STAND UP PLEASE ! ลำแข้งเค้ามีไว้ให้ยืน !
Group Blog
 
All blogs
 

ขนมโตเกียว ช่วงที่ 24 : โคโระ โคโระ อุปกรณ์กำจัดขนไม่ถาวร

สารภาพตามตรงว่าเราจับใจความสิ่งที่เจซีพูดได้ไม่ถึง 50%

ความมึนยังดำเนินต่อไป ในขณะที่เจซียังคงพูดพร่ำไปเรื่อยๆ

อยากจะหยุดเจ๊แกอยู่เหมือนกัน

อยากจะบอกเจ๊ว่า....

เจ๊จ๋า ความรู้ภาษาอังกฤษเราขนาดเท่าติ่งหู รบกวนพูดกับเราช้าๆ หน่อย นะเจ๊นะ

แต่ยังหาจังหวะเสียบสกัดเข้าไปไม่ได้

ระหว่างที่กำลังเดินมึนๆ อยู่กับเจซี อดัมก็เข้ามาคุยกระซิบอยู่ข้างๆ

…

“เธอเป็นอย่างนี้แหละเพื่อน กูชินละ”

“เป็นอย่างนี้คือพูดไปเรื่อยๆ แบบนี้อ่ะนะ”

“อือ”

“แต่ปัญหาคือกูฟังเธอไม่ค่อยรู้เรื่องอ่ะดิ”

“มึงไม่ต้องเข้าใจทั้งหมดก็ได้ แค่ดูเฉยๆ ก็พอ”

“เอางั้นเหรอ”

“เออ เดี๋ยวมึงก็ชิน เชื่อกู”

...

เตียงที่ Annex จะมีทั้งส่วนที่เป็นห้องเดี่ยว เตียงสองชั้น กับส่วนที่เป็นห้อง
รวม ซึ่งก็จะเป็นเตียงสองชั้นเหมือนกัน แต่จะเป็นเตียงสองชั้นแบบที่เป็นตู้
นอนเตี้ยๆ มีพื้นที่แค่พอนั่ง และนอนกลิ้งไปกลิ้งมาได้ มีประตูไม้สำหรับ
เลื่อนปิดเพื่อความเป็นส่วนตัวได้ ส่วนด้านในจะมีหลอดไฟดวงไม่ใหญ่ แต่เปิดแล้วสว่างจ้าไปทั้งตู้

ตู้นอนที่นี่ประกอบขึ้นจากวัสดุที่เป็นไม้แท้
อาจจะดูอึดอัดไปบ้างสำหรับบางคน แต่โดยส่วนตัวเราชอบ เห็นแล้วชวนให้
รู้สึกอบอุ่นน่านอนอยู่เหมือนกัน

.



.

ลักษณะจะคล้ายๆ กับแคปซูลโฮเต็ลอยู่เหมือนกัน แต่ตู้นอนที่นี่จะเป็นตู้
นอนแนวขนานกับทางเดิน ในขณะที่แคปซูลโฮเต็ลส่วนใหญ่จะหันหน้าลึก
เข้าไปในกำแพง ลักษณะแบบเดียวกับตู้ล็อคเกอร์เก็บของ คนที่เดินผ่านไป
ผ่านมา ก็จะเห็นเพียงฝ่าเท้าของคนที่นอน

.

ในที่สุดเจซีก็พาเรามาหยุดอยู่ที่เตียงแรกในวันนี้

เจซีจะเป็นคนสาธิตให้ดูว่าเราจะจัดการกับมันอย่างไรดี

.

“เริ่มแรก เคลียร์ผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนเก่าออกมาก่อนนะ จากนั้นเราก็
จะเริ่มทำการโคโระโคโระ”

เจซีโชว์ของสิ่งหนึ่งขึ้นมา ลักษณะมันจะเหมือนกับอุปกรณ์ที่เค้าใช้ทาสี ที่
เป็นเหมือนลูกล้อหมุนๆ ไปมาได้

ภาษาไทยเรียกอะไรไม่รู้ แต่สำหรับเจ้าสิ่งที่อยู่ในมือเจซีตอนนี้ จากนี้ไปเรา
จะเรียกมันว่า

.

โคโระ โคโระ !

…

โคโระ โคโระ เป็นทั้งคำนามและคำกิริยาไปด้วยในตัว

โคโระ โคโระ จะแตกต่างจากอุปกรณ์ทาสีตรงที่มันเป็นกระดาษเหนียวๆ ที่มี
รอยปรุให้ฉีกออกได้เป็นรอบๆ

และเราจะใช้เจ้าสิ่งนี้ทำความสะอาดเตียงนอน ที่มักจะเต็มไปด้วยเศษฝุ่น
และเส้นผมหรือเส้นขน ที่มักจะร่วงหล่นบนหมอนและที่นอนอยู่เป็นประจำ

…

“โคโระๆ มันไปแบบนี้ๆ ให้ทั่วเตียง พอกระดาษสกปรกก็ให้ฉีกออก แล้วโค
โระมันซ้ำอีกครั้ง ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าเตียงจะสะอาด”

“อืมม......”

“จากนั้นก็เริ่มจัดการหมอน ดูดีๆ นะ ปลอกหมอนมันจะใหญ่กว่าหมอนเยอะ
ใช่ไหม แล้วหมอนก็จะมีส่วนที่หนากับส่วนที่บางกว่า วิธีทำให้หันด้านหน้าเข้า
หามุมปลอกหมอนด้านนี้ แล้วดึงไปให้ชิดมุม จากนั้นให้ยัดเก็บส่วนปาก
ปลอกหมอนเข้าไป ไว้ให้อยู่ใต้หมอน จากนั้นจึงทบปลายอีกข้างเก็บไว้ใต้
หมอนอีกที แบบนี้ๆๆๆ”

“อืมม...”

“ส่วนผ้าปูที่นอนสองผืน ให้เรียงทาบเป็นขั้นบันไดจากด้านล่างขึ้นไป แบบ
นี้ๆๆๆ”

“อืมม...”

.

เอาจริงๆ เราก็ฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่องหรอกว่าเจซีพูดอะไร แต่ก็พอเข้าใจวิธีการ
ที่เธอโชว์ให้ดู

“เข้าใจแล้วใช่ไหม โอเค เตียงฝั่งนั้นเป็นของนาย เดี๋ยวเราจัดการฝั่งนี้เอง
ส่วนอดัมนายไปทำอีกห้องแล้วกัน”

.

เจซีเป็นเหมือนแม่งานของเราในวันนี้ แบ่งสรรงานกันเรียบร้อย ทีนี้ก็ได้เวลา
โซโล่

…

เคลียร์ผ้าปูเก่า

เอาปลอกหมอนใส่

สอดผ้าปูไว้ข้างใน

แล้วก็....

โคโระ โคโระ !

…

อ๊ะ ! สนุกดี

มีของเล่นใหม่แล้วเรา

^^!

…

โคโระ โคโระ ทำให้การทำความสะอาดที่นอนเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นเยอะ

หน้าที่ของมันคือการกำจัดเอาสิ่งสกปรกส่วนเกินอย่างฝุ่นผงต่างๆ ออกไป

โดยเฉพาะพวกเส้นขนต่างๆ ที่ชอบล่วงหล่นลงบนที่นอนนี่เข้าทางมากๆ

รับรองว่าเสียเวลาไถไม่กี่ที

กริ๊บ !

.



…

.

ตัดเข้าโฆษณา

.

สำหรับคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายหัวใจสะออนทุกท่านที่กำลังมีปัญหา

ขนหน้าแข้งดกดำสลวยสวยเก๋แบบไม่ตั้งใจ

และไม่อยากจะเก็บไว้ดูต่างหน้าอีกต่อไป

เราขอแนะนำสินค้าใหม่จากประเทศญี่ปุ่น

…

ไม่ต้องเปลืองครีม

ไม่ต้องลำบากแหนบ

ไม่ต้องเสียเวลาทำมาหากิน

ไม่ต้องไปศัลยกรรมให้เสียสตางค์เปล่าๆ ปรี้ๆ

…

เพียงแค่คุณมี........

…

โคโระ โคโระ !

…

อุปกรณ์กำจัดขนหน้าแข้งให้หายไปได้ในชั่วพริบตา

เพียงแค่ไถลงไปเร็วๆ แรงๆ ที่หน้าแข้งของคุณ

หรือหน้าแข้งของคนใกล้ชิด (ในกรณีที่ใจไม่ถึงพอที่จะไถเอง)

แล้วขนที่เคยเป็นปัญหา ก็จะลบลี้หนีหายจากหน้าแข้งคุณไปในชั่วพริบตา

เริ่มสนใจขึ้นมาแล้วล่ะสิ
…

อ๊ะ แต่เดี๋ยวก่อน !

…

ลืมไปว่าเรามีของแถมด้วยแน่ะ

เพียงคุณสั่งจองภายใน 15 วินาทีนี้

รับไปเลยทันที เศษยางรถยนต์อย่างดีจากประเทศญี่ปุ่น

สำหรับบรรเทาอาการแสบๆ คันๆ เวลาไถ

เพียงแค่คุณกัดมันเข้าไปแรงๆ ตอน โคโระ โคโระ

แล้วอาการเจ็บแปล๊บก็จะบรรเทาลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เหลือเพียงน้ำตาแหมะ 2-3 หยด

...

บอกลาขนหน้าแข้งงามสลวยที่คอยกวนใจคุณเสียแต่วันนี้

ด้วย โคโระ โคโระ

อุปกรณ์กำจัดขน ไม่ ถาวร

(ถ้ามันขึ้นมาอีก ก็ไถอีก)

…

รีบสั่งจองเสียแต่วันนี้ ก่อนปี 2012

(กรุณาสั่งจองก่อนโลกแตก)

.



หมายเหตุ

ขนมโตเกียว เป็นบันทึกเรื่องเล่าไร้สาระของนักหลงทางมือวางอันดับหนึ่ง ที่เพิ่งจะตกงานมาหมาดๆ เลยกะจะมาลองเดินหลงทางไปเรื่อยเปื่อยในโตเกียวดูบ้าง โชคดีที่วีซ่าดันผ่าน เลยมีโอกาสเดินหลงได้เต็มที่ถึง 3 เดือนเต็ม แต่เพราะเป็นโตเกียว มหานครที่ใครๆ เค้าก็ว่าค่าครองชีพแพงหูดับ จึงต้องหาวิธีประหยัดงบประมาณด้วยการอาสาไปเป็นพนักงานทำความสะอาดที่เกสต์เฮ้าส์แห่งหนึ่งในโตเกียวแทน ขอผู้อ่านอย่าได้ถามหาเอาสาระใดๆ จากเรื่องราวต่อไปนี้เลย เพราะมันไม่มีอยู่แล้ว แต่หากคิดจะอ่านฆ่าเวลาก็พอได้อยู่ ที่เขียนขึ้นมาเพราะเพียงแค่อยากจะทำตามอย่างที่พี่เบิร์ดเคยสอนไว้ว่า อย่าลืม...เล่าสู่กันฟัง เธอยังมีฉันอยู่ทั้งคน และเพราะมีพี่เบิร์ดอยู่ด้วยทั้งคนขนาดนี้ เลยไม่รู้สึกว่าการมาโตเกียวคนเดียวในครั้งนี้จะต้องหงอยเหงาเศร้าซึมอีกต่อไป อีกทั้งยังเป็นวิธีการระบายออกทางอารมณ์ที่ถูกต้องวิธีหนึ่งในการที่จะต้องมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองคนเดียวในช่วงหนึ่งของชีวิต ขอขอบคุณพี่เบิร์ด ธงไชยแมคฯ มา ณ โอกาสนี้ด้วย

ข้อควรระวัง คำอ่านภาษาญี่ปุ่นที่ระบุไว้ในเรื่องอาจคลาดเคลื่อนจากชื่อเรียกจริงๆ ไปบ้าง ขอได้โปรดเข้าใจ เนื่องจากคนเขียนพูดญี่ปุ่นไม่ได้ อาศัยถามๆ เอาจากคนนั้นคนนี้แล้วจดๆ ใส่สมุดเก็บไว้ หรือไม่ก็เอาตารางอักษรฮิรางานะกับคาตาคานะมาเทียบเคียงแล้วอ่านเอาเอง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะคลาดเคลื่อน ขออย่าได้ถือสากันเลย และหากใครที่พอจะรู้ว่ามีข้อมูลที่ผิดพลาดตรงไหนอย่างไร โปรดบอกเราด้วย เพราะเราเองก็อยากรู้เหมือนกัน จะได้ไม่เข้าใจอะไรผิดไป

ส่วนที่มาของชื่อขนมโตเกียว ที่ตั้งเพราะนึกอะไรไม่ออกจริงๆ เลยตั้งๆ ไปก่อน ถ้าคิดหาชื่อที่เท่กว่านี้ได้เมื่อไร จะเปลี่ยนใหม่ทันทีเลย




 

Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2554 20:59:58 น.
Counter : 380 Pageviews.  

ขนมโตเกียว ช่วงที่ 23 : แล้วก็...แล้วก็... กับเจซี

061010

...

วันนี้เป็นวันทำงานวันแรก

ตารางงานออกมาว่า วันนี้เราต้องไปที่ Khaosan Tokyo Annex

สิบเอ็ดโมงตรง ทุกคนมาพร้อมหน้ากันที่ Reception เพื่อรอรับงาน

วันนี้แซมมี่ พนักงานประจำของ Khaosan Tokyo Annex จะเป็นผู้จัดสรรงาน
ให้พวกเรา

เห็นชื่อแบบนี้ แต่จริงๆ แซมมี่เป็นคนญี่ปุ่นนะ

.

สตาฟท์วันนี้มี 5 คน คือ อดัม แมกซ์ เอียน ซุมิโยะ เจซี และ เรา

ซุมิโยะ กับ เจซี เป็น 2 ใน 6 Cleaning Staff หญิงที่มาวันนี้

......

งานที่เราจะทำในวันนี้ แบ่งเป็น 3 ส่วน

ส่วนแรก คือ จะอยู่ที่ Khaosan Tokyo Smile ส่วนนี้ทำ 2 คน

ส่วนที่ 2 คือ ตั้งแต่ชั้น 2 จนถึงชั้น 4 ของ Khaosan Tokyo Annex ส่วนนี้
ทำ 2-3 คน

ส่วนที่ 3 คือ บริเวณชั้น 1 ของ Khaosan Tokyo Annex ส่วนนี้จะทำคนเดียว

.

Khaosan Smile เป็นเกสต์เฮ้าส์อีกแห่งที่อยู่ติดกันกับ Khaosan Annex

เป็นสาขาที่เล็กที่สุดในเครือข้าวสารโตเกียวทั้งหมด

......

แซมมี่แบ่งงานให้ดังนี้

แมกซ์ ทำคนเดียวที่ชั้น 1 ของ Annex

เอียนกับซุมิโยะ จับคู่กันทำที่ Smile

ส่วนสุดท้าย ที่ชั้น 2 ถึงชั้น 4 ของ Annex

เป็นหน้าที่ของ เจซี อดัม และ เรา

……

“ปกติเค้าจะให้เราคอยสอนงานสตาฟท์ใหม่ เดี๋ยววันนี้นายคอยดูเราไปก็แล้ว
กันว่าต้องทำอะไรบ้าง”

เจซีบอกกับเราก่อนที่จะถือใบงานประจำวันเดินนำอดัมกับเราไปที่ชั้นบน

…

เจซี มาจากแอฟริกาใต้ เธอกำ Working Holiday Visa มาเป็น Cleaning
Staff ที่นี่ได้เกือบหกเดือนแล้ว ถือเป็นผู้อยู่มานานมากกว่ากับอดัมที่กำ
Working Holiday Visa มาเหมือนกัน และมาอยู่ที่นี่ได้ห้าเดือนกว่าๆ

…

“งานที่เราต้องทำในวันนี้ เราจะทำในส่วนของเตียงก่อน ขั้นแรกเลยเราต้อง
เช็คดูว่าวันนี้มีกี่เตียงที่เพิ่งจะเช็คเอาท์ออกไป จากนั้นก็ไปเอาผ้าปูที่นอนกับ
ปลอกหมอนมาเปลี่ยนใหม่ ห้องเก็บผ้าปูกับปลอกหมอนจะอยู่ที่ชั้น 3
สำหรับเตียง 1 เตียง จะใช้ผ้าปูใหม่ 2 ผืน และปลอกหมอน 1 ผืน”

…

เจซีร่ายยาวถึงรายละเอียดงานให้เราได้ทราบ พร้อมๆ กับหยิบจับนั่นนี่ไป
ด้วย เรียกว่าพูดไปทำไปได้อย่างคล่องแคล่วเหลือเกิน

…

“วันนี้มีเตียงให้เราทำ 27 เตียง จะต้องใช้ผ้าปูกับปลอกหมอนเท่าไร”

“เอ่อ ก็....”

“ปลอกหมอน 27 ผ้าปู 54 อ่ะนี่ ช่วยถือหน่อย”

…

เธอพูดไปพร้อมๆ กับยกผ้าปูกับปลอกหมอนมัดใหญ่มาให้เราถือไว้

เจซีเป็นคนที่พูดเร็ว คิดเร็ว ทำเร็ว นึกออกใช่ไหมคนที่แบบว่าคล่องๆ อ่า ทำ
อะไรก็ฉับๆ

ซึ่งเป็นอะไรที่ตรงข้ามกับเรามาก เพราะเราเป็นคนที่พูดช้า คิดช้า ทำช้า
แถมยังทำมึนอยู่บ่อยๆ

...

“โอเค เรียบร้อย เดี๋ยวเราจะไปในแต่ละห้อง ไล่จากชั้น 2 ไป ถ้าห้องไหน
แขกยังไม่ไป เราจะ.......... บลา บลา บลา”

…

เจซีพูดไป ก็เดินนำเราไปตรงนั้นที ตรงนี้ที ไอเราก็เดินตามเจซีไปแบบมึนๆ

…

“........ผ้าปูมาเก็บที่นี่ ถุงเก็บจะอยู่..........แล้วก็.......แล้วก็.....บลา บลา
บลา”

…

เจซียังจ้อต่อไปเรื่อยๆ ....

...

ปัญหาของเราตอนนี้ก็คือ เจซีพูดภาษาอังกฤษเร็วมาก เร็วจนเราฟังไม่ค่อย
ทัน แถมเร็วอย่างเดียวไม่พอ แต่ละคำของเจซียังฟังออกยาก (สำหรับเรา)
เพราะเจซีจะพูดแต่ละคำแบบกลืนคำกันไปเรื่อยๆ จนแต่ละคำของเจซีมัน
แทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกันไปเลย

ลองนึกถึงฝรั่งที่พูดเร็วๆ ไหลๆ ไปเรื่อยๆ ประมาณนั้นเลย

ปกติภาษาอังกฤษเราก็ห่วยแตกอยู่แล้ว พอมาเจอเจซี

กล้วยปิ้งเลยทีนี้

ยิ่งมึนหนักเข้าไปใหญ่

…

“เอ่อ.........”

“ห้องเก็บอยู่.....เลยถัดไป.....แล้วก็.....แล้วก็......บลา บลา บลา”

เจซียังจ้อไม่หยุด

…

“เอ่อ......เอ่อ............”

“ส่วนขยะ.......จะ......เป็น .......แล้วก็....แล้วก็..... บลา บลา บลา”

ยังจ้อไม่หยุด

…

“เอ่ออออออออ.............”

“มีน้ำยาเช็ด..... น้ำยาล้าง..... น้ำ....... แล้วก็......แล้วก็...... บลา บลา
บลา”

........

.....

..

.


อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก !

…

...

ใครก็ได้ช่วยหยุดเจซีที

ปวดขมับมาก

หายใจทางเหงือกรึไงเนี่ย
พูดไม่พักเลย

…

จะหายใจเข้ามั่งก็ไม่มีใครว่านะเจ๊

-*-!
.


.
.
ขนมโตเกียว เป็นบันทึกเรื่องเล่าไร้สาระของนักหลงทางมือวางอันดับหนึ่ง ที่เพิ่งจะตกงานมาหมาดๆ เลยกะจะมาลองเดินหลงทางไปเรื่อยเปื่อยในโตเกียวดูบ้าง โชคดีที่วีซ่าดันผ่าน เลยมีโอกาสเดินหลงได้เต็มที่ถึง 3 เดือนเต็ม แต่เพราะเป็นโตเกียว มหานครที่ใครๆ เค้าก็ว่าค่าครองชีพแพงหูดับ จึงต้องหาวิธีประหยัดงบประมาณด้วยการอาสาไปเป็นพนักงานทำความสะอาดที่เกสต์เฮ้าส์แห่งหนึ่งในโตเกียวแทน ขอผู้อ่านอย่าได้ถามหาเอาสาระใดๆ จากเรื่องราวต่อไปนี้เลย เพราะมันไม่มีอยู่แล้ว แต่หากคิดจะอ่านฆ่าเวลาก็พอได้อยู่ ที่เขียนขึ้นมาเพราะเพียงแค่อยากจะทำตามอย่างที่พี่เบิร์ดเคยสอนไว้ว่า อย่าลืม...เล่าสู่กันฟัง เธอยังมีฉันอยู่ทั้งคน และเพราะมีพี่เบิร์ดอยู่ด้วยทั้งคนขนาดนี้ เลยไม่รู้สึกว่าการมาโตเกียวคนเดียวในครั้งนี้จะต้องหงอยเหงาเศร้าซึมอีกต่อไป อีกทั้งยังเป็นวิธีการระบายออกทางอารมณ์ที่ถูกต้องวิธีหนึ่งในการที่จะต้องมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองคนเดียวในช่วงหนึ่งของชีวิต ขอขอบคุณพี่เบิร์ด ธงไชยแมคฯ มา ณ โอกาสนี้ด้วย

ข้อควรระวัง คำอ่านภาษาญี่ปุ่นที่ระบุไว้ในเรื่องอาจคลาดเคลื่อนจากชื่อเรียกจริงๆ ไปบ้าง ขอได้โปรดเข้าใจ เนื่องจากคนเขียนพูดญี่ปุ่นไม่ได้ อาศัยถามๆ เอาจากคนนั้นคนนี้แล้วจดๆ ใส่สมุดเก็บไว้ หรือไม่ก็เอาตารางอักษรฮิรางานะกับคาตาคานะมาเทียบเคียงแล้วอ่านเอาเอง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะคลาดเคลื่อน ขออย่าได้ถือสากันเลย และหากใครที่พอจะรู้ว่ามีข้อมูลที่ผิดพลาดตรงไหนอย่างไร โปรดบอกเราด้วย เพราะเราเองก็อยากรู้เหมือนกัน จะได้ไม่เข้าใจอะไรผิดไป

ส่วนที่มาของชื่อขนมโตเกียว ที่ตั้งเพราะนึกอะไรไม่ออกจริงๆ เลยตั้งๆ ไปก่อน ถ้าคิดหาชื่อที่เท่กว่านี้ได้เมื่อไร จะเปลี่ยนใหม่ทันทีเลย




 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2554 11:04:48 น.
Counter : 341 Pageviews.  

ขนมโตเกียว ช่วงที่ 22 : ราเมนเปลือกส้ม

ช่วงเย็นๆ ออกไปเดินหาอะไรกินแถวนี้

แถวๆ นี้ คือแถวๆ อาซากุสะ

ลองถามไอยังอาคาชิ มันอยู่ที่นี่มานานกว่าใครเพื่อน น่าจะรู้อะไรดีๆ แถวนี้
เยอะอยู่

และก็ไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะไอยังทาคาชิมันแนะนำมาหลายร้านมาก

และหนึ่งในร้านที่เราเห็นว่าน่าสนใจ ก็คือร้านราเมนที่อยู่แถวๆ วัดเซนโซจิ

.



.

ชื่อร้าน Yoroiya

.

ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 1991

นับรวมอายุจนถึงตอนนี้ก็ประมาณ 20 ปีถ้วน

เป็นราเมนน้ำซุปโชวยุ ที่ใช้น้ำซอสโชวยุสูตรลับของที่ร้าน

.



.

แล้วซอสสูตรนี้ยังเอาไปใช้หมักชาชูด้วย

ส่วนน้ำซุปต้มจากกระดูกหมู เนื้อหมูส่วนสะโพก สาหร่ายคอมบุ และปลาคัต
สึโอะตากแห้ง

ผ่านการต้มและเคี่ยวนานเป็นวันๆ

จนได้น้ำซุปที่หวานหอมและกล่อมกลมแบบนี้

.


.

ราคาจะอยู่ที่ชามละ 650 เยน

.

จริงๆ แล้วเมนูแนะนำจะเป็น Tamago Ramen

ความพิเศษของเมนูนี้ ก็คือไข่ที่ใช้เป็นไข่ที่มาจากจังหวัด Nikata

และความพิเศษของไข่ชนิดนี้ก็คือ มันเป็นไข่แฝด

มีไข่แดงสองใบในฟองเดียว

ฟังดูน่ากิน แต่เราไม่ได้สั่ง สั่งแบบธรรมดา

ไม่ใส่ไข่

.

แต่ความพิเศษที่ทำให้เราสนใจอยากมาที่นี่ ตามที่ไอยังทาคาชิมันแนะนำ

ไม่ใช่เพราะที่นี่มีไข่แฝด

แต่เหตุผลเป็นเพราะการปรุงแต่งกลิ่นรสเพิ่มลงไปในน้ำซุป ด้วยส่วนผสม
พิเศษที่ไม่เหมือนใคร

นั่นคือการใช้ เปลือกส้ม !

กลายเป็นโชวยุราเมนที่เด่นในเรื่องกลิ่นรสของน้ำซุปที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ
ตัว

.

กลิ่นเปรี้ยว !

.



.

ไม่แน่ใจว่าเป็นส้มสายพันธุ์อะไร

แต่แค่ได้ยินว่าใส่เปลือกส้มผสมลงไปในน้ำซุปด้วย ก็รู้สึกอยากชิมขึ้นมา

แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะนอกจากจะได้รสชาติหวานเค็มของน้ำซุปโชวยุที่เป็น
รสนำอยู่แล้ว

ยังมีความหอมหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ของเปลือกส้มเพิ่มเข้ามาด้วย

รสชาติออกจะแปลกลิ้นนิดหน่อย

ทว่าอร่อยกลมกล่อมใช้ได้ทีเดียว

……

หากดูเผินๆ ก็คงเหมือนไม่มีอะไร

เห็นเพียงแค่ราเมนธรรมดาชามหนึ่งทั่วไป

แต่ทว่าข้างในแอบเก็บรสหวานซ่อนเปรี้ยวเอาไว้

.



.

นี่ละหนาที่เค้าว่า

อย่ามองกันเพียงเปลือก (ส้ม)

.
.
ขนมโตเกียว เป็นบันทึกเรื่องเล่าไร้สาระของนักหลงทางมือวางอันดับหนึ่ง ที่เพิ่งจะตกงานมาหมาดๆ เลยกะจะมาลองเดินหลงทางไปเรื่อยเปื่อยในโตเกียวดูบ้าง โชคดีที่วีซ่าดันผ่าน เลยมีโอกาสเดินหลงได้เต็มที่ถึง 3 เดือนเต็ม แต่เพราะเป็นโตเกียว มหานครที่ใครๆ เค้าก็ว่าค่าครองชีพแพงหูดับ จึงต้องหาวิธีประหยัดงบประมาณด้วยการอาสาไปเป็นพนักงานทำความสะอาดที่เกสต์เฮ้าส์แห่งหนึ่งในโตเกียวแทน ขอผู้อ่านอย่าได้ถามหาเอาสาระใดๆ จากเรื่องราวต่อไปนี้เลย เพราะมันไม่มีอยู่แล้ว แต่หากคิดจะอ่านฆ่าเวลาก็พอได้อยู่ ที่เขียนขึ้นมาเพราะเพียงแค่อยากจะทำตามอย่างที่พี่เบิร์ดเคยสอนไว้ว่า อย่าลืม...เล่าสู่กันฟัง เธอยังมีฉันอยู่ทั้งคน และเพราะมีพี่เบิร์ดอยู่ด้วยทั้งคนขนาดนี้ เลยไม่รู้สึกว่าการมาโตเกียวคนเดียวในครั้งนี้จะต้องหงอยเหงาเศร้าซึมอีกต่อไป อีกทั้งยังเป็นวิธีการระบายออกทางอารมณ์ที่ถูกต้องวิธีหนึ่งในการที่จะต้องมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองคนเดียวในช่วงหนึ่งของชีวิต ขอขอบคุณพี่เบิร์ด ธงไชยแมคฯ มา ณ โอกาสนี้ด้วย

ข้อควรระวัง คำอ่านภาษาญี่ปุ่นที่ระบุไว้ในเรื่องอาจคลาดเคลื่อนจากชื่อเรียกจริงๆ ไปบ้าง ขอได้โปรดเข้าใจ เนื่องจากคนเขียนพูดญี่ปุ่นไม่ได้ อาศัยถามๆ เอาจากคนนั้นคนนี้แล้วจดๆ ใส่สมุดเก็บไว้ หรือไม่ก็เอาตารางอักษรฮิรางานะกับคาตาคานะมาเทียบเคียงแล้วอ่านเอาเอง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะคลาดเคลื่อน ขออย่าได้ถือสากันเลย และหากใครที่พอจะรู้ว่ามีข้อมูลที่ผิดพลาดตรงไหนอย่างไร โปรดบอกเราด้วย เพราะเราเองก็อยากรู้เหมือนกัน จะได้ไม่เข้าใจอะไรผิดไป

ส่วนที่มาของชื่อขนมโตเกียว ที่ตั้งเพราะนึกอะไรไม่ออกจริงๆ เลยตั้งๆ ไปก่อน ถ้าคิดหาชื่อที่เท่กว่านี้ได้เมื่อไร จะเปลี่ยนใหม่ทันทีเลย




 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2554 15:15:19 น.
Counter : 457 Pageviews.  

ขนมโตเกียว ช่วงที่ 21 : เออ กูรู้ กูรู้

หมายเหตุ
เรื่องราวหลังจากบทนี้เป็นต้นไป อาจมีการปรับเปลี่ยนสรรพนาม
สำหรับบางบทสนทนากับบางบุคคลให้ฟังดูห้วนมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้ได้
อรรถรสแบบไทยๆ อารมณ์เหมือนเพื่อนคุยกันประมาณนั้น ไม่ได้ตั้งใจหรือมีเจตนาที่จะหยาบคายเลยแม้แต่น้อย

ซึ่งการกระทำดังกล่าว อาจจะไม่ถูกจริตสำหรับบางบุคคล ก็ขอได้โปรดทำความเข้าใจ และขออภัยมา ณ ที่นี้

......

.

หลังนั่งเสวนากับเอียนเสร็จ ก็ทำอะไรก๊อกๆ แก๊กๆ อยู่ที่ Jail ต่อ

เพราะวันนี้คิดว่าจะยังไม่ออกไปไหน

จัดโน่นจัดนี่ให้เข้าที่เข้าทาง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการอยู่ที่นี่ไปอีกนาน 3
เดือน

……

หลังเวลาเลิกงานตอนบ่าย 2 เพื่อนร่วม Jail ก็ค่อยๆ ทยอยกลับมาทีละคน
สองคน

.



.

แล้วทุกคนก็ได้รู้จักสมาชิกคนใหม่ในบ้านหลังนี้

สมาชิกใหม่ที่มาจากประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

และหนึ่งในเรื่องราวที่เราได้พูดคุยกันในวันนี้

คือ เรื่องราวปัญหาระหว่างคนสองชาติ

......

“ไทยแลนด์นะ ไม่ใช่ ไต้หวัน !”

......

จำไม่ได้ว่าวันนี้พูดประโยคนี้ไปกี่หน แต่น่าจะไม่ต่ำกว่า 4-5 รอบได้

……

……

บทสนทนากับไอเดวิส จากอเมริกา

“เฮ้ย หน้ามึงไม่ค่อยเหมือนคนไต้หวันเลยว่ะ”

“ถูกแล้วเพื่อน เพราะกูมาจากไทยแลนด์ ไม่ใช่ไต้หวัน”

……

บทสนทนากับไออดัม จากออสเตรเลีย

“เฮ้ย ! งั้นมึงก็มาจากที่เดียวกับไอโชเลยดิ”

“โช ไหน ?”

“ไอโชที่มันนอนเตียงข้างบนเตียงมึงไง มันมาจากไต้หวันไม่รู้เรอะ ?”

“เอ่อ โทษนะ กูมาจากไทยแลนด์ว่ะเพื่อน”

……

บทสนทนากับไอยังทาคาชิ

“มาจากไทยแลนด์เรอะ ว่างๆ สอนกูพูดมั่งดิ”

“พูดอะไร ?”

“แมนดาริน”

“พูดไม่ได้อ่ะ”

“อ้าว มาจากไทยแลนด์ พูดไม่ได้ได้ไง ?”

“เอ่อ โทษนะ กำลังหมายถึงไต้หวันใช่มั้ย !”

……

......

หากใครที่เคยได้มีโอกาสคุยกับชาวต่างชาติมาบ้าง อาจจะเคยประสบปัญหา
แบบข้าพเจ้ามาก่อน

นี่เป็นปัญหาเรื้อรังระดับชาติที่ก่อตัวขึ้นมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษแล้ว
แต่ถึงกระนั้น องค์การสหประชาชาติก็ยังคงเพิกเฉยต่อปัญหา และไม่เคยคิด
จะออกมาแถลงการณ์ใดๆ เพื่อไขข้อข้องใจให้ชาวโลกได้กระจ่างแจ้งเสียที

กลายเป็นหน้าที่ของคนสองชาติ ที่ต้องมารับผิดชอบต่อปัญหา ทั้งที่ตัวเอง
ไม่ได้ก่อ และไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยเลยสักกะนิดเดียว

.

“ไทยแลนด์นะ ไม่ใช่ไต้หวัน”

“ไต้หวันนะ ไม่ใช่ไทยแลนด์”

.

ประโยคคลาสสิกของคนสองชาติ ที่หากใครที่มีโอกาสได้เดินทางไปต่าง
บ้านต่างเมืองบ้าง คงจะเคยได้พูดกันบ้างสักคนละสองสามหนสิน่า

.

แต่จะว่าไป พอลองพูดเร็วๆ แล้ว ก็ฟังดูคล้ายๆ อยู่เหมือนกันแฮะ

.

ไทยแลนด์ – ไต้หวัน

Taiwan – Thailand

.

อืม

คิดซะว่าเป็นเรื่องขำๆ เรื่องหนึ่งไป

แค่อธิบายกันก็คงเข้าใจ

จะได้ไม่ต้องไปเดือดร้อนพี่ๆ องค์การสหประชาชาติเค้า

แค่อธิบายกันก็คงเข้าใจ

.

หรือเปล่า ?

.

.
บทสนทนากับไอเกรก จากแคนาดา

หลังจากที่ได้อธิบายเกรกไปแล้วว่าเรามาจากไทยแลนด์นะ ไม่ใช่ไต้หวัน
ไอเกรกก็ทำท่าเข้าใจ และบอกเราว่าไม่ต้องมาย้ำ มันว่ามันรู้จักสองประเทศ
นี้เป็นอย่างดี เรื่องแค่นี้มันไม่สับสนเหมือนฝรั่งคนอื่นแน่นอน

.

“ไทยแลนด์นะ ไม่ใช่ไต้หวัน”

“เออ กูรู้ๆ มึงไม่ต้องพูดซ้ำหรอก”

“ก็กลัวมึงจะสับสนไง มีแต่คนคิดว่ากูมาจากไต้หวันกันทั้งนั้น”

“เออ กูรู้ๆ”

“รู้จริงอ่ะ”

“เออน่า กูรู้ๆ เรื่องแค่นี้กูไม่สับสนหรอก”

“อืมม....”

“แล้วกูยังรู้อีกด้วยนะว่า คนบ้านมึงเค้าเซย์ฮัลโหลกันยังไง เพื่อนกูเคยสอน”

.

ไอเกรกเงียบไปหนึ่งอึดใจ พลางทำท่าครุ่นคิดถึงคำๆ นั้น ก่อนจะโพล่งมันออกมา

.

.

“ต้า เจีย ห่าว !”

.

“……”

.

.

เออ กูมาจากไต้หวันก็ได้

.

......

ขนมโตเกียว เป็นบันทึกเรื่องเล่าไร้สาระของนักหลงทางมือวางอันดับหนึ่ง ที่เพิ่งจะตกงานมาหมาดๆ เลยกะจะมาลองเดินหลงทางไปเรื่อยเปื่อยในโตเกียวดูบ้าง โชคดีที่วีซ่าดันผ่าน เลยมีโอกาสเดินหลงได้เต็มที่ถึง 3 เดือนเต็ม แต่เพราะเป็นโตเกียว มหานครที่ใครๆ เค้าก็ว่าค่าครองชีพแพงหูดับ จึงต้องหาวิธีประหยัดงบประมาณด้วยการอาสาไปเป็นพนักงานทำความสะอาดที่เกสต์เฮ้าส์แห่งหนึ่งในโตเกียวแทน ขอผู้อ่านอย่าได้ถามหาเอาสาระใดๆ จากเรื่องราวต่อไปนี้เลย เพราะมันไม่มีอยู่แล้ว แต่หากคิดจะอ่านฆ่าเวลาก็พอได้อยู่ ที่เขียนขึ้นมาเพราะเพียงแค่อยากจะทำตามอย่างที่พี่เบิร์ดเคยสอนไว้ว่า อย่าลืม...เล่าสู่กันฟัง เธอยังมีฉันอยู่ทั้งคน และเพราะมีพี่เบิร์ดอยู่ด้วยทั้งคนขนาดนี้ เลยไม่รู้สึกว่าการมาโตเกียวคนเดียวในครั้งนี้จะต้องหงอยเหงาเศร้าซึมอีกต่อไป อีกทั้งยังเป็นวิธีการระบายออกทางอารมณ์ที่ถูกต้องวิธีหนึ่งในการที่จะต้องมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองคนเดียวในช่วงหนึ่งของชีวิต ขอขอบคุณพี่เบิร์ด ธงไชยแมคฯ มา ณ โอกาสนี้ด้วย

ข้อควรระวัง คำอ่านภาษาญี่ปุ่นที่ระบุไว้ในเรื่องอาจคลาดเคลื่อนจากชื่อเรียกจริงๆ ไปบ้าง ขอได้โปรดเข้าใจ เนื่องจากคนเขียนพูดญี่ปุ่นไม่ได้ อาศัยถามๆ เอาจากคนนั้นคนนี้แล้วจดๆ ใส่สมุดเก็บไว้ หรือไม่ก็เอาตารางอักษรฮิรางานะกับคาตาคานะมาเทียบเคียงแล้วอ่านเอาเอง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะคลาดเคลื่อน ขออย่าได้ถือสากันเลย และหากใครที่พอจะรู้ว่ามีข้อมูลที่ผิดพลาดตรงไหนอย่างไร โปรดบอกเราด้วย เพราะเราเองก็อยากรู้เหมือนกัน จะได้ไม่เข้าใจอะไรผิดไป

ส่วนที่มาของชื่อขนมโตเกียว ที่ตั้งเพราะนึกอะไรไม่ออกจริงๆ เลยตั้งๆ ไปก่อน ถ้าคิดหาชื่อที่เท่กว่านี้ได้เมื่อไร จะเปลี่ยนใหม่ทันทีเลย




 

Create Date : 28 มกราคม 2554    
Last Update : 28 มกราคม 2554 16:14:48 น.
Counter : 469 Pageviews.  

ขนมโตเกียว ช่วงที่ 20 : เรื่อง เอียน เอียน

เรื่อง เอียน เอียน ช่วงที่ 1

.

“เฮ้ ! นายใช่ไหมที่มาจากไทยแลนด์ ?”

เสียงใครคนนึง ทักมาจากด้านหลัง ระหว่างที่เรากำลังนั่งจัดข้าวของอยู่

(จริงๆ ต้องเรียกว่าคุ้ย เพราะตอนมาก็ยัดๆ มาแต่เสื้อผ้าสี่ห้าชุด กะโน้ตบุ๊ค
เครื่องถูกๆ เครื่องนึง)

......

“อ้อ ใช่เรามาจากไทยแลนด์ นายล่ะ ?”

“อังกฤษ เราเอียน ยินดีที่ได้รู้จัก”

“อือ ยินดีเช่นกัน”

“นายมาทำอะไรที่นี่ เที่ยวเรอะ ?”

“ใช่ แค่มาเที่ยว นายล่ะ เอียน ?”

“เรื่อยๆ ว่ะ เราได้วีซ่าเป็น working holiday ก็เที่ยวด้วย หาตังค์ใช้ด้วย”

“working holiday ของนายนี่ อยู่ได้นานแค่ไหนเรอะ ?”

“1 ปี นายล่ะ ?”

“เราขอแค่วีซ่าท่องเที่ยวธรรมดา จะมาอยู่แค่ 3 เดือนน่ะ”

“เราว่า 3 เดือนมันน้อยไปว่ะ ไหนๆ ก็มาแล้ว น่าจะมาอยู่สักปี”

“ก็อยากอยู่หรอก แต่มีตังค์พอแค่นี้ว่ะ ดีไม่ดีอาจได้กลับเร็ว
กว่านี้ ถ้าหมดตูดก่อน”

“อืม... มาครั้งแรกใช่ป่ะ ?”

“ถ้าหมายถึงโตเกียวละก็ ใช่ นายล่ะเอียน มาอยู่ที่นี่ได้กี่เดือนละ ?”

“ก็ อืม...ประมาณ 5-6 เดือนได้แล้วมั้ง ?”

“อยู่มาตั้งครึ่งปีละ เริ่มเบื่อโตเกียวยัง ?”

“โตเกียวจะไม่น่าเบื่อเลยเพื่อน ตราบใดที่นายยังมีตังค์”

“อืมมม....”

“แต่มันจะน่าเบื่อมาก หากนายคิดจะมาหาตังค์ใช้ที่นี่แบบเรา”

“อืม นายทำงานอะไรที่นี่วะเอียน ?”

“สอนภาษาอังกฤษ”

“สอนตามโรงเรียนสอนภาษาอะไรแบบนั้นเรอะ ?”

“เปล่า สอนแบบตัวต่อตัว หาลูกค้าเอาเอง”

“เฮ้ย ก็สบายนายเลยดิแบบนี้ ?”

“มันก็สบายอยู่หรอก แต่โคตรน่าเบื่อว่ะ”

“เบื่ออะไรวะ ภาษาบ้านนายอยู่แล้ว ไม่ต้องลำบากอะไรเลย”

“ก็นั่นแหละ แต่มันโคตรเอียนสำหรับเรา”

“แล้วทำอะไรที่ไม่เอียน ?”

“ก็....ไม่ต้องทำอะไร”

“อ่ะนะ”

.

เรื่องเอียน เอียน ช่วงที่ 2

.

“สอนภาษาอังกฤษเงินดีเปล่า ?”

“ก็...ชั่วโมงละ 1,000-2,000 เยน ประมาณนี้”

“โห ได้เยอะว่ะ แล้วนายคิดราคายังไงวะ ขึ้นกับระดับภาษาเรอะ ?”

“เปล่า ขึ้นอยู่กับนักเรียน”

“ขึ้นอยู่กับนักเรียน ยังไง ?”

“ก็ถ้านักเรียนเป็นผู้หญิง ก็จะถูกหน่อย แต่ถ้าเป็นผู้ชายก็จะแพงหน่อย”

“อ่ะนะ”

“จริงๆ ตอนแรกคิดว่าจะไม่รับสอนผู้ชาย แต่ถ้าสามารถจ่ายแพงกว่าได้ ก็โอ
เค เริ่มต้นที่ 2,000 เยนต่อชั่วโมง”

“อ่ะนะ”

“นายน่าจะเข้าใจ แค่ต้องมานั่งสอนภาษาอังกฤษ ก็เบื่อจะแย่ แล้วยังจะ
ให้มานั่งสอนภาษาอังกฤษกับผู้ชายสองต่อสองอีกเนี่ยนะ”

“หมายความว่าแค่เป็นผู้หญิงก็พอใช่ป่ะ คิดราคาเท่ากัน ?”

“ไม่เท่าว่ะ ขึ้นอยู่กับระดับ”

“ระดับอะไรอีกวะ ระดับภาษาเค้าเรอะ ?”

“เปล่า ระดับความน่ารัก ยิ่งน่ารักมากก็จะยิ่งต่อรองราคากันได้ง่ายขึ้น”

“แล้วถ้าไม่น่ารักล่ะ ?”

“ก็ต้องจ่ายราคาปกติ”

“อ้อ แบบนี้นี่เอง แล้วเวลาสอนผู้ชาย มันเป็นไงเรอะ ถึงต้องคิดแพง ?”

“ก็...โคตรเอียนไงเพื่อน”

“อ่ะนะ เข้าใจละ นายเป็นคนมีจุดยืนชัดเจนมากเพื่อน”

.

เรื่องเอียน เอียน ช่วงที่ 3

.

“ทุกคนที่อยู่ที่นี่ เป็น Cleaning Staff ทุกคนเลยใช่ป่ะ ?”

“อืม...ก็ไม่ถึงกับทุกคนนะ มีคนนึงที่ไม่ใช่ มันชื่อทาคาชิ มันนอนอยู่ในห้อง
ทาคาชิ”

.

เอียนชี้ไปในห้องที่มี 2 เตียง

.

“ในห้องนั้นมี 2 ทาคาชิ คือ โอนทาคาชิ (Old Takashi) กับ ยังทาคาชิ
(Young Takashi)”

.

คือทาคาชิแก่ กับทาคาชิอ่อน ว่างั้นเถอะ

.

“ไอยังทาคาชิน่ะมันไม่ได้เป็น Cleaning Staff แต่มันเป็นผู้จัดการที่บาร์”

.

หมายถึงที่ Khaosan Bar Hanabi บาร์ที่อยู่ตรงหัวมุมถนน

.

“ส่วนไอโอนทาคาชิน่ะ มันเป็น Cleaning Staff เหมือนพวกเรา และมันคือ
คนที่แก่ที่สุดในบ้าน”

“แก่ที่สุด เท่าไหร่ ?”

“38 มั้ง”

“อืมม....”

“เออ แล้ววันนี้นายไปทำงานใช่ป่ะ เอียน ?”

“หมายถึงทำความสะอาดน่ะเหรอ เนี่ย ก็เพิ่งจะกลับมานี่แหละ”

“เออ เป็นไงมั่งวะ ?”

“อะไรเป็นไง ?”

“ก็งานทำความสะอาดไง”

“เรื่องนี้อย่าถามได้ป่ะ”

“ทำไม ?”

.......

“โคตรเอียนนนนนนนนนนนน !”

………

“อ่ะนะ”

.



...

หมายเหตุ

ขนมโตเกียว เป็นบันทึกเรื่องเล่าไร้สาระของนักหลงทางมือวางอันดับหนึ่ง ที่เพิ่งจะตกงานมาหมาดๆ เลยกะจะมาลองเดินหลงทางไปเรื่อยเปื่อยในโตเกียวดูบ้าง โชคดีที่วีซ่าดันผ่าน เลยมีโอกาสเดินหลงได้เต็มที่ถึง 3 เดือนเต็ม แต่เพราะเป็นโตเกียว มหานครที่ใครๆ เค้าก็ว่าค่าครองชีพแพงหูดับ จึงต้องหาวิธีประหยัดงบประมาณด้วยการอาสาไปเป็นพนักงานทำความสะอาดที่เกสต์เฮ้าส์แห่งหนึ่งในโตเกียวแทน ขอผู้อ่านอย่าได้ถามหาเอาสาระใดๆ จากเรื่องราวต่อไปนี้เลย เพราะมันไม่มีอยู่แล้ว แต่หากคิดจะอ่านฆ่าเวลาก็พอได้อยู่ ที่เขียนขึ้นมาเพราะเพียงแค่อยากจะทำตามอย่างที่พี่เบิร์ดเคยสอนไว้ว่า อย่าลืม...เล่าสู่กันฟัง เธอยังมีฉันอยู่ทั้งคน และเพราะมีพี่เบิร์ดอยู่ด้วยทั้งคนขนาดนี้ เลยไม่รู้สึกว่าการมาโตเกียวคนเดียวในครั้งนี้จะต้องหงอยเหงาเศร้าซึมอีกต่อไป อีกทั้งยังเป็นวิธีการระบายออกทางอารมณ์ที่ถูกต้องวิธีหนึ่งในการที่จะต้องมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองคนเดียวในช่วงหนึ่งของชีวิต ขอขอบคุณพี่เบิร์ด ธงไชยแมคฯ มา ณ โอกาสนี้ด้วย

ข้อควรระวัง คำอ่านภาษาญี่ปุ่นที่ระบุไว้ในเรื่องอาจคลาดเคลื่อนจากชื่อเรียกจริงๆ ไปบ้าง ขอได้โปรดเข้าใจ เนื่องจากคนเขียนพูดญี่ปุ่นไม่ได้ อาศัยถามๆ เอาจากคนนั้นคนนี้แล้วจดๆ ใส่สมุดเก็บไว้ หรือไม่ก็เอาตารางอักษรฮิรางานะกับคาตาคานะมาเทียบเคียงแล้วอ่านเอาเอง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะคลาดเคลื่อน ขออย่าได้ถือสากันเลย และหากใครที่พอจะรู้ว่ามีข้อมูลที่ผิดพลาดตรงไหนอย่างไร โปรดบอกเราด้วย เพราะเราเองก็อยากรู้เหมือนกัน จะได้ไม่เข้าใจอะไรผิดไป

ส่วนที่มาของชื่อขนมโตเกียว ที่ตั้งเพราะนึกอะไรไม่ออกจริงๆ เลยตั้งๆ ไปก่อน ถ้าคิดหาชื่อที่เท่กว่านี้ได้เมื่อไร จะเปลี่ยนใหม่ทันทีเลย




 

Create Date : 26 มกราคม 2554    
Last Update : 26 มกราคม 2554 13:30:33 น.
Counter : 319 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

standupplease
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีที่ได้รู้จัก ตามสบายนะ ขอโทษที ห้องรกไปหน่อย เชิญนั่งก่อนดีกว่า หิวมั้ย กินอะไรมารึยัง
New Comments
Friends' blogs
[Add standupplease's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.