Group Blog
 
All blogs
 
*Himalaya* สมุนไพรบำรุงสุขภาพ สมุนไพรแท้ 100 % ราคาถูก นำเข้ามาจากประเทศอินเดีย






Create Date : 09 มิถุนายน 2559
Last Update : 9 มิถุนายน 2559 21:44:54 น. 0 comments
Counter : 98 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Touchy Firefly
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







Bloggang.com : หิ่งห้อยน้อยใจ ลายปากกา หิ่งห้อยน้อยใจ บินไปทุกถิ่น ท่องทั่วแผ่นดิน กว่าสิ้นเรี่ยวแรง





แสงระยิบ กระพริบจากใจ

หิ่งห้อย T_T น้อยใจ

ใครหนอเปรียบ หิ่งห้อย ว่าด้อยค่า
อย่าได้มา หาญสู้ แสงอาทิตย์ส่อง
มีแสงเพียง น้อยนิด คิดลำพอง
มาผยอง เชิดหน้าอยู่ สู้ตะวัน

รู้ตัวดี มิบังอาจ ไปหาญสู้
ดำรงอยู เยี่ยงนี้ ไม่มีผัน
เหมือนดาวเดือน ที่ได้อยู่ เคียงคู่กัน
ดังเช่นฉัน รู้อยู่ คู่นภา

ก็ชื่อฉัน นั้นแปล ว่าหิ่งห้อย
ตัวน้อยน้อย น่ารัก เป็นนักหนา
ถูกเปรียบเทียบ ว่าด้อย ด้วยราคา
จากหน้าตา มิใช่ จากจิตใจ

ชีวิตหมุน เวียนตาม ธรรมชาติ
หิ่งห้อยพลาด หลงดอย คอยร่ำให้
ถูกเขาบ่น ว่าเรา จนเศร้าใจ
ทนเก็บไว้ ด้วยจิต คิดระทม

ชาตินี้มี กรรมมา บดบังไว้
ส่องแสงได้ ริบหรี่ สุดขื่นขม
ต้องทนอยู่ เชิดหน้าใส่ ในอกตรม
เกิดมามี ปมจาก ปากผู้คน

ไม่เป็นไร ตามใจ ใครจะคิด
ทุกชีวิต วันหนึ่ง ต้องหลุดพ้น
เกิดมาต้อง ต่อสู้ ! รู้ดิ้นรน !
ว่ายเวียนวน กลับสู่พื้น ปฐพี๚ะ๛



เสียงขาน จากบ้านป่า

สายลมหนาว พัดพา มาอีกแล้ว
ในโสตแว่ว ยินเสียง คล้ายเรียกขาน
จากพี่น้อง ผองเพื่อน เถื่อนลำธาร
ว่าถึงกาล โผผิน กลับถิ่นไพร

หวนคิดถึง วันเก่า รวดร้าวเหลือ
ยามเยาว์เมื่อ เหมันต์ พานสมัย
ช่างหนาวเหน็บ เจ็บลึก ถึงทรวงใน
กลางป่าใหญ่ ขาดแสง อุ่นกรุ่นตะวัน

แม่ขนี้ง โปรยปราย กระจายทั่ว
ท้องฟ้ามัว มืดมิด ปิดแนวสัน
สายลมยัง พัดซ้ำ กระหน่ำกัน
บ้างหนาวสั่น จับไข้ วายชีวี

กว่าจะพ้น ผ่านฤดู หฤโหด
ธาตุพิโรธ ชนบท สลดศรี
แทบมอดม้วย มรณา ลาพงพี
ชีวิตนี้ ไม่ลืมวัน ซึ่งผันไป

ชนชาวดอย คอยอยู่ หมู่ลูกหลาน
วันคืนผ่าน ด้วยจิต พิสมัย
ความคิดถึง ตรึงตรา และอาลัย
ท่านห่วงใย อยากรู้ ว่าอยู่ดี

รู้รักผืน แผ่นดิน ถิ่นก่อเกิด
ทั้งผู้ให้ กำเนิด นะบุตรศรี
หวนกลับไป ดูแล บุพการี
ท่านผู้มี พระคุณ การุณย์เรา

คงยังจำ กันได้ ใช่ไหมเพื่อน
ก่อนจะเคลื่อน กายา จากป่าเขา
เป็นความหวัง ของใคร เมื่อวัยเยาว์
อย่ามัวเมา ลืมเลือน เถื่อนที่มา๚ะ๛



คิดถึงบ้าน

ค่ำคืนฟ้า มืดมิด ดูเหงาเหงา
โอ้ตัวเรา นั่งคิดถึง คณึงหา
บ้านหลังน้อย ในป่า ที่จากมา
ผ่านเวลา จะเปลี่ยน เป็นเช่นไร

บ้านน้อย น้อยหลังนั้น ช่างอบอุ่น
ยามรุ่งอรุณ แดดส่อง สว่างไสว
มวลบุบผา ชูช่อ แตกหน่อใบ
หรีดหริ่งเรไร ส่งเสียงร้อง ก้องพนา

เหล่าแมลง ภู่ผึ้ง ผกโผผิน
กางปีกบิน วนเวียน กลางเวหา
ดอกหญ้าโผล่ พ้นพื้น พสุธา
ไหวไปมา ยามต้อง แรงลมโชย

เห็นสายฝน รินร่วง จากท้องฟ้า
ชุบชีวา ชีวิตให้ ไม่ระโหย
มวลดอกไม้ ชูช่อสวย ไม่ลาโรย
แผ่นดินโดย ธรรมชาติ สะอาดตา

กลิ่นพืชพรรณ นานา ขจรทั่ว
ทั้งดอกบัว ทั้งพรรณไม้ และใบหญ้า
ขึ้นผสม กลมกลืนไกล สุดสายตา
ภายใต้ฟ้า ผืนใหญ่ ใบเดียวกัน

ช่างห่างไกล กันนัก กับทางนี้
อยู่ที่นี่ พบแต่ การห้ำหั่น
ทั้งแก่งแย่ง แข่งขัน ประลองกัน
ทุกทุกวัน ต้องแข่ง แย่งความดี

มันช่างเหงา และล้า เป็นนักหนา
จะขอลา พักร้อน เช้าพรุ่งนี้
กลับคืนสู่ บ้านน้อย คอยนานปี
พักฤดี ให้หายเหมื่อย เหนื่อยใจกาย

จะชาร์ตแบต เพิ่มพลัง ให้เต็มที่
ความเหงามี จักลบทิ้ง ให้เหือดหาย
แทนด้วยความ สดใส ใจแพรวพราย
ทอประกาย กลับคืน สู่ตัวเรา

พักปัญหา ทุกอย่าง ของทางนี้
กลับไพรี ระหว่าง กลางหุบเขา
บ้านหลังน้อย ยังคอยอยู่ ซึ่งตัวเรา
ภูมลำเนา บ้านเกิด ที่จากมา

แล้วจะกลับ มาทำงาน สร้างฐานะ
ด้วยสัจจะ ของคน แห่งภูผา
จักทำงาน ให้ดีขึ้น ขอสัญญา
ด้วยหน้าตา สดใส ไร้กังวล

คงจะทน ทานได้ ในทุกสิ่ง
ชีวิตจริง เริ่มต้นใหม่ ได้อีกหน
จักต่อสู้ หมู่มารที่ มาผจญ
รวมถึงคน ปากร้าย ทั้งหลายเอย๚ะ๛



ลมหนาว กับชาวดอย

สายลมหนาวพัดผ่านมาอีกครั้ง
แผ่พลังแห่งฤดูสู่ขุนเขา
หวนคิดถึงแต่ก่อนตอนยังเยาว์
ผองพวกเราทนอยู่สู้สายลม

ยังจดจำคืนวันที่ผันผ่าน
ฤดูกาลนี้ให้ใจขื่นขม
พาความแล้งส่งไว้ได้ระทม
ยอดดอยจมอยู่ในสายเหมันต์

แม่ขนิ้งเกาะเล็มเต็มยอดหญ้า
บนท้องฟ้าไร้แสงแห่งสีสัน
ความเหน็บหนาวถาโถมถึงทั่วกัน
ต้องอดทนจนผ่านวันอันตราย

ถึงตอนนี้ยังคงโหมกระหน่ำ
แสงแดดล้ำเลือนลางจนจางหาย
ทั่วท้องฟ้าเมฆหม่นหล่นกระจาย
หนาวมากมายในยามนี้ที่ยอดภู

อยากจะส่งความอบอุ่นสู่ขุนเขา
เพื่อพ้องเราชาวไพรทุกชนหมู่
ได้อดทนจนผ่านพ้นฤดู
ร่วมกันสู้ความหนาวที่เข้ามา

ของส่งใจไปถึงซึ่งบนนั้น
ยอดดอยอันไกลห่างหว่างภูผา
ความห่วงใยแทรกใส่ให้ลมพา
ไปส่งหน้าบ้านเขาเราอาลัย

เพื่อให้ผู้อาศัยอยู่ในนั้น
มียิ้มอันพริ้มพรายใจสดใส
หนูหิ่ง ฯ จะได้มีกำลังใจ
ทำงานไปเพื่อเขาที่เฝ้ารอ๚ะ๛



สายลมหนาว

สายลมหนาว พัดแผ่ว แอ่วเมืองเหนือ
แสงแดดเรื่อ พลันเลือน ลางลับหาย
บนท้องฟ้า มีเมฆหมอก เกลื่อนกระจาย
หนาวมากมาย ในยามนี้ ที่ยอดดอย

เสียงหรีดหริ่ งเรไร วังเวงแว่ว
นกเค้าแมว บินลับ กลับถ้ำน้อย
ดอกไม้บาน ยามเช้า เฝ้ารอคอย
น้ำค้างผล็อย ร่วงลง ส่งความเย็น

แสงอาทิตย์ มองไม่เห็น ในยามนี้
ยอดดอยมี แต่หมอก เมฆลอยเด่น
บนยอดหญ้า ขนิ้งเกาะ ให้เห็นเป็น
ความเยือกเย็น ฤดูหนาว เวียนเข้ามา

จึงส่งความ อบอุ่น ละมุนฝัน
ถึงดอยอัน ไกลห่าง หว่างภูผา
ความคิดถึง ห่วงใย สายลมพา
พัดผ่านหน้า กระท่อมน้อย ปล่อยวางไว้

หวังเพียงผู้ อาศัยใน กระท่อมน้อย
แต่งแต้มรอย ยิ้มแย้ม ที่แจ่มใส
หิ่งห้อยน้อย จะได้ มีแรงใจ
ทำงานไป เพื่อเขา ที่เรารัก๚ะ๛



คืนเหงา

ในคืนเหงา แม้เดือนดาว เจ้าเป็นเพื่อน
ส่งแสงเลือน คอยกลบ ลบรอยเหงา
ความหม่นหมอง ครอบครอง ใจของเรา
รู้สึกเศร้า ในยามที่ ไม่มีใคร

อยู่แสนห่าง ขวางคั่น กั้นขอบฟ้า
ผ่านเวลา ฤดูกาล ผันสมัย
มิตรภาพ แต่ก่อนเก่า เราจริงใจ
เลือนแล้วหรือ อย่างไร สายสัมพันธ์

อยู่ทางนี้ แม้เห็น ดาวเด่นสวย
ก็ไม่ช่วย ให้ใจ ได้สุขสันต์
บนท้องฟ้า สว่างใส ไร้หมอกควัน
ในใจนั้น กลับมืดมิด ผิดที่เคย

สายลมหนาว พัดมา เวลานี้
ผืนพงพี ปกคลุม ด้วยกลุ่มเหมย
ทั้งมวลหมอก กลอกกลิ้ง ขนิ้งเชย
หนาวจังเลย ในยามนี้ ที่ยอดดอย

นั่งวิงวอน ดาวเดือน เกลื่อนเวหา
กระพริบพา ความคิดของ น้องหิ่งห้อย
ไปส่งไว้ หน้าบ้าน วานลมคอย
พัดไปปล่อย ในใจ ใครสักคน

ให้รับรู้ ว่าใคร ที่ในป่า
เขาห่วงหา ห่วงใย ใจสับสน
ความคิดถึง รุมเร้า เข้าเวียนวน
จำฝืนทน ฝืนอยู่ ไม่รู้ทำไม

นั่งรำพึง คอยอยู่ สู้ลมหนาว
มีเดือนดาว บนฟ้า นภาใส
อยู่เป็นเพื่อน ท่ามกลาง หว่างพงไพร
คอยคนไกล ตอบสาร นั้นกลับคืน๚ะ๛



รู้อย่างนี้...

ก่อนนั้นเรา คงมีพ่อ อยู่เคียงข้าง
ทุกทิศทาง พ่ออยู่ คู่เสมอ
อยากพบพ่อ เมื่อใหร่ ก็ได้เจอ
ไม่ต้องเพ้อ ละเมอถึง ซึ่งลวงตา

ยามเล็กเล็ก พ่อเฝ้า คอยสอนสั่ง
ตั้งความหวัง ไว้ที่ลูก สุขนักหนา
ลูกเติบใหญ่ ให้พ่อได้ ชื่นอุรา
วันนี้ลา จากลูกไป ไม่หวนคืน

รู้อย่างนี้... จะไม่ทำตัวเหมือนก่อน
รู้อย่างนี้... จะตั้งใจเรียนหนังสือ
จะตั้งหน้า ตั้งตา หมั่นฝึกปรือ
จะไม่ดื้อ ! ไม่ซน ! ไม่ถือดี !

เพิ่งรู้ซึ้ง ถึงความเศร้า ที่ยิ่งใหญ่
พ่อจากลา ไปลับ นับจากนี้
จะรำลึก ถึงคุณพ่อ ชั่วชีวี
ถึงความดี พ่อสร้างไว้ ให้ทบทวน

จากนี้ไป ไม่มีพ่อ คอยว่ากล่าว
พ่อจากเรา ไปแสนไกล ไม่อาจหวน
ถึงจะร่ำ ! ร้องให้ ! คร่ำครวญ !
ไม่อาจทวน คืนสู่เหย้า ที่เฝ้า... รอ...๚ะ๛



ซึ้งแล้ว...

ต่อแต่นี้ เหลือเพียงแม่ คอยเคียงข้าง
ทุกทิศทาง แม่เฝ้าดู ลูกเสมอ
อยากพบแม่ เรียกหา เป็นต้องเจอ
ไม่ใช่เพ้อ ละเมอถึง ซึ่งลวงตา

ตั้งแต่เล็ก แม่เจ้า เฝ้าถนอม
คอยเห่กล่อม ด้วยรัก ลูกนักหนา
ส่งเสียให้ เจ้าได้ มีวิชา
ด้วยกายา อ่อนล้า น่าเหนื่อยแทน

เฝ้ามองลูก ด้วยดวงตา อุ่นไอรัก
คอยพิทักษ์ ปกป้อง ด้วยหวงแหน
มีแต่ให้ ไม่เคยหวัง สิ่งตอบแทน
แม้ยากแค้น ลำเค็ญสู้ สุดทนทาน

สิบนิ้วมือ พนมกราบ อภิวาท
ลงแทบบาท แสดง กตัญญูท่าน
ทำตอนนี้ ใช่วันที่มี เพียงวิญญาณ
แล้วเรียกขาน ท่านให้มา ปรากฏกาย

รู้ซึ้งแล้ว… แสดงให้ ท่านรับรู้
รู้ซึ้งแล้ว… ท่านยังอยู่ ไม่หนีหาย
เคียงข้างเจ้า จวบจนชีพ สิ้นมลาย
ก่อนจะสาย กลับไปอยู่ ดูท่านเทอญ๚ะ๛



ฟ้า..สีอะไร..

ฟ้า.....ไยอยู่ไกลเกินเอื้อมถึง
ฟ้า.....ไยดูบึ้งยามฉันเหงา
ฟ้า.....ไยดูไกลเหินห่างเรา
ฟ้า.....ไยดูเศร้าเมื่อเหงาใจ

สี.....เทาหม่นมืดมัวหมอง
สี.....ทองยังดูไม่สดใส
สี.....ครามแลเวิ้งว้างเกินไป
สี.....สว่างในใจฉันนั่นคือเธอ

อะไร.....ทำให้ใจขื่นขม
ทำไม.....จมในความเหงาเศร้าเสมอ
จึง.......คอยมองจ้องหาแต่เพื่อนเกลอ
ดูเหงา.....เมื่อเธอเหินห่างไป๚ะ๛



ถามจันทร์..

๑ ยืนโดดเดี่ยว เปลี่ยวใจ ใต้แสงดาว
ที่สกาว กระจ่างพร่าง บนกลางฟ้า
กระพริบแสง วับวาว เจ้าดารา
บนเวหา เหงามั้ย ในคืนเพ็ญ

๒ แล้วจันทร์เล่า รู้ไหม เจ้ามีคู่
อาทิตย์อยู่ อีกฝั่ง ด้วยหวังเห็น
ก่อนเจ้ามา อาทิตย์ คลายฤทธิ์เป็น
ทอแสงเย็น ระเรื่อรอน ก่อนเจ้ามา

๓ แต่ทว่า เจ้าช้า อาทิตย์หลบ
ซวนเซซบ กลบร่าง อีกฝั่งฟ้า
เมื่อเจ้าโผล่ อาทิตย์ซ่อน แรมรอนลา
อย่างนี้หนา เมื่อไร ได้พบกัน

๔ อีกนานไหม วันไหน ไม่เลื่อนหลบ
เคลื่อนมาสบ พบได้ โดยไม่หวั่น
หมุนมาแล้ว ทายทัก กันสักวัน
เพื่อแบ่งปัน เรื่องที่พบ ประสบมา

๕ ณ วันนั้น คงมีมาก หลากเรื่องเล่า
ใช่ไหมเจ้า จันทร์เพ็ญ เด่นเวหา
ทุกคืนค่ำ จำหมดจรด พสุธา
ใต้แผ่นฟ้า มีอะไร ที่ได้เจอ
๖ แล้วดวงดาว ส่องแสง ล้าแรงไหม
หรืออ่อนใจ ใจอ่อน ในตอนเผลอ
มีบ้างไหม ในคืน ทนฝืนเบลอ
นั่งมองเหม่อ เพ้อฝันถึง วันต่อไป

๗ แค่อยากรู้ จึงถาม ในยามเหงา
ด้วยว่างเปล่า เดียวดาย ไม่สดใส
มัวหม่นมืด เหมือนมุด อยู่รูใน
ลึกลงใต้ แผ่นดิน สุดถิ่นแดน

๘ ดาวจ๋าดาว เจ้าพบ ประสบไหม
ความเหงาใจ หม่นหมอง มาครองแขวน
มีวิธี แก้อย่างไร ไม่คลอนแคลน
ได้ยิ้มแป้น ยังไง จักไปทำ

๙ เฝ้าวอนถาม จันทร์เพ็ญ เด่นกระจ่าง
อยากพบทาง สว่างใจ ไม่ถลำ
จมลงสู่ ห้วงลึก ที่นึกนำ
ขอเจ้าย้ำ ตอบคำ จำนรรจา

๑๐ ด้วยเรี่ยวแรง ที่มี ยังดีอยู่
ผ่านฤดู กาลวัน เฝ้าฝันหา
อยากจะมี อนาคต ไม่ลดลา
ส่งแสงจ้า กล้าแกร่ง ใต้แสงเดือน๚ะ๛



คิดถึงบ้าน..ที่บนดอย

รู้ไหม.....ว่ามันเหนื่อยล้าเพียงใด
ฉัน......ทำอะไรลงไปนี่
คิด......ถึงแต่บ้านแต่บ้านทุกที
ถึง......จะมีเพื่อนฝูงเรื่อยไป

เธอ......น่ะคิดเหมือนฉันไหม
แทบ.....อยากลากลับบ้านให้ได้
ขาด.....คนคอยดูแลห่วงใย
ใจ......ดวงนี้คิดถึงแต่บ้าน..ที่บนดอย๚ะ๛



แทนคำ.. ขอบคุณ

บนฟ้ามีดวงตะวัน
ข้างตัวฉันไม่มีใคร
เหลียวมองหาผู้ใด
อยู่ใกล้ใกล้ไม่เห็นมี

โลกกลมคงหมุนเวียน
ไม่มีเปลี่ยนเลี่ยงวิถี
เช่นฉันยังจรลี
จากพงพีละความจน

ด้วยหวังยังวันหนึ่ง
จะพ้นซึ่งความทุกข์ทน
ลยทิ้งความหมองหม่น
ญาติทุกคนได้อยู่ดี

แม้เป็นเพียงความฝัน
แต่สักวันในชีวี
เป็นจริงเข้าสักที
คงจะมีสุขชั่วกาล

หิ่งห้อยขอขอบคุณ
ที่การุณมาเนิ่นนาน
กำลังใจได้เจือจาน
จากวันวานถึงปัจจุบัน

จะจดจำเอาไว้
ตลอดไปไม่เปลี่ยนผัน
ความห่วงใยที่ให้กัน
ทั้งแบ่งปันทุกเรื่องราว

ยามเหงาเศร้าคอยปลอบ
หนูหิ่ง ฯ ขอบคุณอ้ายบ่าว
เสมือนอยู่ใกล้ทุกคราว
ความเหน็บหนาวสะลายลง

อบอุ่นในดวงใจ
อยู่แห่งใดไม่ลืมหลง
ขอพรพระพุทธองค์
นำพรส่งถึงพี่ชาย

ปีใหม่สุขเกษมสันต์
มุ่งสู่ฝันสมใจหมาย
สุขภาพทั้งใจกาย
จงสดใสและแข็งแรง๚ะ๛



หิ่งห้อย.. หลงกรุง

เสมือนหนึ่ง หิ่งห้อย ไร้ลำพู
บินละหมู่ หลงมา จากป่าเขา
เพื่อเสาะหา ลำพู เป็นคู่เงา
ทิ้งลำเนา ถิ่นเกิด กำเนิดมา

หวังจะพบ ต้นหนึ่ง ซึ่งมั่นคง
จะบินลง พักผ่อน คราอ่อนล้า
อาศัยเงา ยามแสง ตะวันทา
ทาบขอบฟ้า หลบร้อน ให้ผ่อนคลาย

และเมื่อถึง คืนแรม ได้แจ่มใส
กระพริบให้ เห็นแสง อันแรงฉาย
แสงสีส่ง ตรงตา ดูพร่าพราย
บินเริงร่า ร่ายรำ อย่างหนำใจ

แต่ยากเกิน กำลัง ของหิ่งห้อย
จึงล่องลอย ล้าแรง แข่งแสงใส
ยามคืนที่ ดาวเดือน เกลื่อนฟ้าไกล
แสงที่ใส่ จึงหม่นหมอง ครองคืนเพ็ญ

ในวันนี้ ยังไม่ถึง ซึ่งที่ฝัน
แต่สักวัน คงอยู่ ได้รู้เห็น
แม้ลำบาก ตรากตรำ และลำเค็ญ
จะเคี่ยวเข็ญ ตนเอง เปล่งแสงไฟ

เพียงแค่ขอ กำลังใจ ให้กันบ้าง
ในระหว่าง บินฝ่า พายุใหญ่
ผจญหมู่ แสงสี ที่อำไพ
กลางกรุงไกร ค้นถึง ซึ่งลำพู

แม้ตามทางไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ
จะคอยปราบ ไพรี ที่มาสู่
จะอดทน ต่อไป ไล่ศัตรู
จะยืนสู้ ลำพัง อย่างชาวดอย

จะจดจำ ทุกสิ่ง เป็นบทเรียน
จะพากเพียร ต่อไป ไม่ล่าถอย
จะบินมุ่ง กลับหลัง ยังภูดอย
หากหิ่งห้อย ถึงฝัน อันเป็นจริง๚ะ๛



ฝันเล็กเล็กของเด็กคนหนึ่ง

เห็นตะวัน ยามเย็น ลอยเด่นฟ้า
คอยเวลา คล้อยเคลื่อน เลือนลับหาย
รอราตรี เวียนมา ดาราพราย
ทอประกาย แสงสู่ พสุธา

เมื่อทิวา ผ่านพ้น บนภูเขา
คงเหลือเงา ร่มไม้ ไพรพฤกษา
มีเสียงสัตว์ น้อยใหญ่ ในพนา
ส่งภาษา กู่ร้อง ก้องแดนดง

สายลมคง พัดเย็น กายใจชื่น
หอมระรื่น กลิ่นผกา น่าลุ่มหลง
ธรรมชาติ ตระการตา คราอัสดง
หยัดยืนยง เช่นนั้น ไม่ผันไป

ฤดูกาล หมุนเวียน เปลี่ยนสลับ
วันคืนลับ ล่วงคล้าย ใครเสือกใส
ธรรมชาติ ป่าเขา ลำเนาไพร
ดำรงค์ไว้ แม้ผ่าน กาลเวลา

นั่งรำลึก ถึงถิ่น แผ่นดินเกิด
แหล่งล้ำเลิศ ในใจ ที่ใฝ่หา
ความผูกพัน มั่นอยู่ ในอุรา
ตลอดมา คิดถึง อย่างซึ้งใจ

เฝ้ารอวัน ที่ได้ กลับไปบ้าน
คงชื่นบาน รื่นรม สมสมัย
ให้คุ้มกับ เวลา ที่ลาไกล
สะสมไว้ ความสุข ทุกข์ลาเลือน

มองท้องฟ้า ที่นี่ สีหม่นหมอง
แสงดาวส่อง ดูไป ใยไม่เหมือน
ยามอยู่เขา เห็นเด่น ทั้งดาวเดือน
มาเยี่ยมเกลื่อน ท้องฟ้า จนพร่าพราย

อยากจะเห็น ทุกที่ ได้มีป่า
ปวงประชา คงสมอ ารมณ์หมาย
บรรเทาความ รุ่มร้อน ใจผ่อนคลาย
หลอมละลาย ความรั้น ดันทุรัง

เป็นความฝัน เล็กเล็ก เด็กคนหนึ่ง
เพียงรำพึง ออกไป ด้วยใจหวัง
ธรรมชาติ อาจเป็นบ่อ ก่อพลัง
จะคง ฝันต่อ และรอดู๚ะ๛



คนละ...ฝั่งฟ้า

๑ ยืนโดดเดี่ยว เปลี่ยวใจ ใต้แสงดาว
ที่สกาว กระจ่างพร่าง บนกลางฟ้า
กระพริบแสง วับวาว เจ้าดารา
บนเวหา เหงามั้ย ในคืนเพ็ญ

๒ นี่จันทร์เจ้า รู้ไหม เจ้ามีคู่
อาทิตย์อยู่ อีกฝั่ง ด้วยหวังเห็น
ก่อนเจ้ามา อาทิตย์ คลายฤทธิ์เป็น
ทอแสงเย็น ระเรื่อรอน ก่อนเจ้ามา

๓ แต่ทว่า เจ้าช้า อาทิตย์หลบ
ซวนเซซบ กลบร่าง อีกฝั่งฟ้า
เมื่อเจ้าโผล่ อาทิตย์ซ่อน แรมรอนลา
อย่างนี้หนา เมื่อไร ได้พบกัน

๔ อีกนานไหม วันไหน ไม่เลื่อนหลบ
เคลื่อนมาสบ พบได้ โดยไม่หวั่น
หมุนมาแล้ว ทายทัก กันสักวัน
เพื่อแบ่งปัน เรื่องที่พบ ประสบมา

๕ ณ วันนั้น คงมีมาก หลากเรื่องเล่า
ใช่ไหมเจ้า จันทร์เพ็ญ เด่นเวหา
ทุกคืนค่ำ จำหมดจรด พสุธา
ใต้แผ่นฟ้า มีอะไร ที่ได้เจอ

๖ แล้วดวงดาว ส่องแสง ล้าแรงไหม
หรืออ่อนใจ ใจอ่อน ในตอนเผลอ
มีบ้างไหม ในคืน ทนฝืนเบลอ
นั่งมองเหม่อ เพ้อฝันถึง วันต่อไป

๗ แค่อยากรู้ จึงถาม ในยามเหงา
ด้วยว่างเปล่า เดียวดาย ไม่สดใส
มัวหม่นมืด เหมือนมุด อยู่รูใน
ลึกลงใต้ แผ่นดิน สุดถิ่นแดน

๘ ดาวจ๋าดาว เจ้าพบ ประสบไหม
ความเหงาใจ หม่นหมอง มาครองแขวน
มีวิธี แก้อย่างไร ไม่คลอนแคลน
ได้ยิ้มแป้น ยังไง จักไปทำ

๙ เฝ้าวอนถาม จันทร์เพ็ญ เด่นกระจ่าง
อยากพบทาง สว่างใจ ไม่ถลำ
จมลงสู่ ห้วงลึก ที่นึกนำ
ขอเจ้าย้ำ ตอบคำ จำนรรจา

๑๐ ด้วยเรี่ยวแรง ที่มี ยังดีอยู่
ผ่านฤดู กาลวัน เฝ้าฝันหา
อยากจะมี อนาคต ไม่ลดลา
ส่งแสงจ้า กล้าแกร่ง ใต้แสงเดือน

๑๑ ด้วยใจหวัง ไม่นาน ถึงฝั่งฝัน
คงสักวัน เวียนมา ไม่ลาเลื่อน
จะฝ่าฟัน ต่อไป ใจคอยเตือน
มิแชเชือน เพื่อผอง พี่น้องเรา

๑๒ ขอแสงจันทร์ ส่องทาง จะได้ไหม
เพราะท่องไป ในถิ่น ดินแดนเขา
ออกจากบ้าน ป่าดง พงษ์ลำเนา
ขอจันทร์เจ้า ส่งแสง เป็นแรงใจ

๑๓ จากเดือนดาว ดารา บนฝั่งฟ้า
ถึงต้นหญ้า บนดิน ถิ่นอาศัย
ขอสักหน่อย ได้ไหม ความห่วงใย
ความสดใส เพิ่มเติม เสริมพลัง

๑๔ บนเส้นทาง ที่ผ่าน อาจขรุขระ
บางจังหวะ ผิดคาด และพลาดหวัง
ในบางคราว มีเรื่อง มาประดัง
สุดยับยั้ง ระวังเหตุ และเภทภัย

๑๕ หากดวงดาว ยังคง ช่วยส่งแสง
ไม่ล้าแรง ลาจาก ฟากฟ้าใส
ชีวิตนี้ จะอยู่ สู้ต่อไป
เพื่อจะได้ พบบ้าง ทางสู่ฝัน

๑๖ ดั่งอาทิตย์ ที่รอ พบจันทร์เจ้า
ทุกเย็นเฝ้า คอยรอ ไม่ไหวหวั่น
เพียงได้พบ แป๊บเดียว แค่หนึ่งวัน
และวันนั้น ต้องพราก จากจันทร์จร

๑๗ ต้องอดทน เพียงใด จึงได้พบ
ต้องประสบ เรื่องราว ข่าวทุกข์ร้อน
ต้องทนอยู่ ต่อไป ใจอาวร
ก่อนจะย้อน กลับคืน ดั่งหมื่นปี

๑๘ ยามมีทุกข์ เวลา ช่างยาวนาน
ชั่วกัปกาล หนักจิด คิดอยากหนี
ยามพบสุข แว๊บเดียว เสี้ยวนาที
ในฤดี เบาหวิว กลัวปลิวลา

๑๙ อยากจะถาม อาทิตย์บ้าง ระหว่างนี้
ทุกวันมี แต่คอย ละห้อยหา
กว่าจะพบ จันทร์ต้อง ครองเวลา
เป็นปีกว่า จึงได้สบ พบพักตร์จันทร์

๒๐ ระหว่างปี ทนอยู่ ไร้คู่เคียง
โดดเดี่ยวเพียง ลำพัง บนฟ้านั่น
ทุกวันลอย คอยดู อยู่ทั้งวัน
ไม่เปลี่ยนผัน ท่านทน ได้อย่างไร

๒๑ ถ้าหากเปลี่ยน เป็นเรา อยู่บนฟ้า
เพียงเอกา คงล้า ระอาได้
ต้องเปล่าเปลี่ยว เหลียวมอง ไม่เห็นใคร
แถมห่างไกล ผู้คน จำทนเหงา

๒๒ จึงเห็นใจ อาทิตย์ ที่คิดถึง
จันทร์จ๋าซึ้ง บ้างไหม ในตัวเขา
ความจริงใจ ที่ให้ ใช่มัวเมา
ทั้งคอยเฝ้า มองหา ทุกคราไป

๒๓ ให้สงสัย จันทร์เล่า เจ้าคิดถึง
อาทิตย์ซึ่ง อยู่ห่าง อ้างว้างไหม
ดาวดวงนั้น โดดเดี่ยว และเปลี่ยวใจ
ลอยอยู่ใน ท้องฟ้า รอท่าจันทร์

๒๔ อาทิตย์จ๋า บนฟ้า น่าอยู่ไหม
แล้วทำไม เจ้าจึง ไม่เปลี่ยนผัน
คงส่งแสง แรงร้อน ตอนกลางวัน
แต่กลับกัน กลางคืน จำฝืนลา

๒๕ หรือว่าเจ้า เหงาใจ จึงใส่แสง
ให้ร้อนแรง ส่องทาง หว่างเวหา
ค้นเพื่อพบ เพื่อนร่วมเรียง เคียงกายา
เฝ้ามองหา คราเปล่งแสง จนแรงรอน

๒๖ ทอแสงอ่อน ยามเย็น ด้วยเข็ญใจ
อยู่แห่งไหน นะจันทร์ เจ้าขวัญอ่อน
หาจนล้า ลาแสง จำจากจร
ลาไปก่อน วันนี้ ที่ขอบฟ้า

๒๗ ถามจันทร์บ้าง บนฟ้า น่าอยู่ไหม
ส่องแสงไป เรืองรอง ครองเวหา
เจ้ามีเพื่อน มากมาย ในทิวา
เหงาไหมหนา เจ้าจันทร์ วานตอบที

๒๘ ดวงดารา มากมาย หลายล้านดวง
จะห่วงหวง อีกฝั่งฟ้า หรือเปล่านี่
ทิ้งอาทิตย์ ให้เหงา เศร้าฤดี
อยู่เช่นนี้ ไม่มีวัน ผันเปลี่ยนไป

๒๙ แค่หิ่งห้อย อยากรู้ จึงได้ถาม
ชนทุกคาม บอกหน่อย จะได้ไหม
อยากจะรู้ เรื่องราว ข่าวความนัย
ใครตอบได้ วานบอก ตอบน้องที

๓๐ ยังโดดเดี่ยว เดียวดาย ใต้ท้องฟ้า
ทั่วพสุธา จำท่อง ทุกถิ่นที่
ออกจากบ้าน ป่าดง พงไพรี
นานนับปี จึ่งย้อน คืนดอนไพร



ขอบคุณ ป้ามด ที่สอนวิธีสร้างบล็อก

ขอบคุณ Nongtip ที่ให้จิ๊กลายสวย ๆ

ขอบคุณ แตงโม Sister ที่ให้จิ๊กKittysน่ารัก ๆ

และขอบคุณทุก ๆ ท่าน
ที่สร้างสรรค์วิธีตกแต่งบล็อก
( ไว้ให้จิ๊ก ^_^ )


สักวันหนึ่ง คงไม่ไกล จะไปให้ถึง



Friends' blogs
[Add Touchy Firefly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.