Group Blog
 
All blogs
 

อยากเชือก

เมื่อทุกคนเห็นว่าราคาถูกแล้วอยากได้ แสดงว่าราคาใกล้จะลงแรงๆ อีกครั้งในเวลาอันใกล้

ทางกลยุทธ ถ้าต้องการสนองตันหานี้
1..เทียบราคาหุ้นที่จะซื้อ ว่าหลังซื้อจะขึ้นไปที่เท่าใด (อย่าเข้าข้างตนเองมากนัก) เทียบกับราคาที่จะขายหุ้นในมือตัวอื่นซึ่งขาดทุนอยู่ ว่าคุ้มกันแค่ไหนในเวลาเท่ากันในอนาคตกันใกล้

2..อยู่เฉยๆ รอให้หุ้นที่ว่าถูกมันรีบาวร์น แล้วเทียบกับหุ้นในมือว่ารีบาวรฯเท่ากัน หรือใครดีกว่ากัน เพื่อตัดสินใจเปลี่ยนตัวหุ้น(เรื่องนี้มีเทคนิคคิด เทคนิคทำเยอะ)

3...รอรีบาวน์แล้วค่อยเล่นเนตเซตเทิลแม้น (ต้องเคยทำ ทำเป็น ทำอย่างชาญฉลาด เรื่องนี้ก็มีเทคนิคกลวิธีมาก)

4..ถ้าทั้ง 3 ข้อไม่ชอบ ก็ต้องหยุดพักไปสงบอารมณ์อยากตามวัด หาหลวงพ่อเก่งๆฟังเทศน์ สนทนาธรรม 55 55 5

ขอให้โชคดี

จากคุณ : อยากเชือก - [ 16 ก.ค. 48 09:37:23 A:202.57.170.238 X: TicketID:104470 ]







 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 20 กรกฎาคม 2548 18:24:43 น.  

จังหวะ ซื้อขาย

ประการแรกที่สุด ให้ดูที่เงินๆ และเงิน เท่านั้น ที่เป็นพระเจ้า

แล้วก็ต้องเป็นเงินจากรายย่อยๆที่ไม่ค่อยจะประสีประสานี่แหละ
คือพลังอันสำคัญ

กลุ่มนี้ มีมากถึง 80% ของตลาดเชียวนะ คุณว่าพวกเขาสำคัญหรือเปล่าล่ะ

ดิฉันนับว่าพวกเขาคือ ฮีโร่ เป็นหน่วยกล้าตาย เป็นพวกนักรบพลีทรัพย์
(บางคนพลีชีพด้วย)

ดิฉันจึงกล้าที่จะพูดในกรุ้ปของดิฉันว่า ฝรั่งไม่ได้เป็นพระเจ้า
ไม่ได้รู้ดี
หรือเก่งกว่า

ดิฉันไม่ได้สนใจว่าใครจะซื้อหรือใครจะขายเป็นจำนวนเงินเท่าไรในแต่ละวัน

มูลค่าซื้อขายของหุ้นแต่ละตัว นี่สิ สำคัญที่สุด

พวกรายย่อยที่รู้ดีมากๆ จนถึงมากเกินควร ย่อมจะเอาเงินของพวกเขา
เงินแทบจะทั้งหมดเสียด้วยสิ ไปจมอยู่กับหุ้นจำพวกหนึ่งไปหมดแล้ว กลุ่มนี้
ย่อมไม่มีผลอะไรกับตลาด

ไม่มีผลทั้งทางบวก และทางลบ เพราะพวกเขาจะไม่มีวันขายหุ้นแบบ
ล้างพอร์ตเพื่อถือเงินสด 100% เป็นอันขาด

จึงไม่มีอิทธิพลที่จะทำให้หุ้นขึ้น หรือหุ้นลง

การค้าขายกับกลุ่มหุ้นที่นักลงทุนกลุ่มนี้มีในมือ เพื่อที่จะเอากำไร
จึงยากมาก
ถึงได้มา พวกเรา มีหวังถอนขนห่าน ผ่าท้องเอาไข่ทองคำออกมาหมดในเวลาอันสั้น

จากคุณ : prettypetite - [ 9 เม.ย. 48 18:33:05 ]






ความคิดเห็นที่ 2

เมื่อนักลงทุนรายย่อยๆคิดจะเข้ามาลงทุน พวกเขามีทางเลือก 2 ทาง

หนึ่ง ซื้อผ่านกองทุน รายย่อยต่างชาติที่ไม่ได้มีถิ่นฐานในประเทศไทย
หรือไม่ได้ทำมาหากินในเมืองไทย เมื่อคิดจะลงทุนในประเทศแถบเอเซีย
เขาจะเข้าซื้อกองทุนรวมที่เอาเงินมาซื้อหุ้นในเอเซีย
แล้วกองทุนก็จะเอาเงินมาจัดสรร เลือกหาซื้อหุ้น เขาจะหาหุ้นที่มี market
cap
ใหญ่ๆ

สอง เข้ามาซื้อขายกันเองในตลาด กลุ่มนี้แหละ จะมีหน้าใหม่ๆ
วนเวียนกันเข้ามา
ไม่ซ้ำหน้ากันในแต่ละปี กลุ่มนี้
ส่วนใหญ่จะเข้าซื้อหุ้นที่ปั่นราคาจนสูงเข้าตา
แลดูเร้าใจ

บางคนโชคช่วย เข้าหุ้นปั่นถูกตัว ก็รวยไปเลย มักเป็นนักเก็งกำไรอายุน้อยๆ
อาศัยว่าดวงดี และมือกำลังขึ้น

เมื่อก่อน จะทำเป็นขบวนการ ลงขัน เข้ากลุ่ม ช่วยกันปั่น
ที่น่าเกลียดเป็นที่สุด
คือการร่วมมือกับบรรดาโบรกต่างๆ เอาเงินฝากของชาวบ้านมาปั่นหุ้น

โดยมีหน่วยกามิกาเช่เข้าไปลุย ก็ได้ตายกันสมใจอยาก

เหตุที่ตายก็เพราะเงินหมด มีแต่หุ้นในมือ แล้วจะไปขายต่อให้ใครล่ะ
เจ๊งทั้งคนปั่น เจ๊งทั้งโบรก เจ๊งทั้งรายย่อยที่ไม่รู้ไม่เห็น
ไม่ได้ตามแห่เข้าไปสักหน่อย

และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ เจ้าของเงินฝาก เพราะเงินที่ฝากเอาไว้
โดนเอาไปปั่นหุ้น เอาไปปั่นราคาที่ดิน เงินถูกกักไว้ คุณรู้ไหม 10
ปีไม่มีดอกเบี้ยนะ เอามาลงทุนไม่ได้

จากคุณ : prettypetite - [ 9 เม.ย. 48 19:26:51 ]






ความคิดเห็นที่ 3

เมื่อเงินรายย่อยไม่มีแล้ว หุ้นจะขึ้นต่อได้ยังไง
ต้องรอจนกว่าเงินจะถูกปล่อยออกมา หรือรายย่อยไปสะสมเงินเข้ามาใหม่
หรือทนไม่ไหว
คายหุ้นออก ผันเป็นเงินสด

แล้วก็กลับมาสู้กันอีกสักตั้ง เป็นยังงี้วนเวียนกันไป

ที่น่าอัศจรรย์ก็คือ รายย่อยที่เล่นหุ้นปั่น
ไม่เคยกล่าวโทษพวกที่นำพาตัวเองไปตาย แต่กลับโยนความผิดให้ตลาดซะนี่

มิหนำซ้ำ กาลเวลาที่ผ่านมา นักลงทุนวัยเอ๊าะที่เข้ามาใหม่
ยังคงชื่นชมวิถีทางของพวกนักปั่น

เมื่อสูยังรวยกันรวดเร็วได้ เก่งกันแค่ไหนฟะ ความรู้ก็น้อยกว่า
เทคนิคก็ไม่รู้
เราเรียนมาสูงกว่าเยอะ เงินทุนเริ่มต้นก็มีมากกว่า ไฟแรง ใจกล้า ไม่ผิดกัน
ทำไมจะรวยไม่ได้

เอ้าลุย ลุยเลย ไม่ว่ากัน อายุยังน้อย ถือเป็นการหาความรู้
เงินทองของนอกกาย
หมดก็หาใหม่ได้ โชคดีก็รวยตั้งแต่อายุยังน้อยๆ โชคร้าย
ก็แค่ไปทำมาหากินทางอื่น

จากคุณ : prettypetite - [ 9 เม.ย. 48 19:30:21 ]






ความคิดเห็นที่ 4

ทีนี้ เวลาดูหุ้นทีละตัว ก็ต้องอาศัยดูเงินที่เข้ามาซื้อ
อันนี้มันขึ้นอยู่กับอารมณ์ และความอยากซื้อของรายย่อยด้วย

ตัวอย่างเช่น mcot ราคา IPO 22 บาท ผู้คนเบียดเสียด เข้าแถว รอคิวยาว
เพื่อจะซื้อให้ได้

เมื่อสองเดือนก่อน ราคาไหลลงมาที่ 22.20 ดิฉันก็รับไว้
ด้วยความสงสารคนที่ไปซื้อมา เสียเวลาทำมาหากินทั้งวัน

หุ้นตีกลับไปราวๆ 25 บาท จากนั้นเงินที่จะเข้ามาซื้อก็หยุดไปเลย ลงมา
22.30
มีแรงซื้อกลับเข้ามาพอสมควร ดิฉันก็ซื้อคืน รุ่งขึ้นก็ขายไปหมดแล้ว

เมื่อวาน มี bid ไว้เยอะมากที่ราคา 22 บาท แต่ยังมีคนโยนออกมาให้เลย
ทั้งที่
offer ที่ 22.10 ถึง 22.30 ทั้งสามแถวรวมกัน ยังน้อยกว่า bid อีก

แปลว่า เงินไม่เข้ามาที่ตัวนี้ เที่ยวนี้ ดิฉันไม่ซื้อคืน
เพราะก่อนหน้านี้ 2
วัน บังเอิญเอาเงินไปซื้อ bbl-f และก่อนอีก 1 วัน
ก็ใช้เงินไปซื้อเรือซะแล้ว

เมื่อวอลุ่มตลาด peak แต่ราคาไม่ตามขึ้นไป ดิฉันมักจะขายหุ้นจนหมดก่อน
ก็ไม่รู้นี่ ว่าตัวไหนจะลง หรือจะขึ้น

ถ้าเป็นหุ้นดีๆ เมื่อวอลุ่มลงจนสุดๆ แรงขายหดหายอย่างเห็นได้ชัด
แต่จู่ๆวอลุ่มพุ่งพรวด แม้ราคาจะลงต่อ แปลว่ามีคนต้องการซื้อเยอะ
(ไม่งั้นขายได้ไง จริงมะ)

เราก็ตามซื้อได้ เช่น bbl-f ที่ราคา 105 (ตั้งรับ แต่ไม่ได้ เลยเคาะ 10)
อีกตัวคือ advanc 95 บาท ตัวนี้ขายหมดที่ 112 แต่ก็ซื้อไม่ทัน เลยไม่ซื้อ
วิ่งไป 98

UCOM แถวราคา 71 และ 72 มาก แต่ราคากลับไม่ขยับเลย แปลว่า
มีอะไรไม่ชอบมาพากล
ต้องขายทิ้งแล้ว

ตอนนี้ จากวอลุ่มตลาดที่ลดลง ดิฉันก็เลย ลดพอร์ตลงมาตามให้สมน้ำสมเนื้อกัน

จากคุณ : prettypetite - [ 9 เม.ย. 48 19:56:09 ]




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2548 9:25:40 น.  

1  2  3  4  
สักวันเราคงจะรู้จักกัน
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed



Friends' blogs
[Add สักวันเราคงจะรู้จักกัน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.