เกิดมาทั้งทีต้องมีรสชาติ
Group Blog
 
All Blogs
 

สายโลหิต (ศรราม + สุวนันท์)



เรื่องย่อ ละคร


ดาวเรืองเกิดและเติบโตในยุคกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เป็นหลานสาวที่คุณย่านิ่มรักและเอ็นดูที่สุดเพราะกำพร้าแม่ตั้งแต่แรกเกิด หลวงสุวรรณราชาผู้เป็นบิดาเป็นช่างทองหลวง จึงให้ดาวเรืองอยู่ในความดูแลของคุณย่านิ่มตั้งแต่นั้นมา ดาวเรืองมีพี่ชายอีกหนึ่งคนชื่อหลวงเสนาสุรภาค และพี่สาวอีกคนหนึ่งชื่อลำดวน

พ.ศ. 2301 ดาวเรืองอายุได้ 10 ปี ลำดวนอายุ 20 ปี ตกลงปลงใจว่าจะแต่งงานกับหลวงเทพฤทธิ์อริศัตรูพ่าย ซึ่งเป็นพี่ชายร่วมสายโลหิตกับขุนไกร ตำแหน่งกองทะลวงฟัน เป็นบุตรชายของพระยาพิริยะแสนพลพ่ายกับคุณหญิงศรีนวล

หมื่นทิพเทศาบุตรชายโทนของพระวิชิตกับคุณหญิงปริกเป็นทหารฝ่ายพระยารัตนาธิเบศร์เป็นผู้ชายมักมากในกาม มีเรื่องในเชิงชู้สาวกับผู้หญิงนับไม่ถ้วน อีกทั้งยังทำตัวเป็นนักเลงหัวไม้ แล้วยังบังคับให้ดาวเรืองช่วยแอบส่งเพลงยาวให้กับ แม่หญิงเยื้อนน้องสาวคนสุดท้องของขุนไกร แต่ดาวเรืองถูกขุนไกรจับได้ก่อน



ดาวเรืองยอมรับกับขุนไกรว่าที่ยอมถูกบังคับให้แอบส่งเพลงยาวให้แม่หญิงเยื้อนนั้นเป็นเพราะหมื่นทิพรู้มาว่าเธอแอบหนี ไปเที่ยวที่คุกกับแม่ครัว ซึ่งเป็นที่ต้องห้าม ขุนไกรจึงยึดเพลงยาวไว้แล้วขออนุญาตย่านิ่มพาดาวเรืองเที่ยวรอบกรุงศรีอยุธยา ความช่างซักช่างถามและช่างจดจำในสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเกินเด็กวัยเดียวกันทำให้ขุนไกรเอ็นดูดาวเรืองเป็นอันมาก

ฝ่ายหมื่นทิพพอรู้เข้าก็แค้นขุนไกรที่ขัดขวางทางรักของเขา หมื่นทิพจึงประกาศว่าจะต้องสู่ขอแม่หญิงเยื้อนน้องสาวขุนไกร มาเป็นเมียให้ได้

ต่อมา ขุนไกร หลวงเสนาสุรภาคและพระยาพิริยะแสนพลพ่าย ต้องออกทัพไปป้องกันศึกพม่าที่มาตีระหว่างที่ขุนไกรไม่อยู่นี้ หมื่นทิพจึงได้โอกาสไปมาหาสู่แม่หญิงเยื้อน และแม่หญิงเยื้อนก็มีทีท่าพอใจในตัวหมื่นทิพไม่น้อย ทำให้ขุนไกรแค้นเคืองหมื่นทิพมาก



พ.ศ. 2304 ดาวเรืองอายุได้ 13 ปี พม่าเริ่มรุกหนักอีกครั้ง ขุนไกรอาสาออกไปรบ พันสิงห์ลูกน้องคนสนิทของขุนไกร พลัดกับขุนไกร หนีตายกลับเข้ามากรุงจนถึงเขตบ้านของดาวเรือง คุณย่านิ่มจึงช่วยรักษาโดยให้นางเยื้อนพี่เลี้ยงดาวเรืองช่วยดูแลจนหายป่วย แล้วก็เลยตกลงแต่งงานกันในที่สุด

ส่วนขุนไกรซึ่งสู้รบจนบาดเจ็บสาหัสก็ถูกหามกลับมารักษาตัวที่บ้านครูดาบ ยังไม่ทันหายดีก็อาสาออกไปรบอีกเพราะดูอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ เมื่อรู้ว่าพม่าใกล้จะเข้าประชิดกรุงเต็มทีแล้ว ขุนไกรตัดสินใจขอย้ายราชการ ไปอยู่ที่หัวเมืองเหนือเพื่อที่จะได้ไม่ต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกับหมื่นทิพ เนื่องจากแม่หญิงเยื้อนน้องสาวขุนไกรยอมตกลงรับหมั้นหมื่นทิพ พันสิงห์กับนางเยื้อนจึงติดตามไปอยู่หัวเมืองกับขุนไกรด้วย



ปลายปี พ.ศ. 2309 ขุนไกรได้เลื่อนยศเป็นหลวงไกร แต่ศึกพม่ายิ่งรุกหนัก หลวงไกรลงมาส่งข่าวราชการที่กรุงศรีแล้วเผอิญไปได้ยินขุนทิพหลุดปากพูดด้วยความเมาเรื่องที่เคยฉุดดาวเรืองไปลวนลามใต้น้ำ ทำให้หลวงไกรโกรธมาก หลวงไกรจึงตัดสินใจกล่าวสู่ขอดาวเรือง จากหลวงสุวรรณราชาด้วยตนเองและหลวงสุวรรณราชาก็ตอบตกลงด้วยความยินดี

ขุนทิพแค้นใจมากที่ดาวเรืองจะแต่งงานกับหลวงไกร ขุนทิพจึงกลั่นแกล้งมีคำสั่งให้หลวงไกรไปรักษาเมืองธนบุรีตั้งแต่ในคืนวันแต่งงาน ดาวเรืองจึงต้องอยู่เฝ้าเรือนหอตามลำพัง คุณย่านิ่มสงสารดาวเรืองจึงตัดสินใจมาอยู่ด้วย แล้วก็สิ้นใจตายที่นั่น โดยก่อนตายคุณย่านิ่มได้ดูดวงบ้านเมืองแล้วบอกว่ากรุงศรีอยุธยาจะแตก แล้วในที่สุดพม่าก็บุกประชิดเผากำแพงเมืองพังราบจนเข้าสู่เมืองชั้นใน เรื่องราวจะดำเนินต่อไปอย่างไร



รายชื่อนักแสดง
ศรราม เทพพิทักษ์ รับบท ขุนไกร
สุวนันท์ คงยิ่ง รับบท ดาวเรือง
ศตวรรษ ดุลยวิจิตร รับบท หมื่นทิพเทศา
สรพงษ์ ชาตรี รับบท หลวงสุวรรณราชา
เอกพัน บันลือฤทธิ์ รับบท หลวงเทพฤทธิ์
อุษณีย์ รักกสิกรณ์ รับบท แม่หญิงเยื้อน
กชกร นิมากร รับบท ลำดวน
ทองขาว ภัทรโชคชัย รับบท พันสิงห์
ปนัดดา โกมารทัต รับบท คุณหญิงปริก
บรรเจิดศรี ยมาภัย รับบท คุณย่านิ่ม
ฯลฯ

เพลงประกอบละคร

สายโลหิต
ชมพู ฟรุตตี้(สุทธิพงษ์ วัฒนจัง)

ข้าคือชายชาญ...ชาติทหาร
วิญญาณ...แห่งนักรบไทย ศึกนี้...หรือศึกไหน
หัวใจ...ไม่เคยหวั่นเกรง............

เพราะความรักข้า...ก็คือ
ดวงใจเจ้าดวงนี้เอง ใครหาญ...มาข่มเหง
ข้าเอง...จะหยุดมัน...

* ออกศึกข้านึกแต่รบ...และรบ
จบศึกข้านึกแต่รักเจ้า...เท่านั้น
หากรอดชีวิตกลับมา...หากัน
หวังให้เจ้านั้นดูแลหัวใจ................

ชีพพลีนี้เพื่อ...แผ่นดิน
ชีวา...ต้องมามลาย จะขอ...ป้องปกไว้
ด้วยสาย...โลหิตของเรา....

(ซ้ำ *)


เพลงความรักไม่มีวันละลาย

ช. ดั่งขอบฟ้าไร้แสงตะวัน หากใจฉันไม่มีรักของเธอ

ญ. ตั้งแต่วันแรกเจอ ก็มีเงาร่างเธออยู่ในใจ

ช. หนึ่งชีวิตให้เธอผู้เดียว จะไม่เหลียวไม่แลผู้ใด

ญ. หนึ่งความรักให้ไป จะเนิ่นนานเท่าไรยังซื่อตรง

ช.ญ. ตราบอาทิตย์และดาวที่พร่างพราย
เลือนรี่ดับลับไปจนมืดลง แต่สายใยแห่งรักจะมั่นคง
กว่าลมหายใจที่เรามี.....

ช. หากวันไหนสองเราจากกัน อย่าหวั่นไหวเพราะใจเธอรู้ดี
ญ. กี่แสนวันหมื่นปี ความรักเราไม่มีวันละลาย




 

Create Date : 06 เมษายน 2551    
Last Update : 6 เมษายน 2551 18:27:15 น.
Counter : 1735 Pageviews.  

ขิงก็รา ข่าก็แรง


เรื่องย่อ


ณิช อมรเกียรติ์ นักข่าวสาวไฟแรง เธอเพิ่งเรียนจบนิเทศฯ และได้งานเป็นนักข่าวสมใจ ณิชมีพี่สาวชื่อ ภรณี ทั้งคู่กำพร้าพ่อ-แม่ ตั้งแต่อายุประมาณ 10 กว่าขวบ 2 พี่น้องจึงต้องมาอยู่ในความอุปการะของ แม่ชีสุดา น้องสาวของพ่อ แม่ชีสุดานั้นบวชตั้งแต่ยังสาว ด้วยศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง แม่ชีพาณิชและภรณีไปอยู่โรงเรียนประจำ และพยายามส่งเสียให้ดีที่สุด แต่ก็เป็นภาระแทบจะเกินกำลังของแม่ชีที่ไม่มีรายได้อะไรมากนัก แม้ทั้งคู่จะเรียนเก่งจนได้ทุนเรียนดีทั้งคู่ทุกปี แต่เมื่อต้องเรียนระดับอุดมศึกษา ภรณีก็ตัดสินใจเสียสละให้ณิช ภรณีเลือกเรียนสายวิชาชีพ ภรณีทำงานและเรียนไปด้วย เพื่อช่วยส่งเสียให้ณิชซึ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยในคณะนิเทศศาสตร์ เรียนจนจบ ณิชเองก็เรียนไปและทำงานไปด้วยเช่นกัน

ภรณีนั้นสวย อ่อนหวาน วันหนึ่งเธอมีโอกาสรู้จักกับ ไพรุต นักธุรกิจคราวพ่อ ไพรุต สนใจภรณี แม้ว่าเข้าจะแต่งงานแล้วกับ วรกานต์ แต่ชีวิตครอบครัวก็ไม่อบอุ่น ไพรุตและวรกานต์มีลูกสาวอยู่ในวัยใกล้เคียงกับภรณีชื่อ เพียงเพ็ญ ความสัมพันธ์ระหว่างไพรุตและภรณีพัฒนาอย่างรวดเร็ว ภรณีรักไพรุตและยอมเป็นเมียเขา ด้วยความที่ภรณีกำพร้าพ่อมาตั้งแต่เด็ก เธอจึงรู้สึกอบอุ่นและมีความสุขเมื่อยู่กับไพรุตมากกว่าหนุ่มๆ วัยเดียวกัน นอกจากนั้นเธอคิดว่าไพรุตนั้นรวยมาก คงจะช่วยผ่อนภาระในการส่งณิชให้เรียนได้จนจบ ที่แน่ๆคือความเป็นอยู่ของทั้งคู่ดีขึ้น ไพรุตเองก็รักและหลงภรณีไม่น้อย นอกจากความสาว ความสวยแล้ว ภรณียังอ่อนหวาน ช่างเอาใจ ปรนนิบัติเขาทุกอย่าง ต่างกับวรกานต์อย่างลิบลับ วรกานต์นั้นอารมณ์ร้าย เอาแต่ใจและขาดเหตุผล รวมทั้งขี้หึงอีกต่างหาก ยิ่งอายุมากวรกานต์ก็อารมณ์ร้ายมากขึ้น ที่ไพรุตเบื่อและหนักใจก็คือวรกานต์เริ่มติดการพนัน เธอสามารถอยู่ในบ่อนได้เป็นวันๆ โดยไม่เบื่อ



วรกานต์นั้นไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน เพราะพ่อ-แม่ทิ้งมรดกไว้ให้มหาศาล อีกทั้งไพรุตเองก็เป็นนักธุรกิจที่เก่งและขยัน ฐานะทางการเงินของครอบครัวนี้จึงมั่นคงมาก แต่ไพรุตกับเพียงเพ็ญก็อยากให้วรกานต์เลิกเล่นการพนัน ทั้งคู่รู้ดีว่าการพนันมีแต่จะทำให้ชีวิตตกต่ำ เงินมีมากเท่าใดก็หมดได้ถ้าผีการพนันเข้าสิง ไพรุตกับเพียงเพ็ญขอร้องจนเหนื่อย วรกานต์ก็ไม่ยอมเลิก แม้จะเคยถูกตำรวจจับบ่อยครั้งแค่ไหนก็ตาม เพราะไพรุตก็ต้องตามไปประกันตัวและใช้อิทธิพลทุกอย่างเพื่อปิดข่าว ทั้งหมดก็เพราะเพียงเพ็ญลูกสาวคนเดียวเท่านั้น เมื่อไพรุตมีภรณีซึ่งแตกต่างกับวรกานต์ราวฟ้ากับดิน เขาจึงรักภรณีมาก ไพรุตซื้อบ้านหลังเล็กๆ น่ารักให้ภรณีอยู่กับณิช ด้วยความเขี้ยวและเค็มตามประสานักธุรกิจ ไพรุตไม่ยอมโอนบ้านให้เป็นชื่อของภรณี เรื่องนี้ณิชเคยหมั่นไส้พี่เขยที่งกทั้งที่รวย ภรณีเองก็แสนจะน่ารัก ดูแลเอาใจใส่สารพัด ด้วยความรักพี่สาวณิชจึงไม่ค่อยชอบไพรุตมากนัก ทั้งที่รู้ว่าเขามีบุญคุณที่ซื้อบ้านใหภรณีและเธอได้อยู่กันอย่างสบาย เมื่อณิชเรียนจบและได้งานทำ เป็นนักข่าวของหนังสือพิมพ์เล็กๆฉบับหนึ่ง เธอจึงภูมิใจมาก ส่วนไพรุตเองก็ไม่ค่อยชอบณิชเช่นกัน เพราะณิชคล่องแคล่ว ฉลาดเหมือนจะรู้ทันเขาทุกอย่าง อีกประการหนึ่งณิชค่อนข้างแข็งกระด้าง เธอชอบใส่เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งและกางเกงยีนส์เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน แต่ไพรุตมองเหมือนเป็นผู้ชายมากกว่า ภรณีเองในฐานะคนกลางหนักใจกว่าใคร เธอรักไพรุตมากและรู้ว่าณิชนั้นเป็น “สาวมั่น” อาจจะดูแข็งกระด้างแต่จริงๆ แล้วณิชมีเมตตาและอ่อนโยนเสมอกับคนที่ดีกับเธอ ประเภทใครดีก็ดีด้วย ใครร้ายก็ร้ายตอบและค่อนข้าง “ปากจัด” ณิชไม่พูดหยาบคาย แต่คำพูดของเธอก็เชือดเฉือนเหน็บแนม ให้คู่กรณีต้องขาดสติอาละวาดได้เสมอ

เมื่อหลานสาวในอุปการะโตและดูแลรับผิดชอบตัวเองได้ แม่ชีสุดาก็มักเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่ต่างจังหวัดบ่อยๆ ในเรื่องของภรณีเมื่อภรณีพาไพรุตมากราบเชิงสู่ขอ แม่ชีเองไม่สบายใจเพราะไม่อยากเห็นหลานต้องผิดศีล ทว่าเมื่อภรณีสมัครใจ แม่ชีก็รู้ได้ว่าเป็นกรรมของเธอเอง นอกจากการไปปฏิบัติธรรมต่างจังหวัดแล้ว ถ้าพอมีเวลา แม่ชีสุดามักจะไปที่โรงพยาบาลโรคจิต เธอไปช่วยดูแลคนไข้ทั้งหมด มีคนไข้หญิงวัยกลางคนชื่อ รุ่งทิพย์ ซึ่งดูจะถูกอัธยาศัยกับแม่ชีมากเป็นพิเศษ โดยปกติแล้วรุ่งทิพย์จะไม่ค่อยพูดกับใครแม้กับหมดและพยาบาล แต่กับแม่ชีสุดาแล้ว รุ่งทิพย์ยอมคุยด้วยนานๆ รุ่งทิพย์ต้องมารักษาอาการทางจิตก็เพราะความเจ้าชู้ของสามี รุ่งทิพย์แต่งงานกับ สารนาถ พิเศษพงศ์ นักธุรกิจชื่อดัง มีกิจการเดินเรือสินค้าและเรือท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ด้วยความที่รุ่งทิพย์เป็นคนจริงจังกับชีวิต ในช่วงหนึ่งที่สารนาถหลงไปกับความมีชื่อเสียงและเงินทอง เมื่อร่ำรวยและรูปหล่อสารนาถจึงมีผู้หญิงสนใจมากมายแม้จะรู้ว่าเขาแต่งงานและมีลูกแล้ว รุ่งทิพย์ทนพฤติกรรมเจ้าชู้ของสามีไม่ไหว เธอจึงปิดกั้นตัวเองไม่พูดจากับใคร เหม่อลอย อยู่ในโลกของเธอตามลำพัง สารนาถตกใจและเสียใจมากที่รุ่งทิพย์ต้องเป็นอย่างนี้ เขาหยุดความเป็นเพลย์บอยทุกอย่าง ส่งรุ่งทิพย์มารักษาตัวอย่างเต็มที่ และเลี้ยง ปวีร์ ลูกชายคนเดียวอย่างสุดความสามารถ



สารนาถมัวแต่มุ่งมั่นทำงานโดยมี วศิน น้อยชายเป็นผู้ช่วยจนกิจการเจริญรุ่งเรือง ปวีร์เองก็เรียนจบจากต่างประเทศ และกลับมาช่วยบิดาทำงานอย่างตั้งใจ ทั้งสารนาถและปวีร์จึงมาเยี่ยมรุ่งทิพย์น้อยครั้งมาก ในช่วงระยะเวลาสิบกว่าปีที่เธอเข้าโรงพยาบาล รุ่งทิพย์ปลื้มใจกับปวีร์มากที่สุด เธอมักจะย้ำกับเขาเมื่อเขามาเยี่ยมว่า อย่าเจ้าชู้เป็นอันขาด ลูกของเธอต้องเป็นสุภาพบุรุษและไม่เจ้าชู้ ในเรื่องความเกลียดความเจ้าชู้นั้นแม่ชีสุดาทราบดี เพราะเป็นเรื่องที่รุ่งทิพย์พูดซ้ำซาก แม้อาการด้านอื่นจะดีขึ้น แต่ในเรื่องความฝังใจในความเจ้าชู้ของสารนาถยังฝังใจรุ่งทิพย์เสมอ

วันหนึ่งณิชต้องอยู่เวรที่โรงพิมพ์ เพื่อเตรียมทำข่าว เผื่อมีเหตุการณ์ คืนนั้น ดึกมากแล้วเมื่อ ภัทรา เพื่อนสนิทโทรมาบอกว่ามีข่าวใหญ่ให้ณิชมาพบเธอโดยเร็ว เป็นอุบัติเหตุร้ายแรงของคนดังระดับประเทศ ณิชรีบไปทันทีพร้อมกล้องคู่ใจ ณิชอึ้งเมื่อถึงที่เกิดเหตุ รถ 2 คันชนประสานงากันอย่างแรง รถเบนซ์สีขาวคันหรูยับย่นไปครึ่งคันราวกับกระดาษ คนขับตายทั้งคู่ ณิชไปถึงเมื่อหน่วยกู้ภัยเริ่มทำงานแล้ว เธอถ่ายรูปอย่างรวดเร็วก่อนที่ตำรวจจะมา ภัทราบอกเธอย่างมั่นใจว่าคนขับรถเบนซ์คือ “สารนาถ พิเศษพงศ์” นักธุรกิจคนดัง ณิชพยายามถ่ายภาพคนขับแต่ก็ยากเต็มที อีกประการสภาพศพก็ทำให้ดูลำบาก ณิชเชื่อว่าภัทราจำสารนาถได้ เพราะภัทราเป็นคนที่ชอบอ่านประวัติชีวิตคนดัง นักธุรกิจ มหาเศรษฐี และจำแม่นมากเข้าขั้นแฟนพันธุ์แท้คนหนึ่ง ณิชเชื่อสนิทใจเธอรีบกลับโรงพิมพ์เขียนข่าว ส่งภาพ ตามหน้าที่อย่างรวดเร็ว

ที่ “บ้านพิเศษพงศ์” เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสารนาถ ปวีร์ และวศินต้องปวดหัวเพราะมีโทรศัพท์มาแสดงความเสียใจ และถามข่าวตลอดเวลา สารนาถโกรธมากที่หนังสือพิมพ์ฉบับนั้น (ที่ณิชทำงานอยู่) ลงข่าวผิดพลาด เขาถือว่าทำให้ธุรกิจของเขาต้องได้รับผลกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง สารนาถสั่งให้ปวีร์จัดการเรื่องนี้โดยเร็วและเฉียบขาดที่สุด ปวีร์เองก็โกรธมากเช่นกัน ที่นักข่าวที่ทำข่าวขาดความรับผิดชอบ เขาติดต่อบรรณาธิการและยื่นคำขาดให้จัดการกับเรื่องนี้ บก.พยายามขอโทษและรับว่าจะรีบลงแก้ข่าวให้โดยเร็ว แต่ปวีร์ก็ยังไม่พอใจ เขาขู่ไปว่าถ้าขืนยังรับนักข่าวอ่อนหัดอย่างนี้ หนังสือพิมพ์คงต้องถูกฟ้องรายวันแน่ ปวีร์พูดแกมขู่จน บก. รับปากว่าจะไล่นักข่าวต้นเหตุออกจากงาน ส่วนณิชนั่งรออยู่ที่กองบก. อย่างกระวนกระวาย เธอเจ็บใจที่ทำงานพลาดและพร้อมที่จะรับโทษ ณิชมีเพื่อนรุ่นพี่หลายคนที่เข้าใจและเห็นใจเธอ ยกเว้น เบญจรัตน์ นักข่าวสาวรุ่นพี่ที่หมั่นไส้ณิชมานานและรอโอกาสที่ณิชจะพลาดอย่างนี้อย่างสะใจ เบญจรัตน์จึงพูดจาเหน็บแนมกระทบกระแทกจนณิชแทบทนไม่ไหว เบญจรัตน์บอกว่าโทษร้ายแรงอย่างนี้ บก.คงไล่ณิชออกแน่ ณิชใจหาย แต่เมื่อ บก.บอกเธอว่าเขาจำเป็นต้องไล่เธอออก เพราะปวีร์ลูกชายสารนาถไม่ยอมจบเรื่องและรับคำขอโทษใดๆ ทั้งสิ้น จนกว่าจะไล่เธอออกจากงาน ณิชเจ็บใจมากขึ้นเมื่อเห็นท่าทางสะใจของเบญจรัตน์ จะอย่างไรก็ตามณิชตัดสินใจที่จะไปขอโทษสารนาถ เธอพร้อมจะรับผิดชอบในการกระทำของเธอเสมอ



เย็นวันนั้นณิชจึงไปดักรอสารนาถที่หน้าบ้าน เมื่อรถเบนซ์สีขาวคันหรูแล่นมา ณิชก็กระโดดขวางหน้าทันที ปวีร์ลงจากรถโดยที่สารนาถและวศินอยู่ในรถ เมื่อปวีร์รู้ว่าสาวห้าวทอมๆ คนนี้ชื่อณิช เขาก็ไม่ฟังอะไรอีก เขาไล่เธอด้วยถ้อยคำรุนแรง จนณิชโกรธย้อนกลับแรงๆบ้าง ณิชโกรธมากขึ้นเมื่อปวีร์กลับขึ้นรถและขับรถเข้าบ้านอย่างไม่สนใจเธออีก ณิชโกรธที่ปวีร์ทำเหมือนเธอไม่ใช่คน เรื่องดูหมิ่นเกียรติ ศักดิ์ศรี และเคารพความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกันนี้ ณิช “ถือ” มาก เธอจะโต้ตอบกลับอย่างรุนแรงทุกครั้งที่ถูกทำเหมือนดูถูก วันรุ่งขึ้นณิชไปขอพบสารนาถหรือ ปวีร์ที่บริษัทฯ แต่เลขาของทั้งคู่ไม่ยอมให้พบ เพราะปวีร์สั่งห้ามอย่างเด็ดขาด ณิชรออย่างอดทนที่มุมรับแขกหน้าห้องทำงานของสารนาถและปวีร์ ระหว่างรอเธอเห็นไพรุตมากับเพียงเพ็ญ เสียงพูดคุยของทั้งคู่ทำให้ณิชรู้ว่าเพียงเพ็ญเป็นลูกของไพรุต ณิชมองเพียงเพ็ญอย่างนึกชมที่หญิงสาวแต่งตัวเก๋ ดูเป็นสาวหวานและมีบุคลิกมั่นใจ ไพรุตแยกไปพบสารนาถ ส่วนเพียงเพ็ญเดินเข้าห้องปวีร์อย่างคุ้นเคย ณิชนั่งรออย่างอดทน แม้เลขาของปวีร์จะมาบอกเธอว่าให้กลับไปก่อน เพราะปวีร์คงไม่เสร็จธุระง่ายๆ แต่ณิชปฏิเสธ ในห้องทำงานของสารนาถ ไพรุตถามเรื่องข่าวหนังสือพิมพ์อีก ทำให้สารนาถโมโหบอกว่าปวีร์จัดการเรียบร้อยแล้ว นักข่าวชื่อณิชถูกไล่ออกแต่ก็พยายามมาพบเขา ซึ่งสารนาถและปวีร์คิดว่าคงมาขอร้องให้ช่วยเรื่องงาน ซึ่งทั้งสารนาถและปวีร์ไม่ต้องการให้ณิชมาวุ่นวายกับชีวิตของเขาอีก ชื่อของณิชทำให้ไพรุตเอะใจว่าจะเป็นน้องของภรณี

ส่วนปวีร์และเพียงเพ็ญนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นที่รู้กันทั่วไป ทั้งบริษัทฯและแวดวงไฮโซว่าเป็น “แฟน” กัน เพียงเพ็ญรักปวีร์มากและมั่นใจว่าเขาก็รักเธอเช่นกัน แม้ปวีร์จะไม่เคยบอกรักเลย ทั้งคู่คุยกันอยู่นานจนถึงเวลาอาหารกลางวัน ปวีร์จึงชวนเพียงเพ็ญเดินออกมาหาสารนาถเพื่อรับออกไปกินข้าว เพียงเพ็ญคลอเคลียปวีร์ไม่ห่าง เหมือนจะประกาศให้สาวๆ เลขาหน้าห้องรู้ว่าเธอเป็นแฟนของปวีร์ ก่อนถึงห้องสารนาถ ณิชฉวยโอกาสเดินมาหาปวีร์อย่างค่อนข้างจะจู่โจม เธอกลัวว่าจะพลาดโอกาสได้พบเขา การพรวดพราดเข้ามาของณิชทำให้ทั้งคู่ตกใจ ปวีร์โกรธณิชและไล่เธออีกอย่างรุนแรง เพียงเพ็ญมองณิชที่แต่งตัวตามสไตล์ถนัดคือเสื้อเชิ้ตและกางเกงยีนส์อย่างดูถูกว่าเธอเป็น “นักข่าวกระจอก” จริงๆ ปวีร์ยิ่งเสียงดังมากขึ้นเมื่อณิชไม่ยอมไปง่ายๆ เธอพยายามพูดกับปวีร์อย่างใจเย็น และขอให้เขาฟังเธอบ้าง ทว่าปวีร์ไม่ยอมแถมยังสั่งให้ รปภ.มาลากตัวเธอออกไปจากบริษัทฯ อีกต่างหาก การกระทำที่รุนแรงของปวีร์ยิ่งทำให้ณิชเกลียดและอยากเอาชนะมากขึ้นอีก

เย็นนั้นไพรุตแวะมาหาภรณี เมื่อพบณิชเขาพูดดูถูกกึ่งตำหนิในความดื้อและการทำงานที่สะเพร่าของเธอ แถมยังซ้ำเติมว่าการที่เธอถูกไล่ออกจากงานนั้นเหมาะสมแล้ว คำพูดของไพรุตยิ่งทำให้ณิชยิ่งแค้น เธอขยับปากจะตอบโต้เขาบ้าง ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าอึดอัดใจ และแววตาขอร้องของพี่สาว ณิชก็ตัดใจเดินหนีเข้าห้องส่วนตัว เธอไม่อยากให้ภรณีต้องเสียใจหรือมีเรื่องทะเลาะกับไพรุตเพราะเธอ ณิชรู้ว่าภรณีรักไพรุตมาก เวลาผ่านไปปวีร์ดีใจที่ณิชไม่ได้ตามตอแยหรือวุ่นวายกับเขาและบิดาอีก ปวีร์ไม่รู้ว่าณิชนั้นเป็นคนที่ดื้อ มุ่งมั่น และเอาจริงมากแค่ไหน เมื่อตั้งใจจะทำอะไรแล้ว เธอต้องทำให้ได้ ณิชไปสืบจากภัทราจนรู้ว่า สารนาถกับปวีร์ชอบมาออกกำลังที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งทุกวันหยุด ดังนั้นเช้ามืดวันเสาร์ ณิชในชุดกีฬาจึงไปซุ่มรออยู่ที่บริเวณหน้าสวนสาธารณะแห่งนั้น ปวีร์พาสารนาถมาจริงๆ ตอนแรกปวีร์และสารนาถวิ่งเบาๆ ไปด้วยกันสักพักหนึ่ง ปวีร์ก็เร่งความเร็ววิ่งนำหน้าบิดาไปสารนาถนั้นอายุมากแล้ว แม้จะแข็งแรงกว่าคนวัยเดียวกัน แต่ก็สู้ลูกชายไม่ได้ ณิชเดินแกมวิ่งมาห่างๆ เมื่อเห็นว่าปวีร์วิ่งห่างสารนาถไปไกลมากแล้ว ณิชก็วิ่งขึ้นมาคู่กับสารนาถทันที ณิชทักสารนาถอย่างสนใส สารนาถตกใจที่จู้ๆณิชก็วิ่งมาใกล้ เขาหยุดวิ่งและมองเธออย่างรำคาญ ทว่าณิชทำให้เขาแปลกใจมากขั้น เมื่อเธอบอกว่าเธอมาดักรอเขาเพื่อจะขอโทษที่ลงข่าวผิดพลาด ทำให้เขาเสียหาย ณิชไหว้สารนาถอย่างอ่อนโยนและเรียบร้อย ผิดกับท่าทางห้าวและเปรี้ยวที่สารนาถเคยพบ ท่าทางณิชดูจริงใจจนสารนาถเชื่อและยอมให้อภัย เธอก็สบายใจ



ณิชทำท่าจะวิ่งจากไปแต่สารนาถกลับชวนคุยว่าเธอรู้ได้อย่างไร ว่าเขาและปวีร์ชอบมาที่นี่ ณิชยิ้มให้อย่างแจ่มใส ตาเป็นประกาย ก่อนจะบอกว่าอาชีพของเธอคือนักข่าว เรื่องแค่นี้ถ้าทำไม่ได้เธอก็ไม่ควรเป็นนักข่าวอีกต่อไป ณิชเอ่ยปากลาอีกครั้ง ทว่าอะไรบางอย่างในตัวณิชทำให้สารนาถนึกเอ็นดู เขาชวนเธอวิ่งเบาๆต่อไปด้วยกัน ณิชทำตามอย่างดีใจ เธอถือว่านี่คือการยอมรับคำขอโทษและให้อภัยเธออย่างแท้จริง ณิชรักษาจังหวะวิ่งให้พอดีกับสารนาถและคอยชำเลืองดู เผื่อสารนาถจะเหนื่อยเกินไป เธอดูแลเขาเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ส่วนปวีร์เมื่อรู้สึกตัวว่าวิ่งห่างจากบิดามากเกินไป เขาก็วิ่งย้อนกลับมาด้วยความเป็นห่วง ภาพของณิชที่วิ่งคู่อยู่กับสารนาถ ทำให้ ปวีร์โกรธขึ้นมาอีก ในสายตาของเขาแล้วณิชคือตัวป่วน ตัวอันตราย สำหรับเขาและบิดา ปวีร์วิ่งกลับมาหาสารนาถด้วยสีหน้าบึ้งตึง เมื่อถึงตัวสารนาถ ณิชก็ยิ้มยั่วปวีร์อย่างผู้ชนะก่อนจะหันไปลาสารนาถอีกครั้ง พูดยิ้มๆว่าคราวนี้คงต้องไปจริงๆ ก่อนที่ปวีร์จะจับเธอหักเป็นท่อนๆ ณิชวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว ปวีร์ทำท่าจะวิ่งตามไปเอาเรื่องกับเธอ แต่สารนาถกลับห้ามไว้ สารนาถดูอารมณ์ดีจนปวีร์แปลกใจ สารนาถบอกปวีร์ว่าเข้าใจณิชผิดไป จริงๆ แล้วณิชเพียงต้องการขอโทษเท่านั้น เขาชมณิชให้ปวีร์ฟังอีกว่า ณิชเป็นคนที่มุ่งมั่น เอาจริงเอาจัง รับผิดชอบเกินอายุ ปวีร์ฟังอย่างไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ ระหว่างที่ณิชตกงาน เธอจึงมีเวลาไปกราบแม่ชีบ่อยขึ้น แม่ชีจึงชวนณิชไปโรงพยาบาลโรคจิตเพื่อทำบุญ แม่ชีบอกว่าเป็นการทำบุญอีกรูปแบบหนึ่ง และตัวณิชจะได้รู้สึกดีขึ้น เมื่อพบพวกเขา ณิชตามแม่ชีไปอย่างเต็มใจ ระหว่างที่แม่ชีติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ณิชนั่งรออยู่มุมหนึ่ง มองบรรยากาศทั่วๆ ไป ภาพของคนไข้ที่นั่งเหม่อหรือนั่งพูดคนเดียว เหมือนมีโลกส่วนตัวอย่างสนใจ

ณิชนั่งเพลินจนเห็นรถเบนซ์สีขาวที่คุ้นตาแล่นเข้ามาในโรงพยาบาล เธอจำได้ว่าเป็นรถของสารนาถ ณิชหลบไปแอบมองจนเห็นว่าทั้งสารนาถและปวีร์มาด้วยกัน วิญญาณนักข่าวเข้าสิงทันที เธอแอบเดินตามทั้งคู่ไปจนถึงห้องพักของรุ่งทิพย์ สารนาถ ปวีร์ และหมอเข้าไปในห้อง ณิชรีบไปดูชื่อคนไข้อย่างว่องไว เสียงพูดคุยในห้องทำให้ณิชงง เพราะเสียงรุ่งทิพย์ไล่สารนาถอย่างเกรี้ยวกราดเกลียดชัง ขณะที่สารนาถพยายามง้อ เสียงปวีร์ที่เรียกรุ่งทิพย์ว่า “แม่” ทำให้ณิชยิ่งงง รุ่งทิพย์เรียกปวีร์ว่าลูกอย่างสุดรักสุดหวง เธอเขย่งดูตรงช่องประตูอย่างสนใจ เธอจำได้ว่าสารนาถเคยให้สัมภาษณ์ว่าเป็นม่าย ภรรยาตายไปหลายปีแล้ว ก็ถ้าเป็นอย่างนั้นผู้หญิงในห้องนี้เป็นใคร ณิชเขย่งดูอย่างสนใจ จังหวะพอดีที่รุ่งทิพย์เกรี้ยวกราดไล่สารนาถอีก ปวีร์พาสารนาถออกมา ณิชรีบหาทางหลบอย่างตกใจแต่ไม่ทัน ปวีร์และสารนาถเห็นเธอเต็มตา ปวีร์โกรธอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งเห็นกล้องถ่ายรูปและเทปในมือของณิช ปวีร์และสารนาถเข้าใจผิดว่าณิชแอบตามเขามา ปวีร์ก้าวเข้ามาหาณิชอย่างพร้อมจะอาละวาด ณิชจึงแกล้งยกกล้องถ่ายรูปขึ้น เธอกดแฟลชเฉยๆติดๆกัน ปวีร์และสารนาถยกมือปิดหน้าให้ชุลมุนไปหมด ณิชฉวยโอกาสวิ่งหนี แต่ปวีร์ก็ตามจนทัน เขาขอฟิล์มจากเธออย่างคุกคามข่มขู่ ณิชซึ่งเกลียดปวีร์อยู่แล้วก็ยิ่งยั่วและไม่ยอมให้ เธอถูกเขาผลักจนกระเด็นหงายหลังก้นกระแทกอย่างแรง ณิชเจ็บร้าวไปทั้งหลัง แต่ก็กัดฟันลุกขึ้นโวยวายเมื่อเห็นปวีร์เปิดกล้องกระชากม้วนฟิล์มและดึงออกมาอย่างสะใจ ก่อนจะโยนกล้องถ่ายรูปคืนให้เธอ ณิชโกรธจนอยากจะฆ่าปวีร์ให้ตายคามือ เธอแค้นมากและหาทางแก้แค้นปวีร์ อย่างชนิดที่ปวีร์ต้องจำไปจนตาย



รุ่งขึ้นณิชไปขอพบปวีร์ เมื่อเลขาทำท่าจะไม่ให้พบ เธอก็บอกเลขาให้ไปบอกปวีร์ว่าถ้าไม่ยอมพบเธอในวันนี้ “ตระกูลพิเศษพงศ์” ได้ดังทั้งเมืองแน่ ณิชเตรียมปะทะกับปวีร์ คำขู่ของเธอได้ผล ปวีร์ยอมให้เธอพบเขา เมื่อพบกันปวีร์ขอซื้อข่าวเรื่องมารดาทันที แต่ณิช กลับยั่วยอกย้อน บอกว่าเธอยังไม่ได้คิดจะเขียนตอนนี้ แต่ที่มาก็เพื่อค่าชดใช้สำหรับฟิล์ม ปวีร์กัดฟันเปิดกระเป๋าหยิบเงินโยนให้เธอประมาณ 500 บาท แต่ณิชไม่ยอมเธอต้องการ 5,000 บาท ปวีร์กัดฟันหยิบให้และพยายามรวบรัดว่า 5,000.- นี้เป็นค่าข่าว ทว่าณิชไม่ยอมรับปาก เธอยั่วโมโหจนปวีร์แทบคลั่ง ณิชไปกราบแม่ชีอย่างอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เธอส่งเงิน 5,000.- ให้แม่ชีและบอกว่าเป็นเงินบริจาคซ่อมหลังคาอุโบสถ ณิชขอให้แม่ชีออกใบอนุโมทนาบัตรในนามของ “ปวีร์ พิเศษพงศ์”

เรื่องที่ณิชบังเอิญพบกับสารนาถและปวีร์ที่โรงพยาบาลโรคจิต กลายเป็นเรื่องใหญ่อย่างไม่น่าเป็นไปได้ สารนาถกลัวว่าณิชจะทำข่าว จึงบอกไพรุตซึ่งเคยหลุดปากบอกเขาว่ารู้จักณิช ให้ไปขอร้องณิชว่าอย่าทำข่าวเรื่องนี้ ไพรุตไปขู่ภรณี เรื่องจึงวนกลับมาหาแม่ชีสุดาอีกจนได้ แม่ชีให้ณิชมาพบและพาเธอไปพบกับรุ่งทิพย์ ทั้งที่คราวก่อนณิชยังไม่มีโอกาสพบกับรุ่งทิพย์ด้วยซ้ำไป สภาพของรุ่งทิพย์ทำให้ณิชอึ้นด้วยความสงสารจับใจ แม่ชีปล่อยให้ณิชคุยกับรุ่งทิพย์ตามลำพัง ด้วยความอ่อนโยนและมีเมตตาอยู่ในใจอยู่แล้ว ณิชจึงคุยกับรุ่งทิพย์อย่างอ่อนโยน อบอุ่น เธอหาเรื่องสนุกๆ มาคุยให้รุ่งทิพย์ฟัง จนรุ่งทิพย์ติดใจ อารมณ์แจ่มใสเป็นพิเศษ รุ่งทิพย์บอกให้ณิช มาหาเธอบ่อยๆ ระหว่างนั่งรถกลับวัดกับแม่ชี ณิชเงียบขรึมอย่างผิดปกติ เมื่อถึงวัดณิชบอกแม่ชีว่าเธอสงสารรุ่งทิพย์มาก และจะไม่ทำข่าวเรื่องรุ่งทิพย์เด็ดขาด การที่ได้คุยกับรุ่งทิพย์ทำให้ณิชเกลียด สารนาถและปวีร์มากขึ้นไปอีก เมื่อรุ่งทิพย์เล่าให้เธอฟังว่า 2 พ่อลูกไม่ค่อยจะมาเยี่ยมเธอ ณิชเข้าใจดีว่ารุ่งทิพย์ขาดความรัก ความอบอุ่นทางใจมาก โดยเฉพาะจากสามีและลูกชาย เวลาผ่านไปณิชไปเยี่ยมรุ่งทิพย์แทบทุกอาทิตย์ ความช่างคุยและอ่อนโยนของณิช ทำให้อาการของรุ่งทิพย์ดีขึ้นเรื่อยๆ จนเรียกได้ว่าสามารถกลับไปอยู่บ้านได้ สารนาถและปวีร์รู้ข่าวจากหมอที่รักษารุ่งทิพย์อย่างดีใจ ทว่าเมื่อสารนาถและปวีร์ไปรับเข้าจริงๆ รุ่งทิพย์กลับไม่ยอมกลับบ้าน ณิชแวะไปเยี่ยมตามปกติพร้อมหนังสือธรรมะจากแม่ชี ณิชชะงักเมื่อเห็นสารนาถและปวีร์อยู่ในห้อง ณิชกำลังจะหลบทว่ารุ่งทิพย์เห็นเสียก่อน เธอเรียกณิชมาหาอย่างคุ้นเคยและดีใจ ปวีร์ตะลึงมองภาพรุ่งทิพย์กอดณิชด้วยความรักและเอ็นดู เขานึกว่าฝันไป เพราะณิชเองก็ดูอ่อนโยนกับรุ่งทิพย์ ราวกับเป็นคนละคนกับนักข่าวสาวห้าว จอมบู๊ จอมกวนที่เขารู้จัก ตกลงวันนั้นรุ่งทิพย์ไม่ยอมออกจากโรงพยาบาล เธอคงยืนยันว่าเกลียดสารนาถ คำพูดของรุ่งทิพย์ทำร้ายจิตใจของสารนาถมาก เขารู้สึกผิดและอยากรับรุ่งทิพย์กลับมาอยู่บ้าน สารนาถให้ปวีร์ขอร้องให้ณิชช่วย ปวีร์ฝืนใจทำตามคำขอของบิดา ทว่าณิชปฏิเสธ ไม่ใช่เพราะเล่นตัว เธออยากให้สารนาถและปวีร์พิสูจน์ความรัก ความจริงใจให้รุ่งทิพย์รู้ด้วยตัวเองมากกว่า ทว่าปวีร์ไม่เข้าใจ ทั้งคู่ทะเลาะกันอีกจนได้ ทั้งที่ปวีร์อุตส่าห์เลือกสถานที่ในการคุยธุระสำคัญเป็นร้านอาหารหรู บรรยากาศดี ตัวณิชเองก็แต่งตัวสวยน่ารัก ดูเผินๆทั้งคู่เป็นหนุ่มสาวคู่รักที่เหมาะสมกันมาก ปวีร์โชคไม่ดีที่เบญจรัตน์บังเอิญมาพบเข้า เธอเข้าใจผิดปวีร์ อยากรู้อยากเห็น ณิชจึงแกล้งทำยั่วประสาทด้วยการทำสวีทกับปวีร์เป็นพิเศษ เธอปรามปวีร์ด้วยสายตาว่าถ้าเขาขัดคอเธอ เรื่องของรุ่งทิพย์เป็นอันจบกัน ปวีร์แทบคลั่งเพราะรู้ว่าเบญจรัตน์ต้องบอกเพียงเพ็ญแน่ๆ



วันรุ่งขึ้นเพียงเพ็ญมาพบปวีร์และเลียบเคียงถามเรื่องณิชกับปวีร์ เขาปฏิเสธและบอกเพียงว่าเขามีธุระสำคัญจะพูดกับณิชเท่านั้น เมื่อณิชไม่ยอมตกลงกับปวีร์ สารนาถจึงมาดักพบณิชเองที่บ้าน เขาขอร้องให้เธอช่วย และยอมรับว่าที่ผ่านมาเป็นความผิดของเขา แต่เขาก็เลิกหมดเมื่อรุ่งทิพย์ป่วย ณิชอ่อนยอมช่วยพูดกับรุ่งทิพย์ แต่เธอไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จ สารนาถดีใจมากเขามั่นใจว่าณิชทำได้ เมื่อณิชไปพบรุ่งทิพย์ ชวนคุยและชวนเธอกลับบ้าน รุ่งทิพย์ไม่ยอมท่าเดียว จนณิชเกิดความคิดใหม่ชวนรุ่งทิพย์ไปอยู่บ้านเธอ รุ่งทิพย์ตกลงทันที ณิชคิดว่าทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป เธอวางแผนให้สารนาถและปวีร์มาเยี่ยมรุ่งทิพย์บ่อยๆ สักวันหนึ่งรุ่งทิพย์คงยอมกลับ “บ้านพิเศษพงศ์” ณิชติดต่อบอกสารนาถ เขายอมรับตามข้อตกลง การที่รุ่งทิพย์ยอมออกจากโรงพยาบาลสารนาถก็พอใจแล้ว การเข้ามาอยู่ร่วมบ้านกับณิชทำให้ณิชบอกให้สานาถขออนุญาติ ไพรุตก่อน สารนาถจึงรู้ว่าภรณีพี่สาวของณิชเป็นเมียน้อยของไพรุต

ในวันที่สารนาถและปวีร์ไปรับรุ่งทิพย์นั้นณิชไปด้วย ปวีร์มองภาพณิชกับรุ่งทิพย์อย่างไม่เข้าใจ ว่าทำไมมารดาจึงติดใจอะไรณิชนักหนา ปวีร์เข้าใจว่าณิชประจบประแจงเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ภรณีเกร็งเล็กน้อยเพราะรู้ว่ารุ่งทิพย์เกลียดผู้หญิงที่เป็น “เมียน้อย” มาก ณิชพยายามทำทุกอย่างให้เป็นปกติ เธอคอยปลอบภรณีให้เป็นตัวของตัวเอง ณิชมั่นใจว่าความอ่อนโยน อ่อนหวานของภรณีต้องชนะใจรุ่งทิพย์ได้ ส่วนรุ่งทิพย์พอใจและมีความสุขมาก เธอเข้ากับภรณีได้ดี ถึงแม้ได้รู้ความจริงในวันหนึ่งโดยบังเอิญ ปวีร์และสารนาถเครียดเพราะกลัวว่ารุ่งทิพย์จะช็อค ปวีร์ขู่ณิชว่าถ้ารุ่งทิพย์เป็นอะไรไปเธอต้องรับผิดชอบ ณิชเองก็ใจสั่น ลุ้นว่ารุ่งทิพย์จะรับสถานการณ์ได้หรือไม่ ทว่ารุ่งทิพย์กลับปรับตัวได้อย่างไม่น่าเชื่อ เธอยอมรับและเข้าใจภรณีเพราะความดีของ 2 พี่น้อง ความน่ารักของภรณีและณิชที่ดูแลเธออย่างดี ทำให้รุ่งทิพย์เกลียดภรณีไม่ลง ตรงกันข้ามเธอกลับสงสารและเห็นใจภรณีด้วยซ้ำไป ณิชยังคงสนุกกับงานและกลับมาดูแลรุ่งทิพย์ทุกเย็น ถ้าปวีร์และสารนาถมาเธอจะหลบให้พ่อ-แม่-ลูก ได้อยู่ด้วยกัน



เพียงเพ็ญรับรู้เรื่องรุ่งทิพย์ไปอยู่กับณิชอย่างร้อนใจ เธอไม่ต้องการให้ปวีร์และณิชใกล้ชิดกัน เพียงเพ็ญพยายามให้ปวีร์พาไปหารุ่งทิพย์ แต่ปวีร์เกรงใจไพรุตจึงไม่ยอมพาไป ส่วนวรกานต์ก็ติดบ่อนมากขึ้น เพียงเพ็ญพยายามให้มารดาเลิก วรกานต์กลับมีเงื่อนไขว่าไพรุตเลิกกับเมียน้อยได้เมื่อไหร่เธอก็จะเลิกเล่นไพ่ วันหนึ่งเธอไปเล่นการพนันตามปกติ เป็นวันที่เธอไม่มีโชคเลย วรกานต์เสียเงินจนหมด ทว่ายังไม่ยอมกลับบ้าน เธอวนเวียนดูการเล่นการพนันประเภทต่างๆ อย่างมันมือและอยากเล่น ถ้ามีเงินวรกานต์คงไม่ยอมพลาด เสียงเฮฮาจากวงไพ่วงหนึ่งทำให้วรกานต์สนใจ เธอเดินเข้าไปดูและตกใจเมื่อพบวศินนั่งเล่นไพ่อย่างสนุกสนาน ชิพตรงหน้าของเขากองโต วศินกำลังมือขึ้น เขาเล่นชนะทุกตาจนวงไพ่ต้องเลิกเพราะเขาเสียไพ่จนหมด วรกานต์มองวศินอย่างไม่เชื่อตา เธอพบวศินหลายครั้ง เธอจำได้ว่าเขามีบุคลิกที่สุภาพ เนี้ยบ พูดจาเรียบร้อย ขยันทำงานซึ่งต่างจากตรงนี้ราวกับคนละคน ในบ่อนวศินคือนักพนันชั้นเซียนเลยทีเดียว วศินเก็บชิพบนโต้เพื่อไปแลกเงิน เขามีความสุขมากคืนนี้ แต่เมื่อหันกลับมาวศินก็พบวรกานต์ยืนมองอยู่ เธออยู่ใกล้เขามากจนวศินหลบไม่พ้น วรกานต์เป็นฝ่ายทักวศินก่อน ทั้งคู่คุยกันเล็กน้อยและเหมือนจะรู้ดีว่าเรื่องการพนันในบ่อนนั้นเป็นเรื่องที่ต้องเก็บเป็นความลับ

ส่วนเพียงเพ็ญรุ่มร้อนเมื่อปวีร์ไม่ยอมพาเธอไปพบรุ่งทิพย์ ยิ่งมีแรงยุจากเบญจรัตน์ก็ทำให้เพียงเพ็ญคิดมาก เธอแอบขับรถตามปวีร์และสารนาถไปในวันหนึ่งจนรู้ที่อยู่ของรุ่งทิพย์ ทว่าก่อนกลับเธอเห็นไพรุตบิดาของเธอมาที่บ้านนี้ด้วย เพียงเพ็ญอึ้งเมื่อเห็นภรณีเดินออกมารับไพรุต และไพรุตเดินโอบภรณีเข้าบ้านไปด้วยกัน เพียงเพ็ญขับรถกลับบ้านอย่างสับสน บิดาของเธอรู้เห็นเป็นใจกับณิชและปวีร์ด้วยหรืออย่างไร ท่าทางของไพรุตกับภรณีชัดเจนว่าภรณีนี่เองคือเมียอีกคนของบิดา คืนนั้นเพียงเพ็ญนั่งรอไพรุตอย่าง อดทนจนดึก เพียงเพ็ญถามบิดาอย่างจริงจัง จนไพรุตต้องยอมรับว่าภรณีคือเมียของเขาอีกคนจริงๆ เพียงเพ็ญนึกสงสารวรกานต์ เพราะเมื่อเทียบกันแล้วภรณีได้เปรียบในทุกกรณี เพียงเพ็ญรับปากไพรุตว่าจะไม่บอกวรกานต์เรื่องที่อยู่ของภรณี



วันรุ่งขึ้นเพียงเพ็ญขับรถไปบ้านของภรณีเพื่อพบกับรุ่งทิพย์นั่นเอง ภรณีตกใจเมื่อเห็นเพียงเพ็ญ ถึงไม่เคยพบกันมาก่อนแต่ไพรุตก็มักจะเอารูปของเพียงเพ็ญและวรกานต์มาให้เธอดู เธอรู้ว่าไพรุตรักและปลื้มในตัวเพียงเพ็ญมาก ภรณีต้อนรับเพียงเพ็ญอย่างอ่อนหวานตามนิสัย ส่วนเพียงเพ็ญมีท่าทีดูถูกเมื่อเข้าไปในบ้าน เห็นการตกแต่งบ้านอย่างเรียบง่าย มีรสนิยม เธอก็ยิ่งหมั่นไส้ เธอวางอำนาจกับภรณี พูดจาข่มขู่ เหน็บแนม เสียงดัง โดยไม่รู้ว่ารุ่งทิพย์เดินลงมาจากห้องพักและได้ยินทุกคำ รุ่งทิพย์สงสารภรณีที่โดนต่อว่าอย่างรุนแรง จึงเข้ามาช่วย ส่วนเพียงเพ็ญเมื่อเห็นรุ่งทิพย์ก็มีท่าทางเปลี่ยนไปราวกับคนละคน เธอปรับท่าทีเป็นกุลสตรีผู้เรียบร้อยอ่อนหวาน และแนะนำตัวว่าเป็นใคร เธอบอกรุ่งทิพย์ว่าเธอเป็น “แฟน” ของปวีร์ เพียงเพ็ญเงียบกริบเมื่อรุ่งทิพย์พูดเรียบๆ ว่าปวีร์ไม่เคยบอกเธอว่ามีแฟนแล้ว และไม่เคยพูดถึงชื่อเพียงเพ็ญเลยสักคำ ท่าที่ห่างเหินมึนตึงของรุ่งทิพย์ทำให้เพียงเพ็ญไม่กล้าเข้ามาใกล้ชิดประจ๋อประแจ๋ด้วย รุ่งทิพย์แสดงให้เห็นชัดเจนว่าไม่ต้องการพบเธออีก เมื่อเพียงเพ็ญกลับไปแล้ว รุ่งทิพย์เกิดความคิดใหม่ขึ้นมาทันที เธอบอกภรณีว่าเธอต้องการให้ณิชแต่งงานกับปวีร์ และที่บอกภรณีก็เพราะเห็นว่าภรณีเป็นพี่สาว ภรณีอึดอัดใจมาก เธอรู้ดีว่าเรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน ไพรุตรักลูกสาวมากคงไม่อยากเห็นลูกสาวผิดหวังแน่นอน และยังณิชอีกซึ่งประกาศตัวเป็นศัตรูกับปวีร์อย่างชัดเจน ณิชคงไม่ยอมแน่ ทว่ารุ่งทิพย์ยืนยันว่าเธอสามารถจัดการทุกอย่างได้เรียบร้อยแน่นอน

เย็นวันนั้นณิชอยู่เวรที่โรงพิมพ์ จึงไม่รู้ว่ารุ่งทิพย์โทรศัพท์ตามปวีร์และสารนาถมาพบด่วน เมื่อพบกันรุ่งทิพย์ถามสารนาถว่าต้องการให้เธอกลับไปอยู่ “บ้านพิเศษพงศ์” หรือไม่ สารนาถตอบรับอย่างดีใจ ปวีร์เองก็ดีใจที่มารดาจะได้ออกจากบ้านนี้เสียที รุ่งทิพย์จึงบอกทั้งคู่อย่างเฉียบขาดว่าเธอจะยอมกลับบ้านก็ต่อเมื่อปวีร์แต่งงานกับณิช ปวีร์โวยวายแต่รุ่งทิพย์ไม่ฟัง ปวีร์บอกว่าเขามีแฟนแล้วชื่อเพียงเพ็ญ เขากำลังจะพาเธอมาพบกับรุ่งทิพย์ รุ่งทิพย์กลับบอกว่าวันนี้เพียงเพ็ญมาที่นี่ เธอพบเพียงเพ็ญแล้วและไม่พอใจหญิงสาวมาก รุ่งทิพย์พูดอย่างมั่นใจว่าเพียงเพ็ญนั้นน้ำนิ่งไหลลึก ดูอ่อนหวานแต่ร้ายกาจ เธอชอบณิชมากกว่าที่ใสซื่อและตรงไปตรงมา ที่สำคัญคือมีความจริงใจถ้าปวีร์ไม่ยอมเธอก็ไม่ยอมกลับเช่นกัน และจะไปอยู่กับแม่ชีหรือกลับเข้าโรงพยาบาลอีกครั้งแทน ระหว่างทางกลับบ้านปวีร์มึนอีกรอบ เมื่อสารนาถขอร้องให้ตามใจรุ่งทิพย์



ดังนั้นเมื่อส่งสารนาถแล้ว ปวีร์จึงนัดเพียงเพ็ญออกมาเที่ยวเพื่อคลายเครียด เขาดื่มมากจนเพียงเพ็ญแปลกใจ เพราะปวีร์ไม่เคยดื่มจัดอย่างนี้ แต่แล้วปวีร์ก็แทบหายเมาเมื่อวศินโทรมาตามว่าสารนาถช็อคและอยู่ห้อง I.C.U. ปวีร์รีบตามไปโรงพยาบาลทันที เพียงเพ็ญขอตามไปด้วยแต่เขาไม่ยอม เมื่อถึงโรงพยาบาลปวีร์รู้ว่าบิดาเป็นโรคหัวใจมานานแล้ว อาการค่อนข้างรุนแรง สารนาถอยากพบรุ่งทิพย์ ปวีร์ลังเลแต่ก็ยอมขับรถมาหามารดา เขาพบณิชและบอกณิชสั้นๆ ว่าสารนาถเป็นอะไรและอยากพบรุ่งทิพย์มาก เขาไม่กล้าบอกมารดากลัวเธอตกใจ ณิชรับปากจะจัดการให้ หญิงสาวค่อยๆบอกรุ่งทิพย์อย่างอ่อนโยน อ่อนหวาน แต่ก็พร้อมรับสถานการณ์หากรุ่งทิพย์เป็นอะไรไป ปวีร์กับณิชตกใจเมื่อรุ่งทิพย์ร้องไห้ เมื่อถึงเวลานี้เธอรู้ตัวแล้วว่ายังรักและผูกพันกับสารนาถอยู่มาก รุ่งทิพย์เร่งให้ปวีร์พาเธอไปโรงพยาบาล เธอชวนณิชไปด้วย เมื่อถึงโรงพยาบาลณิชรออยู่หน้าห้อง I.C.U. ปล่อยให้ปวีร์พารุ่งทิพย์ไปเยี่ยมสารนาถ ปวีร์อยากจะบ้าตายเมื่อทั้งพ่อและแม่ขอร้องแกมบังคับให้เขาแต่งงานกับณิช ปวีร์มาอาละวาดกับณิชว่าเธอใช้มารยาล่อหลอกให้มารดาหลงไหล เพื่อหวังเป็นสะใภ้เศรษฐี เขาดูถูกเธอมากจนณิชหมดความอดทน

ส่วนเพียงเพ็ญรู้เรื่องปวีร์กับณิชอย่างโกรธจัด ดังนั้นก่อนงานแต่งงานเธอจึงให้เบญจรัตน์ลงข่าวว่ารุ่งทิพย์ป่วยเป็นโรคจิตมาก่อน และโทษว่าเป็นฝีมือของณิช ปวีร์โกรธแทบจะฆ่าณิชได้และไม่ฟังคำอธิบายใดๆทั้งสิ้น ขณะที่รุ่งทิพย์และสารนาถไม่เชื่อ เหตุการณ์บีบคั้นจนณิชต้องตอบแต่งงานกับปวีร์ เพียงเพ็ญตามไปอาละวาดณิชในวันต่อมา เท่านั้นยังไม่พอ ไพรุตยังมาอาละวาดกับภรณีอีก ณิชโกรธจนถึงที่สุด เมื่อทั้งปวีร์ เพียงเพ็ญ ไพรุต ดูถูกเธอและทำร้ายจิตใจพี่สาวที่รัก ณิชจึงตอบโต้ด้วยการตอบรุ่งทิพย์และสารนาถว่าเธอยอมแต่งงานกับปวีร์ รุ่งทิพย์ดีใจมาก เธอยอมกลับ “บ้านพิเศษพงศ์” เตรียมห้องหอให้ลูกชายและลูกสะใภ้คนโปรดอย่างมีความสุข สารนาถเองก็อาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อภรรยาที่รักกลับมาบ้าน คนที่ทุกข์ที่สุดคือปวีร์ ส่วนเพียงเพ็ญเสียใจอาละวาดฟูมฟายจนไพรุตทนไม่ได้ เขากลับมาบังคับให้ภรณีไปบังคับณิชให้เลิกล้มเรื่องแต่งงาน ยิ่งถูกบีบณิชก็ยิ่งสู้ เธอรั้นจะแต่งงานกับปวีร์ต่อไป



ในคืนก่อนวันแต่งงาน เพียงเพ็ญใช้มารยาดึงปวีร์ไว้จนดึก เธอให้เขาดื่มจนเมาและคืนนั้นปวีร์ก็อยู่กับเพียงเพ็ญทั้งคืน ปวีร์ได้เพียงเพ็ญเป็นเมียเพราะความเมา เช้ารุ่งขึ้นงานหมั้นต้องล้มเลิกเพราะเจ้าบ่าวหายตัวไป ณิชแก้สถานการณ์อย่างใจเย็น เมื่อถึงงานเลี้ยงตอนค่ำ ณิชสวยงามสง่าผิดตาในชุดเจ้าสาว พลางลุ้นระทึกว่าปวีร์จะมาหรือไม่ เธอยิ้มอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อเพียงเพ็ญเดินกอดแขนปวีร์มาส่งให้ที่ห้องพักของคู่บ่าว-สาวเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ เพียงเพ็ญหวังจะทำให้ณิชเจ็บปวด แต่กลับถูกย้อนกลับอย่างรุนแรงแทน หลังการแต่งงานเพียงเพ็ญพยายามประกาศตัวเป็นเจ้าของปวีร์จนณิชโมโห แต่ไม่ร้านเท่าไพรุตไล่ภรณีออกจากบ้านและทอดทิ้งให้ภรณีอยู่คนเดียว ณิชจึงตอบโต้ด้วยการชวนปวีร์ไปฮันนีมูนที่สวิต ต่อหน้ารุ่งทิพย์และสารนาถ ซึ่งทั้งคู่พอใจมากจัดการเตรียมการให้ทุกอย่าง เพียงเพ็ญแทบคลั่งเมื่อรู้ว่าปวีร์ต้องไปฮันนีมูน เมื่อถึงสวิตณิชแปลกใจที่ปวีร์พาเธอไปพักที่กระท่อมน่ารักในป่า ท่ามกลางบรรยากาศสวยงาม ทั้งคู่อยู่ด้วยกันอย่างเพื่อน เริ่มเข้าใจและเห็นความดี ความน่ารักของอีกฝ่ายจนณิชยอมเป็นเมียของปวีร์ ความสุขหมดไปเมื่อเพียงเพ็ญตามมา ปวีร์ต้องพาเพียงเพ็ญไปพักโรงแรมในเมือง เมื่อกลับมาที่พักณิชก็งอนและเริ่มทะเลาะกันอีก

คืนหนึ่งปวีร์เมากลับมาจากการไปดินเนอร์กับเพียงเพ็ญ เขาโดนเพียงเพ็ญยุหลายเรื่องรวมทั้งเรื่องข่าวของรุ่งทิพย์ ปวีร์เชื่อเพียงเพ็ญทุกอย่าง ณิชเสียใจและเจ็บปวดมาก เธอบอกปวีร์ว่าจะกลับเมืองไทย ปวีร์จึงต้องกลับมาด้วย เหตุการณ์รุนแรงมากขึ้นเมื่อภรณีท้อง แต่ไพรุตให้ไปทำแท้ง ระหว่างนั้นสารนาถให้ณิชไปช่วยวศินและปวีร์ทำงาน ณิชทำงานอย่างตั้งใจจนพบว่าวศินทุจริตเรื่องเงิน เธอตามสืบจนรู้ว่าเขาเล่นการพนัน จึงต้องยักยอกเงินบริษัทฯ ณิชเตือนปวีร์เรื่องวศิน แต่ปวีร์ไม่เชื่อกลับหาว่าเธอคิดจะฮุบทรัพย์สินเงินทอง ณิชได้แต่อดทน เธอไปพบภรณีจึงรู้ว่าภรณีท้องและไพรุตบีบบังคับให้ทำแท้ง แถมยังไล่ออกจากบ้าน ณิชตามไปอาละวาดไพรุตขณะที่ตัวเองก็เริ่มผิดปกติว่าจะท้อง ณิชแพ้ท้องมากขึ้นจนรุ่งทิพย์สงสัย ณิชแอบไปตรวจและรู้ว่าท้องจริงๆ แต่เธอไม่บอกปวีร์



ส่วนเพียงเพ็ญเมื่อใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ณิชเลิกกับปวีร์ ถึงขนาดเอาเงินล่อณิชก็ไม่ยอม เพียงเพ็ญขาดสติพาวรกานต์ไปอาละวาดกับภรณี ชุลมุนกันจนภรณีพลาดตกบันไดมา เธอแท้งลูก ณิชโกรธจัดมากเธอจะเอาเรื่องสองแม่ลูกให้ถึงที่สุด แต่ภรณีห้ามไว้ วรกานต์และเพียงเพ็ญเองก็ตกใจและสำนึกผิด ทว่าทุกอย่างสายเกินไป ส่วนวศินถูกณิชจับได้ว่าแอบขนของหนีภาษี ณิชขอให้วศินไปสารภาพกับสารนาถเอง ก่อนที่เบญจรัตน์จะทำข่าวและนำตำรวจมาจับ วศินทำตามณิช ปวีร์จึงได้รู้ว่าณิชเป็นคนดี ภรณีนั้นเมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้วเธอก็บวชชีและอยู่กับแม่ชีสุดา ไม่ใยดีทางโลกอีกต่อไป เธอบอกปวีร์ว่าณิชท้อง ขณะที่ณิชเจ็บปวดกับเรื่องที่ผ่านมาของ ปวีร์และเพียงเพ็ญ เธอจึงขอหย่ากับปวีร์ ส่วนปวีร์เมื่อรู้ว่าณิชจะมีลูกเขาดีใจมากและเริ่มได้คิดทบทวนเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด และก็รู้ว่าเขาและเพียงเพ็ญทำร้ายจิตใจณิชมามากเหลือเกิน ระหว่างณิชกับเพียงเพ็ญ ณิชคือคนที่หวังดีและจริงใจกับครอบครัวเขามากที่สุด ปวีร์ไม่ยอมหย่าเมื่อณิชทำฤทธิ์มากเข้าเขากลับเอ็นดู และยอมรับว่าเขารักเธอ ณิชเงียบไปเพราะตัวเองรู้อยู่แก่ใจนานแล้ว ว่าเธอรักเขามากเช่นกัน ทุกอย่างจึงลงเอยด้วยดี


นักแสดง


ธนา สุทธิกมล รับบท ปวีร์
อุษามณี ไวทยานนท์ รับบท ณิช
อินทิรา เกตุวรสุนทร รับบท เพียงเพ็ญ
ภารดี อยู่ผาสุก รับบท ภรณี
จารุณี สุขสวัสดิ์ รับบท รุ่งทิพย์
เกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท สารนาท
ทะนงศักดิ์ ศุภการ รับบท ไพรุต
ภัสสร บุญยเกียรติ รับบท วรกานต์
ฯลฯ




 

Create Date : 06 เมษายน 2551    
Last Update : 6 เมษายน 2551 17:31:06 น.
Counter : 1049 Pageviews.  

เลือดขัตติยา



เรื่องย่อ


ยโสธร ประเทศเล็ก ๆ ในหุบเขาแถบเอเชียกลาง ประชาชนอยู่อย่างสงบสุขภายใต้การปกครองของเจ้าหลวงและองค์ราชินี โดยมีมกุฎราชกุมารที่อ่อนโยนอย่าง สิทธิประวัติ เจ้าหญิงรัชทายาทอันดับสองอย่างแขไขจรัส และเจ้าหญิงองค์น้อยสุด ทิพยรัตน์ดารากุมารี ธิดาของเจ้าหลวงองค์ก่อน หากแต่เมื่อพระบิดาสิ้นพระชนม์ และพระเจ้าอาขึ้นครองบัลลังก์แทน ดารากุมารีต้องย้ายจากวังหลวงมาพำนักที่ตำหนักหลังเล็กกับพระมารดา พระองค์หญิงภาณุประภัส ผู้ซึ่งพยายามเคี่ยวเข็ญอบรมพระธิดาอย่างที่สุด โดยแอบหวังว่าสักวันดารากุมารีจะได้ครองมงกุฎราชินีแห่งยโสธร

แต่ความหวังของภาณุประภัสต้องพบอุปสรรค เพราะแขไขจรัสก็หวังตำแหน่งนี้เช่นกัน นันทวดี ก็ส่งเสริมลูกสาวเต็มที่ หากแต่สิทธิประวัติกลับเบื่อนิสัยเรื่องมากจุกจิกของเธอ และกลับมาชื่นชมความเฉลียวฉลาดเข้มแข็งเกินเด็กของดารากุมารีแทน และตัวสิทธิประวัติก็ต้องพึ่งพาเจ้าหญิงองค์น้อยอยู่เสมอในเรื่องของการเรียน ดารากุมารีจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของสิทธิประวัติ โดยที่มกุฎราชกุมารหนุ่มไม่รู้สึกตัว ดารากุมารีเบื่อหน่ายชีวิตในวัง จึงแอบหนีไปเที่ยวที่เกาะกลางทะเลสาบตามลำพัง และที่นี่เองทำให้ได้พบกับอโณทัย เด็กหนุ่มผู้เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวทั้งคู่ถูกชะตา และกลายเป็นเพื่อนสนิทที่รู้ใจกันอย่างรวดเร็ว โดยอโณทัยรู้แต่ว่าเธอชื่อ ดารา



เพื่อหวังให้ลูกชนะแขไขจรัส ภาณุประภัสขอให้อินทร นักวิชาการผู้รอบรู้มาเป็นพระครูสอนการปกครองให้ดารากุมารี แต่เธอทำฤทธิ์เดชเพราะไม่ต้องการเรียนวิชานี้ แต่อินทรใช้ความใจเย็น จนเจ้าหญิงยอมเป็นลูกศิษย์ที่ดี และรับการถ่ายทอดวิชาจากเขาไปได้เต็มที่ โดยไม่รู้สึกพระองค์เลย ทางนันทวดีก็ไม่น้อยหน้าขอให้ วิกรม มาช่วยสอนแขไขจรัส วิกรมอยากเอาชนะอินทรมานาน จึงยอมรับสอน และกลายเป็นที่ปรึกษาของนันทวดี

อโณทัยได้เรียนทหาอย่างที่ตั้งใจไว้ ดารากุมารีดีใจมากที่เพื่อนรักได้เป็นทหาร อโณทัยแต่งตั้งเธอให้เป็นพลทหารลูกน้องเขา แต่ดาราบอกว่าเธอจะเป็นราชินีปกครองทหารต่างหาก อโณทัยจึงสัญญาตาประสาเด็กหนุ่มว่าวันใดที่เธอได้เป็นราชินี เขาจะเป็นผู้คุ้มครองราชบัลลังก์ให้



ในวันที่อายุครบยี่สิบ ดารากุมารีได้รับการสถาปนาเป็นรัชทายาทอันดับสาม อโณทัยมาร่วมงานด้วยในฐานะทหารรักษาพระองค์จึงได้รู้ว่าความจริง สาวน้อย ดารา ที่เขาหลงรักนั้นแท้จริงเป็นเจ้าหญิงน้อยแห่งยโสธร ชายหนุ่มจึงทำตัวเหินห่าง ดารากุมารีพยายามง้อต่าง ๆ นา ๆ จนทำให้อโณทัยรู้ว่เธอเป็นแค่ดาราของเขาเสมอ อโณทัยจึงมุ่งมั่นที่จะเอาดี และก้าวหน้าในการงานให้ได้ เพื่อหวังจะได้มียศศักดิ์คู่ควรกับเจ้าฟ้าหญิงทิพยรัตน์ดารากุมารี

สิทธิประวัติเมื่อได้เห็นดารากุมารีในชุดเต็มยศก็ตกตะลึง และพึ่งรู้องค์ว่าที่แท้แอบหลงรักญาติผู้น้องมาตลอด และรู้องค์เองว่าไม่อาจแต่งงานกับผู้หญิงอย่างแขไขจรัสได้ ด้วยความอ่อนแอของสิทธิประวัติ เมื่อได้พบอโณทัย มกุฎราชกุมารจึงชื่นชมในความเข้มแข็งของเขา ทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนรัก อโณทัยได้เลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว จนได้เป็นผู้บัญชาการทหารมหาดเล็ก และเป็นที่ปรึกษาของสิทธิประวัติ ดารากุมารีดีใจในความก้าวหน้าของชายที่รักมาก ส่วนตัวเธอก็พยายามที่จะดำรงตัวเป็นแค่เจ้าหญิงน้อย เพื่อหวังว่าจะให้อโณทัยจะได้เอื้อมถึง



ในหมู่ประเทศใกล้เคียงกับยโสธรคิดรวมตัวเป็นสมาพันธรัฐ เขมรัฐคิดเป็นผู้นำสมาพันธ์ แต่ติดที่ยโสธรซึ่งเป็นประเทศที่ทุกฝ่ายเกรงใจ ไชยันต์ เจ้าชายแห่งเขมรัฐหวังจะครอบงำยโสธรด้วยการแต่งงานกับเจ้าหญิงรัชทายาท ไชยันต์จึงเดินทางมายโสธร เมื่อได้พบดารากุมารี ไชยันต์หลงรักในความงามและความฉลาดของเธอทันที แขไขจรัสเองสนใจในมงกุฎราชกุมารแห่งเขมรัฐ พยายามจะโชว์ตัวเองทุกรูปแบบ แต่ไช่ยันต์กลับเบื่อหน่ายแทนที่จะชื่นชม และทุกคนที่ยโสธรรู้ว่าการมาของไชยันต์ครั้งนี้เพื่อจะเลือกเจ้าสาวระหว่างแขไขจรัสกับดารากุมารี

อโณทัยต้องยอมรับความจริงว่าเขาไม่มีวันเอื้อมถึงดาวที่รักได้แล้ว เพราะดารากุมารีมีแค่สองทางเลือก คือจะแต่งงานกับไชยันต์หรือสิทธิประวัติ แต่ไม่ใช่กับอโณทัย แม้ดารากุมารียืนยันว่าเธอจะไม่แต่งงาน แต่อโณทัยรู้ดีว่าไม่มีทางเป็นไปได้ เขาต่างหากที่ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้หญิงที่รัก และคนที่เขาจะวางใจมอบเธอให้ได้คือ สิทธิประวัติ ไม่ใช่ไชยันต์ที่ใช้สมองมากกว่าหัวใจ



ที่ประชุมของเขมรัฐมีมติให้ไชยันต์แต่งงานกับแขไขจรัส เนื่องจากเธอมีสิทธิ์ในบัลลังก์ของยโสธรมากว่าดารากุมารี แม้จะรักดารากุมารี แต่ไชยันต์ก็ต้องทำเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง เขมรัฐจึงส่งคณะทูตมายโสธรเพื่อสู่ขอแขไขจรัส แต่หลังจากการแต่งงานแขไขจรัสจึงได้รู้ว่าเธอเป็นแค่หุ่นเชิดตัวหนึ่งเท่านั้น ไชยันต์ไม่ได้รักเธอเลยหากใจเขาได้มอบให้ดารากุมารีแล้ว ด้วยความผิดหวังทำให้แขไขจรัสหันมาพาลโกรธ และอาฆาตดารากุมารีที่ทำให้เธอต้องตกนรกทั้งเป็น

สิทธิประวัติไม่กล้าจีบดารากุมารีเพราะความอาย จึงขอให้อโณทัยช่วย อโณทัยต้องจำใจทำอย่างขมขื่น ดารากุมารีทั้งน้อยใจและโกรธอโณทัยที่พยายามยัดเยียดเธอให้คนอื่น อโณทัยบอกว่าเขาพยายามจะวางเธอไว้ในที่ที่ดีที่สุดต่างหาก ทั้งคู่ต้องทำเหินห่างกัน ทั้งที่ในใจยังรักกัน



ภาณุประภัสดีใจที่เจ้าหลวงทาบทามดารากุมารีให้สิทธิประวัติ แต่เจ้าหญิงองค์น้อยกลับไม่สนใจ อินทรกับพระนมต้องเกลี้ยกล่อมให้เธอยอมรับความจริง ทางราชสำนักก็ออกหมายกำหนดการอภิเษกระหว่างสิทธิประวัติกับดารากุมารี อโณทัยขอให้ดารากุมารีเลิกติดต่อและลืมเขา แต่เจ้าหญิงองค์น้อยกลับบอกว่าทำไม่ได้ เพราะเขาจะอยู่ในใจเธอตลอดไป อโณทัยได้แต่ขมขื่น

ก่อนจะถึงพิธีอภิเษก สิทธิประวัติเริ่มล้มป่วย ดารากุมารีต้องมาดูแลพระคู่หมั้น ยิ่งได้เห็นอโณทัยก็ยิ่งรู้องค์ว่าไม่มีวันแต่งงานกับชายคนอื่นได้ ดารากุมารีแอบดักพบอโณทัย และบอกให้เขาได้รู้ความจริงข้อนี้ สิทธิประวัติแอบเห็นทั้งสอง จึงได้รู้ว่าหญิงที่อโณทัยเคยบอกว่ารักจนหมดหัวใจก็คือ ดารากุมารีนั่นเอง



สิทธิประวัติล้มป่วยอาการหนักลง ก่อนจะตายสิทธิประวัติบอกอโณทัยว่าเขารู้ความจริงทั้งหมดแล้ว และขอให้อโณทัยช่วยดูแลดารากุมารีด้วย หลังการตายของสิทธิประวัติ เขมรัฐจึงคิดส่งแขไขจรัสมาทวงบัลลังก์ แต่ทางยโสธรรู้ดีว่าถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนั้นเท่ากับเขมรัฐได้ครอบครองยโสธร อโณทัยเสนอให้ยกดารากุมารีขึ้นเป็นมกุฎราชกุมารี องค์เจ้าหลวงเห็นด้วยจึงมีการแต่งตั้งเจ้าหญิงองค์น้อยอย่างเร่งด่วน ดารากุมารีบอกอโณทัยว่าไม่อยากรับตำแหน่งนี้ เพราะทำให้เธอกับเขายิ่งห่างไกลกันมากขึ้น

ไชยันต์กับแขไขจรัสผิดหวังมากเมื่อดารากุมารีได้เป็นรัชทายาท แขไขจรัสบอกแม่ว่าเธอต้องได้บัลลังก์ของยโสธรกลับมา เพราะนั่นเป็นทางเดียวที่จะทำให้ไชยันต์หันมารักเธอได้ นันทวดีร่วมมือกับวิกรมวางแผนทำลายดารากุมารี โดยคนแรกที่จะต้องถูกกำจัดคือ อโณทัย เพราะเขามีทั้งอำนาจทางการทหารและการเมือง ทั้งยังเป็นคนที่หนุนหลังดารากุมารีอยู่



วิกรมปล่อยข่าวว่าอโณทัยกับดารากุมารีมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เพื่อหวังบ่อนทำลาย ไม่ให้ยโสธรได้เป็นผู้นำสมาพันธ์ด้วยพร้อมส่งสีหศักดิ์ มาจับดารากุมารีไปได้ อโณทัยตามไปช่วยและต่อสู้กับสีหศักดิ์อย่างดุเดือด สีหศักดิ์ตายในการต่อสู้และอโณทัยพาดารากุมารีกลับมาได้อย่างปลอดภัย

อโณทัยส่งคนไปคุมตัวนันทวดี วิกรม และเสนาบดีการคลัง แขไขจรัสขอให้สอบสวนเรื่องความสัมพันธ์ของดารากุมารีกับอโณทัย อโณทัยรู้ดีว่าเขมรัฐคิดใช้เรื่องนี้ทำลายความน่าเชื่อถือของดารากุมารี เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของหญิงที่รัก อโณทัยจึงยอมรับว่าแอบหลงรักดารากุมารี โดยที่เจ้าหญิงน้อยไม่ได้รักตอบเลย และโทษของเขาก็คือการถูกประหาร อโณทัยบอกดารากุมารีว่าดีใจที่หัวของเขาจะช่วยค้ำบัลลังก์ของเธอให้มั่นคงขึ้น และการตายของเขาต้องไม่สูญเปล่า



อินทรขอให้ดารากุมารียอมรับการตัดสินใจของอโณทัย เจ้าหญิงน้อยรู้ดีว่าเธอต้องเข้มแข็งเพื่อตัวเองและเพื่ออโณทัย และชายหนู่มจะต้องไม่ตายคนเดียว ดารากุมารีตัดสินให้ประหารชีวิตเสนาบดีการคลังและวิกรม ส่วนนันทวดีเพื่อเห็นแก่การที่เป็นราชวงศ์จึงลดโทษตายให้ แต่ต้องถูกเนรเทศออกจากยโสธร อโณทัยดีใจที่ดาราของเขาเข้มแข็ง เจ้าหลวงสละราชสมบัติเพื่อรักษาพระสุขภาพ โดยให้ดารากุมารีได้ขึ้นเป็นราชินี อโณทัยขอให้ประหารเขาในวันที่ทำพิธีขึ้นครองราชย์ของเธอ

ในวันประกอบพิธีขึ้นครองราชย์ ทุกคนต้องแปลกใจที่ว่าที่ราชินีองค์ใหม่มาทำพิธีในชุดสีดำ และขณะที่หัตถ์ขาวเอื้อมไปรับมงกุฎราชินีมาสวมให้องค์เองนั้น ก็ได้มีพิธีประหารนักโทษที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ราชินีองค์ใหม่สวมมงกุฎทั้งน้ำตา มงกุฎและบัลลังก์ที่แลกมาด้วยหัวของชายที่รัก และพระราชินีทิพยรัตน์ดารากุมารีก็รู้องค์เองว่า นับแต่นี้หัวใจของพระองค์ได้ตายตามอโณทัยไปแล้ว



นำแสดงโดย

1. พิยดา อัครเศรณี แสดงเป็น เจ้าฟ้าหญิงทิพยรัตน์ดารากุมารี
2. เจษฎาภรณ์ ผลดี แสดงเป็น อโณทัย
3. กฤช หิรัญพฤกษ์ แสดงเป็น เจ้าชายสิทธิประวัติ
4. มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ แสดงเป็น เจ้าหญิงแขไขจรัส
5. ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ แสดงเป็น เจ้าชายไชยันต์
6. เดือนเต็ม สาลิตุลย์ แสดงเป็น พระองค์หญิงภาณุประภัส




 

Create Date : 05 เมษายน 2551    
Last Update : 5 เมษายน 2551 23:02:37 น.
Counter : 992 Pageviews.  

ดั่งดวงหฤทัย (เวียร์ + ขวัญ)



เรื่องย่อ


กาสิก, พันธุรัฐ และทานตะ เป็นสามแคว้นที่อยู่ติดกัน กาสิกอยู่ด้านเหนือสุดเป็นแคว้นที่ร่ำรวย และมีทรัพยากรมาก แต่ไม่มีทางออกทะเล พันธุรัฐอยู่กลางค่อนข้างอุดมสมบรูณ์ และทานตะอยู่ใต้สุด ซึ่งเป็นแคว้นที่ค่อนข้างอ่อนแอแต่มีทางออกทะเล กาสิกต้องการทางออกทะเลเพื่อขนส่งสินค้า เพื่อการนี้ รังสิมันต์ เจ้าหลวงแห่งกาสิกจึงตัดสินใจอภิเษกกับเจ้าหญิงแห่งทานตะ รังสิมันต์ กริ้วมากเมื่อทรงทราบข่าวจากกองทหารที่ส่งไปรับเสด็จ เจ้าหญิงมณิสรา พระคู่หมั้นจากแคว้นทานตะ ถวายรายงานว่าเจ้าหญิงหายไปที่รอยต่อชายแดนสามแคว้นคือ กาสิก, พันธุรัฐ และทานตะ

และน่าจะเป็นไปได้ว่าเจ้าหญิงหายเข้าไปในพันธุรัฐ แล้วเหตุใดพันธุรัฐถึงไม่ส่งตัวเจ้าหญิงกลับมา นั่นเท่ากับเป็นการหมิ่นพระเกียรติของเจ้าหลวงแห่งกาสิกอย่างยิ่ง เจ้าหลวงจึงตัดสินพระทัยไปสืบข่าวนี้ด้วยพระองค์เอง แท้จริงแล้วเจ้าหญิงมณิสราได้ตัดสินใจหลบหนีเอง เพราะไม่ต้องการแต่งงานกับชายที่ไม่ได้รัก โดยเฉพาะยิ่งเป็นเจ้าหลวงกาสิก ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือทางด้านความโหดเหี้ยม เจ้าหญิงควบม้าหนีเข้ามาในชายแดนพันธุรัฐ ด้วยความที่ไม่ชำนาญในการขี่ม้ามากนัก เจ้าหญิงจึงตกจากหลังม้าทำให้ขาแพลง และยังเดินไปติดกับดักตาข่ายล่าสัตว์ของนายพรานถูกแขวนอยู่บนต้นไม้



ขณะที่เจ้าหญิงกำลังสิ้นหวังและอ่อนแรงลงไปเรื่อยๆ ก็ได้รับการช่วยเหลือจากชายคนหนึ่งนั้นคือ เจ้าชายทยุติธร องค์รัชทายาทของแคว้นพันธุรัฐ เจ้าชายทยุติธรพาเจ้าหญิงมณิสราไปรักษาตัวที่ตำหนักป้อมปืน เจ้าหญิงจึงขอร้องเจ้าชายขอลี้ภัยอยู่ในพันธุรัฐ แต่ถ้าเจ้าชายยังยืนยันที่จะส่งตัวกลับ เจ้าหญิงบอกว่าถ้าถูกส่งตัวกลับก็จะขอให้ฆ่าตัวเองเสียดีกว่า ชายชาติทหารอย่างเจ้าชายทยุติธรจึงจำต้องอนุญาตให้เจ้าหญิงประทับอยู่ชั่วคราว เมื่อ เจ้าหญิงทรรศิกา พระขนิษฐาของเจ้าชายทยุติธร ทรงทราบข่าวลับๆ ว่าเจ้าชายช่วยเหลือเจ้าหญิงมณิสราไว้โดยไม่ส่งตัวกลับกาสิกก็ร้อนใจ

เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้อาจทำให้เกิดสงครามตามมาได้ จึงตัดสินใจจะไปที่ตำหนักป้อมปืน เพื่อทูลเชิญเจ้าหญิงมณิสราเสด็จมาประทับฝ่ายใน เพื่อไม่ให้เสื่อมเสียพระเกียรติ แต่ระหว่างทางขบวนเสด็จถูกกลุ่มชายชุดดำซุ่มโจมตี ม้าของเจ้าหญิงเตลิดเข้าไปในป่าพลัดหลงกับองครักษ์ เจ้าหญิงทรรศิกาหนีเข้ามาในป่าเจอกับชายชุดดำจึงขอร้องให้ช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่าเจ้าหญิงกลับถูกวางยาสลบลงในน้ำชา เมื่อฟื้นขึ้น เจ้าหญิงทรรศิกาจึงรู้ว่าถูกเจ้าหลวงแห่งกาสิก ผู้สามารถสั่งตัดหัวตัดมือนักโทษได้ในระหว่างเสวยโดยไม่สะทกสะท้านจับตัวมา เจ้าหลวงพยายามสอบถามเกี่ยวกับเจ้าหญิงมณิสรา



แต่เจ้าหญิงทรรศิกาก็ไม่ทรงยอมตอบคำถามใดๆ ซ้ำยังเห็นใจเจ้าหญิงมณิสราที่ต้องโดนบังคับแต่งานกับผู้ชายโหดเหี้ยมป่าเถื่อนเช่นนี้ เจ้าหลวงโกรธมากจึงตัดสินใจจับเจ้าหญิงทรรศิกาไว้เป็นตัวประกัน ในขบวนมีแต่ทหารซึ่งเป็นผู้ชายทั้งนั้น เมื่อจู่ๆ ก็มีเจ้าหญิงอยู่ในขบวน เจ้าหลวงจึงสั่งให้ เบนลี ราชองค์รักษ์คู่ใจไปจ้าง กระวาน สาวชาวป่ามาเป็นนางกำนัลชั่วคราวให้เจ้าหญิง ระหว่างทางเจ้าหญิงทรรศิกาหลอกให้กระวานใส่เสื้อของพระองค์ แล้วพระองค์ก็ใส่เสื้อของกระวาน แอบขโมยม้าหนีออกไปนอกค่าย แต่กลับถูกเจ้าหลวงจับได้ขี่ม้าไล่ตามมา เจ้าหญิงหนีไปจนถึงน้ำตกตัดสินใจกระโดดน้ำตกหนี

ขอตายเสียดีกว่าตกอยู่ในเงื้อมือของเจ้าหลวงรังสิมันต์ เจ้าหลวงพาตัวเจ้าหญิงขึ้นมาจากน้ำตกได้ แต่ก็ทำให้ต้องพลัดกับขบวน เจ้าหลวงโมโหมากที่เจ้าหญิงทรรศิกาทำท่ารังเกียจพระองค์ขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ตอนแรกได้ปฏิบัติอย่างดีกับเจ้าหญิง ต่อแต่นี้ไปเจ้าหญิงจะได้รู้จักความป่าเถื่อนของชาวกาสิกจริงๆ เสียที เจ้าหลวงรังสิมันต์พาเจ้าหญิงทรรศิกามาสมทบกับขบวนที่รออยู่ เจ้าหลวงสั่งลงโทษตัดมือกระวานที่ปล่อยให้เจ้าหญิงหนีไป เจ้าหญิงเข้ามาช่วยบอกว่ากระวานเป็นคนของพระองค์ ถ้าจะลงโทษกระวานก็ต้องลงโทษพระองค์ด้วย เจ้าหลวงบอกว่าตอนนี้พระองค์ไม่มีสิทธิเพราะอยู่ในฐานะเชลย



แต่ตามประเพณีของชาวกาสิกชีวิตก็แลกด้วยชีวิต ถ้าอยากให้ยกโทษให้กระวานก็ต้องเอาชีวิตมาแลกกัน เจ้าหลวงให้เรียก ราชิด ทหารคู่ใจอีกคนหนึ่ง ยืนมือให้เจ้าหญิงตัดแทนกระวาน แล้วแกล้งโยนดาบวางให้เจ้าหญิงเลือกว่าจะตัดมือใคร เจ้าหญิงอึ้งในความโหดร้ายของเจ้าหลวง จึงตัดสินใจหยิบดาบเชือดมือตัวเอง แต่เจ้าหลวงจับไว้ทัน เจ้าหลวงพาเจ้าหญิงทรรศิกาเดินทางลึกเข้ามาในกาสิกเรื่อยๆ โดยใช้เส้นทางที่ธุระกันดาร แต่เจ้าหญิงก็ไม่ย่อท้อหรือปริปากบ่น ไม่ว่าเจ้าหลวงจะแกล้งด้วยวิธีใด ทั้งคู่เริ่มเรียนรู้นิสัยซึ่งกันและกัน ในขณะที่เจ้าหลวงเริ่มรู้จักทั้งความอ่อนหวานและเด็ดเดี่ยวของเจ้าหญิงทรรศิกา

เจ้าหญิงทรรศิกาก็เรียนรู้ว่าเจ้าหลวงผู้เอาแต่ใจ ก็มีความอ่อนโยนซ่อนอยู่เช่นกัน และไม่โหดร้ายอย่างที่เห็น สาธิน เสนาบดีมหาดไทยของกาสิก ร้อนใจมากเมื่อไม่สามารถติดต่อเจ้าหลวงได้ มีนา ลูกสาวของสาธิน จึงอาสาไปดักพบเจ้าหลวงที่ตำหนักวสุธรา มีนาเติบโตมาพร้อมกับเจ้าหลวง, เบนลี และราชิด เจ้าหลวงเอ็นดูมีนามากเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ฝึกขี่ม้าและยิงธนูให้ มีนาก็สามารถทำได้ดีเท่ากับผู้ชายคนหนึ่ง มีนาแอบหลงรักเจ้าหลวงมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเจ้าหลวงประกาศหมั้นกับเจ้าหญิงแห่งทานตะ เธอเจ็บปวดอย่างยิ่งแต่อย่างน้อยหัวใจของเจ้าหลวงก็ยังไม่มีผู้หญิงคนไหนครอบครอง



เพราะการแต่งงานครั้งนี้เจ้าหลวงทำเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมืองเท่านั้น มีนาไปดักพบเจ้าหลวงที่ตำนักวสุธรา จึงรู้ว่าเจ้าหลวงจับเจ้าหญิงทรรศิกามาเป็นเชลย เจ้าหลวงสั่งให้มีนากลับไปบอกสาธินว่าจะประพาสต่อไปตำหนักอิสินธร เรื่องต่างๆ ในเมืองหลวงให้สาธินเป็นผู้สำเร็จราชการแทน ส่วนเรื่องเจ้าหญิงมณิสราให้ทางทานตะหาตัวเจ้าหญิงให้พบ ก่อนจึงค่อยพูดเรื่องการอภิเษกอีกที เมื่อกาสิกบีบให้ทางทานตะจัดการเรื่องนี้ เจ้าหลวงแห่งทานตะร้อนใจมากจึงส่งทูตเข้าไปยังพันธุรัฐ เจ้าชายทยุติธรให้เจ้าหญิงมณิสราตัดสินใจเองว่าจะกลับทานตะหรือไม่ เจ้าหญิงฝากจดหมายกลับไปว่าจะขออยู่ที่พันธุรัฐ

และจะไม่แต่งงานกับเจ้าหลวงรังสิมันต์เด็ดขาด ขอให้เจ้าหลวงทานตะคิดเสียว่าไม่มีลูกคนนี้ เจ้าหลวงทานตะถึงกับประชวรเมื่อได้รับจดหมายจากเจ้าหญิงมณิสรา เสนาบดีของพันธุรัฐต่างก็เตือนเจ้าชายทยุติธรว่าทำเช่นนี้อาจเกิดสงครามกับกาสิกได้ ชาวพันธุรัฐก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวกาสิก แต่เสนาบดีทูลว่าหน่วยข่าวกรองรายงานว่าที่เจ้าหญิงทรรศิกาหายไปอาจถูกทางกาสิกจับตัวไป เจ้าชายทยุติธรยิ่งโกรธ เพราะทำเช่นนั้นเป็นการหมิ่นเกียรติของพันธุรัฐอย่างยิ่ง จึงสั่งให้คนเข้าไปหาทางช่วยเจ้าหญิงทรรศิกาออกมาให้ได้ก่อน พระราชเทวีแห่งพันธุรัฐ เสด็จกลับจากแปรพระราชฐานก่อนกำหนด



เจ้าชายทยุติธรพยายามปิดเรื่องที่เจ้าหญิงทรรศิกาหายไป แต่ไม่สามารถปิดเรื่องเจ้าหญิงมณิสราได้ พระราชเทวีจึงสั่งให้เจ้าหญิงมณิสรามาประทับที่ตำหนักฝ่ายในแทนตำหนักป้อมปืน และสังเกตเห็นว่าเจ้าชายทยุติธรและเจ้าหญิงมณิสรามีกริยาแปลกๆ ต่อกัน เจ้าหลวงรังสิมันต์พาเจ้าหญิงทรรศิกามายังตำหนักอิสินธร และให้เจ้าหญิงปฏิบัติภารกิจต่างๆ พร้อมพระองค์ เจ้าหญิงทรรศิกาเข้าใจว่าทั้งหมดที่เจ้าหลวงทำก็เพราะเห็นเธอเป็นเพียงแค่ตัวแทนของพระคู่หมั้นเท่านั้น เจ้าหลวงรังสิมันต์ตัดสินใจให้ราชิดไปบอกสาธินให้ส่งข้อเสนอใหม่ไปยังพันธุรัฐ นั้นคือพันธุรัฐจะต้องรับผิดชอบในการเสื่อมเสียพระเกียรติของเจ้าหญิงมณิสรา

และกาสิกจะรับผิดชอบต่อเจ้าหญิงทรรศิกา แต่สาธินกลับไม่ยอมส่งสารนี้ และยังลอบวางยาฆ่าเสนาบดีฝ่ายมหาดไทย โดยใช้มีนาเป็นเครื่องมือ มีนาตกใจมากที่พ่อคิดเป็นใหญ่ครอบครองบัลลังค์กาสิกเสียเอง จึงหนีไปหาเจ้าหลวงรังสิมันต์เพื่อบอกแผนการ แต่เมื่อมาถึงที่อิสินธรก็พบว่าหัวใจของเจ้าหลวงรังสิมันต์มีเจ้าหญิงทรรศิกา มีนาเสียใจมากจึงกลับไปเมืองหลวงร่วมมือกับพ่อล้มราชบัลลังก์ เจ้าหญิงทรรศิกาแอบได้ยินเรื่องข้อเสนอที่เจ้าหลวงส่งไป และพร้อมจะทำสงครามถ้าพันธุรัฐไม่ตกลง เจ้าหญิงน้อยใจมากที่เจ้าหลวงรังสิมันต์จะแต่งงานกับตัวเองนั้น ก็เพื่อรักษาเกียรติของตัวเองไม่ใช่เพราะความรัก



เจ้าหญิงทรรศิกาจึงตัดสินใจให้กระวานแอบติดต่อราชิดพาหนี เพราะอย่างน้อยราชิดก็มีเลือดชาวพันธุรัฐครึ่งหนึ่ง ราชิดซึ่งไม่อยากให้เกิดสงครามอยู่แล้วจึงรับปากพาเจ้าหญิงทรรศิกาหนี แต่โดนเจ้าหลวงจับได้ เจ้าหลวงโกรธมากจนเกือบฆ่าราชิด แต่เจ้าหญิงทรรศิกาทูลขอไว้ ราชิดจึงได้ลดโทษเหลือแค่ขังคุก เจ้าหลวงรังสิมันต์ทั้งโกรธทั้งน้อยใจที่เจ้าหญิงทรรศิกาทำเช่นนี้ เจ้าหญิงทรรศิกาเองคิดว่าตัวเองจะต้องโดนฆ่าแน่ๆ จากการหนีครั้งนี้ เตรียมตัวยอมรับคมดาบแต่โดยดี แต่ในที่สุดเจ้าหลวงก็หลุดปากสารภาพรักเจ้าหญิงทรรศิกาออกมา ทั้งสองคนเข้าใจกัน เจ้าหลวงตกลงใจจะส่งเจ้าหญิงทรรศิกากลับพันธุรัฐ

และมอบมงกุฏแห่งกาสิกให้กับเจ้าหญิงทรรศิกา เพื่อให้เสด็จกลับพันธุรัฐได้อย่างสมพระเกียรติ แต่ระหว่างทางนั้นเองสาธินก็ส่งคนปลอมเป็นทหารของพันธุรัฐเข้ามาลอบปลงพระชนม์ เจ้าหลวงรังสิมันต์ถูกยิงบาดเจ็บสาหัส เจ้าหญิงทรรศิกาตัดสินใจพาเจ้าหลวงเข้าไปผ่าตัดที่ตำหนักป้อมปืนของแคว้นพันธุรัฐ จึงทราบความจริงว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่ฝีมือของเจ้าชายทยุติธร แต่เป็นสาธินคนของเจ้าหลวงเองที่หักหลัง เจ้าหลวงโกรธมาก ในขณะที่เจ้าหลวงรังสิมันต์พักรักษาตัวอยู่ที่ตำหนักป้อมปืน พระราชเทวีมีรับสั่งให้เจ้าหญิงมณิสราไปคอยดูแลเจ้าหลวงรังสิมันต์ในฐานะที่เป็นพระคู่หมั้น



เจ้าหญิงทรรศิกาจึงหลบหน้าไม่ยอมไปเยี่ยมเจ้าหลวงอีก ในขณะที่เจ้าชายทยุติธรก็มักจะหงุดหงิดเมื่อเห็นเจ้าหญิงมณิสราคอยดูแลเจ้าหลวง ในที่สุดเจ้าหลวงรังสิมันต์ก็ตัดสินใจบุกเข้าไปหาพระราชเทวี ทูลเรื่องความรู้สึกที่มีต่อเจ้าหญิงทรรศิกาและเรื่องราวทั้งหมด ขออภิเษกกับเจ้าหญิงทรรศิกา พระราชเทวีถามถึงเรื่องเจ้าหญิงมณิสรา เจ้าหลวงบอกว่าที่หมั้นกับเจ้าหญิงมณิสราก็เพราะเพื่อผลประโยชน์ที่ต้องการขนส่งสินค้าไปยังทางออกทะเลของทานตะ แต่ตอนนี้ตนรู้แล้วว่าตนไม่สามารถแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่ได้รักได้ และเจ้าหญิงมณิสราก็ขอถอนหมั้นกับตัวเองแล้ว เจ้าหลวงรังสิมันต์ขอให้เจ้าหญิงทรรศิการอ

และจะกลับมาหาเมื่อกู้ราชบัลลังก์คืนได้ เจ้าหลวงรังสิมันต์พร้อมด้วยเบนลีลอบกลับไปที่กาสิกอีกครั้งช่วยราชิดออกมา ร่วมมือกันปราบกบฎ สาธินถูกจับมีนาขอร้องไม่ให้เจ้าหลวงฆ่าพ่อ เจ้าหลวงก็ยอมเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าๆ แต่สาธินกลับคว้าดาบเข้าแทงเจ้าหลวง มีนาจึงกระโดดขวางเข้ารับดาบแทนสิ้นใจตาย สาธินเสียใจมากที่พลั้งมือฆ่าลูกสาวตัวเองจึงฆ่าตัวตายตาม เจ้าหลวงรังสิมันต์เสด็จกลับไปรับเจ้าหญิงทรรศิกามานั่งบัลลังค์ด้วยกันตามสัญญา เจ้าชายทยุติธรได้ราชาภิเษกขึ้นเป็นเจ้าหลวง เสด็จเยี่ยมทานตะอย่างเป็นทางการ และกำลังจะประกาศหมั้นกับเจ้าหญิงมณิสรา ทั้งสามแคว้นจึงอยู่กันอย่างสงบสุขเรื่อยมานับแต่นั้น



รายชื่อนักแสดง


ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบท เจ้าหลวงรังสิมันต์
อุษามณี ไวทยานนท์ รับบท เจ้าหญิงทรรศิกา
วงศกร ปรมัตถากร รับบท เจ้าชายทยุติธร
คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ รับบท เจ้าหญิงมณิสรา
ไพโรจน์ สังวริบุตร รับบท สาธิน
อุษณีย์ วัฒธานะ รับบท มีนา
ธนพล นิ่มทัยสุข รับบท ราชิด
สุธัญญา สาริมาน รับบท กระวาน
คเชนทร์ เปล่งศิริวัธน์ รับบท เบนลี




 

Create Date : 05 เมษายน 2551    
Last Update : 5 เมษายน 2551 22:26:51 น.
Counter : 1271 Pageviews.  

ดั่งดวงหฤทัย (ศรราม + นัท)



เรื่องย่อ...


เรื่องเริ่มจากเหตุการ์ณทางการเมืองของแคว้นสามแคว้นคือ แคว้นกาสิก แคว้นพันธุรัฐ และแคว้นทานตะ เมื่อขบวนนำส่งเสด็จเจ้าฟ้าหญิงมนิสรา แห่งทานตะซึ่งมีนิสัยอ่อนโยนและอ่อนแอ ไปสู่แคว้นกาสิกเพื่อเข้าพิธีอภิเษกกับเจ้าหลวงรังสิมันต์ แห่งกาสิก ที่คนทั่วทุกแคว้นต่างเล่าลือกันว่าเป็นคนเหียมโหด ดุร้ายยิ่งนักและในการอภิเษกครั้งนี้เป็นไปตามข้อตกลงทางการเมืองมิใช่ความรัก ทำให้เจ้าฟ้าหญิงมนิสรา หลบหนี่จากขบวนเข้าไปยังชายแดนของพันธุรัฐ โดยเจ้าฟ้าธยุติธร มกุฏราชกุมารแห่งพันธุรัฐ เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ และนั้นเป็นเหตุให้เกิดข้อพิพาทระหว่างแคว้น ทำให้เจ้าฟ้าหญิงทรรศิกา พระขนิษฐา ต้องเสด็จไปยังชายแดนเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาแต่ขบวนเสด็จถูกโจมตีทำให้เจ้าฟ้าหญิงทรรศิกาหลงทางกับขบวน เข้าไปในป่าลึกและได้พบกับชายแปลกหน้าตั้งกองไฟกลางป่าประหนึ่งชาวบ้านหาของป่า เจ้าหญิงจึงขออาศัยหลบความหนาว แต่ชายผู้นั้นลึกลับยิ่งแม้งจะระมัดระวังตัวแต่สุดท้ายก็โดนวางยาสลบ แม้ตื่นขึ้นมาก็ได้ทราบแน่ว่าถูกจับตัวมาโดยแคว้นกาสิกเพื่อเป็นเชลยทางการเมืองแลกเปลี่ยนตัวกับเจ้าฟ้าหญิงมนิสรา เมื่อแน่ใจเช่นนั้นเจ้าหญิงจึงแอบลอบหนี่โดยเปลี่ยนชุดกับกะวานสาวชาวบ้านที่มาเป็นผู้ดูแล แต่การหลบนี้ครั้งนี้ก็มิได้ราบรื่นเพราะถูกชายผู้หนึ่งจับได้แต่ทรงขี่ม้าหนี่ ซึ่งชายคนนั้นก็ขี่ม้าตามมา และได้สกัดม้าของเจ้าหญิงได้แต่ชายคนนั้นจริงๆ แล้วคือ เจ้าหลวงรังสิมันต์ แห่งกาสิกนั้นเอง และในเมื่อทรงหนี่ไม่ได้ก็ต้องทำใจดีสู่เสือ



ขบวนเสด็จได้นำพาสู่เหมันตาลัยราชนิเวศน์ โดยมีเบนลีและราชิดราชองครักษ์ของเจ้าหลวงเป็นผู้ให้การดูแลเป็นอย่างดี และได้เกิดเรื่องราวต่างๆที่นำพาไปสู่ความผูกพันธ์กันระหว่างเจ้าหลวงรังสิมันต์และเจ้าหญิงทรรศิกา แม้จะยังมีความไม่เข้าใจกันอยู่ก็ตาม และเมื่อขบวนเสด็จได้ทำมาถึงพระราชวังหลวงอิสินธร แม้จะมีการต่อปากต่อคำกัน ถกเถี่ยงกันอยู่เป็นประจำ แต่เหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมานั้นก็ทำให้เกิดความรักโดยไม่รู้ตัว จนนานวันเข้าเมือเจ้าหญิงได้ทราบข่าวจากพันธุรัฐพร้อมรบและกาสิกเองก็ไม่ยอมแลกเปลี่ยนตัวเชลย ทำให้ทรงจะคิดหนี่อีกครั้งเพื่อยุติสงครามที่จะเกิดให้ได้ แต่เหตุการณ์ก็มิได้สำเร็จดั่งที่ตั้งใจแต่ก็นำไปสู่ความเข้าใจและใกล้หมดหน้าหนาวเจ้าหลวงรังสิมันต์ก็ต้องการยุติสงครามและอยากนำความรักคืนสู่หัวใจจึงยอมนำส่งเสด็จเจ้าหญิงทรรศิกา แต่เกิดการสื่อสารผิดพลาด ทำให้ทหารพันธุรัฐโจมตีขบวนเสด็จทำให้เจ้าหลวงได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ได้รับการช่วยเหลือจนปลอดภัยและเหตุการณ์เหล่านี้ก็นำพามาซึ่งความเข้าใจกันของทุกฝ่ายทำให้เรื่องที่เกิดคลี่คลายได้ เมือเหตุการณ์ร้ายได้ผ่านพ้นไป ความรักได้ทำพามาสู่ความสุข แห่งนิรันดร์ .....หัวใจ อยู่ ณ ที่ใดก็ตาม วันหนึ่ง ร่างยอมจะเดินทางมารวมกับหัวใจจนได้ ในดวงเนตรดำสนิท มิได้ฉายภาพผู้ใด นอกจากผู้ทรงเป็น “ดั่งดวงหฤทัย”......



ความรัก...เสลาสลักสวยใส

งามใดเล่างามใด

เทียบได้งดงามความรัก

จรดลึกในความทรงจำ ลึกล้ำย้ำรอยสลัก

นิรันดรนั้นนานนัก

แต่รักนี้...นานกว่านั้น




รายชื่อนักแสดง


เจ้าหลวงรังสิมันต์ แห่งกาสิก แสดงโดย ศรราม เทพพิทักษ์
เจ้าฟ้าหญิงทรรศิกา แห่งพันธุรัฐ แสดงโดย นัท มีเรีย
เจ้าฟ้าธยุติธร มกุฏราชกุมารแห่งพันธุรัฐ แสดงโดย โอลิเวอร์ พูพาร์ท
เจ้าฟ้าหญิงมนิสรา แห่งทานตะ แสดงโดย เกวลิน คอตแลน




 

Create Date : 05 เมษายน 2551    
Last Update : 5 เมษายน 2551 22:17:55 น.
Counter : 1347 Pageviews.  


LowLow
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add LowLow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.