เวลามีไว้ให้เรา เดินไปพร้อมกับมันและ ทำตัวเองให้มีความสุขไปขณะที่เราเดินไปตามเวลา
Group Blog
 
All blogs
 

ไดอะลี่เลิฟ # 2 part 1

ไดอะลี่เลิฟ  # 2
จากกันไม่จากไกล

 

ถึงเวลาจะผ่านไปหลายเดือน  แอตนี่ก็ยังคงเฝ้าแต่หาข้อมูลเพิ่มเติม  จนคิดว่าแอตนี่ชักจะทำตัวเหมือนเฮอร์ไมนี่ในเรื่องแฮรรี่ พอตเตอร์ เข้าไปทุกวัน  เวลาผ่านไปเร็วมากจนทุกๆ คนเรียนจบ  เกรด 12 

 

“เฮ้ย แอตนี่ พักนี้แกหายไปเลยนะ ว่างก็แว๊บเข้าห้องสมุด จะขยันอะไรนักหนา”

 

“ก็มีเรื่องอยากรู้” แอตนี่ทำหน้าเฉยกลบเกลื่อนไม่อยากบอกเรื่องนี้กับใคร เพราะมันเหลือเชื่อ

 

“อยากรู้ไรนักหนาแก แล้วไม่เล่าให้ฟังหรือว่าเตรียมเรียนต่อประวัติศาสตร์”

 

“อืม เออช่ายๆ แกไม่ชอบนิ”  แอตนี่กลบเกลื่อนเมื่อเพื่อนเปิดช่อง

 

“ไปกินข้าวกันเถอะ ชั้นหิวและ”  ลิซ่าเปลี่ยนเรื่องกะทันหันจนแอตนี่ตามไม่ทัน

 

“ฮะ เอาไปทิ้งนะ”

 

“มากไปย่ะ ชั้นพูดว่าไปกินข้าว จะเอาอะไรไปทิ้งล่ะ บ้าไปแล้วยัยแอตนี่”  ลิซ่า รีบลากแอตนี่ไป เพราะดูเพื่อนจะเอ๋อมากไปควรต้องได้รับสารอาหารซะบ้าง

 

ทั้งสองเดินมาถึงร้านประจำที่เป็นทั้งร้านชิลนั่งกินกาแฟและร้านอาหารแสนอร่อย บรรยากาศที่ตั้งโต๊ะอยู่ภายนอก เป็นโต๊ะไม้สีขาว กระทบกับแสงแดดอ่อนยามอากาศอบอุ่นเพราะเข้าสู่ฤดูร้อนแล้วและพวกเขาก็จะได้เรียนจบพร้อมบรรยากาศซัมเมอร์ ทะเลแสนสุขของทุกคน

 

บอร์นมัธหนึ่งในเมืองตากอากาศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ แวดล้อมด้วยนักเรียนที่เป็นมิตร และหาดทรายสะอาด ซึ่งในแต่ละปีดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือนมากกว่าล้านคน เรียนภาษาในเมืองแสนสวยที่โรงเรียนสไตล์วิคตอเรีย ใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนสำรวจโลกใต้ทะเลลึกที่บอร์นมัธโอเชียน   พร้อมทั้งเยี่ยมชมปราสาท หรือ โบสถ์โบราณ นั่งเรือเฟอร์รี่ไปยังย่านช้อปปิ้งชั้นนำของเมือง นอกจากนี้ยังสามารถชมคอนเสิร์ต ละคร ผับ และไนท์คลับของนักเรียนในตอนค่ำ บรรยากาศอันคึกคักเหล่านี้จึงเหมาะอย่างยิ่งกับการท่องเที่ยว

 

แต่ถ้าเป็นเมืองริมทะเลที่แสนจะทันสมัยของประเทศอังกฤษ ต้องไปที่ Brighton ซึ่งสามารถเดินทางจากสถานีรถไฟวิคทอเรีย และลอนดอนบริดจ์ เพียง 55 นาที ไบรตันเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตอนใต้ของประเทศไม่ไกลจากลอนดอนนัก  เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและสถานท่องเที่ยวอันงดงาม สำรวจ รอยัล พาวิลเลียน , วอเตอร์ ฟร้อนท์ และเพียเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งตามร้านบนถนนสายต่างๆ หรือสนุกกับกีฬาและกิจกรรมต่างๆ ที่ชายทะเลไบรตันได้ชื่อว่าเป็นเมืองชายทะเลที่มีสีสันที่สุด ของอังกฤษ ท่าเรือสีสันสดใสดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากด้วยแผงขายฟิช แอนด์ ชิพ สวนสนุก และวีดีโอเกมส์ หรือจะเยี่ยมชมชนบทของเมือง Essex และสนุกกับการเที่ยวไนท์คลับหรือผับชั้นนำ

 

แอตนี่และลิซ่าเตรียมตัวนัดกันไปที่บอร์นมัธ เพราะแห่งนั้น วัยรุ่นแบบพวกเธอมักนิยมไปเที่ยวกัน

 

“แอตนี่ เราต้องไปเตรียมซื้อชุดว่ายน้ำกันแล้วนะ”

 

“บ้าเห่อจิง”

 

“ไม่ได้หรอก เดี๋ยวสวยๆ มันหมด มีคนแย่งชั้นใส่”

 

“อืม ยังไงก็ได้”

 

“เธอนิยังไง  เป็นสาวแล้วนะ สนใจบ้าง ไอ้สวยๆ งามๆ อ่ะ”

 

“อืม ยังไงก็ได้”  แอตนี่เป็นแบบนี้เสมอทำเอาลิซ่า ต้องจัดการให้ตลอด และคราวนี้ก็คงอีกเช่นกัน

 

“พรุ่งนี้นะ ชั้นจะไปรับที่บ้าน ไปซื้อของใช้กัน”

 

“อืม ถึงก็ปลุกด้วยนะ”  แอตนี่ทำหน้าไม่ได้ใส่ใจ เพราะวันๆ เธออ่านแต่หนังสือประวัติศาสตร์จนเหมือน สมองจะเบลอไปแล้ว

 

“ย่ะ แม่ซังกะตาย”  ลิซ่า แหว

 

ทั้งสองแยกย้ายกลับบ้าน  แต่แอตนี่ยังคงซุ่มซ่ามตามเคย เพราะง่วงจนเดินไปชนปอมเข้าจนได้  หนังสือกระจัดกระจายเต็มพื้น แอตนี่และปอมได้แต่มองหน้ากันแล้วก็หัวเราะงอหาย  มือก็ช่วยกันเก็บหนังสือไปพลาง

 

“แอตนี่ ตลกอ่ะ ชนเราตลอด” ปอมยิ้ม

 

“เราขอโทษ ไม่ได้”

 

“ไม่ได้ตั้งใจช่ายป่ะ เราเชื่อ  หึหึ” ปอม ยังไม่หยุดขำ

 

“นิพอได้แล้ว”  แอตนี่เขินหน้าแดง

 

“เออ แอตนี่ เราจะบอกเธอว่า สอบเสร็จเราก็คงต้องกลับเมืองไทยแล้วนะ”

 

“ฮะ ทำไมเร็วจัง ปอมไม่อยู่ต่อซักหน่อยล่ะ”  แอตนี่อดไม่ได้ที่จะคิดถึงว่าถ้าไม่เห็นปอมมันจะเป็นยังไง

 

“อืม ปอมอยู่ไม่ได้อ่ะ เพราะหมดโครงการก็หมดวีซ่าพอดี  ก็ประมาณ หลังสอบเสร็จ 1 สัปดาห์มั้ง”

 

“เหรอ งั้นไปเที่ยวกันก่อนนะ ฉลองสอบเสร็จแล้วก็เลี้ยงส่งปอม ทะเลนะ นึกแล้วน่าสนุก” แอตนี่จินตนาการไปไกลถึงความสนุก ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

 

“ได้ครับ ต้องไปให้ได้ งั้นเดี๋ยวเจอกันนะ ขอตัวไปธุระก่อน สายแล้ว”

 

“อะฮะ”  แอตนี่เดินคิดตลอดทางเดินกลับบ้านถึงงานว่าจะจัดเลี้ยงส่งยังไง

 

“แม่ค่ะ กลับมาแล้ว  พรุ่งนี้ลิซ่าจะมารับไปซื้อชุดว่ายน้ำนะคะ  แม่ปลุกด้วยนะ”

 

“ตื่นเองไม่เป็นเลยนะแอตนี่”

 

“การนอนคือความสุขอย่างนึงของหนูนะแม่” แอตนี่ยียวนแม่

 

“ไม่รู้ไม่ตื่นก็ให้ลิซ่าไปปลุกแล้วกัน จะได้โดนเขาบ่นมั่ง แม่ชอบ”

 

“อ่าวๆ ไม่ดีนะคะ ชอบให้ลูกสาวโดนด่า  ยัยลิซ่ายิ่งปากจัดอยู่”

 

แอตนี่เดินกินขนมไปทั่วบ้าน  ยังคงทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต ทั้งที่ใกล้จะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว

 

เช้าวันรุ่งขึ้น  และแล้วก็เป็นอย่างที่ทุกคนคาดการณ์ไว้ ลิซ่าบ่นอุบยัยแอตนี่ที่ไม่ยอมตื่นจนตัวเองต้องนั่งรอ  แอตนี่ตื่นมาอาบน้ำ  ซึ่งก็ไม่ได้นานมากจนทำให้รำคาญหากกลับกัน  ลิซ่าเองน่าจะแต่งตัวนานกว่าแอตนี่  ประมาณ 3  เท่า  อย่างแอตนี่ต้องเรียกว่า  วิ่งผ่านน้ำถึงจะถูก

 

“โอ้ยๆ เสร็จแล้วจ้า จะบ่นอะไรนักหนา ยังไม่ชินอีกเหรอ”  แอตนี่รีบสุดชีวิต

 

“ย่ะ ชิน แกจะชินมั๊ย หากชั้นทำตัวแย่ตลอด ไม่เคยปรับปรุงตัวเลย”

 

“เยอะจิง  ไปเหอะ ชั้นหิว”

 

แอตนี่และลิซ่าเดินชอปปิ้งกันอย่างสนุกสนาน  การได้เดินซื้อของไม่ว่าจะห้าวมากมายอย่างแอตนี่ก็สามารถทำให้เธอดูเหมือนหญิงสาวทั่วไปได้  รอยยิ้มสดใสกลางแสงแดดอ่อนๆ  ที่ส่องลอดผ่านตามตึกทรงโบราณ แหล่งชอปปิ้งที่วัยรุ่นมักมาเดินดูของใช้กัน  ทั้งสองพากันรัดเราะ  มาจนถึงร้านขายชุดว่ายน้ำ  ซึ่งมองดูแล้วดีไซน์ของปีนี้ เน้นสีสันฉูดฉาดขึ้นมาก  แอตนี่เห็นแล้วก็รู้สึกสยอง เพราะกลัวยัยลิซ่าจอมแสบจาเลือก แบบโป๊สุดเหมือนที่หล่อนใส่ให้เธอ

 

“เออ ลิซ่าปีนี้ไม่ต้องเลือกให้นะ โตแล้วชั้นเลือกเอง”

 

“แบบเชยๆ เหรอยะ”

 

“บ้า บิกินี่สิ”

 

“ให้มันจริง ชั้นเบื่อไปชุดเด็กอนุบาลของเธอจะแย่”

 

“มากไปย่ะ  ใครจะไปกล้าใส่แบบเธอ  ยัยลิซ่า”

 

“เอาที่มันเล้าใจหน่อย  ปอมเค้าจะกลับไปบ้านเค้าแล้ว จะได้ ประทับใจไง”

 

“บ้า เกี่ยวไรกะปอม  แค่ชวนเขามาฉลองก็เท่านั้น”  แอตนี่เลิกคิ้วทำไม่ใส่ใจ แต่ในใจก็แอบเขินหากปอมจะได้เห็นชุดว่ายน้ำของเธอ

 

“เชื่อชั้นสิ  เอาให้ปอมลืมเธอไม่ลงไง”

 

“อาฮะ”  แอตนี่เริ่มคล้อยตาม ไม่รู้ทำไม  เธอก็อยากให้ปอมประทับใจชุดว่ายน้ำของเธอเหมือนกัน

 

เช้าวันอาทิตย์แสนสุข หลังการสอบผ่านพ้นไป  แอตนี่  ลิซ่า ปอม และเพื่อนๆ  นัดเจอกันที่สถานีรถไปวิคเตอเรีย  เพื่อเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ไบรตัน   ทั้งหมดตั้งใจว่าจะค้าง 1 คืนเพื่อจะได้มีเวลามันกันสุดเหวี่ยงที่ริมหาด เพราะรีสอร์ทที่จองได้ เป็นบ้านพักที่ติดชายหาดพอดี

 

“แอตนี่  ดูนี่สิ เจ๋งสุดๆ เลย”

 

“อะไรอ่ะ”

 

“บ้านที่อยู่กลางทุ่งนั่นอ่ะ  สวยมากกกกก”

 

“จริงด้วย โหปอมตาดีนะ”

 

“ไม่รู้บ้านใครเนอะ  น่าอิจฉา บ้านเราที่เมืองไทยไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอก”

 

“น่าไปนะ  เราว่าเราอยากไปเมืองไทย  ไว้ถ้าเราไปจะโทรหาปอมนะ”

 

“ได้สิ  จะพาเที่ยวให้ทั่วเลย”  ปอมยิ้มอย่างอบอุ่น  ปอมไม่ใช่ผู้ชายเรียบร้อยซะทีเดียวแต่ด้วยวัฒนธรรมของประเทศต่างกัน  เมื่อเขามาอยู่ต่างประเทศอย่างนี้บุคคลิกย่อมต้องดูสงบเสงี่ยมกว่าพวกแอตนี่แน่ๆ

 

 




 

Create Date : 06 ธันวาคม 2555    
Last Update : 6 ธันวาคม 2555 15:41:12 น.
Counter : 420 Pageviews.  

ไดอะลี่เลิฟ # 1 part 2

ไดอะลี่เลิฟ  # 1
วันสิ้นปี

คู่ของแอตนี่และปอม เปิดฟอร์ เรียบร้อยแล้ว คู่อื่นๆ ก็ตามมา  บรรยากาศในงานดูเหมือนกับการเต้นรำในสมัยก่อนที่คุณยายทวดซาร่าเคยได้เต้นกับทอมสามีที่เธอรักสุดใจ  แล้วแอตนี่ก็หน้าเหมือนคุณยายทวดซาร่าซะด้วย แม้จะมีส่วนที่เหมือนฝั่งคุณพ่ออยู่บ้าง

“แอตนี่ วันนี้เธอสวยจัง”

“บ้าน่าปอม  เหมือนทุกวันแหละ คงแปลกตามากกว่า”

“เธอไม่ได้รู้สึกว่าเราดึงดูดกันเหรอ”

แอตนี่ได้แต่ยิ้ม เธอรู้สึกแบบนั้นตั้งแต่เห็นปอมแล้วแต่ เธอไม่ได้รู้ว่ามันคืออะไรสำหรับความรู้สึกนี้  แอตนี่ต้องการการพิสูจน์ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร  

เพลงจบ  ทั้งสองโค้งให้กัน และเดินกลับเข้ามุมปอมไม่อยากปล่อยมือแอตนี่เลย แต่เขารู้ดีว่านั่นคงเป็นไปได้ยาก  หากเขาต้องการจะสานต่อความสัมพันธ์นี้เพราะในอีก  2   เดือนข้างหน้า  ปอมก็ต้องกลับประเทศไทย เพราะโครงการสิ้นสุด  และคงเป็นไปได้ยาก  อีกหากเขาจะได้เจอแอตนี่อีกครั้ง

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา  หลังจากสนุกสนานกันเต็มที แบบชนิดไม่เหลือสภาพกันเลย  ไม่เว้นแม้แต่ปอม  ซึ่งโดยปกติเขาไม่ดื่มเหล้าอยู่แล้วยังร่วมด้วยทำให้ภาพหนุ่มขี้อาย พูดน้อย หายไปในทันที  

อย่างที่เขาบอกกันว่า  เหล้าเปลี่ยนคนได้  แอตนี่เพิ่งเคยเห็นชัดๆ ก็ปอมนิแหละ  แบบว่าคืนนี้น่าจะเป็นคืนที่  แอตนี่เห็นปอมพูดเยอะสุดในชีวิตแล้ว

“แอตนี่ ผมตาลายหรือคุณสวยขึ้นนิ น่ารักชะมัด” ปอมพูดจ้อ  

“เราว่าปอมเมามากก่าไปนอนเถอะ  แม่เราอนุญาติให้พักที่ห้องรับแขกได้  เราพาไปนะ”  แอตนี่ทำท่าจะไปพยุงปอม แต่ปอมไม่ยอม

“ม่าย เราอยากอยู่ต่อ  สนุกอยู่เลย แล้วเราก็ยางไม่มาววววนะ แอตนี่”  ปอมตาเยิ้ม แต่แอตนี่ไม่ยอมจึงพยายามลากปอมไปนอนที่ห้องรับแขก เพราะดูแล้วปอมไม่ไหวจิง คนไม่เคยกินแล้วมากินก็คงเป็นอย่างนี้ทุกราย   

แอตนี่พาปอมเดินไปอย่างทุลักทุเล  เพราะปอมก็ไม่ได้ตัวเล็กๆ เหมือนแอตนี่ เมื่อเดินไปถึงเตียงแทนที่แอตนี่จะให้ปอมนอนลง กลับเป็นฝ่ายแอตนี่เองที่เดินมาแล้วรับน้ำหนักปอมไม่ไหว ล้มลงไปอยู่ใต้ตัวของปอมซึ่งล้มลงบนเตียง

“เฮ้ย ปอม หนักลุกไป จะมานอนทับชั้นได้ไง”

“ปอม ปอม ปอม โอ้ย” แอตนี่พยายามหาทางออกจากตัวปอมให้ได้  แต่ปอมก็เมาจนไม่มีสติ

“แหะ ๆ แอตนี่จ้า อยู่ไหนเอ่ย”

“เฮ้ย ปอมบ้า อย่ามาแกล้งกันนะ แกทับช้านอยู่”

“เหรอ แหะๆ ปอมไม่เห็นเลยขอโทษนะ แหม๋วันนี้เจ้าหญิงแอตนี่ของผมสวยจัง น่ารักที่สุด  ขอหอมเจ้าหญิงทีนึงนะ”  

“ว้าย ไอ้บ้าปอม อย่านะ” แอตนี่พูดยังไม่ทันจบ ปอมก็หอมแก้มแอตนี่แล้วก็หลับไป  แอตนี่พยายามดันปอมออกไปได้จนสำเร็จ  และแทรกตัวออกมาได้  แอตนี่ทั้งอาย ทั้งตื่นเต้น วิ่งหน้าแดงออกไป  แล้วก็ต้องพยายามสงบใจเพื่อให้เพื่อนๆ ในงานไม่สังเกตุ

“งัย แอต  เจ้าปอมสลบไปเลยรึ” ลิซ่าก็ตึงๆ เหมือนกันตอนนี้

“อืม ถึงปุ๊บหลับปั๊บ”  แอตนี่ไม่กล้าสบตาเพื่อน

“ชั้นว่า แกก็เมานะแอตนี่  หน้าแดงเชียว”  ลิซ่าสำรวจเพื่อน

“บ้า ไม่ได้เมา เลือดมันสูบฉีดดี”  ว่าแล้วก็หัวเราะกลบเกลือน “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”  

ห้าทุ่มกว่า เพื่อนๆ ของแอตนี่ทยอยกลับกันจนหมด  เหลือก็แต่ ปอมที่หลับอยู่ในห้อง กับลิซ่า ซึ่งนอนอยู่ที่โซฟา เพราะห้องโดนจองไปแล้ว  แอตนี่ช่วยแม่เก็บของจนบ้านสะอาดเหมือนเดิม และเฝ้ารอเรื่องที่แม่สัญญาไว้

“แอตนี่ ลูก พร้อมยัง”

“ค่ะ แม่ดูเครียดจังค่ะ”

“ไม่หรอกจ๊ะ แต่มันสำคัญเหมือนกัน และแม่ก็เคยผ่านมันมาแล้วรู้ดีว่ามันสำคัญกับเรามาก  แม่จึงอยากให้แอตนี่ตั้งใจและพยายามเข้าใจเรื่องที่แม่จะบอก”  

“ค่ะ”  แอตนี่ได้แต่นั่งตาแป๋ว  เพราะงงเรื่องที่แม่คิดจะบอก แอตนี่ไม่เห็นว่ามันน่าจะมีอะไรซีเรียส

“นี่จ๊ะ”  แม่ยื่นสมุดไดอะลี่โบราณเล่มเก่าเล่มหนึ่งให้แก่แอตนี่

“อะไรคะ”  แอตนี่งงกับสิ่งที่เห็น ก็แค่สมุดไดอะลี่ทำไมแม่ต้องทำให้ดูเซอร์ไพส์ด้วย

“อย่าทำหน้าเหมือนแม่ตอนนั้น ลูกต้องฟังเรื่องราวก่อน  แม่ก็ได้รู้เรื่องราวเหมือนกับที่แอตนี่จะได้รู้แหละลูก  อย่างที่ลูกรู้ตระกูลฟอนส์ทิสของเรามีคุณยายซาร่า เป็นต้นตระกูล  เล่ากันต่อมาว่า คุณยายซาร่าเป็นแม่มด  ซึ่งในสมัยก่อนโน้นถือเป็นเรื่องธรรมดามาก  มันไม่ใช่เรื่องเล่าจ๊ะ มันเป็นเรื่องจริง  คุณยายเป็นแม่มดและคุณยายก็เป็นคนดีมาก  คุณยายมีความรักจ๊ะ คุณตาทอมสามีสุดที่รักของคุณยายต้องจากไปรบในสงครามยุโรป  และในสมัยก่อนไม่ได้มีอีเมลล์เหมือนในสมัยนี้จ๊ะ  คุณยายจึงใช้เวทมนต์แม่มดเขียนภาษาจากอักษรรูนโบราณ ทำหนังสือไดอะลี่ขึ้นมา  สองเล่มและให้คุณตาไว้ใช้ติดต่อกันจ๊ะ”  

แอตนี่นั่งฟังตาแป๋วมาก ทำไมแม่เซอร์ไพส์ไม่หยุดหว่า เรื่องนี้มันมีจริงที่ไหน  แอตนี่เป็นคนนึงที่เชื่อเรื่องวิทยาศาสตร์และหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากกว่าคำบอกเล่าที่ฟังดูไม่น่าเชื่อถือ  แต่เพราะอะไรเธอจึงยอมฟังและเกือบจะเชื่อสิ่งที่แม่เล่า  อันนี้ไม่มีใครตอบได้

“แม่คะ หนูว่ามันแปลก แม่ว่าไม่แปลกรึ  เรื่องนี้มีแต่ในนิทานนะคะ”

“แม่ไม่ได้บังคับให้ลูกเชื่อ  แต่แม่แค่อยากให้ลูกทำตามสิ่งที่ครอบครัวเราบอกต่อกันมารุ่นต่อรุ่น  หนูไม่จำเป็นต้องใช้มันหากหนูไม่เชื่อ แม่แค่อยากให้หนูเก็บมันไว้จนกว่าหนูจะมีลูกสาวและลูกสาวหนู อายุ 17 ปี หนูก็ส่งต่อมัน  เข้าใจมั๊ยจ๊ะ แอตนี่”  

“ค่ะ หนูจะพยายามไม่ลืมที่แม่สั่ง” แอตนี่พยายามจะสะกดความสงสัยให้ได้แล้วทำตามที่แม่บอก แต่มันยากมากจริงๆ คืนนั้นทั้งคืนแอตนี่แทบจะไม่ได้นอน  ความคิดที่ว่ามันจะเป็นจริงไปได้อย่างไร ทำให้แอตนี่คิดจนหัวแทบระเบิด  ถึงจะมีหนังเกี่ยวกับพ่อมดอยู่เยอะแต่ก็ไม่น่าจะเป็นความจริงไปได้  นี่มันยุค 2012 แล้วนะโลกไปไกลขนาดสามารถติดต่อกันได้ง่ายนิดเดียวเพียงเข้าอินเตอร์เนต  แต่เธอกลับได้รับของโบราณที่สามารถใช้ติดกับคนรักได้เหมือนอีเมลล์ แปลกกันก็ตรงแค่เมื่ออีกฝ่ายตอบมาข้อมูลต่างๆที่เขียนกันก็จะปรากฏให้เห็นว่าเป็นเรื่องตอบโต้กันและจะลบตัวมันเองเมื่อเวลาผ่านไปจนไดอะลี่นั้นเต็ม

บ้าจริงอะไรมันจะประหลาดขนาดนี้  คุณยายซาร่าคิดได้ยังไงฟร่ะ แอตนี่นั่งขมวดคิวอยู่ตรงที่นั่งประจำสำหรับดูดาวของเธอ  เวลาที่เครียดก็เห็นจะมีแค่การมองดาวที่ทำให้เธอผ่อนคลายได้  แอตนี่เกิดวันที่ 7  เดือน 7  และเป็นคนที่ 7  ที่ได้รับการส่งต่อไดอะลี่เล่มนี้

ซึ่งแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ไดอะลี่ก็ยังคงสดใสและดูเหมือนยังไม่ได้ผ่านการใช้งานมาเลย   

“อรุณสวัสดิ์ค่ะแม่  มีไรกินมั่ง หนูต้องเข้าแลปตอนเช้ารีบค่ะ” แอตนี่เดินหาวลงมาจากบันได

“แฮมกะไข่ดาวจ๊ะลูก อืมแอตนี่ทำไมตาลูกเป็นอย่างนั้น ฮึ”

“หนูนอนไม่หลับค่ะ คงกลัวตื่นสาย”  ขนมปังยังอยู่เต็มปาก แต่แอตนี่ยังพยายามพูด" 

“ค่อยๆ กินสิ อย่าลืมนมด้วยแอตนี่ อ้าว ไปซะและ”  

“บายค่ะแม่”

แอตนี่รับพุ่งออกจากบ้าน ตรงไปยังโรงเรียน  เธอตั้งใจว่าออกจากแลปแล้วจะไปค้นข้อมูลที่ห้องสมุดซักหน่อยเกี่ยวกะเรื่องแม่มด พ่อมด  ว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดกับการเชื่อมโยงประวัติศาสตร์กับความจริงที่เธอได้รับรู้มา

“เฮ้ แอตนี่ ลิซ่าล่ะ”    

แย่แล้ว แอตนี่มัวแต่คิดถึงเรื่องของตัวเองจนลืมปลุกลิซ่าและปอมซึ่งยังคงหลับอยู่ที่บ้านของเธอ แต่ตอนนี้ความอยากรู้ของแอตนี่มีมากกว่าความห่วงใยที่มีต่อเพื่อน 

“อ่อ ยังหลับอยู่ ฉันรีบ ไปก่อนนะ”  แอตนี่รีบเดินหนีเพราะไม่อยากเสียเวลาคุยกันนาน  เธออยากรีบเพราะยิ่งรู้เยอะ เธอก็จะได้เข้าใจได้มากขึ้นก็สิ่งที่เธอเจอมามันไม่ใช่เรื่องที่น่าจะเป็นจริงได้เลย  แอตนี่ต้องการสืบค้นเพื่อจะได้มีข้อยืนยันว่าสิ่งที่เธอได้ยินมามันเป็นเรื่องโจ๊กประจำตระกูล  ที่แม่ทั้งหลายเอาไว้หลอกลูกสาวในวันเกิดปีที่อายุครบ  17  ปี  เท่านั้น

^^ รออ่าน ตอน 2 กันนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 




 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2555 15:25:23 น.
Counter : 371 Pageviews.  

ไดอะลี่เลิฟ # 1 part 1

ไดอะลี่เลิฟ  # 1
วันสิ้นปี

 

 

ในคืนวันสิ้นปีที่แสนจะครึกครื้นคราคร่ำไปด้วยผู้คน  ต้นสนขนาดใหญ่ถูกตัดมาประดับประดาตกแต่งเสียจนสวยงาม  เมื่อมองไปยังท้องถนนที่ขาวโพนไปด้วยหิมะ  ที่ตกมาก่อนหน้านี้และกำลังตกอยู่แม้จะหนาวเย็นมากด้วยอุณหภูมิที่ต่ำ แต่ก็ยังรู้สึกอบอุ่นไปด้วยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขของผู้คน

 

คงมีเพียงคนเดียวในบริเวณนี้ที่กลับรู้สึกเหงาใจ 

 

ซาร่านั่งอยู่บนม้าโยกตัวโปรด นั่งดูหิมะโปรยปรายลงมา มือยังคงกอดไดอะลี่เริ่มเก่า เหมือนการยึดมันเอาไว้จะทำให้อุ่นได้มากขึ้น

 

“ทอมคะ  ชั้นกำลังจะไปหาคุณแล้วนะ”  ซาร่าพูดเสียงกระซิบซึ่งฟังแล้วดูเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า

 

และเมื่อเธอหลับตาลง อากาศหนาวเย็นในคืนนั้นก็พาเธอไปพบกับทอมสุดที่รัก

 

ในอังกฤษ เรื่องราวของพ่อมดแม่มด ดูเหมือนจะเป็นเรื่องความเชื่อของผู้คนอยู่ค่อนข้างเยอะ แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบัน  ทำให้คนลืมเลือนวิถีเก่าของแม่มด

 

“แม่คะ  คุณยายไม่ยอมตื่นค่ะ”

 

ซาร่าจากไปแล้วและความลับของไดอะลี่  ยังคงถูกเก็บรักษา จากรุ่นสู่รุ่นคำบอกเล่าเลือนรางไปบ้าง  แต่ก็ยังมีความจริงหลงเหลืออยู่บ้าง

 

ไดอะลี่ถูกเก็บรักษาเป็นอย่างดี มาจนถึงรุ่นของแอตนี่  ซึ่งขณะนี้เธอโตเป็นสาวน้อย สวยน่ารักและมีรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ใครๆ ต่างหลงใหล  แอตนี่สาวน้อยร่าเริงที่มักมีแต่เรื่องแปลกๆ ในชีวิต  แน่ล่ะเธอไม่เคยรู้ว่าจริง ๆแล้วเธอมีเชื้อสายแม่มด  จึงทำให้เธอมีความสามารถพิเศษในการคลาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าโดยไม่รู้ตัว  และเธอเองก็ไม่เคยสังเกตุมันเลยสักครั้ง  ตรงกันข้าม  แอตนี่กลับรู้สึกหลงใหลในเทคโนโลยีสมัยใหม่และค่อนข้างเชื่อในวิทยาศาสตร์มากกว่า

 

เรื่องเล่าของครอบครัวเกี่ยวกับคุณยายซาร่ายังคงถูกเล่าต่อกันมาเรื่อยๆ ซึ่งขณะนี้แอตนี่เองก็กำลังจะได้รับฟัง

 

“แม่คะ  ทำไมแม่ถึงไม่เคยเล่าเรื่องคุณยายซาร่าให้หนูฟัง”

 

“ลูกจะได้ฟังเมื่อถึงเวลา และคืนนี้แม่จะเล่าให้หนูฟังที่หน้าเตาผิง”

 

“ตลกอ่ะแม่ ทำไมมันถึงดูลึกลับจังคะ”

 

“ไม่หรอกจ๊ะ เพียงแต่เราต้องทำตามทำเนียมของบ้าน แม่ก็ได้ฟังเรื่องตามเวลาของแม่เหมือนกัน”

 

“โอเค หนูไปโรงเรียนก่อนแล้วกัน  บายค่ะ  เจอกันตอนเย็น”

 

แอตนี่เรียนอยู่เกรด 12  ที่ไฮสคูลในกรุงลอนดอน  เธอตั้งใจอย่างมุ่งมั่นที่จะสืบค้นเรื่องราวของประเทศไทยให้ได้มากที่สุดก่อนเรียนจบ  และตั้งใจจะเดินทางไปอยู่ที่นั่นเมื่อเธอเรียนจบ  ซึ่งเป็นความคิดที่แปลกประหลาดสำหรับคนที่อยู่ในโลกที่เป็นผู้ดีและไฮเทคโนโลยีทางฝั่งยุโรป  แอตนี่รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่นั่นดึงดูดเธอ  และเธอต้องการไปค้นหามัน

 

ในเวลาที่คนเราต้องรออะไรแล้ว  มันยิ่งดูเหมือนยิ่งช้า  แอตนี่เฝ้ารอให้ถึงตอนเย็นที่นัดกับแม่ไว้ 

 

เฮ้ออยากรู้จริงๆ ว่าแม่จะเล่าอะไรให้ฟังหว่า มันดูจะ ลึกลับเหลือเกิน แอตนี่คิดจนทำให้เหม่อลอยจนเผลอเดินชนปอมเข้า  ปอมเป็นนักเรียนไทยที่ได้ทุนมาเรียนในโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนไทย-อังกฤษ  ปอมไม่ได้ฉลาดจนถึงขั้นอัจฉริยะ  แต่ปอมขยันกว่าทุกคนที่แอตนี่เคยเห็นมา  แอตนี่เรียนคนละชั้นเรียนกับปอม  แต่เขาก็ยังดูดึงดูดแอตนี่อยู่พอสมควร

 

“โอ้ย  อ่ะ ขอโทษค่ะ”  แอตนี่ชนเข้ากับปอมที่ตรงหัวมุมตึกสีน้ำตาลที่ทำด้วยอิฐบล๊อกแบบโบราณ

 

“อ้าว เธอเองเหรอ เราไม่เห็นอ่ะ ขอโทษนะ”  แอตนี่ขอโทษด้วยสีหน้าเลื่อนลอย

 

“ไม่เป็นไร เราก็ไม่ทันระวัง”  ปอมทั้งอายทั้งเขินที่หน้าเขาเข้าไปใกล้แอตนี่ซะจนเกือบจะโดนแก้มเธอ

 

แอตนี่ไม่ได้อยู่ในภาวะที่สติสตังจะคงที่พอจะสนใจใคร  เมื่อขอโทษขอโพยเสร็จก็รีบเดินไปยังโรงอาหาร เพราะนัดกับลิซ่าไว้

 

“ทำไมช้า เกือบจะไม่ทันแล้วนะ”  ลิซ่าจอมโวยบ่นอุบ

 

“แค่กินข้าว ไม่ทันไร ยะ”  แอตนี่ทำน่าเซ็ง เมื่อเพื่อนสาวบ่นเกินเหตุ

 

“ไม่ทันชั้นไปเรียนไง  แหม๋ รีบกินเข้า แล้วทำไมมาช้า”

 

“มาบอกให้รีบ ยังจะถามอีก” แอตนี่จอมกวนยังกวนเพื่อนไม่เลิก

 

“ฮึม ยังอีกนะ”  ลิซ่ากรอกตา

 

“จ้า ๆ เดินชนอีตาปอมมาอ่ะ คิดไรเพลินไปหน่อย”

 

“เฮ้ย แกเป็นเจ้าบ้านนะ ไปรังแกคนต่างถิ่นได้ยังไง”

 

“บ้าไม่ได้ตั้งใจ แล้วปอมก็เป็นเพื่อนเราคนนึง ไม่ใช่คนต่างถิ่น”

 

“เข้าข้างลิงเหลือง อ่ะแก มีไรป่าว”

 

“ไอ้บ้าลิซ่า เลิกพูดเลยนะ เขาก็เหมือนเราแหละ  แล้วเขาก็คนไทย ไม่ใช่ญี่ปุ่นเว้ย”

 

“ฮ่าๆ ชั้นไม่ใช่ผู้ดีอังกฤษ แบบแกนิ”

 

“เออ เดี่ยวนี้มันหมดยุคแล้วย่ะ  เท่ากันหมดและฉันว่านะ”

 

“จ๊ะแม่พระ เออกินเร็ว เดี๋ยวชั้นเข้าเรียนไม่ทัน”

 

แอตนี่กับลิซ่ารับเดินจ้ำอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเลยเวลาเข้าเรียนมาแล้ว  ปีสุดท้ายของการเรียนไฮสคูลช่างเป็นอะไรที่เหนื่อยพอควรและทั้งสองก็อยากให้มันผ่านไปโดยไว  แอตนี่อยากเรียนศิลปศาสตร์เอกโบราณสถาน ส่วนลิซ่าอยากจะเป็นดีไซน์เนอร์เนื่องจากเธอชอบออกการแต่งตัวเป็นชีวิตจิตใจ

 

 

แอตนี่เฝ้ารอเวลาเลิกเรียน  ซึ่งจะมาถึงในอีก 5  นาที  แต่แอตนี่ยังไม่เลือกนั่งมองดูนาฬิกาข้อมือทุก  5  วินาที  เสียงอาจารย์บอกเลิกเรียนเป็นเหมือนเสียงสวรรค์สำหรับแอตนี่  ซึ่งพุ่งตัวออกไปในทันทีที่อาจารย์เดินออกจากห้อง  แม่ไม่เคยทำให้แอตนี่ตื่นเต้นได้เท่านี้มาก่อน  ทำไมแม่ต้องเลือกวันนี้ซึ่งเป็นวันเกิดเธอ  เป็นวันที่จะบอกความลับของคุณยายทวดซาร่า ทั้งที่มีโอกาสบอกตั้งมาก

 

เรื่องนี้มีคำตอบสำหรับคนที่เคยผ่านเหตุการณ์มาแล้ว  นั่นเป็นคำสั่งเสียของคนในตระกูลฟอนทิสว่า เมื่อมีลูกสาวพวกเธอจะต้องส่งต่อไดอะลี่ของคุณยายซาร่าเมื่อลูกสาวอายุครบ  17 ปี   และวันนี้ก็เป็นวันของแอตนี่

 

“แม่คะหนูกลับมาแล้ว บอกได้หรือยังคะ”

 

“รอเที่ยงคืนเจอกันที่หน้าเตาผิง ลูก  แอตนี่ไปเปลี่ยนชุดสวยมาเร็ว  แม่จัดงานวันเกิดไว้ให้หนู แล้วหนูจะเซอร์ไพส์”

 

“แม่นิมีแต่เรื่องเซอร์ไพส์  ค่ะ เดี๋ยวลงมาค่ะ”

 

แอตนี่วิ่งขึ้นบ้านอย่างไม่เกรงใจแม่ เป็นนิสัยกระโดกกระเดก ประจำของเธอ  แอตนี่มีพ่อเป็นคนไทยที่หน้าตาคมคาย  เธอได้ตาพ่อมาเต็มๆ แต่ส่วนอื่นเหมือนแม่  ถึงดูเหมือนฝรั่งผมสีน้ำตาลแดงซึ่งแตกต่างจาก คนอังกฤษส่วนใหญ่ที่มักมีผมสีทอง  แอตนี่เป็นเด็กค่อนข้างซนและสร้างเรื่องในแบบกวนๆ ให้พ่อแม่ต้องเหนื่อยตามเสมอ แต่เธอไม่เคยเหลวไหลเรื่องการเรียน แต่ออกจะแปลกไปซักหน่อยที่เธอไม่สนเรื่องผู้ชายเท่าไหร่  เธอมักคิดแต่ว่าฉันมีคนที่ฉันเฝ้ารออยู่ และเมื่อได้เจอฉันจะรู้ว่าเป็นเขาหรือป่าว

 

แอตนี่มีเซ้นท์แปลกๆ เรื่องนี้เสมอ  วันนี้เธออาจได้คำตอบว่าทำไม

 

แอตนี่มองไปรอบห้องแล้วร้องเสียงหลง

 

“เฮ้ยยยยยยย   นิเหรอเซอร์ไพส์ของแม่  ไอ้ชุดเจ้าหญิงฟูฟ่องนินะ  บ้าจิง”  แอตนี่เหวี่ยงชุดออกจากเตียงแล้ว นั่งกอดอกหงุดหงิด

 

“แม่นะ แม่ ทำไมต้องคิดอะไรแปลกๆ หนูไม่ใช่เด็ก 5 ขวบของแม่แล้วนะ”   แอตนี่ยังคงบ่นอุบ

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้น  เหมือนรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม่เดินขึ้นมาพร้อมคำอธิบาย  “ไง เสียงดังตลอด ไม่ดังซักวัน แม่คงนึกว่าลูกสาวหายตัว”

 

“แม่ก็ ดูแม่ทำสิ  หนูไม่ใส่”

 

“มันเป็นวันเกิดแฟนซี่  แล้วหนูก็เป็นเจ้าของวันเกิด เพื่อนลูกยอมทำตามทุกคน แล้วทำไมเจ้าของวันเกิดไม่ยอมทำ”

 

“ฮะ นี่แม่บังคับเพื่อนหนูด้วยเหรอ”

 

แม่ไม่ตอบแต่พยักหน้า พร้อมทำหน้าเจ้าเล่ห์

 

“โอ้ย แม่หนูขอเป็นแม่มดได้ป่ะ ไอ้เจ้าหญิงนี่หนูยอมใส่มันไม่ได้จิงๆ”

 

“แม่มด แม่เป็นแล้ว แล้วแอตนี่ก็ต้องใส่ชุดนี้ แม่มีหน้ากากให้ใส่ ไม่ต้องอายหรอก”

 

แอตนี่จำฝืนใจใส่ชุดเพราะขัดแม่ไม่ได้  ฉันไม่ได้อยากขัดเพราะวันนี้ต้องได้รู้ความจริงที่แม่จะบอก แอตนี่คิด

 

ในงานวันเกิดแอตนี่เซอร์ไพส์มากที่เพื่อนร่วมชั้นของแอตนี่มากันครบ  แม่ทำได้งัย  แล้วยังมีปอมอีก ว้าวปอมใส่ชุดเจ้าชายน่ารักชะมัดเลย  งานวันนี้จัดในสวนหลังบ้านของแอตนี่  แม่จัดให้ดูเหมือนเป็นงานพรอม เล็กๆและมีบรรยากาศ เหมือนงานเต้นรำในปราสาทเก่าของอังกฤษ ฉันรักแม่ที่สุด  แอตนี่คิดแล้วก็ยิ้มอย่างสุขใจ

 

“อะแฮ่ม  สวัสดีจ๊ะ ลูกๆ ทั้งหลาย แม่ขอบใจนะจ๊ะที่ยอมสละเวลามาช่วยกันทำให้งานวันเกิดของแอตนี่มีความสุข และสนุก”  แม่เริ่มกล่าวบนเวทีเล็กๆ ที่จัดขึ้นแบบรวกๆ

 

“จ๊ะ วันนี้เรามาตรีมแฟนซีกัน แม่แอบเห็นหลายๆ คนสนุกกับชุดที่เลือกมา  ไม่พูดมากนะจ๊ะ แม่ขอพิธีการด้วยการเปิดงานของฉากเต้นรำในวันนี้ แล้วหลังจากนั้น ทุกคนก็เต็มที่กันสุดเหวี่ยงได้และเราจะจบงานกัน ตอน ห้าทุ่มครึ่ง  แม่อยากให้แอตนี่ลูกสาวคนสวยเจ้าของงาน เปิดฟอร์จ๊ะ  ดนตรี”

 

พ่อสุดหล่อในชุดพ่อมด  รับหน้าที่เป็นดีเจในวันนี้ เปิดเพลง ซึ่งทำเอาแอตนี่ยืนทำหน้าเหรอหรา  พร้อมทั้งมองเพื่อนๆ อย่างขอความเห็นใจว่า  “แล้วชั้นจะคู่ใคร”  แล้วก็มีฮีโร่ เดินตรงมาโค้งให้แอตนี่

 

“ปอม.... เธอ”   แอตนี่ดีใจน้ำตาแทบไหล เธอไม่คิดว่าจะเป็นปอม

 

“แน่นอนอยู่แล้วฉันต้องรับหน้าที่นี้ เพราะฉันเป็นคนสอนเธอเต้นรำในชั่วโมงเรียนจำได้มั๊ย”  ปอมยิ้ม

 

“บ้า เธอยังเต้นดีเหมือนเดิมเลยนะ”  หน้าแอตนี่เป็นสีแดงระเรื่อ

 

 

^^ มีต่อ part 2 นะคะ




 

Create Date : 13 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2555 15:26:18 น.
Counter : 419 Pageviews.  


สตอเบอรรี่ด็อก
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เกิดมาก็เป็นคนนึง
ซึ่งอยากจะท่องไปในโลกกว้าง
บางครั้ง เจอเรื่องราวระหว่างทาง
สุขบ้าง ทุกข์บ้าง ปนๆ กันไป
New Comments
Friends' blogs
[Add สตอเบอรรี่ด็อก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.