เกิดมาทั้งทีต้องมีรสชาติ
Group Blog
 
All Blogs
 

สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์

สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ หรือ สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ (พ.ศ. ๒๓๑๖ - ๒๓๖๐) เป็นพระราชโอรสลำดับที ๗ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ประสูติแต่สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี มีพระนามเดิมว่า จุ้ย

สมเด็จเจ้าฟ้าจุ้ย ทรงได้รับสถาปนาเป็นกรมขุนเสนานุรักษ์ ใน พ.ศ. ๒๓๓๕ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เมื่อสมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๐ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร พระเชษฐาของพระองค์ได้อุปราชาภิเษกเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล สมเด็จเจ้าฟ้าจุ้ยได้รับพระราชทานให้เป็น พระบัณฑูรน้อย ช่วยราชการพระเชษฐา

ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จสวรรคต เมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๒ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ทรงราชาภิเษกเป็น พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงโปรดเกล้าฯ ให้อุปราชาภิเษก เจ้าฟ้ากรมหลวงเสนานุรักษ์ เป็น สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ ตำแหน่งพระมหาอุปราช

สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ ทรงเป็นแม่ทัพหลวงไปรบกับพม่า และจัดการกับหัวเมืองทางใต้ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๒ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๓๕๗ ทรงเป็นแม่กองตั้งเมืองใหม่เป็นเมืองด่านหน้าทางทะเล พระราชทานชื่อว่า นครเขื่อนขันธ์ นอกจากนั้นยังทรงปฏิสังขรณ์วัดเก่า ๒ วัด คือ วัดลิงขบ พระราชทานชื่อว่า วัดบวรมงคล และวัดเสาประโคน พระราชทานชื่อว่า วัดดุสิตาราม และทรงสร้างวัดใหม่ ชื่อว่า วัดทรงธรรม

กรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ ทรงสมรสกับพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าตากสิน ทรงสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๓๖๐ ขณะพระชนมายุ ๔๔ พรรษา ณ พระที่นั่งวายุสถานอมเรศร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยไม่ได้ทรงแต่งตั้งผู้ใดเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ตำแหน่งวังหน้าจึงว่างมาตลอดรัชสมัย


พระโอรส-ธิดา


ประสูติก่อนอุปราชาภิเษก
พระองค์เจ้าชาย (พ.ศ. 2334) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาสำลี พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าตากสิน สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 1
พระองค์เจ้าชายประยงค์ (พ.ศ. 2334-2400) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาน่วม ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ทรงกรมเป็นกรมหมื่นธิเบศวร์บวร ในรัชกาลที่ 2 เป็น กรมขุนธิเบศวร์บวร ในรัชกาลที่ ๔ ทรงเป็นต้นสกุล บรรยงกะเสนา
พระองค์เจ้าหญิงประชุมวงศ์ (พ.ศ. 2337) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาสำลี สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4
พระองค์เจ้าชายปาน (พ.ศ. 2337) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาน่วม ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ทรงกรมเป็น กรมหมื่นอมรมนตรี ในรัชกาลที่ 3 สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4
พระองค์เจ้าหญิงนัดดา (พ.ศ. 2339) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาสำลี สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4
พระองค์เจ้าหญิงขนิษฐา (พ.ศ. 2341-2419) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาน่วม
พระองค์เจ้าหญิง (พ.ศ. 2342) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาน่วม สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 2
พระองค์เจ้าชายพงศ์อิศเรศ (พ.ศ. 2343-2417) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาสำลี ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ทรงกรมเป็น กรมหมื่นกษัตริย์ศรีศักดิเดช เมื่อ พ.ศ. 2405 ในรัชกาลที่ 4 ทรงเป็นต้นสกุล อิศรเสนา
พระองค์เจ้าหญิงสุวรรณ (พ.ศ. 2344) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาก้อนทอง สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3
พระองค์เจ้าชายไม้เทศ (พ.ศ. 2345) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเหมใหญ่ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 2
พระองค์เจ้าชายภุมริน (พ.ศ. 2345) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาทรัพย์ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3 ทรงเป็นต้นสกุล ภุมรินทร
พระองค์เจ้าหญิงอำพัน (พ.ศ. 2346-2424) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาปิ่น
พระองค์เจ้าชายภุมเรศ (พ.ศ. 2346) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาทรัพย์ ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ทรงกรมเป็น กรมหมื่นอมเรศรัศมี ในรัชกาลที่ 4 สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4
พระองค์เจ้าหญิงนฤมล (พ.ศ. 2347) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาสำลี สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3


ประสูติเมื่อทรงเป็นพระบัณฑูรน้อย
พระองค์เจ้าหญิงงาม (พ.ศ. 2349) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาก้อนทอง สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3
พระองค์เจ้าชายเสือ (พ.ศ. 2349) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาน่วม สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4 ทรงเป็นต้นสกุล พยัคฆเสนา
พระองค์เจ้าชายใย (พ.ศ. 2350) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาศิลา สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4 ทรงเป็นต้นสกุล รังสิเสนา
พระองค์เจ้าชายกระต่าย (พ.ศ. 2350) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาน่วม สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3
พระองค์เจ้าชายทับทิม (พ.ศ. 2351) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาน้อยใหญ่ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3
พระองค์เจ้าหญิงมณฑา (พ.ศ. 2352) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาน่วม สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4
พระองค์เจ้าชายฤกษ์ (พ.ศ. 2352-2435) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาน้อยเล็ก ทรงผนวชเป็นสามเณรตั้งแต่รัชกาลที่ 2 ได้รับเลื่อนพระยศเป็น สมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ในรัชกาลที่ 5 ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 8 ของกรุงรัตนโกสินทร์


ประสูติเมื่ออุปราชาภิเษกแล้ว
พระองค์เจ้าชายแฝด (พ.ศ. 2353) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาทรัพย์
พระองค์เจ้าหญิงแฝด (พ.ศ. 2353) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาทรัพย์
พระองค์เจ้าชาย (พ.ศ. 2353) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาศิลา สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 2
พระองค์เจ้าหญิงปทุเมศ (พ.ศ. 2353) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเยี่ยม สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 5
พระองค์เจ้าหญิงเกสร (พ.ศ. 2353) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาปิ่น สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 2
พระองค์เจ้าชายชุมแสง (พ.ศ. 2353) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเล็ก สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4 ทรงเป็นต้นสกุล สหาวุธ
พระองค์เจ้าชายสาททิพากร (พ.ศ. 2353) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาน้อยเล็ก สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3
พระองค์เจ้าหญิง (พ.ศ. 2354) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาม่วง สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3
พระองค์เจ้าหญิงนุ่ม (พ.ศ. 2354-2421) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดานิ่ม
พระองค์เจ้าชาย (พ.ศ. 2355) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดานก (ต่อมาเจ้าจอมมารดานกได้เฉลิมนามเป็น ท้าวสมศักดิ์) สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 2
พระองค์เจ้าชายยุคันธร (พ.ศ. 2355) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาน้อยเล็ก ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ทรงกรมเป็น กรมหมื่นอนันตการฤทธิ์ เมื่อ พ.ศ. 2410 ในรัชกาลที่ 4 ว่ากรมทหารช่าง เมืองญวน สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 5 ทรงเป็นต้นสกุล ยุคันธร
พระองค์เจ้าชายสีสังข์ (พ.ศ. 2356) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเอี่ยม สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3 ทรงเป็นต้นสกุล สีสังข์
พระองค์เจ้าหญิงดวงจันทร์ (พ.ศ. 2356) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาศรี สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4
พระองค์เจ้าชายรัชนิกร (พ.ศ. 2357) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาพลับ (จินตหรา) สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4 ทรงเป็นต้นสกุล รัชนิกร
พระองค์เจ้าหญิง (พ.ศ. 2357) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาม่วง สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3
พระองค์เจ้าชายทัดทรง (พ.ศ. 2359) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาแจ่ม สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 5
พระองค์เจ้าชายรองทรง (พ.ศ. 2359-2419) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาภู่ (อิเหนา) ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ทรงกรมเป็น กรมหมื่นสิทธิสุขุมการ เมื่อ พ.ศ. 2410 ในรัชกาลที่ 5 ทรงว่าการโรงทอง ทรงเป็นต้นสกุล รองทรง
พระองค์เจ้าชายสุดวอน (พ.ศ. 2360) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดามี (บุษบา) สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3
พระองค์เจ้าหญิงสุดศาลา (พ.ศ. 2360) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาม่วง สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 5




 

Create Date : 05 เมษายน 2551    
Last Update : 5 เมษายน 2551 18:32:55 น.
Counter : 2202 Pageviews.  

สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ

สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ หรือ สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ (๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๓๒๘ - ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๓๗๕) พระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าอรุโณทัย เป็นพระราชโอรสลำดับที่ ๑๗ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ประสูติแต่เจ้าจอมนุ้ยใหญ่ ธิดาเจ้าพระยานคร (พัฒน์)

พระองค์เจ้าอรุโณทัย ได้ทรงกรมเป็น กรมหมื่นศักดิพลเสพ ใน พ.ศ. ๒๓๕๐ ทรงกำกับราชการกลาโหมในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๓ มีข่าวพม่าจะยกทัพเข้ามาตีไทย ทรงเป็นแม่ทัพคุมไพร่พลไปตั้งที่เมืองเพชรบุรี ทำศึกร่วมกับกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ซึ่งยกทัพไปตั้งที่เมืองราชบุรี และกาญจนบุรี เมื่อกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงราชาภิเษกเป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๗ จึงทรงอุปราชาภิเษกกรมหมื่นศักดิพลเสพ เป็น สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ดำรงตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล

สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพทรงสร้าง วัดบวรสถานสุทธาวาส หรือที่เรียกว่า วัดพระแก้ววังหน้า นอกจากนี้ยังทรงสร้างวัดบวรนิเวศวิหาร ทรงโปรดให้อัญเชิญพระพุทธชินสีห์ จากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก ล่องแพมาทางแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๒ อัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร การก่อสร้างวัดบวรนิเวศวิหารยังไม่เสร็จสิ้น สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ก็สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๓๗๕

หลังกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพสิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ไม่ได้ทรงตั้งผู้ใดเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล แต่เดิมทรงหมายมั่นจะสถาปนา พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าไกรสร กรมหลวงรักษ์รณเรศ ซึ่งเป็นพระปิตุลา แต่มีผู้ถวายฎีกาอยู่เสมอว่า กรมหลวงรักษ์รณเรศ กระทำการกระด้างกระเดื่อง ทุจริตต่อหน้าที่ รับสินบน อีกทั้งยังมีการส้องสุมกำลังผู้คน เมื่อทรงสอบสวนแล้วเป็นจริง จึงทรงให้สำเร็จโทษกรมหลวงรักษ์รณเรศ เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๓๙๑

พระโอรส-ธิดา


ประสูติก่อนอุปราชาภิเษก
พระองค์เจ้าหญิงอรุณ (พ.ศ. 2348-2428) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาน้อย
พระองค์เจ้าหญิงสำอาง (พ.ศ. 2350-2412) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาคุ้มใหญ่
พระองค์เจ้าชายสว่าง (พ.ศ. 2358-2404) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดางิ้ว
พระองค์เจ้าหญิงอัมพร (พ.ศ. 2358-2360) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาแสง
พระองค์เจ้าหญิงสังวาล (พ.ศ. 2359-2423) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเฟือง
พระองค์เจ้าชายกำภู (พ.ศ. 2360-2419) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาคำ ทรงเป็นต้นสกุล กำภู
พระองค์เจ้าชายกัมพล (พ.ศ. 2360-2366) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาตานี
พระองค์เจ้าชายอุทัย (พ.ศ. 2360-2392) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดางิ้ว
พระองค์เจ้าชายเกสรา (พ.ศ. 2360-2416) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาคุ้มเล็ก ทรงได้รับสถาปนาเป็นกรมหมื่นอานุภาพพิศาลศักดิ เมื่อ พ.ศ. 2408 ในรัชกาลที่ 4 ทรงเป็นต้นสกุล เกสรา
พระองค์เจ้าชายเนตร (พ.ศ. 2361-2377) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเฟือง
พระองค์เจ้าชายขจร (พ.ศ. 2363-2377) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดานิ่ม
พระองค์เจ้าชายอิศราพงศ์ (พ.ศ. 2363-2404) ทรงประสูติในพระองค์เจ้าดาราวดี พระธิดาในกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ทรงได้รับสถาปนาเป็นเจ้าฟ้าอิศราพงศ์ เมื่อ พ.ศ. 2394 ในรัชกาลที่ 4 ทรงเป็นต้นสกุล อิศรศักดิ์
พระองค์เจ้าหญิงอัมพา (พ.ศ. 2364-2366) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาฉิมสิงหฬ
พระองค์เจ้าชายนุช (พ.ศ. 2364-2417) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเฟือง ทรงเป็นต้นสกุล อนุชะศักดิ์
พระองค์เจ้าชายแฉ่ง (พ.ศ. 2365-2387) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดางิ้ว


ประสูติเมื่ออุปราชาภิเษกแล้ว
พระองค์เจ้าชาย (พ.ศ. 2367-2370) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาลูกจันทน์
พระองค์เจ้าชาย (พ.ศ. 2368) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาฉิมสิงหฬ
พระองค์เจ้าชายเริงคนอง (เรียกกันว่า พระองค์ชายป๊อก) (พ.ศ. 2372-2425) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเอม ทรงเป็นต้นสกุล นันทิศักดิ์
พระองค์เจ้าหญิงบรรเทิง (พ.ศ. 2372-2427) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาภู ทรงเสกสมรสกับสมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์
พระองค์เจ้าชายอินทวงศ์ (พ.ศ. 2372-2398) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาพัน




 

Create Date : 05 เมษายน 2551    
Last Update : 5 เมษายน 2551 18:28:42 น.
Counter : 231 Pageviews.  

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายทับทิม กรมหมื่นอินทรพิพิธ

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายทับทิม กรมหมื่นอินทรพิพิธ (พ.ศ. 2326-2 มิถุนายน พ.ศ. 2363) พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาจันทา

พระองค์เจ้าชายทับทิม ประสูติเมื่อปีเถาะ เบญจศก จุลศักราช 1145 ตรงกับ พ.ศ. 2326 โดยในสมัย รัชกาลที่ 2 เมื่อปีระกา เบญจศก จุลศักราช 1175 พ.ศ. 2356 ทรงได้รับการสถาปนาเป็น "กรมหมื่นอินทรพิพิธ" และทรงได้ว่าการ กรมคชบาล และ กรมช่างแสงใหญ่

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายทับทิม กรมหมื่นอินทรพิพิธ สิ้นพระชนม์เมื่อวันศุกร์ เดือน 7 แรม 6 ค่ำ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช 1182 ตรงกับวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2363 พระชันษา 38 ปี พระราชทานเพลิง ณ วัดระฆังโฆสิตาราม

พระโอรส-พระธิดา


พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายทับทิม กรมหมื่นอินทรพิพิธ ทรงเป็นต้นราชสกุล "อินทรางกูร" มีพระโอรส-พระธิดา รวม 8 พระองค์

  • หม่อมเจ้าชายร้าย (พ.ศ. 2359-พ.ศ. 2431)
    ประสูติเมื่อปี พ.ศ. 2359
    สิ้นชีพิตักษัยวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2431 ชนมายุ73 ปี
    พระราชทานเพลิง ณ วัดสระเกศ วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2432
    เป็นผู้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตติยจุลจอมเกล้าสืบราชตระกูล

  • หม่อมเจ้าชายสวน (พ.ศ. 2363-พ.ศ. 2432)
    ประสูติเมื่อปี พ.ศ. 2363
    สิ้นชีพิตักษัยวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2432 ชนมายุ 69 ปี
    พระราชทานเพลิง ณ วัดสระเกศ วันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2433

  • หม่อมเจ้าชายกลาง

  • หม่อมเจ้าชายสราญ

  • หม่อมเจ้าชายน้อย

  • หม่อมเจ้าชายถนอม
    พระราชทานเพลิง ณ วัดประยุรวงศาวาส วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2447

  • หม่อมเจ้าหญิง

  • หม่อมเจ้าชายปาน





 

Create Date : 04 เมษายน 2551    
Last Update : 5 เมษายน 2551 18:01:09 น.
Counter : 137 Pageviews.  

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย



พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอิศรสุนทรฯ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย (พ.ศ. ๒๓๑๐-พ.ศ. ๒๓๖๗ ครองราชย์ พ.ศ. ๒๓๕๒ - พ.ศ. ๒๓๖๗) รัชกาลที่ ๒ แห่งราชจักรีวงศ์

พระนามที่ปรากฏ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยนั้น พึ่งถวายพระนามเรียกเมื่อสมัยรัชกาลที่ ๓ เนื่องจากพระปรมาภิไธยที่จารึกในพระสุพรรณบัฏ ของรัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๒ จะเหมือนกันทุกตัวอักษร เพราะในเวลานั้นยังไม่มีธรรมเนียมที่จะต้องมีพระปรมาภิไธยแตกต่างกันในแต่ละพระองค์ จนถึงรัชกาลที่ ๔ เป็นต้นมา จึงทรงได้พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บัญญัติไว้ว่า ในแต่ละรัชกาลจะต้องมีพระปรมาภิไธยแตกต่างกัน เว้นแต่สร้อยพระปรมาภิไธยเท่านั้นที่อณุโลมให้ซ้ำกันได้บ้าง ส่วนคำนำหน้าพระนาม รัชกาลที่ ๔ ก็ได้ทรงบัญญัติให้ใช้คำว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทร์ หรือ ปรเมนทร์ เป็นคำนำทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลำดับรัชกาลว่าจะเป็นเลขคี่หรือเลขคู่

เดิมทีเดียวคนสมัยก่อนมักเรียกรัชกาลที่ ๑ ว่า แผ่นดินต้น และเรียกรัชกาลที่ ๒ ว่า แผ่นดินกลาง เหตุเพราะพระนามในพระสุพรรณบัฎเหมือนกัน รัชกาลที่ ๓ จึงไม่โปรดให้ใช้ตามอย่างรัชกาลที่ ๑ และ ๒ เพราะเหตุเช่นนั้นจะทำให้ประชาชนสมัยนั้นเรียกว่าแผ่นดินปลาย ซึ่งดูไม่เป็นมงคล

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงมีพระนามเดิมว่า ฉิม (สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร) พระราชสมภพเมื่อ วันพุธ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๔ ปีกุน เวลาเช้า ๕ ยาม ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๓๑๐ เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ ๔ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เสวยราชสมบัติ เมื่อปีมะเส็ง ปีพ.ศ. ๒๓๕๒ - ๒๓๖๗ ขณะมีพระชนมายุได้ ๔๒ พรรษา รวมสิริดำรงราชสมบัติ ๑๖ ปี พระราชโอรส-ราชธิดา รวมทั้งสิ้น ๗๓

ข้อมูลส่วนพระองค์


พระบรมนามาภิไธย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร
วันพระราชสมภพ ๒๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๓๑๐
วันสวรรคต พ.ศ. ๒๓๖๗
พระราชบิดา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
พระราชมารดา สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี
พระมเหสี สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี
พระราชบุตร 73 พระองค์

การครองราชย์


ราชวงศ์ ราชวงศ์จักรี
ทรงราชย์ ปีมะเส็ง พุทธศักราช ๒๓๕๒
ระยะเวลาครองราชย์ 16 ปี
รัชกาลก่อนหน้า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
รัชกาลถัดมา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
วัดประจำรัชกาล วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

พระนามเต็ม


พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีพระนามเต็มว่า พระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดี ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิราชาธิบดินทร์ ธรณินทราธิราช รัตนากาศภาสกรวงศ์ องค์ปรมาธิเบศ ตรีภูวเนตรวรนายก ดิลกรัตนราชชาติอาชาวศรัย สมุทัยดโรมนต์ สากลจักรวาฬาธิเบนทร สุริเยนทราธิบดินทร์ หริหรินทรา ธาดาธิบดี ศรีวิบูลยคุณอกนิษฐ ฤทธิราเมศวรมหันต บรมธรรมิกราชาธิราชเดโชชัย พรหมเทพาดิเทพนฤบดินทร์ ภูมิทรปรมาธิเบศ โลกเชษฐวิสุทธิ รัตนมกุฎประกาศ คตามหาพุทธางกูรบรมบพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัว

พระปรมาภิไธยที่จารึกในพระสุพรรณบัฏ ของรัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๒ เหมือนกันทุกตัวอักษร เนื่องจากในเวลานั้น ยังไม่มีธรรมเนียม ที่จะต้องมีพระปรมาภิไธยแตกต่างกัน ในแต่ละพระองค์ จนในรัชกาลที่ ๔ เป็นต้นมาได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บัญญัติไว้ว่า ในแต่ละรัชกาลจะต้องมีพระปรมาภิไธยแตกต่างกัน เว้นแต่สร้อยพระปรมาภิไธยเท่านั้นที่อณุโลมให้ซ้ำกันได้บ้าง ส่วนคำนำหน้าพระนาม รัชกาลที่ ๔ ก็ได้ทรงบัญญัติให้ใช้คำว่า "พระบาทสมเด็จพระปรมินทร์ หรือปรเมนทร์" เป็นคำนำทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลำดับรัชกาลว่าจะเป็นเลขคี่หรือเลขคู่ เดิมทีเดียวคนสมัยก่อนมักเรียกรัชกาลที่ ๑ ว่าแผ่นดินต้น และเรียกรัชกาลที่ ๒ ว่าแผ่นดินกลาง เหตุเพราะพระนามในพระสุพรรณบัฎเหมือนกัน รัชกาลที่ ๓ จึงไม่โปรดให้ใช้ตามอย่างรัชกาลที่ ๑ และ ๒ เพราะเหตุเช่นนั้น จะทำให้ประชาชนสมัยนั้นเรียกว่าแผ่นดินปลาย ซึ่งดูไม่เป็นมงคล

พระปรีชาสามารถ



พระราชลัญจกรประจำพระองค์


พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระปรีชาสามารถในศิลปกรรมด้านต่างๆ หลายสาขา ดังจะขอยกตัวอย่างต่อไปนี้

ด้านกวีนิพนธ์
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้รับการยกย่องว่า เป็นยุคทองของวรรณคดีสมัยหนึ่งเลยทีเดียว ด้านกาพย์กลอนเจริญสูงสุด จนมีคำกล่าวว่า "ในรัชกาลที่ ๒ นั้น ใครเป็นกวีก็เป็นคนโปรด" กวีที่มีชื่อเสียงนอกจากพระองค์เองแล้ว ยังมีกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (รัชกาลที่ ๓) สมเด็จกรมพระปรมานุชิตชิโนรส สุนทรภู่ พระยาตรัง และนายนรินทรธิเบศร์ (อิน) เป็นต้น พระองค์มีพระราชนิพนธ์ที่เป็นบทกลอนมากมาย ทรงเป็นยอดกวีด้านการแต่งบทละครทั้งละครในและละครนอก มีหลายเรื่องที่มีอยู่เดิมและทรงนำมาแต่งใหม่เพื่อให้ใช้ในการแสดงได้ เช่น รามเกียรติ์ อุณรุท และอิเหนา โดยเรื่องอิเหนานี้ เรื่องเดิมมีความยาวมาก ได้ทรงพระราชนิพนธ์ใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นเรื่องยาวที่สุดของพระองค์ วรรณคดีสโมสรในรัชกาลที่ ๖ ได้ยกย่องให้เป็นยอดบทละครรำที่แต่งดี ยอดเยี่ยมทั้งเนื้อความ ทำนองกลอนและกระบวนการเล่นทั้งร้องและรำ นอกจากนี้ยังมีละครนอกอื่นๆ เช่น ไกรทอง สังข์ทอง ไชยเชษฐ์ คาวี มณีพิชัย ได้ทรงเลือกเอาของเก่ามาทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นใหม่บางตอน และยังทรงพระราชนิพนธ์บทพากย์โขนอีกหลายชุด เช่น ชุดนางลอย ชุดนาคบาศ และชุดพรหมาสตร์ ซึ่งล้วนมีความไพเราะซาบซึ้งเป็นอมตะใช้แสดงมาจนทุกวันนี้

ด้านปฏิมากรรม /ประติมากรรม
นอกจากจะทรงส่งเสริมงานช่างด้านหล่อพระพุทธรูปแล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยยังได้ทรงพระราชอุตสาหะปั้นหุ่นพระพักตร์ของพระพุทธธรรมิศรราชโลกธาตุดิลก พระประธานในพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม อันเป็นพระพุทธรูปที่สำคัญยิ่งองค์หนึ่งไทยด้วยพระองค์เอง ซึ่งลักษณะและทรวดทรงของพระพุทธรูปองค์นี้เป็นแบบอย่างที่ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นใหม่ในรัชกาลที่ ๒ นี้เอง ส่วนด้านการช่างฝีมือและการแกะสลักลวดลายในรัชกาลของพระองค์ได้มีความเจริญก้าวหน้าไปอย่างมาก และพระองค์เองก็ทรงเป็นช่างทั้งการปั้นและการแกะสลักที่เชี่ยวชาญยิ่งพระองค์หนึ่งอย่างยากที่จะหาผู้ใดทัดเทียมได้ นอกจากฝีพระหัตถ์ในการปั้นพระพักตร์พระพุทธธรรมิศรราชโลกธาตุดิลกแล้ว ยังทรงแกะสลักบานประตูพระวิหารพระศรีศากยมุนี วัดสุทัศนเทพวราราม คู่หน้าด้วยพระองค์เองร่วมกับกรมหมื่นจิตรภักดี และทรงแกะหน้าหุ่นหน้าพระใหญ่และพระน้อยที่ทำจากไม้รักคู่หนึ่งที่เรียกว่าพระยารักใหญ่ และพระยารักน้อยไว้ด้วย

ด้านดนตรี
กล่าวได้ว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านนี้ไม่น้อยไปกว่าด้านละครและฟ้อนรำ เครื่องดนตรีที่ทรงถนัดและโปรดปรานคือ ซอสามสาย ซึ่งซอคู่พระหัตถ์ที่สำคัญได้พระราชทานนามว่า "ซอสายฟ้าฟาด" และเพลงพระราชนิพนธ์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีคือ "เพลงบุหลันลอยเลื่อน" หรือ "บุหลัน (เลื่อน) ลอยฟ้า" แต่ต่อมามักจะเรียกว่า "เพลงทรงพระสุบิน" เพราะเพลงมีนี้มีกำเนิดมาจากพระสุบิน (ฝัน) ของพระองค์เอง โดยเล่ากันว่าคืนหนึ่งหลังจากได้ทรงซอสามสายจนดึก ก็เสด็จเข้าที่บรรทมแล้วทรงพระสุบินว่า ได้เสด็จไปยังดินแดนที่สวยงามดุจสวรรค์ ณ ที่นั่น มีพระจันทร์อันกระจ่างได้ลอยมาใกล้พระองค์ พร้อมกับมีเสียงทิพยดนตรีอันไพเราะยิ่ง ประทับแน่นในพระราชหฤทัย ครั้นทรงตื่นบรรทมก็ยังทรงจดจำเพลงนั้นได้ จึงได้เรียกพนักงานดนตรีมาต่อเพลงนั้นไว้ และทรงอนุญาตให้นำออกเผยแพร่ได้ เพลงนี้จึงเป็นที่แพร่หลายและรู้จักกันกว้างขวางมาจนทุกวันนี้

พระภรรยา พระราชโอรส พระราชธิดา


พระภรรยา พระราชโอรส พระราชธิดา

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงมี พระราชโอรส - พระราชธิดา รวมทั้งสิ้น ๗๓ พระองค์

สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงอภิเษกสมรสกับ สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงบุญรอด พระธิดาในพระพี่นางเธอ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ และสถาปนาเป็น สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ประชาชน เรียกว่า สมเด็จพระพันวษา ต่อมาในรัชกาลที่ ๔ ได้ทรงเฉลิมพระนามว่า กรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชโอรสร่วมกัน ๓ พระองค์ ได้แก่


  • เจ้าฟ้าชายราชกุมาร

  • พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนามเดิม เจ้าฟ้ามงกุฎ

  • พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนามเดิม เจ้าฟ้าจุฑามณี หรือ เป็นที่รู้จักในชื่อ เจ้าฟ้าน้อย


สมเด็จพระศรีสุราลัย
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงมีพระราชโอรส-ธิดา ๓ พระองค์ ประสูติแต่พระสนมเอก คือเจ้าคุณจอมมารดาเรียม ต่อมาในรัชกาลที่๓โปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็น กรมสมเด็จพระศรีสุราลัย


  • พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนามเดิม พระองค์เจ้าชายทับ

  • พระองค์เจ้าหญิงป้อม ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๓ ขึ้น ๗ ค่ำ ปีจอ โทศก จ.ศ. ๑๑๕๒ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีฉลู เบญจศก จ.ศ. ๑๑๕๕ พระชันษา ๓ พรรษา

  • พระองค์เจ้าชายหนูดำ


พระราชชายานารี เจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี
  • เจ้าฟ้าชายอาภรณ์ ประสูติเมื่อวันศุกร์ เดือน ๕ แรม ๗ ค่ำ ปีชวด อัฐศก จ.ศ. ๑๑๗๘ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ ได้ทรงกำกับการกรมพระคชบาล สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๓ เมื่อปีวอก สัมฤทธิศก จ.ศ. ๑๒๑๐ ทรงเป็นต้นราชสกุล อาภรณ์กุล

  • เจ้าฟ้าชายกลาง หรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ ประสูติเมื่อวันเสาร์ เดือน ๖ ขึ้น ๑ ค่ำ ปีเถาะ เอกศก จ.ศ.๑๑๘๑ รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหามาลาฯ กรมหมื่นปราบปรปักษ์ รัชกาลที่ ๔ พ.ศ. ๒๔๑๐ โปรดเกล้าฯเลื่อนขึ้นเป็น กรมขุนบำราบปรปักษ์ รัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯให้เลื่อนขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ฯ รัชกาลที่ ๕ ปีระกา พ.ศ. ๒๔๒๘ โปรดเกล้าฯเลื่อนขึ้นเป็น สมเด็จกรมพระยาบำราบปรปักษ์ฯ รัชกาลที่ ๓ ทรงรับราชการในกรมวัง รัชกาลที่ ๔ ได้ว่ากรมวัง กรมพระคชบาล และกรมสังฆการีธรรมการ รัชกาลที่ ๕ ได้เป็นผู้สำเร็จราชการฝ่ายในในราชสำนัก และว่ากรมพระคลัง ต่อมาเป็นผู้สำเร็จราชการกรมมหาดไทย สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๕ เมื่อวันพุธ เดือน ๑๐ ขึ้น ๔ ค่ำ ปีจออัฐศก จ.ศ. ๑๒๔๘ พระชันษา ๖๗ พรรษา ทรงเป็นต้นราชสกุล มาลากุล

  • เจ้าฟ้าหญิง ประสูติเมื่อวันพุธ เดือน ๔ แรม ๓ ค่ำ ปีมะโรงโทศก จ.ศ.๑๑๘๒ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๒

  • เจ้าฟ้าชายปิ๋ว ประสูติเมื่อวันศุกร์ เดือน ๖ ขึ้น ๖ ค่ำ ปีมะแมจัตวาศก จ.ศ. ๑๑๘๔ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๓ เมื่อปีชวดโ ทศก จ.ศ.๑๒๐๒ พระชันษา ๑๙ พรรษา


เจ้าจอมมารดาเกด
  • พระองค์เจ้าหญิงส้มจีน ประสูติเมื่อวันศุกร์ เดือน ๘ อุตราสาฒ ขึ้น ๕ ค่ำ ปีฉลู เบญจศก จ.ศ. ๑๑๕๕ ในเจ้าจอมมารดาเกด สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๔ เมื่อวันอาทิตย์ เดือน ๙ แรม ๑๐ ค่ำ ปีฉลู สัปตศก พระชันษา ๗๒ พรรษา


เจ้าจอมมารดากรุด
  • พระองค์เจ้ากุสุมา ประสูติเมื่อวันศุกร์ เดือน ๕ ขึ้น ๔ ค่ำ ปีฉลู เบญจศก จ.ศ. ๑๑๕๔ ในเจ้าจอมมารดากรุด ในสมัยรัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็น กรมหมื่นเสพสุนทร สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๓ ทรงเป็นต้นราชสกุล กุสุมา


เจ้าจอมมารดากล่ำ
  • พระองค์เจ้าหญิงดวงจันทร์ ประสูติเมื่อปีมะเส็ง เอกศก จ.ศ. ๑๑๗๑ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๒


เจ้าจอมมารดาแจ่มใหญ่
  • พระองค์เจ้าหญิงทับทิม ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๕ ขึ้น ๒ ค่ำ ปีจอ โทศก จ.ศ. ๑๑๕๑ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๓


เจ้าจอมมารดาสี(เจ้าคุณพี)
  • พระองค์เจ้าหญิงจักรจั่น พระราชธิดาพระองค์แรก ประสูติเมื่อปีมะเส็ง จ.ศ. ๑๑๔๗ ประสูติแต่เจ้าคุณจอมมารดาศรี ธิดาเจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช(บุญรอด) สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๑

  • พระองค์เจ้าหญิงบุบผา ประสูติเมื่อวันจันทร์ เดือน ๗ ปีกุนตรีศก จ.ศ. ๑๑๕๓ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๒ เมื่อปีมะเส็ง ตรีศก จ.ศ. ๑๑๘๓ พระชันษา ๓๑ พรรษา


เจ้าจอมมารดาสวน
  • พระองค์เจ้าชาย ประสูติเมื่อปีมะแม จ.ศ. ๑๑๔๙ ประสูติแต่ เจ้าจอมมารดาสวน สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๑

  • พระองค์เจ้าหญิงลำภู ประสูติเมื่อวันพุธ เดือน ๔ ปีระกา จ.ศ. ๑๑๕๑ ในรัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็น กรมขุนกัลยาสุนทร ว่าราชการฝ่ายใน และทรงรักษากุญแจพระราชวังชั้นใน สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๓ เมื่อวันอังคาร เดือน ๘ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ปีมะเมียอัฐศก จ.ศ. ๑๒๐๘ พระชันษา ๕๘ พรรษา

  • พระองค์เจ้าชายกล้วยไม้ หรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากล้วยไม้ กรมหมื่นสุนทรธิบดี ประสูติเมื่อวันเสาร์ เดือน แรม ๑๑ ค่ำ ปีกุน ตรีศก จ.ศ.๑๑๕๓ ในรัชกาลที่ ๒ โปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็น กรมหมื่นสุนทรธิบดีทรงถูกไฟคลอกสิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๓ เนื่องจากไฟไหม้วัง สิ้นพระชนม์เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๕ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ปีเถาะ ตรีศก จ.ศ. ๑๑๙๓ พระชันษา ๔๑ ปี ทรงเป็นต้นสกุล กล้วยไม้

  • พระองค์เจ้าหญิงหรุ่น ประสูติเมื่อวันอังคาร เดือน ๙ ขึ้น ๕ ค่ำ ปีเถาะ สัปศก จ.ศ. ๑๑๕๗ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๓

  • พระองค์เจ้าหญิงพลับ ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ เดือน ๕ ปีมะเส็ง นพศก จ.ศ. ๑๑๕๙ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๓

  • พระองค์เจ้าชาย ประสูติเมื่อเดือน ๖ ปีวอก โทศก จ.ศ. ๑๑๖๒ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๓

  • พระองค์เจ้าหญิงน้อย ประสูติเมื่อเดือน ๑๒ ปีวอก โทศก จ.ศ. ๑๑๖๒ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๓


เจ้าจอมมารดาสั้น
  • พระองค์เจ้าหญิงปุก ประสูติเมื่อวันพุธ เดือน ๑๒ แรม ๒ ค่ำ ปีชวด จัตวาศก จ.ศ. ๑๑๕ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๕ เมื่อปีระกาตรีศก จ.ศ. ๑๒๓๕ พระชันษา ๘๑ พรรษา

  • พระองค์เจ้าหญิงสุกรม ประสูติเมื่อวันศุกร์ เดือน ๑๐ แรม ๑๓ ค่ำ ปีมะแม เอกศก จ.ศ. ๑๑๖๑ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๒


เจ้าจอมมารดาเหมใหญ่
  • พระองค์เจ้าหญิงยี่สุ่น ประสูติเมื่อวันจันทร์ เดือน ๕ ขึ้น ๗ ค่ำ ปีจอ เอกศก จ.ศ. ๑๑๕๑ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อวันอังคาร เดือน ๑๐ ขึ้น ๙ ค่ำ ปีมะเส็ง เอกศก จ.ศ. ๑๒๓๑ พระชันษา ๘๑ พรรษา

  • พระองค์เจ้าชายเนียม ประสูติเมื่อวันเสาร์ เดือน ๕ แรม ๓ค่ำ ปีวอก เอกศก จ.ศ. ๑๑๖๒ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๒ เมื่อปีวอก ฉศก จ.ศ. ๑๑๘๖ พระชันษา ๒๖ พรรษา ทรงเป็นต้นราชสกุล นิยมิศร


เจ้าจอมมารดาเหมเล็ก
  • พระองค์เจ้าชาย ประสูติเมื่อเดือนอ้าย ปีเถาะ สัปตศก จ.ศ. ๑๑๕๗ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๓

  • พระองค์เจ้าชายโคมเพ็ชร ประสูติเมื่อเดือน ๖ ปีมะเมีย เอกศก จ.ศ. ๑๑๖๑ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๑

  • พระองค์เจ้าชาย ประสูติเมื่อปีจอจั ตวาศก จ.ศ. ๑๑๖๔ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีกุน เบญจศก จ.ศ. ๑๑๖๕ พระชันษา ๒ พรรษา


เจ้าจอมมารดาศิลา
  • พระองค์เจ้าหญิงวงศ์ ประสูติเมื่อวันอังคาร เดือน ๘ ปีกุน ตรีศก จ.ศ.๑๑๕๓ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๔

  • พระองค์เจ้าชายพนมวัน หรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพนมวัน กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ ประสูติเมื่อวันพุธ เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ปีขาล ฉศก จ.ศ. ๑๑๕๖ รัชกาลที่ ๒ โปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็น กรมหมื่นพิพิธภูเบนทร์ รัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯเลื่อนขึ้นเป็น กรมขุนพิพิธภูเบนทร์ รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯเลื่อนขึ้นเป็น กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ ทรงกำกับกรมนครบาล และ กรมคชบาลมาแต่ในรัชกาลที่ ๒ และในรัชกาลที่ ๓ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๔ เมื่อวันจันทร์ เดือน ๕ แรม ๘ ค่ำ ปีมะโรง อัฐศก จ.ศ.๑๒๑๘ พระชันษา ๖๒ พรรษา ทรงเป็นต้นราชสกุล พนมวัน

  • พระองค์เจ้าชายกุญชร หรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากุญชร กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ ประสูติเมื่อวันพุธ เดือน๖ ขึ้น ๔ ค่ำ ปีมะเมีย สัมฤทธิศก จ.ศ.๑๑๖๐ รัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็น กรมหมื่นพิทักษ์เทเวศร์ รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯเลื่อนขึ้นเป็น กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ ทรงว่าราชการกรมม้ามาแต่ในรัชกาลที่ ๓ ถึงรัชกาลที่ ๔ ได้ว่ากรมพระคชบาลด้วยอีกกรม สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๔ เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๕ แรม ๑๓ค่ำ ปีกุน เบญจศก จ.ศ. ๑๒๒๕ พระชันษา ๖๕ พรรษา ทรงเป็นต้นราชสกุล กุญชร

  • พระองค์เจ้าชายทินกร หรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทินกร กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ เดือน ๗ ขึ้น ๑๒ ค่ำ ปีระกา ตรีศก จ.ศ. ๑๑๖๓ รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็น กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ ได้ทรงว่ากรมพระนครบาลระยะหนึ่ง สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๔ เมื่อวันศุกร์ เดือนอ้าย ขึ้น ๑ ค่ำปีมะโรง อัฐศก จ.ศ. ๑๒๑๘ พระชันษา ๕๖ พรรษา ทรงเป็นต้นราชสกุล ทินกร

  • พระองค์เจ้าหญิงอินทนิล ประสูติเมื่อวันพุธ เดือน ๑๑ ขึ้น ๖ ค่ำ ปีชวดฉศก จ.ศ. ๑๑๖๖ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อปีวอก จัตวาศก จ.ศ. ๑๒๓๔ พระชันษา ๖๙ พรรษา


เจ้าจอมมารดาม่วงใหญ่
  • พระองค์เจ้าหญิง ประสูติเมื่อเดือน ๖ ปีฉลู เบญจศก จ.ศ. ๑๑๕๕ แก่เจ้าจอมมารดาม่วงใหญ่ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๑


เจ้าจอมมารดานิ่ม
  • พระองค์เจ้าชายมั่ง หรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ามั่ง กรมพระยาเดชาดิศร ประสูติเมื่อวันเสาร์ เดือน ๗ ขึ้น ๒ ค่ำ ปีฉลูเบญจศก จ.ศ. ๑๑๕๕ แก่เจ้าจอมมารดานิ่ม ธิดาเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ในรัชกาลที่ ๒ โปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็น กรมหมื่นอดิศร ในรัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯเลื่อนขึ้นเป็น กรมขุนอดิศร ในรัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯเลื่อนขึ้นเป็น กรมสมเด็จพระเดชาดิศร ทรงกำกับกรมอาลักษณ์ตั้งแต่รัชกาลที่ ๒ และในรัชกาลที่ ๔ โปรดฯให้ทรงกำกับกรมนาด้วย สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๔ เมื่อวันอาทิตย์ เดือน ๑๐ ขึ้น ๘ ค่ำ ปีมะแม เอกศก จ.ศ. ๑๒๒๑ พระชันษา ๖๗ พรรษา ทรงเป็นต้นราชสกุล เดชาติวงศ์


เจ้าจอมมารดาทรัพย์
  • พระองค์เจ้าหญิงสังวาล ประสูติเมื่อเดือน ๘ ปีมะเมีย สัมฤทธิศก จ.ศ. ๑๑๖๐ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๓

  • พระองค์เจ้าหญิงรสคนธ์ ประสูติเมื่อวันอาทิตย์เดือนอ้าย ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีระกา ตรีศก จ.ศ. ๑๑๖๓ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๓


เจ้าจอมมารดาปราง
  • พระองค์เจ้าชายเนตร (บางฉบับว่านุช บางฉบับว่านก) ประสูติเมื่อเดือน ๙ ปีมะเมีย สัมฤทธิศก จ.ศ. ๑๑๖๐ เจ้าจอมมารดาปราง ธิดาขรัวตาบุญเกิดและขรัวยายทองอิน ต่อมาได้เป็นท้าววรจันทร์ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๑


เจ้าจอมมารดาบุนนาค
  • พระองค์เจ้าชายเรณู ประสูติเมื่อเดือน ๘ ปีมะแม เอกศก จ.ศ. ๑๑๖๑ สิ้นพระชนม์ในสมับรัชกาลที่ ๓ ทรงเป็นต้นสกุล เรณุนันทน์


เจ้าจอมมารดาทองอยู่
  • พระองค์เจ้าชายอำไพ ประสูติเมื่อเดือน ๙ ปีมะแม เอกศก จ.ศ. ๑๑๖๑ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๓


เจ้าจอมมารดาม่วงซอ
  • พระองค์เจ้าชายอัมพร ประสูติเมื่อเดือน ๙ ปีมะแม เอกศก จ.ศ. ๑๑๖๑ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๒


เจ้าจอมมารดาบุญมา
  • พระองค์เจ้าหญิงประภา ประสูติเมื่อเดือนอ้าย ปีวอก โทศก จ.ศ. ๑๑๖๒ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๓


เจ้าจอมมารดาน้อย
  • พระองค์เจ้าชายขัตติยวงศ์ ประสูติเมื่อปีวอก โทศก จ.ศ. ๑๑๖๒ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๒


เจ้าจอมมารดาทิม
  • พระองค์เจ้าชายไพฑูรย์ หรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าไพฑูรย์ กรมหมื่นสนิทนเรนทร์ ประสูติเมื่อปีจอ จัตวาศก จ.ศ. ๑๑๖๔ แก่เจ้าจอมมารดาทิม ธิดานายเอม ในรัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็น กรมหมื่นสนิทนเรนทร์ สิ้นพระชนม์ใรชกาลที่ ๓ เมื่อปีวอก สัมฤทธิศก จ.ศ. ๑๒๑๐ ทรงเป็นต้นราชสกุล ไพฑูรย์

  • พระองค์เจ้าชายชุมแสง หรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชุมแสง กรมหลวงสรรพศิลป์ปรีชา ประสูติเมื่อวันเสาร์ เดือน ๕ ขึ้น ๓ ค่ำ ปีขาล สัปตศก จ.ศ. ๑๑๖๗ รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็น กรมขุนสรรพศิลป์ปรีชา และเลื่อนขึ้นเป็นกรมหลวงในปีเดียวกัน ได้ทรงกำกับกรมหมอนวด สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๔ เมื่อวันจันทร์ เดือน ๘ บูรพาสาฒ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีระกา ตรีศก จ.ศ. ๑๒๒๓ พระชันษา ๕๖ พรรษา ทรงเป็นต้นราชสกุล ชุมแสง


เจ้าจอมมารดาน้อยระนาด
  • พระองค์เจ้าหญิง ประสูติเมื่อปีจอ จัตวาศก จ.ศ. ๑๑๖๔ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๑

  • พระองค์เจ้าชายกลาง หรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากลาง กรมพระเทเวศร์วัชรินทร์ ประสูติเมื่อวันเสาร์ เดือน ๓ แรม ๑๒ค่ำ ปีฉลู สัปตศก จ.ศ. ๑๑๖๗ รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็น กรมหลวงเทเวศร์วัชรินทร์ รัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯเลื่อนขึ้นเป็น กรมพระเทเวศร์วัชรินทร์ฯ ได้ทรงกำกับกรมช่างทองมาแต่ในรัชกาลที่ ๓ รัชกาลที่ ๔ ได้ว่าความศาลราชตระกูลตลอดมาจนสิ้นพระชนม์ รัชกาลที่ ๕ ทรงสถาปนาเป็น พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวัชรีวงศ์ ทรงได้กำกับศาลฎีกา สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อวันอังคาร เดือน ๔ ขึ้น ๘ ค่ำ ปีชวด อัฐศก จ.ศ. ๑๒๓๘ พระชันษา ๗๓ พรรษา ทรงเป็นต้นราชสกุล วัชรีวงศ์


เจ้าจอมมารดาเลี้ยง
  • พระองค์เจ้าชายโต หรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโต กรมหลวงมหิศวรินทรามเรศร์ ประสูติเมื่อวันอังคาร เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ปีกุน เบญจศก จ.ศ. ๑๑๖๕ รัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็น กรมหมื่นอินทรอมเรศ รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯให้เลื่อนขึ้นเป็น กรมหลวงมหิศวรินทรามเรศร์ ทรงว่าราชการกรมพระแสงปืนต้นมาแต่รัชกาลที่ ๓ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๔ เมื่อวันพุธ เดือน ๘ อุตราสาฒ ขึ้น ๓ ค่ำ ปีระกาตรีศก จ.ศ. ๑๒๒๓ พระชันษา ๕๙ พรรษา ทรงเป็นต้นราชสกุล มหากุล

  • พระองค์เจ้าหญิงสายสมร ประสูติเมื่อวันเสาร์ เดือน ๘ แรม ๒ค่ำ ปีมะโรง สัมฤทธิศก จ.ศ. ๑๑๗๐ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อปีมะแมตรีศก จ.ศ. ๑๒๓๓ พระชันษา ๖๔ พรรษา


เจ้าจอมมารดาปรางใหญ่
  • พระองค์เจ้าหญิง ประสูติเมื่อปีขาล อัฐศก จ.ศ. ๑๑๖๘ แก่เจ้าจอมมารดาปรางใหญ่ ธิดาท่านขรัวยายทองอิน สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๑ ภายหลังวันประสูติ ๓ วัน

  • พระองค์เจ้าชายนวม หรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้านวม กรมหลวงวงศาธิราชสนิท ประสูติเมื่อวันเสาร์ เดือน ๘ แรม ๒ ค่ำ ปีมะโรง สัมฤทธิศก จ.ศ. ๑๑๗๐ รัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็น กรมหมื่นวงศาสนิท รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯเลื่อนขึ้นเป็น กรมหลวงวงศาธิราชสนิท ในรัชกาลที่ ๓ ได้ทรงกำกับกรมหมอหลวง และในรัชกาลที่ ๔ ได้ทรงกำกับราชการมหาดไทย ว่าพระคลังสินค้า เเละเป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดินด้วย สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อวันพุธ เดือน ๑๐ ขึ้น ๖ ค่ำ ปีมะเมียโทศก พระชันษา ๖๓ พรรษา ทรงเป็นต้นราชสกุล สนิทวงศ์


เจ้าจอมมารดาพะวา
  • พระองค์เจ้าหญิง ประสูติปีขาล อัฐศก จ.ศ. ๑๑๖๘ แก่เจ้าจอมมารดาพะวา ธิดาพระสาครบุรีและขรัวยายลิ้ม สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๑ ในวันประสูติ

  • พระองค์เจ้าชายขัตติยา ประสูติเมื่อวันเสาร์ เดือน ๑๐ แรม ๑๔ ค่ำ ปีมะเส็ง เอกศก จ.ศ. ๑๑๗๑ mi'ว่าการกรมฝีพายและช่างเหลารางปืน สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๕ เมื่อปีระกา เบญจศก จ.ศ.๑๒๓๕ พระชันษา ๖๕ พรรษา


เจ้าจอมมารดาทองดี
  • พระองค์เจ้าชายมรกฎ หรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ามรกฎ กรมขุนสถิตย์สถาพร ประสูติเมื่อวันพุธ เดือนยี่ ปีมะโรง สัมฤทธิศก จ.ศ. ๑๑๗๐ แก่เจ้าจอมมารดาทองดี ธิดาเจ้าพระยาธรรมาฯ(สด) ทรงว่าการกรมช่างทหารในญวน สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ทรงเป็นต้นราชสกุล มรกฎ


เจ้าจอมมารดาลูกจันทน์
  • พระองค์เจ้าหญิงโสภา ประสูติเมื่อวันอังคาร เดือน ๙ ปีมะโรง โทศก จ.ศ. ๑๑๘๒ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๒ เมื่อปีมะเส็ง ตรีศก จ.ศ. ๑๑๘๓ พระชันษา ๒ พรรษา


เจ้าจอมมารดาลูกจันทน์ใหญ่
  • พระองค์เจ้าหญิงนิ่มนวล ประสูติเมื่อปีมะแม ตรีศก จ.ศ. ๑๑๗๓ สิ้นพระชนมในสมัยรัชกาลที่ ๓


เจ้าจอมมารดาลูกจันทร์เล็ก
  • พระองค์เจ้าหญิงแม้นเขียน ประสูติเมื่อวันจันทร์ เดือนอ้าย ขึ้น ๑๓ ค่ำ ปีมะแม เบญจศก จ.ศ. ๑๑๘๕ แต่เจ้าจอมมารดาลูกจันทร์เล็ก(ธิดาเจ้าสุก เมืองหลวงพระบาง) สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๖ เมื่อวันอาทิตย์ เดือน ๑๐ แรม ๑๔ ค่ำ ปีฉลู เบญจศก จ.ศ. ๑๒๗๕ พระชันษา ๙๐ พรรษา


เจ้าจอมมารดาหนูจีน
  • พระองค์เจ้าหญิง(แฝด) ประสูติเมื่อปีมะแมตรีศก จ.ศ. ๑๑๗๓ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๒ หลังวันประสูติ ๖ วัน

  • พระองค์เจ้าหญิง(แฝด) ประสูติเมื่อปีมะแมตรีศก จ.ศ. ๑๑๗๓ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๒ หลังวันประสูติ ๖ วัน


เจ้าจอมมารดานวล
  • พระองค์เจ้าหญิงพันแสง (ในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒ ออกพระนามว่า กันแสง) ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๑๐ ปีฉลู นพศก จ.ศ. ๑๑๗๙ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๓


เจ้าจอมมารดาพิม
  • พระองค์เจ้าชายนิลรัตน หรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้านิลรัตน์ กรมหมื่นอลงกฎกิจปรีชา ประสูติเมื่อวันจันทร์ เดือน ๙ แรม ๘ ค่ำ ปีมะแม ตรีศก จ.ศ. ๑๑๗๓ รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็น กรมหมื่นอลงกฎกิจปรีชา ว่าราชการกรมแสงปืนต้น กรมแสงหอกดายและกำกับช่างเงินโรงกษาปณ์ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๔ เมื่อวันพุธ เดือน ๑๑ขึ้น ๑๑ ค่ำ ปีเถาะนพศก จ.ศ.๑๒๒๙ พระชันษา ๕๗ พรรษา ทรงเป็นต้นราชสกุล นิลรัตน์


เจ้าจอมมารดาพุ่ม
  • พระองค์เจ้าชายเน่า ประสูติเมื่อเดือน ๑๒ ปีฉลูนพศก จ.ศ.๑๑๗๙ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๒


เจ้าจอมมารดาแย้ม
  • พระองค์เจ้าหญิงมารยาตร ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ เดือน ๓แรม ๗ ค่ำ ปีมะเมีย จัตวาศก จ.ศ. ๑๑๘๔ แก่ เจ้าจอมมารดาแย้ม ธิดาพระยาไกดรเพ็ชรรัตน์สงคราม(ทองดี) สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๔


เจ้าจอมมารดาอิน
  • พระองค์เจ้าหญิงใย ประสูติวันอาทิตย์ เดือน ๙ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีเถาะสัปตศก จ.ศ. ๑๑๕๗ แก่เจ้าจอมมารดาอิน สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๔ เมื่อปีกุนเ บญจศก จ.ศ. ๑๒๒๕ พระชันษา ๖๘ พรรษา


เจ้าจอมมารดาเอม
  • พระองค์เจ้าชายอรุณวงศ์ หรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรุณวงศ์ กรมหลวงวรศักดาพิศาล ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ เดือน ๗ แรม ๖ ค่ำ ปีวอกจัตวาศก จ.ศ. ๑๑๗๔ แก่เจ้าจอมมารดาเอม ธิดาพระยารัตนจักร(หงส์ทอง) รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็น กรมหมื่นวรศักดาพิศาล ว่ากรมกองแก้วจินดาและกรมช่างหล่อ รัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯเลื่อนขึ้นเป็น กรมหลวงวรศักดาพิศาล สุพัฒนาการสวัสดิ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อวันศุกร์ เดือน ๘ อุตราสา แรม ๔ ค่ำ ปีชวด สัมฤทธิศก จ.ศ. ๑๒๕๐ พระชันษา ๗๖ ปี ทรงเป็นต้นราชสกุล อรุณวงศ์


เจ้าจอมมารดาอัมพา
  • พระองค์เจ้าชายกปิตถา หรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากปิตถา กรมหมื่นภูบาลบริรักษ์ ประสูติเมื่อวันอังคาร เดือน ๕ แรม ๑ค่ำ ปีจอ จ.ศ.๑๑๗๖ ยังเป็น เบญจศก แก่เจ้าจอมมารดาอัมพา ธิดาพระยาอินทรอากร รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็น กรมหมื่นภูบาลบริรักษ์ ทรงว่ากรมพระอาลักษณ์ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อวันอาทิตย์ เดือนอ้าย แรม ๗ ค่ำ ปีวอก จัตวาศก จ.ศ. ๑๒๓๔ พระชันษา ๕๙ พรรษา ทรงเป็นต้นราชสกุล กปิตถา

  • กรมหมื่นวรจักรธรานุภาพ หรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าปราโมช กรมขุนวรจักรธรานุภาพ ประสูติเมื่อวันอังคาร เดือน ๔ แรม ๙ ค่ำ ปีชวด อัฐศก จ.ศ. ๑๑๗๘ ได้ทรงกำกับกรมพระคชบาล กรมหมอ กรมช่างเคลือบ ช่างหุงกระจก กรมญวนหก ได้ชำระความรับสั่ง ได้ว่ากรมท่า ต่อมาได้เลื่อนเป็น กรมขุน เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๐(ในประกาศว่า พระพุธศาสนากาลเปนอดีตภาคล่วงแล้ว ๒๔๑๐) สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๘ บุรพสาฒ ขึ้น ๘ ค่ำ ปีวอก จัตวาศก จ.ศ. ๑๒๓๔ พระชันษา ๕๗ พรรษา ทรงเป็นต้นราชสกุล ปราโมช

  • พระองค์เจ้าชายเกยูร ประสูติเมื่อวันอังคาร เดือน ๘ แรม ๔ ค่ำ ปีขาล สัมฤทธิศก จ.ศ. ๑๑๘๐ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๔

  • พระองค์เจ้าหญิงกัณฐา ประสูติเมื่อวันเสาร์ เดือน ๖ ขึ้น ๔ ค่ำ ปีมะเส็ง ตรีศก จ.ศ. ๑๑๘๓ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๓ เมื่อปีจอ โทศก จ.ศ. ๑๒๑๒ พระชันษา ๓๐ พรรษา

  • พระองค์เจ้าหญิงกัลยาณี ประสูติเมื่อวันเสาร์ เดือน ๔ ขึ้น ๖ ค่ำ ปีมะเมีย จัตวาศก จ.ศ. ๑๑๘๔ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๒ เมื่อปีมะแม เบญจศก จ.ศ. ๑๑๘๕ พระชันษา ๒ พรรษา

  • พระองค์เจ้าหญิงกนิษฐน้อยนารี(ในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒ ออกพระนามว่า ขนิษฐน้อยนารี) ประสูติเมื่อวันเสาร์ เดือน ๓ ขึ้น ๔ ค่ำ ปีวอก ฉกศ จ.ศ. ๑๑๘๖ สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๓


เจ้าจอมที่ไม่มีพระราชโอรสหรือพระราชธิดา
  • เจ้าจอมอำพัน สนธิรัตน์

  • เจ้าจอมยี่สุ่น ไกรฤกษ์

  • เจ้าจอมเพ็ง

  • เจ้าจอมแสง

  • เจ้าจอมนิ่ม

  • เจ้าจอมทองคำ

  • เจ้าจอมทัพ

  • เจ้าจอมน้อยพระแสง

  • เจ้าจอมน้อย

  • เจ้าจอมน้อยใหญ่

  • เจ้าจอมพลับ

  • เจ้าจอมหงษ์

  • เจ้าจอมอิ่ม

  • เจ้าจอมบัวทอง

  • เจ้าจอมสาหร่าย


ลำดับประวัติศาสตร์เหตุการณ์สำคัญ


โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจัดพิธีอุปราชาภิเษก ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุ้ย ในรัชกาลที่ ๑ ขึ้นเป็น สมเด็จพระบวรราชเจ้า มหาเสนานุรักษ์ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล พระมหาอุปราชเจ้า

สถาปนาพระราชชนนีขึ้นเป็น กรมสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ พระราชชนนีในรัชกาล ๒

กรุงสยามมีการเปลี่ยนธงประจำชาติ จากธงแดง เป็นธงช้าง มีลักษณะพื้นสีแดง ตรงกลางเป็นวงกลมสีขาว มีรูปช้างเผือกสีขาวภายในวงกลม แต่เมื่อจะใช้ชักเป็นธงบนเรือสินค้า ให้งดวงกลมออกเสีย เหลือแต่รูปช้างเผือกสีขาวเท่านั้น ดังนั้น บันทึกที่พบในต่างประเทศจึงระบุว่ากรุงสยาม ใช้ธงประจำชาติเป็นรูปช้างเผือกสีขาวบนพื้นแดง ดูเรื่อง ธงชาติไทย

พ.ศ. ๒๓๑๐
๒๔ กุมภาพันธ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยพระราชสมภพ ณ ตำบลอัมพวา เมืองสมุทรสงคราม พระนามเดิม ฉิม

พ.ศ. ๒๓๒๕
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

ทรงได้รับการสถาปนาพระยศเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร

พ.ศ. ๒๓๕๒
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จสวรรคต

พระบรมวงศานุวงศ์ ขุนนางกราบบังคมทูลอัญเชิญพระองค์ขึ้นครองราชสมบัติเป็นรัชกาลที่ ๒ แห่งพระราชวงศ์จักรี เฉลิมพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

เจ้าฟ้ากรมขุนกษัตรานุชิตกับพวก คิดกบฏ โปรดเกล้าฯ ให้กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ชำระความ

สงครามกับพม่าที่เมืองถลาง

พ.ศ. ๒๓๕๓
โปรดเกล้าฯ ให้ส่งคณะทูตอัญเชิญพระราชสาส์นไปถวายจักรพรรดิเกียเข้งแห่งอาณาจักรจีน

ราชทูตญวนเข้ามาถวายราชสาส์นและเครื่องราชบรรณาการ พร้อมทั้งทูลขอเมืองบันทายมาศคืน ซึ่งพระองค์ก็พระราชทานคืนให้

พ.ศ. ๒๓๕๔
โปรดเกล้าฯ ให้เจ้านายไปกำกับราชการตามกระทรวงต่างๆ

โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานออก "เดินสวนเดินนา"

ออกพระราชกำหนดห้ามสูบและซื้อขายฝิ่น

จัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

เกิดอหิวาตกโรคครั้งใหญ่

โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธี "อาพาธพินาศ"

โปรดเกล้าฯ ให้กองทัพไทย ไประงับความวุ่นวายในกัมพูชา

อิน จัน แฝดสยามคู่แรกของโลกถือกำเนิดขึ้น

พ.ศ. ๒๓๕๕
โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระแก้วผลึก (พระพุทธบุษยรัตน์) จากเมืองจำปาศักดิ์มายังกรุงเทพฯ

พ.ศ. ๒๓๕๖
พม่าให้ชาวกรุงเก่านำสาส์นจากเจ้าเมืองเมาะตะมะมาขอทำไมตรีกับสยาม

พระองค์เจ้าชายทับ (พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว) ได้รับการสถาปนาเป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์

พ.ศ. ๒๓๕๗
โปรดเกล้าฯ ให้ส่งคณะสมณทูตเดินทางไปศรีลังกา

โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง นครเขื่อนขันธ์ ขึ้นที่บริเวณพระประแดง เพื่อสำหรับรับข้าศึกที่มาทางทะเล

พ.ศ. ๒๓๕๙
โปรดเกล้าฯ ให้จัดการปรับปรุงการสอบปริยัติธรรมใหม่ กำหนดขึ้นเป็น ๙ ประโยค

พ.ศ. ๒๓๖๐
ทรงฟื้นฟูประเพณี วันวิสาขบูชา

พ.ศ. ๒๓๖๑
ขยายเขตพระบรมมหาราชวังจนจรดวัดพระเชตุพน โดยสร้างถนนท้ายวังคั่น

โปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการออกแบบและสร้างสวนขวาขึ้นในพระบรมมหาราชวัง

คณะสมณทูตที่พระองค์ทรงส่งไปฟื้นฟูพระพุทธศาสนาที่ ประเทศลังกาเดินทางกลับ

เจ้าเมืองมาเก๊า ส่งทูตเข้ามาถวายพระราชสาส์นและเครื่องราชบรรณาการเพื่อเจริญทางพระราชไมตรี

พ.ศ. ๒๓๖๒
หมอจัสลิส มิชชันนารีประจำย่างกุ้ง หล่อตัวพิมพ์อักษรไทยเป็นครั้งแรก

พ.ศ. ๒๓๖๓
ฉลองวัดอรุณราชวราราม

สังคายนาบทสวดมนต์ภาษาไทยครั้งแรก ในประเทศไทย

โปรตุเกสตั้งสถานกงสุลในกรุงเทพฯ นับเป็นสถานกงสุลต่างชาติแห่งแรกของสยาม

พ.ศ. ๒๓๖๕
เซอร์จอห์น ครอฟอร์ด เป็นทูตเข้ามาเจริญพระราชไมตรี

พ.ศ. ๒๓๖๗
เสด็จสวรรคต




 

Create Date : 04 เมษายน 2551    
Last Update : 5 เมษายน 2551 18:23:11 น.
Counter : 284 Pageviews.  

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าแจ่ม กรมหลวงศรีสุนทรเทพ

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าแจ่ม กรมหลวงศรีสุนทรเทพ (พ.ศ. 2313 - 7 สิงหาคม พ.ศ. 2351) พระราชบุตรพระองค์ที่ 5 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ประสูติแต่สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี

เจ้าฟ้าหญิงแจ่ม ประสูติในรัชสมัยกรุงธนบุรี เมื่อปีขาล โทศก จุลศักราช 1132 ตรงกับ พ.ศ. 2313 มีนามเดิมว่า "แจ่ม" [1] ในรัชกาลที่ 1 ทรงสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้า และทรงกรมเป็น กรมหลวงศรีสุนทรเทพ

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าแจ่ม กรมหลวงศรีสุนทรเทพ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 1 เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 9 แรม 1 ค่ำ ปีมะโรง สัมฤทธิศก จุลศักราช 1170 ตรงกับวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2351 พระชันษา 38 ปี




 

Create Date : 04 เมษายน 2551    
Last Update : 4 เมษายน 2551 18:33:55 น.
Counter : 138 Pageviews.  

1  2  

LowLow
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add LowLow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.