STAND UP PLEASE ! ลำแข้งเค้ามีไว้ให้ยืน !
Group Blog
 
All blogs
 
ขนมโตเกียว ช่วงที่ 2 : เลขที่ออก...

หลังผ่านด่านวัดใจมาได้ ก็รีบวิ่งแจ้นไปเอากระเป๋าทันใด เพราะมีนัดกับคุณอดีตเจ้านายตอน 10 โมงเช้าที่สถานีอาซากุสะ แต่นี่มันจะเที่ยงอยู่รอมร่อ ด้วยความที่เครื่องดีเลย์อยู่ที่สนามบินไซง่อนอยู่นานเกือบ 3 ชั่วโมง รวมกับเวลาที่จะต้องรอเปลี่ยนเครื่องอีก 3 ชั่วโมง กลายเป็นว่า ต้องนั่งหง่าวอยู่ในเกตอย่างเดียว 6 ชั่วโมง กะว่าจะแวะออกไปกินเฝอในโฮจิมินท์สักถ้วยก็ใจไม่ด้านพอ เพราะใครๆ เค้าก็นอนง่อยอยู่ที่เกตกันทั้งนั้น จริงๆ ก็บ่นไปอย่างนั้นเอง เพิ่งจะหาตั๋วเมื่อวานซืน อุตส่าห์เก็บตั๋วมาได้ในราคาขนาดนี้ก็ดีถมถืดขนาดไหนแล้ว โชคยังดีที่คุณพี่เอเจนซี่เป็นธุระควานหาตั๋วให้ บอกแกไปว่าเราจะเดินทางมะรืนนี้ แถมยังกำชับว่าอย่าให้เกินสองหมื่นนะพี่ ถ้าแพงกว่านี้จะชีช้ำเกินไป พี่แกบอก น้องรีบขนาดนี้พี่ว่าไปรถทัวร์ดีกว่าไหม แต่สุดท้ายพี่แกก็ยังอุตส่าห์ควานหามาให้ได้ในราคาไม่เกินสองหมื่นจริงๆ รวมเบ็ดเสร็จทั้งไปกลับและค่านั่นนี่ก็ 18,300 บาทถ้วนๆ แต่แกว่าต้องรอเปลี่ยนเครื่องที่ไซง่อน 3 ชั่วโมงนะ จังหวะนี้แล้วจะไปเรื่องมากอะไรอีกก็คงไม่ได้



แต่ที่เราเพิ่งจะหาตั๋วล่วงหน้าแค่สองวันเดินทาง ไม่ใช่ว่าจะโอ้เอ้อะไร แต่กะว่าจะรอให้วีซ่าผ่านก่อนแล้วถึงค่อยจองตั๋ว รออยู่เป็นอาทิตย์เห็นจะได้ เพราะตอนนี้วีซ่าญี่ปุ่นเค้าเปลี่ยนระบบใหม่แล้วต้องยื่นผ่านเอเจนซี่อย่างเดียว (ศูนย์ยื่นขอวีซ่าทุกประเภทของสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย, JVAC) ไม่ต้องถ่อไปถึงสถานทูตด้วยตัวเอง และต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 5 วันทำการ แต่ที่เราต้องรอเป็นอาทิตย์ เพราะทางสถานทูตเค้าโทรมาบอกว่า

“เคสของคุณเป็นเคสพิเศษ ต้องใช้เวลาในการพิจารณา ฉะนั้นอีก 5 วันทำ
การก็ยังไม่ต้องมารับนะครับ แล้วเราจะโทรไปบอกเองว่าเมื่อไร”

น้ำเสียงของคุณพี่คนนั้น ฟังแล้วชวนขนลุกยังไงไม่ทราบ เพราะพูดห้วนซะจนทำเอาใจเสีย กะว่าไม่ได้ไปแล้วโตเกียว คงได้กินขนมโตเกียวอยู่แถวนี้เป็นแน่แท้ สุดท้ายอีก 4 วันถัดมา ก็มีโทรศัพท์จากสถานทูตโทรมาอีก แต่คราวนี้เป็นเสียงผู้หญิง ซึ่งฟังจากสำเนียงแล้วน่าจะเป็นคนญี่ปุ่นแหงๆ

“คุณ.... ใช่ไหมคะ”

“ใช่ครับ”

“ดิฉันโทรจากสถานทูตญี่ปุ่นนะคะ พูดญี่ปุ่นได้รึเปล่าคะ”

“ไม่ได้เลยครับ”

“งั้นพูดไทยก็แล้วกัน”

(คิดในใจ) ก็พูดเป็นอยู่ภาษาเดียวนี้แหละจ๊ะ พี่พูดภาษาอื่นมาก็คงคุยกันไม่รู้เรื่องแน่ๆ

“จากสเตทเม้นท์ที่คุณให้มา คิดว่าจะพอสำหรับสามเดือนหรือคะ”

“คือกะว่าจะไปเที่ยวอย่างเดียวนะครับ โดยส่วนตัวแล้วก็ไม่ค่อยจะสนใจช้อปปิ้งเท่าไร จะมีก็แต่ค่ากิน กับค่าเดินทางไปที่นั่นที่นี่เป็นหลักครับ ลองเช็คๆ ดูราคารถไฟใต้ดินในโตเกียวคร่าวๆ แล้วก็ไม่ได้แพงอะไรมาก ก็คำนวณคร่าวๆ ดูแล้ว คิดว่าน่าจะพอแน่ๆ นะครับ แล้วอีกอย่างค่าที่พักก็ไม่ต้องเสียด้วย พอดีว่าจะไปขอพักฟรีน่ะครับ”

“พักฟรี ? คุณจะไปพักที่ไหนคะ”

“ข้าวสารเกสต์เฮาส์ครับ”

“บ้านเพื่อนเหรอคะ”

“ไม่ใช่บ้านเพื่อนหรอกครับ ก็เป็นเกสต์เฮ้าส์นี่แหละครับ เกสต์เฮ้าส์สำหรับนักท่องเที่ยวกระเป๋าเบานะครับ พอดีบังเอิญได้เจอกับคุณพี่ผู้จัดการที่ดูแลเกสต์เฮาส์ที่นั่นโดยบังเอิญ เค้าเลยชวนให้ไปพักฟรีที่เกสต์เฮ้าส์เค้าน่ะครับ ซึ่งเอาจริงๆ ก็ไม่ฟรีหรอกครับ คือจะทำงานตอบแทนเค้าน่ะครับ แต่เป็นงานที่ไม่ได้ตังค์นะครับ สักเยนเดียวก็ไม่ได้ ได้แค่พักฟรีอย่างเดียว”

“จะทำงานอะไรที่นั่นคะ”

“อ๋อ คุณผู้จัดการเค้าบอกว่าถ้าอยากพักฟรีก็ต้องเป็น Cleaning Staff ครับ”


“หมายความว่าไงคะ”

“เอาตรงๆ ก็พนักงานทำความสะอาดอ่ะครับ”

“แล้วยังไง”

“ก็คือกับทำงานแลกกับค่าที่พักอ่ะครับ”

“อืม...... โอเค เข้าใจแล้ว งั้นเอาไว้เราจะติดต่อกลับไปใหม่นะคะ”

พอคุยจบ รู้สึกว่าตัวเองตอบไปแบบบื้อๆ มาก เอาไปเล่าให้ใครฟัง เค้าก็บอกว่าพูดตรงเกินไป ตอแหลไปบ้างก็ได้ ให้มันดูดีกว่านี้หน่อย ก็ไม่อยากจะโกหกเค้า คิดเอาไว้แค่ว่า ถ้าได้ไปก็ดี ถ้าไม่ได้ไปก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ตั๋วก็ยังไม่ได้จอง ไม่ได้เสียหายอะไรมาก เที่ยวแถวนี้เอาแล้วกัน แต่หลังจากนั้นสามวันถัดมาคุณพี่ผู้หญิงคนเดิมก็โทรกลับมาอีกครั้ง

“คุณ... ใช่ไหมค่ะ”

“ใช่ครับ”

“ดิฉันโทรมาจากสถานทูตญี่ปุ่นนะคะ คุณจะบอกแบบนี้กับทางสถานทูตไม่ได้นะคะ”

“บอกอะไรครับ”

“ที่คุณบอกคุณจะไปทำงานที่เกสต์เฮ้าส์”


“แต่ไม่ได้ทำงานหาเงินนะครับ แค่พักฟรีอย่างเดียว ข้าวปลาก็ต้องหากินเอง”

“นั่นแหละค่ะ ทางสถานทูตเค้าก็มองว่าเป็นการทำงานอยู่ดี ก็วีซ่าที่คุณขอเป็นวีซ่าท่องเที่ยวไม่ใช่เหรอคะ”

(คิดในใจ) เอาแล้วไง มีเค้าว่าจะได้กินขนมโตเกียวอยู่แถวนี้แน่ๆ

“แสดงว่าวีซ่าไม่ผ่านใช่ไหมครับแบบนี้”

“คุณต้องส่งจดหมายปฏิญาณตนมาให้ทางสถานทูต”

“จดหมายอะไรนะครับ”

“จดหมายปฏิญาณตนค่ะ”

“ปฏิญาณอะไรครับ”
“ปฏิญาณว่าคุณจะดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างเองทั้งหมด ทั้งที่พัก อาหาร และอื่นๆ ตลอดระยะเวลาสามเดือน ตกลงไหมคะ”

“ถ้าทำแล้ววีซ่าจะผ่านไหมครับ”

“ไม่ทราบค่ะ ดิฉันแค่จะโทรมาบอกคุณว่าให้ส่งจดหมายมาให้ทางสถานทูตเพิ่มเติม”

“......”

พูดอะไรไม่ออก กำลังมึน อะไรฟะจดหมายปฏิญาณตน ใช่แบบที่ลูกเสือเค้าทำกันรึเปล่าหว่า

“ถ้ายังไง รีบส่งมาให้หน่อยก็ดี วันนี้เลยก็ได้ค่ะ มาส่งด้วยตัวเองที่สถานทูตนะคะ สวัสดีค่ะ”

“เอ่อ....ครับ ส่งครับส่ง”

วางสายปุ๊บเราเลยรีบกุลีกุจอเขียนจดหมายเลย ไม่รู้ใช่จดหมายปฏิญาณตนหรือเปล่า เขียนๆ ไปก่อน เค้าบอกให้ระบุไว้ว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ก็เขียนๆ นั่นแหละ แล้วก็รีบส่งไปบ่ายวันนั้นเลย ปรากฏว่าอีกวันหนึ่ง มีโทรศัพท์โทรมาบอกว่าวีซ่าได้แล้ว ไปรับได้เลย พอเปิดมาก็เจอหน้าบานๆ ของตัวเองกับตัวเลขที่สวยที่สุดในงวดนี้

For stay(s) of 90 days !





Create Date : 19 ตุลาคม 2553
Last Update : 23 ตุลาคม 2553 13:45:17 น. 1 comments
Counter : 341 Pageviews.

 
ขนมโตเกียวเจ้านี้ รสชาติไม่ธรรมดา
ต้องคอยตามมาชิมซะแล้ว ^_^


โดย: กระชอน วันที่: 22 ตุลาคม 2553 เวลา:8:53:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

standupplease
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีที่ได้รู้จัก ตามสบายนะ ขอโทษที ห้องรกไปหน่อย เชิญนั่งก่อนดีกว่า หิวมั้ย กินอะไรมารึยัง
New Comments
Friends' blogs
[Add standupplease's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.