Group Blog
 
All Blogs
 

เราไม่ใช่พระเจ้าอย่าคิดว่าจะเปลี่ยนอะไรได้ทุกสิ่ง!! แต่เราเปลี่ยนบางอย่างได้ครับ...

เราไม่ใช่พระเจ้าอย่าคิดว่าจะเปลี่ยนอะไรได้ทุกสิ่ง

มีประโยคเด็ดที่ผมอ่านเจอนานแล้วครับ และประโยคนี้ก็อยู่ในใจผมมาตลอดครับ เพราะตอนนั้นผมมีปัญหากับเรื่องบางเรื่อง
ผมมีปัญหาอะไร?

ผมต้องการเปลี่ยนแปลงบางอย่างครับ ให้สิ่งนั้นเป็นไปอย่างที่ผมต้องการ เป็นเรื่องของการกระทำของคนๆหนึ่งซึ่งผมมองว่ามันไม่เข้าท่าเอามากๆและถ้าคนๆนั้นยังทำสิ่งนั้นต่อไปมันจะกลายเป็นผลเสียสำหรับตัวเขามากกว่าผลดี

ผมบอกเขาแต่เขาไม่ฟังและยังทำเรื่องหรือคิดเรื่องแย่ๆนั้นอยู่ จนผมเริ่มหงุดหงิด มีอารมณ์ที่จะไม่ชอบขี้หน้าคนๆนั้น

บังเอิญว่าวันนั้นผมไปเจอประโยคหนึ่งเข้าครับ ประโยคเด็ดที่ผมพูดถึงบอกไว้ว่า "ถ้าเราเปลี่้ยนสิ่งที่เราไม่ชอบไม่ได้ ไม่ว่าเราจะพูดหรือทำอย่างไรก็ตาม ให้เราเปลี่ยนความคิดและมุมมองที่เรามองสิ่งนั้น"

นั่นคือทางออกเลยครับ... เราเปลี่ยนเขาไม่ได้ เราก็เปลี่ยนมุมมองและความคิดที่มีต่อคนๆนั้นหรือสิ่งนั้น

เราอาจจะบอกว่า เออ นะ...เขาเป็นแบบนั้นแหล่ะปล่อยเขาไปเถอะ สักวันเขาน่าจะเข้าใจที่เราบอก

เท่าั้นั้นแหล่ะครับ สบายใจทันที ....

ลองเอาไปใช้ดูนะครับ มันช่วยได้จริงๆ ทุกครั้งที่เรารู้สึกไม่พอใจสิ่งรอบกายที่มากระทบ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็น คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ มนุษย์ต่างดาว ยานอวกาศ ผึ้ง หนู จิ้งหรีด... หลักการนี้ใช้ได้หมด

ผมท่องขึ้นใจเลยครับ "เราไม่ใช่พระเจ้าอย่าคิดว่าจะเปลี่ยนอะไรได้ทุกสิ่ง"



Free TextEditor




 

Create Date : 25 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 25 กรกฎาคม 2554 16:08:14 น.
Counter : 200 Pageviews.  

ซ้ำซากสัก 90 วันแล้วมันจะซึมเข้าสู่มัดกล้ามเนื้อและกระแสเลือด!

เคยไหมครับที่ตั้งใจจะทำอะไรสักอย่างแล้วไมาได้เริ่มสักที ...
เคยไหมครับที่วางแผนจะทำบางอย่างแล้วเริ่มไปได้ไม่กี่ครั้งก็หมดแรง (หรือขี้เกียจ) สานต่อให้เสร็จ... หยุดทำไปซะงั้น


วันนี้ผมมีวิธีที่ผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นใครไม่รู้เขาแนะนำไว้ อ่านแล้วน่าสนใจครับ แต่อย่าถามว่าผมลองแล้วยัง ผมกำลังจะลองครับ ยังบอกผลลัพธ์ไม่ได้เพราะต้องใช้เวลาพอสมควรก่อนจะเห็นผล

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า "ถ้าเราต้องการทำอะไรหรือสิ่งไหนให้เคยชินเป็นนิสัยติดตัว เราต้องทำสิ่งนั้นซ้ำๆสัก 90 วันอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีวันหยุดหรือข้ออ้างใดๆ"

ให้เราเริ่มจาก
1) เขียนแผนการว่าเราต้องการจะทำอะไรหรือประสบความสำเร็จด้านไหน เช่นเราอยากเป็นโปรแกรมเมอร์ที่เก่งๆ
2) ระบุเวลาที่เราจะต้องลงมือทำสิ่งนั้น ให้เป็นเวลาที่แน่นอนตายตัวเช่น ช่วงเวลาสามทุ่มถึงสี่ทุ่ม เราจะอ่านหนังสือสอนการเขียนโปรแกรมและลงมือเขียนโค้ดในคอมพิวเตอร์
3) ทำขั้นตอนที่ 2) ทุกวัน ห้ามหยุดจนครบสามเดือนหรือประมาณ 90 วัน


หลังจาก 90 วันจะเกิดอะไรขึ้น?
ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า สิ่งที่เราทำนั้นจะฝังรากลึกลงในนิสัยและซึมเข้าสู่มัดกล้ามเนื้อรวมถึงกระแสเลือด!

หลังจาก 90 วัน เราจะทำสิ่งนั้นโดยอัตโนมัติ กลายเป็นเรื่องปกติไปเลย โดยที่เราไม่รู้สึกต้องฝืนใจหรือบังคับตัวเอง

หลักการข้อนี้ตรงกับที่ผมอ่านเจอในงานเขียนของ นักเขียนคนโปรด ฮารูกิ มูราคามิ ในงานเขียนเรื่อง What I Talk About When I Talk About Running หรือชื่อไทย เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง
มูราคามิบอกว่า "เราต้องหวดกล้ามเนื้อให้หนักและต่อเนื่องเพื่อที่จะให้มันชาชินและยอมรับว่าสิ่งที่มันโดนจะกลายเป็นเรื่องที่มันต้องเจอทุกวัน ดังนั้นมันจะมองเป็นเรื่องธรรมดาไปในที่สุด"


อาจจะยกมาไม่เหมือนมาก แต่ใจความก็ประมาณนี้แหล่ะครับ

ผมกำลังจะเริ่มใช้หลักการที่เขียนมากับตัวเองครับ อีกเก้าสิบวันหลังจากนี้ผมจะมารายงานผลว่ามันใช้ได้จริงไหม
http://www.tempf.com/getfile.php?id=997864&key=4e2d283bb0716
Free TextEditor




 

Create Date : 25 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 25 กรกฎาคม 2554 15:30:22 น.
Counter : 180 Pageviews.  

ฮอนด้า Brio (Honda Brio) แรกเจอก็ปิ๊งและมีบางอย่างที่ไม่ชอบ

เมื่อวานผมได้มีโอกาสไปศูนย์ฮอนด้าใกล้บ้าน
เพื่อไปทำธุระบางอย่าง บังเอิญสายตาไปเจอะเข้ากับ Honda Brio
ที่จอดอยู่เข้า
ก็เลยอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปยลโฉมใกล้ๆหลังจากที่ได้อ่านเจอตามหน้านิตยสาร
รถหรือข่าวรถใหม่มาหลายครั้ง



คันที่ผมเดินไปดูมีสติ๊กเกอร์ตัวใหญ่ๆแปะไว้ข้างรถ Brio
อ่านได้ใจความว่า รถสาธิต
เมื่อชะโงกผ่านกระจกเข้าไปดูข้างในพบว่าเบาะที่นั่งถูกถอดออกไปแต่คอทโซลรถ
ยังอยู่ครบครัน ความประทับใจครั้งแรกที่เกิดขึ้นคือ


1 desgin หรือการออกแบบที่สวยลงตัว น่ารัก ดูแล้วน่าจะเป็นขวัญใจของสาวๆได้ไม่อยาก


2 มิติรถที่ดูกว้าง โดยที่ฐานรถที่กว้าง
(กะด้วยสายตาจากขอบประตูด้านซ้ายไปขวา มองจากด้านหลังตรงๆ) กว่า Jazz หรือ
City ทำให้Brio น่าจะเกาะถนนหนึบหนับได้ดีว่า
แต่ความเร็วสูงสุดที่มันน่าจะทำได้โดยที่คนขับไม่รู้สึก เสียว
หรือรถเริ่มแกว่ง ยังไม่รู้… ต้องรอท่านอื่นซื้อไปขับดูก่อน อิอิ


3 design การตกแต่งด้านในตัวรถ สวย โดยเฉพาะ console หน้ารถ
ทำให้นึกถึงฟอร์ดเฟียสต้า ดูทันสมัยและไม่เฉย
อีกทั้งไม่ล้ำยื่นมาทางที่นั่งจนรู้สึกอึดอัด คนอ้วนๆอย่างผมคงนั่งได้สบายๆ


3 ด้านหน้าสวย ทันสมัย ดูน่ารัก+ทะมัดทะแมง ไม่โบราณ เหมือนรถบางรุ่นของยี่ห้อบางยี่ห้อ


แล้วก็มาถึงสิ่งที่ผมกังวลและไม่ชอบเท่าไหร่นั่นคือ มีข้อเดียวครับ…


ความปลอดภัย…+กระจก&กันชนหลัง



ขณะที่ผมยืนอยู่ที่ด้านหลังรถ
ผมมองกระจกหลังและกันชนมีสิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตเห็น Brio
ที่น่ารักคันงามคันนี้ดูเหมือนความหนาของกันชนจะน้อยและกระจกหลังค่อนข้าง
บานใหญ่กว่า Jazz รุ่นพี่ของมัน โดยที่
ขอบของบานกระจกหลังลงต่ำมาถึงกันชนจนน่ากังวล (อาจจะเป็นเฉพาะผมคนเดียวที่คิดไปเอง)
ผมอดจินตนาการไปไม่ได้ว่า กรณีที่เราขับเจ้า
Brioไปบนถนนหรือจอดติดไฟแดงแล้วไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ขับรถมาชนตูดเราในตอนนั้น
โอกาสที่จะมีแค่กันชนจะรับแรงกระแทกฝ่ายเดียวคงมีน้อยมาก …
และถ้าเกิดเหตุการณ์นี้จริงๆ
กระจกหลังคงโดนไปด้วยซึ่งถ้าไม่มีประกันคงจ่ายค่ากระจกอ่วมอรทัย…


แล้วความปลอดภัยหลังถูกชนล่ะ? ตรงนี้ต้องลองนึกเอาเองครับ
เพราะมีปัจจัยหลักๆที่เกี่ยวข้องคือ ความเร็วของรถที่เข้ามาชน
มาเร็วชนแรงเสียหายมาก มาช้าชนเบา…เสียหายน้อย?



ทั้งหมดนี้เป็นแค่ความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตัวของผมครับ ไม่จำเป็นต้องเชื่อหรือคิดตามผม ไปดูให้รู้กับสายตาตัวเองดีกว่า


อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะรถรุ่นไหนสิ่งสำคัญก็คือ การขับรถไม่ประมาท
สายตาต้องจับที่ถนนเสมอ เพราะต่อให้ไม่ใช่ Brio
ถ้าขับรถประมาทก็ย่อมเกิดอุบัติเหตุได้ทุกราย


แต่ก็มีคำถามต่อมาครับ…ถ้าเราระวังแต่คนอื่นขับไม่ระวังล่ะ? ตรงนี้ขึ้นอยู่กับดวงแล้วครับ


ปล. ผมอยากได้ Brio คันนี้เหมือนกันเพราะชอบที่ฐานล้อกว้าง ดูทันสมัย น่ารัก แต่ยังไม่มีคนเอามาบริจาคให้สักคัน อิอิ


ข้อมูล


ราคา Honda Brio

รุ่น S เกียร์ธรรมดา 399,900 บาท

รุ่น V เกียร์ธรรมดา 469,500 บาท

รุ่น V เกียร์อัตโนมัติ CVT (รุ่นท็อป) 508,500 บาท


สีตัวถัง 5 สี ได้แก่

1. สีเขียว Fresh Lime

2. สีขาว Taffeta

3. สีฟ้า Cerulian (Metallic)

4. สีเงิน Alabaster

5. สีดำ






Free TextEditor




 

Create Date : 12 มิถุนายน 2554    
Last Update : 12 มิถุนายน 2554 11:14:27 น.
Counter : 400 Pageviews.  

แนวความคิดในการคิดและมองปัญหาที่มีประโยชน์ต่อการทำงานและการใช้ชีวิต

-Connecting everythings มองหาความเชื่อมโยงของหลายๆสิ่ง

-มองหาคำตอบของปัญหาหลายๆทาง

-มองภาพรวมของสิ่งที่เห็น

-มองถึงว่า ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นและเกิดต่อไปเรื่อยๆ ต่อไปจะเป็นยังไง มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

-มองถึงว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้า สิ่งหนึ่งเกิดขึ้น

-ดูลักษณะของ defect แล้วมองว่าอะไรที่ เป็นได้บ้าง ที่จะทำให้เกิดปัญหานั้นๆ จากนั้นก็test สมมติฐานนั้น

-ลองดูระบบที่สนใจแล้วลองดูว่าถ้าตัดบางอย่างออกไปมันจะทำงานยังไง จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง



Smiley





Free TextEditor




 

Create Date : 09 มิถุนายน 2554    
Last Update : 9 มิถุนายน 2554 21:18:10 น.
Counter : 179 Pageviews.  

5 วิธีประสบความสำเร็จในทุกเรื่องที่เราต้องการ พิสูจน์มาแล้วว่าได้ผลจริงๆ

5 วิธีประสบความสำเร็จในทุกเรื่องที่เราต้องการ


วันนี้มีเทคนิคมาแนะนำครับ เป็น5
วิธีประสบความสำเร็จในทุกเรื่องที่เราต้องการ เหมาะสำหรับทุกท่านเลยครับ
เพราะชีวิตไม่ง่ายที่จะเติบโตดังนั้นบางทีเราก็ต้องมีเทคนิควิธีการที่จะ
จัดการกับชีวิต


และต่อไปนี้ึคือ 5 วิธีประสบความสำเร็จในทุกเรื่องที่เราต้องการ



เรามองเห็นหลายๆคนที่ประสบความสำเร็จในเรื่องต่างๆและบางทีเราก็สงสัยว่า
พวกเขาเหล่านั้นต้องผ่านอะไรมาบ้าง
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะประสบความสำเร็จเหมือนพวกเขาเหล่านั้นเพราะการจะได้มา
ซึ่งความสำเร็จย่อมมีขั้นตอนหลายขั้นตอนและใช้เวลา
เพราะไม่มีความสำเร็จใดมาหาผู้ที่ไม่ลงทุนลงแรงอะไรเลย


ขั้นตอนที่ 1 Clarify
เราต้องระบุสิ่งที่เราต้องการให้ชัดเจนว่าเราต้องการอะไรก่อน
ก่อนที่เราจะค้นหาว่าเราต้องการอะไร เราต้องค้นหาก่อนว่า
มีอะไรบ้างที่เราไม่ต้องการ


ขั้นที่ 2 Focus หลังจากที่เราระบุสิ่งที่เราต้องการแล้ว
ขั้นต่อมาเราต้อง focus และset งานที่เราต้องทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น
เป้าหมายที่วางไว้จะมีงานที่เราต้องทำเป็นลำดับเพื่อที่จะให้เราบรรลุเป้า
หมาย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราต้องการสร้างธุรกิจ online ทางinternet
เราไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้โดยแค่ นั่งอ่านemail
ทั้งวันโดยไม่ทำอย่างอื่นเลย เราต้อง ขายของ หาสินค้า comment สินค้า
ตอบemail กับลูกค้า สิ่งเหล่านี้เราเรียกว่า task
หรืองานที่เราต้องทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ไม่สบายและเป็นงานหนัก
ด้วยเหตุนี้หลายๆคนจึงไม่ประสบความสำเร็จเพราะรับมือกับขั้นตอนพวกนี้ไม่ไหว
หรือไม่ตั้งใจจริง
ดังนั้นเราต้องมีวินัยอย่างมากที่จะทำงานย่อยๆนี้เพื่อให้ผผลของมันพาเราให้
บรรลุเป้าหมาย



ขันที่ 3 Set Goal  เพื่อให้ใจเรามีสิ่งที่จะ focus ถ้าเราไม่ set goal
ใจของเราก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไร เมื่อเรามี goal หรือเป้าหมายเราก็จะมีที่ไป
แรงจูงใจของเราก็จะตามมา

การหาเป้าหมาย เราต้องถามตัวเองว่า
เราจะไปอยู่ที่จุดไหนภายใน12เดือนนับจากวันนี้
โดยที่เราสามารถใช้เครื่องมือที่เรียกว่า SMART เพื่อเซ็ตเป้าหมายขึ้นมา



  • Specific ระบุเป้าหมาย

  • Measurable เป้าหมายต้องวัดได้ ข้อนี้สำคัญมาก เช่น เราอยากได้เงินจาก business online ของเรา 3000 บาทต่อเดือน

  • Attainable

  • Realistic สามารถทำให้เกิดขึ้นจริงๆได้

  • Timely มีเวลากำหนด ไม่ใช่ไปเรื่อยๆแบบไม่มีจุดหมาย


ขั้นที่ 4 ลงมือทำตาม plan ที่วางไว้


ขั้นที่ 5 trial & errors ถ้ามีปัญหาหรือข้อผิดพลาดก็ลองผิดลองถูกทำต่อไปจนกว่าจะประสบความสำเร็จ


ทุกอย่างขึ้นอยู่กับใจและความุ่งมั่นครับ ถ้าทั้งสองอย่างนี้เกิดขึ้นแล้วที่เหลือก็คือความพยายามครับSmiley






Free TextEditor




 

Create Date : 09 มิถุนายน 2554    
Last Update : 9 มิถุนายน 2554 21:15:22 น.
Counter : 210 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

เครื่องจักรอาวุโส
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]







สวัสดีครับ
ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาเยี่ยมนะครับ





blog อีกที่ของผมครับ http://pongcp.wordpress.com


สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด ท่านใดที่ต้องการเอาบทความไปใช้ช่วยทำ link มาที่ blog นี้ด้วยครับ









Google




blog counter

blog counter



Friends' blogs
[Add เครื่องจักรอาวุโส's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friends


 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.