เวลามีไว้ให้เรา เดินไปพร้อมกับมันและ ทำตัวเองให้มีความสุขไปขณะที่เราเดินไปตามเวลา
Group Blog
 
All blogs
 

บ้า...พลัง

พลังงาน มีอยู่ทุกที่ ที่เราเจอ
บางคน อาจเคยได้ยินว่า เหตุการณ์ระทึกมักทำให้เรามีพลัง
เพิ่มขึ้นมามากมาย

อย่างเช่น เวลาไฟไหม้ คนจะยกของหนักได้แบบไม่รู้ตัว
แน่นอนมันพิสูจน์ได้ในทางวิทยาศาสตร์ค่ะ

ตอนที่เราตกใจ หรืออยู่ในเหตุการณ์คับขัน ร่างกายจะหลั่งสาร
อะดินารีนออกมา ทำให้เรามีแรงเยอะขึ้น

แต่ในบางครั้ง เราไม่รู้หรอกว่า มีสารตัวนี้หรือป่าว
แรงมันมาเยอะมาก ตอนเราโกรธ หรือโมโห

ฉันก็เป็นคนนึงที่บ้าพลัง.. ชอบทำโน่นนี่ด้วยตัวเอง

เป็นหญิงเหล็ก เพราะ ..ไม่มีใครช่วย.. (เศร้าจาย)

คือมันคงเป็นนิสัยฉัยแหละ ไม่ค่อยกล้าขอร้องใคร

ที่ทำงานฉัน ผู้ชายเยอะ แต่บางครั้ง ฉันต้องยกของหนัก
คนเดียว เพราะปากหนัก ไม่กล้าเรียกใคร หรือใช้ใคร

อาจมีสาเหตุมาจาก ฉันเป็นสาวคนเดียว ของบ้านในช่วงแรก
มีพี่และญาติเป็นผู้ชายหมด ฉันจึงค่อนข้างเหมือนเด็กชาย

ก็มันไม่รู้จะเล่นกะใคร จะเล่นตุ๊กตา เค้าก็ไม่เล่นกะฉัน

กิจกรรมฉันตอนเด็กเหรอ ไม่ต้องพูด เป็นของเด็กผู้ชายล้วนๆ
ตกปลา ต่อยมวย เทคอนโด (เขียนผิดป่าวหว่า) คาราเต้
กระโปรงไม่เคยใส่

แม่ฉันถึงบอกว่า ฉันเป็นพวกบ้าพลัง เอะอะก็ต่อยชาวบ้าน

มีอยู่ 3 ครั้งที่ ฉันบ้าพลัง มากมาย (กราบขออภัยเพื่อนชายพวกนั้น)

ครั้งแรก
ฉันต่อยเพื่อนผู้ชาย ฟันกระเด็น เพราะฉันโมโห และขี้เกียจ
ฟังมันบ่น คือมันไม่ทำงานแล้วบ่น แต่ฉันทำงานแล้วต้องโดนบ่น
ไม่อดทนไม่ไหว หุหุ

ครั้งที่ 2
ฉันกระโดดถีบ ผู้ชายตัวอ้วนกำลังขี่จักรยาน ล้มกลิ้ง เพราะมันแซวฉัน
คือว่าฉันไม่ชอบ เค้าอยู่แล้ว และก็ไม่ชอบให้ใครแซวอ่ะ

ครั้งที่ 3
ฉันกระโดด เตะ และต่อย คนที่อุตส่าห์ขับรถมาขอโทษฉัน ถึงที่บ้าน
แต่ฉันโมโหอยู่ คิดว่าเขาโกหก จึงบ้าพลัง

มาคิดได้ก็ทำไปแล้ว คงย้อนไปไม่ได้

ตอนนี้ฉันก็มีเรื่องให้โมโหอยู่บ่อย ๆ เรื่องไม่สบายใจ แต่ฉันไม่ทำแบบนั้น
แล้วแหละ ฉันบ้าพลังในทางที่ดีแทน

ฉันจะเก็บเอาความโมโห ไปใส่ตอนตีแบด ทุกอาทิตย์
แล้วถ้าหงุดหงิดมาก ก็ทำงานบ้านไปเลยทั้งวัน ขัดๆ ถูๆ ให้สะอาด
ได้ระบาย แล้วบ้านก็สวยขึ้นด้วย (งัยเป็นสาวขึ้นป่ะ อิอิ)

ตอนนี้ฉันคงเริ่มคิดได้มั้ง ว่ามันไม่ช่วยไร นอกจากทำให้เราเจ็บ
ฉันคงเป็นคนแปลก แต่ก็คิดว่าดี เพราะ เวลากลุ้มใจหรือเศร้าใจ
ฉันก็ทุ่มเทให้กับสิ่งที่เหลืออยู่มากขึ้น

ฉันคิดถึงมันได้ไม่นาน คือ ถ้าฉันอกหัก ฉันก็สามารถไปเรียน
ไปทำงานได้ และทำได้ดีขึ้นตั้งใจมากขึ้น มีสมาธิมากขึ้น

อย่างเวลา เศร้าใจ ก็มักจะทำไรให้ตัวเองเพิ่มขึ้น
ไม่มีเพื่อน...ก็มีเวลาทำสวยมากขึ้น
ไม่มีเงิน...ก็ผอมขึ้น เพราะกินขนมน้อยลง
ไม่มีแฟน...ก็ดี ฉันจะได้ไม่เปลืองค่าโทรศัพท์


ลองมองถึงสิ่งดีๆ ก็ทำให้เรามีความสุขมากขึ้น

ตอนนี้ฉันก็ยัง บ้าพลังอยู่ แต่ทำสิ่งอื่นที่ต่างออกไป




 

Create Date : 17 สิงหาคม 2552    
Last Update : 17 สิงหาคม 2552 16:01:03 น.
Counter : 245 Pageviews.  

ชาร์ต แบต

ผ่านไปแล้วกับ งานแสดงดนตรี ของชาวสกา เรกเก้ที่ชะอำ
สนุกกันน่าดู...ไปมาเหมือนกัน...แต่อยู่ได้ไม่นาน

ชอบเสียงเพลง แต่ไม่ชอบเสียงดัง
ชอบดูงานเพลง แต่ไม่ชอบอยู่ในงานที่มีคนเยอะ

สรุปว่า สนุกในแบบของเรา

คนทุกคน คนมีช่วงเวลาของการหมดแรง หรือ แบตหมดกันมั่ง
ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ มักจะหมดบ่อยๆ 555

ที่ผ่านมาฉันรู้สึกว่า มึน ๆ งง ๆ กับตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น
ทำไมฉันรู้สึก เหมือนไม่ได้หายใจแบบนี้
ลมหายใจที่มันผ่านจมูก เข้าและออก ไม่ได้แสดงให้ฉัน
รู้สึกถึงมันเลย หรือ

เป็นเพราะฉันมีเรื่อง ให้คิด มีเรื่อง ให้เสียใจ และมีอะไรอยู่ในสมอง
มากมายเกินไป


ทำให้ใจฉัน เหมือนจะหมดพลังงานในการทำงาน
เมื่อใจไม่มา กายก็ไม่ขยับตาม
ฉันกินไร ได้น้อยลง เพราะสมองไม่สั่งการให้อยากกิน

ฉันเป็นไรหว่า เป็นโรค ที่คนเมืองส่วนใหญ่เป็นกันหรือป่าว
ความรู้สึกนี้เป็นอยู่นานหลายสัปดาห์

เมื่อมีหมด มันก็ชาร์ตได้ ฉันคิดและเก็บกระเป๋าไปเที่ยวหัวหิน
...........................................................

ความรู้สึกตอนไป ไม่เหมือนกับครั้งที่ผ่านๆ มา
ปกติฉันเป็นคน alert สุดชีวิต ต้องตื่นเต้น เตรียมเสื้อผ้า ข้าวของ
ครั้งนี้ฉันมีเพียง เสื้อยืดกางเกงยีนส์ และรองเท้าแตะ

สิ่งสำคัญที่สุดที่ฉันขาดไม่ได้ ยังลืมมันเลย
ฉันลืมแว่นกันแดด กะ ครีมกันแดด (แซด..สุดๆ เพราะเป็นคนแพ้แสง)

ฉันได้แต่นั่งมองทางที่ผ่านไป และ เริ่มรู้สึกว่า...
ฉันเริ่มรู้สึกถึงลมหายใจของตัวเอง รับรู้ได้ว่ามันเข้าและออกตอนไหน

รถติดเหมือนกัน คนน่าจะไปงานเดียวกะฉันเยอะ
คนส่วนใหญ่ อาจต้องการพลังชีวิตเพิ่มขึ้น

เวลาที่เราทำอะไรนาน และต้องทำเพราะทนทำ มันช่างดูดกลืนพลังชีวิต
ของเราไปได้มากมายเหลือเกิน

ปกติฉันเป็นคนพูดมากอ่ะ จะมีเรื่องโน่นนี่มากมายให้พูดถึง
แต่วันนี้ที่ฉันไปถึง ฉันคงแบตหมด ฉันได้แต่นั่งชาร์ตแบต
ให้ตัวเองด้วยการมองไปไกลๆ เดินไปเรื่อยๆ บนพื้นทราย
และเฝ้ามองผู้คนทำกิจกรรมต่างๆ ของตนเอง

บางคน .. เหงื่อออกมากมายแต่ยิ้มได้สดชื่นเหมือนไม่เหนื่อย
บางคน .. นั่งทำงานสบาย แต่กลับ เหมือนเหนื่อยสุดๆ
บางคน .. ตากแดด ร้อนๆ แต่กลับยังคงเดินอยู่

ในขณะ ที่เรา กำลังชาร์ตแบต นั้น คงมีคนหลายๆ คนกำลังใช้แบต
ของตัวเองอยู่ มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในแต่ละวัน

มันทำให้ฉันดีขึ้น การได้มีเวลาเป็นของตัวเองนั่งปล่อยใจไปเรื่อยๆ ดู
ท้องฟ้าที่สดใส กับทะเลสีคราม และความสดชื่นของใบไม้

ธรรมชาติไม่เคยทำร้ายเราก่อนเลย...น่าเสียดายที่ทุกวันนี้
ธรรมชาติและวัฒนธรรม ของแหล่งท่องเที่ยวค่อยๆ เปลี่ยนไป
อีกหน่อยคนรุ่นหลังคงไม่ได้เจออะไรอย่างที่เราเคยเจอ
บางคนคงไม่รู้สึก..แต่กับฉัน ฉันเสียดายและเศร้าใจ

ฉันชอบวิถีชีวิตของสมัยก่อน มันน่ารักดี
..................................................

ตอนกลับบ้านฉันรู้สึก หายใจได้คล่องขึ้น รู้สึกมีแรงจะสู้ต่อ
และกระปี้กระเปร่า ขึ้น

อยากให้ทุกคนคิดถึงตัวเอง
และอย่าลืมเติมแบตให้กับชีวิตตัวเองนะคะ

ปล. อย่าปล่อยให้มันหมด แบบสุดๆ เพราะ มันจะชาร์ตติดยากค่ะ




 

Create Date : 10 สิงหาคม 2552    
Last Update : 10 สิงหาคม 2552 12:52:22 น.
Counter : 223 Pageviews.  

First love

คน เราคงหนีไม่พ้น เรื่องรักๆ ใคร่ๆ

เชื่อว่าทุกคนที่อยู่บนโลกนี้ มีความรักทุกคนค่ะ

ใกล้วันแม่แล้ว ก็ควรจะแสดงความรักคุณแม่ --เป็นพิเศษ--นะคะ
ที่ต้องเป็นพิเศษ เพราะเรารักคุณแม่ทุกวันอยู่แล้ว แต่วันแม่ควรพิเศษ เพราะเป็นวันของเค้า

ตัวฉันเองก็มีความรักมากมาย หลายรูปแบบรักรถ รักต้นไม้ รักสุนัข
รักคน รักสิ่งของ 555

อยากจะเล่าเรื่องของรักใสๆ ในวัยเด็กให้ฟังกัน มันคงขำๆ ถ้าใครคนนั้น
มาอ่านเจอ อิอิ

รักวัยเด็ก มันเริ่มขึ้นตอน ป.6 ว้าวๆ มันเร็วไปเปล่านี่
ตอนนั้นฉันเรียกว่า"รัก" อ่ะ แต่โตขึ้น ฉันว่ามันไม่ใช่ มันเป็นเรื่องขำ ๆ
มากกว่า คือฉันก็เป็นนักดนตรีคนนึง ของโรงเรียน เป็นหัวหน้าวง ดนตรีไทย และดุริยางค์ ตอนประถม ส่วนนายคนนั้น เป็นรุ่นน้อง เขาอยู่
ป.5 โอ้ยๆ ฉันหลอกเด็ก

เขาชื่อ วิยะนนท์ ฉันอย่างจำได้ทุกวันนี้ เรื่องของเรื่อง นนท์ เขาเป็นนัก
ดนตรี ของวงดุริยางค์ นนท์ เล่นกลอง ส่วนฉัน เล่นมันทุกอย่าง เป็น
ตัว Free ใครไม่มาก็ไปเล่นให้ 555 ก็ฉันเป็นหัวหน้าวงนิ ทำไรก็ไม่น่าเกลียด

เด็ก ป.6 และ ป.5 จะเรียนกันอยู่คนละตึก ตอนแรก ๆ ฉันก็ไม่คิดไรหรอก
ก็ใช้ชีวิตเหมือนเด็กปกติ เล่น กิน และ เล่น ฉันออกจะแก่นและซนด้วยซ้ำ ยังเคยขายหน้า หนุ่ม ๆมัธยม เพราะดันซนกระโดดลงหน้าต่างแล้วกระโปรง ดันเกี่ยวขอบหน้าต่างจนขาดและเปิดอยู่อย่างนั้นตั้งนาน
ขำ กันทั้งตึกเลย แน่นอนฉันอายแต่อดทน ทำเป็นไม่อาย

เรื่องมันก็เริ่มจาก ฉันต้องไปเล่นดนตรี ตอนค่ำ มีคนเขาจ้างอาจารย์มา
นายนนท์ก็ดูแลฉันเป็นอย่างดี ส่วนฉัน เฉยๆ ตอนขากลับฝนตกหนัก อาจารย์ขับรถกระบะ ไปส่งนักเรียนทุกคน นายนนท์ นั่งข้างฉัน

"นิ เธอหนาวเหรอ" นนท์ถาม
"อืม เราเป็นพวกขี้หนาวอ่ะ" ฉันตอบ
"งั้นเอาเสื้อเราไปใส่นะจะได้ไม่เป็นหวัด เราไม่อยากเห็นเธอป่วย" นนท์พูด
"อ่อ ดีเหมือนกัน" ฉันพูด

จากนั้นก็คุยโน่นนี่ตามภาษา จนใกล้ถึงบ้านฉัน "นิเธอ เราชอบเธอนะ"
อ้าวๆๆ เหวอสิฉัน ไหง อยู่ๆ มาบอกชอบกัน ชั้นยังเด็กอยู่เลย

ผ่านไป 1 เดือน ฉันก็คิดเล่นๆ อ่ะนะ คงไม่ได้พูดจิงมั้ง
นนท์ ส่งจดหมาย โดยฝากเพื่อนๆ มาให้ฉันทุกวัน
เพราะเราอยู่คนละตึกกัน
ฉันก็ยิ้มๆ ขำ ๆ แต่ก็ชอบนะ น้องเค้าน่ารักดี วันเกิดเขา ฉันเลยซื้อของ
ขวัญเป็นนาฬิกาทรายไปให้

ตอนซื้อมันก็ง่ายอยู่ แต่ตอนเอาไปให้สิ ยากมากอายจนทำไรไม่ถูก
ไม่รู้ว่าเด็ก ๆ สมัยนี้ จะเป็นแบบฉันหรือป่าว หรือว่า แชตกันทั้งคืนก็ไม่รุ

ฉันว่า การเขียนจดหมาย การดักรอ การแอบมอง มันเป็นอะไรที่สร้างความรู้สึกที่ประทับใจให้เราได้ดีมาก

เทคโนโลยีสมัยใหม่ อาจทำให้ความรู้สึกอยากเจอกัน และความตื่นเต้นนั้น
มันน้อยลง เพราะ อยากคุยเมื่อไหร่ก็ได้คุย ถ้าเป็นสมัยฉันเหรอ กว่าจะเจอ
กันต้องรอ ไปโรงเรียน แล้วมีคราบว่าง หรือ กว่าจะคุยกันได้ ต้องคอยส่งจดหมายถึงกันใช้เวลาเป็นวันเลย

เอาเป็นว่าฉันและนนท์ ป๊อปปี้เลิฟของฉันก็คบกันได้ 1 ปี ก่าๆ เพราะฉัน ต้องย้ายโรงเรียน ฉันไปเรียนโรงเรียนสตรี (หน้าตาไม่น่าเข้าได้ 55+)
ระยะเวลาที่คบกันเหมือนนาน แต่ฉันไม่โอกาสเจอเขาและไปเที่ยวกับเขา
ไม่ถึง 15 ครั้งเลย

เพื่อนๆ ฉันส่งข่าวมาบอกว่า นนท์ มีแฟน(ใหม่)แล้ว คือฉันไม่ค่อยแน่ใจว่า
ฉันเรียกว่าแฟนหรือเปล่า แต่ฉันแปลกใจมากกว่าที่ไม่ได้เสียใจเลยซักนิด
ฉันไปหานนท์ที่บ้าน (ถามๆ เพื่อนเอา) และตอนเจอเขา ฉันก็ยิ้มความรู้สึก
เหมือนได้เจอน้องชายมากกว่า เขาไม่กล้ามองหน้าฉัน และเล่าทุกอย่างให้
ฟัง ฉันได้แต่รู้สึกเฉยๆ และบอกเขาว่าไม่เป็นไร เราไม่เสียใจ แต่อย่าลืม
เราแล้วกัน พูดจบก็เดินจากมา ด้วยอาการงงๆ ว่าฉันเป็นไรหว่า

หรือว่าฉันจะเด็กเกินไป เกินกว่าจะคิดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ
หรือว่าฉันไม่ได้รักเขา
หรือว่าฉันรักเขาเหมือนน้อง
หรือว่ามันเป็นแค่ความรู้สึกดีๆ

ฉันไม่เคยเจอคำตอบ นั้นเลย แต่ฉันก็ไม่เคยลืมเขาเหมือนกัน

เมื่อไม่นานมานี้ ฉันได้เจอนนท์อีกครั้ง นนท์ที่เป็นผู้ใหญ่ นนท์จำฉันได้
เราเจอกันโดยบังเอิญ แต่เราจำกันได้ เราไม่พูดอะไรกันมากได้แต่ถาม
ตามมารยาท เป็นยังไงบ้าง และยิ้ม แล้วก็เดินแยกกันไป

ฉันยิ้ม แต่ไม่ได้รู้สึกอะไร เหมือนดีใจได้เจอเพื่อนเก่า
ในใจก็คิดว่า ดีจัง ได้เห็นเขาตอนโตด้วย

ฉันว่า ทุก ๆคน คงเคยเจอความรู้สึกแบบนี้ เราทุกคนคงอยู่ในช่วงเรียนรู้
ที่จะเริ่มรักใคร นอกจากเพื่อนและคนในครอบครัว และเราจะมีพัฒนาการ
ขึ้นเรื่อยๆ ล้มลุกคลาน ทรมาน หรือแสนหวาน สุดท้าย ทุกคนจะได้รู้จัก
ความรักที่แท้จริง (อันนี้ไม่รวม พ่อ แม่นะ อิอิ)

แต่มันเป็นยังงัยน่ะเหรอ ไม่มีใครรู้จนกว่าจะได้เจอ และความรักของทุกคน
ไม่เหมือนกัน ไม่มีทฤษฎี และไม่มีกฎเกณฑ์






 

Create Date : 03 สิงหาคม 2552    
Last Update : 3 สิงหาคม 2552 12:59:50 น.
Counter : 227 Pageviews.  

เรื่องของความเข้าใจ

ความเข้าใจ คงเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ ต้องการ

การที่เราจะเข้าใจใครซักคน เป็นเรื่องยากมาก เราอาจใช้เวลาทั้งชีวิต
แต่ไม่เคยเข้าใจคนๆนั้นเลย

ฉันก็เคยรู้สึก อย่างนั้น เวลาเพื่อนมาปรึกษาเรา แล้วเราบอกว่า
อืม...เข้าใจ เราเข้าใจเค้าจริงหรือเปล่า

ฉันเองเคยถูกใครๆ หลายคนเข้าใจผิด และมีคนบอกฉันว่า ฉันเข้าใจยาก

ซึ่งมันก็ไม่แปลกหรอก เรื่องบางเรื่องไม่ต้องการเหตุผล เรื่องบางเรื่อง
เป็นความรู้สึก ซึ่งเราเองอาจไม่เข้าใจมัน

สังคมมักจำกัด คำหลาย ๆ คำ จำกัด การกระทำของคนที่แปลก ว่าไม่เข้าพวก และ คน ๆ นั้น แปลก คน ๆ นั้น ผิด

แต่มันก็เป็นเรื่องของสังคม ถ้าไม่มีกฎ คนคงอยู่ได้ไม่สงบสุข

เวลาที่เราเศร้า คนหลายคนก็จะเข้าใจว่าเราต้องการให้คนพูดปลอบใจ
หรือ พาเราไปเลี้ยงให้หายเศร้า

ฉัน กลับ ต้องการ แค่คนหนึ่งคนที่ดูจริงใจ นั่ง มองฉันเฉยๆ ไม่ต้องพูดอะไร
ไม่ต้องทำอะไร จนกว่าฉันจะพร้อมเริ่มต้นพูดขึ้นมา นั่นคือความเข้าใจที่ฉันต้องการ

เคยมีคนพูดว่า คนรักกัน ต้องการความเข้าใจกัน มากที่สุด
ฉันก็คิดว่า ....อืม ยังงัยล่ะ เข้าใจยังงัย

ถ้าฉันไปตลาด แล้วหลง ...แฟนฉันจะหาฉันเจอที่ร้านประจำ
ถ้าฉันไปเรียน แล้วลืมของ ...แฟนฉันจะรู้ว่า ฉันลืมอะไร
ถ้าฉันเสียใจ ...แฟนฉันจะรู้ว่าควรทำตัวยังงัย
ถ้าฉันโมโห ...แฟนฉันจะนั่งเรียบร้อยให้ฉันบ้าพลัง
ถ้าฉันโกรธ ...แฟนฉันจะรอให้ผ่านไปซัก ครึ่งชม. และพูดคำว่าขอโทษ
ถ้าฉันไปเที่ยวกับเพื่อน ...แฟนฉันจะไม่โทรจิกฉัน
ถ้าฉันโทรไปไม่ติด ...แฟนฉันจะรู้ว่าติดเมื่อไหร่ หูชาแน่ๆ

ถ้าแฟนฉันไปตลาด ...ฉันจะหาเค้าเจอที่ร้านหนังสือพิมพ์
ถ้าแฟนฉันลืมของ ...ฉันจะรู้ว่า เขาลืมอะไร
ถ้าแฟนฉันเสียใจ ...ฉันต้องรีบทำตลก ให้ขำ
ถ้าแฟนฉันโมโห ...ฉันต้องรีบหนีไปไกล เพราะอาจโดนลูกหลง
ถ้าแฟนฉันโกรธ ...ฉันต้องขอโทษทันที และทำหน้าสำนึกผิด
ถ้าแฟนฉันไปเที่ยวกับเพื่อน ...555 ฉันไปด้วย
ถ้าแฟนฉันโทรไม่ติด ...เค้าก็รอจนกว่าจะติด


ความเข้าใจเราคงต้องใช้เวลากับมันบ้าง บางคน เร็ว บางคน ช้า
ขึ้นอยู่กับการใส่ใจ มัน

เวลาเราอ่านหนังสือ เราอาจจะต้องอ่านมัน มากกว่า 1 รอบ
เพื่อความเข้าใจ

คุณล่ะ เคยมีคนไม่เข้าใจ...แล้วทำยังงัยกับมัน

เรื่องบางเรื่อง ถ้าไม่เข้าใจแล้วปล่อยมันไป อาจเป็นปัญหาใหญ่

เรื่องบางเรื่อง ปล่อยให้ไม่เข้าใจไปอย่างนั้น แหละดีแล้ว

ทั้งหมดอยู่ที่ช่วงเวลาและตัวคนที่เจอ ไม่มีใครกำหนด และไม่มีใครเข้าใจ
ในทุก ๆ เรื่อง

ง่ายๆ นะ ถ้าอยากให้เค้าเข้าใจคุณ ลองบอกสิ ว่าคุณต้องการอะไร
เค้าอาจจะเข้าใจเร็วขึ้น





 

Create Date : 30 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 30 กรกฎาคม 2552 14:53:49 น.
Counter : 314 Pageviews.  

การจากลา และการรอคอย # 2

ทำไม ถึงมี ตอน 2 น่ะเหรอ เพราะว่ามันมีเรื่องต่องัย

คือ หลังจากนั้น ก็เสียใจ นั่งคิดถึงมันทุกวัน

มีอยู่วันนึง ไปงานกาชาดกับเพื่อนที่มหาลัย ไปเจอ ลูกหมา เทอเรีย สีน้ำตาล น่ารัก แต่ด้วยความสงสารมากกว่าเลยซื้อมา

เพราะ มันตัวเล็กมาก ดูหิวๆ เจ้าของเอามาใส่ตะกร้าขาย

จึงซื้อกลับบ้านมา พอแม่เหลือ บ่นใหญ่ เอามาอีกแล้ว เดี๋ยวก็วุ่นวายอีก
555 แม่ก็เป็นแบบนี้ตลอด..

แม่และฉันตั้งชื่อให้มันว่า "แกงส้ม" เพราะมันน่ากิน และ เผ็ด เปรี้ยวนิดๆ

แกงส้ม ซนกว่าบ๊อบบี้ มากมาย มันกินทุกอย่างที่ขวางหน้า กินตลอดเวลา
ผ่านไปเดือนก่า ๆ มัน เปลี่ยนไปเป็นหมาอ้วนตัวกลม จนแทบจำ ตอนแรกที่เห็นมันไม่ได้

แกงส้มได้นอน ห้องฉัน เพราะฉันกลัวมันจะเป็นอะไรในตอนกลางคืน

มันยังทำหน้าที่ แทนบ๊อบบี้ คือปลุกฉันไปเรียน ในตอนเช้า แต่มันไม่ทำน่ารักเหมือนบ๊อบบี้หรอกนะ แกงส้ม หัวรุนแรง ชอบกัดมือ ให้ฉันตื่น

ตอนนี้ฉันไม่ทำแบบเดิมแล้ว ให้มีธุระก็รีบหอบกลับมาทำที่บ้าน กลับบ้านเร็วๆ ทุกวัน แกงส้มก็รอฉัน หน้าบ้านทุกวัน เพราะก่อนแม่ไปทำงานจะ เอามันมาผูกเชือก ยาว ๆ ใต้ต้นมะม่วง ให้มันเดินเล่นในบริเวณบ้าน

แต่ก็กลัวมันหายไป เพราะประตูบ้านมีช่องเล็กๆ จึงปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ได้ "รักหมาให้ผูก รักลูกให้ด่า" 555

และแล้ววันฉีดวัคซีน กันไข้หวัดหมา ก็มาถึง ฉันพามันไปฉีดกับร้านหมอ แถวบ้าน (เปลี่ยนร้านใหม่ เพราะกลัวหมอฉีดผิดอีก) เจ้าแกงส้ม ซึมไปเลยโดนฉีดก้น

และแล้ววันอันแสนโหดร้ายก็มาถึง หลังจากฉีดวัคซีนไม่นาน เจ้าแกงส้มเริ่มอาการไม่ดี ฉันจึงพามันกลับไปถามหมอ หมอตรวจดูให้แล้วบอกฉันว่า
ให้ฉันทำใจ เพราะ คาดว่า เจ้าแกงส้มมันจะ เป็นหัด มาก่อนฉีด วัคซีน แล้วพอฉีดวัคซีนเข้าไป มันเลยไปกระตุ้นให้ มันแสดงอาการมากขึ้น

โรคนี้ มีอัตราเสียชีวิตสูง ในเจ้าหมาตัวน้อย เพราะร่างกายพวกมันสู้วไม่ไหว แต่ถ้าดูแลดี และมันไม่ขึ้นสมอง มันอาจจะรอด แต่ไม่สมบูรณ์ มันจะเป็น หมาเอ๋อ

เจ้าแกงส้มตัวน้อย .... มันเกิดขึ้นอีกแล้วเหรอ ฉันจะต้องเสียใจอีกแล้วเหรอ

แต่ฉันไม่ท้อ พยายามดูแลมันให้ดีที่สุด

เจ้าแกงส้ม จะต้องกินยาทุกวัน จากที่มันเคยเป็นหมาตะกละ มันกินไรไม่ได้เลย ฉัน ต้มโจ๊ก แล้วฉีดสริง ให้มันทุกเช้า พร้อมกับยา และ วางน้ำไว้ใกล้มันตลอด

มันแข็งใจ และอดทน มาก เวลาผ่านไป 2 อาทิตย์ จากมันอาการดีบ้าง ทรุดบ้าง หมอบอกมันอดทน และใจสู้ว ถ้าเปนตัวอื่น ไม่เกิน 5 วันก็ตายแล้ว กิจกรรมของฉันกับแกงส้ม ตอนที่มันดีขึ้นมันก็จะพยายามกินเอง แต่ตอนที่อาการกำเริบ มันจะชัก แล้วกัดลิ้นตัวเอง ฉันต้องเอามือฉันยัดปากมัน ให้มันกัดฉันแทน

ฉันรอคอยทุกวันให้มันดีขึ้น หวังให้มันหายปวดได้บ้าง

เจ้าแกงส้ม เริ่มมีอาการปากเบี้ยว และเดินตัวเอียง หมอว่ามันโดนทำลายสมอง และถ้ามันหาย มันก็จะเดินแบบนี้ไปตลอด

ฉันนั่งร้องไห้ ทุกวันตอนเห็นมันทรมาน แต่ก็พยายามบังคับให้มันกินข้าว และยา

ฉันให้มัน กินน้ำหวานแทนน้ำ มันจะได้มีแรง หมอว่าแทนน้ำเกลือได้

** ถ้าหมาคุณไม่สบายและไม่กิน มันจะทรุดมาก และอาจไม่รอด ควร บังคับมัน เอา สริงฉีดอาหารให้มัน **

เจ้าแกงส้ม รู้สึกตัวบ้าง ไม่รู้บ้าง มันกัดฉันบ่อยๆ ฉันไม่สนใจ หรอก แค่อยากให้มันหาย แม่ก็ช่วยกันดูแล เวลาผ่านไป เกือบ 6 เดือน

มันคงอยากบอกฉันว่ามัน ไม่ไหวแล้ว มันสู้ว ไม่ได้แล้ว 3 วันก่อนมันจะไป มันสงบมาก ไม่กัด ไม่สู้วฉัน

แล้ววันนั้นก็มาถึง แม่ฉันไม่ไปทำงาน แม่โทรหาฉันที่เรียนอยู่ ว่าให้รีบกลับ เจ้าแกงส้มมัน เหมือนจะไปแล้ว ฉันตกใจมาก ระหว่างทางโทรหาแม่ตลอด แม่บอกว่า มัน ไม่มีแรง แต่ยังหายใจ เวลามันได้ยินเสียงเหมือนคนมา มันก็จะ ผงกหัวขึ้นมาที เพื่อดูว่าฉันมาหรือยัง

พอฉันกลับมาถึง มันรวบรวมแรง เดินมาหาฉัน มันมองฉันและเหมือนจะบอกว่า จะไปแล้ว รอฉันมาส่ง ฉันวางมันไว้บนตัก และลูบหัวมัน

บอกมันว่า ฉันมาแล้ว ฉันรักมัน ฉันรู้ว่ามันทรมาน ฉันอยากให้มันหลับ และสบายขึ้น มันค่อยๆ หายใจ เบาลง เรื่อยๆ และหยุดหายใจไปในที่สุด

เค้านี้ฉันไม่ร้องไห้ เพราะฉันคิดว่า มันจะสบายกว่าถ้าได้ไป

มันไปแล้ว และฉันรู้ว่ามันรักฉัน

เจ้าหมาน้อย ทั้ง 2 ตัวของฉัน มันรอคอย ที่จะบอกฉันว่ามันจะไปแล้ว

อาจเป็นเรื่องของความผูกพัน ทำให้เราได้ มีโอกาส เจอกับความรัก ที่แสนบริสุทธิ์อย่างนี้

ฉันไม่เคยลืมมัน

และทุกครั้งที่ ฉันเสียใจ กลับการจากลา อื่นๆ

ฉันจะรู้สึก ดีขึ้นมาได้ เพราะอย่างน้อย ทางที่เค้าเลือกไปอาจดีกว่า อยู่กับฉัน และ ฉันคงจำแต่เรื่องดีๆ ไว้

คุณล่ะ เคยคิดไหม๊ว่า การรั้งใครที่ไม่สามารถอยู่กับเราได้ ให้อยู่
มันอาจทรมานเขาก็ได้




 

Create Date : 27 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 27 กรกฎาคม 2552 12:08:27 น.
Counter : 244 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

สตอเบอรรี่ด็อก
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เกิดมาก็เป็นคนนึง
ซึ่งอยากจะท่องไปในโลกกว้าง
บางครั้ง เจอเรื่องราวระหว่างทาง
สุขบ้าง ทุกข์บ้าง ปนๆ กันไป
New Comments
Friends' blogs
[Add สตอเบอรรี่ด็อก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.