มาสอีฟ หรือในวันประสูติของพระเยซู คือวันคริสต์มาส ซึ่งคืนที่พระเยซูประสูติ ถือเป็น คืนศักดิ์สิทธิ์ (Holy night)

ในเทศกาลนี้ต่างมีการเตรียมของขวัญให้แก่กัน ก็ได้ไอเดียที่มีการกล่าวถึงในพระคัมภีร์ไบเบิล Matthew 2:10-11 กล่าวถึงในวันที่พระเยซูประสูตินั้น กษัตริย์ 3 พระองค์ ได้เห็นดวงดาวที่สว่างไสว จึงได้นำของขวัญไปประทานให้แก่พระเยซูที่บ้านของพระองค์ เป็นทองคำ ธูป และ มดยอบ (เป็นยางไม้ที่ได้จากพืชชนิดหนึ่งที่มีหนามแหลม) จึงถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมาจนถึงยุคปัจจุบัน มีการส่งมอบของขวัญและเฉลิมฉลองใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว

ในสวิสก็เช่นกัน สวิสก็ถือเป็นอีกประเทศหนึ่งที่สถาบันครอบครัวค่อนข้างมีความใกล้ชิดกัน พ่อแม่และลูกมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น มีการเดินทางไปมาหาสู่กันไม่เฉพาะช่วงเวลาพิเศษ แต่ในวันหยุดก็มีการไปหาแวะเวียนกันเสมอ การแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และห่วงใยในสารทุกข์สุกดิบต่อกันในครอบครัวถือเป็นเรื่องปรกติทีเดียว ในเดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคม ต่างก็มีการจับจ่ายใช้สอยเพื่อซื้อของขวัญให้กันและกัน ซึ่งในครอบครัวของเราเอง ก็จะมีการจดรายการของที่แต่ละคนอยากได้มาและไปซื้อมาให้เป็นของขวัญ (เราคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะของที่ซื้อก็จะถูกนำมาใช้ประโยชน์จริงๆ )

การเฉลิมฉลองของสวิสจะทำกันในคืนวันที่ 24 ธันวาคมซึ่งเป็นวันคริสต์มาสอีฟ แล้วแต่ครอบครัวจะกำหนดเป็นธรรมเนียม เช่น ฟองดูชินัว (คล้ายจิ้มจุ่มแบบบ้านเรา) หรือ ไก่งวงแบบอเมริกา หรืออาหารง่ายๆ เป็นต้น

การฉลองแบบครอบครัวของเราก็จะทานอาหารเย็นแบบง่ายๆ เช่น ไข่ต้ม แฮมหลากหลายชนิด คู่กับขนมปัง และที่จะขาดไม่ได้คือ ของขวัญที่จะถูกนำมาวางใต้ต้นคริสต์มาส ที่มีการประดับประดาด้วยลูกบอลหลากสีรวมถึงการจุดเทียนสีแดง พร้อมกับการเปิดเพลงที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลคริสต์มาส ต่อจากนั้นก็ถึงช่วงเวลาที่สำคัญคือการจับของขวัญ่างคนก็ลุ้นว่าจะได้รับของขวัญที่ตรงกับใจตัวเองหรือไม่จนเวลาล่วงเลยไปจนมืดค่ำ จบด้วยการขอบคุณซึ่งกันและกันับของขวัญถูกใจที่ได้รับ

ขณะที่วันที่ 25 จะทานอาหารพร้อมๆ กันกับญาติๆ คนอื่นๆ ซึ่งอาหารวันนี้จะเป็นอาหารมื้อใหญ่ที่ใช้ต้อนรับญาติและการทานขนมคุ๊กกี้ที่ต่างฝ่ายต่างทำมาแบ่งกันทาน ต่อจากนั้นจะใช้เวลาร่วมกัน รวมถึงการเล่นเกมส์ร่วมกัน

เทศกาลคริสต์มาสตามแบบฉบับบ้านเราถือว่าเป็นงานครอบครัวและวันรวมญาติจริงๆ




Create Date : 24 ธันวาคม 2559
Last Update : 27 ธันวาคม 2559 11:00:54 น.
Counter : 252 Pageviews.

0 comment
การแต่งตัวหน้าหนาว

ในเมื่อเข้าหน้าหนาวแล้ว เราก็มารู้จักวิธีการแต่งกายหน้าหนาวกันดีกว่า

ในช่วงหน้าหนาวนั้น อากาศแถวยุโรปอาจมีสภาพเลวร้ายสำหรับคนไทยเลยก็ได้ ด้วยอุณหภูมิแบบติดลบ ตัวอย่างเช่นวันนี้สภาพอากาศ -11 ณ กรุงเบิร์น (บ้านเราอุณหภูมิหน้าหนาวบางครั้งก็ยังร้อนกว่าช่วงหน้าร้อนของทางยุโรป) แต่สำหรับคนไทยบางกลุ่ม หน้าหนาวถือว่าเป็นสวรรค์เลยก็ได้ เนื่องจากเราสามารถที่จะท่องเที่ยว เห็นบรรยากาศที่ขาวโพลน เล่นกีฬาหน้าหนาว

เราก็เลยต้องมารู้จักวิธีการแต่งตัวสำหรับหน้าหนาวดีกว่า

วิธีการแต่งตัว...


1. ลองจอน มีเสื้อและกางเกง เป็นเสื้อที่ทำจากไนล่อน คอตตอน หรือขนสัตว์ คุณสมบัติการเก็บความอบอุ่นของร่างกายนั้นขึ้นกับว่าใช้วัตถุดิบชนิดใด ยิ่งใช้เป็นขนสัตว์ในการเย็บก็ยิ่งสามารถที่จะเก็บความอบอุ่นได้ดีขึ้น ด้วยที่เป็นผ้าเบาและไม่หนามาก จึงเหมาะที่จะสวมใส่เป็นชั้นแรกๆ

2. เสื้อยืดใส่ทับด้านใน บางครั้งเวลาเราใส่เสื้อสเวตเตอร์บางคนมีอาการคัน การใส่เสื้อยืดอีกชั้นก็ทำให้ร่างกายอบอุ่นเพิ่มได้ และกางเกงยีนส์ ใส่ทับลองจอน

3. เสื้อเวตเตอร์ ที่มีส่วนผสมของขนสัตว์ หรือเสื้อไหมพรม สวมทับลองจอน ถ้ายิ่งมีคอเต่าก็ยิ่งดี เพราะจะช่วยปกป้องคอเราจากอากาศที่หนาวเย็น รวมถึงเวลาเราใส่เสื้อโค้ท เราสามารถที่จะรูดซิปมาปิดต้นคอของเรา โดยที่คอเราจะไม่ต้องโดนซิปเย็นๆ

4. เสื้อโค้ทขนเป็ดหรือเสื้อที่ทำจากโพลีเอสเตอร์ที่มีความยาวคลุมเข่าลงมาเลยยิ่งดีี่มีหมวก และควรมีคุณสมบัติ กันลมและกันน้ำได้ เน้นว่าควรที่จะมีความหนาพอสมควร ไม่เช่นนั้นเราจะทนกับสภาพอากาศหนาวที่นี่ค่อนข้างลำบาก

5. ผ้าพันคอ สวมทับอีกชั้น เพราะส่วนคอเป็นส่วนที่สำคัญ

6. หมวกไหมพรมที่สามารถที่จะปิดหูเราได้ จะช่วยป้องกันไม่ให้ศรีษะเราเย็น ซึ่งเป็นการเพิ่มความหนาวเย็นให้กับร่างกายและจะทำให้เราป่วยได้ หรือสามารถใช้ที่ปิดหูแยกต่างหากก็ได้

7. ถุงมือ ถือได้ว่าสำคัญมากทีเดียว เนื่องจากผิวเราถ้าสัมผัสกับอากาศหนาวเย็นนานๆ ก็จะเกิดความทรมาณจากความหนาวเย็นได้ ส่งผลต่อการไหลเวียนของโลหิต อีกทั้งมวลอากาศที่แห้งส่งผลให้ผิวแตกได้ ซึ่งสามารถใช้ถุงมือสำหรับสกีได้ ซึ่งจะอบอุ่นกว่าถุงมือปรกติ

8. ถุงเท้า ทำจากขนสัตว์ หรือถุงเท้าหนา

9. รองเท้าบูทที่ด้านในมีขนสัตว์บุ ก็จะช่วยให้เท้าอบอุ่น ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวเป็นไปอย่างราบรื่นได้นะคะ ถ้าจะให้ดีใช้รองเท้าที่กันน้ำจะยิ่งดี เนื่องจากบางครั้งอากาศร้อนขึ้นทำให้หิมะที่ตกลงมาละลาย ถ้ารองเท้าไม่กันน้ำ น้ำจะซึมเข้าไปในเท้า การที่เท้าเย็นจะส่งผลต่อการไหลเวียนโลหิตได้ไม่ดี ถ้าเลือดไม่ไปเลี้ยงนานๆ อาจทำให้ประสาทบริเวณนั้นๆ ไม่ทำงานนะคะ

อุปกรณ์อื่นๆ
- ครีมทาผิว และควรมีครีมทามือติดตัวเอาไวตลอด
- ลิปทากันปากแตก
- ครีมทาจมูก มีแบบครีมกับแบบน้ำมัน (เนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็น ทำให้อากาศแห้ง เวลาเราสูดอากาศเข้าไปทำให้โพร่งจมูกเราแห้งกร้านและทำให้เกิดเลือดออกได้)
- แว่นกันแดด โลชั่นกันแดด
- ยาสามัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาการเจ็บป่วย ไข้หวัด ท้องเสีย

พร้อมแล้วก็เที่ยวได้เลย




Create Date : 18 มกราคม 2559
Last Update : 18 มกราคม 2559 20:59:07 น.
Counter : 214 Pageviews.

1 comment

สมาชิกหมายเลข 2696677
Location :
Bern  Switzerland

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชื่อ นิลวดี เอ็กเกอร์ คร่า ชอบท่องเที่ยวด้วยตัวเอง เนื่องจากเราเที่ยวไม่ค่อยเหมือนใคร ลุยบ้างแล้วแต่โอกาส เคยเป็นหัวหน้าทัวร์ประมาณ 5 ปี โดยเ้ส้นทางที่ทำทัวร์ เขมร เวียดนาม ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ ปักกิ่ง มองโกเลีย รัสเซีย ลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ 100% จุดนี้ทำให้ได้พบรักกับสามีชาวสวิส ก่อนมาเปิดบริษัททัวร์ในประเทศไทย 2 ปี ตอนนี้เพื่อนทำต่อ เพราะเราแต่งมาอยู่ที่สวิสแล้ว

สวิสเป็นเมืองในฝันของใครหลายๆ คน หากใครต้องการข้อมูล หรือรายละเอียด คำแนะนำ สามารถเขียนมาถามกันได้นะคะ ยินดีให้คำแนะนำคร่าาา