เวลามีไว้ให้เรา เดินไปพร้อมกับมันและ ทำตัวเองให้มีความสุขไปขณะที่เราเดินไปตามเวลา
Group Blog
 
All blogs
 

ทำบุญวันพระใหญ่กันเถอะ...

ถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ กลิ่นอายวันแห่งความรักยังคง
หลงเหลืออยู่มากมาย

วันมาฆะบูชาที่ผ่านมา..ฉันก็ได้ไปทำบุญกับเขามาเหมือนกัน

อ่ะอ่ะ ฉันไม่ได้ไปกะผู้ชายหรอก ฉันไปกะคนรักของฉัน
คุณแม่สุดที่รักนั่นเอง

ฉันตื่นเช้าไปตักบาตรที่วัด แถวบ้าน ฉันชอบบรรยากาศวัด
ชานเมือง ก็แบบนี้แหละ

ได้เห็นวิถีชีวิตของคนที่ไม่เร่งรีบ มีทั้งคนแก่ คนหนุ่มสาว
เตรียมข้าวของมาทำบุญ ตักข้าวใส่บาตร แล้วก็ขึ้นไปนั่ง
รอฟังพระเทศน์บนศาลา สองข้างทางภายในวัดมีร้านค้า
เล็กๆ มาตั้งขายของกิน

สายลมพัดเย็นมาจากแม่น้ำนครชัยศรี อากาศตอนเช้านิ
มันชั่งดีจัง ฉันตักบาตรกับคุณแม่เสร็จ ก็ต้องรีบกลับ เพราะ
คุณแม่ต้องไปทำงานต่อ ฉันก็กลับบ้านมานั่งสวดมนต์อีก
ที่หิ้งพระที่บ้านของคุณแม่ แล้วค่อย ไปบ้านน้าเพื่อทำขนมเค้ก

ชั่งเป็นวันครอบครัวดีแท้..ก่อนหน้านี้ฉันไปเที่ยวกับเพื่อน
แต่กลับรู้สึกเหงา แต่ผ่านมาแค่ไม่กี่วันฉันอยู่กับครอบครัว
กลับรู้สึกสนุกและมีความสุขมากกว่า

ตอนเย็นฉันก็ไปรับคุณแม่ไปเวียนเทียนด้วยกันที่พุทธมณฑล
ที่เลือกที่นี่ เพราะถึงแม้รถจะติดมาก แต่ก็มาเวียนได้ตลอด
ไม่ต้องรีบร้อน มาถึงกว่าจะหาที่จอดรถได้นานมากกกกกกก

สิ่งที่ฉันได้เห็นในวันนี้ เป็นสิ่งที่ดีจัง วัยรุ่นไทยสนใจมาทำบุญ
กันมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ส่วนใหญ่จะมาเป็นกลุ่ม และคู่

ไอ้ฉันมาคนเดียวนิ คุณแม่ก็มีเพื่อนมา ก็เลยเหงาใจนิดหน่อย
แต่ได้อยู่ในสถานที่ธรรมมะ เลยทำให้ฉันมีสติมั้ง

ถึงเวลาเวียนเทียน เขาก็เวียนกัน 3 รอบ องค์พระใหญ่ ลมแรง
มาก ฉันหนาวเลย ฉันก็เดินสวดมนต์ไปเรื่อยๆ คบ 3 จบ ก็
เริ่มเดินช้าลง คุณแม่ฉันสังเกตุเห็น เลยรู้ว่าฉันเริ่มเดินจงกลม

ฉันเดินไปแล้วก็ตามดูจิต ตามดูกายไป มันทำให้เราคิดได้หลาย
เรื่อง ถึงจะมีว๊อกแว๊กบ้างแต่ก็ กลับมามีสติได้เร็ว

ฉันว่าเมื่อก่อนฉันเป็นคนใจร้อนมาก ตั้งแต่ฉันเริ่มฝึกตนให้มีสติ
และไปวัดบ่อยๆ มันทำให้ฉันเย็นลงได้เยอะ ถึงจะไม่หมด
ทำอะไรก็มีสติขึ้น คิดก่อนทำและเสียใจกับอะไรๆ น้อยลง

ฉันไม่รู้ว่าคนส่วนใหญ่มักทำบุญเพราะอยากได้หรืออยากขออะไร
แต่ฉันว่าก็ต้องมีคนคิดแบบฉันอยู่เยอะ คือทำบุญ เพราะอยากทำ
อยากให้ตัวเองมีสติ ทำแล้วสบายใจน่ะ

ถึงตอนนี้ฉันจะมีเรื่องกลุ้มใจเยอะหลายเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่ฉันก็
ไม่ทุกข์กับมันมากเหมือนเมื่อก่อน ฉันปลงหรือป่าวไม่รู้ แต่ฉัน
พยายามมีสติให้มากขึ้น ฉันว่ามันก็ยากแต่ก็จะพยายาม เพราะ
บางทีฉันก็คิดถึงใครคนนึงอยู่ตลอดเวลา และพูดถึงเขาทั้งวันมัน
ทำให้ฉันทุกข์ได้เพราะคิดถึง 555 ซักวันฉันจะกลับมาเป็นตัวเอง
อีกครั้ง ฉันว่ามันคงต้องใช้เวลา

ปล. ทำบุญกันเยอะๆ นะคะ ฉันคิดว่ามันสบายใจดี หุหุ






 

Create Date : 03 มีนาคม 2553    
Last Update : 3 มีนาคม 2553 11:47:17 น.
Counter : 293 Pageviews.  

เหงา........

ความเหงาไม่เข้าใครออกใคร

แม้กระทั่งตัวฉัน ที่คิดว่ามีคนอยู่รอบตัวมากมาย
แต่ฉันเหงาจับใจ....ไม่รู้ทำไม


ความเหงา..ธรรมดา ฉันเองก็เป็นอยู่บ่อยๆ เพราะ
ฉันต้องอยู่คนเดียวตลอดเวลา มาแต่เด็กแล้ว

แม่ฉันต้องทำงานเลี้ยงฉันน่ะ พ่อฉันเป็นต้นเหตุแห่ง
ความเหงาของฉัน ฉันอยู่คนเดียวซะชิน จนอาจ
ทำให้ฉัน ไม่ดูแลตัวเองจนป่วยบ่อยๆ

ฉันตื่นเช้ามาไม่เจอแม่ เพราะแม่ออกไปทำงานก่อน
ฉันก็ออกไปเรียน แล้วกลับมาบ้านตอนเย็น
แล้วก็ไม่เจอแม่อีกและ แม่ยังไม่กลับ ฉันหลับก่อน

ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ฉันก็ไปอยู่คอนโด กะพี่ชาย
พี่ชายไม่เคยอยู่กะฉันเลย ไปนอนบ้านแฟนตลอด

เฮ้อ ฉันต้องอยู่คนเดียวอีกแล้ว.............

แต่ฉันมีโรคแปลกอยู่อย่างคือ ฉันกินข้าวคนเดียว
นอกบ้านไม่ได้... ให้หิวมากขนาดไหนก็ทำใจกิน
ไม่ได้เลย.... มีหลายคนเคยถามว่าฉันไม่ชินอีกเหรอ

ทุกวันนี้ฉันก็ยังทำอะไรคนเดียว ซื้อของคนเดียว
เลือกเสื้อผ้าคนเดียว นั่งโต๊ะทำงานที่มีฉันแค่คนเดียว
(คือคนอื่นๆ เขาอยู่ในคอก สี่เหลี่ยม ฉันมันพวกนอกคอก อิอิ)

แต่พักนี้ฉันแปลกๆ รู้สึกเหงา จนร้องไห้บ่อยๆ
ทั้งๆ ฉันก็มีเพื่อนเยอะแยะ แต่กลับไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นเลย
ฉันที่มักจะไม่ค่อยติดต่อใคร รอให้เพื่อนโทรชวน
กลับเป็นฝ่ายติดต่อไป และนัดเพื่อน ๆ เที่ยวกะเพื่อน

แต่ก็ยังไม่รู้สึกหายเหงา ฉันสับสน นิเราเป็นอะไรหว่า
เพื่อนก็บ่นฉันว่า เหงาไร งานก็ยุ่ง หนุ่ม ๆก็มีมาจีบ

มันก็จิง แต่ฉันไม่ได้รู้สึกถึงความจิงใจจากพวกเขานิหน่า
ฉันจะชอบใครซักคน ฉันใช้เซ้นท์ ส่วนตัวนะ ว่าเขาชอบ
ฉันจิงป่าว

ฉันไม่ปลื้มที่จะมีคนชอบฉันแค่ภายนอก แต่ไม่รู้จักตัวตนฉันเลย
แต่พักนี้ สงสัย เซ้นท์ จะเสื่อม ฉันอาจชอบคนผิด
แบบว่าเขาไม่ได้ชอบฉันเลย 55+++ แล้วฉันก็แห้วรับประทาน

มีแต่คนสมน้ำหน้าฉัน ว่าเลือกดีนัก สุดท้ายก็อยู่คนเดียว
ตามเคย ฉันว่าก็ชั่งมันเถอะ ฉันอาจมีโชคชะตาแบบนี้นะ

ฉันรู้สึกตัวอย่างชัดเจน ว่าเหงามากมายก็ตอนไปเที่ยวกะเพื่อนๆ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันสนุกนะ หัวเราะ หนุกหนาน แต่พอ
หุบปาก ก็รู้สึกใจหวิวๆ ฉันรู้สึกว่าคนรอบตัวฉัน ไม่ใช่ของฉัน

แล้วฉันก็ฟิวขาดง่ายๆ จากเหงา กลายเป็นหงุดหงิด ใครพูดไร
ก็ขัดๆ หรือฉันคิดมากไปก็ไม่รู้ มันเหมือนฉันรอคอย แค่ใคร
ซักคน

เฮ้อ .. ฉัน คงต้อง พยายาม ทำใจยอมรับให้มันผ่านไปให้ได้
เพื่อจะกลับสู่สภาวะปกติ หุหุ

ปล. โปรดส่งใครมารักฉันที......อยู่อย่างนี้มันเหงาเกินไป






 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2553 15:22:35 น.
Counter : 505 Pageviews.  

วาเลนไทน์__ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในวันเดียว

แฮปปี้วาเลนไทน์ นะคะ ทุก ๆ คน



หุหุ ฉันก็คิดว่าวันนี้เป็นวันดีนะคะ หลายๆ คงคงมีความสุข

แต่ฉันนี่สิ ... เกิดความวุ่นวาย ตั้งแต่ ตรุษจีนมาแล้ว

อ่อ ขออวยพรให้เพื่อนๆ ร่ำรวย ๆ นะคะ ประสบความสำเร็จ
เฮง ๆ รวยๆ ค่ะ

อิอิ ฉัน เป็นคนหน้าไทยเชื้อสายจีน อ่ะค่ะ ไม่ค่อยมีใครจะเชื่อเลย T_T

มันเกิดเรื่องตั้งแต่ บ่ายวันศุกร์ ที่ฉันดันลืม กุญแจรถอีกคันไว้ที่บ้าน
แล้วพี่ชายฉันก็ฝากไว้ให้ที่ชลบุรี

ฉันที่คิดว่าจะกลับบ้านเร็ว ไปช่วยแม่ ก็เลยไม่เป็นอย่างที่คิด
เพราะต้องไปชลบุรี เอากุญแจ รถ อีกคัน (โดยขับอีกคันไป งงป่ะ)
ดูๆ ไปเหมือนจะวุ่นวาย มากมาย

ความหงุดหงิดมีไม่มาก ฉันคง ใจเย็นลงแล้ว หลังจากไปเข้าโหมด
ธรรมมะ มาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

จากที่คิดว่าจะกลับ ถึง 4 โมงเย็น ก็เลยกลายเป็น ทุ่มก่าๆ เฮ้อ หิวสุดๆ
ไปถึง กินทุกอย่างที่ขวางหน้า แล้วก็รอรับแม่กลับบ้าน (เอ่อ ลืมบอก ที่
มาตอนแรก บ้านคุณยาย)

กลับถึงบ้านแม่จิง ๆ ก็ 5 ทุ่ม ก่า ๆแล้ว ง่วงมาก ขับรถมันทั้งเย็น
ยังไม่ทันได้นอน เท่าไหร่ แม่ก็ตื่นซะและ ตี 3 ปลุกฉันมาอาบน้ำ
ไหว้เจ้า กินข้าว ใส่บาตร และไปบ้านคุณยาย

เหตุการณ์ดูเหมือนปกติ ไหว้เจ้า ไปส่งแม่ แล้วฉันก็กลับมานั่งทำขนม
หุหุ กวนถั่ว กะจะทำลูกชุบ กิน และเอาไปให้เพื่อน เซอร์ไพน์วาเลนไทน์
แต่โห เหนื่อยมาก ฉันใช้เวลาทำ ขนม ถึง 5 ชม. ได้ลูกชุบ รูปหัวใจ

ใส่กล่องสวยหรู กินเอง แบ่งน้อง และ กะจะเอาไปให้เพื่อน

อ่อ ยังเหลืออีกภาระกิจ ทำเค้กช๊อกแลต หน้านิ่ม อันนี้ก็กะเอาไปให้เพื่อน
จิงๆ อยากกินเองด้วย แต่อันนี้ทำมะดา ทำบ่อย ไม่ยุ่ง แค่ประมาณ
2 ชม. ก่า ๆ (เพื่อนที่ฉันกะเอาลูกชุบไปให้เขาชอบถั่วกวนมากก่า)

เฮ้อ นอน ๆ เช้าก็ยังมีภาระกิจต่อไป

เช้ามาฉัน ทำแซนวิช ให้น้องสาว สุดสวย แล้วก็ออกมาจากบ้านน้า
ไปรับแม่ที่บ้านแม่ แวะซื้อ กุหลาบและเอาเค้กช๊อกแลต ไปให้แม่

อยากให้แม่มีความสุขวาเลนไทน์ ^_^

แล้วก็ขับรถออกไปส่งแม่ที่ทำงาน เออะ โทรสับดัง
พี่ที่ฉันนัดไว้ ไม่ว่างซะและ ตอนแรกก็ว่าจะตามไป
แต่มันก็ ดัน คนที่ฉันจะไปหา 2 คน แถวนั้นดันไม่อยู่

แง ๆ ทำไงดีหว่า พี่เขาจะไปวัด ฉันก็แต่งตัวไม่สุภาพ
(กระโปรงมันบาง ยืมน้ามาใส่)

ตัดสินใจไม่ไปและ เอาขนมกลับบ้านแล้วกัน T_T

เอ่อ งั้นแวะ เอาขนมให้ พี่อีกคนดีก่า บอกว่าจะเอาไปให้นิ
อ่าว โทรไปไม่รับ.....ไรหว่า ฉันแห้ว กิน สี่คนแล้วนะ
นิพี่ ๆ เพื่อนๆ ฉันเป็นอะไรกันไปหมดหว่า

เฮ้อ เศร้าใจกลับบ้านแล้วนัดกะ พี่หนุ่ม.. เพื่อนที่น่าจะได้กิน
เค้กฉันคนแรก ที่จตุจักร เพราะมันแถวบ้านฉัน

คำพูดแรกเลย แกรจะมานัดช้านทำไม วันนี้วะ ไม่ไปกะคนที่ชอบ
เออว่ะ 555 ก็แค่คิดว่ามัน สะดวกดีนิ

กินขนมไป โดนบ่น ไป แกรมันบ้า .....

แล้วฉันก็กลับเข้าบ้าน ฉันนึกว่าความวุ่นวายมันจะจบลงแค่นั้น
เฮ้อ น้องฉันมาหา เพราะรอกลับระยอง แล้วเพื่อนๆ ฉันก็
กลับมา เฮกันต่ออีก เอ่อ ฉัน กินเหล้าในรอบ ปี เมา

แล้วก็ใจกล้าหน้าด้าน โทรบอกผู้ชายว่าชอบ
เหอะๆ ครั้งแรกในชีวิตเลยอ่ะ ปกติ ฉันมันคนปากแข็งนิ

เอ่อ ชั่งเป็นวาเลนไทน์ที่วุ่นวาย ดีแท้

จบ......................





 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2553 11:40:07 น.
Counter : 363 Pageviews.  

โลกส่วนตัวสูง....ภาค 2

จากที่เขียนเรื่องแรกไปแล้ว คงรู้กันว่า ฉันแปลก
แต่วันนี้ฉันติสแตกกว่าเดิม ... ยังไง ไปอ่านกัน



ฉันเข้าใจว่าคนที่โลกส่วนตัวสูง..มีเยอะอยู่เหมือนกัน
อาการก็จะแตกต่างกันไป

บางคน ..สูงเพราะ ไม่อยากให้ใครรู้
บางคน ..สูงเพราะ เป็นคนพูดไม่เก่ง
บางคน ..สูงเพราะ คิดว่าชีวิตเป็นของฉัน

นานา จิตตัง

ฉันมีเพื่อนสนิทอยู่คนนึง มันชื่อ man แต่เพื่อน ๆ ตั้งฉายาว่า
มามี่โปะโกะ เพราะมันยิ้มง่ายไม่ซึมเปื่อน

man เป็นพวกเดียวกะฉัน มันโลกส่วนตัวสูงจัด และมักจะทำตัวแปลก
ตอนนั้นฉันคิดว่าแปลก แต่ตอนนี้คิดว่า ฉันก็อยากทำแบบมัน

มันมักจะ ไม่ค่อยรับโทรศัพท์ ใคร แม้แต่ฉันในบางครั้ง แต่ใช้ชีวิตเรื่อย
เปื่อย กินเหล้าทุกวัน ไม่ค่อยสนใจตัวเอง

แต่มันก็เป็นคนหวาน ๆ บ้างในบางครั้ง ปกติ man ไม่ค่อยสนใจใคร
ไม่เคยให้ของขวัญใคร แต่มันให้ฉัน คนแรกให้กลุ่มเพื่อน
ของขวัญก็คือหนังสือ นั่นอาจเป็นเพราะฉันขอสิ่งที่มันชอบ มันชอบหนังสือ
ฉันชอบหนังสือ มันเลยให้ของขวัญฉัน พร้อม ถุงกำมะยี่เล็ก ๆ ข้างใน
เป็นขวดน้ำยาวิเศษ แฮรี่พอตเตอร์ (เป็นของพรีเมี่ยมโรงหนัง)

man เป็นพวก เมาไม่เลิกลา ต้องกินให้ถึงเช้า กินแล้วหลับ ตื่นแล้วกินใหม่
ฉันเลยต้องลำบาก อยู่กะมัน เพราะเป็นห่วง บางครั้งมีร้องไห้ด้วย

แล้วก็บอกว่า เพื่อนกูรักมึงว่ะ 555 มันคงคิดว่าฉันเป็นเกย์

man มันไม่ค่อยสนใจใครหรอก ถ้ามันไม่อยากคุยกะใคร ก็จะบอกว่า
โทรศัพท์หาย (จิง ๆ แล้ว มันเอาไปซ่อน) พอฉันโทรติด มันก็บอกเหมือน
เดิม กรูขี้เกียจรับว่ะ

เมื่อก่อนจะโมโหมันมาก นิสัยเสีย ชอบให้เพื่อนต้องเป็นห่วง
แต่เดี๋ยวนี้ฉันกลับรู้สึก อิจฉามันที่มันทำได้ แบบไม่สนใจใคร

พักนี้ฉันรู้สึกเหนื่อย ๆ และก็อยากปิดโทรศัพท์ ไปเลยแบบมัน
อยากทำไรตามใจ อยากไปเที่ยวทั้งคืน อยากกินเหล้า โดยไม่ต้อง
แคร์ใคร เมาเละไปเลย 55++ แต่ก็คงทำไม่ได้

ฉันเป็นสาว (ไม่สวย) ทำแบบมันไม่ได้ อันตราย ฉันเริ่มคิดว่า
ทำไม ต้องมีแพทเทิลชีวิต แบบคนอื่น แล้วถ้าเราไม่ทำล่ะ

ทำไมต้องทำอะไรแบบคนอื่น แล้วถ้าฉันไม่ทำล่ะ

ฉันคงเปลี่ยนอะไรไม่ได้มาก แต่ก็อยากให้ตัวเองสนใจคนอื่นบ้าง

เวลาที่ฉันคุยไม่เข้ากะคนอื่น ฉันจะค่อย ๆ เงียบและเข้าโหมด ส่วนตัว
คือมองไกลๆ

ฉันจะรู้สึกตัวว่าฉัน เริ่มเข้าโหมดโลกส่วนตัวสูง ก็ช่วงที่ฉันมักจะฟังเพลง
ทั้งวัน และอินกะมัน

แต่ถึงยังไง โลกส่วนตัว มันก็คือโลกส่วนตัว ทุกคนควรมีที่ของตัวเอง
อาจไม่มาก ไม่น้อยไป แต่ต้องมี

ปล. man คิดถึงแกรว่ะ ไม่คุยกันนานแล้ว เมื่อไหร่จะออกจะโลกของแกร
ซักที ไหนเคยบอกว่าฉันเป็นเฮอรไมนี่ แล้วแกรคือรอนไง หุหุ




 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2552 16:15:56 น.
Counter : 519 Pageviews.  

โลกส่วนตัวสูง........


คนทุกคนมีโลกส่วนตัว...ของตัวเอง
ไม่มีใครสามารถมาเปลี่ยนมุมนั้น..ไปได้ง่าย ๆ



ฉันเป็นคนนึง ที่เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน
ฉันอาจเป็นคนนิสัยแปลก ๆ คือ
เวลาทำงานฉันจะมีแพทเทิลการทำงานในแบบของฉัน
เวลาส่วนตัว ฉันมักไม่ค่อยวางแผนอะไรเลย

และมักจะมีเหตุการณ์นอกเหนือแผนในชีวิตประจำวันปกติของฉันได้เสมอ

--ชีวิตปกติ--
ตื่น เช้าไปทำงาน กินข้าวเช้า ข้าวเที่ยง 5 โมง กลับบ้าน
2 วัน ในสัปดาห์ ตีแบด ก็จะกลับดึกหน่อย วันศุกร์ กลับไปหาแม่
สุดที่รัก นอนกะแม่

วันจันทร์จะขับรถไปทิ้งไว้ออฟฟิต วันที่เหลือ นั่งรถไฟฟ้า
เดินตลาดแถวบ้านซื้อข้าวกิน คุยโทรศัพท์ กินข้าวกะเพื่อนแถวบ้าน
นั่งเม้ากะชาวแก็งค์

--ชีวิตไม่ปกติ--
เพื่อนโทรชวนกะทันหันให้ไปหา นัดไปเที่ยว (ทำให้กลับดึกหรือไม่กลับ)
น้า ๆ อยากเจอ มีธุระ ให้แวะหาที่บ้าน
คอมน้าเจ๊ง พาพี่ชายไปหาด่วน
แม่คิดถึง แม่ป่วย ด่วนต้องรีบไปหา
ไม่สบาย อ่อย ต้องการคนดูแล
แวะกินข้าวกะพี่ที่ทำงาน เพราะไม่ได้มีโปรแกรมไปไหนอยู่แล้ว
นั่งรถพี่ชายสุดที่รักกินเหล้ากะพี่ที่ทำงาน
เรื่อยเปื่อย เดินเล่นห้าง ช๊อปเพลิน
เพื่อนสนิทคิดถึง
เพื่อน ไม่สบายใจอยากท่องราตรี
และอีกหลายล้านเหตุผลที่ทำให้เรา มักเจอแบบไม่ทันคิด

แล้วฉันก็ดันเป็นคนปฏิเสธคนไม่ค่อยจะเป็น อ่อได้ตลอด
แง..นิสัยเสีย

คือส่วนใหญ่ฉันมักจะคิดว่ามันชิลๆ อ่ะ ไม่ได้ซีเรียสอะไร ถ้าไม่มีธุระ
ก็ไปได้จ้า ตลอด

บางคนมักคิดว่าฉันขี้เหงา ต้องหาเพื่อนตลอด โทรคุยตลอด
ก็จิง ฉันขี้เหงา บางครั้งเป็นโลกติดโทรศัพท์ ไปเลยด้วยซ้ำ แต่ฉัน
ก็เป็นคนแปลก คือถ้าคุยจนไม่มีอะไรจะคุยแล้ว ก็ไม่รู้จะหาข้ออ้างอะไร
โทรไป หรือถ้าเค้าโทรมาฉันก็นึกไม่ออกว่าจะพูดอะไร

ฉันมักหาคำพูดที่ไม่ได้เป็น แพทเทิลเดิม ๆ เช่น กินข้าวยัง ทำไรอยู่
คิดถึงมั๊ย ยุ่งหรือป่าว ฯลฯ แต่ก็มักจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องพูดแบบ
เดิมนั่นแหละ 55+++

ฉันอาจอยู่คนเดียวซะชิน จนทำให้ชิลกะชีวิตมากไป จนคิดว่าคนที่เขา
เป็นห่วง คงไม่คิดอะไร บางครั้งฉันก็โทรไปช้าเพราะคิดว่ามันเป็นเวลา
ที่สมควร แต่มันสมควรสำหรับฉัน ไม่ใช่สำหรับคนรอ และเป็นห่วง

นั่นคงเป็นนิสัยเสีย ๆของฉัน ที่มักจะคิดว่า ไม่เป็นไรมั้ง ก็พึ่งคุยกันเอง
จะถึงบ้านแล้ว ฉันไม่ได้ทำไรเสียหายนิหว่า ก็แค่ไปกินข้าวกะเพื่อนเอง

แต่คนที่ทำ กะคนที่รอไม่เหมือนกัน มันก็คงจะเหมือนกับภรรยาที่รออยู่
บ้านรอสามีที่ไปกินเลี้ยงกะลูกค้า (เพลินไปหน่อย)แล้วกลับช้า
อันนี้ยกตัวอย่างนะ

บางครั้งคนเรามักจะใส่ใจกะเรื่องของตัวเอง โลกส่วนตัวของตัวเราเอง
เกินไป จนทำให้ลืมนึกถึงคนรอบข้างเรา ซึ่งก็คงมีคนที่เป็นห่วงเราเยอะ
คนในครอบครัว แฟน คนรักกัน คนชอบกัน ฯลฯ

แต่มันก็เป็นเรื่องที่พูดยากค่ะ บางครั้งคนเหล่านั้นก็มักไม่เข้าใจเราเท่าไหร่
(อันนี้ขอเถียง ให้ฝ่ายโลกส่วนตัวสูง) คือคนทุกคนมักไม่ชอบการถูก
บังคับ ไม่ว่าจะเป็นทางอ้อม และ ทางตรง แล้วก็ไม่ค่อยจะยอมเชื่อฟัง
ใครง่าย ๆ เพราะชีวิตเป็นของเราอ่ะ ประมาณนั้น ทำไม ต้องค่อยมาสั่ง
บงการเราด้วย เราแค่..... คือเรามักจะเถียงแบบนี้ และก็เลยไปถึงการ
มีปัญหากัน

สรุปฉันคิดว่า เราควรอลุ่มอล่วยกัน ยอม ๆ กันบ้าง คุยกันดี ๆ ก่อนใส่
อารมณ์ มันคงทำให้อะไร ๆ ดีขึ้นบ้างอ่ะนะ


หรือ ใครคิดแบบไหน ช่วยบอกหน่อย ฉันอยากรู้อ่ะ

ปล. ฉันต้องทำให้ใครเสียใจบ้าง ก็ขอโทษแล้วกันนะ จุ๊บๆ




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2552    
Last Update : 29 ตุลาคม 2552 9:06:06 น.
Counter : 464 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

สตอเบอรรี่ด็อก
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เกิดมาก็เป็นคนนึง
ซึ่งอยากจะท่องไปในโลกกว้าง
บางครั้ง เจอเรื่องราวระหว่างทาง
สุขบ้าง ทุกข์บ้าง ปนๆ กันไป
New Comments
Friends' blogs
[Add สตอเบอรรี่ด็อก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.