~แ ส ง ต ะ วั น ข อ ง แ ม่~Nahmet&Aboudy = a good thing which God provided to human (Gift)

ภาษา&การสื่อสาร: เทคนิคการใช้"ภาษาเงียบ" กระตุ้นพัฒนาการทางภาษาและความเข้าใจ ในวัยเตาะแตะ


เนื่องจากเราไม่อาจรู้ได้ว่าขณะที่ลูกกำลังง่วนอยู่กับสิ่งที่เขาสำรวจนั้นเขามีประสบการณ์อย่างไร
เราจึงไม่ควรแทรกแซงการเรียนรู้ของเขาด้วยการพยายามสอนเขาในขณะที่เขากำลังเล่นอยู่ว่าสิ่งนั้นคืออะไร เรียกอย่างไร
แต่ควรรอจนกว่าเขาหยุดสนใจหรือว่าเขาาอาจมาหาเราพร้อมยื่นของที่อยู่ในมือให้
**


**คำแนะนำที่มีค่าของ แดเนียล อูโด เลอ แฮส์(ส่วนหนึ่งจากหนังสือเรื่อง "คุณคือครูคนแรกของลูก" หน้า 178)


ไม่ รู้ว่าแม่ๆหลายคนเป็นเหมือนกันหรือเปล่า? ที่เรามักบอก หรือชี้นำลูกทันที..
โดยไม่เปิดโอกาสให้วัตถุหรือสิ่งที่ลูกเห็นได้สื่อสารกับลูกก่อน
ตัวอย่างเช่น..พอเราเห็นลูกหมาพุดเดิ้ลน่ารักตัวหนึ่งเดินมากับเจ้าของ..
ลูกของเราให้ความสนใจและกำลังมองเจ้าหมาพุดเดิ้ลตัวน้อยอยู่..
เราก็รีบชี้ไปที่หมาพุดเดิ้ล และบอกลูกทันทีว่า..
"ดูสิลูก นั่นเรียกว่าหมาพุดเดิ้ล ขนปุกปุยทีขาวน่ารัก และชอบส่งเสียง'โฮ่งๆ'ทักทายเด็กๆ ดูสิ ดูสิ ดูสิ.."
ทีนี้แทนที่ลูกจะได้เรียนรู้ด้วยตัวเขาเอง ผ่านประสบการณ์ตรงที่ได้เห็นตรงหน้า..
กลับกลายเป็นการรับข้อมูลที่แม่รีบป้อนให้ทันที..


ก็คงเหมือนกับเวลาที่เราไปชมภาพศิลปะในแกลลอรี่ และกำลังสร้างจินตนาการกับภาพเขียนที่อยู่ตรงหน้า..
แล้วอยู่ๆก็มีผู้รู้เดินเข้ามาแนะนำเราทันที ว่าภาพนี้สื่อถึงอะไร..
อารมณ์ของศิลปินตอนวาดเป็นอย่างไร และภาพสื่ออะไรกับเราบ้าง..
โอเค เราได้รับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน..
แต่สิ่งที่หายไปคือจินตนาการ และประสบการณ์การรับรู้ของเราที่เกิดกับภาพนั้นในตอนแรก
ที่ถูกตัดทอนโดยคำอธิบายจากผู้รู้ไปเสียก่อน อะไรประมาณนั้น


ตั้งแต่ได้อ่านประโยคที่ยกมาข้างต้น** ก็เลยลองเปลี่ยนวิธีการสอน จากที่ส่งข้อมูลให้ลูกในทันที..
เป็นรอให้ลูกได้สื่อสาร&สร้างประสบการณ์จากสิ่งที่เห็น ที่สัมผัสด้วยตนเองก่อน..
แล้วค่อยแนะนำว่าสิ่งที่ลูกพบคืออะไร
ลองทำได้สักระยะแล้วพบว่าวิธีนี้เวริคมากเลย..
เพราะทำให้มีโอกาสให้เราได้มองเห็นว่าลูกคิด&มีปฎิกิริยากับสิ่งที่ได้เห็นได้สัมผัสตรงหน้าอย่างไร..
และเราเองก็ได้มีเวลาเตรียมคำที่จะสอนจะอธิบายเป็นการต่อยอดจากสิ่งที่ลูกเห็นได้ดียิ่งขึ้นด้วย..
ลองเอาเทคนิคง่ายๆนี้ไปปรับใช้กันดูนะคะ..
เค้าว่าเป็นการกระตุ้นพัฒนาการทางภาษาและความเข้าใจของเด็กน้อยวัยเตาะแตะได้ดีทีเดียว^^





 

Create Date : 22 เมษายน 2552    
Last Update : 22 เมษายน 2552 10:37:31 น.
Counter : 513 Pageviews.  

แป้งโดว์: สูตรเด็ด HomeMade "Uncooked Play Dough"

หลังจากที่ลองทำแป้งโดว์ให้ข้าวสวยเล่นมาแล้วหลายสูตร
ก็มาเจอสูตรเทพ ที่ทำง่ายสุดๆ เนื้อเนียนนุ่ม และใช้เวลาทำแค่ 10 นาทีเท่านั้น
ที่เด็ดคือไม่จำเป็นต้องตั้งเตากวนในหม้อแต่อย่างใด แจ่มโดนใจสุดๆ



"Uncooked Play Dough"


สูตร/ส่วนผสม
แป้งเอนกประสงค์ 2 ถ้วย
ครีมออฟทาร์ทาร์** 4 ช้อนโต๊ะ(ชื่อเป็นครีม แต่จริงๆมีลักษณะเป็นผงนะจ๊ะ)
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1 ถ้วย
น้ำร้อน 2 ถ้วย
สีผสมอาหาร


**"ครีมออฟทาร์ทาร์" หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ต(ชั้นนำทั่วไป)โซนอุปกรณ์ทำขนม-เบเกอรี่
หรือร้านที่ขายพวกอุปกรณ์ทำขนม-เบเกอรี่โดยตรง จะมีแน่นอนค่ะ^^


วิธีทำ
จัดแจงนำส่วนผสมทุกอย่างลงอ่างผสม จากนั้นก็กวนๆนวดให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จพิธี ง่ายโนะ^^(ใช้เวลาประมาณ ไม่เกิน 10 นาที)
(**ถ้าบ้านไหนมีเครื่องตีไข่ ก็เปลี่ยนหัวเป็นไม้ตีเป็นไม้ที่ใช้สำหรับนวดแป้ง เอาส่วนผสมทุกอย่างโยนลงไป
เปิดเครื่อง ตีที่ความเร็วปานกลาง ไม่เกิน 5 นาทีก็เสร็จแล้วจ้ะ)



อ้อ!ลืมบอกข้อดีของสูตรนี้อีกอย่างนึงก็คือ ไม่จำเป็นต้องเก็บในตู้เย็น เอาใส่ถุงซิปล๊อก หรือกระปุกที่มีฝาปิดมิดชิดก็พอจ้ะ
หากแป้งเริ่มแข็งก็เอามานวดๆเติมน้ำอุ่นลงไปนิดนึง ก็จะยืดอายุของแป้งโดว์ได้อีกค่ะ



ที่มาของสูตรเด็ด http://www.k-3teacherresources.com/play-dough-recipe.html

 




 

Create Date : 21 เมษายน 2552    
Last Update : 25 เมษายน 2552 18:55:04 น.
Counter : 24395 Pageviews.  

บันทึกการบ้าน: Mon, 20/4/09


Smiley4 กิจกรรมปูพื้นฐานเลขตามแนวพ่อธีร์(สองรอบภาคเช้า และก่อนนอน)
1.นับเลขปากเปล่า+Baby Sign(ใช้เวลาประมาณ 1 นาที)
นับเลข(Eng)พร้อมทำ ASLซายน์ ประกอบไปด้วย ข้าวสวยเริ่มนับและทำมือตามแม่หลายตัวเลขแล้ว
1..2..3..5..6..8..9..10 (นับข้ามเลข 4 และ 7 ไปสองตัววันนี้)
ps.ระหว่างวันแม่กับย่านับ 1-100 ให้ข้าวสวยฟังเล่นเพลินๆ
2.กระดานร้อยช่อง;วางเบี้ย 1-10(ใช้เวลาประมาณ 3++ นาที)
เหมือนเดิมเริ่มต้นให้ข้าวสวยเล่นเองก่อน วางผิดวางถูกแต่ก็ตบมือเย้ๆเหมือนเคย ก่อนจบกิจกรรมแม่ให้ลูกมานั่งตัก
พร้อมวางเบี้ยให้ดูอย่างรวดเร็ว โดยวันนี้แม่วางให้ดู 20 เบี้ย และวางเป็นรูปหัวให้ข้าวสวยด้วย
แล้วบอกว่าแม่รักข้าวสวยที่สุด จุ๊บๆกันไปหลายรอบ ก่อนช่วยกันเก็บตัวเบี้ยใส่กล่องกระดาน
3.ทายจำนวนลูกปัด(ใช้เวลาประมาณ 1 นาทีสำหรับการทาย และต่ออีกราว 15 นาทีสำหรับการร้อยลูกปัด)
ข้าวสวยทายถูกถ้าแค่ 1 เม็ด^^ นอกนั้นก็เป็นแม่ตอบแทน เสร็จแล้วต่อด้วยร้อยลูกปัดเล่นกัน อีกราว 15 นาที
พอข้าวสวยเอาลูกปัดโดยนเล่น แม่เลยจบกิจกรรมทันที
4.ลากนิ้วตามตัวเลข ;0-9(ใช้เวลาประมาณ < 3 นาที)
วันนี้แม่จับมือข้าวสวยให้ลากนิ้วตามตัวเลขที่ทำจากไม้ ข้าวสวยหัวเราะคิกคัก คงเพราะไม้มันลื่นๆ เลยจั๊กจี๋


Smileyศิลปะ ของศิลปินตัวน้อย
วันนี้อากาศที่ Sydney โหดร้ายมากฝนตกเกือบทั้งวัน พอฝนหยุดช่วงบ่ายแม่เลยชวนข้าวสวยไปเล่น Finger Pain กัน
ที่สนามหญ้าหลังบ้าน วันนี้แม่เอาลังเล็กๆมาให้ข้าวสวยทำผลงาน ละแวบไปมองข้าวสวยจากในครัว เพราะได้เวลาเตรียมอาหารมื้อเย็นพอดี
ข้าวสวยก็น่ารักเชียว ละเลงๆอยู่ ก็เงยหน้าโบกมือเรียก Mum Mum(คงอยากจะบอกประมาณว่า"แม่ดูหนูทำด้วยนะ อย่ามัวแต่ทำกับข้าว"^^)


Smileyออกกำลังกาย
วันนี้ตอนเย็นย่าพาข้าวสวยไปเล่นที่บ้านเพื่อนของย่า กลับมาเล่าแม่ฟังว่าข้าวสวยวิ่งเล่น เต้นๆ สนุกกับหลานๆของเพื่อนย่าใหญ่เลย
ps.วันนี้แด๊ดดี้กลับดึกเลยไม่ได้พาข้าวสวยไปเตะบอลเล่นจ้ะ


Smileyภาษา & การสื่อสาร
ระหว่างวันร้องเพลง ABCs พร้อมทำASLซายน์ประกอบไปด้วย ตอนนี้ข้าวสวยทำซายน์ตามได้ สามอักษรคือ A B C
และข้าวสวยเริ่มฮิตพูดประโยคยาว 3-4 คำบ้างแล้ว (เอาคำนามและกิริยามาปะติดปะต่อกัน)


Smileyเชิงวิชาการอื่นๆ
วันนี้เอา Flash Card มาเล่นทายสี และรูปทรงกัน กิจกรรมนี้ชิวมาก พวกสี-รูปทรงพื้นฐานข้าวสวยค่อนข้างแม่นแล้ว


Smileyหนังสือ-นิทาน
วันนี้เห่อหนังสือที่กดๆแล้วมีเสียงที่แด๊ดดี้เพิ่งสอยมาให้เล่มใหม่ นั่งเล่นหลายรอบมากกกกก
ก่อนนอนวันนี้ข้าวสวยเลือกหนังสือเรื่อง "Put Me in the Zoo" by Robert Lopshire
ที่รับมรดกมาจากสาวน้อยธาร่าลูกสาวพี่ป้อม เล่มนี้ข้าวสวยชอบมากๆ ในหนึ่งวันข้าวสวยจะหยิบเล่มนี้มาให้อ่านบ่อยๆ
และข้าวสวยจะรอหน้าสุดท้าย ที่มีเจ้า Cat in the Hat แอบโผล่มาในตอนจบ จะชี้ๆและพูดว่า "นี่ไง แมว Cat"ใหญ่เลย
ขอบคุณพี่ป้อม&น้องธาร่ามา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ









 

Create Date : 21 เมษายน 2552    
Last Update : 21 เมษายน 2552 1:47:15 น.
Counter : 389 Pageviews.  

บันทึกของแม่: สิ่งที่แม่สังเกตเห็น เกี่ยวกับการเรียนรู้ของข้าวสวย


วันนี้ตอนแม่เล่นและเรียนรู้กับลูก ลูกทำได้ดีมาก สนุกและมีความสุขกับทุกกิจกรรมที่ทำกับแม่(แววตาสดใส มีประกายวิบๆตลอด..ขนาดนั้นเลยจริงๆ)
ไม่มีอิดออดกับสิ่งที่ต้องทำ และทำอย่างเป็นระบบขั้นตอน รุ้จักสังเกตการณ์ เรียกว่าเห็นแล้วแม่มีกำลังใจสอน มีกำลังใจเล่นกับลูกมากๆๆๆๆ
(ปูผ้าหยิบของเล่นจากชั้นจบกิจกรรมนำของเล่นไปเก็บที่ชั้นแล้วจึงหยิบชิ้นต่อไปมานั่งเล่นกับแม่ต่อจบทุกกิจกรรมแล้วก็เอาผ้าไปเก็บที่เดิม)


ก็มานึกๆย้อนไปถึงวันที่พาข้าวสวยไปร่วมทำกิจกรรมตามแนวมอนเตสเซอรี่ ทุกๆวันเสาร์กับเพื่อนๆวัยใกล้เคียงกัน เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ทั้งสิ้น 5 ครั้ง
เด็กๆก็จะแบ่งเป็นกลุ่มๆ ไปทำกิจกรรมตามฐาน ข้าวสวยก็มีอาการอิดออดไม่ค่อยยอมทำ ชอบเป็นเด็กแก๊งหลังห้องเสียมากกว่า และขอกินนู่น หม่ำนี่ตลอดเวลา
ทั้งๆที่ปกติไม่เคยมีอาการอย่างนี้ จะว่าทำไม่ได้ หรือไม่เข้าใจคำสั่งก็ไม่ใช่ เพราะทุกกิจกรรมที่ทำส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ทำที่เล่นกันที่บ้านอยู่แล้ว และข้าวสวยชอบทำเสียด้วย
ทั้งการร้องเล่น เต้นรำ การกระโดด etc.


แม่ก็เลยคิดว่าปัจจัยสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อการเรียนรู้ การแสดงออกของข้าวสวยมากๆ
(ใน 2 ครั้งแรกของการไปเรียนแม่ทิ้งลูกตามลำพังไว้กับคุณครูและเพื่อนๆ สร้างสถานการณ์กดดันและความรู้สึกเชิงลบที่ฝังลึกกว่าที่คิดให้ลูก)
อีกส่วนหนึ่งคงเพราะแม่ไม่เคยพาข้าวสวยไปเข้ากลุ่มเพลย์กรุ๊ปกับเด็กวัยใกล้เคียงกันด้วย
ลูกเลยทำตัวไม่ถูก และแสดงพฤติกรรมแปลกๆออกมาให้เห็น (เดี๋ยวก็วีนขึ้นมา เดี๋ยวก็สนุกลั่ลล๊าสุดๆ อารมณ์ขึ้นๆลงๆมากกกกกกก)


เพราะอย่างตอนอยู่ที่ออสเตรเลียนี่หนูได้เล่นกับพี่ๆญาติๆกลุ่มใหญ่เป็นประจำก็จริง แต่ก็เพราะลูกคุ้นเคย และวางใจที่จะเล่นกับพี่ๆแล้วไง
กอปรกับพี่ๆก็โตพอสมควร(อายุ3-12ปี) เลยรู้วิธีการที่จะเล่นกับน้อง ข้าวสวยก็ได้เรียนรู้วิธีการที่จะเล่นกับพี่ๆไปด้วยในตัว


จากจุดนี้แม่ก็พอมองเห็นแนวทางคร่าวๆว่าควรจะเตรียมพร้อมลูกอย่างไร เมื่อหนูถึงวัยต้องเข้าโรงเรียน แต่กว่าจะถึงวันนั้น
หนูก็อาจจะอยู่ในวัยที่มีความพร้อม และกระตือรือร้นที่อยากจะไปทำกิจกรรมกับเพื่อนๆวัยเดียวกันแล้วก็ได้^^


สรุปว่าอาการวีนและพฤติกรรมเชิงลบต่างๆของข้าวสวยในช่วงเดือนที่ผ่านมา เป็น"โรคแม่ทำ"นั่นเอง  แหะๆ



บันทึกไว้เป็นข้อคิดเตือนใจให้ตัวแม่เอง(อย่าทิ้งลูกเผชิญโลกตามลำพัง..หากลูกยังไม่พร้อมที่จะเรียนรู้โลกกว้างด้วยตนเอง..)


20-Apr-2009




 

Create Date : 20 เมษายน 2552    
Last Update : 20 เมษายน 2552 7:24:49 น.
Counter : 323 Pageviews.  

บันทึกการบ้าน: Fri, 17/4/09

ข้าวสวยกับกิจกรรม"ก.พ.อ."


วันนี้กิจกรรมหลักที่ทำออกแนว"การงานพื้นฐานอาชีพ"มากมาย
เริ่มตั้งแต่ช่วยแม่ปลูกพืชสวนครัวอย่างกะเพรา และ หัวหอมใหญ่
แต่ลูกก็จะออกแนวช่วยหม่ำมากกว่า เพราะเผลอไม่ได้แอบเด็ดใบกะเพราหม่ำตลอด


พอปลูกผักเสร็จแม่ก็ไปกวาดเศษใบไม้ที่สนาม ข้าวสวยก็จะยื้อขอกวาดด้วยตลอด
เลยต้องไปหาไม้กวาดในโกดังมาให้ข้าวสวยถือช่วยกวาดๆเขี่ยๆอันนึง
ปลื้มตรงความตั้งใจของลูกนี่แหละ ถ้าเทียบกับตัวแล้วไม้กวาดทั้งใหญ่และหนักทีเดียว แต่ลูกก็ไม่ท้อ
สู้ตายสุดๆกวาดๆเขี่ยๆตามแม่ แถมหัวเราะคิกคักตลอดเลย น่าร๊ากกกกกกกกกเชียวแม่คุณของแม่(ยอกันเอง อิอิ)


มาโหมดเชิงวิชาการบ้าง วันนี้แม่ชวนข้าวสวยว่าไปเรียนกันไม๊? ข้าวสวยตอบโดยการเดินขึ้นบันไดนำหน้าไปที่ห้อง Office ทันที
แล้วเดินไปหยิบผ้ามาปู พร้อมทำเสียงประกอบตลอดว่า "ผ้า..ผ้า..ผ้า"


กระดานร้อยช่อง
เสร็จแล้วก็เดินไปหยิบกล่องกระดานร้อยช่องมา
วันนี้วางมั่วไปหน่อย ใส่ผิดใส่ถูก แต่ก็ปรบมือชมตัวเองเย้ๆตลอด แม่ก็ปล่อยให้เล่นไป
ตอนท้ายก่อนเก็บก็ให้ข้าวสวยมานั่งตัก แล้วแม่วางให้ดูอย่างรวดเร็ว และชวนเก็บก่อนเบื่อ


ทายลูกปัด
จากนั้นต่อด้วยทายลูกปัด กำๆแบๆร่ายเวทมนต์ทายกันเสร็จ ก็มานั่งเล่นร้อยเป็นสร้อยคอกันต่อ


หนังสือภาพ
เสร็จจากลูกปัด ข้าวสวยก็เดินไปที่ชั้นหนังสือ หยิบหนังสือภาพ มาเล่นทายกัน โดยผลัดกันทาย
แม่ถามให้ลูกชี้หาภาพบ้าง ลูกก็ถามแม่ให้ชี้กลับบ้าง (ถือเป็นกิจกรรมง่ายๆที่ชอบที่สุดของข้าวสวยตอนนี้)
**กะว่าไปร้านหนังสือคราวหน้าแม่จะไปสอยหนังสือ I-Spy เล่มง่ายๆมาให้ข้าวสวยลองเล่นดู


พอเล่นกันเสร็จก็ได้เวลาอาหารว่างพอดี เลยชวนนับเลขระหว่างลงบันไดเพื่อไปหม่ำๆ


ตอนเย็นญาติๆมาบ้าน ข้าวสวยก็เล่นกับพี่ๆ เสียงดังไปแปดบ้านเห็นจะได้


วาดเขียน, หั่นผัก-ผลไม้
หลังอาบน้ำเสร็จเลยชวนข้าวสวยเล่นวาดเขียนกัน ข้าวสวยนั่งขีดอะไรขยุกขยุย เสร็จละส่งให้แม่ดูแล้วบอกว่า "แมว cat เหมียวๆ"
ต่อด้วยไปเอาของเล่นไม้ที่เป็นผัก ผลไม้มาเล่นหั่นๆกันต่อ แม่บอกให้หั่นอะไรข้าวสวยก็หยิบมาหั่นได้ถูกหมด และออกเสียงเรียกตามได้เกือบหมดทั้งถาดแล้ว



Story then Bed
กิจกรรมปิดท้ายคืนนี้เหมือนเช่นเคย คือหนังสือหนึ่งเล่มที่ข้าวสวยเลือกเอง วันนี้ข้าวสวยเลือกเรื่อง "The Okay Book" ของ Todd Parr มาให้อ่าน
แน๊นนมแม่ เปิดดนตรีเบาๆคลอและหลับคร่อกกันทั้งแม่ทั้งลูกSmiley





 

Create Date : 18 เมษายน 2552    
Last Update : 18 เมษายน 2552 19:59:38 น.
Counter : 351 Pageviews.  

1  2  3  4  

ดวงขวัญ
Location :
Sydney Australia

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]





:Last updates:*HBD ข้าวสวย 2 ขวบแล้วค่า :) *ABCDEFGHIJKLMNOPQRSTUVWXYZ now I know my ABC'S next time won't you sing with me?*
*พี่สาวที่แสนดี & น้องชายสุดเลิฟฟฟฟฟฟ *

*ข้าวสวย กับบันทึก(สั้นๆ)ก่อนเข้าสู่วัย 2 ขวบ *
*บันทึกน้องมวยไทย ในวัย 3-7 สัปดาห์*
*ข้าวสวย..เข้าสู่วัย 22 เดือน = อีก 2 เดือน ก็จะ 2 ขวบแล้วนะจ๊ะ + คลิปบอกรักน้องมวยไทย :)*
*ชีวิต 3 สัปดาห์แรกบนโลกใบเล็กๆของเด็กชาย มวยไทย-อะบุ๊ดี้ :)*
*พี่ข้าวสวย 1 ขวบ 9 เดือน ส่งต่อความรัก(ให้น้องมวยไทย) :)*
*สวัสดีคับ ผมชื่อ ด.ช. อะบุ๊ดี้ :)*
*ข้าวสวย..กับความน่ารักในวัย 1 ขวบ 8 เดือน (20 MOS)*
*ข้าวสวยกับทรงผมแนวๆ(เกาหลี-เกาเหลา) By แม่ :)*
*บันทึกอาการ"เปื่อย"(ป่วย)ครั้งแรกในชีวิตของข้าวสวย..*
*บันทึกการบ้าน: Mon-Sun, 4-10/May/09*
*READING=PLAYTIME: 1st Book Festival ของข้าวสวย&แม่*














 

:แบ่งปัน สูตรเด็ด:*แป้งโดว์: สูตรเด็ด HomeMade "Uncooked Play Dough"

 












Aqua Babies การสอนเด็กเล็กว่ายน้ำ:*ข้าวสวย..AQUA BABIES ตอนที่ 1 (*^.^*)*
*ข้าวสวย..AQUA BABIES ตอนที่ 2 (*^.^*)*
*(◕‿◕✿)ข้าวสวย..แนะนำสระน้ำเกลือ + อุปกรณ์ช่วยว่ายน้ำ/เล่นน้ำ สำหรับเด็กเล็ก*




web analytics



(ซึ้งๆ)Nahmet's 1st Year Montage



(เห่อ)ข้าวสวยออกเสียงว่า"แม่"@5 MOS



ลั่ลล๊า..เล่นน้ำ@16 MOS


เป็นคุณแม่ยังสาว(ต๊ายช่างกล้าพิมพ์55)
ของพี่ข้าวสวยวัยLilypie Second Birthday tickers และ
น้องมวยไทยวัยLilypie First Birthday tickers
เป้าหมายในชีวิตตอนนี้คือ
ทำทุกวันให้เป็นวันที่มีความสุขของครอบครัว
โดยเฉพาะสมาชิกใหม่อย่างข้าวสวย
ให้มีแต่รอยยิ้มเสียงหัวเราะให้มากที่สุด

ชอบอ่านเรื่องการเลี้ยงเด็ก การฝึกพัฒนาการ
เป้าหมายมิใช่ให้ลูกเป็นอัจฉริยะ
เพียงหวังให้ลูกได้ดึงศักยภาพในตัวเอง
ออกมาอย่างถูกวิธีและมีความสุข

mnkaaosuay[AT]gmail[DOT]com




























First Aid,CPR&Stop Choking




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ดวงขวัญ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.