46 เรื่องที่คุณไม่ควรทำ..แต่คุณก็ยังทำ............
ไม่รู้ใครเป็นกันบ้างนะในข้อข้างล่างน่ะครับ

1. โทรหาแฟนเก่าที่เลิกกันไปแล้ว
2. กินข้าวมื้อเย็นตอน 4 ทุ่ม...แล้วบ่นว่าอ้วน
3. บีบสิวบ่อยๆ
4. หลับทั้งชุดทำงานซะงั้นน่ะ
5. ขับรถฝ่าไฟแดง..แล้วพูดก็แหม มันติดพัน
6. รักคนมีเจ้าของ...เฮ่อ มันก็ต้องมีกันบ้างสิ
7. สูบบุหรี่ในที่เขาห้ามกัน(ฉันไม่สนใจนิ)
8. ไม่แปรงฟัน และไม่อาบน้ำก่อนเข้านอน.....มันง่วงน่ะ
9. รับโทรศัพท์ในโรงหนัง..ใครยังทำอยู่เลิกซะ
10. โทรหา(ผู้ชาย)อีกคน ด้วยเหตุผลที่ว่าคุณโทร.หาคนที่อยากคุยด้วยไม่ได้
11. เมา..........เพื่อลืมคนรัก
12. เถียงแม่หรือพ่อ..ยังไงซะผู้ใหญ่ก็ถูกเสมอ แต่ก็ขอหน่อยเถอะ
13. แอบส่งสายตาให้แฟนเพื่อน ก็บางทีของๆเพื่อนหล่อจนระงับใจไม่ได้จริงๆ
14. ใส่รองเท้าที่เล็กกว่าเท้า 1 เบอร์ ถึงเจ็บก็ยอม ขอให้สวย
15. พยายามปัดมาสคาร่าให้ตาเด้งกลบเกลื่อนหลังถูกเขาบอกเลิก ร้องออกมาเถอะน่า
16. แคะขี้มูกในที่สาธารณะ
17. ปล่อยให้ยาทาเล็บถลอกคานิ้ว โดยไม่คิดล้างออก
18. ขอยืมเงินแม่....... แต่ไม่มีกำหนดคืน
19. ขาใหญ่ แต่อยากใส่สั้น...
20. ยังคงใช้ครีมบำรุงผิวที่หมดอายุไปแล้ว เพราะเสียดาย..ระวังใบหน้าพังน๊า
21. เกาๆๆๆๆเวลายุงกัด และบางทีก็เหวี่ยงไม้ตียุงอย่างเมามัน ถึงจะบาปยังไงก็เถอะ
22. แอบเอาเสื้อตัวใหม่ที่พี่สาวซื้อมาแล้วยังไม่ได้ใส่ มาใส่ก่อน
23. บอกว่า "เปล่า" ทั้งที่ในใจมีอะไรจะระเบิดเต็มที่
24. กลับไปถึงบ้านแล้วนั่งแช่มันอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมลุกไปทำอะไรสักที
25. ใส่กางเกงยีนส์ซ้ำ 4 วันติดๆๆกัน
26. โทร.บอกเลิกนัดตอนถึงเวลานัด.....ทำได้นะ
27. เม้าท์เพื่อน
28. โทร.ผัดผ่อนชำระบัตรเครดิต ตอนเลยกำหนดไปแล้วหลายวัน (มันไม่ช่วยไรนะ)
29. จอดรถในที่ห้ามจอด..ระวังละกัน
30. หน้าอกไม่มี แล้วใส่เสื้อในเสริมไร้สายทับด้วยสายเดี่ยวรัดรูป หน้าอกเป็นกระเปาะ
31. ทิ้งแก้วกาแฟไว้ที่โต๊ะทำงาน แล้วใช้ต่อโดยไม่ล้างในวันถัดไป
32. คุยโทรศัพท์ระหว่างนั่งถ่ายท้องในห้องน้ำสาธารณะ
33. กลั้นอึตอนออกจากบ้าน อ้างว่าขี้เกียจ แล้วต้องมาอดทนทีหลัง
34. กินหนังไก่ทอด คอหมูย่าง เนื้อติดมัน กากหมู แหนมสด มาม่าแห้ง
35. เอาลิ้นดุนๆเศษอาหารที่ติดฟันในเดทแรก..มันทนไม่ได้จริงๆ
36. "ลดอีกบาทน่ะเฮีย.." บาทนึงก็ยังขอต่อหน่อยเถอะ
37. รู้มานานว่าเราเท้าบาน แต่ยังใส่รองเท้าเปลือย
38. ทำเป็นนั่งหลับบนรถเมล์ เวลามีเด็กนักเรียนขึ้นมา
39 เถียงกับตำรวจจราจรกลางถนน...เฮ่อ เถียงไงก็ต้องจ่าย จะมากจะน้อยก็จ่าย
40. แอบดึงกางเกงในออกจากร่องก้นในที่สาธารณะ
41. ออกเดทกับคนที่คุณไม่ชอบ เพราะหวังว่าเขาจะชอบขึ้นมาสักวัน
42. ซื้อไว้ก่อน ก็มัน SALE นี่นา
43. ไม่มีตังค์..ก็รูดบัตรเครดิตไปก่อน
44. โกนขนรักแร้...รู้กันอยู่ว่าเวลามันขึ้นใหม่จะเป็นตอ
45. โทร.หาคนที่แอบปิ๊ง...เวลาเมา
46. ตื่นสาย..ไปทำงานสาย...เข้าประชุมสาย!!

ที่มา: ฟอร์เวริดเมลล์ 25-5-2547
สมชาติ กิจยรรยง 20 พฤษภาคม 7:52





Create Date : 20 พฤษภาคม 2554
Last Update : 20 พฤษภาคม 2554 10:18:45 น.
Counter : 155 Pageviews.

1 comment
ลิงกับลา





หญิงชาวบ้านคนหนึ่ง...อาศัยอยู่คนเดียวในกระท่อม

ด้วยความเหงา...

นางจึงหาสัตว์มาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน 2 ตัว คือ...ลิงกับลา...
วันหนึ่ง...หญิงชาวบ้านคนนี้ต้องออกไปตลาด

เพื่อหาซื้ออาหาร ก่อนออกจากบ้าน...

เธอได้เอาเชือกมาผูกคอลิง

แล้วมัดขาของลาเอาไว้ทั้ง 2 ข้าง
เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงทั้ง 2 ตัว เดินย่ำไปมา

ในกระท่อมจนทำให้ข้าวของต่าง ๆ ได้รับความเสียหาย

ทันทีที่หญิงชาวบ้านออกจากบ้านไป
ลิง...ซึ่งมีความฉลาดและแสนซน

อันเป็นคุณลักษณะประจำตัว ก็ค่อย ๆ คลายปมเชือก

ออกจากคอของมัน อีกทั้งยังซุกซนไปแก้เชือกมัดขาให้แก่ลาอีกด้วย
หลังจากนั้น...เจ้าลิงก็กระโดดโลดเต้น

ห้อยโหนโจนทะยานไปทั่วกระท่อม

จนทำให้ข้าวของต่าง ๆ ล้มระเนระนาด

กระจัดกระจายไปทั่ว อีกทั้ง..ยังซุกซน

รื้อค้นเสื้อผ้าของหญิงชาวบ้าน มาฉีกกัดจนไม่เหลือชิ้นดี

ในขณะที่ลาได้แต่มองดูการกระทำของเจ้าลิงอยู่เฉย ๆ

สักครู่หนึ่ง...
หญิงชาวบ้านคนนี้ก็กลับมาจากตลาด

เจ้าลิงมองเห็นเจ้าของเดินมาแต่ไกลจากทางหน้าต่าง

ก็รีบเอาเชือกมาผูกคอตนไว้อย่างเดิม

และอยู่อย่างสงบนิ่ง...


ฝ่ายหญิงชาวบ้าน...เมื่อเปิดประตูกระท่อมเข้ามา

เห็นข้าวของของตนถูกรื้อค้น กระจุยกระจาย เช่นนั้น

ก็เกิดโทสะขึ้นมาทันที จึงหันหน้าไปมองลิงกับลา
เพื่อดูว่า...ใครเป็นผู้ก่อเรื่อง และเห็นว่า..ลา..

ไม่มีเชือกผูกขาดังเดิม เธอจึงคิดเอาเองว่า...

เจ้าลานี่เอง..คือตัวปัญหา ทำให้กระท่อมของเธอ

มีสภาพไม่แตกต่างไปจากโรงเก็บขยะ


ดังนั้น...หญิงชาวบ้าน จึงวิ่งไปหยิบท่อนไม้นอกบ้านมา

ทุบตีลาอย่างรุนแรง ซึ่งเจ้าลาผู้น่าสงสาร

ก็ได้แต่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจนสิ้นใจตาย

โดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย





เธอทั้งหลาย...



เธอหลายคน...คงไม่ค่อยชอบตอนจบของนิทานเรื่องนี้นัก

เพราะสงสารเจ้าลา...ที่ไม่ได้ทำความผิดอะไร

แต่กลับถูกเจ้าของทำโทษจนตาย
ส่วนเจ้าลิงซึ่งเป็นต้นเหตุแท้ ๆ กลับรอดพ้น และไม่ได้รับผลกรรมใด ๆ

แต่แท้ที่จริงแล้ว...นิทานเรื่องนี้ ต้องการชี้ให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของหญิงชาวบ้าน

ที่ไม่พิจารณาเหตุการณ์ให้ถ่องแท้ เชื่อแค่สิ่งที่ตนเห็น....

แล้วลงโทษไปตามความรู้สึกและประสบการณ์ส่วนตัว

เธอมองเห็นข้าวของเสียหาย และมองเห็นลาที่หลุดออกมาจากเชือก

แล้วตัดสินว่า...ลาคงเป็นผู้กระทำ แต่ไม่ได้มองว่า...ลาไม่มีปัญญาจะแก้เชือก

และไม่มีนิสัยชอบรื้อค้นทำลายข้าวของ
เธอมองเห็นลิงยังถูกเชือกล่ามอยู่ ก็คิดว่าเอาว่า...ลิงคงไม่ใช่ผู้กระทำ

แต่มองไม่ออกว่า...ผู้ที่น่าจะแก้ปมเชือกได้ และมีนิสัยชอบรื้อทำลายนั้น..คือ..ลิง..

ความจริง..ถ้าเธอรู้จักสำรวจร่องรอยความเสียหายสักเล็กน้อย

เธอก็จะพบรอยเท้าและฟันของลิงกระจายไปทั่วห้อง

แต่จะไม่พบรอยเท้าของลาเลย เพราะลาไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหน


เหตุที่องค์กรของเราต้องเหน็ดเหนื่อยทรมานกันอยู่ทุกวันนี้...

ก็เพราะความสะเพร่าของผู้นำที่ "ปล่อยให้ลิงสร้างปัญหา แต่ลารับเคราะห์"
ลาก็เหมือนกับคนที่ปฏิบัติงานได้ตามหน้าที่ แต่ไม่ค่อยมีปากมีเสียง พูดจาตรงไปตรงมา แต่ไร้เล่ห์เหลี่ยม

ลิงก็เหมือนกับคนที่ฉลาดแกมโกง พูดมาก พรีเซ็นต์เก่ง อ้างอิงตำราได้สารพัด แต่ไม่เคยทำงานจริงจัง

นายที่ดี...ไม่ควรปล่อยให้ลิงหลงระเริงว่าทำผิดเท่าไหร่นายก็ไม่มีทางรู้

ผู้เป็นนายไม่ควรยึดติดกับความสบาย นั่งขึ้นอืด..รอฟังแต่รายงานในห้องประชุม

นายที่ดี...ต้องรู้จักยอมเสียสละตน เสียสละเวลาอีกเล็กน้อย ...เพื่อค้นหาความจริง เพื่อควบคุมเจ้าลิง...

เพราะไม่เช่นนั้น...องค์กรก็จะทุกข์ทรมานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ถ้าลิงสงบได้...องค์กรก็จะพลอยสบายและมีความสุขอย่างยั่งยืนไปด้วย




คลิ๊ก !!!!! อ่านบทความ หรือหนังสือดี ๆเพิ่มเติม ด้านล่างนี้
สำนักพิมพ์โฟกัส
โรคข้อเข่าเสื่อม
น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว





Create Date : 30 เมษายน 2554
Last Update : 30 เมษายน 2554 0:06:05 น.
Counter : 154 Pageviews.

3 comment
สิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่

สิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ในคุณค่า....................
กรวดเม็ดเล็กๆ รวมกัน เป็นภูเขาสูงใหญ่ได้
ก้าวเดินก้าวเล็กๆ เป็นระยะทางได้หลายกิโล
การกระทำเล็กๆ ด้วยความรักความกรุณา ช่วยสร้างโลกให้สดใส
คำพูดเล็กๆ สามารถบรรเทาปัญหาที่แสนจะยากเย็น
อ้อมกอดเล็กๆ เช็คน้ำตาให้เหือดแห้ง
เทียนไขเล็กๆ ส่องแสงนำทางในความมืดมิด
ความจดจำสิ่งเล็กๆ คงอยู่นานหลายปี
ความฝันใฝ่เล็กๆ นำไปสู่ความยิ่งใหญ่
ชัยชนะเล็กๆ ไปสู่ความสำเร็จที่ปรารถนา
สิ่งเล็กๆ ต่างๆ ในชีวิต นำมาซึ่งความสุขอันยิ่งใหญ่
ถ้าเราได้คิดสักนิด ถึงสิ่งเล็กๆ เหล่านี้แล้วแหละก็คือ ความอบอุ่น
เมื่อคิดถึงสิ่งดีที่เธอก็ผุดขึ้นในใจ มันเป็นความสุขใจอันสุดแสนจะบรรยาย ...
เสมอและตลอดไป


วารสารสายใย ราชพฤกษ์ จดหมายข่าวโรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ปีที่6
ฉบับที่ 8 พ.ค.-ส.ค .2552
ไอเดียเด็ด โดย ครูชะเอม
สมชาติ กิจยรรยง บันทึกรวบรวม



Create Date : 20 เมษายน 2554
Last Update : 20 เมษายน 2554 21:02:37 น.
Counter : 215 Pageviews.

0 comment
มองมุมนี้.......มีกำลังใจมาฝาก




วันนี้เรารู้สึกทุกข์ เหนื่อย ขี้เกียจ บ้างไหม หากเป็นแบบนี้ ลองขยับตัวไปมองอีกมุมดูซิ มีกำลังใจดีดี...รอคุณอยู่

หากท่านไม่อาจหลับไหลในยามราตรีนี้
...ใคร่ครวญให้ดี ยังมีผู้ไร้แม้ที่ซุกหัวนอน ไม่ต้องรันทด

หากท่านอยู่ในรถที่ติดไปไหนไม่ได้
เพราะมีคนอีกมากมายที่ไม่เคยมีแม้โอกาสได้นั่งรถ

หากวันนี้มีงานที่กวนใจท่านมาก คิดเสียว่า
ยังไม่ลำบากเท่าคนที่ตกงานนานกว่าสามเดือนแล้ว

ยามเมื่อความสัมพันธ์สะบั้นลง อย่าเพิ่งปลง
เพราะยังดีกว่าผู้ที่ไม่เคยรู้จักรัก

อย่าอาวรณ์ตอนสุดสัปดาห์จะผ่านพ้น
จงคิดถึงคนหาเช้ากินค่ำ ไม่มีวันหยุดพัก เพียงเพื่อจักยังชีพ

แม้ต้องเดินเสียไกลลิบ เพื่อขอความช่วยเหลือยามรถเสีย
ให้นึกถึง ผู้ที่เป็นอัมพาตอยากอาสาเดินแทน

หากส่องกระจกพบผมหงอกเพิ่มมาอีกเส้น
จงอย่าลืมผู้ป่วยเคมีบำบัด ที่หวังเพียงว่า ผมจะงอกได้อีก

ยามโชคร้ายแทบหมดอาลัยตายอยาก จงดีใจเถิด
เพราะยังมีโอกาสดีกว่า ผู้ที่ตายไปก่อนเวลาอันสมควร

หากต้องทนให้ผู้อื่นระบายทุกข์ใส่ ขอให้ระลึกว่า
จะแย่กว่าเป็นไหนไหน ถ้าต้องเป็นทุกข์นั้นเสียเอง

อยากให้ลองคิด มองต่างมุมในด้านบวก
อาจเป็นเครื่องช่วยเตือนว่า
ชีวิตนี้ยังมีสิ่งสวยงาม และมีเรื่องน่าพิศมัยอีกมากมายดูเพิ่มเติม


ที่มา Facebook.com/คุณทิพย์ ลูกพระเจ้า



คลิ๊ก !!!!! อ่านบทความ หรือหนังสือดี ๆเพิ่มเติม ด้านล่างนี้
สำนักพิมพ์โฟกัส
โรคข้อเข่าเสื่อม
น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว




Create Date : 20 เมษายน 2554
Last Update : 20 เมษายน 2554 12:18:36 น.
Counter : 165 Pageviews.

0 comment
คำคมน่าคิด เพื่อชีวิตทำงานที่ดี


คุณไม่ได้เป็นแค่คนเดียวหรอกที่เคยรู้สึกหมดกำลังใจ ขนาดคนดังของโลกที่ทุกคนยกให้เป็นผู้ประสบความสำเร็จในอาชีพการงานก็ยังเคยท้อแท้ หมดไฟ แต่วิธีคิดแบบไหนล่ะที่ทำให้เขาเหล่านั้นกลับมายืนหยัดและพร้อมลุยต่อไป

1. ซาราห์ เจสสิก้า ปาร์กเกอร์
ดาราสาวและโปรดิวเซอร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นจากซีรี่ส์ดังอย่าง Sexand the City ที่ตบเท้าเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่อายุเพียง 8 ขวบ
"เมื่อคนจริงต้องพบกับความล้มเหลว เขามักจะถอยกลับไปก้าวหนึ่งและพร้อมที่จะเริ่มเดินหน้าใหม่อีกครั้ง"

2. วินสตัน เชอร์ชิลล์
อดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่นี้ถึง 2 สมัย เขาเป็นทั้งนักพูด ผู้นำทางการทหาร นักประวัติศาสตร์ นักเขียนรางวัลโนเบลจากงานเขียนเรื่อง The Second World War และ A Historyof the English-Speaking Peoples
"ความสำเร็จประกอบด้วยความผิดพลั้งหลายๆ ครั้งมารวมกันโดยที่ความกระตือรือร้นที่หวังจะพบกับชัยชนะนั้นยังคงอยู่"

3. เคท แบลนเช็ตต์
ผู้กำกับละครเวทีและนักแสดงผู้คว้ารางวัลออสการ์ในปี 2004 จากภาพยนตร์เรื่องThe Aviator
"ถ้าคุณรู้ว่าตัวเองกำลังจะล้มลงหรือแพ้ ทำยังไงก็ได้ให้ล้มลงอย่างสง่าที่สุด"

4. มาเรีย ชาราโปวา
นักเทนนิสระดับโลกผู้คว้ารางวัลแกรนด์สแลมมาแล้วถึง 3 ครั้ง แถมยังสร้างปรากฏการณ์ให้โลกตะลึง เมื่อเธอสามารถเอาชนะคู่แข่งตัวฉกาจอย่างเซเรนา วิลเลียมส์ ในการแข่งขันวิมเบิลดันรอบสุดท้ายขณะที่มีอายุ 17 ปีเท่านั้น
"ฉันไม่พยายามที่จะทำตัวให้เก่งเหมือนนักเทนนิสคนอื่นๆ ในการแข่งขันฉันฝึกซ้อมตามตารางและพยายามทำในสิ่งที่ฉันทำเป็นปกติ ไม่เคยคิดที่จะแข่งกับใคร นอกจากแข่งกับตัวเอง"

5. คาลวิน ไคลน์
ดีไซเนอร์แบรนด์เก๋และหรูจากอเมริกาผู้ได้รับการยกย่องจาก Vogue ให้เป็นผู้นำในเรื่องความมีรสนิยมด้านการออกแบบที่เรียบแต่โก้ในแบบมินิมัล ในปี 1969
"ผมไม่ลุ่มหลงไปกับคำว่า "ชัยชนะ" มากเกินไป บางทีสิ่งนี้นี่เองที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จ"

6. โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี
น้องชายของอดีตประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี เขาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ แถมยังเป็นวุฒิสมาชิกในปี 1965 - 1968 และทำคุณประโยชน์มากมาย จนในที่สุดในปี 1998 จอร์ช ดับเบิลยู. บุช ก็ได้ยกย่องให้เขาเป็นบุคคลสำคัญจากการร่างสิทธิมนุษยชนเพื่อปกป้องคนผิวสี ดังนั้นเราจะสังเกตเห็นรูปหน้าของเขาทางด้านหลังของเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯรุ่นพิเศษเพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณความดีที่เขาทำเพื่อประเทศ
"คนที่ไม่หวั่นต่อความผิดหวังคือคนที่จะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่"

7. บิล เกตส์
นักธุรกิจที่รวยเป็นอันดับ 3 ของโลกในปี 2008 ก่อนที่จะมาเป็นซีอีโอของบริษัทผลิตโปรแกรมคอมพิวเตอร์ชั้นนำอย่างไมโครซอฟต์ เขาเคยเขียนโปรแกรมเกมโอเอกซ์ใส่ไว้ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ครั้งแรกเมื่ออายุ 13 ปี
"ถ้าคุณไม่สามารถทำอะไรก็ตามให้ดีได้ ก็จงพยายามทำให้มันดูดีที่สุด"


8. คอนราด ฮิลตัน
นักธุรกิจชาวอเมริกันและผู้ก่อตั้งโรงแรมฮิลตันอันลือเลื่อง คุณปู่ของดาราสาวสุดเผ็ดอย่างปารีสและนิกกี้ ฮิลตัน
"ความสำเร็จมักจะมาพร้อมกับคำว่าลงมือทำ คนที่ประสบความสำเร็จมักจะคิดนำผู้อื่นเสมอ พวกเขาอาจเคยทำพลาดบ้าง แต่ไม่เคยถอย"

9. มารายห์ แครีย์
ดิว่าชาวอเมริกันคนแรกที่มีเพลงฮิตติดอันดับหนึ่งในบิลบอร์ดชาร์ตถึง 5 เพลง แต่ถึงแม้ว่าช่วงปี 2000 เธออาจจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก ทั้งในการที่เธอหันมาจับงานเพลงแนวฮิปฮ็อป อีกทั้งหนังที่เธอเล่นก็
ล้มไม่เป็นท่า แต่ในที่สุดเธอก็กลับมาผงาดได้อีกครั้งกับอัลบั้มล่าสุดที่ชื่อว่า E=MC2
"อย่ายอมแพ้หรือหมดกำลังใจง่ายๆ เพียงเพราะไปฟังเสียงคนที่คอยวิพากษ์วิจารณ์คุณในแง่ลบให้เสียกำลังใจ"

10. เซอร์ริชาร์ด แบรนสัน
นักธุรกิจชาวอังกฤษที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุแค่ 16 ปีจากการก่อตั้งแมกกาซีนที่ชื่อว่า Student และเป็นเจ้าของแบรนด์ Virgin ที่มีสาขาทั่วโลกกว่า 360 บริษัท
"โอกาสทางธุรกิจก็เหมือนกันกับการรอรถประจำทางนั่นแหละ พลาดคันนี้ก็มีคันหน้า"

11. สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง
นักฟิสิกส์ระดับโลกชาวอังกฤษและยังเป็นอาจารย์คณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ผู้ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตาแม้จะป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อลีบจนกระทั่งเดินไม่ได้ แต่ก็ยังคงเดินหน้า มุ่งมั่นและศึกษาในจักรวาลวิทยา และบทความเรื่องหลุมดำของเขาก็โด่งดังจนได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลก
"คุณเองก็ประสบความสำเร็จได้ ถ้าคุณไม่ยอมแพ้ซะก่อน"

12. นิโคล คิดแมน
หนึ่งในดาราสาวที่มีค่าตัวสูงสุดในประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด นอกจากนี้เธอยังเป็นทูตยูนิเซฟ นักร้อง (หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่อง Moulin Rouge ออกฉาย)ในปี 2006 เธอได้รับการยกย่องจากรัฐบาลออสเตรเลียโดยได้รับรางวัล Companion of the Order of Australia ในฐานะที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศบ้านเกิด
"ฉันคิดว่าการที่คนเรารู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนกับคนที่เราร่วมงานด้วยเป็นสิ่งที่ดี บางทีเราก็ไม่จำเป็นต้องวางท่าสวย เชิด ตลอดเวลาก็ได้"



ที่มา Forward Mail





Create Date : 14 เมษายน 2554
Last Update : 14 เมษายน 2554 9:59:39 น.
Counter : 167 Pageviews.

0 comment
1  2  3  

chaichoti
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ถ้ามีโอกาสจะเข้าวัดฟังธรรม ทำทาน รักษาศีล และนั่งสมาธิ เพื่อเติมบุญ บุญเท่านั้นที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จทุกประการ
............... ข้อเข่าเสื่อม ข้อต่ออักเสบ MAXIMUV (แม๊กซิมูฟ) โรคกระดูกพรุน น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว สำนักพิมพ์โฟกัส foucs2552 ............................................................. ============= Counter Start: Mar. 25,2011