เรื่องราวผู้หญิงกับการเดินทางด้วยหัวใจ 2 ล้อ (มอเตอร์ไซด์) รวมถึงการท่องไปในโลกกว้างด้วยวิธีการอื่นๆ คลอเคล้าด้วยคนตรีไพเราะหลากหลายรูปแบบ เรามาผจญภัยด้วยกันนะคะ
ครั้งแรกกับการขี่เอ็นดูโร่ (KLX250) จากน่านสู่หลวงพระบาง [ตอนที่1]

ทริปนี้จอด F800GS ไว้บ้าน แล้วลองไปขี่รถเอ็นดูโร่ ตะลุยทางฝุ่นดูบ้าง

ได้ไปเช่ารถที่จังหวัดน่าน ไปกับทัวร์ชาวน่าน ที่มีการจัดไปหลวงพระบางเป็นประจำ


จากน่านไปหลวงพระบางนั้นสามารถไปได้หลายเส้นทาง แต่วันนี้เราเลือกเส้นทางที่สั้นที่สุด และเคยได้ขึ้นชื่อว่าโหดที่สุด เพราะทางยังไม่ได้ผ่านการทำ แต่คราวนี้ปรากฏว่าถนนสายนี้ได้ทำการปรับพื้นผิวไปเสียแล้ว จากที่คาดการณ์ว่าต้องเป็นหินลอย ร่องน้ำ กรวดก้อนใหญ่ๆ จึงกลายเป็นเพียงทางลูกรังหน้าเรียบ เรียกว่ากินฝุ่นกันตลอดทริป กับระยะทาง 180 กิโลมุ่งหน้าสู่หลวงพระบาง
คราวหน้าว่าจะเอา F800GS มาเส้นทางนี้อีกครั้งค่ะ



ครั้งแรกกับการขี่เอ็นดูโร่ KLX250 จากน่านไปหลวงพระบาง มีคนบอกว่าให้มาลองขี่เอ็นดูโร่ดูบ้าง การลองรถหลากหลายรูปแบบ ไม่ยึดติดก็เป็นการพัฒนาตัวเองในอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่รอช้าตอบตกลงกับคำชวน ที่จำไม่ได้แน่ๆ ว่าใครชวนกันแน่ แต่คนที่ปลุกความรู้สึกอยากอีกครั้งได้แก่น้าบ๊วย ขอขอบคุณที่ยอมสละรถให้ลองของก่อนจะตัดสินใจว่ากล้าขี่หรือไม่

หากจะถามว่าเคยขี่รถใหญ่ๆ แล้วจะกลัวอะไรกับรถเล็ก ขอบอกเลยว่ากลัวกว่า เพราะการขี่รถเอ็นดูโร่ทางดินเป็นที่รู้กันอยู่แล้วไม่ตาย แต่ถ้าพลาดก็มักจะเจ็บหนึบๆ แบบหนักๆ ได้ไม่ยาก



เสียงตามสายจากน้าบ๊วยผู้ใจดีและแสนจะหล่อเหลาแว่วมาไถ่ถามว่าจะไปเมืองน่านเช่นไร
พร้อมๆ กับหยิบยื่นไมตรีว่าล้อยังว่าจะเกาะไปไหวไหม เอ้ยยย...รถตู้ยังมีีที่ว่าง นั่งไปด้วยก็ได้

ล้อหมุนเกือบ 11 โมงจากหน้าสวนสยาม บวกกับการลากหางไปด้วย
ทำให้ไม่สามารถทำความเร็วได้มากนัก (แต่ก็แอบชำเลืองเห็นว่ามีแตะ 150km/hr อยู่บ้างเหมือนกัน) กว่าจะถึงเมืองน่านก็ปาเข้าไป 1 ทุ่มตรง

ขอบคุณน้าบ๊วยมากๆ จากใจค่ะ ^^



หลังจากได้พบปะกับผู้ร่วมทาง ก็มารวมตัวกันที่ปั๊มพี่ชูเพื่อทำการเช็ครถ ครั้งแรกที่ได้เห็นรถ KLX250 กับความสูงของรถ แม้จะได้เคยไปลองขี่รถประเภทนี้อยู่บ้างแล้ว ก็เสียวๆ อยู่ในใจไม่น้อย แต่ถ้าเทียบกับ F800GS ที่ใช้ประจำแล้ว ก็ได้เปรียบเรื่องน้ำหนักที่เบากว่ามากนี่หละ



รุ่งขึ้นเราเดินทางออกจากตัวเมืองน่าน ไปยังด่านห้วยโก๋น เพื่อออกสู่ลาว ตั้งแต่ตี 5 ครึ่ง มีอยู่ 4 คันที่เอาเปรียบด้วยการนำขึ้นรถลากไป (คือก๊วนข้าน้อยเอง ^^)
เก็บภาพสวยๆ เหล่านี้ได้ ก่อนจะถึงด่านห้วยโก๋นเล็กน้อย



ทะเลหมอกยามเช้า



อรุณรุ่งและอากาศที่แสนสดชื่น ทำให้ความเหนื่อยล้าผ่อนคลายละลายหายไป เตรียมใจให้พร้อมกับความสนุกสนานและยากลำบากต่อหนทางข้างหน้า



นำรถตู้และรถลากมาจอดไว้ที่สถานีตำรวจ จัดการแพ็คสัมภาระ



ทัวร์ไปหลวงพระบางนี้มีจัดเป็นประจำ โดยคณะชาวน่าน ผู้ใดสนใจติดต่อคุณบีได้นะคะ มีรถให้เช่า และมีการจัดการให้ทุกอย่างตลอดเส้นทาง เรียกว่าไปแต่ตัวก็ยังได้



เห็นแวบแรกนึกว่า F800GS หันไปดูอีกที... ^^



พียงไม่นานก็ข้ามมาด่านฝั่งลาว ทริปนี้มีผู้ร่วมทาง 19 คัน มี GS 3 คัน, Triumph classic 1, KSR 1, Suzuki DR750(?),
Dtracker 125 1, ที่เหลือเป็นรถเอ็นดูโร่ 250-400cc หลายหลายยี่ห้อ มีครบ



การจะเข้าไปขี่รถเที่ยวในลาวได้ ตามกฏหมายต้องมีตำรวจนำเป็นธรรมเนียมตอนผ่านแดนค่ะ กว่าตำรวจนำจะมา เราก็ได้แต่รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ
แต่พอผ่านเข้าไปได้ซักพัก ตำรวจก็หายไป (แอบลงที่หมู่บ้านข้างหน้า) เราก็ขี่ต่อไปเองไม่เห็นมีมาตรวจอะไรอีกค่ะ แล้วก็ต้องมีไกด์ลาวไปด้วย



มีพี่เลี้ยงตลอดทริป ^^



BMW ก็ไปได้ จะว่าสบายๆ เลยก็ว่าได้



น้าบ๊วยยยยย กรี้ดๆๆๆ เท่ห์ที่สุด



รอจนเบื่อ



ไม่ใช่แค่เบื่อธรรมดา...หลับเลย



เท่ห์กันทุกคน



ภาษาลาว การอ่านและเขียน คล้ายบ้านเรามากเสียจนไม่ยากที่จะอ่าน แม้จะได้มาเยียนเป็นครั้งแรกก็ตาม


เกร็ดเล็กน้อย ภาษาลาว ไม่มีพยัญชนะบางตัวเหมือนไทย เช่น ช ช้าง ร เรือ รวมไปถึงไม่มีคำควบกล้ำ ไม่มีตัวการันต์ ฯลฯ
ดังนั้น หากออกเสียงชื่อเมืองที่ถูก คือ ไซยะบุลี (Xainyabuli); หลวงพะบาง (Loung pabang) **หล ไม่ใช่คำควบกล้ำ เป็นเสียงอักษรนำ**
และ บางพยัญชนะ ก็มีคำสร้อยที่ต่างกันเช่น ก กา , ย ยุง ,ฟ ไฟ , ว วัว ฯลฯ

เครดิต: Backpacker



รอกันจนกระจัดกระจาย รวมกลุ่มกันอย่างที่เห็น



^____^



พอตำรวจมา แล้วบอกให้ไปได้ ก็เป็นอย่างที่เห็น ฟิ้ววววววว



น้ำมันในลาวตกลิตรละ 40 บาทค่ะ โดยทั่วไปคนลาวจะรับเงินไทยค่ะ และก็มักจะเป็นเราที่เสียเปรียบ
เช่น จะข้ามสะพานไม้ที่มีการเก็บตังค์ ถ้าแปลงจากเงินลาวเป็นไทยก็อาจจะ 16 บาท แต่เค้าจะไม่รับเหรียญ เค้าจะเอาแต่แบ็งค์ 20 อย่างเดียวเลย



จากหน้าด่านห้วยโก๋น (น่าน) 40 กิโล ก็มาถึงเมืองหงสา ซึ่งมีเส้นทางแยกไปหลวงพระบางได้ถึง 3 เส้นทาง



เฮียหมง ขี่คันนี้ขึ้นมาจากหาดใหญ่ เพื่อไปหลวงพระบางด้วยกัน ขี่จากบ้านมากว่า 1800 กิโล เพื่อมาขี่ 400 กิโล
ขากลับไม่มันในอารมณ์ เฮียจึงแยกไปซัมเหนือแต่เพียงลำพังผู้เดียว
เสียงเล่าจะเฮียหมงว่าปีนี้ขี่คันนี้ไปกว่า 40000 หมื่นกิโลแล้ว ...สุดยอดมากค่ะ



กลุ่มรถใหญ่แยกจากหงสาไปอีกเส้นทางที่ไกลกว่า แต่คิดว่าถนนน่าจะดีกว่า ผิดคาด...ได้ยินว่าลำบากกว่าทางที่เราไปเสียอีก
จึงมาถึงที่หลวงพระบางช้ากว่าและด้วยสภาพเละมากเลยทีเดียว...



เส้นทางที่บรรดารถเอ็นดูโร่ไปเป็นเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุด
จากเสียงล่ำลือว่าหนทางยากลำบางนั้นดูจะหายไปเสียแล้ว กลายเป็นทางที่ถูกเกรดหน้าถนนไปจนหมดแล้ว หินลอย ร่องน้ำไม่มีให้เห็น กลายเป็นเพียงทางลูกรังดินอัด
มีถนนบางช่วงที่ชื้นๆ เป็นเหมือนดินหนังหมูให้ไถลเสียวไส้เล่น

บทสรุป ของการเดินทางจาก "เมืองน่านไปยังเมืองหลวงพระบาง" นั้น สามารถวิ่งได้ทั้งหมด 3 เส้นทาง ดังนี้


เส้นทางแรกใกล้ที่สุด คืออกจากด่านห้วยโก๋น ไปเมืองหงสา 40 กม. แล้วมุ่งหน้าไปบ้านจอมเพชร (ฝั่งตรงข้ามเมืองหลวงพระบาง) 125 กม.
- เป็นเส้นที่ขี่สนุกมาก เหมาะสำหรับรถวิบาก แต่ปีหน้าจะเริ่มมีการก่อสร้างถนนเส้นนี้ใหม่ คาดว่าน่าจะยากมากขึ้น

เส้นทางที่สอง คือ ออกจากด่านห้วยโก๋น ไปยังเมืองหงสา 40 กม.แล้วแยกไปทางเมืองไชยะบุรี 90 กม.ขึ้นเหนือไปที่ท่าเดื่อ เพื่อข้ามแพขนานยนต์ 35 กม. จากท่าเดื่อวิ่งไปถึงแยกเชียงเงิน 40 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายอีก 25 กม. ก็ถึงเมืองหลวงพระบาง
- ทางกำลังก่อสร้าง อาจต้องหยุดเป็ยบางช่วงเพื่อรอเครื่องจักรทำงาน ส่วนมากจะเป็นถนนลูกรังบดอัด ฝุ่นเยอะมากๆครับ

เส้นทางสุดท้าย วิ่งง่ายที่สุดแต่ก็ไกลที่สุด ออกจากด่านห้วยโก๋นแล้วแยกซ้ายมุ่งหน้าปากแบ่งเพื่อข้ามแพขนานยนต์ 50 กม. จากปากแบ่งก็มุ่งหน้าไปเมืองอุดมไช 140 กม. ก่อนเข้าเมืองอุดมไชจะเจอสามแยก ให้แยกขวามุ่งหน้าหลวงพระบาง
- จากสามแยกที่เมืองอุดมไชจนถึงสามแยกปากโมง 80 กม. ทางเริ่มเสียเป็นทางแห่ง..โดยเฉพาะหัวโค้งมักจะเป็นดินล้วนๆเลย เลี้ยวขวาที่สามแยกปากโมงมุ่งหน้าเมืองหลวงพระบาง ระยะทาง 100 กม. ทางดี ถนนเนียนใช้ได้เลย

ข้อมูล: คุณบี



บ้านปากห้อยยาว ...ไม่ใช่สิ บ้านปากห้วยยาง ต่างหาก



สภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้านยังดิบมาก มีไฟฟ้าเข้าถึงก็จริง แต่ก็ไม่ได้ใช้กันทุกบ้าน



แวะพักระหว่างรอขบวน



ธรรมชาติที่สวยงามระหว่างทาง



กินฝุ่นหัวแดงตลอดการเดินทาง



ระหว่างเส้นทางจะต้องมีการผ่านลำธารทั้งหมด 7 แห่ง หลังจากจบทริป มานั่งคิดๆ ดู ว่าถ้าล้มในน้ำคงแย่เลย เพราะติด Tail bag ใส่กล้องไว้น่ะจิ

ทริปนี้้เป็นทริปไม่ยาว แต่รูปเยอะมาก สวยๆ อยากให้ชม ติดตามต่อตอน 2 ค่ะ

มีคลิปให้ดูเพลินๆ ด้วยค่ะ ต่อไปนี้จะมีคลิปทุกทริปแหละ ^^





อีกคลิป จากอีกหนึ่งมุมมองของเพื่อนร่วมทริปค่ะ





Create Date : 19 มกราคม 2554
Last Update : 20 มกราคม 2554 14:52:07 น. 2 comments
Counter : 3291 Pageviews.

 

เจิมๆๆๆเจิมๆๆๆ
ยังไม่เคยไปทั้งน่าน(ในระยะหลัง 10 ปีนี้)ทั้งหลวงพระบาง
ตามมากับขบวนแมงกะไซด์ ทีมนี้
เหมือนได้บินไปเที่ยวด้วย
สุดยอดจริงๆค่ะ




โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:22:05:04 น.  

 



ภาพสวยจริงๆ ค่ะ


โดย: deeplove วันที่: 22 มกราคม 2554 เวลา:11:44:54 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

blue passion
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]




มีหัวใจไว้เดินทาง ค้นหาความหมายของชีวิต เพื่อเติมเต็มให้กับคำถามที่เกิดขึ้นมากมายระหว่างการเติบโต วิธีการในการเดินทางมีมากมาย แต่ ณ วันนี้ ขอเลือกสองล้อเป็นพาหนะในการนำพาไปสู่จุดหมายปลายทาง

Site Meter

เปิดโลกแห่งท้องทะเลสีคราม แหล่งชุมนุมของผู้รักการดำน้ำที่ใหญ่ที่สุดในขณะนี้

เวป Bigbike หัวใจ Adventure ทุกสายพันธุ์

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add blue passion's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.