เมื่อเกิดมาแล้ว พบสิ่งประเสริฐ ไม่ศึกษาเพื่อเข้าถึง น่าเสียดายมาก
บันทึกธรรม - หน้า 7

- สุดโต่งที่ละเอียดดูยาก เช่น พวกชอบวุ่นวายกับอาการของจิต พวกรู้เฉยๆติดสุข พวกปัดทิ้งไม่เอาอะไรเลย(คือไปยึดว่าไม่ยึดอะไร) ที่จริงควรจะไม่เอาอะไรเลยนอกจากรู้
- คลื่นของความปรุงแต่ง ซัดอยู่เรื่อย ชาติแล้วชาติเล่า ใครไม่เห็นก็ไม่รู้ว่าทุกข์
- ความสุขไม่ใช่กิเลส ไม่ใช่ตัวปัญหา
- ในหนึ่งขณะ มีสภาวธรรมมหาศาลเกิดพร้อมกัน
- จิตของคนที่ไม่ใช่พระอรหันต์ เค้นใจตัวเองตลอดเวลา
- ให้รู้สภาวะ ถ้ากิเลสแทรกให้ รู้กิเลส
- กุศลหรืออกุศล ที่เกิดขึ้นเองไม่ต้องโน้มน้าวให้เกิดไม่ประกอบด้วยโลภะเจตนา จะเป็นกุศลหรืออกุศลที่มีกำลังกล้า
- จิตที่รู้โลก(นาม-รูป) จะเหนือโลก ไม่ถูกโลกดึงดูด และไม่ดึงดูดโลก (เข้าไปยึดอารมณ์)
- กายหิวอาหาร ใจหิวอารมณ์
- นิพพาน ไม่ใช่ว่างแบบมีขอบเขตเป็นจุดเป็นดวง
- ตอนกราบ ถ้าจิตแนบ จะเห็นเรากราบ ถ้าจิตเป็นคนรู้คนดูจะเห็นเป็นกายกราบ ไม่ใช่เรา
- ฝึกจนเห็นกายเห็นใจ เหมือนกายใจคนอื่นๆ แล้วฝึกต่อไปจนเห็นว่าไม่ใช่คน
- เราเป็นของโลก แต่คิดผิดว่าโลกเป็นของเรา
- กายดูห่างๆ, แต่จิตไม่ดูห่างๆ ให้ดูการเกิดดับ เปลี่ยนแปลง
- โสดาปฏิมรรค เกิดจากทัศนะ มรรคเบื้องสูงเกิดจากภาวนา
- ตัวจิตเป็นธาตุรู้ ไม่มีตัวตน ดูยาก ให้ดูจิตสังขาร เห็นมันเกิดขึ้นมาก็รู้ หายไปก็รู้ จะเห็นจิตแท้ๆ ตอนบรรลุมรรคผล จิตจะยิ้มเพื่อแสดงความมีอยู่ของจิต
- ตามสถิติ ครูบาอาจารย์หลายองค์ ใช้เวลา 16 ปี
- ถ้าประคองไว้ จิตจะนิ่ง ไม่เห็นไตรลักษณ์, ถ้าแทรกแซงจิตจะฟุ้งซ่าน ไม่เห็นไตรลักษณ์
- ดูจิตได้หลายมุม มุมเกิดดับ เกิดมาแล้วก็หายไป, มุมอนัตตา บังคับไม่ได้, มุมบีบคั้น ถูกตัณหาบีบคั้นจิต
- สำหรับคนที่มีสติ ความเพียร เร่งไม่ได้, สติเกิดได้เท่าที่มันเกิด ทำให้มากกว่านี้ไม่ได้
- รู้ตัวทั่วพร้อม คือ ไม่เผลอไม่เพ่ง สักว่ารู้ ไม่ต้องรู้ทั้งตัว
- ไม่ต้องกังวลทำจิตให้เป็นหนึ่ง ให้เรียนรู้จิตคู่ไป จิตหนึ่งเป็นจิตของพระอรหันต์
- อยู่กับโลก ต้องเล่นกับโลกให้เป็น ไม่อย่างนั้น โลกจะกัดเรา อนุโลมตามโลกโดยไม่ผิดศีลธรรม
- รู้แล้วไม่รู้อะไร ( รู้แล้วไม่รู้ว่ามันคืออะไร ) เป็นสุดยอดกรรมฐาน เป็นวิปัสสนา ไม่มีสมมุติบัญญัติ
- จิตไม่เป็นกลาง ให้รู้ว่าไม่เป็นกลาง ไม่ต้องทำให้เป็นกลาง
- โลกว่างเปล่า แต่จิตมี น.น. เพราะ เราไปหยิบฉวยจิตไว้
- เสียอะไรเสียได้ แต่อย่าให้ใจเสีย
- จิตจะลงภวังค์เสมอๆ ขึ้นแล้วลงๆ แต่เราไม่เห็น
- มีตัณหา เกิดการทำงานทางใจเรียกว่าภพ, เห็นว่ามีตัวเราเรียกว่าชาติ
- ถ้าฟุ้งซ่าน ให้ย้อนศรฟุ้งลงในกาย ค้นคว้าลงที่กาย อย่าให้เกินกาย จะเป็นสมถะให้ได้พักผ่อน
- พวกที่ยึดความว่าง ยังยึดจิตอยู่




Create Date : 16 เมษายน 2554
Last Update : 16 เมษายน 2554 4:56:24 น. 3 comments
Counter : 147 Pageviews.

 
ลึกและชัดเจน


โดย: ปาล (ninepal ) วันที่: 16 เมษายน 2554 เวลา:6:18:50 น.  

 
ผมกับภรรยาดูแล้ว
ชื่นชมใน 7 หน้าของคุณมาก
เคยคิดจะรวบรวม
ไม่ต้องทำแล้ว ถึงทำก็ไม่ได้ดีเช่นนี้
มาดูที่นี่ดีกว่า
ดีใจครับที่มีส่วนทำให้สุกิจเผยแพร่งานออกมา


โดย: permsak.rat วันที่: 17 เมษายน 2554 เวลา:0:03:33 น.  

 
ขอบคุณ คุณปาล และขออนุโมทนาพี่เพิ่มฯด้วยครับ
เดิมไม่ได้คิดจะเผยแพร่ เอาไว้อ่านทบทวน พบว่าบางประโยคบางทีเราก็อ่านตรงนี้หลายครั้งแล้วไม่สะกิดใจอะไร แต่พอเราติดตรงนี้แล้วมาอ่านเจอ เหมือนได้อ่านของใหม่เลยครับ


โดย: สุกิจ (โอม37 ) วันที่: 17 เมษายน 2554 เวลา:0:46:29 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

โอม37
Location :
Florida United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มนุษย์คนหนึ่ง ชั่วดีมีปน หลง-วนตายเกิด พบรถด่วนขบวนสุดท้าย กำลังเข้าคิวตีตั๋ว
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add โอม37's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.